“นายกฯ” ประชุมร่วมครม.-คสช.ก่อนเสนอสนช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250597

นายกฯ ประชุมร่วมครม.-คสช. พิจารณาวาระพิเศษ ก่อนเสนอสนช., นายกฯ, ประชุม, ร่วม, ครม, คสช, ก่อน, เสนอ, นายกฯ

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

“นายกฯ” ประชุมร่วมครม.-คสช.ก่อนเสนอสนช.

“นายกฯ” ประชุมร่วมครม.-คสช. พิจารณาวาระพิเศษ ก่อนเสนอสนช.

          29 พ.ย.59-เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีวาระพิเศษ ที่จะส่งต่อให้ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณา ซึ่งรัฐบาลได้เชิญสมาชิกคสช.  เข้าร่วมรับทราบด้วย โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะสมาชิกคสช. ซึ่งเมื่อวานนี้ (28พ.ย.) เลขาธิการวุฒิสภาปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกหนังสือด่วนเรื่องการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาระเบียบวาระการประชุม ตามที่ได้รับแจ้งจากคณะรัฐมนตรี โดยนัดพิเศษ ในเวลา11.00น. ที่อาคารรัฐสภา ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมครม. คสช. หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบเพียงแต่อมยิ้ม แล้วพยักหน้า ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการ เพื่อเข้าร่วมประชุม

 “นายกฯ” ประชุมร่วมครม.-คสช.ก่อนเสนอสนช.

โดยบรรยากาศก่อนการประชุม ครม. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้แจกหนังสือคำศัพท์เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจัดทำโดยกรมศิลปากร แก่คณะรัฐมนตรี และสื่อมวลชน ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรม ยังได้จัดทำหนังสือเล่มนี้เป็นอีบุ๊ค เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนสามารถดาวน์โหลดเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม http://www.m-culture.go.th.

 

วันนี้“พรเพชร”รับตรงวาระพิเศษจาก ครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250566

พรุ่งนี้, คมชัดลึก, ถกวิปลับ, วาระพิเศษ, จากครม, วันนี้, พรเพชร, รับ, ตรง, วาระ, พิเศษ, จาก, ครม

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

วันนี้“พรเพชร”รับตรงวาระพิเศษจาก ครม.

กระบวนการประชุมลับวิปสนช.วาระพิเศษ วันนี้(29พ.ย.) อาจมีเลขาธิการวุฒิสภาเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระบวนการประชุมลับวิปสนช.เวลา 10.00 น. วันที่ 29 พ.ย.59 อาจมีเลขาธิการวุฒิสภาเท่า นั้นที่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม โดยขั้นตอนการรับทราบวาระพิเศษจากครม.เพื่อจัดการประชุมจะส่งตรงมายังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ต่างจากวาระปกติที่จะส่งผ่านมายังเลขานุการวิปสนช.จากนั้นนายพรเพชรจะแจ้งให้ที่ประชุมวิปรับทราบเพื่อเตรียมพร้อมประชุมวาระพิเศษเวลา 11.00 น. ต่อไป ส่วนการแต่งกายข้าราชการวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องกับการประชุมให้สวมชุดข้าราชการ ขณะที่สมาชิกสนช.กำหนดให้ใส่ชุดสากลนิยมไว้ทุกข์

ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากทางวุฒิสภามาเพียงให้เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นมากเป็นพิเศษเท่านั้น

 

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250582

การทูตไทย มองไกล ก้าวทั, ก้าวทันโลก, มองไกล, ทันโลก, ก้าว, ยุทธศาสตร์ชาติ ในระยะ 20 ปีข้างหน้า พศ2560-, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ทูตไทย มองไกลก้าวทันโลก บนทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีข้างหน้า, มองไกลก้าวทันโลก, ปีข้างหน้า, ทูต, ไทย, มอง, ไกล, ตาม, ทิศทาง, ยุทธศาสตร์, ชาติ, ข้างหน้า, ทูตไทย, 20ปีข้างหน้า

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

สัมภาษณ์พิเศษ : อัครราชทูตในอินเดีย ขานรับการทูตประชารัฐ – ทูตในแอฟริกาใต้ ชี้โอกาสตลาดข้าวไทย – ทูตในโมซัมบิก ปักหมุดการค้าใหม่ตั้งฐานที่มั่นธุรกิจไทย

                ในการประชุมเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ประจำปี 2559 มีหัวข้อหลัก “การทูตไทย มองไกล ก้าวทันโลก” มุ่งเน้นต่อยอดนโยบายการต่างประเทศจากปีที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งปีนี้ได้มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศช่วยขับเคลื่อน 2 เรื่องหลักในต่างประเทศ นั่นคือ ” ยุทธศาสตร์ชาติ ในระยะ 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2560-2579) ” และ “นโยบายไทยแลนด์ 4.0”

สถานทูตไทยในอินเดีย ขานรับนโยบาย “บิ๊กตู่” การทูตประชารัฐ

นายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง อัครราชทูตไทย ประจำกรุงนิวเดลี รักษาการแทนเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ให้สัมภาษณ์เครือเนชั่นเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านต่างประเทศของสถานทูตฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลมอบหมาย ว่า  สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี ได้ดำเนินงานด้านการทูตประชารัฐมาระยะหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่ทำอยู่ภายในประเทศ และขยายไปสู่การดำเนินงานต่างประเทศ ซึ่งเดิม “การทูตประชารัฐ” รู้จักในชื่อ “ทีมไทยเลนด์” แต่มีการดำเนินงานที่เข้มข้นขึ้น สำหรับอินเดีย มีทีมไทยแลนด์ที่มาจากหน่วยงานราชการ เอกชนไทย รัฐวิสาหกิจ วิชาการ ภาคประชาสังคม วัดไทย ชุมชนคนไทย นักเรียนไทยที่มีความเข้มแข็งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และพร้อมที่จะดำเนินงานรับกับนโยบายที่เข้มข้นมากขึ้น

 

