วช.ตามรอย‘พระบิดาแห่งการประดิษฐ์-การวิจัยไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245006

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องของการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ หลากหลายด้านมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงสนพระทัยในวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีทรงเข้ารับการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์เมื่อช่วงต้นของการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่เพียงเท่านั้นพระองค์ทรงมุ่งมั่นศึกษาในศาสตร์วิชาแขนงต่างๆ อย่างตั้งใจ และทรงลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐ์เรือใบ การประดิษฐ์เครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการพัฒนาเกษตรในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ บนกรอบพื้นฐาน “เพื่อความเป็นอยู่ของชีวิตที่ดีขึ้นของราษฎรทั้งสิ้น”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงนำ “ความเรียบง่าย” และ “พอเพียง” เป็นที่ตั้งในการใช้เทคโนโลยีที่มาจากภูมิปัญญา และมุ่งสร้างรูปแบบ “ไทยทำไทยใช้” จนเกิดเป็นผลงานประดิษฐ์ที่ได้รับการยอมรับและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้กับปวงชนชาวไทยได้จริง ก่อเกิดเป็นโครงการพระราชดำริด้านต่างๆ อาทิ โครงการพระราชดำริฝนหลวง โครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ โครงการกังหันชัยพัฒนา โครงการและทฤษฎีแก้มลิงโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการพัฒนาดอยตุง โครงการเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการอื่นๆ อีกนานัปการ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้พูดถึงบทบาทสำคัญของ วช. ในการสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 ได้ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นครั้งแรก ที่ได้รับการจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่พระราชวงศ์ด้วย ที่สำคัญเป็น “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย ของพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก”

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงปรีชาสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ รวมทั้งสนับสนุนและให้กำลังใจแก่นักประดิษฐ์เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อจะได้ทำการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศคณะรัฐมนตรีในยุคนั้นจึงได้กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันนักประดิษฐ์” และมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานกลางในการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่นั้นมา

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำโครงการปาล์มน้ำมัน R.B.D. Palm Olien as Alternative Fuel และโครงการฝนหลวง The RoyalRainmaking Technics ไปร่วมจัดแสดงในงานนิทรรศการ “BrusselsEureka 2001: 50th Anniversary of the World Exhibition of Innovation, Research and New Technology” ณกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ซึ่งต่อมาสำนักพระราชวังได้แจ้งขอความอนุเคราะห์ให้ วช. ดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย วช. ได้ดำเนินการยื่นขอจดสิทธิบัตรโครงการฝนหลวงในประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มสหภาพยุโรป และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิทธิบัตรฝนหลวง ซึ่งออกโดยสำนักสิทธิบัตรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและสำนักสิทธิบัตรเขตบริหารพิเศษฮ่องกง รวมจำนวน 11 ประเทศ พร้อมถวายจดหมายเหตุสิทธิบัตรฝนหลวง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2552 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข ไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ด้วยพระปรีชาสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์และพระวิสัยทัศน์ในความห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายด้วยการทรงงานหนักพัฒนาและคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทยเสมอมาตลอดพระชนมพรรษาของพระองค์ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เสนอ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยพระอัจฉริยภาพทางด้านการวิจัยยังเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมีผลงานวิจัยจำนวนมากที่พระราชทานแนวพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ได้เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา


(TeleFood) เหรียญเทเลฟูด ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานความรักอันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์พระราชภารกิจอันหนักเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ ปรากฏเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนพระเกียรติคุณทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการน้อมนำแนวพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส รวมทั้งพระอัจฉริยภาพทางการประดิษฐ์มาต่อฐานเติมยอดสู่การพัฒนาองค์กร หน่วยงาน และภาคการวิจัยของไทยให้ก้าวไปสู่สากล ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนชาวไทย” ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวทิ้งท้าย


รางวัลสดุดีพระเกียรติคุณการอนุรักษ์ดินโดยใช้หญ้าแฝก


นานาชาติทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยรางวัลจากผลงาน “กังหันน้ำชัยพัฒนา


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง

นักพูดสร้างแรงบันดาลใจปลุกสติคนไทย เปลี่ยนความเศร้าเป็นพลัง เดินตามรอยเท้าพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244994

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชาวยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ร่วมรับฟังข้อคิดดีๆ ในการเดินตามรอยเท้าพ่อ

ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค จัดกิจกรรม “เดินตามรอยเท้าพ่อ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กษัตริย์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีและครบถ้วนในทุกๆ ด้าน กษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเหล่าพสกนิกรชาวไทย จากพลังเล็กๆ ที่จะเปลี่ยนความโศกเศร้า ให้กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่สู่การขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง พร้อมน้อมนำพระราชดำรัส รวมถึงหลักปรัชญาต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสุดท้ายที่พระองค์ท่านได้ให้ไว้แก่พวกเราชาวไทยได้ดำเนินรอยตาม ถ่ายทอดผ่านนักพูดสร้างแรงบันดาลใจเจ้าของถ้วยพระราชทานในหลวงรัชกาลที่ 9 เบส–อรพิมพ์ รักษาผลณ ยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์ ถนนพระราม 9

เบส–อรพิมพ์ รักษาผล เผยว่า คนไทยมีต้นแบบที่ดี คือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่น้อยมากที่เราจะทำตามพระองค์ท่าน เราฟังพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่าน แต่น้อยมากที่พวกเราจะคิดและเดินรอยตาม จนวันนี้เสียงของพระองค์ท่านดังกว่าเดิม และเรารู้จักพระองค์ท่านดีขึ้นกว่าเดิม แต่เป็นวันที่พวกเราคนไทยไม่มีพระองค์ท่านอยู่แล้ว พวกเราใส่ใจพระองค์ท่านน้อยมาก แต่พระองค์ท่านใส่ใจพวกเรามาถึง 70 ปี เชื่อว่าหลายๆ คนยังคงร้องไห้คิดถึงพระองค์ท่านอยู่ แต่หากเราเป็นลูกพ่อตัวจริง เราต้องลุกขึ้นให้ไว ปาดน้ำตาให้เร็ว แล้วเดินเข้าไปหาเป้าหมายที่เราทุกคนต้องทำ


เบส-อรพิมพ์ รักษาผล

“ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นที่มีความรู้สึกสูญเสีย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราท่านก็เคยสูญเสียเช่นเดียวกัน สูญเสียพระราชบิดา สูญเสียพระเชษฐา สูญเสียพระราชมารดา อีกหลายปีต่อมาสูญเสีย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และยังรวมถึง สมเด็จพระสังฆราช ที่ดูแลพระองค์เมื่อครั้งพระองค์ทรงผนวช แต่ในวันนี้เรามาเปลี่ยนความคิดถึง ความโศกเศร้าที่มีต่อพระองค์ท่านให้เป็นพลัง ถึงแม้น้ำตาจะยังไม่หยุดไหล แต่ก็ต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เราจะเปลี่ยนความเศร้าให้เป็นพลัง หากเราอยากเดินตาม
รอยเท้าพ่อ นี่คือ 4 ข้อที่เราจะปฏิบัติ ในวันที่น้ำตามันกลบเกลื่อนดวงตาเรา”นักพูดชื่อดังเล่าต่อว่า หากอยากเดินตามรอยเท้าพ่อ ต้องรู้หน้าที่ พระองค์ท่านเคยสอนว่า อย่ามีเงื่อนไขในการทำงาน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยกราบทูลสัมภาษณ์พระองค์ท่านว่า ทรงเคยเหนื่อยบ้างไหมที่พระองค์ท่านทำงานเยอะขนาดนี้ พระองค์ท่านตอบว่า “เหนื่อย ท้อ แต่เดิมพันของเรานั้นสูงนัก เพราะเดิมพันของเราคือประเทศชาติและประชาชน” พระองค์ท่านจึงทรงงานหนัก เพราะรู้จักในหน้าที่ ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย เราทุกคนไม่ได้เกิดมาเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่เราเกิดมาเพื่อเป็นผู้เลือก เลือกที่จะชนะใจตัวเอง หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกอย่างจะชัดแจ้ง ต้องมีใจกตัญญู อย่าคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่แล้วลืมคนที่เคยเลี้ยงดูและรักเรา เพราะขนาดในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงงานหนักกว่าพวกเราหลายร้อยหลายพันเท่า พระองค์ท่านยังเสด็จฯ ไปเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่า สัปดาห์ละ 5 วัน พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างของบุคคลที่ไม่เคยละเลยคนใกล้ตัว เพราะพลังชีวิตที่จะทำให้เราขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ คือความกตัญญู และ รู้คุณชาติ ศาสน์ กษัตริย์

“ครั้งหนึ่งตัวดิฉันเคยมีคนว่าจ้างให้พูดเพื่อให้คนเกิดความแตกแยกกัน ด้วยจำนวนเงินที่สูงมาก แต่ในวันนั้นได้ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลว่าแล้วจะมองรูปคนในธนบัตรได้อย่างไร มาในวันนี้รู้สึกภูมิใจและทำให้ได้เป็นนักพูดของพ่อ เพราะความไม่เห็นแก่เงิน ถ้าจะได้เงินต้องได้อย่างถูกต้อง ต้องไม่ขายศักดิ์ศรี และต้องรู้คุณชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แม้ว่าวันนี้พระองค์ท่านจะเสด็จจากไป แต่เราในฐานะคนไทย จะยังเป็นคนไทยที่ดีเหมือนเดิมในรัชกาลที่ 10”


