สนช. เรียกประชุมวาระพิเศษ พรุ่งนี้ 11.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250519

11 โมง, วาระพิเศษ, เรียกประชุม, สนช., เรียก, ประชุม, วาระ, พิเศษ, พรุ่งนี้, 1100, สนช, เรียกประชุมวาระพิเศษ

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

สนช. เรียกประชุมวาระพิเศษ พรุ่งนี้ 11.00 น.

สนช. เรียกประชุมวาระพิเศษ พรุ่งนี้ 11.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นางวรารัตน์ อติแพทย์  เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ได้ออกหนังสือดวนที่สุดที่ สว(สนช)0007/(น86) เรื่องการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยระบุว่า ประธานสภานิติบัญญัติแห่งงชาติมีคำสั่งให้นัดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามที่จะได้รับแจ้งจากคณะรัฐมนตรีโดยกำหนดนัดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 76/2559 (เป็นพิเศษ) ในวันอังคารที่ 29 พ.ย. 2559  เวลา 11.00 น. ณ ตึกรัฐสภา

สนช. เรียกประชุมวาระพิเศษ พรุ่งนี้ 11.00 น.

 

30 พ.ย.นี้”ไม่มอบตัว”จับทันที”..!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250518


ธัมมชโย, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ดีเอสไอ., ดีเอสไอ. รอดูท่าทีมอบตัวธัมมชโย, นี้, ไม่, มอบตัว, จับ, ทันที, ไม่มอบตัว, ดีเอสไอ

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

30 พ.ย.นี้”ไม่มอบตัว”จับทันที”..!!

“ดีเอสไอ”ขอรอดูท่าที“ธัมมชโย”มอบตัว 30 พ.ย. ลั่นไม่มาพร้อมประชุมแผนเข้าจับทันที ชี้ใครขัดวางต้องถูกดำเนินคดีอาญา

          28 พ.ย. 59 – พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการติดตามตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาบอาญา ว่า ดีเอสไอจะรีบประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และอัยการเพื่อร่วมประชุมเตรียมแผนการเข้าจับกุมพระธัมมชโยตามที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม สั่งการ ระหว่างนี้จะรอความชัดเจนของผู้ต้องหาตามที่สตช.ประสานให้เข้ามอบภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ก่อน หากยังไม่มีการมอบตัวจึงจะร่วมกันจัดเตรียมแผน ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานใกล้ชิดกับพล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. แล้ว ดังนั้นอาจนำแผนเดิมที่มีอยู่มาปรับใช้ สำหรับกลุ่มศิษย์ที่ปลุกระดมมวลชนระหว่างนี้จะยังไม่ดำเนินการใด ๆ เว้นแต่ในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมและตรวจค้น หากมีบุคคลใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ต้องถูกดำเนินคดีอาญาทันที

 

“บิ๊กต๊อก”สั่งเองหนังสือรับรอง”เบสท์ – อรพิมพ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250503

เบส อรพิมพ์, ออก, ดีเอสไอ, สั่งเอง, รับ, บิ๊ก, ต๊อก, สั่ง, เอง, หนังสือรับรอง, เบส, อรพิมพ์, บิ๊กต๊อก, เบสท์ - อรพิมพ์, เบสท์ อรพิมพ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 28 พ.ย. 2559

“บิ๊กต๊อก”สั่งเองหนังสือรับรอง”เบสท์ – อรพิมพ์”

“บิ๊กต๊อก”สั่งเอง ให้ดีเอสไอออกหนังสือรับรองให้”เบสท์ อรพิมพ์” ขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ

พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหนังสือรับรองให้น.ส.อรพิมพ์  รักษาผล   ไปใช้ยื่นประกอบการขอวีซ่าเดินทางไปพูดที่สหรัฐอเมริกาว่า  ตนเป็นคนสั่งให้ดีเอสไอดำเนินการเอง  เพราะตนรับผิดชอบเป็นประธานตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องความผิดตามมาตรา 112  ซึ่งมีกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  อัยการ และอีกหลายหน่วยงาน ร่วมเป็นคณะทำงาน กรณีดังกล่าวเห็นว่าเป็นการตั้งใจเดินทางไปสร้างความเข้าใจ  ตนเข้าในว่าตัวน.ส.อรพิมพ์เองก็มีความตั้งใจดี  ส่วนกรณีที่เป็นปัญหาก็ต้องแยกแยะให้ดี  ตนไม่ได้คุยโดยตรงแต่ก็บอกไปว่าให้ไปทำหน้าที่ให้ดี  ให้รอบคอบ  ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับการทำงานของคณะทำงานมาตรา 112 ซึ่งที่ผ่านมามีการขอความร่วมมือไปยังประเทศต่าง ๆ ก็ได้รับความร่วมมือดี  จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ดีขึ้น  การประสานงานก็ต้องระวังไม่ให้เกิดผลกระทบ

 

เสนอ “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจพิเศษ ตั้ง กก. รปภ.ไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250499

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

เสนอ “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจพิเศษ ตั้ง กก. รปภ.ไซเบอร์

สปท.ชงปรับร่างพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ เสนอ”บิ๊กตู่”ใช้อำนาจพิเศษตั้ง กปช. อุดช่องโหว่หากถูกโจมตีก่อนกม.ใช้บังคับ

