“อัศวิน”เรียกประชุม ตรวจงาน กทม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251689

คมชัดลึก, กทม., เรียกประชุม, อัศวิน ขวัญเมือง, อัศวิน, เรียก, ประชุม, ตรวจงาน, กทม, อัศวินเรียกประชุม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

“อัศวิน”เรียกประชุม ตรวจงาน กทม.

– “อัศวิน”เรียกประชุมบิ๊กกทม. เขตรายงานแผนดูแลคนกรุง พบปัญหาแก้น้ำท่วม-ไฟไหม้หญ้า กำชับเร่งตรวจสถานบริการก่อนปีใหม่ ประสานรฟม.-ตำรวจท้องที่ แก้รถติดแนวสร้างรถไฟฟ้า

เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. ครั้งที่ 12/2559 โดยมีคณะผู้บริหารฝ่ายการเมือง คณะผู้บริหารฝ่ายประจำ ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยในที่ประชุมปลัดกทม.ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขต ในฐานะประธานทั้ง 6 กลุ่มเขต ประกอบด้วย กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ รายงานผลการดำเนินการและสภาพปัญหาของแต่ละกลุ่มเขต ที่ต้องการร้องขอการสนับสนุนจากผู้บริหาร และหน่วยงานที่รับผิดชอบ

นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ทั้งหมด 7 เขต พบว่าปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อประชาชน ประกอบด้วย การแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งพบว่าในพื้นที่มีท่อระบายน้ำชำรุด ขนาดท่อระบายน้ำเล็ก บางจุดมีขนาดแค่ 60 เซนติเมตร บางจุดเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ บางจุดมีการถมที่เพื่อสร้างหมู่บ้าน และคอนโดมีเนียม ทำให้สำนักงานเขตต้องหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อไว้รองรับน้ำ มีการล้างท่อระบายน้ำ แต้ยังพบปัญหาขยะเนื่องจากประชาชนขาดวินัย ไม่มีจิตสำนัก ทำให้ปริมาณขยะมีมากขึ้นตามปริมาณประชากร ซึ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้จัดชัดเร่งด่วนเพื่อจัดเก็บขยะตามเสาไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ขอการสนับสนุนจากสำนักสิ่งแวดล้อมหาแนวทางรองรับขยะในพื้นที่สัญจร ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วม ขอการสนับสนุนเครื่องสำรองไฟฟ้า เพื่อใช้กำเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กรณีไฟฟ้าในพื้นที่ดับด้วย

ว่าที่ร.ต.บุญธรรม หุยประเสริฐ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับกลุ่มเขตกรุงเทพฯใต้ พบว่าในพื้นที่มีการใช้ที่ดินหนาแน่น จากการใช้อาคารสูงกว่า 968 อาคาร ที่ผ่านมามีการตรวจอาคารเหล่านี้ไปแล้ว 391 อาคาร มีสถานบันเทิง 225 แห่ง ตรวจไปแล้ว 80 แห่ง หากพบว่าอาคาคในพื้นที่ใดไม่มีการแก้ไขภายหลังการตรวจสอบเสร็จสิ้น สำนักงานเขตก็จะออกคำสั่งห้ามใช้อาคารทันที ขณะเดียวกันสำนักงานเขตจะเร่งดำเนินการตรวจสอบอาคาร สถานบันเทิงให้เสร็จสิ้นก่อนเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางหนีไฟ แผนการซ้อมดับเพลิง

นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออกใน 9 เขต พบว่าในพื้นที่มีจุดเสี่ยงไฟไหม้หญ้าจำนวน 105 จุด ที่ผ่านมาเขตลาดกระบังจะมีเหตุมากที่สุดถึง 451 ครั้ง สำนักงานเขตในพื้นที่จึงได้ร่วมกันจำทำแผนโดยตั้งเป็นศูนย์ขึ้นมาใน 9 กลุ่มเขต โดยทำแนวกันไฟในจุดเสี่ยง รวมถึงประชาสัมพันธ์ใหกับประชาชนรับทราบในพื้นที่จุดเสี่ยง รวมถึงทำหนังสือแจ้งเตือนเจ้าของสถานที่ว่างเปล่า ให้ดูแลที่ดินของตัวเอง