สุชาดา ธีรวชิรกุล

ด้าน สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เผยว่า “บริษัทยูนิลีเวอร์เป็นบริษัทต่างชาติที่ได้รับพระราชทานตราครุฑ ด้วยเพราะเป็นบริษัทที่มีความจงรักภักดี และทำความดีเพื่อประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานนี้ทางบริษัทได้พาผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายกว่า 400 คน เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง ดิฉันเชื่อว่าหลายๆ คนไม่เคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน แต่เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมพวกเราถึงรักพระองค์ท่านมาก ก็เพราะปณิธานในการดำรงชีวิตของพระองค์ท่านชัดมาก ความหมายของชีวิตของพระองค์ท่านคืออะไร ท่านอยู่เพื่อใคร เพื่ออะไร ตั้งแต่วันแรกที่พระองค์ท่านทรงครองราชย์ พระองค์ท่านมีพระดำรัสว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ความสุขของประชาชนชาวไทย ความสุขของพวกเราเป็นความหมายของชีวิตพระองค์ท่าน ดังนั้น จึงก่อให้เกิดโครงการในพระราชดำริมากมายกว่า 4,000 โครงการ เพื่อที่จะดูแลประชาชนของพระองค์ให้มีความสุข และจากนี้ไปการทำงานของพวกเราจะมีความหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยการตั้งปณิธานจะสานต่อสิ่งที่พ่อทำ ด้วยการมอบโอกาสทางธุรกิจที่ดีให้กับผู้คน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข ด้วยความซื่อสัตย์ และใส่ใจ”

ปิดท้ายงานด้วยการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม “เดินตามรอยเท้าพ่อ” ร่วม 400 คน ที่ดังกระหึ่มท่ามกลางน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

ท็อปส์เปิดพื้นที่ชวนชาวนามาขายข้าวฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244995

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชบา ศรีสุโน

การสนับสนุนจากภาคเอกชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับภาคเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาราคาข้าว นับเป็นอีกหนึ่งหนทางที่
จะช่วยให้ชาวนามีช่องทางในการระบายและจำหน่ายข้าวถึงมือผู้บริโภคโดยตรง จึงเป็นที่มาของการขับเคลื่อนโครงการ “ชาวนามาขายข้าว” เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวได้อย่างทันท่วงที เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำข้าวสารมาจำหน่ายด้วยตัวเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในร้าน ท็อปส์ มาร์เก็ต ทุกสาขาที่ร่วมโครงการ ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และหมุนเวียนไปยังสาขาอื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ซึ่งการจัดโครงการ “ชาวนามาขายข้าว” ในครั้งนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวนาได้มีโอกาสเรียนรู้กลไกตลาด พบปะผู้บริโภค เพื่อต่อยอดในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน

ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เผยว่า “ท็อปส์ เข้าใจและตระหนักถึงปัญหาราคาข้าว และจำนวนผลผลิตที่มีเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พี่น้องชาวนาประสบปัญหาในการระบายข้าว จึงได้ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน จัดโครงการ “ชาวนามาขายข้าว” ด้วยการเปิดพื้นที่ภายในร้าน ท็อปส์  มาร์เก็ต สาขาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่ร่วมโครงการ ให้เกษตรกรสามารถนำข้าวสารมาจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาบริโภคข้าวกันมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนชาวนากลุ่มเกษตรกรเข้ามาจำหน่ายข้าว นำโดย กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขานม จากจังหวัดราชบุรี, สหกรณ์เกษตรผักไห่ จำกัด จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, กลุ่มสะกาดขวัญข้าวจากจังหวัดสุรินทร์, กลุ่มผลิตข้าวบ้านหนองงูเหลือม จากจังหวัดบุรีรัมย์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวกล้องงอกฝั่งแดง จากจังหวัดนครพนม ทั้งนี้เปิดโอกาสให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องการนำข้าวสารมาจำหน่ายติดต่อได้ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากร่วมให้ความช่วยเหลือชาวนาในระยะสั้นแล้วท็อปส์ ยังมีแผนในการดำเนินนโยบายในระยะยาวพร้อมจัดทีมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชาวนา เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ชาวนาไทย”