เมื่อเวลา 9.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคตะ ประธานสปท. เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาระเบียบวาระรับทราบ รายงานความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เรื่องผลการศึกษาและข้อสังเกตร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ….. โดย พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน คนที่หนึ่ง กล่าวสรุปรายงานว่า  ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฏีกา คณะกรรมาธิการฯได้นำมาศึกษาและเห็นว่า เนื้อหายังขาดเนื้อหาที่ต้องเพิ่มเติม กมธ.การสื่อสารมวลชน จึงเสนอแนวคิด ประเด็นกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมทุกมิติของความมั่นคงทางทหารและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ด้วยการวางกรอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานความมั่นคงทุกองค์กร เพื่อทำหน้าที่ป้องกัน และตอบโต้เชิงรุก ควรกำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบให้ชัดเจนในการดูแล ควบคุมสถานการณ์ด้านการรักษาความมั่งคงความปลอดภัยไซเบอร์ทั้งในภาวะปกติ และเมื่อเกิดสถานการณ์ร้ายแรงในภาวะฉุกเฉิน ควรให้เจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ ดำเนินการทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้ นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับผ่านประชามติ แต่งตั้งคณะกรรมการว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ทำหน้าที่ไปพลางก่อนเพื่อวางกรอบมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์  เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์มีตลอดเวลา บางครั้งใช้เทคนิคง่าย คือ ใช้ F 5  เว็ปไซต์ต่างที่โดน F 5 ก็ล่ม  ดังนั้นหากต้องรอกฎหมายฉบับนี้ผ่านสนช.จนมีผลบังคับใช้ อาจเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงและกระทบนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล

นายสมญา พัฒนวรพันธ์  เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ  ชี้แจงว่า  ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มี 33  มาตรา ซึ่งคณะกรรมาธิการฯได้พิจารณาตั้งข้อสังเกต 33  มาตรา โดยจาการศึกษาเห็นว่า ในส่วนของคำนิยามนั้น กรรมาธิการฯได้เสนอแก้ไขคำนิยามคำว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้คลอบคลุมภัยทุกด้านที่ส่งผลต่อประเทศ ซึ่งในร่างคลอบคลุมเฉพาะเรื่องไซเบอร์เท่านั้น  และขอเพิ่มคำว่า หน่วยงานเอกชน เข้าไป เพราะหน่วยงานส่วนใหญ่ที่ดูอินเตอร์เน็ตและสื่อสารเป็นเอกชน  รวมทั้งขอเพิ่มกรอบแนวทางการทำงานให้เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาเศรษฐกิจที่จะมีเรื่องภัยคุกคามด้านโซเซียลมีเดียด้วย ในหมวดขององค์กรที่จะต้องจัดตั้งขึ้นตามร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้นั้นมีคณะกรรมการว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ซึ่งโครงสร้างของกปช.นี้ ควรให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่มอบหมายเป็นประธาน กปช.ทั้งนี้หากเกิดเหตุภัยพิบัติหรือเหตุร้ายแรงผู้ที่มีอำนาจสั่งการควรมีอำนาจมากกว่ารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

นายสมญา กล่าวว่า ส่วนสำนักงานกปช.นั้นในร่างพ.ร.บ.กำหนดให้เป็นนิติบุคคล แต่คณะกรรมาธิการฯเห็นว่า กปช.จะเป็นผู้กำกับดูแลและใช้อำนาจตามกฎหมายจึงควรให้เป็น”ส่วนราชการ” เพื่อได้สั่งการตามกรอบของกฎหมายได้ และจะไม่มีสิทธิพิเศษอื่นใด ขณะที่พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดซึ่งจะมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านควรจะมีเงินเพิ่มพิเศษเป็นไปตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ในเรื่องของการสั่งการต่างๆควรเพิ่มเรื่องหน่วยงานเอกชนเข้าไปทุกมาตราที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ในเรื่องของผลกระทบด้านไซเบอร์ทั้งด้านกิจการและความมั่นคง ตามร่างเดิมกำหนดเฉพาะด้านการเมืองและด้านพาณิชย์ คณะกรรมาธิการฯได้เสนอให้เพิ่มกิจการ เช่น  บริการเครือข่ายด้านอินเตอร์เน็ต โครงการคมนาคม สาธารณูปโภคพื้นฐาน  ระบบสาธารณะต่างๆ ความมั่นคงทางทหาร ความเรียบร้อยภายในประเทศและระบบเศรษฐกิจ  นอกจากนี้อำนาจหน้าที่ของพนักงาน เจ้าหน้าที่  ที่ให้อำนาจเข้าตรวจสอบสื่อต่างๆหากเกิดเหตุการณ์ได้นั้น คณะกรรมาธิการฯเห็นว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนควรมีการถ่วงดุล จึงเสนอให้ก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจในการเข้าถึงหรือดำเนินการใดๆต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลอนุมัติก่อน ยกเว้น เป็นเรื่องเร่งด่วนหากไม่ดำเนินการอาจเกิดความเสียหายได้ สามารถทำได้แต่ต้องยื่นต่อศาลภายหลัง สำหรับบทลงโทษนั้น เห็นควรเพิ่มบทลงโทษเพิ่มขึ้น ซึ่งมีทั้งโทษอาญาและทางวินัย  โดยร่างเดิมมีแต่โทษทางวินัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่คณะกรรมาธิการฯชี้แจงเสร็จ ได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวของคณะกรรมาธิการฯ มีข้อข้อเสนอในส่วนของบทลงโทษที่กำหนดไว้น้อยเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ  ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสปท. อภิปรายว่า อันตรายจากความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำเป็นต้องให้ข้าราชการเข้ามากำกับเอกชนทุกขั้นตอนหรือไม่ มันจำเป็นต้องมีรายละเอียดขั้น และระยะเวลาคอยกำหนดบ้างหรือไม่ กปช. ไม่มีตัวแทนจากประชาชน และภาคเอกชนมาร่วม ไม่อยากให้รูปแบบการปฏิวัติดิจิทัลทำลายความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เราเสียกสทช.ที่เป็นอิสระไปแล้ว ส่วน นายสมพงษ์ สระกวี กล่าวว่า ไทยอยากเป็นประเทศ 4.0 แต่ ไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ กำลังจะยกโขยงออกจากประเทศไทย เพราะกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่กำลังพิจารณา และร่างกฎหมายความมั่งคงไซเบอร์ฉบับนี้

