คุณแหน : 22 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245734

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปในการพระราชทานเพลิงศพ มังกร ควรเจริญ ต.ช. บิดาของ พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร และ เกษม เกษมปัญญา ประธานแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ ในศาลฎีกา ณ เมรุพิเศษวัดศรีสุดารามฯ บางขุนนนท์ วันที่ 24 พ.ย.เวลา 17.00 น. …

llมูลนิธิ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ขอเชิญร่วมงานการกุศลครบรอบ 36 ปีอนิจกรรมของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ วันที่ 27 พ.ย.เวลา 10.30 น. ณ สุสานวังหิน มีรถยนต์ปรับอากาศ ขส.ทร.รับ-ส่ง โดยออกจากนันทอุทยานสโมสร เวลา 06.30 น.และออกจากศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี บางนา เวลา 07.20 น. …

ll จงรักภักดีต่อ 3 สถาบันของชาติมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ทายาทตระกูลกรรณสูต สาย นพ.วิโรจน์ บิดาผู้ล่วงลับ … ช่วงระวี กรรณสูต พยายามเสาะแสวงหาเหรียญที่ระลึกชิ้นสำคัญในรัชกาลที่ 9 เพื่อเก็บบูชาไว้เหนือหัวเป็นสิริมงคล ล่าสุดได้เหรียญที่ระลึกทองคำพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 (จัดสร้างเมื่อ 5 พ.ค. 2493) เจ้าตัวดีใจเป็นล้นพ้นและจะนำมาบูชาเคียงคู่กับพระผงสมเด็จจิตรลดาที่กราบบูชาในครอบครองตลอดมา…

ll เพื่อนรักต่างมีเวลาว่างไม่ตรงกัน มนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ ต้องเดินทางไปเวียดนามช่วงต้นเดือนหน้า ส่วนเสาวลักษณ์ สาระยา มีนัดกับลูกสาว ภครส ไปท่องญี่ปุ่นช่วงลองวีคเอนด์ ทั้งสองจึงต้องพบกันหลังจากนั้น โดยฝ่ายหลังสัญญาว่าจะหอบผลไม้รสเลิศจากญี่ปุ่นมาฝากแน่นอน…

ll ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล เปิดหัวหินบีชรีสอร์ท ต้อนรับ ประนอม-สมจิต เฉินบำรุง เพื่อนเลิฟมาจากเชียงใหม่ แถมท้ายด้วยทริปล่องเรือชมหิ่งห้อยที่อัมพวา มี กาญจนา วิฑูรชาติ ร่วมคณะไปรื่นเริงสุขสำราญเป็นดอกไม้บานยามเช้ากับเพื่อนๆ ด้วย…

ll หลังเรียนจบจากวารสารฯ ธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2516 ยุทธนา มุกดาสนิท ไม่เคยเจอเพื่อนๆ ร่วมรุ่นเลย จนมีการนัดมีตติ้งเมื่อสัปดาห์ก่อน มาปรากฏตัวสร้างความตื่นตะลึงให้มิตรสหายเป็นที่ยิ่ง…

ll เป็นวารสารฯ มธ.รุ่น 13 เหมือนๆ กัน ขนิษฐา โกศัยเสวี ครองแชมป์ “สาวสองพันปี” “ฐานที่รักษาความงามไว้ได้ไม่มีเปลี่ยน มิให้เสียชื่อ แอร์โฮสเตสเก่า” แม้จะเข้าหลักหกมาเยอะแล้วก็ตาม…

ll เรื่อง Donald Trump ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย ระดับที่เรียกได้ว่า “Talk-of-the-World” จะเป็นเรื่องเล่าขานกันไปตลอดชั่วชีวิตคน แม้แต่ทีมผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำ Polls ที่ Trump จ้างมาอย่างลับๆ เพื่อติดตามและวัดอุณหภูมิกระแสเลือกตั้ง ตอนวัน “สุก-ดิบ” ยังรายงาน Trump ว่าต้องทำใจแล้วเพราะท่านแพ้แน่ !…มองกลับมาภายในสถานทูตสหรัฐในไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานมากมาย อาทิ กต., ซีไอเอ, ยูซอม, ยูซิส, เอ็นจีโอ, พีซคอร์ ฯลฯ หลังประกาศผลการเลือกตั้งแหล่งข่าวของเรารายงานเจาะลึกว่า สภาพภายในกล่าวเป็นภาษาฝรั่งแล้วเรียกว่า “นรกแตก” เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพตะลึงงัน จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลที่จะติดตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่หญิงส่วนใหญ่ร้องไห้ฟูมฟายมีทั้งที่เสียใจกับ Clinton จริงๆ และที่กลัวถูกประธานาธิบดีใหม่ตัดงบประมาณ !!…ll

บารอนเนส

ตรวจวินิจฉัยเบาหวานไม่ต้องงดอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245697

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก และสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาสนับสนุน HbA1c (ฮีโมโกลบินเอวันซี) ให้เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานไม่ต้องงดอาหารด้วย HbA1c ลดความหงุดหงิดจากความหิว และสะท้อนถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้ป่วย ช่วยให้ตรวจพบผู้ที่เป็นเบาหวานโดยไม่มีอาการ และให้การรักษาก่อนอาการลุกลามอีกด้วย

