พิธีเจริญพระพุทธมนต์-ตักบาตรพระสงฆ์เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237807

พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา
พิธี, เจริญ, พระพุทธมนต์, ตักบาตร, พระสงฆ์, เฉลิมพระเกียรติ, สิงหา

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 12 ส.ค. 2559

พิธีเจริญพระพุทธมนต์-ตักบาตรพระสงฆ์เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา

รัฐบาลนำพุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลา 06.15 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ รัฐบาลร่วมกับภาคคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์การทางศาสนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 จำนวน 185 รูป โดยมีพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานในพิธี มีคณะรัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ตัวแทนชุมชนต่างๆในกรุงเทพฯเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อแสดงพลังความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของพุทธศาสนิกชนที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อีกทั้งพุทธศาสนิกชนได้ร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนาและน้อมนำหลักธรรมทางศาสนาไปประพฤติปฏิบัติอันเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงามต่อไป โดยจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศในวันที่ 12 สิงหาคม 2559

นอกจากนี้ ศาสนิกชนของศาสนาต่างๆ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ในศาสนสถานประจำแต่ละศาสนา ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานคร และมัสยิดทุกแห่งทั่วประเทศ ,ศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ณ องค์การทางศาสนาในส่วนกลางและโบสถ์คริสตจักรทั่วประเทศ,ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ประกอบพิธีสวดมนต์ถวายพระพร ณ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์วัดวิษณุและวัดเทพมณเฑียร , ศาสนาซิกข์ ประกอบพิธีสวดอัรดาสขอพร ณ คุรุดวารา (วัดซิกข์) สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา สมาคมนามธารีสังคัต และวัดซิกข์ในสังกัดทุกแห่งด้วย

 

8 บุคคลในภาพถ่ายทอดความในใจรับใช้เบื้องพระยุคลบาท”พระราชินี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237703


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก


เรือกอและสวยงามมาก, 8 บุคคลในภาพ, บุคคล, ภาพ, ถ่ายทอด, ความในใจ, รับใช้, เบื้องพระยุคลบาท, พระราชินี, เรือกอและสวยงามมาก

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 11 ส.ค. 2559

8 บุคคลในภาพถ่ายทอดความในใจรับใช้เบื้องพระยุคลบาท”พระราชินี”

เปิดความในใจ 8 บุคคลในภาพทั้ง 8 มีโอกาสถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดงานเปิดตัว 8 บุคคลในภาพที่ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถขณะที่ทรงประกอบพระราชกรณียกทั้งในและต่างประเทศ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7รอบ12 สิงหาคม 2559

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวระหว่าง เป็นประธานเปิดงานและมอบภาพแห่งความทรงจำให้แก่บุคคลทั้ง 8ว่า  วธ.สำนึกในพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาประเทศไทยในหลากหลายด้าน ที่ล้วนแต่สร้างความผาสุกและความปลื้มปีติแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7  รอบ12  สิงหาคม 2559 และเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ วธ.โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินโครงการตามหาบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ  เพื่อให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ อันเป็นแนวทางในการอนุรักษ์สืบสานสร้างสรรค์ งานมรดกวัฒนธรรมของชาติต่อไป

นางดอกไม้ คำวงษ์ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม บุคคลในภาพที่ 1 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2523 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงหยอดตาพระราชทานแก่เด็กซึ่งมารับการตรวจรักษาจากแพทย์ที่โดยเสด็จพระราชดำเนิน ระหว่างการทรงเยี่ยมราษฏรบ้านหนองม่วง อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร  กล่าวว่า ขณะเข้าเฝ้าฯบุตรสาววัย 5 เดือน 22วัน มีอาการตัวร้อนเป็นไข้สูง พระองค์ทรงใช้ผ้าประคบหน้าผากบุตรสาวเพื่อลดอาการไข้พร้อมทรงหยอดตา และรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาลอย่างดีจนหายเป็นปกติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล พระองค์ทรงพระราชทานข้าว อาหารเครื่องนุ่งห่ม และเงินสดจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันบุตรสาวอายุ 37 ปีพระองค์ทรงรับเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง(กลุ่มปักผ้า) เพื่อสร้างรายได้เสริมแก่ครอบครัวหลังเสร็จฤดูทำนา

“ รู้สึกดีใจมากจนพูดไม่ออก นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทางครอบครัวขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าฯตราบชีวิตจะหาไม่ “ นางดอกไม้ กล่าว

นางคำใหม่ โยคะสิงห์ ปัจจุบันประกอบอาชีพแม่บ้าน  บุคคลในภาพที่ 2 เมื่อวันที่ 29  พ.ย. 2525 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภูไท ตำบลบ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์บุคคลในภาพ  กล่าวว่า  ในภาพนี้ เป็นหารเข้าเฝ้าฯรับเสด็จครั้งที่ 3 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาที่บ้าน  หลังจากที่เคยไปเข้าเฝ้าฯครั้งแรก ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านดงสวน  สามีซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดการศึกษาของอำเภอคำม่วง ทาเฝ้ารับเสด็จ ตนจึงมาด้วย และได้ใส่ผ้าแพรววาเป็นสไบพาดมา  พอพระองค์เห็นสไบผ้าแพรวา ก็ทรงตรงเข้ามาสอบถามเรื่องผ้า วันรุ่งขึ้นก็ให้ราชเลขาฯ เอาเส้นไหมมาให้ 6 กิโลกรัม แล้วบอกว่า ให้ทอผ้าให้สมเด็จ  จากนั้น ตนก็รวบรวมชาวผ้าชวนกันทอผ้าแพรวาจนเสร็จ 12 ผืนใช้เวลา 1 ปี แล้วพากันไปเข้าเฝ้าฯถวายผ้าที่พระราชวังไกลกังวล  พอพระองค์เห็นผ้าแล้ว ก็นำขึ้นมาพาดไหล่ แล้วทรงรับสั่งสัญญาว่า จะเสด็จมาหาคำใหม่ที่บ้าน