ผู้บริหารมาอุดหนุนข้าวจากชาวนา

สิริไพบูลย์ นุสิริหาญ ผู้ใหญ่บ้านหนองงูเหลือม ตัวแทนจากกลุ่มผลิตข้าวบ้านหนองงูเหลือม จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “ทางกลุ่มเราปลูกข้าวเอง และรวมตัวกัน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านบ้านทุ่ง, หมู่บ้านหนองไทร, หมู่บ้านกระสัง และหมู่บ้านหนองงูเหลือม นำไปสีที่โรงสีชุมชน ซึ่งเป็นโรงสีขนาดเล็ก มีเครื่องสีข้าวพระราชทาน จาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  ซึ่งเป็นรางวัลจากที่หมู่บ้านกระสังได้เข้าร่วมโครงการข้าวพันไร่ ได้รางวัลชนะเลิศที่ 1 นับเป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ เพราะตอนนั้นชาวนาเดือดร้อนกันมาก ค่าใช้จ่ายในการสีข้าวต่อไร่ก็สูงถึง ไร่ละ 4-5 พันบาท จึงสีกันเองในชุมชน พอได้เครื่องสีมาก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้เยอะ หลายคนถามว่าทำไมเราไม่เลิกทำนา เพราะเราคิดว่าการทำนาไม่ใช่อาชีพ แต่เป็นวิถีชีวิต ตอนที่ ท็อปส์ ติดต่อเข้ามาบอกว่าจะให้เรามาขายข้าวใน ท็อปส์ เรารู้สึกขอบคุณมาก และถือว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นบุญคุณมากๆ เหมือนมีแสงสว่างเข้ามา ซึ่งข้าวสารที่นำมาจำหน่ายที่ท็อปส์ครั้งนี้ เราจำหน่ายได้ราคาสูงกว่าที่จำหน่ายในชุมชน เราขอขอบคุณท็อปส์อีกครั้งที่มีโครงการดีๆ แบบนี้”

ชบา ศรีสุโน ตัวแทนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวกล้องงอกฝั่งแดง จังหวัดนครพนม กล่าวว่า “เราเป็นกลุ่มชาวนารายย่อยและชาวบ้านในชนบทที่ผลิตข้าวอินทรีย์ เริ่มต้นมาจาก เมื่อนานมาแล้ว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงส่งทหารเข้ามาเพื่ออบรมให้ความรู้ชาวบ้านในเรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพ เราก็ศึกษาและนำมาแปรรูป โดยปัจจุบันกลุ่มของเราปลูกข้าวหลายสายพันธุ์ อาทิ ข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งเป็นสายพันธุ์พระราชทาน, ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เรายังได้จำหน่ายข้าวไรซ์เบอร์รี่ ร่วมกับองค์กรที่ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ สนับสนุนมาตลอด


ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ (กลาง) และชาวนาที่มาขายข้าว

นอกจากนี้ เรายังมีข้าวกล้องงอก ซึ่งมีสารกาบ้า ช่วยบำรุงสมองส่วนกลาง และยังมีคุณประโยชน์สูงกว่าข้าวขาวและข้าวกล้อง 15-30 เท่า, ข้าวหอมมะลิแดง ที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะเป็นข้าวที่มีดัชนีมวลน้ำตาลต่ำ ส่วนข้าวหอมมะลิ เป็นข้าวที่คนในชุมชนนิยมปลูกมากที่สุดส่งผลให้ข้าวล้นตลาด ราคาตกต่ำ รวมถึงไม่มีตลาดที่จะส่งข้าวออก เพราะในปัจจุบัน เราส่งข้าวขายแค่ในชุมชน ตามร้านค้าในตลาด พอ ท็อปส์ ติดต่อมาให้เรานำข้าวมาขายใน ท็อปส์ เราเลยไปเล่าให้คนในกลุ่มฟัง ทุกคนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ดีใจที่จะมีสถานที่ขายข้าวแล้ว ประกอบกับลูกค้าของ ท็อปส์ เป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ เลยคิดว่าเราน่าจะขายข้าวได้ เพราะในชุมชนนิยมบริโภคข้าวขาวเป็นส่วนใหญ่ ข้าวของเราจึงขายได้ไม่กี่บาท เราขอเป็นตัวแทนกลุ่มขอบคุณ ท็อปส์ อีกครั้งที่เข้าใจถึงหัวอกเกษตรกร เข้าใจถึงความทุกข์ความเครียดที่ชาวนาไม่สามารถระบายข้าวออกได้”