ด้านพล.ต.ต.พิสิษฐ์  ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้มุ่งคุมครองระบบอินเทอร์เน็ต ต่างจากพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่มุ่งคุ้มครองผู้ถูกกระทำ  ร่างตัวนี้ไม่ได้เน้นเนื้อหา แต่เน้นระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ ที่ทราบดีว่า เว็บไซต์ส่วนราชการถูกโจมตีทุกวันความเสียหายเป็นร้อยล้าน แต่ไม่ปรากฎเป็นข่าวเพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรฐานกลางให้แต่ละหน่วยงานไปวางระบบรักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกัน กมธ.ก็เพิ่มเติมมาตรการเข้มข้นทางความมั่นคงการทหาร ด้านประชาชนก็จะได้รับการสนับสนุนการให้ความรู้กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายฉบับดังกล่าวด้วยคะแนน 141 ต่อ 1 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง เพื่อส่งรายงานให้ครม.พิจารณาต่อไป

“ประวิตร”ชี้หากปชช.ร่วมมือบ้านเมืองจะเปลี่ยนผ่านไปด้วยดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250490


ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประวิตร, ชี้, หาก, ปชช, ร่วมมือ, บ้านเมือง, เปลี่ยน, ผ่าน, ด้วยดี, พลอประวิตร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 28 พ.ย. 2559

“ประวิตร”ชี้หากปชช.ร่วมมือบ้านเมืองจะเปลี่ยนผ่านไปด้วยดี

“พล.อ.ประวิตร” ชี้ หากประชาชนร่วมมือ บ้านเมืองจะเปลี่ยนผ่านไปด้วยดี ไม่ฟันธงขยับเลือกตั้ง

          28 พ.ย. — พล.อ.ประวิตร วงษุสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรีวาระสำคัญในวันอังคาร 29 พ.ย.นี้ว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้แจ้งมาให้ทราบ เชื่อว่าบ้านเมืองจะเปลี่ยนผ่านไปด้วยดี และต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ก็จะเรียบร้อย ถ้าประชาชนเห็นด้วย มีความสงบการเปลี่ยนผ่านไปด้วยดี ตอนนี้กำลังไปเรื่อย ๆ และไปได้ดี ทุกอย่างเดินไปข้างหน้า รัฐบาลเองพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชน

ส่วนวาระประชุม ครม.พรุ่งนี้ เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเราจะมีพระมหากษัตริย์องค์ใหม่หรือไม่ และจะส่งผลต่อโรดแมป คสช.อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องเดินไปแบบนี้ นอกจากจะมีสถานการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นไปตามโรดแมป ของรัฐบาลและคสช. ที่ได้กำหนดไว้ ส่วนสิ่งที่จะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงนั้น คงไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องในอนาคต

ผู้สื่อขาวถามว่า การเลือกตั้งในโรดแมปที่กำหนดในปี 2560 จะต้องขยับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ยังพูดไม่ได้ของเดิมเป็นอย่างไรก็เดินไปตามนั้น เพราะมีขั้นตอนอยู่แล้วว่า รัฐธรรมนูญออกและต้องทำกฎหมายลูก  และดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการอแกกฎหมายลูก และยังไม่มีสถานการณ์อะไร ก็เดินไปเรื่อย ๆ ส่วนจะมีปัญหาองค์กรอิสระและการเซ็ทซีโร่พรรคการเมืองหรือไม่นั้น ตนคงไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นผู้กำหนด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภานิติบัญญัติ (สนช.) กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)จะทำให้เกิดความเหมาะสม และต้องพูดคุยกันขณะนี้เรายังไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมพรรค เพราะไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้ง รอรัฐธรรมนูญออกมาก่อน

 

“กอร.รส.” เผย ยอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพ 26พ.ย.มากสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250430