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

เล็งใช้การทูตวิทยาศาสตร์ – นวัตกรรมอินเดีย กับไทย

นายอภิรัตน์ กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายยุทธศาสตร์ชาติ ในระยะ 20 ปี ข้างหน้า ( พ.ศ. 2560 – 2579)  และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นการบ้านให้สถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกรับไปศึกษา ซึ่งในส่วนสถานทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี เล็งเห็นถึง “เทคโลยีและนวัตกรรมของอินเดีย” ที่สามารถมาปรับใช้กับไทยในหลายเรื่อง ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศก็ให้ความสำคัญในเรื่อง “การทูตวิทยาศาสตร์” และอินเดียก็มีความเชี่ยวชาญอย่างมากในเรื่องนี้ โดยที่ไทยสามารถจะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับอินเดียได้

“ตั้งแต่ไหนแต่ไร อินเดียมีความภาคภูมิใจในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพประเทศกำลังพัฒนา (Appropriate Technology) แม้ชาติตะวันตกมุ่งไปเทคโนโลยีชั้นสูง (Height Technology)  ยกตัวอย่าง อินเดียก้าวสู่เทคโนโลยีอวกาศที่สามารถแข่งขันกับชาติตะวันตกได้อย่างสบาย และในราคาที่ถูกกว่า อีกทั้งยังรักษาความไฮเทค โดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง นอกจากนี้ อินเดียยังเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการผลิตยาเภสัชกรรม พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานทางเลือกอื่นๆ อย่างแสงอาทิตย์ ที่เราสามารถปรับใช้ในประเทศได้ ”

อีกเรื่อง ตนมองว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที กำลังเป็นเทรนด์ของโลก ซึ่งขณะนี้อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเทรนด์โลก อย่างที่เมืองบังกาลอร์เป็นศูนย์กลางแห่งไอที ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้ได้ เพราะฉะนั้น การที่เรามุ่งหมายในนโยบายไทยเลนด์ 4.0 เพื่ออัพเกรดไทยขึ้นมา และก้าวผ่านสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเรียกว่า กับดักรายได้ประเทศระดับปานกลาง ในแง่ของสถานทูตฯ ต้องไปแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์มาสนับสนุนนโยนบายรัฐบาลต่อไป

 

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

มองอินเดียใหม่ หนึ่งใน “BRICS” กลุ่มปท.เศรษฐกิจทะยานขึ้น

ในประเด็นที่ รมว.พาณิชย์ได้กล่าวไว้ในที่ประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ประจำปี 2559 ว่า อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพมาก และอยากจะเจาะตลาดให้มากกว่านี้ เพื่อเป็นการ สนับสนุนให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในตลาดอินเดียมากขึ้น ตนเห็นด้วย และมองว่า เศรษฐกิจอินเดียเป็นช่วงขาขึ้น ซึ่งทางสถานทูตฯ ร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ เพื่อพยายามให้ความรู้และช่วยเหลือภาคเอกชนไทยที่จะไปประกอบธุรกิจในอินเดีย รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อให้หลุดพ้นจากทัศนคติและภาพลักษณ์อินเดียแบบเดิมๆ

“เราจำเป็นต้องมองอินเดียใหม่แล้ว “เศรษฐกิจอินเดียกำลังทะยานขึ้น สวนกระแสกับเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาลง ในความเป็นจริง อินเดียเป็นประเทศมหาอำนาจระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพจะเป็นผู้เล่นหลักที่มีสำคัญของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า “กลุ่ม BRICS” เป็นกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว (Emerging Market) โดยประเทศในกลุ่มนี้ มีบราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China)  และแอฟริกาใต้ (South Africa)”

เพิ่มบทบาทไทยใหม่ เชื่อม “สัมพันธ์อินเดีย-จีน”

อัครราชทูตไทย ประจำกรุงนิวเดลี กล่าวถึงนโยบายบรัฐบาลที่ให้ทุกสถานทูตฯ ได้คิดครีเอทในการจัดวางตำแหน่งใหม่ให้กับไทย (Repositioning) ต่อประเทศต่างๆ สำหรับสถานทูตไทย ประจำกรุงนิวเดลี มองว่า การเพิ่มบทบาทใหม่ของไทย ในการทำหน้าเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอินเดียและจีน เป็นสิ่งท้าทาย เพราะ 2 ประเทศนี้ต่างฝ่ายต่างเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ และเป็นผู้เล่นสำคัญทางเศรษฐกิจโลกที่มีกำลังซื้อ และศักยภาพทางธุรกิจมหาศาล และที่สำคัญทั้งสองประเทศยังคบค้ากันอยู่ปกติ แต่เมื่อลงลึกก็พอรู้ว่า 2 ประเทศมีความขัดแย้งกันอยู่บางเรื่อง เมื่ออินเดียกับจีนเปรียบเป็นเหมือนขั้วแม่เหล็ก แล้วไทยจะมีบทบาทเป็นตัวเชื่อมอย่างไร นี่เป็นการบ้านที่มีความท้าทายของสถานทูตฯ เพื่อกรุยทางให้กับภาคเอกชนไทยในอินเดียต่อไป

——————-

 

ทูตไทย ชี้โอกาสเปิดตลาดข้าวไทย คู่เผยแพร่แนวความคิด ศก.พอเพียงในแอฟริกาใต้

ด้าน ดร.พรชัย ด่านวิวัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งมีเขตอาณาความรับผิดชอบ ครอบคลุมอีก 10 ประเทศในอนุภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ กล่าวถึงโอกาสการค้าการลงทุนไทยในประเทศแอฟริกาใต้ว่า การเข้าไปเจาะตลาดในแอฟริกาใต้เป็นสิ่งที่ท้าทาย เนื่องจากเป็นตลาดการค้าค่อนข้างใหญ่ และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งในมุมของความร่วมมือด้านการค้าระหว่างกันแล้ว แอฟริกาใต้ต้องการสินค้าเกษตรจากไทย ส่วนตัวมองว่า ไทยสามารถเป็นอู่ข้าวอู่น้ำให้แอฟริกาใต้ได้เป็นอย่างดี เราสามารถทำควบคู่ไปกับการอบรมด้านการเกษตร สอดแทรกแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง เช่นการปลูกพืช ระบบชลประทานเพื่อการเกษตร เป็นความร่วมมือระหว่างกัน นำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้