จากสถิติล่าสุดของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ ในปี 2558 ทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวาน 415 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 642 ล้านคนในปี 2583 ในทุก 6 วินาทีมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน โดยวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี องค์การอนามัยโลกและสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ กำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก ธีมในปี 2559 คือ Eyes on Diabetes ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญในการตรวจคัดกรองเบาหวาน โดยพบว่า 1 ใน 2 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานยังไม่เคยรับการตรวจวินิจฉัย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน การเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกัน หรือชะลอโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง อาทิ เส้นเลือดในสมองแตก ตาบอด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และไตวาย ฯลฯ

ทั้งนี้ เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นเพราะการเสียสมดุลของการใช้น้ำตาลในเลือด ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน โดยสามารถพบได้ในทุกวัย สัญญาณเตือนของโรคเบาหวานที่สังเกตได้คือ

ปัสสาวะเยอะและบ่อย กระหายน้ำ มาก น้ำหนักลด อ่อนเพลีย สายตาพร่ามัว หากพบอาการอย่างหนึ่งอย่างใด ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจมีแสดงอาการเหล่านี้เพียงเล็กน้อย หรือไม่แสดงอาการเลย ดังนั้น
จึงควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานด้วยวิธีที่มีความแม่นยำซ้ำทุก 1-3 ปี

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกและสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาสนับสนุน การตรวจค่าน้ำตาลสะสม หรือ ฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) ให้เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานได้ ซึ่งการตรวจฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) สามารถตรวจได้ในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หากได้ค่า HbA1c มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5% ถือว่าเป็นเบาหวาน ซึ่งวิธีนี้มีความสะดวกมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องงดอาหารก่อนตรวจ จากเดิมที่ต้องงดอาหารประมาณ 8-12 ชั่วโมงก่อนตรวจเลือดการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานตั้งแต่เนิ่นๆ และการควบคุมอย่างมีวินัยจะช่วยให้การอยู่อย่างเป็นสุขกับเบาหวานไม่ใช่เรื่องยาก

การตรวจค่าน้ำตาลสะสม หรือ ฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) สามารถวินิจฉัยเบาหวานได้เร็ว สะดวก ไม่ต้องงดอาหารก่อนตรวจ ลดความหงุดหงิดจากความหิวและอาการวิงเวียนจากการอดอาหาร ซึ่งภาวะเครียดหรือเจ็บป่วยส่งผลให้ค่าน้ำตาลในเลือดแปรปรวนได้ การตรวจ HbA1c สามารถแสดงค่าเฉลี่ยของน้ำตาลในเลือดในช่วง 8-12 สัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีผลกระทบจากความแปรปรวนของระดับน้ำตาลในเลือดแต่ละวันรวมถึงทราบพฤติกรรมแท้จริงของผู้ป่วยโรคเบาหวาน แพทย์จึงสามารถวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ เพื่อหยุดเบาหวานและป้องกันหรือชะลอโรคแทรกซ้อนอันเป็นสาเหตุที่ทำให้พิการและเสียชีวิตได้

ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือผู้ที่สนใจ สามารถเลือกรับการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานด้วยการตรวจค่าน้ำตาลสะสม หรือฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c) ตรวจเลือดไม่งดอาหาร ได้ที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วไป

 

ย้อนรำลึกงานเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่9 ณ กรุงโลซานน์ สมาพันธรัฐสวิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245735

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เตรียมจัดงานนิทรรศการ“ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” อีกครั้ง ในวันที่ 29-30 มกราคม 2560 ที่บริเวณไลฟ์สไตล์ฮอลล์ สยามพารากอน เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติของพระองค์ท่านในขณะที่ทรงศึกษาในสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังที่ได้จัดขึ้น ณ กรุงโลซานน์ สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา ในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี

กอบลาภ โปษะกฤษณะ นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่าเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับเหตุการณ์อันแสนโทมนัสอย่างที่ไม่เคยได้พบพานมาก่อน คือการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ฯ โศกเศร้าอาดูรอย่างยิ่ง แต่ภายใต้ความสูญเสียอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ ทางสมาคมเองก็ยังตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่จะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านต่อไปอย่างไม่ลดละ

กอบลาภ โปษะกฤษณะ นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เปิดงานนิทรรศการ

ซึ่งงานหนึ่งที่สมาคมฯภาคภูมิใจคือ การได้ทำงานใหญ่ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชครั้งสุดท้ายก่อนเสด็จสวรรคต โดยร่วมเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชจริยาวัตรอันงดงาม พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการพัฒนาการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีตามแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ชาวไทยและชาวสวิสได้รับทราบถึงกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้น ณ กรุงโลซานน์ สมาพันธรัฐสวิส อันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และครอบครัวมหิดลนานถึง 17 ปี