“พระองค์ทรงนำผ้าที่ถวายไปตัดเป็นฉลองพระองค์ แล้วเสด็จเป็นการส่วนพระองค์มาที่บ้านจริง ๆ ซึ่งก็คือเหตุการณ์ในภาพ รู้สึกดีใจมาก เหมือนเทวดามาโปรด ทรงขึ้นบ้านไปประทับบนเสื่อ นั่งคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง  ไม่ถือพระองค์ หลังจากนั้น ก็มีโอกาสเข้าเข้าเฝ้าฯ ทุกปี  ทั้งยังทรงให้ทุนการศึกษาแก่ลูก 3 คนจนจบปริญญาตรี”นางคำใหม่ กล่าว

นางคำใหม่ กล่าวต่อว่า ครั้งที่เสด็จเยี่ยมที่บ้านโพนเป็นการส่วนพระองค์นั้น  ได้ทอดพระเนตรการแสดงฟ้อนผู้ไทย และทรงฉายพระรูปร่วมกับตนและชาวบ้านทำให้ทุกคนดีใจมาก พร้อมมีรับสั่งว่าไม่อยากกลับเลยอยู่ที่นี่แล้วสนุก และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทำให้ผ้าไหมแพรวาของชาวผู้ไทยที่กำลังจะสูญหายได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จนได้รับฉายาผ้าไหมแพรวาราชินีแห่งไหม ส่งผลให้ชาวผู้ไทยบ้านโพนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นางจันทร์ฉาย ดวงใจ ปัจจุบันประกอบอาชีพครู ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย จังหวัดเชียงใหม่ บุคคลในภาพที่ 3  เมื่อวันที่ 12  มีนาคม 2535 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานภาพพุทธประวัติแก่ผู้แทนครู เพื่อนำไปประกอบการสอนพุทธศาสนาแก่เด็กนักเรียน ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนวัดยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

นางจันทร์ฉาย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ  ซึ่งครั้งนั้น พระองค์เสด็จด่วนเพราะใกล้ปิดภาคเรียน  ทั้งนี้ พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมโรงเรียน ประชาชน และตรงมาหาคณะครูและทรงมอบสื่อการสอนชุดพุทธประวัติให้

“ครั้งนี้พระองค์ทรงตรัสถามว่า สบายดีมั้ย รู้สึกว่า เป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดในชีวิต และสร้างความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดเพราะที่นั่นเป็นพื้นที่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร เดินทางลำบาก พระองค์ก็ยังเสด็จไปเยี่ยม เป็นขวัญกำลังใจอย่างมาก  เหมือนคำพูดที่ว่าไม่มีพื้นที่ตรงไหนที่ในหลวงและราชินีไปไม่ถึง”นางจันทร์ฉาย กล่าว

นางจันทร์ฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแล้วรักและเทิดทูนพระองค์อย่างสุด การที่พระองค์มอบสื่อการสอนให้นั้น จุดประกายให้เป็นครูที่ดี ใข้สื่อในการเรียนการสอน และการที่พระองค์พระราชทานสื่อพุทธประวัตินั้น  ทรงต้องการให้สอนเด็กให้เป็นคนดี มีศีลธรรม ตนจึงตั้งใจพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และตั้งใจสอนเด็กให้เป็นคนดี

รศ.ศิริชัย หงษ์วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บุคคลในภาพที่ 4  เมื่อวันที่ 21  กุมภาพันธ์ 2540 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรแบบจำลองในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดโครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์เส้นทางขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  ณ สนามเฮลิคอปเตอร์ ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่

รศ.ศิริชัย กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น ผ่านมา 20 ปีแล้ว  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าถวายรายงานฯ เพราะขณะนั้น ม.แม่โจ้ กแงทัพบก และกรมป่าไม้  ร่วมมือกัยทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ 2 ข้างทางขึ้นดอกสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์ป่าและพันธุ์ไม้ป่า ซึ่งเป็นโครงการที่พระองค์ท่านให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริและนำพสกนิกรปฏิบัติตลอดทุกปีที่ทรงเสด็จเยือนจังหวัดเชียงใหม่และประทับที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

“ในครั้งนั้น ได้เลือกดอกไม้ที่ทรงโปรดมาใช้ปรับปรุงภูมิทัศน์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทรงโปรดดอกไม้ทุกชนิด โดยเฉพาะดอกไม้ไทย  โดยได้เลือกดอกพญาเสือโคร่ง และดองโคสีขาว ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าแถบดอกสุเทพมาใช้  ทั้งนี้  พระองค์เคยตรัสไว้ว่า ในหลวงเป็นป่า พระองค์เป็นน้ำ  ซึ่งป่า และน้ำ เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาป่าและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งตนได้เดินตามพระราชดำริในการทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมมาตลอด  ปัจจุบัน เราอาจได้ยินคำใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่น โลกร้อน และมีความพยายามต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ ในหลวงของเรา ท่านได้ริเริ่มเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้วแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว”รศ.ศิริชัย ระบุ

นายสะมะแอ กะนิ ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม บุคคลในภาพที่5 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2541 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรการประกวดผลิตภัณฑ์ของสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า  ในขณะนั้น ตนเป็นหนึ่งในสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และอยู่ในระหว่างฝึกการเขียนลายเส้นบนเรือกอและ ด้วยฝีมือการวาดลายเส้นที่สวยงามตนจึงถูกคัดเลือกให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ในวันดังกล่าว พระองค์ท่านได้ตรัสว่า “เรือกอและสวยงามมาก ” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสใกล้ชิดสมเด็จพระราชินี รู้สึกปลาบปลื้มตื้นตันใจมาก  ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านได้อย่างใกล้ชิด

นายอูเซ็ง สะแลแม ปัจจุบันประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง บุคคลในภาพที่6  เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2542 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทอดพระเนตรการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังตามพระราชดำริ  ณ บ้านปาตาตีมอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระท่าน ซึ่งพระองค์ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ และส่งเจ้าหน้าที่มาคอยช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ตลอด