 

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

                “ในหลายประเทศในแทบภูมิภาคแอฟริกานิยมกินแป้งข้าวโพด หากเป็นข้าวก็จะชอบข้าวนึ่ง อย่างคนส่วนใหญ่ในแอฟริกาใต้ยังไม่ค่อยรู้จักประเภทของข้าว ตนมองว่า เป็นโอกาสไปเปิดตลาดข้าวในแอฟริกา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำ นั่นคือ การเปลี่ยนรสนิยมผู้บริโภค โดยให้ข้าวเป็นทางเลือกหนึ่ง ชี้ให้เห็นประโยชน์คุณค่าทางอาหาร ที่ผ่านมาตนก็ใช้วิธีนี้พูดคุยกับนักธุรกิจท้องถิ่นและผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล เพื่อเผยแพร่และทำการตลาดให้ข้าวไทย กระทั่งปัจจุบันพวกเขาก็เริ่มรู้ประโยชน์จากข้าวและหันมากินข้าวกันมากขึ้น อย่าง ประเทศนามีเบียมีความตระหนักรู้และยอมรับ แล้วเขาก็ต้องการนำเข้าข้าวจากไทย พร้อมกันนั้น ยังต้องการให้ไทยเข้าไปสอนเรื่องปลูกข้าว โดยตนมองเรื่องนี้ว่า เป็นประโยชน์ในระยะยาว เพื่อให้ประเทศพวกเขาเกิดความมั่นคงทางด้านอาหาร และความร่วมมือนี้ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย”

 

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

สินค้าอุตสาหกรรมไทย “ป็อปมาก-ยอมรับ” ในแอฟริกาใต้

ดร.พรชัย กล่าวอีกว่า สินค้าอุตสาหกรรมจากไทย มีมาตรฐานการผลิตและได้คุณภาพ จึงเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับในแอฟริกาใต้ ซึ่งการเปิดตลาดการค้าใหม่ในแอฟริกาใต้เป็นเรื่องไม่ยาก เพราะภาคเอกชนไทยที่เข้าไปก่อนหน้านี้ ก็สร้างชื่อเสียงแบรนด์ไทยไว้เป็นอย่างดี สามารถหนุนนำแบรนด์ไทยรุ่นใหม่ให้เกิดในตลาดแอฟริกาใต้ได้ เป็นลักษณะ “พี่จูงน้อง” ขณะเดียวกัน การทำการตลาดในแอฟริกาใต้ก็เป็นเรื่องไม่เกินความสามารถ โดยผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว มีสภาพทางสังคมยังกับประเทศในยุโรป และมีกำลังซื้อมหาศาล หากเราเข้าใจธรรมชาติและพื้นฐานของตลาดในแอฟริกาใต้แล้ว ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

“ขอแนะนำให้มีมุมมองใหม่กับแอฟริกาใต้ ควรมองเป็นรายประเทศ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คิดไม่ถึง อย่างประเทศแอฟริกาใต้ มีความโดดเด่นเรื่องนวัตรกรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่รุดหน้า อย่าง คริสเตียน มาร์นาร์ด เป็นแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นรายแรกของโลก หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารของแอฟริกาใต้ก็ทันสมัย นอกจากนี้ ในภาพรวมการท่องเที่ยวในภูมิภาคแอฟริกา ก็เป็นที่นิยมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ หรือซาฟารี โดยไทยสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชให้คงอยู่  รวมทั้งองค์กรความรู้และเทคโนโลยี เพื่อนำมาพัฒนาความร่วมมือในด้านต่างๆ” ดร.พรชัยกล่าว

———-

 

ทูตไทย ณ กรุงมาปูโต มอง “โมซัมบิก” เป็นประตูสู่ตลาดของแอฟริกาตอนใต้

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ประเทศโมซัมบิก ซึ่งเป็นสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เปิดเป็นแห่งใหม่ในภูมิภาคแอฟริกา กล่าวถึงโอกาสและความท้าทายในโมซัมบิก หนึ่งในประเทศทางตอนใต้ของแอฟริกา ว่า ปัจจุบัน ไทยเข้าไปลงทุนในโมซัมบิกมากสูงสุดของภูมิภาคแอฟริกา โดยมี ปตท.สผ.เป็นหนึ่งในประเทศผู้รับสัมปทานเข้าไปลงทุนขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นโครงการเมกาโปรเจค ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา อิตาลี ญี่ปุ่น และอินเดีย อีกทั้งยังมี บ.อิตาเลียนไทย ที่เข้าไปสร้างทางรถไฟ และท่าเรือน้ำลึก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มไมเนอร์ กรุ๊ป เข้าไปทำธุรกิจด้านโรงแรม ก่อนนี้โมซัมบิกเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมาแรงในแอฟริกา แต่มาระยะหลัง ประสบปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ และปัญหาบริหารจัดการภายในประเทศ ทำให้โมซัมบิกมีสภาวะเศรษฐกิจแบบขาลง แต่รัฐบาลไทยก็ไม่ละทิ้งตลาดการค้าแห่งนี้ เพราะยังเห็นโอกาสในประเทศโมซัมบิก เปรียบเป็นประตูการค้าของไทยที่สามารถเข้าไปยังประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาตอนใต้อย่างดี

 

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

ปักหมุด “ตลาดโมซัมบิก” เหมือนตั้งฐานที่มั่นให้นักธุรกิจไทย

“โมซัมบิกเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศทอดยาว ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ตรงข้ามกับประเทศมาดากัสการ์ มีพื้นที่ติดทะเล และดินแดนติดต่อกับหลายประเทศ ถ้าไทยไปปักหมุดได้ นั่นหมายถึง โมซัมบิกจะเป็น “ฐานที่มั่นสำคัญ” ให้กับนักธุรกิจไทย ในการเข้าไปขยายการค้าการลงทุนในประเทศที่ใกล้เคียง อาทิ มาลาวี ซิมบับเว แองโกลา เป็นต้น”