“…สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ก่อตั้งมาครบ 70 ปี และทำงานอย่างต่อเนื่องในการระดมทุนเพื่อกิจกรรมการกุศลมาอย่างต่อเนื่อง เช่น มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี หรือ พอ.สว. มูลนิธิอานันทมหิดล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย หน่วยเฉพาะกิจสิรินธรทุนดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ฯ เป็นต้น และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นในขณะเดียวกัน ทางสมาคมก็มีหน้าที่กระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่เรามักจะเรียกภายในสมาคมว่าเป็น “การทูตระดับชาวบ้าน”

กอบลาภ โปษะกฤษณะ

“เมื่อสถานทูตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ได้เชิญให้เราเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ที่กรุงโลซานน์ เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมสนับสนุนงานดังกล่าว โดยทางสมาคมฯได้นำข้อมูลและรูปภาพที่เรามีอยู่จัดทำนิทรรศการ “ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติของพระองค์ท่านในขณะที่ทรงศึกษาในสวิตเซอร์แลนด์ เราภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยที่ไม่เคยคิดว่างานนี้จะเป็นงานเทิดพระเกียรติงานสุดท้าย”

งานฉลองทรงครองราชย์ 70 ปีเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ณ มหาวิทยาลัยโลซานน์ ที่พระองค์ทรงเคยศึกษาอยู่ และได้สร้างความประทับใจกับผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและชาวสวิสเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการร่วมกันทำงานของคณะตัวแทนทางการทูตฝ่ายไทยโดย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น นพปฏล คุณวิบูลย์, คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา, คณะผู้แทนไทยจากองค์กรต่างๆ อีกทั้งอดีตพระสหายที่เคยร่วมชั้นเรียนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เดินทางมาร่วมงานและบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย

ดร.ปิแอร์ เคลเลอร์ อดีตพระสหาย

ภายในงานมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง 70 ปีแห่งการครองราชย์และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยและของโลก ร่วมด้วย เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยฝ่ายบริหาร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูต
ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ซึ่งได้ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทมานานหลายปี ได้แสดงปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณในด้านการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสมาหลายปีก่อนวิกฤตการณ์ทางการเงินของเอเชีย ปี 2540 หรือวิกฤติต้มยำกุ้ง สลับกับได้ฉายภาพยนตร์พระราชกรณียกิจที่หลายคนไม่เคยได้ชมมาก่อน

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” ที่สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้ให้การสนับสนุนจัดทำขึ้น เล่าพระราชประวัติของครอบครัวมหิดลในขณะที่ประทับอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นับตั้งแต่เสด็จมาประทับในครั้งแรกหลังจากที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระประสูติกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และในครั้งที่ 2 เมื่อครอบครัวมหิดลได้ย้ายมาประทับที่โลซานน์หลังจากที่สมเด็จพระบรมราชชนกสิ้นพระชนม์แล้ว ตลอดจนพระราชกรณียกิจที่สำคัญในด้านการพัฒนาการศึกษา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

บรรยากาศภายในงาน

ในตอนท้าย กอบลาภ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าโครงการนี้จะริเริ่มขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสที่ทางทรงครองสิริราชสมบัติมายาวนานถึง 70 ปี และเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จสวรรคตแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน
ชาวไทยและชุมชนชาวสวิสได้ร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทางสมาคมฯจึงจะจัดงานนิทรรศการ “ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” อีกครั้งในประเทศไทยระหว่างวันที่ 29-30 มกราคม 2560 ที่บริเวณไลฟ์สไตล์ฮอลล์ สยามพารากอน พร้อมทั้งนิทรรศการเกี่ยวกับการศึกษาในสวิตเซอร์แลนด์ และงาน “La Foire Suisse” ตลาดจำลองในบรรยากาศสวิสเพื่อสานสัมพันธ์ชุมชนไทยสวิสส์ในโอกาสครบรอบการก่อตั้งสมาคม 70 ปี

ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245698

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและศัลยกรรมผิวหนัง เผยถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำร้ายผิวพรรณโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนะวิธีหลีกเลี่ยงมลภาวะที่ทำให้ผิวของเราบอบบางและแพ้ง่าย

นายแพทย์นิธิ ตั้งศิริทรัพย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและศัลยกรรมผิวหนัง กล่าวว่า จากผลสำรวจพบว่า ผู้หญิงไทยกว่าร้อยละ 61 มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ในขณะที่อีกร้อยละ 57 มีผิวแห้งถึงผิวธรรมดา โดยมลภาวะเป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผู้หญิงไทยมีผิวที่บอบบางแพ้ง่าย อีกทั้ง ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเมืองประสบปัญหาผิวแห้งกร้าน หมองคล้ำ เนื่องจากมลภาวะและสภาพแวดล้อมต่างๆ รอบตัว เช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ และรังสียูวี เป็นต้นซึ่งล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมาทำร้ายผิว

นอกจากนี้ ผิวที่บอบบางแพ้ง่ายมักมีปราการปกป้องผิว (skin barrier) ที่ไม่แข็งแรง รวมถึงมีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ไม่ดีเท่าผิวที่แข็งแรงอยู่แล้ว จึงทำให้ยิ่งไวต่อการถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นวัฏจักรทำให้ผิวอ่อนแอ บอบบาง แพ้ง่ายมากขึ้นในระยะยาว

