ส่งผู้ก่อเหตุตื้บเด็ก 6 ขวบ ดูแลเด็กพิการซ้ำซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250664


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ตื้บเด็ก เจอทำงานรับใช้สังคม ดูแลเด็กพิการ, ส่ง, ผู้ก่อเหตุ, ตื้บ, เด็ก, ขวบ, ดูแล, การซ้ำซ้อน, ดูแลเด็กพิการซ้ำซ้อน

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

ส่งผู้ก่อเหตุตื้บเด็ก 6 ขวบ ดูแลเด็กพิการซ้ำซ้อน

คุมประพฤติส่งผู้ก่อเหตุทำร้ายเด็ก 6 ขวบ ลูกเพื่อนบ้านทำงานบริการสังคม 48 ชม. ให้ดูแลเด็กพิการซ้ำซ้อนหวังกระตุ้นให้เปลี่ยนพฤติกรรม

          29 พ.ย.59 – พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ตนได้เรียกตัวนายอำนาจ ตลับทอง ผู้ถูกคุมความประพฤติเข้ารายงานตัวครั้งแรก โดยนายอำนาจก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยทารุณ เด็กชายอายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของเพื่อนบ้านภายในบ้านเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา ตึก 8 ถ.ปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปี และ ปรับ 6,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โดยให้รอลงอาญามีกำหนด 3 ปี และรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติ

อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยด้วยว่า ศาลได้กำหนดให้นายอำนาจเข้ารายงานตัวทุกๆ 2 เดือน หรือรวม 6 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี และทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง กรมคุมประพฤติได้พิจารณาโปรแกรมในการฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การอบรมเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการรับผิดชอบสังคม การให้คำปรึกษาในด้านต่าง ๆ รวมถึงในเบื้องต้นได้กำหนดให้ทำงานบริการสังคมเพื่อสาธารณประโยชน์ที่บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน บางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคีในการรับผู้ถูกคุมความประพฤติมาทำงานบริการสังคมของกรมคุมประพฤติ

          “ ผู้ถูกคุมความประพฤติทุกรายเป็นจำเลยในคดีอาญาที่กระทำผิดกฎหมาย แต่ได้รับโอกาสในการลงโทษสถานเบาโดยไม่ต้องมีการควบคุมตัวในเรือนจำ และทัณฑสถานต่าง ๆ ดังนั้นจึงจะต้องพึงสำเหนียกในความเมตตาของศาล และปฏิบัติตนตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่าเคร่งครัด หากผิดเงื่อนไขเจ้าพนักงานอาจรายงานศาลเพื่อนำตัวมารับโทษจำคุกที่ได้รับการรอลงอาญาไว้ได้”พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

 

วิษณุ แจง 4ขั้นตอนอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250663

แจง 4 ขั้นตอนทรงราชย์, วิษณู, คมชัดลึก, วิษณุ, แจง, ขั้นตอน, อัญเชิญ, ขึ้น, ทรง, ราชย์, เป็น, พระมหากษัตริย์

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

วิษณุ แจง 4ขั้นตอนอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

รองนายกฯฝ่าย กม. แจง4ขั้นตอนอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ เผย ยังไม่มีเปลี่ยนแปลงการไว้ทุกข์

          ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระบวนการอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ว่า กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550มาตรา23มี4ขั้นตอน  คือ 1.ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) แจ้งเรื่องไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)2.ประธาน สนช.แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบ3.ประธาน สนช.เข้าเฝ้าเพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงราชย์ และ4.เมื่อพระองค์ทรงรับประธาน สนช.จะแจ้งให้ประชาชนทราบ เมื่อ 4 ขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแล้ว จะต้องเรียกพระองค์ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนกว่าจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจึงจะเรียกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีพระราชอำนาจเท่ากันทุกประการ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการประกาศให้ราชกิจจานุเบกษา

ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลานี้สามารถเรียกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ว่าในหลวงได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ เพราะต้องรอให้ขั้นตอนต่างๆแล้วเสร็จ