ด้านนางสาวพรทิพย์ วัชรินทร์ดิรก ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับกลุ่มเขตกรุงธนเหนือ พบว่ามีปัญหาในพื้นที่การสร้าวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทำให้เกิดปัญหาจราจร เนื่องจากการถูกลดช่องจราจรและมีผิวทางเท้าชำรุด จึงขอให้สำนักการโยธา กทม. ร่วมหารือกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) สถานีตำรวจท้องที่ ผู้รับเหมาสร้างรถไฟฟ้า เพื่อหารือในการคืนพื้นที่ผิวจราจรตลอดแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า

ขณะที่นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับกลุ่มเขตกรุงธนใต้ ทั้งพื้นที่ 7 สำนักงานเขตมีลักษณะพื้นที่เกษตรกรรม และมีปัญหาการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ก่อนหน้านี้มีการก่อสร้างแนวคันไม้ไผ่เพื่อชะลอคลื่นตั้งแต่ปี 2554 ส่วนในระยะยาวจะมีการสร้างคันหินหรือทีกรอยน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบทางศึกแวดล้อม(อีไอเอ) โดยที่ผ่านมาในพื้นที่เขตบางขุนเทียนสูญเสียที่ดิน ปีละ 7 เมตร ซึ่งพล.ต.อ.อัศวินมีนโยบายจะสร้างป่าชายเลน ซึ่งสำนักเขตยางขุนเทียนได้นำชุมชน ไปดูงานเทศบาลปากน้ำประแส จ.ระยอง โดยมีแนวคิดนำร่องปลูกแปลงสาธิตเช่นเดียวกับเทศบาลปากน้ำประแสในพื้นที่ 1 ไร่ โดยจะปลูกให้ครบ 3 พันไร่ โดยจะปลูกปีละ 1 พันไร่ใน 3 ปี โดยจะชวนภาคประชาชนร่วมปลูกป่าเพื่อแผ่นดินกลับคืนมา

ส่วนนางสาวใสศรี หิรัญประเสริฐวุฒิ ผู้อำนวยการเขตดินแดง กล่าวว่า จากการประชุมหารือกับกลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ในพื้นที่ 9 สำนักงานเขตเป็นพื้นที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรและอาคารบ้านเรือนอาศัยอยู่หนาแน่น โดยสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วซึ่งประสบความสำเร็จในนโยบายจัดระเบียบผู้ค้า จากทั้งหมด 241 จุดขณะนี้เหลือ 83 จุด โดยจากความหนาแน่นของประชากร และเป็นแหล่งเศรษฐกิจ ทำให้เกิดปัญหาการจัดระเบียบทางเท้า โดยจากการตรึงกำลังตลอด 24 ชั่วโมง จึงเกิดความเหนื่อยล้าของเจ้าหน้าที่ จึงขอการสนับสนุนให้สลับเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เขตอื่นมีประสบการณ์ตรงนี้ด้วย

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กล่าวว่า ในครั้งที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งแรก นายกฯได้บอกไว้ว่าอย่าละเลยดูแลสถานบริการ ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ของกทม.ดูกรณีไฟไหม้ของซานติก้าผับไว้เป็นบทเรียน ซึ่งในกรุงเทพฯก็มีกฎหมายบังคับให้อาคาร โรงภาพยนต์ สถานบริการ ต้องร่วมมือให้ดูแลเรื่องการป้องกันอัคคีภัย จึงขอให้สำนักงานเขตไปตรวจสอบอาคารทันที เพราะผู้ที่เข้ามาใช้บริการก็ไม่ทราบว่าความปลอดภัยในสถานบริการเป็นอย่างไร สำนักงานเขตจึงต้องสร้างวงรอบในการตรวจสอบเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน โดยเฉพาะการตรวจสอบต้องดำเนินการให้ครบทุกมิติ เพื่อจะตรวจสอบให้ชัดว่าจะมีการกระทำใดๆที่จะเป็นอันตรายกับผู้ใช้บริการหรือไม่ จากนี้จึงขอให้ตั้งคณะทำงานจากฝ่ายสำนักการโยธา สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย เพื่อทำหน้าที่ไปตรวจสอบร่วมกัน

นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติเกี่ยวกับการตรวจสอบสถานบริการ จึงขอให้ผู้อำนวยการเขตใช้อำนาจในการเข้าไปตรวจสอบสถานบริการเหล่านี้ เพราะหากผู้อำนวยการเขตไม่ดำเนินการเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว ผู้อำนวยการเขตจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งทางแพ่ง และทางอาญาได้

 

“ประวิตร” ให้ถาม “ประยุทธ์” เรื่องปรับ ครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251672

คมชัดลึก, ครม., ถามนายกฯ, ให้่, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประวิตร, ให้, ถาม, ประยุทธ์, เรื่อง, ปรับ, ครม, ให้ถาม, เรื่องปรับ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

“ประวิตร” ให้ถาม “ประยุทธ์” เรื่องปรับ ครม.

“ประวิตร” ให้ถาม “ประยุทธ์” เรื่องปรับ ครม.

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุการปรับคณะรัฐมนตรีอาจเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะมีคณะรัฐมนตรีออกไปเป็นองคมนตรีอีก ว่าไม่ทราบ ส่วนกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงจะมีการปรับหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบอีกเช่นกัน ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเพราะท่านเป็นคนดูว่าคนไหนทำงานได้คนไหนทำงานไม่ได้ และในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายกรัฐมนตรีได้สอบถามว่ารัฐมนตรีคนไหนอยากจะพักผ่อนก็ตามใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ต้องพิจารณาอีกที ไม่ใช่ลาออกทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัว พล.อ.ประวิตรเองตอนนี้ยังสุขภาพแข็งแรงดีไม่เหนื่อยใช่หรือไม่  รมว.กลาโหม กล่าวติดตลกว่า “ผมเองก็เหนื่อยเหมือนกันไม่ใช่ไม่เหนื่อย แล้วสื่ออยากให้ผมแจ้งเจตจำนงนายกฯหรือไม่ ส่วนไหวหรือไม่ไหวเป็นเรื่องของผม ตอนนี้ผมพักอยู่แล้วแต่เป็นการพักหนี้”

 

“ประวิตร” ตอบปิด “BBC ไทย” หรือไม่ต้องดูกฎหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251669

คมชัดลึก, ทำตามกฎหมาย, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บีบีซีไทย, ประวิตร, ตอบ, ปิด, BBC, ไทย, หรือ, ไม่ต้อง, กฎหมาย, ตอบปิด, หรือไม่ต้องดูกฎหมาย, ตอบปิด

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

“ประวิตร” ตอบปิด “BBC ไทย” หรือไม่ต้องดูกฎหมาย

“ประวิตร” ตอบปิด “BBC ไทย” หรือไม่ต้องดูกฎหมาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการดำเนินการกับเว็ปไซดต์บีบีซีไทย ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถาบัน จะสามารถปิดได้หรือไม่ว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบดูก่อน ไม่ใช่จะไปบอกว่าให้ปิดหรือไม่ปิด ต้องว่าไปตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเท็จจริงกรณีมีการเผยแพร่ภาพสำนักงานบีบีซีไทยถูกถอดป้ายออกเป็นอย่างไร รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า สื่อต้องไปดูว่าเป็นอย่างไรตนยังไม่เห็นอะไร ส่วนมีเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยกับ บีบีซีไทยหรือยังนั้นตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ อะไรที่ไม่ถูกกฎหมายต้องดำเนินการเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ไม่ทำไม่ได้ ตนสั่งไปหมดแล้วอะไร ทำให้เกิดความขัดแย้งและเป็นเรื่องผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการในทุกเรื่องทุกคนไม่ละเว้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าเข้ามา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงใต้ดิน กลับมาจัดรายการวิทยุผ่านทางประเทศลาวได้อีกครั้งจริงหรือไม่  รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่มีการจัดรายการวิทยุแบบเก่า ถ้ามีก็จะแจ้งไปทางประเทศลาวเพื่อจัดการอีก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจสอบอยู่แล้ว แต่คงมีการเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊คเล็กน้อยซึ่งเราก็ประสานงานในการดำเนินการตลอด