สกุลเงิน “มาตีกา” เป็นสิ่งท้าทายนักลงทุนต่างชาติ

ส่วนความท้าทายในการเปิดตลาดการค้าในโมซัมบิกนั้น นายรัศม์ กล่าวว่า จุดเด่นของประเทศนี้ ประชาชนเป็นมิตร รักสงบ และไม่ชอบรุนแรง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาชญากรรม นี่เป็นข้อบวกและน่าลงทุน แต่ความท้าทายของนักลงทุนต่างชาติ จะอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจ ซึ่งสกุลเงิน “มาตีกา” ของโมซัมบิกไม่แข็งค่า เมื่อการทำธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่ ต้องใช้ระบบเงินตราท้องถิ่น ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นปัญหาในเรื่องการแปลงค่าเงินกลับเป็นสกุลเงินประจำประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยในเรื่องนี้ ทำให้การค้าไม่ราบรื่นนัก ทางสถานทูตกำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้แบบยั่งยืน

“ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจไทยก็หาทางออก โดยการนำเงินท้องถิ่นซื้อสินค้าในโมซัมบิก และนำกลับมาเมืองไทย แต่นั่นหมายความว่า การทำธุรกิจนั้นๆ จะต้องได้กำไรมากพอ เพราะเมื่อนำไปซื้อสินค้ากลับมาขายยังไทย จะต้องเสียค่าขนส่ง และนำเข้าสินค้า หลังจากหักลบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ก็ควรต้องได้กำไรอยู่”

ทูตไทย มองไกลตามทิศทางยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีข้างหน้า

          นายรัศม์ กล่าวด้วยว่า ทางสถานทูตยังได้พยายามผลักดันให้โมซัมบิกเร่งดำเนินงาน โครงการขุดเจาะก๊าซโดยเร็ว คาดว่า จะเริ่มต้นได้ภายใน 5 ปี เพื่อให้โมซัมบิกมีเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ ถึงเวลานั้นจะมีประเทศผู้ซื้อทั่วโลกมาติดต่อโมซัมบิก โดยรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติจะช่วยให้เศรษฐกิจโมซัมบิกฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนตัวมองถึงความร่วมมือที่ยาวนาน เพราะการที่ไทยเข้าไปตรึงพื้นที่การตลาดในโมซัมบิกอยู่ก่อนแล้ว เราจะเป็นคู่พันธมิตรการค้าที่มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและต่อเนื่อง

 

 

“สมชัย” งดรับของขวัญปีใหม่! ประกาศบรรทัดฐานใหม่ให้ กกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250575

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, งดรับของขวัญปีใหม่! กกต. สมชัย ติดโปสเตอร์งดรับกระเช้าของขวัญ, สมชัย, รับ, ของขวัญ, ปีใหม่, ประกาศ, บรรทัดฐาน, ใหม่, ให้, กกต, งดรับของขวัญปีใหม่

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

“สมชัย” งดรับของขวัญปีใหม่! ประกาศบรรทัดฐานใหม่ให้ กกต.

“สมชัย” ติดโปสเตอร์งดรับของฝาก ชี้ ต้องสร้างวัฒนธรรมที่ดีในหน่วยงาน

          28 พ.ย.59 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง เปิดเผยว่า ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ติดโปสเตอร์ไว้ที่หน้าห้องทำงาน ที่มีข้อความระบุว่า “งดรับ ของที่ระลึก ของขวัญ แจกันดอกไม้ กระเช้าของขวัญ ของฝากทุกประเภท เพื่อร่วมเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีของการทำงานในหน่วยงาน” ซึ่งประเด็นนี้เป็นนโยบายส่วนตัวเพราะเห็นว่า ตนมาอยู่ด้านบริหารกลาง เกี่ยวข้องกับ จัดสรรงบประมาณ แต่งตั้งโยกย้ายบุคคล ตรวจสอบกำกับติดตามการทำงาน ประชาสัมพันธ์ติดต่อกับสื่อ งบโฆษณาต่างๆ ไม่อยากให้คนที่มาติดต่อ ต้องเอาของขวัญ ของฝากมาให้ อีกทั้งใกล้วันปีใหม่ ผู้บริหารด้านต่างๆมักมีประเพณีนำกระเช้ามาอวยพร หรือเวลา กกต.จังหวัดเข้ามา ก็มักจะมีธรรมเนียมนำของฝาก ของกินจากท้องถิ่นมาให้ ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่าย จึงสมควรไม่ส่งเสริมให้กระทำ ตนจึงต้องประกาศแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องนำของฝากมาให้ หากใครถือมาก็จะใช้เลขาฯ ชี้ป้ายให้ดูเลย

 

ปลัด สปน. ปลื้ม “จิตอาสา” บรรจุข้าวเปลือกพอเพียง ทะลุเป้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250563

ปลัด สปน.ปลื้ม จิตอาสาร่วม บรรจุ ข้าวเปลือกพอเพียง ทะลุเป้า เฉลี่ย 40, 000 ต่อวัน, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ปลัด, สปน, ปลื้ม, จิต, อาสา, บรรจุ, ข้าวเปลือก, พอเพียง, ทะลุเป้า, จิตอาสา, ปลัด สปน

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

ปลัด สปน. ปลื้ม “จิตอาสา” บรรจุข้าวเปลือกพอเพียง ทะลุเป้า

“ปลัด สปน.”ปลื้ม “จิตอาสา”ร่วม บรรจุ “ข้าวเปลือกพอเพียง” ทะลุเป้า เฉลี่ย 40,000 ต่อวัน

