“สุวพันธุ์”เผยคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ห่วงปม“ธัมมชโย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250248


คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่, สุวพันธุ์เผย, สุวพันธุ์ เผยพระชั้นผู้ใหญ่ห่วง, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธน, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, สุว, พันธุ์, เผย, คณะสงฆ์, ชั้นผู้ใหญ่, ห่วง, ธัมมช, ห่วงปมธัมมชโย, สุวพันธุ์, ธัมมชโย

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“สุวพันธุ์”เผยคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ห่วงปม“ธัมมชโย”

“สุวพันธุ์”เผยพระชั้นผู้ใหญ่ห่วงปม“ธัมมชโย” แจงไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมจับตาศิษย์ธรรมกายนัดสวดมนต์ใหญ่นับแสน 2 ธ.ค.นี้ ยันหนุนการบังคับใช้กม. ให้ได้ข้อยุติ

          25 พ.ย. 59 – นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีฟอกเงินและรับของโจร และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมตัว ว่า ตนได้มอบหมายพศ. ให้ความร่วมมือกับฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย หากต้องการอะไรให้พศ.ประสานงานมา ทั้งนี้ ได้มีการไปพบกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเรียบร้อยแล้ว และตนได้หารือพระเถรผู้ใหญ่บางรูปแล้ว พระเถรผู้ใหญ่มีความเห็น 2 เรื่องคือ ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นเหตุทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนอะไรในอีกหลายส่วนด้วยกัน ดังนั้น ในส่วนที่ตนทำอยู่คือ สนับสนุนเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและหาทางช่วยที่ทำให้ทุกอย่างมีข้อยุติโดยการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางดีเอสไอกับตำรวจมีการประสานมาแล้วหรือยัง ก่อนที่จะนำกำลังเพื่อจับกุมพระธัมมชโย นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถามพศ.เนื่องจากตนมอบหมายพศ.ไปแล้วว่าให้ไปหารือกับทางเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งยังไม่ได้รายงานความคืบหน้ากลับมา

          ผู้สื่อข่าวถามว่า กลไกการพูดคุยในส่วนของเจ้าคณะหนใหญ่กลางยังมีอยู่หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ยังอยู่ เนื่องจากทางคณะสงฆ์ก็เป็นห่วง ไม่ได้นิ่งเฉยหรือนิ่งนอนใจ ส่วนจะนัดหารือกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกครั้งเมื่อไรนั้นยังไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่า แต่ทางวัดพระธรรมกายได้นัดศิษยานุศิษย์มาร่วมสวดมนต์ที่วัดในวันที่2ธ.ค.นี้อีกจะทำอย่างไร นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ก็รอดูเมื่อถามย้ำว่า ทางวัดยืนยันหรือไม่ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้คุยกันในประเด็นนี้

 

“ศุภชัย” จุก ศาลสั่งจ่ายเงิน 3.8 พันล้านบ. คืนสหกรณ์คลองจั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250243

ข่าวการเมืองคมชัดลึก, ศุภชัย จุก ศาลสั่งจ่ายเงิน 3.8 พันล้านบ. คืนสหกรณ์คลองจั่น, ศุภชัย, จุก, ศาล, สั่งจ่าย, เงิน, พัน, ล้าน, คืน, สหกรณ์, คลอง, จั่น, ศาลสั่งจ่ายเงิน, พันล้านบ, คืนสหกรณ์คลองจั่น

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“ศุภชัย” จุก ศาลสั่งจ่ายเงิน 3.8 พันล้านบ. คืนสหกรณ์คลองจั่น

ศาลแพ่ง พิพากษา “ ศุภชัย อดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่น – คณะบริหารสหกรณ์อีก 3 คน” กับพวก คืนเงินสหกรณ์ กว่า 3.8 พันล้าน หลังถูกสหกรณ์ฟ้องปี 57

          25 พ.ย.59 – ศาลอ่านคำพิพากษาคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด หมายเลขดำ ด.1674/2557 ที่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษรอดีตประธานสหกรณ์ฯ,น.ส.ศรัญยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ,นายลภัส โสมคำ อดีตเลขานุการสหกรณ์ฯ และนายกฤษดา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 1-4 กับพวกรวม 18 คน