อีกทั้งแสงแดด ตัวการทำร้ายผิว เราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งล้วนทำร้ายผิวด้วยกลไกที่ต่างกัน นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ หรือ Antioxidant Complex ยังช่วยเสริมกระบวนการต่อกรกับอนุมูลอิสระจากแสงแดดและมลพิษที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันซึ่งล้วนแต่เป็นตัวการร้ายทำลายผิว และเป็นต้นเหตุของริ้วรอยก่อนวัย และความหมองคล้ำ

การล้างหน้าทำความสะอาดผิวบ่อยเกินไป ทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นเกินสมดุล โดยทำให้ชั้นไขมันปกป้องผิว (skin lipid barrier) ซึ่งประกอบด้วย ไขมันตามธรรมชาติที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นของชั้นผิวภายนอกถูกทำลายไปด้วย หากเกราะปราการชั้นผิวนี้ถูกทำลายลง ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นผิวที่ขาดน้ำและไวต่อสารก่อการระคายเคือง จึงควรล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอ และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่สามารถล้างทำความสะอาดเครื่องสำอาง สารอนุภาคละอองฝุ่นที่ตกค้าง และสิ่งสกปรกต่างๆ ได้หมดจดอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทิ้งให้ผิวรู้สึกแห้งตึง

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นหนึ่งในพื้นฐานการดูแลผิวที่ดีที่สุดแต่อย่าลืมว่าปัจจุบันเรามักจะเปิดแอร์นอน และเครื่องปรับอากาศมักทำให้อากาศแห้งจนทำให้ผิวของเราสูญเสียความชุ่มชื้นในยามนอนหลับ การเลือกใช้ครีมบำรุงผิวในเวลากลางคืนจึงสำคัญมากโดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เสริมความแข็งแรงของปราการความชุ่มชื้นให้ผิวเพื่อช่วยป้องกันอนุภาคละอองฝุ่นไม่ให้เกาะติดที่ผิวและฟื้นบำรุงเกราะปราการชั้นผิวให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ทำให้ไวต่อการระคายเคืองลดลงที่สำคัญผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารก่อการระคายเคือง น้ำหอม และสารกันเสีย จำพวกพาราเบน

“หัวใจสำคัญของผิวสุขภาพดี คือผิวที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอ ยิ่งผิวมีเกราะป้องกันที่แข็งแรง และมีความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้มลภาวะและสารก่อการระคายเคืองต่างๆ ผ่านกลไกการปกป้องผิวตามธรรมชาติเข้ามาทำร้ายผิวได้น้อยลง”นายแพทย์นิธิ กล่าว

แต่ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณอย่างฟิสิโอเจล ได้มีการคิดค้น แอดวานซ์ ฟิสิโอเจล ไบโอมิมิค เทคโนโลยี ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านผิวพรรณล่าสุดเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ที่สามารถชดเชยไขมันทางธรรมชาติที่ขาดหายในผิวที่แห้งเป็นพิเศษ คอนเซ็ปต์ของนวัตกรรมไบโอมิมิค เทคโนโลยี นี้คือการเลียนแบบลักษณะไขมันในโครงสร้างของผิว โดยกลุ่มไขมันเหล่านี้จะเรียงตัวกันเป็นชั้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการเรียงตัวของชั้นไขมันที่พบในเซลล์ผิวชั้นนอกตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ชดเชยไขมันในส่วนที่ขาดหาย พร้อมช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ให้กับเซลล์ผิวชั้นนอกทั้งยังปกป้องผิวจากแบคทีเรียหรือปัจจัยจากภายนอกต่างๆ ที่ทำร้ายผิวอีกด้วย

 

มุมนี้มีนัด : 22 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245696

587585

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

l แสงแห่งพระบารมี

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และโครงการภาคภูมิแผ่นดินไทย ร่วมจัดงาน “แสงแห่งพระบารมี”เชิญชวนประชาชนเขียน “บันทึกความภาคภูมิใจที่ทำตามพ่อ” ร่วมชมพระบรมสาทิสลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชของผลงานจากนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินจิตอาสา งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2560 ณ พาร์คพารากอนชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยพิธีเปิดจะมีขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17.00 น. ณ พาร์คพารากอน

l เสวนายุติความรุนแรง

ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิผู้หญิงกฎหมายและการพัฒนาชนบท (FORWARD)และชมรมอาสาสมัครกฎหมายเพื่อผู้หญิง เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ : CSOs For GenderEquality จัดเสวนาวิชาการประจำปี 2559 เนื่องในวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารสตรีศึกษา ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนโดย Asia Pacific Forum onWomen, Law and Development (APWLD) โดยมี รศ.วิระดา สมสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิผู้หญิง กฎหมายและการพัฒนาชนบท กล่าวเปิดงาน จากนั้นนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กในประเทศไทย โดย สุเพ็ญศรีพึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม และสัมมนาอำนาจทับซ้อน “หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง
ผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ เด็ก และเยาวชน” ปิดท้ายด้วยแถลงการณ์วันหยุดความรุนแรง โดยตัวแทนกลุ่มต่างๆ สะท้อนย้อนคิด ขบวนการเคลื่อนไหวของ CSOs for Gender Equality สำรองที่นั่งร่วมงานได้ที่โทร.053-943572 ต่อ 11, 12, 13