นายวิษณุ กล่าวว่า จากเดิมที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการไว้ทุกข์ตั้งแต่เมื่อวันที่13ตุลาคม โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐ แต่งกายไว้ทุกข์1ปี และเชิญชวนประชาชนปฏิบัติอย่างเดียวกับตามประเพณีนิยม วันนี้ที่ประชุม ครม. ได้นำประกาศดังกล่าวมาพิจารณา ซึ่งที่ประชุมชื่นชมประชาชนว่าปฏิบัติดีอยู่แล้วและขอให้ปฏิบัติต่อไป และรัฐบาลไม่มีการกำหนดให้แต่งขาวหรือเทาตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงการกำหนดวันสำคัญในปฏิทิน นายวิษณุ กล่าวว่า ขอให้รอผู้ที่เกี่ยวข้องได้หารือกัน จากนั้นจะประกาศให้ทราบ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถประกาศใดๆ ทั้งนี้หากใครต้องการทำปฏิทิน ก็ขอให้ทำตามปกติก่อน ส่วนวันสำคัญที่ยังไม่ชัดเจน ก็เว้นไว้ก่อน จนกว่าจะมีการประกาศค่อยไปเพิ่มเติม เช่นเดียวกับวันหยุดระหว่างปี ส่วนการเลื่อนพระยศของพระบรมวงศานุวงศ์นั้น ตามหลักการแล้วเคยสถาปนากันอย่างไร ก็ให้เป็นเช่นนั้นจนกว่าจะมีการสถาปนาใหม่ ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีการสถาปนาใหม่ก็ให้เรียกเหมือนเดิม ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนเองตามใจชอบ

 

“นายกฯ”สั่งยกการปราบผู้มีอิทธิพลเป็นวาระแห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250653


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, นายกฯ สั่งยกปม ปราบผู้มีอิทธิพล เป็นวาระแห่งชาติ, นายกฯ, สั่ง, การ, ปราบ, ผู้มีอิทธิพล, เป็น, วาระ, แห่งชาติ

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

“นายกฯ”สั่งยกการปราบผู้มีอิทธิพลเป็นวาระแห่งชาติ

“นายกฯ”สั่งยกปมปราบผู้มีอิทธิพลเป็นวาระแห่งชาติ ยึดกฎหมายตามกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก อย่าให้ท้ายใคร ไม่ว่าฐานันดรไหนทำผิดก็คือผิด

          29 พ.ย. 59 – ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาผู้มีอิทธิพลตามผับบาร์ รวมถึงการมีร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา ว่า รัฐบาลมีแผนงานเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอยู่แล้ว และถือเป็นวาระแห่งชาติ ดังนั้นในหลาย ๆ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายก็มีอยู่หลายคดีที่ผู้คนให้ความสนใจแต่อย่าลืมเราต้องมาทบทวนว่า คดีนั้น ๆ เป็นคดีระหว่างใครกับใคร คนกี่คน แล้วทำไมต้องเอาคนทั้งประเทศทั้งหมดเข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย ทำให้คนทุกคนมีความไม่สบายใจไม่มีความสุขไปด้วย ทั้ง ๆ ที่คนที่มีส่วนร่วม หรือถูกมองว่ามีความผิด จะต้องถูกเอามาดำเนินคดี ไม่ใช่ไปพูดถึงเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีน้ำยา หรือพูดถึงประชาชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้มารบกันอยู่อย่างนั้น

” ผมขอถามว่า สังคมได้ประโยชน์อะไร ได้ประโยชน์หรือไม่ หรือได้แต่สนุกทุกวัน แล้วเจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้ มีแต่กดดันทุกทาง เพราะฉะนั้นให้โอกาสเจ้าหน้าที่ทำงานบ้าง และทุกอย่างก็มีกฎหมายอยู่แล้ว ให้กระบวนการยุติธรรมทำงานบ้าง อย่าไปให้ท้ายใครทั้งสิ้น ซึ่งตนเองก็ไม่เคยให้ท้ายใคร ข้าราชการต้องทำตามกรอบ ระเบียบวินัย กฎหมาย หากทำนอกกฎหมายต้องถูกลงโทษ และประชาชนก็อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานันดรใด ผิดก็คือผิด ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน คงต้องขอร้องกันเท่านั้นเอง สุดแล้วแต่ว่าต้องการให้ประเทศชาติเป็นอย่างไร คนไทยทั้งประเทศร่วมกันคิดเอาแล้วกัน ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

ส่งร่างกม.ลูกให้สนช.หลังบังคับใช้รธน.ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250640