สืบเนื่องจากกรณีระหว่างปี พ.ศ. 2552–พ.ศ.2555 จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อสหกรณ์ฯ โดยร่วมกันสั่งจ่ายเช็คถอนเงินของสหกรณ์ฯโจทก์ เป็นเงิน 10,481,166,966.01บาท และร่วมกันเอาเงินฝากของลูกค้าที่นำมาฝากกับ สหกรณ์ฯโจทก์ เป็นเงิน 1.9 พันล้านบาท และยังร่วมกันปล่อยสินเชื่อให้แก่สมาชิกโดยทราบว่าสมาชิกดังกล่าวไม่มีการถือหุ้นตามข้อบังคับ และไม่มีหลักประกันในการกู้ยืมเป็นเงินอีก 1.1 หมื่นล้านบาท กับร่วมกันปล่อยปละละเลยให้นายศุภชัย จำเลยที่ 1 กู้เงินสหกรณ์ฯโจทก์ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานในรูปแบบเงินยืมทดรองซึ่งไม่มีระเบียบรองรับ เป็นเงินอีกไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยจำเลยที่ 5 -18 รับรู้ถึงการกระทำของจำเลยที่ 1-4 และรับเงินหรือผลประโยชน์มาจากจำเลยที่ 1-4 โดยรู้ว่ามีที่มาไม่สุจริต ซึ่ง สหกรณ์ฯโจทก์ ยื่นฟ้องขอให้จำเลยที่ 1- 18 ต้องร่วมกันชำระเงิน 3,811,605,926.18บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ทั้งนี้ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 9-10,จำเลยที่ 14-16 รวม 5 คน ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกันคืนเงินแก่ สหกรณ์ฯโจทก์จำนวน 321,400,000บาท

โดยศาลแพ่ง พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของสหกรณ์ฯ โจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า นายศุภชัย,น.ส.ศรัญยา,นายลภัส,นายกฤษดา จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันทุจริต โดยนายศุภชัยจำเลยที่ 1 ฉวยโอกาสขณะเป็นประธาน คณะกรรมการดำเนินการ ส่วน น.ส.ศรัญยา อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ,นายลภัส อดีต เลขานุการสหกรณ์ และนายกฤษฎา หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ จำเลยที่ 2-4 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาเงินของ สหกรณ์ฯโจทก์ ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คถอนเงินสหกรณ์ฯโจทก์,ร่วมกันเบียดบัง เอาเงินฝากที่ลูกค้านำมาฝากกับสหกรณ์,ร่วมกันรู้เห็นเป็นใจปล่อยสินเชื่อให้สมาชิกสมทบทั้งที่รู้ว่าไม่มีการถือหุ้นตามข้อบังคับ และไม่มีหลักประกันการกู้ยืม อีกทั้งยังร่วมกันให้ นายศุภชัย จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธาน สหกรณ์หลายครั้งโดยไม่มีระเบียบรองรับดังนั้น จำเลยที่ 1-4 ต้องร่วมกันรับผิดคืนเงิน ให้สหกรณ์ฯโจทก์

จึงพิพากษาให้ นายศุภชัย,น.ส.ศรัญยา,นายลภัส,นายกฤษดา จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 3,811,605,926.18บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ส่วนจำเลยที่ 5-8,จำเลยที่ 11-13 รวม 7 คนซึ่งเป็นกลุ่มคนสนิท ได้รับเงินและทรัพย์สินมาจากจำเลยที่ 1-4 โดยรู้ว่าได้มาโดยไม่สุจริตจึงต้องร่วมรับผิดตามจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยแต่ละคนได้มา

จึงพิพากษาให้ จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 2,795,379บาท,จำเลยที่ 6 จำนวน 2,461,875บาท,จำเลยที่ 7 จำนวน 46,853,550บาท และตามราคาประเมินที่ดิน,จำเลยที่ 8 จำนวน 1,456,486.33บาท,จำเลยที่ 11 จำนวน 960 ล้านบาท ซึ่งจำเลยทั้งหมดจะต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น นับตั้งแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ส่วนจำเลยที่ 9,10,14,15,16 ให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ตกลงกันคือ คืนเงินจำนวน 321,400,000บาท ให้กับสหกรณ์ฯโจทก์

ื          สำหรับจำเลยที่ 17-18 พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่ามีส่วนรับรู้ถึงการกระทำและรับเงินจากจำเลยที่ 1-4 จำเลยที่ 17-18 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดจ่อโจทก์พิพากษาให้ยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีแพ่งที่อ่านคำพิพากษาในวันนี้ จำเลยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาลด้วยตนเองเหมือนในคดีอาญา ซึ่งรวมถึงนายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ ด้วย ที่ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคดีอาญาฉ้อโกงสหกรณ์ ส่วนคำพิพากษานี้อยู่ในศาลชั้นต้น โดยจำเลยทั้งหมดยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้อีกใน 30 วัน

ขณะที่นายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ ยังมีคดีแพ่ง ที่อัยการ ยื่นฟ้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน อีก 2 สำนวน ประกอบด้วย1.คดีหมายเลขดำ ฟ.173/2559อัยการยื่นเมื่อวันที่8ก.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น85,769,438.25บาท ซึ่งศาลแพ่ง นัดไต่สวนในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

2.คดีหมายเลขดำ ฟ.208/2559อัยการยื่นฟ้องวันที่18พ.ย.ที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวกตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น1,585,000,000บาท โดยศาลแพ่ง นัดไต่สวนในวันที่20ก.พ.2560เวลา09.00น.