l ชุดตรวจสุขภาพ

โรงพยาบาลกรุงเทพ ชวนมอบสิ่งที่ดีๆ ให้กับคุณและคนที่คุณรัก ด้วยชุดตรวจสุขภาพในงาน “GET HEALTHY มหกรรมสุขภาพดี” ตรวจสุขภาพแล้วได้บุญส่งท้ายปี ภายในงานมีชุดตรวจสุขภาพมากมาย อาทิ ชุดโปรแกรมตรวจสุขภาพหลัก ราคา 2,700-20,000 บาท ชุดตรวจสุขภาพผู้สูงวัย ชุดตรวจสุขภาพหัวใจแพ็กเกจการดูแลสุขภาพสมอง ชุดตรวจมะเร็งสำหรับสุภาพบุรุษและสตรี  ชุดตรวจสุขภาพฟัน แพ็กเกจเลสิก รายการตรวจเวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นต้น ทุกการซื้อชุดตรวจสุขภาพหลัก นอกจากได้ตรวจสุขภาพแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญ 100 บาท สมทบทุนให้กับมูลนิธิเวชดุสิตฯ ในโครงการความฝันไม่มีวันพิการ ปี 2 เดอะฮีโร่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ผู้พิการให้สามารถไปได้ไกลที่สุดตามเส้นทางฮีโร่แบบที่เขาฝันไว้ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ บริเวณชั้น 1 โรงพยาบาลกรุงเทพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Contact Center โทร.1719 หรือซื้อคูปองผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ bit.ly/HFE2016

ราโด ไฮเปอร์โครม เรียบง่ายแต่โดดเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245699

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ราโด ไฮเปอร์โครม ไดมอนด์ สำหรับสาวๆ

ราโด (RADO) ต้อนรับลมหนาวปีนี้ด้วยการเผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ “ไฮเปอร์โครม” (HyperChrome) ผลงานอันทรงเสน่ห์ที่โด่งดังในดีไซน์เรียบเก๋ กับ 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุด ผลิตจากวัสดุไฮเทค เซรามิก(High-Tech Ceramic) อันถือเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงของแบรนด์ที่ได้คิดค้นและริเริ่มใช้ก่อนใคร ด้วยน้ำหนักที่เบา สวยงาม คงทน แวววาวเสมือนใหม่อยู่เสมอ

สุภาพบุรุษ กับ 2 เรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น “ไฮเปอร์โครม อัลตร้า ไลท์”(Hyper Chrome Ultra Light) ผลิตขึ้นจากวัสดุน้ำหนักเบา 3 ชนิด คือ ซิลิคอนไนไตรด์ (Silicon Nitride) อะลูมิเนียม และไทเทเนียม รุ่นสายหนังในโทนสีเทาเข้ม เข้ากันได้ดีกับหน้าปัดทรงสปอร์ต โครงสร้างตัวเรือน 43 มม. ผลิตจากไฮเทค เซรามิกขัดด้านเพียงชิ้นเดียว ทำงานด้วยกลไกออโตเมติกที่สำรองพลังงานได้ 64 ชั่วโมง มาพร้อมเม็ดมะยมไทเทเนียม หน้าต่างบอกวันที่ ณ ตำแหน่ง6 นาฬิกา กระจกหน้าปัดคริสตัล แซฟไฟร์โค้ง กันน้ำลึกได้ 100 เมตร และฝาหลังแกะสลักลิมิเต็ด อิดิชั่น 1 ใน 300 เรือนทั่วโลกเท่านั้น มีน้ำหนักเพียงแค่ 64 กรัม

ราโด ไฮเปอร์โครม อัลตร้า ไลท์ สำหรับหนุ่มๆ

อีกรุ่นกับ สายผ้านาโต้ (NATO) เน้นความเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น แบบมินิมัลลิสต์ด้วยโทนสีโมโนโครมเทาเข้ม ตัวเรือนขนาด43 มม. ผลิตจากไฮเทค เซรามิกขัดด้านเพียงชิ้นเดียว ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก หน้าปัดสีเทาเรียบไร้ซึ่งขีดเครื่องหมายแสดงเวลา แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมระบบปฏิทินวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา มาพร้อมเม็ดมะยมไทเทเนียม กระจกหน้าปัดคริสตัล แซฟไฟร์โค้ง สำรองพลังงาน 64 ชั่วโมงและกันน้ำลึกได้ 50 เมตร ฝาหลังแกะสลักลิมิเต็ด อิดิชั่น 1 ใน 500 เรือนทั่วโลกเท่านั้น ไฮเปอร์โครม อัลตร้า ไลท์รุ่นสายนาโต้มีน้ำหนักเพียงแค่ 56 กรัม