สุพจน์ ไข่มุกด์, ส่ง, ร่าง, ลูก, ให้, หลัง, บังคับใช้, รธน, ใหม่, สุพจน์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 พ.ย. 2559

ส่งร่างกม.ลูกให้สนช.หลังบังคับใช้รธน.ใหม่

“สุพจน์”เผยร่าง พ.ร.ป.กกต.และพรรรคการเมือง เสร็จสมบูรณ์สัปดาห์นี้ พร้อมส่ง“สนช.ตามกระบวนการทันทีที่ รธน.ใหม่ใช้บังคับ

          29 พ.ย. 59 –  นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กรธ. วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ขณะนี้เนื้อหาของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. อยู่ระหว่างการพิจารณาและตรวจทานการใช้ถ้อยคำและเนื้อหาส่วนของบทเฉพาะกาล โดยในส่วนของการให้ กกต. ปัจจุบันอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือกระบวนการสรรหากกต.ใหม่เพิ่มเติมอีก 2 คนนั้น กรธ.ได้ข้อยุติแล้วซึ่งการอยู่ในวาระต่อไปต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่กำหนด อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.นั้น อีก 2 วันจะแล้วเสร็จ

นายสุพจน์ กล่าวว่า กรธ. จะพิจารณาร่างพ.ร.ป. จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และหากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรธ. มีความพร้อมส่งเนื้อหาไปยัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ เพราะหลักการของร่างกฎหมายมีความชัดเจนแล้ว เหลือเพียงการพิจารณาถ้อยคำเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคการเมืองมีความเห็นให้คลายข้อจำกัดของการทำกิจกรรมทางการเมือง นายสุพจน์ กล่าวว่า กรธ. ได้คาดการณ์ว่าเมื่อร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองใช้บังคับควรผ่อนคลายข้อจำกัด แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามสถานการณ์และความเหมาะสมด้วย ซึ่งอาจเป็นได้หลายแนวทาง อาทิ ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านกิจกรรมทางการเมือง หลังร่าง พ.ร.ป.ที่ต้องใช้ในการเลือกตั้ง จำนวน 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ เพราะเนื้อหาทั้ง 4 ฉบับมีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงกัน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า เมื่อรอให้กฎหมายลูกที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ จะทำให้พรรคการเมืองปรับระบบโครงสร้างและสมาชิกพรรคตามกติกาใหม่ไม่ทัน เพราะจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้วนั้น ตนเชื่อว่า พรรคการเมืองสามารถทำได้ทัน เพราะพรรคการเมืองนั้นเก่ง และขณะนี้ทราบว่ามีการเตรียมความพร้อมไว้บ้างแล้ว

 

นายกฯ แจงขั้นตอนสืบราชสันตติวงศ์ ตามราชประเพณีทุกประการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250636

เป็น, นายกฯ แจงขั้นตอนสืบราชสันตติวงศ์ เป็นตามราชประเพณีทุกประการ, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, กระบวนการอัญเชิญรัชทายาท เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์, พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10, ถือเป็นไปตามราชประเพณี กฎมณเฑียรบาล และรัฐธรรมนูญทุกประการ, นายกฯ, แจง, ขั้นตอน, สืบราชสันตติวงศ์, ตาม, ราชประเพณี, ทุก, ประการ

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

นายกฯ แจงขั้นตอนสืบราชสันตติวงศ์ ตามราชประเพณีทุกประการ

“นายกฯ” แจง ขั้นตอนสืบราชสันตติวงศ์ เป็นไปตามราชประเพณี และกฎมณเฑียรบาลทุกประการ เผย เข้าเฝ้าฯ องค์รัชทายาท อัญเชิญขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 เร็วๆนี้