26พยมากที่สุด, ที่สุด, กอร.รส. เผย ยอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพ 26พ.ย.มากที่สุด, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กอรร, เผย, ยอด, ผู้, เข้า, สักการะ, พระบรมศพ, มาก, สุด, กอรรส, 26พยมากสุด
26พยมากที่สุด, ที่สุด, กอร.รส. เผย ยอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพ 26พ.ย.มากที่สุด, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กอรร, เผย, ยอด, ผู้, เข้า, สักการะ, พระบรมศพ, มาก, สุด, กอรรส, 26พยมากสุด
26พยมากที่สุด, ที่สุด, กอร.รส. เผย ยอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพ 26พ.ย.มากที่สุด, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กอรร, เผย, ยอด, ผู้, เข้า, สักการะ, พระบรมศพ, มาก, สุด, กอรรส, 26พยมากสุด
26พยมากที่สุด, ที่สุด, กอร.รส. เผย ยอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพ 26พ.ย.มากที่สุด, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กอรร, เผย, ยอด, ผู้, เข้า, สักการะ, พระบรมศพ, มาก, สุด, กอรรส, 26พยมากสุด

การเมือง  : 27 พ.ย. 2559

“กอร.รส.” เผย ยอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพ 26พ.ย.มากสุด

“กอร.รส.” เผย เสาร์วานนี้ 26 พ.ย. มียอดผู้เข้าสักการะพระบรมศพสูงที่สุด ตั้งแต่เปิดพระบรมมหาราชวัง แนะ ปชช.ทยอยมาวันธรรมดา ไม่ต้องการรอนาน

          27 พ.ย.59 – พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เปิดกล่าวว่าว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ทางสำนักพระราชวังแจ้งว่า มีประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นจำนวนถึง 45,259 คน ซึ่งถือเป็นสถิติต่อวันที่มากที่สุด นับตั้งแต่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในส่วนประชาชนที่เข้ามาในสนามหลวงมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 144,073 คน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ทั้งนี้เมื่อประชาชนมาพร้อมกันเป็นจำนวนมากย่อมทำให้รอคิวที่นานกว่าปกติ หากเป็นไปได้ ก็ขอให้ประชาชนทยอยกันมาในวันธรรมดาโดยเฉพาะช่วงเวลาบ่าย เพื่อจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน นอกจากนี้หลังพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) หรือหลัง 20 ม.ค. 60 พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจะลดลงจากวันละ 4 รอบ เหลือวันละ 2 รอบ ซึ่งจะทำให้มีเวลาในแต่วันเพิ่มขึ้นสำหรับการเข้าไปกราบสักการะพระบรมศพ

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ จะมีประชาชนเดินทางมาสนามหลวงเป็นจำนวนมากกว่าวันธรรมดา ทำให้ในช่วงสุดสัปดาห์เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจึงต้องปฏิบัติหน้าที่หนักเป็นพิเศษ ซึ่งในจำนวนนี้ก็ยังมีจิตอาสาคนรุ่นใหม่จากกองทัพ คือนักเรียนนายร้อยจำนวน 180 นาย ที่มาร่วมให้บริการพี่น้องประชาชนในทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวมอยู่ด้วย โดยมาช่วยแจกน้ำ อาหาร ยาดม เก็บขยะ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลรวมทั้งให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้ที่มาท้องสนามหลวง ทั้งนี้ กอร.รส.ต้องขอขอบขอบคุณน้ำใจของจิตอาสาทุกท่านที่สละเวลา กำลังกายและกำลังใจมาร่วมกันสร้างกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ขณะที่ น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของกทม. กล่าวว่า กองอำนวยการร่วมฯ ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้น่าจะมีประชาชนมามากกว่าปกติ จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน เช่น การเพิ่มเต็นท์สำหรับให้ประชาชนพักคอยบริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือจาก 4 เป็น 8 เต็นท์ พร้อมทั้งติดตั้งพัดลม และเพิ่มจุดบริการน้ำดื่ม รวมถึงติดตั้งจอ LED เพื่อเปิดสารคดีเฉลิมพระเกียรติสลับกับบรรยากาศพระพิธีภายในพระบรมมหาราชวัง อีกทั้งยังจัดอาสาสมัครเดินแจกอาหารและน้ำดื่มเป็นระยะ และหากประชาชนต้องการเข้าห้องน้ำหรือต้องทำธุระอื่นใดที่ต้องออกนอกคิวชั่วคราว ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่บริเวณหัวแถวคิวของตนเพื่อรับบัตรอนุญาตออกจากจุดรอคิว เมื่อทำธุระเสร็จแล้วให้นำบัตรดังกล่าวมาคืนเจ้าหน้าที่ท่านเดิมเพื่อกลับเข้าคิวเดิม และจากสถิติของประชาชนเมื่อวานนี้ที่สูงเป็นพิเศษ ดังนั้นในช่วงค่ำ กทม.จึงได้ตั้งเต็นท์ให้ประชาขนพักรอบริเวณด้านหน้าวัดมาธาตุเพิ่มเติมอีก เพื่อรองรับประชาชนในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งคาดว่า จะมีจำนวนมากเช่นกัน