 

“วิษณุ”ปัด ตอบ “กรมศุลฯ” อายัด “รถเอ็นจีวี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251664

รถเมล์เอ็นจีวี, คมชัดลึก, วิษณุ, ปัด, ตอบ, กรมศุลฯ, อายัด, เอ็นจีวี, วิษณุปัด, รถเอ็นจีวี

การเมือง  : 8 ธ.ค.59

“วิษณุ”ปัด ตอบ “กรมศุลฯ” อายัด “รถเอ็นจีวี”

“วิษณุ”ปัด ตอบ “กรมศุลฯ” อายัด “รถเอ็นจีวี” ชี้ ต้องทำตาม “กม.” ลั่น หากสำแดงภาษีเท็จ ต้องมีคนรับผิดชอบ

          ที่ทำเนียบรัฐบาล -8ธ.ค.59- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมศุลกากร อายัดรถเมล์เอ็นจีวี ที่ขสมก.สั่งซื้อ หากพบว่ามีการสำแดงภาษีเท็จ จะยกเลิกสัญญาซื้อขายกับเอกชนหรือไม่ ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ เท่าที่ทราบจากสื่อเห็นว่าทุกอย่างปฏิบัติไปตามกฎหมาย ใครมีหลักฐานก็เอามาแสดงว่าสินค้าดังกล่าวมาจากที่ใด หากพบว่าไม่ตรงกับที่สำแดงภาษีไว้ก็ผิดและต้องมีคนรับผิดชอบ ตอนนี้ยังตอบไม่ถูกว่าความรับผิดชอบจะตกอยู่ที่ใคร จะเป็นเรื่องของกรมศุลกากร ผู้นำเข้า ขสมก.หรือคมนาคม จึงไม่กล้าตอบเลยไปถึงขั้นว่าจะต้องยกเลิกโครงการดังกล่าว เพราะไม่ทราบ และเรื่องนี้ไม่มีการพูดในครม.เมื่อวันที่7ธ.ค.และไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมด้วย

 

”ร้อง“ประยุทธ์”สอบโฉนด”The Creston Hills”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251659

นายกฯ, ร้อง, ประยุทธ์, สอบ, โฉนด, The, Creston, Hills, The Creston Hills, ตัวแทนชมรมคนรักป่าฯ
นายกฯ, ร้อง, ประยุทธ์, สอบ, โฉนด, The, Creston, Hills, The Creston Hills, ตัวแทนชมรมคนรักป่าฯ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 ธ.ค.59

”ร้อง“ประยุทธ์”สอบโฉนด”The Creston Hills”

“ตัวแทนชมรมคนรักป่าฯ”ร้อง“ประยุทธ์”ตรวจสอบการออกโฉนดที่ดิน“โครงการ “The Creston Hills ( เขาใหญ่ )”ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หวั่นออกโฉนดที่ดินในเขตป่าไม้ถาวร

          8 ธ.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มี ชมรมคนรักป่า ทวงผืนป่ากลับธรรมชาติ จำนวน 11 คน นำโดย นายเสกสรรค์ เสนาชู ประธานชมรมฯ  เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่าน นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ( สปอ. ) เรื่อง ขอให้ทำการตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินว่า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นการออกโฉนดที่ดินในเขตป่าไม้ถาวรหรือไม่

โดยนายเสกกสรรค์  กล่าวว่า  ที่ดินแปลงของโครงการ ” The Creston Hills ( เขาใหญ่ ) ” ผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยบริษัทภูพบฟ้า จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องว่า ที่ดินจำนวนหลายแปลงอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร โดยทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบ ว่าโครงการดังกล่าว ก่อสร้างทับพื้นที่สาธารณะหรือไม่ และการได้มาของเอกสารสิทธิ์ได้มาด้วยรูปแบบใด ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เมื่อพื้นที่ดังกล่าว เป็นป่าไม้ถาวร ตามมติ ครม. 2531 แล้ว เหตุใด กรมที่ดิน สาขาปากช่อง จึงมีการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่โครงการดังกล่าว