นางวาสนา แก้วหานาม ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป บุคคลในภาพที่7 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง หมู่ที่ 11 ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า    นางวาสนา กล่าวว่า ได้รับคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้านให้เข้าเฝ้าเพราะมีฐานะยากจน พระองค์ได้พระราชทานผ้าสำหรับปักพร้อมอุปกรณ์และภาพตัวอย่างเป็นภาพดอกบัวอยู่กลางบึง 4ผืนให้นำไปปัก พร้อมรับสั่งว่าเป็นการบ้าน และยังทรงรับตนเข้าเป็นสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง กลุ่มปักผ้าทำให้ตนและครอบครัว รวมถึงชาวบ้านปลาบปลื้มและประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ได้พระราชทานความช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกินให้มีอาชีพ และมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

“ ในครั้งนั้น  พอทรงทราบว่า ไม่มีที่ทำกอร ก็ทรงรับสั่งถามว่า  จะไปอยู่ที่ภูพานมั้ย ทูลตอบไปว่า ไปไม่ได้ เพราะต้องดูแลแม่ ก็ทรงถามต่อว่า อยากทำงานมั้ย ทูลตอบ

ว่า อยากทำ พระองค์จึงให้มาฝึกปักผ้า และปักผ้าส่งศูนย์ศิลปาชีพบ้านทรายทอง  ยังความปลื้มปิติ ในสมเด็จทากที่ทำให้พวกเรามีอาชีพ ”

ภาพที่ 8 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ณ พิพิธภัณฑ์เฟอล์กเคอร์คุนเดอ ณ นครมิวนิค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนีบุคคลในภาพ คือ คุณหญิง Barbara Margret Rose Riepl ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกงศุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ประจำนครมิวนิก สหพันธ์สาธารณารัฐเยอรมนี อย่างไรก็ตาม คุณหญิง Barbara ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน

 

“ดาว์พงษ์”มั่นใจม.44กระตุ้นมหา’ลัยปรับปรุงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237705

ม.44, คำสั่งหัวหน้า คสช., กกอ., ดาว, ์พงษ์มั่นใ, 44กระตุ้นมหาลัยปรับปรุง, ตัว, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 11 ส.ค. 2559

“ดาว์พงษ์”มั่นใจม.44กระตุ้นมหา’ลัยปรับปรุงตัว

“ดาว์พงษ์” ชี้ กกอ.มีอำนาจตามคำสั่ง ม.44 ดำเนินการตรวจสอบมหา’วิทยาลัยที่เข้าข่ายมีปัญหาธรรมาภิบาล เชื่อหลังใช้ม.44มหา’ลัยที่รู้ตัวมีปัญหาเร่งปรับปรุง

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ  กล่าวถึงกรณีที่ คณะ กรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ตั้งคณะกรรมการกลาง 2 ชุด เข้าไปตรวจสอบมหาวิทยาลัย 12 แห่งที่เข้าข่ายมีปัญหาธรรมาภิบาล และจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ว่า เรื่องนี้คงยังไม่ต้องส่งเรื่องมาถึงตน ให้พิจารณาอะไร เพราะตามกระบวนการและ กกอ. มีอำนาจ  คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาอยู่แล้ว ซึ่งหากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบว่ามหาวิทยาลัยใด จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมาตรฐานหลักสูตร จนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่นิสิต นักศึกษา หรือมีปัญหาธรรมาภิบาล หรือดูแล้วมีมูล สามารถเสนอให้ กกอ.ตั้งคณะกรรมการ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ เมื่อผลการตรวจสอบออกมาก็จะมาดูว่า ร้ายแรงแค่ไหน หากจำเป็นต้องดำเนินการโดยใช้อำนาจ รมว.ศึกษาธิการ จึงจะเสนอมา

“ผมคิดว่าคำสั่งนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่รู้ตัวว่ามีปัญหา กำลังเร่งปรับตัว  ซึ่ง ผลสุดท้ายต้องคำนึงถึง ผลประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก ส่วนจะต้องถึงขั้นขึ้นแบล็กลิสต์ มหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเหล่านี้หรือไม่นั้น  คงไม่ต้องถึงขั้นขึ้นแบล็กลิสต์ ถ้ามหาวิทยาลัยใดที่เคยมีข้อมูลว่าจัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐานแล้ว ก็จะถูกสังคมมองไม่ดี  ตนอยากให้มหาวิทยาลัยที่รู้ตัวว่ามีปัญหา รีบหันกลับไปมองตัวเอง แล้วปรับตัวให้อยู่ในร่องในรอย”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนการเดินทางไปตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหามหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุรินทร์ และมรภ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.นั้นมีบรรยากาศที่ดี  ซึ่งก็มีคำถามบ้างว่าคณะบุคคล จะเข้ามากำกับดูแลมหาวิทยาลัยอีกนานหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ตอบไปว่า เรื่องนี้อยู่ที่การให้ความร่วมมือ ของทุกคน ถ้าร่วมมือกับคณะทำงานของศธ.ที่จัดลงไป ก็จะทำให้แก้ปัญหาได้เร็ว  ทั้งนี้ตนได้สั่งการไปแล้ว ว่า ให้คณะทำงาน เร่งหาสาเหตุของปัญหาของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง และแก้ไขให้เรียบร้อย  เพื่อให้มหาวิทยาลัยเดินไปข้างหน้า เราจะไม่เอาปัญหาเดิมซุกใต้พรหมด จะต้องเอาออกมาแล้วแก้ไขให้เรียบร้อย

 

ชี้แบนโปเกม่อนไม่เกิดประโยชน์ แนะใช้สร้างสัมพันธ์ครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/237698