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์จะมีประชาชนเดินทางมาสนามหลวงเป็นจำนวนมากกว่าวันธรรมดา ทำให้ในช่วงสุดสัปดาห์เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจึงต้องปฏิบัติหน้าที่หนักเป็นพิเศษ และในจำนวนนี้ก็ยังมีจิตอาสาคนรุ่นใหม่จากกองทัพ คือนักเรียนนายร้อยจำนวน 180 นาย ที่มาร่วมให้บริการพี่น้องประชาชนในทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวมอยู่ด้วย โดยมาช่วยแจกน้ำ อาหาร ยาดม เก็บขยะ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลรวมทั้งให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้ที่มาท้องสนามหลวง ทั้งนี้ กอร.รส.ต้องขอขอบขอบคุณน้ำใจของจิตอาสาทุกท่านที่สละเวลา กำลังกาย และกำลังใจมาร่วมกันสร้างกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ปชช. ร่วมถวายสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่น แม้ร้อนอบอ้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250426

ปชช. ร่วมถวายสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่น แม้ร้อนอบอ้าว, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, ปชช, ร่วม, ถวาย, สักการะ, พระบรมศพ, อย่าง, เนืองแน่น, แม้, ร้อน, อบอ้าว, แม้ร้อนอบอ้าว

การเมือง  : 27 พ.ย. 2559

ปชช. ร่วมถวายสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่น แม้ร้อนอบอ้าว

ปชช. ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ อย่างเนืองแน่น แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว

           27 พ.ย.59 — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนเป็นจำนวนมากจากทั่วประเทศ เดินทางมาสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอย่างเนืองแน่น แม้ว่า สภาพอากาศวันนี้จะร้อนอบอ้าว โดยแถวแน่นขนัดตั้งแต่ช่วงเช้ามืด 5.00 น. ซึ่งปลายแถวยาวมาจนถึงสนามหลวงทิศใต้ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร คอยให้บริการและอำนวยความสะดวกทั้งการบริการทางแพทย์ รวมถึงการแจกน้ำดื่ม และอาหารถึงที่นั่งในเต๊นท์พักคอยอย่างไม่ขาดสาย สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภับในบริเวณโดยรอบพระบบรมมหาราชวัง และสนามหลวง ก็เป็นไปอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ได้ทำการตรวจค้นสัมภาระ และบัตรประชาชน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่จะแฝงเข้ามาปะปนกับประชาชน

นางถนอม นาคสิน อายุ 46 ปี ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ กล่าวว่า ตนเดินทางมาจาก จ.ร้อยเอ็ด กับกระทรวงมหาดไทย ถึงสนามหลวง 4.00 น. แต่คาดว่า จะได้เข้าตอน 15.00 น. ทั้งนี้ การรอนานไม่ใช่อุปสรรคหรือปัญหาแต่อย่างใด เพราะตนมีความตั้งใจที่จะมาสักการะพระบรมศพ ส่วนตัวมีทั้งความเสียใจ ร่วมกับความรู้สึกปลื้มปิติ และตื่นเต้น เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีตลอดการรอแถวเข้าพระบรมมหาราชวังนั้น ตนมีความประทับใจกับการอำนวยความสะดวกของอาสาสมัครที่ตั้งใจกันทำเพื่อประชาชน รู้สึกดี และสัมผัสได้ว่าทุกคนมีความตั้งใจ

ขณะที่นางกนกพร นิยมจันทร์ อายุ 49 ปี กล่าวว่า ตนมาจากรามคำแหง ถึงสนามหลวงเวลาประมาณ 6.00 น. แต่เพิ่งจะมีโอกาสเข้าได้ในช่วงบ่าย 3 กว่าๆ แต่ระยะเวลาที่รอนานนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ตนมีความรู้สึกลำบากใจ เพราะมีความตั้งใจนานแล้ววว่า จะมาสักการะพระบรมศพสักครั้ง จึงมีความรู้สึกสมความตั้งใจที่ได้มาในวันนี้ อย่างไรก็ดีในวันนี้ แม้จะมีอากาศร้อน แต่เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ก็อำนวยความสะดวกอย่างไม่ขาดสาย และจัดการแถวได้ดี ไม่มีการมั่วปะปน

ปชช. ร่วมถวายสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่น แม้ร้อนอบอ้าว

 

“วิลาศ” เซ็ง สอบทุจริต กปภ.ไม่คืบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250417

ข่าวการเมืองคมชัดลึก, วิลาศ เซ็ง สอบทุจริต กปภ.ไม่คืบ, วิลาศ, เซ็ง, สอบ, ทุจริต, กปภ, ไม่, คืบ, สอบทุจริต, กปภไม่คืบ, มท1

การเมือง  : 27 พ.ย. 2559

“วิลาศ” เซ็ง สอบทุจริต กปภ.ไม่คืบ

“วิลาศ” เซ็ง สอบทุจริต กปภ.ไม่คืบ จี้ “มท.1” เร่งแก้ระเบียบการประปา หลังเอาผิด พนง.เกษียณไม่ได้– พร้อมเสนอปลด 3 หน.พัสดุขอนแก่น