“อยากทราบว่า การออกเอกสารสิทธิ์นั้นทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  เอกสารที่แจ้งการครอบครองได้มาแจ้งครอบครองจริงหรือไม่ การที่โครงการดังกล่าวมาก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ ผิดวัตถุประสงค์ของเขตพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ ในช่วงที่มีการกวาดล้างจับกุม ผู้บุกรุก ที่ดินสาธารณะ เหตุใดโครงการนี้ไม่มีการตรวจสอบ ทั้ง ๆ ที่โครงการใกล้เคียงถูกตรวจสอบ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว

นายเสกสรรค์  กล่าวว่า  ขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน ว่าโครงการดังกล่าวทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนไหนหรือหน่วยงานไหน เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรงนี้หรือไม่  และให้เป็นไปตามหลักการที่เคยปฏิบัติกับบุคคลที่เคยถูกรัฐตรวจสอบ ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทางชมรมเห็นว่ารัฐบาลมีนโยบาย ที่จะนำผืนป่ากลับมาสู่ความเป็นธรรมชาติ

 

“รองนายกฯฝ่าย กฎหมาย”ระบุ ยกเลิก “คตร.” งานยังเดินได้ต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251661

คมชัดลึก, วิษณุ, คตร., รอง, นายกฯ, ฝ่าย, กฎหมาย, ระบุ, ยกเลิก, งาน, ยัง, เดิน, ได้, ต่อ, รองนายกฯฝ่าย, กฎหมายระบุ, คตร, งานยังเดินได้ต่อ, รองนายกฯฝ่าย กฎหมาย

การเมือง  : 8 ธ.ค.59

“รองนายกฯฝ่าย กฎหมาย”ระบุ ยกเลิก “คตร.” งานยังเดินได้ต่อ

วิษณุ ระบุ การดำเนินงานตรวจสอบมี คอตช. ดำเนินการต่อ

          ที่ทำเนียบรัฐบาล -8ธ.ค.59- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่70/2559เรื่องการยกเลิกคำสั่งคสช.ที่45/2557และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ว่า สำหรับการดำเนินงานตรวจสอบมีคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบการทุจริตแห่งชาติ(คอตช.) ดำเนินการต่อ และในคำสั่งเขียนไว้แล้วว่า ให้โอนงานในกรณีที่มีระเบียบ กฎหมาย มติ พูดถึงคตร.ให้หมายความถึงคอตช. เพื่อดูว่าจะรับหรือไม่รับทำอะไรต่อ บางเรื่องเป็นเรื่องที่คตร.ทำ เช่นการตรวจสอบการใช้เงินของรัฐวิสาหกิจ ไม่เกี่ยวกับเรื่องทุจริต ซึ่งคอตช.อาจไม่รับเรื่องพวกนี้มาทำต่อก็ได้ แต่ไม่ทราบว่าเขาตัดสินใจอย่างไรเพราะเป็นที่ปรึกษาคอตช.ไม่ใช่กรรมการ

 

นายกฯยังอุบปรับครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251654

ปรับครม., นายกฯ, ยัง, อุบ, ปรับ, ครม, นายกฯยังอุบปรับครม, บิ๊กตู่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 8 ธ.ค.59

นายกฯยังอุบปรับครม.

“บิ๊กตู่”ย้ำในที่ประชุมกก.นโยบายพลังงานแห่งชาติ ให้มีแผนงาน พัฒนา-เพิ่มการจัดหาพลังงานให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 – ยังอุบ ปรับครม.