          28พ.ย.59 – นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงจิตอาสาที่มาช่วยบรรจุข้าวพอเพียงที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ว่า เมื่อวันที่ 27พ.ย. ที่ผ่านมา มีจิตอาสาเข้ามาช่วยบรรจุข้าวพอเพียงร่วมกับเจ้าหน้าที่ สปน. ทั้งหมด 1,022 คน ถือว่าเป็นวันที่มีจิตอาสามากที่สุด ขณะเดียวกันมียอดการบรรจุข้าวเปลือกถึง 76,000ถุง ซึ่งแต่ละวันจะนำไปมอบให้กับผู้ที่เข้าไปสักการะพระบรมศพ ทั้งนี้ในวันเดียวกัน(27พ.ย.) ได้นำไปมอบให้ประชาชนกว่า 45,000 ถุงแล้ว ดังนั้น จำนวนเฉลี่ยจึงต้องผลิตให้ได้อย่างต่ำ 40,000 ถุง

ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับข้าวเปลือกได้มาจาก กรมการค้าข้าวและกรมสรรพากร โดยให้ทั้งสองหน่วยคัดกรองพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อนำมาบรรจุถุง ซึ่งอธิบดีกรรมการข้าวและอธิบดีกรมสรรพากร ก็พร้อมที่จะสนับสนุนตลอดการดำเนินการ และศูนย์บรรจุข้าวเปลือกพอเพียง สปน.จะเร่งรัดการดำเนินการบรรจุข้าว และมั่นใจว่าในวันที่ 20 ธ.ค.จะได้ตัวเลขตามเป้าหมายที่เราสามารถจะมอบให้ผู้ที่ขึ้นสักการะจนถึงวันที่ 20 ม.ค.60 โดยตั้งเป้าไว้ที่ 2.4 ล้านถุง ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 1.4 ล้านถุง จะต้องบรรจุอีกประมาณ 1 ล้านถุง คาดว่าระยะเวลาที่เหลือคงบรรจุทันตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้หากผู้ใดที่ประสงค์จะมาช่วยบรรจุข้าวเปลือกพอเพียง ให้ประสานมายังช่องทาง สายด่วน1111 และตนขอขอบคุณจิตอาสาที่มาร่วมบรรจุข้าวพอเพียงด้วย

 

“ปธ.บอร์ด กปภ.”โต้ “วิลาศ”แจง ไม่ละเลยแก้ปัญหาทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250559


ยัน ไม่ละเลยแก้ทุจริต, ปธ.บอร์ด กปภ., คมชัดลึก, บอร์ด, กปภ, โต้, วิลาศ, แจง, ไม่, ละเลย, แก้ปัญหา, ทุจริต, ปธบอร์ด, กปภโต้, วิลาศแจง, ปธบอร์ด กปภ, กธจ

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

“ปธ.บอร์ด กปภ.”โต้ “วิลาศ”แจง ไม่ละเลยแก้ปัญหาทุจริต

“ปธ.บอร์ด กปภ.”โต้ “วิลาศ”แจง ไม่ละเลยแก้ปัญหาทุจริต กปภ.-มี “ก.ธ.จ.” ตรวจสอบ ย้ำ “ผู้ว่ากปภ.” เร่งรัดแก้ปัญหาแต่หลายโครงการล่าช้า

          ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล -28พ.ย.59- เวลา15.30น.นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะประธานกรรมการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิลาส จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พบมีการทุจริตในการประปาส่วนภูมิภาคว่า ยืนยันว่าในฐานะประธานกปภ.ไม่ได้ละเลยเรื่องดังกล่าว ซึ่งนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค ได้เข้ามารับหน้าที่เกือบ6เดือนแล้วและได้เร่งรัด โครงการที่ประสบปัญหาหลายโครงการ เช่น การวางท่อประปา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขแบบ ส่วนการแก้ปัญหาภัยแล้งในปี2559ใช้งบประมาณไป2,000ล้านบาทดำเนินการเสร็จแล้ว44โครงการ เหลือดำเนินการ8โครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนก.พ.-มี.ค.2560ขณะที่การตรวจสอบการทุจริตเป็นไปตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ตรวจสอบในทุกมิติ

“ในกปภ.มีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่คิดว่ามีคนดีมากกว่า และหากพบว่ามีคนกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการ และที่ผ่านมา กปภ.มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาถึงผม ก็ได้สั่งลงโทษออกจากราชการ และสั่งลงโทษไม่มากนัก นอกจากนี้ ในทุกจังหวัดยังมีคณะกรรมการธรรมภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) ตรวจสอบเรื่องการทุจริตอยู่แล้ว ซึ่งกรณีของนายวิลาสนั้น ทางบอร์ดกปภ.ได้ติดตามตรวจสอบกับผู้ว่ากปภ.อยู่ตลอด”ปลัดสำนักนายกฯ กล่าว

 

สนช.รอครม.แจ้งเรื่องประชุม 29 พ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250539


สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, ครม., สนช., ครม, แจ้ง, เรื่อง, ประชุม, สุรชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 28 พ.ย. 2559

สนช.รอครม.แจ้งเรื่องประชุม 29 พ.ย.

“สุรชัย”ยังอุบวาระสนช.29พ.ย. อ้างรอครม.แจ้งเป็นทางการ ระบุประชุมลับห้ามสื่อบันทึกภาพ ถ่ายทอดรวมการเฉพาะกิจ

          28 พ.ย. — นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ หรือ วิปสนช.ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.นั้น จะเป็นการประชุมภายในเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับวาระกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจะพิจารณาและเสนอส่งมาให้สนช.ดำเนินการแต่ในเบื้องต้น ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แจ้งมาอย่างเป็นทางการว่า จะส่งเรื่องใดมาบ้าง จึงต้องรอผลการประชุมครม.อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยในการประชุมวิปสนช.จะเป็นการประชุมลับไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง หรือ เข้าบันทึกภาพก่อนเข้าห้องประชุม

ทั้งนี้ หาก ครม.มีมติส่งวาระให้สนช.ดำเนินการจริงในวันที่ 29 พ.ย. วิปสนช.จะบรรจุระเบียบวาระ และนัดประชุมสมาชิกสนช.อย่างเป็นทางการต่อไป และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ อย่างน้อย 2 ช่อง คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาและสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ ช่อง 11 หรือ อาจจะมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยด้วย แต่เรื่องนี้ยังไม่แน่นอน เพราะต้องรอเรื่องจากทางรัฐบาลในฐานะผู้ประสานงาน

 

จำหน่ายคดีฟ้อง“สรยุทธ-ไร่ส้ม–อดีตจนท.ทำคิวโฆษณา อสมท.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250533


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, สรยุทธ์ บ.ไร่ส้ม, ศาลอาญา จำหน่าย คดี ไร่ส้ม, จำหน่าย, คดี, ฟ้อง, สรยุทธ, ไร่, ส้ม, อดีต, จนท, คิว, โฆษณา, อสมท

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

จำหน่ายคดีฟ้อง“สรยุทธ-ไร่ส้ม–อดีตจนท.ทำคิวโฆษณา อสมท.”