โปเกมอนโก, เกม, เทคโนโลยี, ชี้, แบน, โปเก, ม่อน, ไม่, เกิด, ประโยชน์, แนะ, ใช้, สร้าง, สัมพันธ์, ครอบครัว, Pokemon Goจะพาสังคมไทยไปไหน
โปเกมอนโก, เกม, เทคโนโลยี, ชี้, แบน, โปเก, ม่อน, ไม่, เกิด, ประโยชน์, แนะ, ใช้, สร้าง, สัมพันธ์, ครอบครัว, Pokemon Goจะพาสังคมไทยไปไหน

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 11 ส.ค. 2559

ชี้แบนโปเกม่อนไม่เกิดประโยชน์ แนะใช้สร้างสัมพันธ์ครอบครัว

เผยเกมโปเกม่อนโก ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ กระแสไทยบูมเหตุอิงสถานที่จริง การ์ตูนน่ารัก นักจิตวิทยาชี้เนื้อหาสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ กสทช.ชี้แบนไม่เกิดประโยชน์

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวทีจุฬาฯ จัดเสวนาครั้งที่ 2 เรื่อง “Pokemon Goจะพาสังคมไทยไปไหน?”โดยมีผศ.ดร.วิษณุ โคตรจรัสนักวิชาการด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และหัวหน้าLabวิจัยเกม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าเกมPokemon Go(โปเกม่อน โก)ไม่ใช่เกมใหม่ หรือเป็นเทคโนโลยีใหม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีเกมลักษณะนี้ เพียงแต่ที่เกมนี้มีผู้คนให้ความสนใจเล่นจำนวนมากนั้น ส่วนหนึ่งเป็นกระแสและลักษณะของเกม เป็นการนำสถานที่จริงมาใช้ ตัวโปเกม่อนเอง เป็นตัวการ์ตูนที่มีความน่ารัก ซึ่งการเล่นเกมโปเกม่อน โกถ้ามองผู้เล่นเล่นอย่างเข้าใจ จนไม่ได้สร้างผลกระทบด้านเสียให้แก่ตนเอง หรือคนรอบข้าง ก็จะได้เห็นข้อดีของการเล่น เช่น ครอบครัวผม ภรรยาเป็นหนึ่งในผู้เล่นเกม เวลาไปตามจับตัวโปเกม่อน ก็เป็นเหมือนการออกกำลังกาย ได้ไปในสถานที่ต่างๆ เป็นต้น สำหรับเรื่องของการใส่ข้อมูลของผู้เล่นนั้น เท่าที่ทราบ ข้อมูลของผู้เล่นที่กรอกเป็นข้อมูลพื้นฐาน ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรต่อผู้เล่น อย่างไรก็ตามเกมโปเกม่อน เป็นอีกหนึ่งเกมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เล่นที่ทับซ้อนในโลกของความจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้เล่นเป็นหลัก เพราะด้วยเนื้อหาของเกมไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผู้เล่น

ด้านนายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะผู้บริหารและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้าน คอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ทรูเป็นตัวแทนนำเกมโปเกม่อน โก เข้ามานั้น เป็นโอกาสที่จะกระตุ้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยี รวมถึงธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจSMEsที่สามารถใช้โปเกม่อน ที่ขณะนี้เปรียบได้เหมือนเป็นสัญลักษณ์ เป็นภาษาที่คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ สามารถนำมาสื่อสาร ถ่ายทอดแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันได้ ซึ่งถ้าคิดในด้านบวก เป็นการต่อยอด กระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ก้าวหน้า ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยเพราะขณะนี้ประเทศไทย คนส่วนใหญ่ ยังอยู่ 2Gทั้งที่ประเทศมี 3G 4Gโปเกม่อน โก เป็นแนวทางที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้เทคโนโลยีล่าสุด เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การพัฒนาคนไทยให้ก้าวหน้าในเชิงเทคโนโลยี รวมถึงเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆให้คนไทยและต่างชาติได้รู้จัก โดยใช้โปเกม่อนเป็นจุดเชื่อม ทั้งนี้ ตอนนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเล่นเกมโปเกม่อน ซึ่งยังมีอีกหลายเลเวล และขณะนี้ในส่วนของทรูเอง ก็จะมีการพัฒนาโปรแกรมเกมโปเกม่อน โก เป็นภาษาไทย เพื่อให้คนไทยได้เข้าใจคำเตือนต่างๆ ในการเล่นเกม ให้เล่นเกมอย่างมีสติ

รศ.ดร.พรรณรพี สุทธิวรรณนักวิชาการด้านจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น คณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า สังคมไทยเป็นสังคมใจกว้าง เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งบางคนอาจจะเล่น เพราะตามกระแส บางคนเล่นเพราะชอบก็แตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่คนในสังคมขาด คือความระมัดระวัง ความปลอดภัย หรือการหลงลืมหน้าที่ กาลเทศะ เช่น เล่นเพราะมองว่าเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลแต่ตอนเล่นอาจเดินไปเหยียบเท้าผู้อื่น หรือเดินชนผู้อื่น เป็นต้น ดังนั้น การเล่นเกมโปเกม่อนในเชิงจิตวิทยาถ้าพิจารณาจากเนื้อหาสาระ รูปแบบเกมนั้นมีข้อดี ในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ทำให้คนอยู่กับตัวเองมากเกินไป เป็นการออกกำลังกาย สอนเรื่องจริยธรรม กาลเทศะ พฤติกรรมด้านดีๆ ให้แก่เด็กได้ เพราะการชวนไปเล่นเกม นอกจากได้ความสนุกแล้วยังเป็นการสร้างความรู้สึกดีๆ เรื่องราวดีๆ ในครอบครัวให้เกิดขึ้น แต่ข้อเสียนั้น หากพ่อแม่บอกลูกไม่ให้เล่นเกมนี้โดยสั่งห้าม ดุด่า อาจกระทบต่อความรู้สึกลูก โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น อาจเกิดการต่อต้าน หรือเด็กเล็กที่อาจจะมองว่าการถูกห้าม เป็นเพราะพ่อแม่ไม่รักตัวเอง หากเด็กคิดแบบนี้จะเป็นอันตรายต่อเด็กและครอบครัวได้