           8 ธ.ค. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมว่า พลังงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญทั้งในวันนี้และอนาคต ดังนั้นจึงต้องมีการพิจารณาแนวทางเพื่อการพัฒนาและเพิ่มการจัดหาพลังงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งประเด็นที่ทุกฝ่ายควรหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเพิ่มเติม คือการที่ประเทศต้องพัฒนาตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งต้องมีโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกมาก ทำให้ความต้องการด้านพลังงานสูงขึ้นจากเดิมที่มีการประมาณการตัวเลขอยู่แล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายต้องสร้างความเข้าใจกับสังคม ถึงเหตุผลที่ต้องจัดหาพลังงานเพิ่มเติม เพราะบางส่วนยังมองว่าตัวเลขที่ประมาณการณ์ไว้ เพียงพอแต่การใช้ในปัจจุบันอยู่แล้ว โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ในประเทศ สำหรับวิธีการจัดหามีหลากหลายวิธี ทั้งถ่านหิน แก๊ส น้ำมัน แต่การเลือกจะใช้แนวทางใด ต้องสามารถตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุดและเป็นการหาทางออกท่ามกลางความขัดแย้งโดยวิธีที่ดีที่สุดและต้องคำนึงถึงความมั่นคงในด้านอื่นๆประกอบด้วย

ทั้งนี้ภายหลังการประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงความคืบหน้าในการปรับคณะรัฐมนตรีว่าเป็นการปรับเล็กหรือปรับใหญ่ โดยตอบย้อนว่า แล้วมีสื่ออยากเป็นรัฐมนตรีบ้างหรือไม่ ส่วนขณะนี้มีใครเสนอชื่อเข้ามาบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามก่อนจะเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

 

“วิษณุ”ยัน ไม่ได้ยิน“ประยุทธ์”ถาม “รมต.” ใครอยากพักผ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251655

รมต., คมชัดลึก, วิษณุ, ยัน, ไม่, ได้ยิน, ประยุทธ์, ถาม, รมต, ใคร, อยาก, พักผ่อน, วิษณุยัน, ไม่ได้ยินประยุทธ์ถาม, ใครอยากพักผ่อน, ปรับครม-ตั้งสนช, นายกฯ

การเมือง  : 8ธ.ค.59

“วิษณุ”ยัน ไม่ได้ยิน“ประยุทธ์”ถาม “รมต.” ใครอยากพักผ่อน

“วิษณุ”ยัน ไม่ได้ยิน“ประยุทธ์”ถาม “รมต.” ใครอยากพักผ่อน ปัดตอบ “ปรับครม.-ตั้งสนช.” ย้ำเป็นอำนาจ “นายกฯ” จ่อ เข้า”ยธ.” สัปดาห์หน้า

           ที่ทำเนียบรัฐบาล -8ธ.ค.59- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรี แจ้งให้รัฐมนตรีรับทราบว่าหากรัฐมนตรีคนใดทำงานไม่ไหว ให้แจ้งให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีรับทราบว่า ตนไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้ยินนายกฯพูดเรื่องนี้ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะเดินเข้าห้องออกไปทำเรื่องระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการโอนเงินงบกลาง

ส่วนการรอเวลาปรับครม.เป็นเพราะยังรอให้การแต่งตั้งองคมนตรี อีก8ตำแหน่งแล้วเสร็จก่อนหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าการปรับครม.จะชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ นายกฯบอกแล้วว่าเป็นอำนาจของท่านที่จะพิจารณาตัดสินใจ ฉะนั้นอย่าไปถามคนอื่นเพราะไม่มีใครตอบได้ทั้งนั้น

เมื่อถามว่าในฐานะที่ได้รับมอบให้รักษาราชการรมว.ยุติธรรม จะบริหารงานในภาพรวมอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ในภาพรวมตนเป็นรองนายกฯที่กำกับดูแลงานอยู่แล้ว โดยรมว.ยุติธรรม จะดูแลบางเรื่องแล้วส่งต่อรองนายกฯขณะที่บางเรื่องจบที่รัฐมนตรี เช่น การเปิดปิดงาน การแก้ปัญหาภายในกระทรวง ซึ่งตนมารักษาการแทนก็ต้องทำอย่างนั้น ไม่มีอะไรยุ่งยากตื่นเต้น สื่ออาจไม่เคยได้ยินว่าตนไปรักษาการหลายครั้ง บางครั้งรักษาการรมว.ต่างประเทศ รักษาการแทนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ในระหว่างที่เดินทางไปต่างประเทศ เรื่องก็จะส่งมาที่ตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้นโยบายการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ที่เตรียมเข้าจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ได้พบกับพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แต่แจ้งไปทางปลัดกระทรวงไปว่า หากมีปัญหาอะไรให้รายงานมาให้ทราบ และในสัปดาห์หน้าจะเข้ากระทรวงยุติธรรม เพื่อรับฟังว่ามีปัญหาในการทำงานอะไรบ้าง และตนได้พูดคุยกับพล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ขณะนี้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งนายกฯเป็นคนแต่งตั้ง ไม่ได้พ้นจากตำแหน่งไปด้วย ยังอยู่และสามารถทำงานต่อไปได้ แต่เรื่องใดที่รัฐมนตรีจะต้องลงนามก็ให้แจ้งมา