ศาลอาญา สั่งจำหน่ายคดี อัยการ ฟ้อง“สรยุทธ-ไร่ส้ม–อดีต จนท.ทำคิวโฆษณา อสมท.”ปลอมเอกสารใบคิวโฆษณา ชี้ เป็นการฟ้องซ้ำ เจตนาเดียวกับคดีที่ศาลตัดสินจำคุกกว่า 13 ปี

          28 พ.ย.59 – ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.1748/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการฯ ,นายสรยุทธ สุทัศนะจินดาอายุ 50 ปี อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดชอายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้มฯ และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาดหรือฃนางชนาภา บุญโตอายุ 47 ปี อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เกิดความเสียหาย

โดยอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.59 สรุปว่า ประมาณกลางเดือน ก.ค. 49 จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันนำเอกสารใบคิวโฆษณา รายการคุยคุ้ยข่าวระหว่างเดือน ม.ค.–พ.ค.49 จำนวน 139 แผ่น ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่จำเลยร่วมกันทำปลอมขึ้น ไปใช้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท จำกัด เพื่อเป็นหลักฐานในการโฆษณา และคิดค่าโฆษณาส่วนเกินในรายการคุยคุ้ยข่าว ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท หลงเชื่อว่าเอกสารใบคิวโฆษณานั้นเป็นเอกสารจริง ทำให้ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 1 ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา หรือเสียค่าโฆษณาส่วนเกินน้อยกว่าความเป็นจริง การกระทำดังกล่าวทำให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย

วันนี้ อัยการโจทก์,นางพิชชาภา จำเลยที่4 และทนายความจำเลยที่ 1-4 มาศาล ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่2 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่3 เนื่องจากศาลอนุญาตให้สืบพยานลับหลังจำเลยได้

ขณะที่ศาล ได้พิเคราะห์คำร้องโจทก์ และคำร้องจำเลย ประเด็นคำฟ้องนี้เป็นการฟ้องซ้ำจำเลยทั้งสี่ในคดีที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558แล้วหรือไม่

ศาลเห็นว่า ตามคำพิพากษาศาลอาญาคดีนั้น อัยการได้ฟ้อง นางพิชชาภา จำเลยที่4 ในคดีนี้ เป็นจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าว ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ,เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร,เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดฯ และฟ้องนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่2-3 คดีนี้ เป็นจำเลยที่ 3-4 ในคดีดังกล่าว ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด

ส่วนที่อัยการโจทก์ นำคดีมาฟ้องเพราะเมื่อเดือน ก.พ. 48–เดือน มิ.ย. 49 นางพิชชาภา จำเลยที่4 ในคดีนี้ ไม่รายงานค่าโฆษณาส่วนเกินของรายการคุยคุ้ยข่าวให้ผู้บริหารทราบเพื่อเป็นประโยชน์ต่อ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ ทำให้บมจ. อสมท. เกิดความเสียหาย 138 ล้านบาทเศษ และนางพิชชาภา จำเลยที่4 ยังใช้น้ำยาลบคำผิดลบรายการโฆษณาที่เกินเวลาในใบคิวโฆษณารวม

ซึ่งประเด็นดังกล่าว ศาลอาญาเคยได้วินิจฉัยในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558และลงโทษจำคุก นางพิชชาภา ไว้เป็นเวลา20 ปี ส่วนนายสรยุทธ กับ น.ส.มณฑา จำเลยร่วมก็ถูกจำคุกในคดีดังกล่าวเป้นเวลา 13 ปี4เดือน

โดยคำฟ้องอัยการโจทก์คดีนี้ ที่ระบุว่า จำเลยได้ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตัดทอน เพื่อไม่ให้ บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ เสียค่าโฆษณาส่วนเกินหรือเสียน้อยกว่าความเป็นจริงให้แก่ผู้เสียหายนั้น พฤติกรรมของนางพิชชาภา จำเลยที่4 ในคดีนี้ ที่ใช้เอกสารปลอม ถือเป็นเจตนาเดียวกันเพื่อปกปิดข้อเท็จจริง

ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในคดีนี้ จึงเป็นความผิดตามที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.313/2558ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแล้ว และเมื่อศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องของอัยการโจทก์ จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4) อัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิ์ฟ้องคดีอีก ดังนั้นศาลให้งดตรวจหลักฐานในวันนี้ และจำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ

ภายหลังอัยการโจทก์กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำคำสั่งของศาลไปศึกษากับคณะทำงานว่าจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลในประเด็นใดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ2เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บ.อสมท.ฯ,บ.ไร่ส้มฯ โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่มในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม,นายสรยุทธ อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดังฯและน.ส.มณฑา เจ้าหน้าที่บ.ไร่ส้มฯ เป็นจำเลยที่1-4ในความผิดฐานเรียก รับทรัพย์สินฯโดยมิชอบ,ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร,เป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำผิด อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502ม.6 , 8และ11จากกรณีเดียวกันที่ไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินนั้น

ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 ที่ผ่านมา ให้จำคุกนางพิชชาภา อดีตเจ้าหน้าที่ อสมท. จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทงๆ ละ 5 ปี จำคุกทั้งสิ้น 30 ปี , ปรับ บ.ไร่ส้มฯจำเลยที่ 2 รวม 6 กระทงๆละ 20,000 บาท จึงปรับเป็นเงิน 120,000 บาท