ร่วมสนับสนุนและส่งเสริมข้าวไทยจากพี่น้องเกษตรกรได้ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขา ได้แก่ สาขา ลาดพร้าว 25-30 พฤศจิกายน 2559 สาขาปิ่นเกล้า 25-30 พฤศจิกายน 2559 สาขาพระราม 2 วันที่ 25-30 พฤศจิกายน 2559 สาขาสกลนคร ตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2559 สาขาอุดรธานี 20-25 พฤศจิกายน 2559 สาขาอุบลพลาซา 20 พฤศจิกายน-20 ธันวาคม 2559 สาขามุกดาหาร 25-30 พฤศจิกายน 2559 สาขาห้วยแก้ว ตั้งแต่วันนี้-23 พฤศจิกายน 2559 และสาขาเชียงราย ตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2559


สิริไพบูลย์ นุสิริหาญ

หน้า 24 : 17 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245003

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

คุณแหน : 17 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245005

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลยอดเยี่ยม ทุนการศึกษาบุคลากรและองค์กรดีเด่นทางวิทยาศาสตร์ ของมูลนิธิ ศ.ดร.แถบ นีละนิธิ ครั้งที่ 49 วันที่ 20 พ.ย. 8 โมงเช้า ที่อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาฯ มูลนิธินี้มี รศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯเป็นประธานกรรมการบริหาร และ ศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ เป็นกรรมการผู้จัดการโดยเชิญ ภก.พล.ต.สุนันท์ โรจนวิภาต และศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี2559 เป็นองค์ปาฐกด้วย…

ll พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเปิดงานนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์”รวบรวมภาพเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวนกว่า 100 ภาพ พร้อมเชิญประชาชนร่วมบันทึกวีดิทัศน์คำปฏิญาณ “ทำดีตามพ่อสอน” เพื่อบันทึกลงในจดหมายเหตุฉบับประชาชน วันเสาร์ที่ 19 พ.ย.เวลา 11.00 น. ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอนส่วนนิทรรศการจะมีไปถึงวันที่ 30 พ.ย….

ll เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงความไว้อาลัย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องวัน31 จะมอบรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย(สำหรับค่าสนับสนุนผลิตภัณฑ์-สินค้าต่างๆ)จากรายการสดุดีคีตราชา และละครพิเศษ “เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรี่ส์” ให้แก่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการแพทย์ต่อไป…

ll วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกก.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและประธานกองทุน ดร.อุเทพ เตชะไพบูลย์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 737 ทุนรวมเป็นเงิน 2,715,000 บาท วันที่ 27 พ.ย. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ…

ll ส่วน คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานมูลนิธิเกียรติร่วมมิตรเพื่อการศึกษา จะมอบทุนให้นักเรียนนักศึกษา ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ปีนี้กำหนดจัดวันที่ 17 พ.ย. เปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานจาก อาคารร้อยปี เกียรติ วัธนเวคิน กม.8 บางนา เป็นที่บ้านวัธนเวคิน เลขที่ 2 ซ.สันติภาพ ถ.นเรศ เพื่อให้เหมาะสม เรียบร้อย และสำรวม…

ll ชูเกียรติ-ดร.อรอนงค์ ประสังศิต เลื่อนจัดงานฉลองแต่งงานบุตรชาย พชสิษฐ ประสังศิต กับ สาวิตรี ขำเปีย บุตรี คมสัน-จินตนา ขำเปีย เป็น วันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.ศกหน้า สถานที่เดิมคือ ที่พลาซ่าแอทธินี…

ll เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นผู้คนต่อคิวยาวเหยียดเกิน 500 คนที่วัดทรายขาว อ.เมือง สงขลา เมื่อวันรดน้ำศพ ดร.รัตน์ ประธานราษฎร์นิกร คหบดีใจบุญทำกุศลมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนและสละทรัพย์บำรุงพระพุทธศาสนามานานหลายสิบปี..พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร น้องสะใภ้คนเก่ง แจ้งว่างานพระราชทานเพลิงศพ กำหนดวันอาทิตย์ 20 พ.ย. เวลา 15.00 น….ll

น้อง

7เคล็ด(ไม่)ลับ ช่วยเสริมสุขภาพ-เพิ่มอายุยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/245057

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.21 น.

การมี “อายุยืน” อย่างปราศจากโรคทั้งกายและใจเป็นสิ่งที่หลายๆ คนปรารถนา ซึ่งตัวช่วยที่จะทำให้คุณมีอายุที่ยืนยาวได้นั้นทำได้ไม่ยาก สามารถเริ่มจากการปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวัน

วันนี้เราจึงมี 7 เคล็ด(ไม่)ลับ ช่วยเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ แถมอายุยืน มานำเสนอ รับรองว่าถูกใจคนรักสุขภาพอย่างแน่นอน

1. ร้องเพลงในห้องอาบน้ำ

จากผลการวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ข้อสรุปว่า เหล่านักร้องเพลงประสานเสียงที่อ่านและร้องเพลงเป็นจังหวะ จะมีอายุขัยเพิ่มขึ้น เพราะทำให้ความเครียดลดลง และลดอาการซึมเศร้าได้