           27 พ.ย.59 – นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากที่ได้หยุดการแถลงข่าวเปิดโปงการทุจริตของการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) ตลอด 2 เดือนเพื่อเปิดโอกาสให้ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าฯ กปภ.ได้ตรวจสอบและแก้ปัญหาต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า มีแต่การบอกว่า กำลังตรวจสอบและทำกิจกรรมใช้เงิน 2.3 แสนบาท เช็ดกระจกให้สะอาดเพื่อให้เห็นว่า เป็นองค์กรที่โปร่งใส่ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น ล่าสุดตนได้เดินทางไปตรวจสอบโครงการที่จังหวัดขอนแก่น คือ 1. โครงการโรงสูบน้ำหนองหิน วงเงินจำนวน 44.6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการหอดูดาวโดยมีสัญญาจัดทำวันที่ 7 ก.ย.54 – 3 ก.พ.55 มีการส่งมอบงาน ในเดือน ก.ย. 55 โดย นายสมเกียรติ ภิริยะกากูล ผู้อำนวย กปภ. เขต 6 ในขณะนั้นเป็นประธานตรวจงาน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการสูบน้ำเลย เมื่อทำการตรวจสอบมีการอ้างถึงระเบียบของกปภ.ที่ระบุว่า บุคคลที่เกษียณไม่ถือเป็นพนักงานเอาผิดไม่ได้ และเมื่อเห็นว่าจะมีการเอาผิดก็หาทางแก้ไข โดยลดระดับท่อสูบน้ำหรือเปลี่ยนขนาดปั๊มน้ำให้มีแรงสูบมากขึ้นที่จะต้องมีงบเพิ่ม จำนวน 24 ล้านบาท

2.โรงสูบน้ำโกทา 3 วงเงินจำนวน 52 ล้านบาท มีการวางเงินประกันสัญญา 2 ปี 2.6 ล้านบาท โดยบริษัทเพชรรวมสานส์ เริ่มก่อสร้างวันที่ 3มิ.ย.55 – 17มิ.ย.56 แต่มีการส่งมอบงานวันที่ 31 เม.ย. 58 ซึ่งรับงานเพียงไม่กี่วัน อาคารโรงสูบเริ่มมีปัญหา เช่น เสาเอียง ตึกร้าว เพราะดินทรุดดึงลงแม่น้ำ มีการเรียกร้องไปยังบริษัทมาแก้ไข เพราะยังอยู่ในประกันถึง 3 ครั้ง แต่บริษัทกับนิ่งเฉย ตนตรวจพบว่า เป็นเพราะมีการคืนหนังสือสัญญาค้ำประกันไปให้บริษัทก่อนที่จะมีการส่งมอบงานตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.57 จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมบริษัทจึงไม่มาแก้ไขซ่อมแซม และยังพบว่า มีการพยายามให้พนักงานบัญชีซึ่งมีหน้าที่คุมทะเบียนเอกสารเป็นผู้รับผิดเพียงคนเดียว หากโดยไล่ออกก็จะมีการทำเรื่องรับกลับเข้ามาทำงานใหม่ ซึ่งตนได้พูดคุยกับพนักงานคนดังกล่าวขอให้ปฏิเสธ เพราะถึงแม้จะรับผิดไปคนเดียวก็ทำไม่ได้ เพราะหนังสือสัญญาจะถูกเก็บไว้ในตู้เซฟเวลาคืนต้องเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดถึงจะเปิดตู้เซฟนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีความพยายามขอประกวดราคาใหม่เพื่อปรับซ่อมแซมอีก 2.05 ล้านบาท แต่ผู้ว่าฯสั่งให้ยกเลิกโดยให้ไปไล่บี้กับพนักงานที่คุมเอกสารแทน

นายวิลาศ กล่าวว่า 3.โครงการโมบายแพลนท์ ที่กปภ.ใช้ก่อสร้างผลิตน้ำประปาทั้งหมด ซึ่งปกติควรใช้แบบคอนกรีน แต่กลับใช้แบบเหล็กเชื่อม ทำให้เกิดปัญหาผุพัง เพราะคลอรีนกัด ล่าสุดที่ขอนแก่นพบว่าใช้งบจำนวน 32 ล้านบาท ก่อสร้างโมบายแพลนท์ แต่ต้องหยุดใช้เก็บเป็นสุสานมานาน 7 ปีแล้ว และมีการยกมาตั้งที่อำเภอพล และจะขอใช้งบอีกจำนวน 47 ล้าบบาท โดยอ้างว่าเพราะแม่น้ำชี มีความเค็มต้องใช้เครื่องกรอกน้ำเค็ม หรือ RO 15 ล้านบาท ตนสงสัยว่า ถ้าเช่นนั้นก็ควรก่อสร้างใหม่แทนไปเลย จะยกของเก่าที่ใช้ไม่ได้มาทำไม อีกทั้งเครื่องกรอกน้ำเค็มต้องใช้กำลังไฟจำนวนมากซึ่งผอ.เขต6 ได้คุยกับลูกน้องแล้วว่ามีปัญหามากแต่ก็ไม่คัดค้าน