สุภาพสตรี กับ “ไฮเปอร์โครม ไดมอนด์” (Hyper Chrome Diamonds) ตัวเรือนขนาด 36 มม. และสายขัดเงาที่ผลิตจากพลาสม่า ไฮเทค-เซรามิกเพียงชิ้นเดียว ประดับตกแต่งเพชรน้ำงามเจียระไนแบบFull Cut สีขาวระดับ Top Wesselton บนขอบเรือนสเตนเลส สตีลเคลือบสีทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD ถึง 56 เม็ด หนักราว 0.834 กะรัต พื้นหน้าปัดสีเทา ตกแต่งด้วยเลขโรมัน ณ ตำแหน่ง 6 และ 12 นาฬิกา ฝังเพชรแทนตัวเลขบอกเวลา ณ ตำแหน่งอื่นๆ รวม 10 เม็ด น้ำหนัก 0.065 กะรัต ทำงานด้วยกลไกออโตเมติกที่สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมงและกันน้ำลึก 50 เมตร น้ำหนักเบาและโอบกระชับข้อมือได้อย่างแนบสนิท ทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นเยี่ยม และเนื้อวัสดุไม่สร้างความระคายเคืองให้ผิวหนัง

สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุด ราโด ไฮเปอร์โครมได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.02-6100200

ทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนก่อสร้าง ‘บันไดพญานาค’ ณ วัดพระธาตุจอมกิตติ จ.เชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245710

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

7 ปีตามรอยพ่อร่วมแบ่งปันแก่เด็กผู้ยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245700

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

น้องๆ กลุ่ม LIONHEART ไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็กในหมู่บ้าน ที่ริเริ่มโครงการอาหารกลางวัน

นักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ฮาร์โรว์ ที่มีหัวใจจิตอาสา ตั้งกลุ่ม LIONHEART เดินตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีความเป็นอยู่แบบพอเพียงและยั่งยืน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการปลูกผักปลอดสารพิษ และการริเริ่มโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในแถบจังหวัดภาคอีสานส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงให้ชาวบ้านได้รู้จักพึ่งพาตัวเอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

น้องพีท-อรณ ยนตรรักษ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ เล่าว่า “จากคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีความเป็นอยู่แบบพอเพียงและยั่งยืน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการปลูกผักปลอดสารพิษ และการริเริ่มโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในแถบจังหวัดภาคอีสาน ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงให้ชาวบ้านให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง ตั้งแต่เด็กครอบครัวของผมจะใช้ชีวิตตามคำสอนของพระองค์ท่าน เราโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ มีครบทุกอย่าง ได้เรียนโรงเรียนดีๆ แต่ด้วยความที่ครอบครัวของเราค่อนข้างสมถะ คุณพ่อ-คุณแม่มีที่ดินอยู่ที่อำเภอปากช่อง ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เราจะไปพักผ่อนที่บ้านต่างจังหวัด ทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน และเด็กๆ ในต่างหวัด มันสะท้อนมาที่ตัวเรา เด็กๆ ทุกคนต้องใส่เสื้อผ้าเก่าๆ รองเท้าขาด เดินเท้าไปโรงเรียนทุกวัน ที่สำคัญเด็กส่วนใหญ่จะป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร เพราะทุกคนต้องทานอาหารที่หาได้ตามท้องถิ่น

ปลูกผักปลอดสารพิษ ในโครงการอาหารกลางวัน

“เมื่อได้เห็นแบบนั้น มันเลยทำให้ผมพี่สาว อยากแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับเด็กเหล่านั้นเราเริ่มต้นจากการเก็บออมเงินค่าขนม ไปซื้ออุปกรณ์การเรียน ของเล่น และขนมมาแจกเด็กๆ ซึ่งทุกครั้งที่เรานำสิ่งของไปบริจาคเราจะได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน มันเป็นรางวัลที่สวยงามมากสำหรับผมกับพี่สาว ตอนนั้นคุณพ่อ-คุณแม่ปลูกผักปลอดสารพิษไว้ทานกันในครอบครัว ซึ่งผักที่ปลูกมีทั้งผักสลัด Cos ผักสลัดกลีบกุหลาบ ผักกาดแก้ว ผักสลัดใบแดง แครอท บีทรูท ถั่วแขก ถั่วลันเตา กวางตุ้ง กวางตุ้งฮ่องเต้ ผักบุ้ง ผักที่ปลูกมันเยอะมาก ผมกับพี่สาวจึงคิดกันว่า เราน่าจะนำผักที่ปลูกมาขาย เพื่อนำเงินจากการขายทั้งหมดมาตั้งเป็นกองทุนและนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในต่างจังหวัด เราจึงรวมตัวกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนที่มีหัวใจจิตอาสา ตั้งกลุ่ม LIONHEART ขึ้น

เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ที่เราเดินตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเวลาเราไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็กในหมู่บ้านหลายแห่ง ได้ไปดูสภาพชีวิตของเด็กนักเรียนที่โรงเรียน ได้พูดคุยกับชาวบ้านและคุณครู ทำให้เห็นถึงปัญหามากมาย โดยเฉพาะอาหารกลางวันที่เด็กๆ เหล่านี้ทานกันที่โรงเรียนมีเพียงข้าวและกับข้าวนิดหน่อย ซึ่งคงไม่เพียงพอต่อเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต ที่เราตกใจมากคือเมื่อได้คุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ละแห่งจึงทราบว่างบประมาณค่าอาหารกลางวันที่ได้จากรัฐบาลเป็นค่าอาหารของเด็กต่อคนต่อวัน เพียงวันละ 14 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอเลยชาวบ้านต้องช่วยๆ กันเอาพืชผักสวนครัวที่มีตามบ้านมาให้ครูประกอบอาหารให้เด็กๆ ทาน”

เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ ในโครงการอาหารกลางวัน

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนั้น ได้จุดประกายให้ผมและพี่สาวคิดหาวิธีจะทำอย่างไร ที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านี้ดีขึ้น เราจึงได้จัดตั้ง “โครงการอาหารกลางวัน” เพื่อเด็กๆ ในโรงเรียนยากจนต่างๆ ขึ้นมา ในปี 2012 โดยเริ่มหาทุนจากผักปลอดสารที่เราปลูกไว้เป็นงานอดิเรกขึ้นมา จึงคิดว่าน่าจะสามารถนำเอาไปทำประโยชน์กับผู้อื่นได้ ถ้าเราเอาไปขาย เราเลยขออนุญาตคุณพ่อ-
คุณแม่เอาไปขายที่โรงเรียน และที่ต่างๆ รายได้ที่ได้รับจากการขายผักปลอดสาร เรานำไปเป็นทุนเริ่มต้นในการเริ่มโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนแห่งแรก โดยให้มีการเลี้ยงไก่ไข่เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ เลี้ยงจิ้งหรีด เพาะเห็ด ปลูกพืชผักปลอดสาร เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาเสริมประกอบอาหารกลางวันให้เด็กๆ ทานอย่างพอเพียง โรงเรียนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องพึ่งพาแต่งบประมาณของทางการเพียงอย่างเดียว ส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถขายนำรายได้มาเป็นทุนหมุนเวียนให้กับโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนต่อไป เมื่อประสบผลสำเร็จดีจนโรงเรียนนั้นๆ สามารถยืนด้วยตัวเองได้แล้ว เราก็จะเริ่มทำที่อื่นต่อไปเรื่อยๆ ปัจจุบันสามารถช่วยโรงเรียนต่างๆ ไปได้แล้ว 7-8 โรงเรียน

ด้าน นายคมสันต์ ขุมกระโทกผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโรงใหญ่สามัคคี เผยว่า ปัจจุบันได้รับความอนุเคราะห์จาก น้องพีท และพี่สาวในหลายๆ เรื่อง ในการริเริ่มรวมทั้งสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการอาหารกลางวัน อาทิ การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ เลี้ยงจิ้งหรีด เพาะเห็ดนางฟ้า ปลูกพืชผักสวนครัว ในแต่ละปีการศึกษา ทำให้โรงเรียนมีอาหารกลางวันเสริมกับงบประมาณที่ทางราชการจัดสรรให้ ทำให้นักเรียนของโรงเรียนมีโภชนาการ สมบูรณ์ แข็งแรง ตลอดทั้งผลผลิตที่เหลือจากการทำอาหารกลางวันทางโรงเรียนได้ฝึกให้นักเรียนเป็นผู้จำหน่าย เงินที่ได้นำมาเป็นทุนหมุนเวียนดำเนินการต่อและต่อยอดกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้มีความยั่งยืนต่อไป จากการช่วยเหลือนี้ ทำให้โรงเรียนได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนสามารถรับรางวัลต่างๆ เช่น โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ดีเยี่ยม โรงเรียนดีประจำตำบล 1 โรงเรียน 1 นวัตกรรม ฯลฯ เป็นต้น

5วิธีบอกลา’ความเครียด’ ผ่อนคลายได้ภายใน60วิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245683

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.18 น.

ความเครียด เป็นตัวปัญหาที่ทำให้คุณไม่มีสมาธิในการทำงานรวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมา

วันนี้เราจึงมีวิธี คลายเครียดภายใน 60 วินาที มาฝากกัน สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีผ่อนคลายและต้องการคืนความสดใสให้กับสมอง

1. แหงนมองเพดานแล้วนับถอยหลัง 60 – 1 การเงยหน้าหายใจ จะช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น พร้อมกันนั้นเราจะหายใจช้าลง ช่วยให้ใจสงบ คิดอะไรก็มีสมาธิขึ้น

2. เทคนิคหายใจเพื่อผ่อนคลาย หายใจเข้ายาวๆ ทางจมูก แต่หายใจออก ทางปาก 10 ครั้ง

3. จินตนาการบำบัด เช่น จินตนาการว่าลอยอยู่บนเมฆ จินตนาการถึงกลิ่นที่ชอบ หรือไม่ก็ จินตนาการถึงคำพูดที่อยากฟัง เป็นต้น