           29 พ.ย.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า วันนี้มีการประชุมร่วม ครม.- คสช. โดยเราร่วมกันทำภารกิจอันสำคัญเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย คือ กระบวนการอัญเชิญรัชทายาท เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์โดยขั้นตอนได้กำหนดไว้ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดมา 25 ปีแล้ว และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการดำเนินการดังกล่าว ในกรณีที่พระราชบัลลังก์วางลง จึงต้องมีการสถาปนาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ซึ่งมีการแต่งตั้งรัชทายาทไว้แล้ว ทั้งนี้ ครม.ได้รับทราบและเป็นการเริ่มต้นกระบวนการ โดยทำหนังสือแจ้งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ถือเป็นไปตามราชประเพณี กฎมณเฑียรบาล และรัฐธรรมนูญทุกประการจากนั้นเมื่อ สนช. ได้รับทราบแล้ว ก็จะได้อัญเชิญองค์รัชทายาท ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 ต่อไป เป็นไปตามความในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอดชีวิต แล้วจะต้องเตรียมตัวอะไร ก่อนหน้านี้ได้เตรียมตัวอะไรหรือไม่ ส่วนการแต่งกายและการถวายพระพรของประชาชนก็เป็นเรื่องของกระบวนการภายใน เพราะวันนี้เป็นขั้นตอนเริ่มต้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็จะต้องเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ โดยจะมีขึ้นในเร็วๆนี้

 

เตือนภัย !! พันธบัตรปลอมระบาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250633

พันธบัตรปลอมระบาด, ตำรวจ, ดีเอสไอ, แคนาดา, สหรัฐฯ, เตือน, แก๊ง, คนไทย, มูลค่า, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, เตือนภัย, พันธบัตร, ปลอม, ระบาด, พันธบัตรปลอมระบาด

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 พ.ย. 2559

เตือนภัย !! พันธบัตรปลอมระบาด

ตำรวจแคนาดาประสานดีเอสไอสืบสวนแก๊งคนไทยร่วมมือต่างชาตินำพันธบัตรสหรัฐฯปลอม มาลวงให้ร่วมลงทุน เตือนรูปแบบคล้ายของจริง ตรวจสอบยาก จุดสังเกตคือมูลค่าสูงเกินไป

          29 พ.ย. 59 – พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้ายสากล ได้สืบสวนกรณีที่ตำรวจแคนาดาขอความร่วมมือให้ตรวจสอบการที่มีบุคคลต่างชาตินำพันธบัตรสหรัฐฯปลอมมูลค่ากว่า 1,200  ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือกว่า 40,000 ล้านบาท มาแสดงต่อผู้อื่นว่าเป็นพันธบัตรจริงที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐฯ โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นหลงเชื่อและอาจเกิดความเสียหาย ซึ่งผลการตรวจสอบโดยสถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยแล้วยืนยันว่าพันธบัตรดังกล่าวเป็นของปลอม เข้าข่ายความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264  266 และ 268

          อธิบดีดีเอสไอ ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาพบมีกลุ่มบุคคลทั้งไทยและต่างชาตินำพันธบัตรปลอมที่มีลักษณะเดียวกันมาแอบอ้างและใช้หลอกลวงเพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทน เช่น การใช้พันธบัตรปลอมเป็นหลักประกันหรือสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ผู้ถูกหลอกลวงหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนหรือทำกิจกรรมด้วย อาศัยแอบอ้างผลตอบแทนสูงเป็นสิ่งจูงใจทำให้มีผู้เสียหายถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยลักษณะพันธบัตรสหรัฐฯปลอมเป็นเอกสารพันธบัตรเก่าที่ระบุว่าพิมพ์ขึ้นเมื่อ 60-80 ปีก่อน หรือช่วงปี ค.ศ.1930 มีเนื้อหาและรูปแบบคล้ายฉบับจริงมาก ทำให้ตรวจสอบได้ยาก แต่มีจุดสังเกตคือ มูลค่าบัตรสูงเกินไป สะกดคำผิด และการระบุชื่อหน่วยงานรัฐบาลที่ไม่มีอยู่จริง ดังนั้น จึงขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ระวังหากมีผู้นำพันธบัตรสหรัฐฯหรือเอกสารทางการเงินในลักษณะนี้มาใช้ชักชวนให้ร่วมลงทุน.

 

หนังสือ“ครม.”แจ้ง”สนช.”เรื่องพระรัชทายาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250629

สนช., ครม., สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช, หนังสือ, ครม, แจ้ง, เรื่อง, พระ, รัชทายาท, สนช, พระรัชทายาท

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 พ.ย. 2559

หนังสือ“ครม.”แจ้ง”สนช.”เรื่องพระรัชทายาท

หนังสือ“ครม.”แจ้งสนช.เรื่องสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พุทธศัพราช 2467

         29 พ.ย. 59 –  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ นร 0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559  ถึงสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.08 น. เรื่อง แจ้งเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พุทธศัพราช 2467

         โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ ตามที่มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559  และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นั้น ถือว่าเป็นกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงและจำเป็นต้องมีการดำเนินการเกี่ยวกับการสืบราชสมบัติต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย           

         ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนดังกล่าวในส่วนของรัฐบาลไว้ก่อนเพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารที่ว่า ยังไม่สมควรดำเนินการใดที่แสดงถึงการมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในระหว่างที่ประชาชนอยู่ในภาวะทุกข์โศกและยากจะทำใจ พระองค์เองก็ทรงขอเวลาร่วมทุกข์และทำใจเช่นเดียวกับประชาชนจนกว่าการพระราชพิธีพระบรมศพจะผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ซึ่งมีพระราชดำริว่า เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานผ่านพ้นจนถึงปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) คือ วันที่ 1 ธันวาคม 2559 แล้ว จึงค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป ในระหว่างเวลานั้น รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อนอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีข้อขัดข้องใด ๆ ในราชการบ้านเมือง

         บัดนี้ การพระราชพิธีพระบรมศพได้ล่วงเลยเวลาบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน จนเข้าเขตปัญญาสมวาร (50 วัน) ทั้งประชาชนก็มีโอกาสเข้าถวายบังคมพระบรมศพแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงบัดนี้ประมาณ 1 เดือน มีจำนวนประมาณหนึ่งล้านคน รัฐบาลจึงนำความกราบบังคมทูลว่า นับเป็นกาลอันควรดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประเพณีและรัฐธรรมนูญ อันจะยังความปลื้มปีติและสร้างขวัญ กำลังใจแก่พสกนิกร ซึ่งทรงทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว 

           โดยที่การสืบราชสมบัติต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 ซึ่งมาตรา 2 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้กำหนดให้นำบทบัญญัติในหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  มาใช้บังคับโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557  ดังนั้น การสืบราชสมบัติจึงต้องเป็นไปตามความในหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ซึ่งมาตรา 23 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวบัญญัติว่า

         “ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ”

           คณะรัฐมนตรีจึงขอแจ้งมาเพื่อทราบว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ท่ามกลางมหาสมาคม ประกอบด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต  ข้าราชการ ทหาร พลเรือน  และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อมาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ตรัสถวายสัตย์ปฏิญาณสาบานในการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยแล้ว

           ประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ วันที่ 28 ธันวาคม 2515 เล่นที่ 89 ตอนที่ 200 มีความตอนหนึ่ว่า

“ก็โดยราชนีติอันมีมาในแผ่นดินนั้น เมื่อสมเด็จพระบรมราชโอรสซึ่งจะทรงรรับรัชทายาทสืบราชสันตติวงศ์ทรงพระเจริญวัยสมควรแล้ว ย่อมโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระอิสริยยศ ตั้งแต่งไว้ในตำแหน่ง สมเด็จพระยุพราชมกุฎราชกุมาร ในกาลปัจจุบันนี้ประชาชนทั้งหลายตลอดถึง ชาวต่างประเทศทั่วไปในโลกย่อมพากันนิยมยกย่องว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณทรงอยู่ในฐานะที่จะรับราชสมบัติปกครองราชอาณาจักรสืบสนองพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้นเล่าก็ทรงพระเจริญพระชนมายุบรรลุนิติภาวะ ทรงพระวีรยภาพและพระสติปัญญาสามารถที่จะรับภาระของแผ่นดินตามพระอิสริยศักดิ์ได้ ถึงสมัยที่จะสถาปนาเป็นองค์รัชทายาท ควรทรงอนุวัตรให้เป็นไปตามธรรมนิยม และขัตติยราชประเพณี ตามความเห็นชอบเห็นดีของมหาชน และผู้บริหารประเทศทุกฝ่ายเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นให้สมบูรณ์ตามตำแหน่งทุกประการ&nnbsp;

            จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร”   

             อนึ่ง ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 มาตรา 4(1) บัญญัติ “พระรัชทายาท” คือ เจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์ พระองค์ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สมมติขึ้น เพื่อเป็นผู้ทรงสืบราชสันตติวงศ์สนองพระองค์ต่อไป และ มาตรา 4(2) บัญญัติว่า “สมเด็จพระยุพราช” คือ พระรัชทายาทที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้นเป็นตำแหน่งสมเด็จพระยุพราช โดยพระราชทานยุพราชาภิเษกหรือโดยพิธีอย่างอื่นสุดแท้แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

         ตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันที่ 28 ธันวาคม 2515  นั้น เป็นตำแหน่งเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรกของไทย เมื่อพ.ศ.2429  และสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  พระองค์ที่สอง เมื่อ พ.ศ. 2437 ซึ่งต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร  ได้ทรงรับราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ ตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จึงเป็นตำแหน่งพระรัชทายาท ตามกฎมณเฑียรบาลดังกล่าว และตามที่รัฐธรรมนูญระบุถึง    

         ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามประวัติศาสตร์ ข้อกฎหมาย ประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาและโบราณราชนิติประเพณีแล้ว โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่ปรากฎในรัฐธรรมนูญบรรดาที่มีมาทุกฉบับนับแต่ พ.ศ.2534  จนกระทั่งถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ เห็นได้ว่าล้วนแต่วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ไว้เป็นแบบแผนเดียวกัน  

          คณะรัฐมนตรีจึงแจ้งมายังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติในฐานะประธานรัฐสภาเพื่อทราบว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นพระรัชทายาทที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งไว้แล้ว ตามความในมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  และทรงสถิตอยู่ในที่พระรัชทายาทสืบมาจนถึงปัจจุบัน                                  

จึงกราบเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง ลงชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

ยกฟ้อง“มือปราบหูดำ”ไม่ผิดปล่อยตัวไม่ส่งดำเนินคดีนักพนัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250619

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 พ.ย. 2559

ยกฟ้อง“มือปราบหูดำ”ไม่ผิดปล่อยตัวไม่ส่งดำเนินคดีนักพนัน

ศาลอาญาทุจริตฯ พิพากษายกฟ้อง “พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ” ไม่ผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รวบนักพนันมือปืนรับจ้างมีหมายจับศาลคดีฆ่าติดตัว ต่อรองปล่อยตัวไม่ส่งดำเนินคดี

 

29 พ.ย. 59 – ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.496/2558 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีต รอง ผบช.น. , พ.ต.ท.ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์ อดีต รอง ผกก.สส.บก.น.1 และ ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ โกษยานันท์ อดีตตำรวจสังกัด กก.สส. บก.น.1 เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะเป็นการกระทำที่ชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 149 และ ม.157

ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.58 บรรยายพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.52 จำเลยทั้งสาม ร่วมกันวางแผน โดยให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอำนาจสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด เข้าจับกุม นายปพน ดาวเงิน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะกำลังร่วมอยู่ในวงลักลอบเล่นพนัน กับนายอำนาจ ศักดิ์แสง , นางวรางรัตน์ สืบนพรัตน์ ผู้เสียหาย และพวกที่ร่วมลักลอบเล่นการพนันอีกหลายคน โดยจำเลยที่ 3 นำตัวนายปพน , นายอำนาจและนางวรางรัตน์ ผู้เสียหาย แยกกับพวกที่ลักลอบเล่นการพนันเดินทางมายัง กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เพื่อพบกับจำเลยที่ 1-2 โดยได้นัดหมายในนางสุวรรณี บุรโกเสส เจ้าหนี้การพนันของนางวรางรัตน์ ผู้เสียหาย มารออยู่

ต่อมาจำเลยที่ 1-2 ได้ร่วมกันเจรจาต่อรองให้นางวรางค์รัตน์ ผู้เสียหายชำระหนี้การพนันให้นางสุวรรณี เป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อแลกกับการละเว้นไม่ดำเนินการตามกฎหมายกับนายปพน ซึ่งเป็นผู้มีความสัมพันธ์กับนางวรางค์รัตน์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะดำเนินคดีเฉพาะความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหน้าที่ จนนางวรางค์รัตน์ ผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงยินยอมจะโอนบ้านที่ อ.ศรีราชา รวมถึงยินยอมเขียนเช็คธนาคาร 2 ฉบับๆละ 5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท พร้อมลงชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้มอบให้นางสุวรรณี เพื่อชดใช้หนี้การพนัน อันเป็นได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยทุจริต จากนั้นจำเลยที่ 3 ได้นำตัวนายปพน และนายอำนาจ ส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และแจ้งให้จัดการนายปพน ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น อันเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินคดีกับนายปพน , นายอำนาจ และนางวรางค์รัตน์ ผู้เสียหายในข้อหาร่วมกันเล่นการพนันอีกข้อหาหนึ่งโดยมิชอบ พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการร่วมกันปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเรียก รับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดฯ เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนางวรางค์รัตน์ ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น เจตบางกะปิ และ แขวง-เขตดุสิต กทม. จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