ส่วนตำแหน่งสนช.ที่ว่างลง เนื่องจากพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ไปรับตำแหน่งองคมนตรี นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯหรือหัวหน้าคสช.จะตั้งเพิ่มหรือไม่ และก่อนหน้านั้นมีตำแหน่งว่าง2-3ตำแหน่ง ก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง

 

ป.ป.ช.เปิดเซฟ 33 สนช.ใหม่ “เจน นำชัยศิริ”อู้ฟู่สุด มี 339 ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251652

คมชัดลึก, สนช., บัญีทรัพย์สิน, ปปช, เปิด, เซฟ, ใหม่, เจน, ชัยศิริ, อู้, ฟู่, สุด, 339, ปปชเปิดเซฟ, สนชใหม่, นำชัยศิริอู้ฟู่สุด, พลรอชูชีพ หวังไมตรี

การเมือง  : 2016-12-08

ป.ป.ช.เปิดเซฟ 33 สนช.ใหม่ “เจน นำชัยศิริ”อู้ฟู่สุด มี 339 ล.

ป.ป.ช.เปิดเซฟ 33 สนช.ใหม่ “เจน นำชัยศิริ” อู้ฟู่สุด มี 339 ล้านบาท- “พล.ร.อ.ชูชีพ หวังไมตรี” จนสุด มีแค่ 1.3 ล้านบาท

            เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานป.ป.ช. โดยสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559จำนวน 31 ราย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติกรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 จำนวน 2 ราย และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2559 จำนวน 1 ราย ให้สาธารณะชนทราบระหว่างวันที่ 8-22 ธันวาคม 2559 ที่ห้องแสดงบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ

โดยผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดคือนายเจน นำชัยศิริ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 339,115,360 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 305,952,120บาท ทรัพย์สินคู่สมรส 33,163,239 บาท ไม่มีหนี้สิน รองลงมาคือพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 282,638,875บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 128,284,977 บาท ทรัพย์สินของคู่สมรส 113,137,391 ล้าน และทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ41,216,506 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน

รองลงมาคือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ น้องชายพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน187,610,307 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 175,246,084 บาททรัพย์สินของคู่สมรส 13,044,735 บาท มีหนี้สินเพียง 680,512บาทขณะที่คนที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ พล.ร.อ.สุชีพ หวังไมตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,302,186 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 3,928,203บาท ทรัพย์สินคู่สมรส 1,775,000 บาท โดยมีหนี้สินรวม 4,401,044บาท

สำหรับทรัพย์สินและหนี้สินของ สนช.ทั้งหมดที่ ป.ป.ช.เปิดเผยประกอบด้วย 1.พล.ท.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 44,864,046 บาท 2.พล.อ.ท.จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 8,214,232 บาท 3.นายเจน นําชัยศิริ ทรัพย์สินทั้งสิ้น 339,115,360 บาท 4.พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 47,797,418 บาท 5.นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 29,152,677 บาท 6.พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 18,453,475 บาท 7.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 161,717,520 บาท 8.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช มีทรัพย์สินทั้งสิน 282,638,875 บาท 9.พล.อ.อ.ชูชาติ บุญชัย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 22,834,820 บาท 10.พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ มีทรัพย์สินทั้งสิน 165,753,858 บาท