“เกมโปเกม่อน มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ที่อาจจะยังไม่สามารถแยกแยะอะไรได้อย่างชัดเจน อีกทั้ง การห้ามไม่ให้เด็กเล่น ในขณะที่เป็นกระแส ใครๆ ก็เล่นนั้น จะทำให้พ่อแม่หาเหตุผลในการอธิบายให้แก่ลูกได้ยาก ขณะเดียวกัน ลูกอาจต้านคำอธิบายเหล่านั้น ยิ่งเด็กวัยรุ่น ต้องการการยอมรับจากเพื่อนหากเขาไม่ได้เล่นเกม แล้วเพื่อนถาม ก็จะเกิดการพูดไม่หมด หรือการไม่พูดความจริง ฉะนั้น สิ่งที่กังวลจากกระแสเกมโปเกม่อน โก ตอนนี้ไมใช่เรื่องเนื้อหาของเกม แต่เป็นการตกลงของพ่อแม่ที่ให้ลูกเล่น หรือไม่เล่น หากให้เล่นก็อาจจะไม่มีปัญหา ถ้าเป็นการเล่นด้วยกันทั้งพ่อแม่ ลูก เป็นกิจกรรมในครอบครัว แต่ถ้าสั่งห้ามโดยใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมก็จะก่อให้เกิดความไม่เข้าใจจนทำให้เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก การมีข้อแม้หรือขอเลื่อนเพื่อให้พ่อแม่ได้ศึกษาเรียนรู้เกม และมาเล่นด้วยกัน น่าจะเป็นทางออกที่ดี”รศ.ดร.พรรณรพีกล่าว

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์(กทค.)คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวว่าโลกดิจิตอล เป็นโลกที่ผสมผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนจริง ซึ่งเทคโนโลยีเป็นเหมือนการสร้างสนามให้ทุกคนเลือกเดิน เราจะเดินหรือไม่เดินก็ได้ แต่ต้องรู้ตัวว่าดีหรือไม่ดี และเทคโนโลยี เป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อมีกระแสมาใครๆ ก็เล่น อีกทั้ง ต่อให้มีการเฝ้าระวัง การแบนไม่ให้เล่นเกมก็สามารถทำได้ยาก ยิ่งโปเกม่อน โก บริษัทที่ผลิตเกมที่ใช้แผนที่โลกดิจิตอล ไม่ได้ใช้พื้นที่ของประเทศไทย ต่อให้ทางกสทช. แบนไป ถ้าทางบริษัทยังปล่อยตัวโปเกม่อนตามแผนที่โลกดิจิตอลก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อย่างไรก็ตาม การแบนไม่ให้เล่นเกม ไม่ได้มีประโยชน์ แต่สิ่งที่ทุกคนต้องพึงระวัง คือรู้จักตัวเอง รู้เท่าทันเกม และโลกดิจิตอล ไม่สามารถแก้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1471348950939-0’); });

นพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ นักวิชาการจิตเวชผู้ใหญ่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หากมองสังคมเป็นระบบ เรียกได้ว่าเกมโปเกม่อน โก เป็นเหมือนตัวป่วนที่เข้ามาในระบบ ซึ่งตัวป่วนนั้นจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม หรือส่งผลกระทบต่อคนในสังคมได้อย่างไร อีกทั้ง การเล่นเกม และติดเกมไม่ใช่เป็นโรคจิต แต่เป็นพฤติกรรมที่ผู้เล่นเกม ขาดการควบคุม หรือยับยั่งจนทำให้ส่งผลกระทบการใช้ชีวิตด้านๆอื่น ดังนั้น การเล่นเกมโปเกม่อน โก เป็นอีกหนึ่งเกมเท่านั้น ที่อาจจะส่งผลให้เด็กติดเกม หรือไม่ติดเกมก็ได้ และไม่ได้ช่วยให้เพิ่มหรือลดปัญหาเด็กติดเกม เพราะมีเกมอะไรมาปัญหาเด็กติดเกมก็ยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาของเด็กตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องสมาธิสั้น แต่เป็นเรื่องเวลา เพราะเด็กจะสนใจอย่างใดอย่างหนึ่งจนไม่สนใจเรื่องอื่น ไม่มีระเบียบวินัย และไม่รู้จักควบคุมตนเอง ไม่ยอมรับการควบคุมจากภายนอก ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องสร้างวินัย การรู้จักควบคุมตนเองให้เกิดขึ้นในเด็ก ต่อให้มีเกมอะไรมาก็ไม่น่าจะเกิดปัญหา

 

“ปธ.กรธ.” ยัน ร่างกม.พรรคฯ ไม่ทำลายพรรคทางเลือก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251703

มีชัย ฤชุพันธ์, เชื่อ, กฎหมายใหม่, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ไม่ทำลาย, พรรคการเมือง, คมชัดลึก, ยัน, ร่าง, พรรค, ไม่, ทำลาย, ทางเลือก, ปธกรธ, ร่างกมพรรคฯ, ไม่ทำลายพรรคทางเลือก, ทหาร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-09

“ปธ.กรธ.” ยัน ร่างกม.พรรคฯ ไม่ทำลายพรรคทางเลือก

“ปธ.กรธ.” ยัน ร่างกม.พรรคฯ ไม่ทำลายพรรคทางเลือก มั่นใจหลังกม.มีผลบังคับ ยัน “ทหาร” เป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ เว้นแต่นั่งตำแหน่งบริหาร