โดยวันนี้ จำเลยทั้งสาม เดินทางมาศาลพร้อมฟังคำพิพากษา ซึ่งมีผู้ใกล้ชิดและผู้ติดตามนับ 10 คน มาร่วมให้กำลังใจด้วย

ขณะที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่า ชั้นไต่สวนแม้จะมีผู้เสียหายที่เป็นผู้ร้องเรียน ป.ป.ช.และอ้างว่าในการบังคับให้รับสภาพหนี้การพนัน มาเบิกความถึงเหตุการณ์แต่ก็มีรายละเอียดหลายประการที่ขัดแย้งกัน ขณะที่ได้ความจากการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายว่า ในการเข้าจับกุมนักพนันจำเลยที่ 1-2 ไม่ได้ร่วมจับกุม โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของ สตช.และ บชน. เมื่อเดือน ต.ค.52 ที่มีหนังสือกำชับให้หน่วยงานในนครบาลเร่งรัดการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในท้องที่ รวมทั้งการกวาดล้างอาชญากรรม ยาเสพติด และอาวุธปืน โดยการจับกุมกลุ่มนักพนันที่บริเวณร้านสนุ้กเกอร์ ซ.ลาดพร้าว 101 ก็เป็นไปตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าชุด การจับกุมของจำเลยที่ 3 จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายมา และการที่นำสองนักพนันซึ่ง 1 ในนั้นเป็นมือปืนรับจ้างและพกอาวุธปืนติดตัวประจำกาย ไปยังกองบังการตำรวจนครบาล 1 ก็เพื่อให้มีการตรวจสอบทางคดี ขณะที่นักพนันคนดังกล่าวได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อนายพลทหารคนหนึ่งและพลเรือนอีกคนหนึ่ง ซึ่งได้มีการติดต่อโทรศัพท์กลับมายังจำเลยที่ 1 ขอต่อรองให้มีการปล่อยตัว แต่จำเลยที่ 1 ตอบกลับว่าไม่สามารถขอได้และดำเนินการให้ไม่ได้ ซึ่งประเด็นนี้สอดคล้องกับคำเบิกความของพยานในชั้นไต่สวน

ขณะที่จำเลยที่ 1-2 ได้มีการติดต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด เชียงใหม่ในการตรวจสอบหมายจับนักพนันคนดังกล่าวซึ่งถูกศาลพิพากษาคดีฆ่าผู้อื่น ดังนั้นหากมีการจับกุมนักพนันคนดังกล่าวเพื่อต่อรองให้ผู้เสียหายชำระหนี้พนันจำนวน 10 ล้านบาทที่มีการจ่ายเช็ค 2 ฉบับๆ ละ 5 ล้านบาท และยังมีการทำสัญญาโอนบ้านในอำเภอศรีราชา มูลค่า 40 ล้านบาทให้กับเจ้าหนี้ จำเลยที่ 1-2 คงจะไม่ติดต่อผู้พิพากษาเพื่อขอความชัดเจนเรื่องหมายจับ อีกทั้งการเข้าจับกุมจำเลยก็ได้ข้อมูลจากสายตำรวจที่ให้ข้อมูลว่านักพนันที่มีหมายจับ และเป็นมือปืนรับจ้างนั้นอยู่ในที่เกิดเหตุซอยลาดพร้าว 101 ประกอบกับไม่มีเอกสารใดที่ระบุข้อความว่าจำเลยที่ 1 ให้มีการต่อรองคดีและจะปล่อยตัวนักพนันคนดังกล่าวเพื่อจะได้มีการชำระหนี้พนันต่อเจ้าหนี้ตามที่ผู้เสียหายอ้าง ซึ่งแม้จะได้ความว่าผู้เสียหายได้มีการตกลงชำระหนี้แต่ก็เป็นการตกลงกับบุตรสาวของเจ้าหนี้ ซึ่งจำเลยไม่ได้พูดข่มขู่และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อรองชำระหนี้ด้วยแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง 3 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น จึงพิพากษายกฟ้อง