11.พล.ท.ณัฐพล นาคพาณิชย์ มีทรัพย์สินทั้งสิน 27,445,941 บาท 12.พล.ร.อ.ทวีชัย บุญอนันต์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,500,915 บาท 13.พล.อ.ธนดล สุรารักษ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 58,987,394 บาท 14.พล.ต.ธรรมนูญ วิถี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 11,444,737 บาท 15.พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ มีทรัพย์สินทั้งสิน 51,129,043 บาท 16.นายปรีดี ดาวฉาย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 13,772,011 บาท 17.พล.ร.อ.พลเดช เจริญพูล มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 8,384,762 บาท 18.พล.ต.พัลลภ เฟื่องฟู มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 12,804,997 บาท 19.พล.ร.ท.รัตนะ วงษาโรจน์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 32,155,366 บาท 20.พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 187,610,307 บาท

21.นายวิทยา ผิวผ่อง มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 32,242,847 บาท 22.พล.ต.วุฒิชัย นาควานิช มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 92,669,132 บาท 23.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 93,231,353 บาท โดยมีหนี้สินของคู่สมรส 11.71 บาท 24.พล.ท.ศิริชัย เทศนา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 129,253,376 บาท 25.พล.อ.ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 56,528,678 บาท 26.พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 26,236,652 บาท 27.พล.ท.สรรชัย อจลานนท์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 8,542,702 บาท 28.พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 20,238,125 บาท 29.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,899,571 บาท 30.พล.ร.อ.สุชีพ หวังไมตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,302,186 บาท 31.พล.อ.อ.สุทธิพงษ์ อินทรียงค์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 18,639,183 บาท 32.พล.ท.สุรใจ จิตต์แจ้ง มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 16,986,192 บาท 33.พล.อ.อ.สุรศักดิ์ ทุ่งทอง มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 40,228,927 บาท

ส่วน สนช.ที่พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 28 ส.ค.59 คือ พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 26,451,711 บาท

 

“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251612


5 ธันวาฯ วันพ่อ, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ธันวา, ยัง, ให้, เป็น, วัน, พ่อ, แห่งชาติ, ต่อไป, 5 ธันวาฯ, วันพ่อแห่งชาติ, รัฐบาล, วันสำคัญของชาติ ปี60, 5 ธันวาฯ

การเมือง  : 8 ธ.ค. 59

“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป

“รัฐบาล”ถก“วันสำคัญของชาติ ปี60”ก่อนทูลเกล้าฯ แล้วชงครม.พิจารณาประกาศเป็นทางการ เผยข้อสรุปเบื้องต้น“ 5 ธันวาฯ”ยังคงเป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป

          8 ธ.ค. 59 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเป็นการภายใน โดยมีผู้เข้าร่วมได้แก่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตัวแทนจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเตรียมการเรื่องวันสำคัญที่จะกำหนดให้เป็นวันหยุดในปี 2560 ตามที่หลายหน่วยงานสอบถามนั้น

เบื้องต้นที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า วันสำคัญของชาติในปีหน้า ได้แก่ วันที่ 5ธันวาคม ซึ่งรัฐบาลมีความประสงค์ให้เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ต่อไป ส่วนวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะมีการจัดงานพระราชพิธีขึ้น และในวันที่ 13 ตุลาคมนั้น รัฐบาลก็ถือว่าเป็นอีกวันสำคัญของชาติ แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเรียกวันดังกล่าวให้มีเกิดความมเหมาะสมที่สุด หรือมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร

อีกทั้งที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกำหนดให้ทั้ง 3 วันสำคัญดังกล่าว เป็นวันหยุดด้วยหรือไม่ เนื่องจากยังมีขั้นตอนหลังจากนี้ คือ นายวิษณุ จะต้องได้นำเรื่องรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ทราบ ก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย จึงจะสามารถนำเข้าพิจารณาในครม. ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

อย่างไรก็ตาม วันสำคัญอื่นๆ เช่น วันที่ 12 สิงหาคม หรือ วันแม่แห่งชาติ หรือวันสำคัญทางศาสนา ยังถือว่าเป็นวันหยุดตามปกติ