2. หัวเราะอย่างน้อยวันละ 20 ครั้ง

งานวิจัยพบว่า เสียงหัวเราะช่วยให้ระดับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนความเครียดลดลง และกระตุ้นการทำงานของทีเซลล์ (T-Cell) ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง

3. มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ

ข้อมูลการศึกษาจากประเทศเวลส์ พบว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มีโอกาสจะเสียชีวิตก่อนเวลาถึง 2 เท่า นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์ยังช่วยลดความเครียด และทำให้นอนหลับดีขึ้นด้วย

4. เป็นคุณแม่ยังสาว ดีกว่ามีลูกตอนอายุเยอะๆ

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คนที่เกิดมาจากแม่ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี มีแนวโน้มที่จะมีชีวิตอยู่ถึง 100 ปี มากกว่าคนที่เกิดมาจากแม่ที่มีอายุเยอะ เพราะ ไข่ที่ดีที่สุดคือ ไข่ที่ได้จากแม่ที่มีอายุน้อยนั่นเอง

5. เดินมากกว่านั่ง

งานวิจัยจากประเทศออสเตรเลียพบว่า การนั่งเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการอายุสั้นและส่งผลเสียต่อสุขภาพ  เพราะผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หากนั่งดูทีวีหรือเล่นเกมมากกว่า 1 ชั่วโมง อายุขัยจะสั้นลงทุกๆ 22 นาที

6. เรียนหนังสือ

รายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า คนที่มีช่วงชีวิตในการเรียนระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า มีอายุยืนมากกว่าคนที่ไม่จบการศึกษาระดับมัธยมถึง 9 ปี  เพราะช่วงเวลาการใช้ชีวิตในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ถือเป็นโอกาสที่จะได้วางแผนอนาคต สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

7. แต่งงานมีคู่

การศึกษาวิจัยในปี 2009 พบว่า ผู้ชายที่แต่งงานแล้วอย่างน้อย 3ครั้ง มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยลง มากกว่าผู้ชายโสด  เช่นเดียวกับผู้หญิง

ที่มา : ชีวจิต

แพทย์แนะเคล็ดลับคืนผิวขาวอย่างปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244816

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พญ.ฉัตรดาว จางวางกร

ผิวขาวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย เป็นผิวในอุดมคติของสาวๆ ยุคนี้ แต่ครีมที่ทำให้ผิวหน้าขาวในตลาดส่วนใหญ่จะทำร้ายผิวทำให้ผิวหน้าบาง หรือแม้แต่คนที่ผ่านเครื่องมือหมอเลเซอร์ ก็ทำให้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย เป็นสิวง่าย เร็ว และรุนแรงขึ้นมากเช่นกัน และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าต่างๆ สมูทอี ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เวชสำอางดูแลรักษาผิว เล็งเห็นความสำคัญและเข้าใจความต้องการของสาวไทย เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้าแลดูขาวกระจ่างใส อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ

พญ.ฉัตรดาว จางวางกร แพทย์วิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ กล่าวว่า “เรื่องของความขาวใสนั้น ไม่มีผลิตภัณฑ์ช่วยผิวขาวตัวไหนที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นกว่าสีผิวธรรมชาติของเรา อยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า ผิวของแต่ละคนจะมีระดับความ
เข้มของสีที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ซึ่งโดยปกติแล้ว ผิวของคนไทยจะออกผิวขาวอมเหลือง หรือโทนสีน้ำผึ้ง สีผิวที่แท้จริงของเรานั้นคือสีผิวในร่มผ้า สีผิวตรงนั้นเป็นอย่างไร โอกาสที่ผิวเราจะขาวได้มากที่สุดก็เท่าตรงนั้น ต่างจากผลิตภัณฑ์ช่วยผิวขาวต่างๆ ที่ขายตามอินเตอร์เนตหรือตามตลาดนัด ที่มักจะกล่าวอ้างเกินจริงว่า ช่วยให้ผิวขาวขึ้นเร็วทันใจ ภายใน 3 วัน 7 วัน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจจะทำให้ผู้ใช้มีผิวขาวขึ้นได้เร็วทันใจจริง แต่เมื่อใช้ไปเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลอันตรายต่อผิว เพราะผลิตภัณฑ์ช่วยผิวขาวเหล่านี้ มักมีส่วนผสมของปรอทหรือสารเร่งผิวขาว ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรงต่อผิวทั้งสิ้น เมื่อผิวเกิดการระคายเคืองก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่น คัน แล้วก็ทำให้กลายเป็นสิวได้อีก จึงอยากเตือนสาวๆ ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ช่วยผิวขาวที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีเครื่องหมาย อย. มาใช้ ก็เสี่ยงหน้าพังได้เช่นกันสิ่งที่อยากให้สาวๆ เข้าใจคือ การมีผิวหน้าแลดูขาวกระจ่างใส แท้จริงแล้วควรเป็นผิวที่ขาวเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ไม่มีจุดด่างดำ หรือรอยสิว”