ภายหลังศาลยกฟ้องแล้ว พล.ต.ต.วิชัย อดีต รอง ผบช.น. กล่าวว่า เมื่อผลออกมา ทุกคนก็ต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำพิพากษา “ศาลท่านก็ให้ความเป็นธรรม ความยุติธรรมกับเรา 3 คนพวกผมเหมือนอยู่ในทุกข์มาถึง 7 ปี เสียหายทั้งหน้าที่การงาน เสียชื่อเสียง แต่วันนี้ก็ชัดเจนแล้วเราว่าเราทั้งสามไม่ได้กระทำผิด”

พล.ต.ต.วิชัย อดีต รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า ตนยังไม่คิดว่าจะฟ้องกลับใคร ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐก็จะไม่ฟ้องกลับเพราะถือว่าข้อมูลมาจากผู้ร้องเรียน ส่วนอัยการ หากจะยื่นอุทธรณ์คดี ก็ต้องว่ากันตามกระบวนการ ส่วนตนนั้นสำหรับชีวิตราชการตำรวจ ไม่สามารถกลับไปรับราชการได้อีกเพราะอายุราชการเกินแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนทำหน้าที่เป็นทีมช่วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยดูแลเกี่ยวกับเรื่องแฟลตดินแดง.

 

หลานชาย “ทักษิณ” เกิดวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250613

คมชัดลึก, หลานชายทักษิณ, พิณทองทา คุณากรวงศ์, หลานชาย, ทักษิณ, เกิด, วันนี้, เกิดวันนี้

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 พ.ย. 2559

หลานชาย “ทักษิณ” เกิดวันนี้

หลานชาย “ทักษิณ” เกิดวันนี้

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว นายทักษิณ ชินวัตร   ได้โพสต์เฟซบุ๊ค  Ing Shinawatra และ อินสตาแกรม @ingshin21 เป็นภาพของ บุตรชายน.ส.พิณทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาว นายทักษิณ และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์  ซึ่งเพิ่งคลอดในวันนี้  (29 พ.ย.)  โดยระบุว่า  “ผมชื่อ ด.ช. ชินวาคิณ คุณากรวงศ์ ครับ เกิดวันนี้ #29nov2016 ผมหนัก 3200 กรัม ครับ ผมdance ในท้องคุณแม่รัวๆวันนี้ออกมาdance นอกท้องแล้วววว ขอบคุณทุกๆคนสำหรับคำอวยพรและกำลังใจครับ #larnrakkongnaing #iloveyou #mynephew”

หลานชาย "ทักษิณ" เกิดวันนี้

 

ครม.เห็นชอบวาระพิเศษ มอบเลขา ส่งสนช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250607


ครม.เห็นขอบวาระพิเศษ มอบเลขา ส่งสนช., เห็น, ขอบ, ครมเห็นขอบวาระพิเศษ, ครม, เห็นชอบ, วาระ, พิเศษ, มอบ, เลขา, ส่ง, ครมเห็นชอบวาระพิเศษ, มอบเลขา, ส่งสนช

การเมือง  : 29 พ.ย. 2559

ครม.เห็นชอบวาระพิเศษ มอบเลขา ส่งสนช.

ครม.เห็นชอบวาระพิเศษ มอบเลขา ส่งสนช.

          29 พ.ย.59-ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เวลา 09.35 น. ครม.ประชุมวาระพิเศษแล้วเสร็จ จากนั้น พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ  และนายมีชัย ฤขุพันธุ์ ประธาน กรธ.ในฐานะสมาชิก คสช.เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

ต่อมาเมื่อเวลา 10.10 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุม เกี่ยวกับการพิจารณาวาระพิเศษการตั้งพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ว่า  ขณะนี้การประชุมวาระพิเศษได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยได้มอบหมายให้เลขาฯ นำเรื่องส่งยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)

เมื่อถามว่าจะต้องมีการเข้าเฝ้าฯ ภายในวันนี้เลยหรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า น่าจะเป็นภายใน 1-2 วัน นี้ ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว

ด้านนายมีชัย  กล่าวว่า ขอให้ถามจากนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ใช่เรื่องที่ตนจะต้องพูด

ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) และ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัต ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) กล่าวยอมรับว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบและรับทราบวาระพิเศษดังกล่าวแล้ว.