    นายมีชัย  ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการรร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับเบื้องต้น ไม่ได้จำกัดสิทธิ หรือปิดกั้นการตั้งพรรคการเมือง หรือทำลายการดำรงอยู่ของพรรคการเมืองขนาดเล็ก ตามที่ฝ่ายการเมืองท้วงติง เพราะประเด็นที่กำหนดให้หาสมาชิกพรรคให้ได้ 5,000 คนภายใน 1 ปีนั้น เป็นไปตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับที่บังคับปัจจุบัน ซึ่งมีข้อกำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีสมาชิก 5,000 คนเป็นอย่างน้อยและต่อจากนั้นอีก 3 ปีต้องมีสมาชิก  20,000 คน ส่วนที่กรธ. เขียนเพิ่มคือการจดจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ต้องมีสมาชิกริเริ่ม 500 คนและต้องจ่ายเงินเป็นทุนประเดิมเท่านั้น ทั้งนี้ตนมองว่าหากรัฐธรรมนูญใหม่บังคับใช้และร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองผ่านเป็นกฎหมายจะมีพรรคการเมืองเกิดใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน โดยไม่ถูกล้อมกรอบอยู่กับพรรคการเมืองเก่า

นายมีชัย ตอบคำถามถึงกรณีที่ไม่จำกัดสิทธิข้าราชการเป็นสมาชิกหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองในร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ด้วยว่า ตามกฎหมายที่บังคับใช้กับข้าราชการประจำ กำหนดคุณสมบัติห้ามดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองไว้ เว้นแต่สมาชิกพรรค ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองอีก เพราะอาจขัดกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยที่ผ่านมาข้าราชการเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการแสดงตนว่าอยู่ฝ่ายใด ส่วนกรณีที่ข้าราชการประจำ พนักงานของรัฐต้องการเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ต้องลาออกจากความเป็นข้าราชการก่อน ไม่เช่นนั้นจะขัดกับคุณสมบัติของความเป็นข้าราชการ

“ข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ เขามีสิทธิที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้อยู่แล้ว แต่จะมาเป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ได้ หากจะเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งราชการก่อน ส่วนที่ถามว่าอนาคตอาจมีการเกณฑ์ทหารให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคใด เพื่อให้ความเป็นพรรคเกิดขึ้นนั้น ข้อเท็จจริงคือ ข้าราชการสามารถมาเป็นสมาชิกได้ กฎหมายไม่ได้ห้าม” นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย ชี้แจงด้วยว่าส่วนกรณีที่ไม่บัญญัติหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคพร้อมครอบครัวต้องยื่นแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สิน พร้อมสำเนาเสียภาษีต่อนายทะเบียนเหมือนกฎหมายเดิม เพราะไม่ต้องการให้เกิดความยุ่งยากในการทำงาน อีกทั้งหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคยังไม่มีตำแหน่งทางการเมืองหรือการบริหาร แต่หากบุคคลดังกล่าวได้รับตำแหน่งทางการเมืองหรือการบริหารตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินไว้อยู่แล้ว ส่วนที่มองว่าไม่ได้กำหนดไว้อาจทำให้ผู้มีอิทธิพลใช้เวทีการเมืองขยายอิทธิพลนั้น ตนเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น

 

“องอาจ” เผย ปชป. พร้อมปรับตัวตาม กฎหมายพรรคการเมืองใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251716

คมชัดลึก, กฎหมายพรรคการเมือง, พร้อมปรับตัว, ประชาธิปัตย์, องอาจ, เผย, ปชป, พร้อม, ปรับตัว, ตาม, กฎหมาย, พรรคการเมือง, ใหม่, พร้อมปรับตัวตาม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

“องอาจ” เผย ปชป. พร้อมปรับตัวตาม กฎหมายพรรคการเมืองใหม่

“องอาจ” เผย ปชป. พร้อมปรับตัวตาม กฎหมายพรรคการเมืองใหม่

.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ฉบับเบื้องต้นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า โดยรวมของร่างกฎหมายฉบับนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่ามีปัญหาอะไร เราก็ต้องพร้อมที่จะปรับสภาพ และเปลี่ยนแปลงไปตามกฎกติกาใหม่ที่ออกมา ซึ่งอาจจะมีเรื่องสมาชิกพรรคที่มีปัญหา เนื่องจากทางพรรคมีสมาชิกจำนวนมาก ก็ต้องติดต่อกับสมาชิกเก่าซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายสูง อย่างเรามีสมาชิก 2 ล้านกว่าคน การติดต่อทางไปรษณีย์ก็ต้องใช้เงินเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัญหาและอุปสรรคของเราในการติดต่อประสานงาน ซึ่งก็ต้องดูว่าทาง กรธ. จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้

เมื่อถามว่า จากร่างพรป.ดังกล่าว ทำให้เป็นปัญหากับพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า เมื่อออกมาเป็นกฎหมายแล้ว ทุกพรรคการเมืองก็ต้องทำตามนั้นอยู่แล้ว แต่ก็ทำให้การดำเนินการของพรรคการเมืองเกิดความยุ่งยากเพิ่มมากขึ้น แต่ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหลายสิ่งหลายอย่างที่กำหนดไว้ในร่างกฎหมายนี้ทาง พรรคก็ทำมาก่อนอยู่แล้ว เช่น ให้สาขาพรรคมีส่วนพิจารณาผู้สมัครรับเลือกตั้ง  ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่เราปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคอยู่แล้ว ส่วนการเสนอข้อคิดเห็นไปยังเวที กรธ.ในวันที่ 14 ธ.ค.นั้น ตนก็จะเสนอในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่วนจะเข้าร่วมในเวทีหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีการเชิญจาก กรธ.