ส่วนนายสรยุทธ อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา เจ้าหน้าที่บ.ไร่ส้มฯ จำเลยที่ 4 จำคุก 6 กระทงๆ ละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกทั้งสองคนละ 20 ปี

แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑาจำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับ บ.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 80,000 บาท

โดยจำเลยทั้งหมด ได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์สู้คดีคนละ2ล้านบาทซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

ให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่1 กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับบริษัทไร่ส้มจำเลยที่ 2 กระทงละ 20,000 บาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกทั้งสองคนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วนนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑาจำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน ขณะที่การกระทำของจำเลยทั้ง 3 คน ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ และบ.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 ก็ให้ปรับเป็นเงิน 80,000 บาท ภายหลังฟังตำพิพากษารายงานข่าวแจ้งว่าทนายความจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 ล้านบาทเพื่อจะต่อสู้คดีระหว่างอุทธรณ์ โดยขณะนี้คำร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

นอกจากนี้ยังมีคดี บมจ. อสมท. ก็ได้ยื่นฟ้องคดีเอง กับ บ.ไร่ส้มฯ , นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา เป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ไปเมื่อวันที่ 28 ก.ค.58 ในคดีหมายเลขดำ 8134/2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาลแขวงพระนครเหนือ

 

สัปดาห์นี้ เปิดเผยร่างกม.พรรคการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250527

คมชัดลึก, ร่างกฎหมายพรรคการเมือง, เตรียมเปิด, กรธ., สัปดาห์, นี้, เปิดเผย, ร่าง, พรรคการเมือง, สัปดาห์นี้, โฆษก กรธ, สนช

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

สัปดาห์นี้ เปิดเผยร่างกม.พรรคการเมือง

“โฆษก กรธ.” ระบุสัปดาห์นี้ เผยแพร่ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อรับฟังความเห็น ก่อนส่ง “สนช.” ตามกระบวนการได้ พร้อมรับฟังข้อท้วงติง “นักการเมือง”

   เมื่อเวลา 13.10 น. นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่าภายในสัปดาห์นี้ กรธ. จะเปิดเผยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับเบื้องต้นต่อสาธารณะและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ศึกษาก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการจัดทำร่างกฎหมายลูกตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนด โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายลูกที่พบว่ามีนักการเมืองแสดงความเห็นทักท้วง อาทิ ระยะเวลาของการจัดทำระบบสมาชิกพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับกติกาใหม่ ซึ่งกรธ.กำหนดให้พรรคการเมืองต้องทำระบบสมาชิก ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 120- 150  วันนั้น หากพรรคการเมืองมองว่าไม่เพียงพอสามารถเสนอระยะเวลาที่เหมาะสมได้ ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ตัดบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการสิ้นสภาพของพรรคการเมืองออกหากไม่สามารถทำระบบภายในพรรค เช่น บัญชีสมาชิกพรรคให้สอดคล้องกับกติกาใหม่, ข้อห้ามให้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหากทำระบบสมาชิกพรรคไม่เสร็จ หรือบทกำหนดโทษให้หัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบต่อกรณีทำบัญชีสมาชิกพรรคไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงนั้น ในหลักการที่กรธ. พิจารณา คือต้องมีมาตรการที่พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ ส่วนที่กำหนดให้เป็นหัวหน้าพรรคเพราะมองว่าหัวหน้าพรรคต้องดูแลกิจการพรรคการเมืองแบบองค์รวม

 

“ยืนยันว่า กรธ. ไม่ได้เซ็ตซีโร่พรรคการเมือง หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคยังคงอยู่ แต่หลักการใหม่ ที่กรธ.กำหนดไว้ คือ ต้องทำระบบสมาชิกพรรคให้ทันสมัย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเท่ากันทั้งพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่  โดยหลักการปฏิบัติเมื่อกฎหมายลูกฉบับใหม่ใช้บังคับ พรรคการเมืองต้องส่งสำเนาบัญชีรายชื่อพรรค ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายใน 30 วัน จากนั้นจะมีเวลาให้พรรคยืนยันข้อมูลตามข้อเท็จจริงของสมาชิกพรรค ภายใน 120 -150 วัน   และกรณีที่พรรคการเมืองยังปรับปรุงระบบสมาชิกไม่ได้ตามกำหนดเวลา กรธ. กำหนดให้ขยายเวลาดำเนินการได้ แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี แต่หากครบเวลาดังกล่าว พรรคการเมืองยังทำไม่แล้วเสร็จ มีบทลงโทษคือ พรรคการเมืองต้องสิ้นสภาพ หรือถูกยุบ  ทั้งนี้เพื่อให้พรรคนำกติกาใหม่ไปปฏิบัติใช้ จึงต้องบทบังคับไว้” นายนรชิต กล่าว

 

นายนรชิต กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่าหลังจากที่ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองประกาศใช้ พรรคการเมืองจะสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ และโร้ดแม็พการเลือกตั้งตามที่รัฐบาลประกาศจะเป็นไปตามเดิม

 

“นายกฯ” พร้อมคณะ บินลงพื้นที่ จ.เชียงราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250525

นายกฯชื่นใจ ปชช.เชียงรายต้อนรับ ขอให้นำสิ่งที่ในหลวง ร.9 ทำกว่า 7 ปี มาใช้ให้เกิดประโยชน์ บอกลุยทำเต็มที่ไม่ได้ดีแต่พูด แต่ 2 ปีแก้ปัญหาไม่ทัน เหตุขยะสังคมมีมาก, นายกฯ, พร้อม, คณะ, บินลง, พื้นที่, เชียงราย, พร้อมคณะ, บินลงพื้นที่, จเชียงราย

การเมือง  : 28 พ.ย. 2559

“นายกฯ” พร้อมคณะ บินลงพื้นที่ จ.เชียงราย

นายกฯชื่นใจ ปชช.เชียงรายต้อนรับ ขอให้นำสิ่งที่ในหลวง ร.9 ทำกว่า 7 ปี มาใช้ให้เกิดประโยชน์ บอกลุยทำเต็มที่ไม่ได้ดีแต่พูด แต่ 2 ปีแก้ปัญหาไม่ทัน เหตุขยะสังคมมีมาก