สำหรับสาวๆ ที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส แต่ผิวบอบบาง แพ้ง่าย พญ.ฉัตรดาวบอกว่า “หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองมี ผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย เป็นสิวง่าย แต่แท้จริงแล้ว อาจเป็นเรื่องของการแพ้ระคายเคืองก็ได้เราต้องย้อนกลับไปดูที่ภูมิคุ้มกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ของตัวเราเองด้วย ว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดการแพ้ เพราะอาการแพ้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะแสดงออกทันที แต่บางคนอาจจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ถึงจะแสดงอาการ อาทิรอยแดง แสบ คัน ผิวลอกเป็นขุย ดังนั้นวิธีการดูแลผิวให้คงความกระจ่างใสได้ดีที่สุดคือ การดูแลผิวให้แข็งแรง ดูแลผิวอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ผ่านการทดสอบภายใต้ การควบคุมของแพทย์ผิวหนัง (Hypoallergenic Tested) แล้วว่าปลอดภัยสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่ทำให้ระคายเคือง เลือกครีมให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง และใช้ได้อย่างถูกต้อง แนะนำว่าไม่ควรใช้มากถึง 10-20 ชิ้น อย่าใช้พร่ำเพรื่อ หากสาวๆ ที่ต้องการผิวขาวกระจ่างใส ควรเลือกผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี อาบูติน และอย่าลืมทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องล้างหน้าอย่างถูกวิธีและหมดจด ไม่เหลือสิ่งตกค้างแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลผิว”

คุณแหน : 16 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244826

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของรัฐอิลลินอยส์ ชี้ว่า พันโทหญิงแทมมี่ ลัดดา ดักเวิร์ธ สส.ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ชนะการเลือกตั้งสว.รัฐอิลลินอยส์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นลูกครึ่งเชื้อสายไทย-อเมริกันคนแรกที่เข้าไปนั่งในวุฒิสภาสหรัฐ…

ll เนตรนภา ทุมมานนท์ ออกจากบ้านตั้งแต่ 03.00 น. เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มาถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ 03.30 น. เริ่มต่อแถว 03.40 น. ได้เข้าประตูวิเศษไชยศรี 05.30 น. ได้ถวายสักการะพระบรมศพ 06.50 น. เสร็จสิ้น 07.00 น. รวมแล้วใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือเป็นการรอคอยที่ไม่นานเลย กลับบ้านด้วยความอิ่มอกอิ่มใจยิ่งนัก…

ll สายชม เอครพานิช เป็นปลื้มและภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนของ ศ.นพ.สงกรานต์ นิยมเสน ไปรับประกาศเกียรติคุณปูชนียแพทย์ ท่ามกลางแพทย์ดีเด่น,แพทย์เกียรติยศ ในโอกาส 48 ปี ของแพทยสภา คุณหมอเก่งระดับประเทศทั้งนั้น…ความดี,ความเก่ง ไม่มีวันสูญหาย แม้ท่านจะจากโลกนี้ไป 46 ปีแล้วก็ตาม…

ll สมรส-สมรักดร.สุอารี บุตรสาว วิลาวัลย์-ศักดา สนิทศิริวัฒน์กับ ดร.สิร บุตรชาย ดร.กาญจนา-รศ.ดร.เสน่ห์เอกะวิภาต ณ ห้องอาหารสองฝั่งคลอง โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ วันเสาร์ที่ 19 พ.ย. …เบื่อคนเก่งแต่งงานกันจัง…

ll ภัทราภา ลูกสาว ดวงนภา-เสริมศักดิ์ ไตรอนันต์วุฒิกุล กับ พณัฐ ลูกชาย มาลี-วัลลภ ตันติกุล ห้องรอยัลมณียาบอลรูม โรงแรมเรเนซองส์กรุงเทพวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย. เวลา 12.00 น. …

ll ข่าวแผ่นดินไหวที่ไครสต์เชิร์ช ทำเอาเพื่อนๆ หลายคนเป็นห่วง ดรรชนี ฟอล์กกิ้งแฮม เพราะได้รับผลกระทบหลายครั้งหลายครา จนต้องย้ายที่อยู่เพราะต้องซ่อมอพาร์ตเมนต์ทั้งหลัง เจ้าตัวส่งข่าวว่าปลอดภัยดี ไม่มีอะไรตกหล่นแตก และขวัญกำลังใจก็ยังดีอยู่…