4. เขียนความกังวลใจในสมุด และวางทิ้งไว้ค่อยจัดการวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีอะไรที่รีบเร่งต้องแก้ไข

5. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อช้าๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นการยืดค่อยๆ ยืดเส้น แล้วความเครียดในใจคุณจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับ 5 วิธีที่กล่าวไปนั้น เป็นวิธีที่ช่วยให้คุณหายเครียดแบบฉบับรวดเร็ว แต่ถ้าหากอยากได้วิธีแก้ไขในระยะยาวช่วยเพิ่มอารมณ์ดี แนะนำให้ลอง 5 วิธีต่อไปนี้ ในตอนเย็นหลังเลิกงาน โดยให้คุณลุกขึ้นทำกิจกรรมเหล่านี้ 1-2 วันต่อสัปดาห์

1. ฟังเพลงตามชอบ จะเป็นเพลงเบาๆ หรือเพลงแดนซ์ก็ได้ แค่คุณรู้สึกผ่อนคลายก็พอ

2. สดใสด้วยการอาบน้ำอุ่น โดยปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านจากศีรษะลงไปสู่ร่างกาย หรือบางคนอาจเลือกนอนแช่ในอ่างน้ำ ก็จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

3. เล่นโยคะเบาๆ ในห้องนอน คุณจะได้ร่างกายที่ผ่อนคลายความตึง และสมองที่โล่งโปร่งขึ้นด้วย

4. จุดเทียนหอมหรือน้ำมันอโรม่ากลิ่นที่ชอบ แต่อย่าลืมต้องจัดพื้นที่ให้มีอากาศถ่ายเทด้วย

5. ทำสมาธิง่ายๆ ก่อนนอน ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก ลึก ยาว และนานพอจนเกิดสมาธิ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีสติรับมือกับวันรุ่งขึ้นได้อย่างดีเยี่ยม

ที่มา : goodlifeupdate

มุมนี้มีนัด : 21 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245558

587585

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

l เสด็จเปิดพิพิธภัณฑ์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิด “สยามเจมส์ เฮอริเทจ” พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้อัญมณีและเครื่องประดับที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพื่อสืบสานคุณค่า อนุรักษ์ และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศไทยที่สืบทอดกันมายาวนานของช่างฝีมือไทยจากรุ่นสู่รุ่น ในวันที่ 24 พฤศจิกายน2559 ณ สยามเจมส์ เฮอริเทจ ถนนประดิษฐ์มนูธรรมเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

l ปริ๊นเซส คัพ 2016

สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันขี่ม้ารายการ “ปริ๊นเซส คัพ 2016” (Princess ›s Cup 2016) ชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2559 ณ สนามขี่ม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ ผู้สนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-710-3165

l เปลี่ยนชีวิต พิชิตโรค

บีบี คลินิก ร่วมกับ ธนาคารออมสิน ทิพยประกันภัยทิพยประกันชีวิต และ นกแอร์ “ทำดีเพื่อพ่อ” จัด โครงการ “เปลี่ยนชีวิต พิชิตโรค” เพื่อช่วยเหลือ ผู้ที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย อาทิ อาการปากแหว่ง, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, มะเร็งผิวหนัง, ผ่าตัดตกแต่งเนื้องอกผิดที่, ผ่าตัดตกแต่งจากแผลไฟไหม้, แก้ไขหนังตาตกบดบังการมองเห็น, ผ่าตัดเอาเนื้อเสริมสำหรับผู้ที่ต้องตัดนมจากมะเร็งเต้านมเน้นผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เข้ารับการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น จำนวน 89 รายทั่วประเทศ โดยทีมแพทย์ บีบี คลินิก เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตปกติทั่วไปอย่างมีความสุขอีกครั้ง ซึ่งจะจัดงานแถลงข่าวขึ้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10.00 น. บริเวณชั้น G บริษัท ทิพยประกันชีวิต ถ.พระราม 9

l ภูมิสมดุลเพื่อสุขภาพ

APCO ชวนคนรักสุขภาพ ร่วมฟังเสวนาวิชาการเรื่อง “จากห้องปฏิบัติการสู่ตลาดโลก:จากงานวิจัยมังคุดสู่… ภูมิสมดุลเพื่อสุขภาพ” ในงานการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยครั้งที่ 42 (วทท 42) โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตราหัวหน้าคณะนักวิจัย โอเปอเรชั่น บิม พร้อมคณะนักวิทยาศาสตร์ นำเสนอข้อมูลวิชาการและผลงานวิจัย “ภูมิสมดุล” มิติใหม่ในการแก้ไขปัญหาข้อและเข่าเสื่อม เบาหวาน ตาเสื่อม เนื้องอกและมะเร็ง ติดเชื้อ HIV และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ด้วยธรรมชาติ พร้อมเปิดรับสมัครผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเข้ารับการดูแลด้วยวิธี “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ฟรี เปิดรับจำนวนจำกัด ในวันที่ 2 ธันวาคม 2559 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว สำรองที่นั่งที่สายด่วน 1154