         28  พ.ย.59-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม และคณะเดินทางไปตรวจราชการจ.เชียงราย และเมื่อถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ และข้าราชการให้การต้อนรับจากนั้น ได้เดินทางโดยด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลป่าแดด ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด เลขทะเบียน กง 5959 เชียงราย มายังโรงเรียนบ้านโป่ง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย โดยมีข้าราชการและประชาชน มาให้การต้อนรับ

โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งกับประชาชนว่า ชื่นใจที่ได้รับรอยยิ้ม เสียงปรบมือที่ไม่ได้มาจากการบังคับ ฝันมาตลอดอยากมาพักผ่อนหลังชีวิตเกษียณที่จ.เชียงราย แต่ 2 ปีกว่าแล้วยังไม่ได้มา วันนี้ตนมาในฐานะชาวบ้านไม่ใช่เจ้านาย ไม่ได้มาบังคับ มาสร้างความร่วมมือเดินไปแบบประชารัฐ ไม่ใช่รัฐประชา โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ดังพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และต้องมองไปในอนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ทุกรัฐบาลเข้ามาก็ต้องมาอยู่ในกรอบนี้ ตนพยายามขับเคลื่อนทุกอย่างไม่ใช่ดีแต่พูด โดยอำนาจอยู่ที่ประชาชน ไม่ได้อยู่ที่ตน หลายคนบอกรัฐบาล คสช.เข้ามา 2 ปี ไม่เห็นมีประโยชน์ นั้นเป็นเพราะโครงสร้างยังไม่เกิด รัฐบาลกำลังทำให้เกิด สิ่งสำคัญต้องทำให้ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองมีเสถียรภาพ และตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาการทะเลาะเบาะแวงลดลงได้ ยกเว้นเรื่องส่วนตัว เรากลับไปขัดแย้งแบบเดิมไม่ได้ เพราะทุกคนอยู่ใต้ร่มพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์

“นายกฯ” พร้อมคณะ บินลงพื้นที่ จ.เชียงราย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัย ทำให้ทุกคนเสียใจ แต่ต้องนำสิ่งที่พระองค์ทำกว่า 70 ปีมาทำให้เกิดประโยชน์ แม้บางเรื่องจะติดขัดเรื่องเวลาและงบประมาณ ทำได้ไม่หมด จึงต้องมีโรดแม็พเป็นแผนที่นำทาง ส่วนโรดแม็พการเมืองอย่าสนใจ เพราะตนไม่มีการเมือง ไม่ต้องการให้ใครมารักตน แต่ต้องการให้รักแผ่นดินนี้ เพราะแผ่นดินให้ที่ยืนและให้อิสระเสรี แม้มีปัญหาแต่อยู่ที่การจัดการ อย่าให้ใครบิดเบือนว่าไม่ได้อะไรจากแผ่นดิน และที่ตนบอกขอเวลาอีกไม่นาน แต่ 2 ปีแล้วยังทำไม่ทันเพราะปัญหามีมาก วันนี้ยังมีขยะสังคมอยู่มาก ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ตนต้องปลุกแรงใจให้ตัวเอง ไม่เช่นนั้นคงเลิกไปนานแล้ว หากตนทำดี แต่กลับมาติติงกัน เป็นธรรมดาที่ไม่ชอบ ช่วงนี้ขอความร่วมมืออยู่กับทหารและข้าราชการไปสักพักด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อประเทศพ้นกับดัก ซึ่งรัฐบาลทุ่มเททุกศักยภาพ เช่น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จะผิดหรือถูกอยู่ที่กฎหมาย ประชาชนได้ประโยชน์ และทุจริตไม่ได้ เพราะโอนเงินผ่านบัญชีโดยตรงและประชาชนยื่นโดยตรง

นายกฯกล่าวว่า ขอให้ประชาชนบอกข้อเท็จจริงจะได้จัดสรรงบประมาณได้ตรงกลุ่ม และรู้สึกยินดีที่มีการเปิดศูนย์ปลอดขยะที่ได้รับรางวัลพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 58 ถือเป็นต้นแบบ สอดคล้องนโยบายรัฐบาลที่ถือเป็นวาระแห่งชาติ แต่ขณะที่การสร้างโรงงานขยะยังมีข้อขัดแย้ง เราต้องดูว่าเกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่หรือไม่ ตรงไหนทำไม่ถูกระเบียบก็ต้องปรับปรุง แต่หากไม่ดีขึ้นก็ต้องสั่งปิด และคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบอย่าปล่อยปะละเลย หากมีระเบียบและกฎหมายแต่ใช้ไม่ได้จะมีไว้ทำไม จะเอาแต่สิทธิเสรีภาพร้อยเปอร์เซ็นต์จะเดินไปได้หรือไม่ หากไปได้ตนคงไม่ต้องมายืนพูดอยู่ตรงนี้ แต่ในอนาคตก็ต้องเดินไปตามนั้น

“นายกฯ” พร้อมคณะ บินลงพื้นที่ จ.เชียงราย

จากนั้น นายกฯเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอทอปต.โรงช้าง อาทิ ผ้าทอไทลื้อ ชมการสาธิตวิธีปลูกข้าวแบบโบราณ ของศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน โดยมีพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิระเมธี) ร่วมบรรยาย และนายกฯได้ร่วมโม่ข้าวกล้อง ฝัดข้าว และตำข้าวด้วยครกกระเดื่องข้าวแบบโบราณ พร้อมกล่าวว่า อยากให้รักษาของเก่าไว้ อย่าทิ้ง จะได้เห็นว่าคนโบราณทำข้าวกันอย่างไร ขณะที่กลุ่มตัวแทนชาวนาพร้อมใจกันท่องคำขวัญชาวนาว่า“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”ให้นายกฯรับฟัง ต่อมา นายกฯได้ขึ้นรถแทรกเตอร์ฟาร์มเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ของหมู่บ้านปลอดขยะ Zero Waste บ้านโป่งศรีนครและเปิดป้ายศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้านปลอดขยะ.