“สาเหตุใหญ่ที่ทำให้กปภ.ขาดทุนมากสุดหลายหมื่นล้านบาท เพราะการใช้โมบายแพลนท์เหล็กเกือบทั้งประเทศโดยอ้างว่าเพื่อสะดวกรวดเร็ว ถึงเวลาแล้วที่ควรจะยกเลิก เพราะมีอายุใช้งานแค่ 5 ปี แพงกว่าคอนกน 20 เปอร์เซนต์ แต่กปภ.มักจะรอให้น้ำขาดแคลนน้ำเพื่อเป็นข้ออ้างทำหนังสือขอทำโมบายแพลนท์เหล็ก โดยมี 2 บริษัทใหญ่ผูกขาด”นายวิลาศกล่าว

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า ขอฝากไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยให้รีบแก้ระเบียบของการประปาที่ให้พนังงานเกษียณไม่ได้เป็นพนักงานเอาผิดไม่ได้โดยด่วน และแก้ระเบียบการกปภ.ว่าด้วยการโยกย้ายและการหมุนเวียน พ.ศ.2544 ที่ระบุว่าตำแหน่งหัวหน้างานขึ้นไปให้อยู่ไม่เกิน 4 ปี เว้นแต่มีความจำเป็นกับหน่วยงานนั้นๆให้อยู่ต่อได้ ซึ่งการทุจริตส่วนใหญ่มาจากระดับผอ.เขต และหัวหน้าพัสดุเขตเป็นหลัก ดังนั้นตนขอให้ช่วยไปจัดการกับหัวหน้าพัสดุเขต 3 คนคือนายทรงพล ผดุงถิ่น หัวหน้างานพัสดุ 8 ได้รับการแต่งตั้งปี 21 มี.ค.48 จนถึงปัจจุบัน 11 ปี 2.นายชุมพล วงศ์ศิลปอุดม นักบริหารงานพัสดุ 6 แต่งตั้งปี 53 และ 3.นายคมกริช คมขาว หัวหน้าผอ.ขอนแก่น แต่ตั้งปี 52 โดยตามระเบียบระบุว่า ถ้าจำเป็นต้องอยู่เกิน 4ปี ต้องทำรายงานเหตุผลเพื่อให้ผู้ว่าฯอนุมัติ ตนจึงอยากเห็นรายงานดังกล่าวว่าเพราะอะไรบุคคลทั้ง3 จึงอยู่ในตำแหน่งได้ยาวนานเช่นนี้

“การที่นายกมีคำสั่งพิเศษ 68/59 ตั้งตำแหน่งพิเศษ 50 ตำแหน่ง เพื่อรองรับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตในรัฐวิสากิจ ผมคิดว่าควรกันไว้ให้การประปาฯไม่ต่ำกว่า 20 คน ถ้านายกฯต้องการผมมีรายชื่อและหลักฐาน พร้อมที่จะเอาไปยื่นให้ท่าน ตั้งแต่ทำงานตรวจสอบการทุจริตมาเป็น100 องค์กรไม่เคยเห็นองค์กรไหนมีการทุจริตมากมายเท่าองค์กรนี้ โดยเฉพาะบอร์ดการประปาที่หมดอายุไปนานแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังดึงไว้ไม่แต่งตั้งใหม่กับปล่อยให้คนพวกนี้ทำองค์กรเสียหายอยู่ได้ รวมถึงผู้ว่าการประปาที่ผมให้โอกาสมาครบ 6 เดือนแต่ไม่เห็นมีอะไรที่ชัดเจนจึงขอให้ท่านประเมินตนเอง ก่อนที่จะมีคนอื่นประเมิน”นายวิลาศ กล่าว

 

“ไก่อู”วอน”มติชน”อย่าใจแคบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250399


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สรรเสริญ ไก่อู, ไก่อู, วอน, มติ, อย่า, ใจแคบ, มติชน, โฆษกรัฐบาล

การเมือง  : 27 พ.ย. 2559

“ไก่อู”วอน”มติชน”อย่าใจแคบ

“โฆษกรัฐบาล”ซัด“มติชน”อย่าใจแคบวิจารณ์นโยบายส่งเสริมขรก.ออกกำลังกาย จวกสื่อเลือกข้างควรทบทวนบทบาทตนเอง ถึงเวลาปรับปรุงทัศนคติได้แล้ว

          27 พ.ย. 59 – พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมติชนออนไลน์เผยแพร่บทความทำนองนโยบายให้ข้าราชการออกกำลังกายเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการละทิ้งหน้าที่ของตนไปออกกำลังกายแล้วจะกระทบต่อการดูแลประชาชน ว่า การคิดเช่นนั้น เสมือนการใช้เหตุผลตื้นๆ มองแคบๆ ด้วยใจอคติ ผู้มีสามัญสำนึกปกติคงเข้าใจเจตนารมณ์ ได้โดยง่ายว่า รัฐบาลสนับสนุนให้ข้าราชการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อมีกำลังกายกำลังใจเต็มร้อยที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ดีกว่าทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ เพราะสุขภาพกายใจอ่อนแอ