 

“ณัฐวุฒิ”วิจารณ์ ร่างกฎหมายพรรคการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251709

คมชัดลึก, ค้าน, หนุน, กฎหมายพรรคการเมือง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ณัฐวุฒิ, วิจารณ์, ร่างกฎหมาย, พรรคการเมือง, ณัฐวุฒิวิจารณ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

“ณัฐวุฒิ”วิจารณ์ ร่างกฎหมายพรรคการเมือง

“ณัฐวุฒิ” ติงร่างกฎหมายพรรคการเมืองกระทบพรรคเล็ก ไม่เปิดกว้างให้ทุกคนเป็นสมาชิก หนุนให้สาขาพรรคร่วมกำหนดผู้สมัครเลือกตั้ง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย  กล่าวว่าเชื่อว่าหลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติทุกพรรคการเมืองก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับกติกาใหม่อยู่แล้ว แม้จะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์บางประเด็น แต่ในฐานะผู้เล่นย่อมไม่มีทางเลือกอื่น สำหรับร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง บางข้อเป็นข้อสังเกตเช่นให้สมาชิกพรรคจ่ายค่าบำรุงพรรค โดยหลักการแล้ว การเป็นสมาชิกพรรคควรเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มให้กว้างที่สุด  เพราะการเก็บค่าบำรุง จะทำให้คนบางส่วนเกิดข้อจำกัดและขาดสิทธิตรงนี้ไป

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า การบังคับให้ต้องหาสมาชิกให้ได้เท่านั้นเท่านี้ตามกรอบเวลา คงไม่กระทบพรรรคใหญ่ แต่พรรคก่อตั้งใหม่ และพรรคเล็กอาจกลายเป็นข้อจำกัดที่มีปัญหาได้

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบรายชื่อที่มีความซ้ำซ้อนจะกลายเป็นภาระซ้ำเติม เพราะจนถึงขณะนี้แต่ละพรรคก็ยังไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ดังนั้นจะทำให้แต่ละพรรคมีเวลาน้อยไปอีก จึงเป็นที่มาของข้อสังเกตว่าเมื่อถึงงเวลานำไปปฏิบัติจริงจะเป็นปัญหาหรือไม่

“ส่วนตัวเห็นด้วย ในส่วนการให้บทบาทกับสาขาพรรค   ในการร่วมกำหนดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะไม่ให้อำนาจเกิดกระจุกตัว ตรงนี้ทุกพรรคอาจจะไม่คุ้นเคย และมองว่าอาจเป็นปัญหาในการปฺฏิบัติ และเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นการทำให้ทุกพรรคการเมืองตจ้องพิสูจน์ตัวเองว่า การยึดหลักปรชาธิปไตยไม่ใช่แค่คำประกาศ หรือแค่คำพูดแต่ต้องทำให้ได้จริงด้วย และประชาชนสามารถสัมผัสได้”นายณัฐวุฒิกล่าว

 

โว กม.ลูกพรรคการเมืองคล้ายแนวคิดกกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251700

กกต., กฎหมายพรรคการเมือง, สมชัย ศรีสุทธิยากร, เหมือน, ลูก, พรรคการเมือง, คล้าย, แนวคิด, กกต, สมชัย, ตั้งยาก-อยู่ยาก-ยุบยาก

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

โว กม.ลูกพรรคการเมืองคล้ายแนวคิดกกต.

“สมชัย” โว กม.ลูกพรรคการเมือง สอดคล้องข้อเสนอกกต. “ตั้งยาก-อยู่ยาก-ยุบยาก” คาด 4 ปีแรกหลังบังคับใช้ พรรคการเมืองหดเหลือเพียง 10 พรรค เหตุ ถูกจำกัดด้วยเงินบริจาค

เมื่อเวลา13.30น.  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า โดยหลักการถือว่าสอดคล้องกับข้อเสนอของกกต.ที่จะให้พรรคการเมืองตั้งยาก อยู่ยาก ยุบยาก เช่น การตั้งพรรคการเมือง ที่ตั้งยากกว่าเดิม เนื่องจากต้องให้สมาชิกจ่ายเงินค่าบำรุงพรรครายปีไม่น้อยกว่า 100 บาทนต่อคน ถือเป็นเรื่องดีให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคอย่างแท้จริง ส่วนการอยู่ยาก การดำเนินกิจการของพรรค 4 ปีแรก พรรคต้องมีสาขาครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ แต่ละสาขาต้องมีสมาชิก 20,000 คน และมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง สำหรับการยุบยาก คือ หากกรรมการบริหารพรรคทำผิดโดยพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความผิดก็จะอยู่เฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองด้วย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหลักการณ์ที่ดีของกฎหมายนี้

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ มีจุดหนึ่งที่อยากให้ช่วยกันดูให้ดีคือความเท่าเทียมกันระหว่างพรรคการเมืองใหม่กับพรรคเก่าว่ามีกฎกติกาเอื้อประโยชน์พรรคเก่าหรือไม่ เช่น การเก็บเงินจากสมาชิกพรรค แต่พรรคเก่ามีครบแล้ว สามารถแปลงสินทรัพย์ก่อตั้งพรรคได้ ไม่ต้องเก็บเพิ่ม ทำให้ไม่เกิดการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง เพราะมีเงินจากนายทุนเดิม  ซึ่งขณะนี้ตนได้แนะนำเจ้าหน้าที่กกต.ให้นำตัวกฎหมายมาอ่านทำความเข้าใจ และทำเป็นข้อกำหนดว่าพรรคเก่า พรรคใหม่ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่  และก็อาจจะทำข้อเสนอไป แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา และยังไม่มีมติอะไรที่จะเสนอความเห็นไปยังสนช.แต่ถ้ามีเรื่องสำคัญจริงๆคงพยายามทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้เกิดการปฏิรูปพรรคการเมืองหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ในอีก 3-4ปีข้างหน้าหลังจากประกาศใช้กฎหมาย คาดว่าจะทำให้เหลือพรรคการเมืองไม่เกิน 10 พรรค โดยคิดจากเงินบริจาคให้พรรคการเมืองละ 2 ล้านบาท จากสมาชิกพรรค ส่วนหนึ่งจะเป็นผลดี ทำให้มีพรรคการเมืองจำนวนจำกัด ประชาชนจะทำความเข้าใจแต่ละพรรค แต่อาจมีปัญหาความไม่หลากหลาย ดังนั้นพรรคการเมืองจึงต้องปรับตัว รวมกลุ่มกันเพื่อให้พรรคอยู่รอดและทำงานให้กับสังคมอย่างแท้จริง