ll นงนภัส ตาปสนันท์,พนมพร โลว์เจริญกุล และ นิตยา เอื้อรักสกุลบ้านอยู่ทางเดียวกัน ไปประชุมกรรมการจุฬาฯรุ่น 2510 ด้วยกัน เกิดเหตุรถดับ สตาร์ทไม่ติด โชคดีที่พบคนน้ำใจงามหลายคน โดยเฉพาะ คำแหง ทองอินทร์ เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่การเคหะฯ ลงมาช่วยพวกป้าๆ(เมื่อรุ่นนี้เข้าจุฬาฯ“คุณคำแหง”ยังไม่เกิดเลย)และอยู่ด้วยตลอด แล้วยังจะอาสาขับรถไปส่ง 3 สาวด้วย ขอสรรเสริญในความมีน้ำใจ เพราะลำพังผู้หญิงที่ขับรถอย่างเดียว ไม่มีปัญญาแก้ไขอะไรได้ สถานการณ์ก็แย่มากพอแล้ว…และก็ยังมีคนไทยน้ำใจงาม ทั้งมอเตอร์ไซค์ และคนเดินผ่านไปผ่านมา ต่างก็หยุดรถ หยุดเดินมาช่วยกันเข็นรถด้วย…ll

หนูภาฯ

‘ธรรมะประสานสุข’แนวทางสร้างความสำเร็จในชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244819

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘ธ สถิตในหทัยราษฎร์’นิทรรศการเผยแพร่หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/244829

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการหลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในงาน “ธ สถิตในหทัยราษฎร์” พร้อมร่วมกิจกรรมถวายความอาลัย รวมถึงการรับภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์โบราณในงานกว่า 80,000 ภาพ จัดโดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ระหว่างวันที่ 17พฤศจิกายน-14 ธันวาคมนี้ที่เดอะมอลล์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ

ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการ จัดงานนี้ว่า “บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทย ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย และภายใต้โครงการพระราชดำริต่างๆ กว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องผ่านกระบวนการทำงานมากมาย ดังนั้นเพื่อน้อมนำ หลักการทรงงานของพระองค์ มาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อเป็นการ “ตามรอยเท้าพ่อ” ในงานจึงมีการจัดนิทรรศการ “หลักการทรงงาน”ที่สอดคล้องกับพระราชกรณียกิจต่างๆที่พสกนิกรชาวไทยสามารถน้อมนำไปใช้ในการทำงาน จำนวน 23 หัวข้อ จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)

สำหรับหลักการทรงงานที่ขอยกเป็นตัวอย่างในนิทรรศการ ดังกล่าว ได้แก่ หลักการทรงงาน “ระเบิดจากข้างใน” ซึ่งเกิดผลสัมฤทธิ์ในโครงการสร้างถนนเข้าสู่หมู่บ้านห้วยมาลัย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้ประชาชนมีถนนใช้ในการเดินทางและขนผลผลิตออกมาจำหน่ายได้อย่างสะดวก  หรือหลักทรงงาน “ทำงานกันอย่างมีความสุข”ที่ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4,596 โครงการ, หลักการทรงงาน“ไม่ติดตำรา”, “ทำให้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน” เป็นต้น

นอกจาก นิทรรศการหลักการทรงงานแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัย ด้วยการเชิญชวนประชาชนประดับเหรียญบนสัญลักษณ์เลข ๙ และบอร์ดอักษรที่เขียนว่า “รักพ่อ” และ “พอเพียง”พร้อมร่วมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนโครงการในพระราชดำริต่างๆ

และเพื่อให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของภาพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในงานได้จัดกิจกรรมพิมพ์ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์โบราณ ที่เรียกว่า “เครื่องจับแกะ” ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้ในเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 ให้ประชาชนรับฟรีวันละ 500 ภาพต่อวัน ที่เดอะมอลล์ สาขาท่าพระ งามวงศ์วาน,บางแค, บางกะปิ และบลูพอร์ต หัวหิน รวมทั้งสิ้น 80,000 ภาพ โดยในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ จะมีการเพิ่มกรอบรูป พร้อมให้ประชาชนเขียนปณิธานความดี เพื่อน้อมเกล้าฯรำลึก

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมชมงาน “ธ สถิตในหทัยราษฎร์” ได้ ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายนถึงวันที่ 14 ธันวาคมนี้ที่เดอะมอลล์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค และบางกะปิ พร้อมรับภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ได้ภายในงาน