” เชื่อมั่นว่าเพื่อนข้าราชการทุกคน เข้าใจจุดมุ่งหมายของรัฐบาล ว่าต้องการให้ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง มีประสิทธิภาพเต็มร้อย รวมไปถึงประหยัดงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องใช้เพื่อการรักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากโรคไม่ติดต่อ โรคเรื้อรัง ที่เกิดจากพฤติกรรมไม่ดูแลสุขภาพตนเองผู้บังคับบัญชาในแต่ละส่วน ย่อมทราบและสามารถบริหารได้ว่าจะผสมผสานทั้งการทำงานตามภารกิจเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน และการดูแลสุขภาพของข้าราชการในสังกัดเช่นไร จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอย่างไร หรือกำหนดช่วงเวลาใดจึงจะสอดคล้องเหมาะสมที่สุดดังนั้น ที่มติชนพยายามชี้นำว่าจะทำให้เจ้าหน้าที่หยุดงานนั้น สำหรับผม เป็นคำกล่าวที่ไร้สาระ เต็มไปด้วยมุมมองเชิงอคติ เพราะคงไม่มีคุณหมอท่านใดหยุดผ่าตัด หรือ สถานีตำรวจไหนปิดสำนักงาน เพื่อมาออกกำลังกาย ” พลโทสรรเสริญ กล่าว

พลโทสรรเสริญ กล่าวด้วยว่า จึงอยากให้สื่ออย่างมติชน หรือ สื่ออื่นในกลุ่มเดียวกันที่ยังสลัดขั้วการเมืองไม่ออก ยังมีการเลือกข้างสร้างความแตกแยกในสังคม ได้มีสติคิดตรึกตรองว่า ถึงเวลาหรือยังที่ควรจะปรับเปลี่ยนทัศนคติตัวเอง ปรับปรุงตัวเองให้เป็นสื่อสร้างสรรค์ที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับ มิใช่สื่อที่สังคมมองด้วยสายตาตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณในการทำหน้าที่ของท่าน

 

“วัฒนา”ชี้นโยบายแจกเงินปชช.ทำรัฐขาดทุนยับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250393


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, วัฒนา เมืองสุข, วัฒนา, ชี้, นโยบาย, แจก, เงิน, ปชช, รัฐ, ขาดทุน, ยับ, คสช, ปปช-สตง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 27 พ.ย. 2559

“วัฒนา”ชี้นโยบายแจกเงินปชช.ทำรัฐขาดทุนยับ

“วัฒนา” โพสต์เฟซบุ๊คอัด “คสช.” ทำนโยบายแจกเงินคนจน ทำรัฐขาดทุนยับ 100 % มากกว่าโครงการจำนำข้าว จี้ “ป.ป.ช.-สตง.”ตรวจสอบการใช้งบกลาง โดยไม่มีกฎหมายรองรับ

สำนักข่าวเนชั่น  โดย  ขนิษฐา เทพจร

27 พ.ย. 59 -“วัฒนา” โพสต์เฟซบุ๊คอัด “คสช.” ทำนโยบายแจกเงินคนจน ทำรัฐขาดทุนยับ 100 % มากกว่าโครงการจำนำข้าว จี้ “ป.ป.ช.-สตง.”ตรวจสอบการใช้งบกลาง โดยไม่มีกฎหมายรองรับ พร้อมยกโครงการจำนำข้าวยังมีประ

27 พ.ย. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊คแฟนดอย ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้นำมีมติแจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อย รายละ 1,500-3,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าเป็นนโยบายที่ไม่คุ้มค่าและเลียนแบบมาจากการทำนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา นอกจากนั้นแล้วกรณีที่ ครม. ชุดปัจจุบันมีมติแจกเงินดังกล่าว ยังสะท้อนถึงการทำงานที่เป็นสองมาตรฐานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ไม่ยอมตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อดำเนินนโยบายแจกเงินของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งต่างจากกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกตรวจสอบและถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ตามตนยอมรับว่าการใช้งบกลาง จำนวน 12,750 ล้านบาทเพื่อทำนโยบายของรัฐบาลคสช. อยู่ในอำนาจที่ทำได้ แต่กรณีดังกล่าวคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยวินิจฉัยการใช้งบกลางว่าเป็นเรื่องทางนโยบายที่อยู่ในอำนาจของ ครม.ที่จะพิจารณากำหนดได้ตามความเหมาะสม แต่การทำงานของ ครม. เกี่ยวกับนโยบายแจกเงินไม่พบกฎหมายใดๆ รองรับ ดังนั้นตนขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและองค์กรอิสระให้ตั้งบนหลักนิติธรรม และควรรีเซ็ทเพื่อให้ทุกอย่างเป็นมาตรฐานนเดียวกัน โดยรัฐบาลต้องเลิกอ้างถึงกระบวนการยุติธรรม เพราะมีเพียงฝ่ายของตัวเองและพรรคพวกที่ไม่เคยรับผิดชอบ

“ การแจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อยคือการให้เปล่าโดยรัฐไม่ได้อะไรตอบแทน ต้องถือว่าเป็นการขาดทุน 100 เปอร์เซ็นต์ หรือเรียกว่ารัฐขาดทุนมากกว่าโครงการรับจำนำข้าวสมัยของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะกรณีนั้น รัฐยังมีข้าวในมือไว้รอขาย แม้การช่วยเหลือประชาชนจะเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ต้องอยู่บนฐานของการใช้งบประมาณที่ชาญฉลาด เพื่อให้เกิดประสิทธิผล แบบที่ท่านผู้นำชอบอ้างว่านักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด ” นายวัฒนา ระบุ