เมื่อถามต่อว่า จะจัดการนายทุนครอบงำพรรคการเมืองได้อย่างไร นายสมชัย กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ให้พิสูจน์คนที่มาครอบงำพรรคการเมือง แต่ก็คงไม่ได้อยู่ที่กฎหมายอย่างเดียวต้องอยู่ที่ผู้ที่บังคับใช้กฎหมายด้วยว่าจะสามารถบังคับใช้กฎหมายได้หรือไม่

 

สปท. เตรียมประสานสนช.เร่ง กฎหมายปฏิรูป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251699

สนช., สปท., เตรียม, ประสาน, เร่ง, กฎหมาย, ปฏิรูป, สปท, เตรียมประสานสนชเร่ง, กฎหมายปฏิรูป

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

สปท. เตรียมประสานสนช.เร่ง กฎหมายปฏิรูป

สปท. เตรียมประสานสนช.เร่ง กฎหมายปฏิรูป หวัง ตัวแทนสปท. ร่วม กมธ.พิจารณาร่างกฎหมายประกอบรธน.

นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการและโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปสปท.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมวิปสปท.ได้กำหนดระเบียบวาระการประชุมสปท.ในวันอังคารที่ 13 ธ.ค.นี้ โดยเป็นรายงานของคณะกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสการปฏิรูป จำนวน 3 เรื่อง ดังนี้ 1.รายงาน เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับคนพิการและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 2.รายงาน เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ และ 3.รายงาน เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส

นายคำนูณ กล่าวอีกว่า ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.จะประสานไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อหารือให้สนช.เร่งรัดดำเนินการเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ที่ทางสปท.ได้ส่งแนบไปกับรายงานการปฏิรูปถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่ 1 จะหารือกับคณะกรรมการประสานงาน 2 สภา ในวันพุธที่ 14 ธ.ค.นี้

ส่วนกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เผยแพร่ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไปแล้วนั้น ที่ประชุมวิปสปท.ไม่ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่คณะกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง ได้รายงานต่อที่ประชุมสปท.แล้ว รวมถึงเคยเสนอแนะไปยังกรธ. ซึ่งจากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พบว่าหลายประการสอดคล้องกับข้อเสนอของกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สำหรับขั้นตอนต่อไปเป็นการพิจารณาของสนช. โดยสปท.คาดหวังว่าการตั้งคณะกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของสนช. น่าจะมีตัวแทนของสปท.ในกมธ.ที่เกี่ยวข้องไปร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งประธานสปท.และประธานสนช. ได้ปรึกษากันในเรื่องดังกล่าวแล้ว

 

“เพื่อไทย” ค้านพรบ.พรรคการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251694

นายทุน, หนีไม่พ้น, คมชัดลึก, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, สมคิด เชื้อคง, เพื่อ, ไทย, ค้าน, พรบ, พรรคการเมือง, เพื่อไทย, ค้านพรบพรรคการเมือง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-08

“เพื่อไทย” ค้านพรบ.พรรคการเมือง

“เพื่อไทย” ค้านพรบ.พรรคการเมือง ชี้ เน้นให้สาขาพรรคร่วมเลือกผู้สมัครเสี่ยงถูกนายทุนในจ.เข้าครอบงำ จวก อยากให้พรรคเป็นของประชาชนแต่กลับเขียนให้จ่ายเงินยุบยับ

นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับเบื้องต้น ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะจะกลายเป็นการเขียนเพื่อให้พรรคการเมืองมีปัญหาในการปฏิบัติเสียมากกว่า เช่น การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.นั้น ดูเหมือนจะเป็นการกระจายอำนาจสู่สาขาพรรค แต่ถ้าดูดี ๆจะเห็นว่า สุดท้ายแล้วจะหนีไม่พ้นทุนใหญ่ๆ ในจังหวัดนั้นๆ ที่จะมาครอบงำได้ เพราะฉะนั้น ไม่อยากให้กังวลกับเรื่องที่ว่าจะให้ใครมาสรรหาผู้สมัคร ให้คณะกรรมการบริหารพรรคดำเนินการไปเลยดีกว่า เพราะก่อนที่พรรคการเมืองจะส่งใครลงสมัครนั้นจะต้องมีการประชุมภาคและประชุมใหญ่ของพรรคอยู่แล้ว และถ้ายังไม่แน่ใจก็ยังมีการทำโพลล์ของพรรคเพื่อสำรวจตัวผู้สมัครด้วย

นายสมคิด กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องเงินบำรุงพรรคการเมืองนั้น เงิน 100 บาทก็ถือว่ามากและมีความหมายสำหรับคนจน แม้ว่าชาวบ้านจะอยากเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ถ้าต้องเสียเงินหลายร้อยบาทนั้น ก็เหมือนกับว่าเป็นการบีบให้ประชาชนเข้าถึงพรรคการเมืองได้ยาก ขณะที่การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ โดยให้ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง 500 คน จ่ายเงินเพื่อเป็นทุนประเดิมของพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 2 พันบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาทนั้น สุดท้ายแล้วกฎหมายก็ร่างให้หนีไม่พ้นนายทุนเสียเอง ทั้งๆ ที่พรรคการเมืองควรที่จะต้องอยู่ได้ด้วยความรักและความศรัทธาของประชาชน ไม่ได้อยู่ได้เพราะเงินบริจาคหรือจำนวนของสมาชิกพรรค

“เรื่องบทกำหนดโทษนั้นก็ดูว่าน่าจะรุนแรงไป เพราะถ้าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบด้วยนั้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคนั้นใครจะอยากมาเป็น วันนี้คนที่อยู่ในกติกาไม่ได้คิดกติกาเอง ก็ควรที่จะเขียนให้เราปฏิบัติได้ด้วย ถ้าต้องถูกบีบให้มาคอยหลบเลี่ยงกติกาก็ย่อมไม่เป็นผลดี ดังนั้น ถ้าอยากให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชาก็ควรจะให้เข้าถึงได้ง่ายๆ”นายสมคิดกล่าว