โดยในส่วนของนายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ และ น.ส.ศรัญยา อดีต รองผจก.สหกรณ์ ยังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาคดีร่วมกันฟอกเงินอีกด้วย ซึ่งอัยการได้มีคำสั่งฟ้องแล้ว และนัดผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 30 พ.ย.นี้

 

กทม.เตรียมรวมสวนสาธารณะ 3แห่งย่านจตุจักร ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250230

เตรียมรวม, กทม. เตรียมรวม 3 สวนสาธารณะย่านจตุจักร ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กทม, เตรียม, รวม, สวนสาธารณะ, แห่ง, ย่าน, จตุจักร, เป็น, สวน, ใหญ่, กรุง, 3แห่งย่านจตุจักร, ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง
เตรียมรวม, กทม. เตรียมรวม 3 สวนสาธารณะย่านจตุจักร ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กทม, เตรียม, รวม, สวนสาธารณะ, แห่ง, ย่าน, จตุจักร, เป็น, สวน, ใหญ่, กรุง, 3แห่งย่านจตุจักร, ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง
เตรียมรวม, กทม. เตรียมรวม 3 สวนสาธารณะย่านจตุจักร ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กทม, เตรียม, รวม, สวนสาธารณะ, แห่ง, ย่าน, จตุจักร, เป็น, สวน, ใหญ่, กรุง, 3แห่งย่านจตุจักร, ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง
เตรียมรวม, กทม. เตรียมรวม 3 สวนสาธารณะย่านจตุจักร ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, กทม, เตรียม, รวม, สวนสาธารณะ, แห่ง, ย่าน, จตุจักร, เป็น, สวน, ใหญ่, กรุง, 3แห่งย่านจตุจักร, ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

กทม.เตรียมรวมสวนสาธารณะ 3แห่งย่านจตุจักร ชูเป็นสวนใหญ่ในกรุง

กทม. เตรียมรวม สวนจตุจักร – สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ – สวนวชิรเบญจทัศ ย่านจตุจักร ใช้ประโยชน์เป็นสวนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พื้นที่ 727 ไร่

          25 พ.ย.59 – นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ลงพื้นที่สวนรถไฟ สวนจตุจักร สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และศูนย์เยาวชนวชิรเบญจทัศ โดยมีคณะผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร

นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาดูพื้นที่สวนสาธารณะ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ 1.สวนจตุจักร 2.สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และ3.สวนวชิรเบญจทัศ ซึ่งหากรวม 3 สวนเข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีพื้นที่รวม 727 ไร่โดยเมื่อปี 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกระแสรับสั่งว่าสมควรที่จะรวม 3 สวนให้เป็นสวนเดียวกัน ปี 2546 คณะรัฐมนตรีมีมติให้รวม 3 สวนเป็นสวนเดียวกัน เพื่อถวายให้แก่พระองค์ท่าน ต่อมาปี 2547 พระองค์ท่านได้พระราชทานคืนให้แก่รัฐบาล จากนั้นในปี 2555 กทม.ได้ทำการศึกษาถึงรูปแบบในการรวม 3 สวนว่า จะต้องใช้รูปแบบอย่างไร โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับผู้ว่าฯกทม.ว่าการรวม 3 สวนเข้าด้วยกันควรจะทำตามสภาพที่มีอยู่ ไม่ให้ไปกระทบกระเทือนโครงสร้าง รวมถึงการรื้อย้ายต้นไม้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ในการใช้พื้นที่ร่วมกัน

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า กทม.ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยสัมภาษณ์ประชาชน 48 คน ร้อยละ 81 เห็นด้วยที่จะให้มีการรวม 3 สวนเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ทางสำนักสิ่งแวดล้อมได้ทำแบบสอบถามประชาชน จำนวน 1,996 คน ร้อยละ 76 เห็นด้วยที่จะให้มีการวม 3 สวน ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจด้านกายภาพแล้ว พบว่า สวนวชิรเบญจทัศกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้มีการเชื่อมกันอยู่แล้วโดยลักษณะของสะพานข้ามคูน้ำอยู่ 2 สะพาน ในขณะเดียวกันสะพานนี้ก็ควรมีการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่สวยงาม แข็งแรงพร้อมใช้งาน ส่วนการเชื่อมสวนจตุจักรกับสวนวชิรเบญจทัศเข้าด้วยกันนั้น จากการสำรวจพบว่าพื้นที่แต่ละสวนมีถนนคั่นกลางอยู่คือถนนกำแพงเพชร 3 ดังนั้นการที่จะเชื่อม 3 สวนเข้าด้วยกัน อาจจะสร้างสกายวอร์คหรืออุโมงค์ทางลอด ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงรูปแบบความเหมาะสม

นายจักกพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ในบริเวณพื้นที่สวนวชิรเบญจทัศ ยังมีศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศตั้งอยู่ด้วย ซึ่งมีการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันก็เกือบ 11 ปี ทำให้สนามกีฬาหรือลานเอนกประสงค์เกิดการชำรุดทรุดโทรม อีกทั้งปี 2554 ได้มีพื้นที่บางส่วนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม กทม.จึงได้จัดสรรงบประมาณให้ทางศูนย์ฯ ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งวันนี้ได้มาตรวจดูความคืบหน้าในการปรับปรุง โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณเดือนมี.ค.2560 โดยปัจจุบันศูนย์กีฬาวัชรเบญจทัศมีประชาชนมาใช้บริการเฉลี่ยวันละไม่ต่ำว่า 500 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูง อย่างไรก็ตามกทม. จะเร่งดำเนินการปนับปรุงให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และเป็นสถานที่พักผ่อนต่อไป

 

“ผบ.ทอ.”ปิดปากประชุมด่วน”สนช.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250227


ผบ.ทอ. อุบปมประชุมด่วนสนช., ผบ.ทอ., พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ผบทอ, ปิดปาก, ประชุม, ด่วน, สนช

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“ผบ.ทอ.”ปิดปากประชุมด่วน”สนช.”

“ผบ.ทอ.”อุบวาระด่วนประชุม”สนช”.29 นี้ ปัดตอบเกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

          25 พ.ย. 59 – พล.อ.อ. จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภานิติบัญญัติในวันที่ 29 พ.ย.นี้ว่า ได้รับแจ้งจากประธาน สนช.แล้วว่าให้เข้าประชุมให้มากที่สุด ก็ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งตนรับทราบวาระการประชุมแล้ว ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร ไม่ขอเปิดเผย

เมื่อถามว่า เป็นวาระที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เคยระบุหรือไม่ พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า ขอไม่ตอบคำถามนี้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกระฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมปคสช.ยกเว้นมีปัจจัยอื่น ในฐานะที่เป็นสมาชิก คสช.ได้ประเมินสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า ไม่น่าจะมี

 

“นายกฯ” เผย อีกไม่นานไทยจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250216

อีกไม่นานไทยจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่, ไม่นานไทยมีข่าวดี, ข่าวดี, ไม่นาน, เอฟ, งาน, กถา, นายกฯ ปาฐากถาในงานเจเอฟซีซีที เผย ไม่นานไทยมีข่าวดี, นายกฯ, เผย, อีกไม่นาน, ไทย, พระมหากษัตริย์, พระองค์, ใหม่

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“นายกฯ” เผย อีกไม่นานไทยจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่

นายกรัฐมนตรี ปาฐากถาในงานเจเอฟซีซีที เผย อีกไม่นานไทยจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ย้ำ เดินหน้าสู่ประชาธิปไตย ลั่นโรดแมปไม่เปลี่ยนแปลง

          25 พ.ย.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวแสดงปาฐกถาเนื่องในงานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (เจเอฟซีซีที) ตอนหนึ่ง ว่า วันนี้เรากำลังสร้างอนาคตใหม่ของทุกคนโดยยึดหลักการว่า จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งจากการพูดคุยกับบรรดาสมาชิกหอการค้าร่วมต่างก็พึงพอใจการทำงานของประเทศไทย  เราขอขอบคุณ  ซึ่งการกล่าวปาฐกถาของตนวันนี้อยู่ในช่วงระยะเวลาที่คนไทยอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ ก็ต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ความเศร้าโศกอาลัยกลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตด้วยความยั่งยืน เราได้สูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รัก เทิดทูนและเป็นศูนย์รวมดวงใจคนไทยทั้งชาติมาเป็นระยะยาวนานกว่า 70 ปี พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนมาโดยตลอด รวมทั้งได้พระราชทานแนวทางและพระราโชบายในการขับเคลื่อนประเทศตามลำดับอีกด้วย

“วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนคนไทยทุกคนและในนามรัฐบาลขอขอบคุณในน้ำใจที่ทุกคนมีให้เราในยามที่เราอยู่ในภาวะความเสียใจและการแสดงความอาลัยขณะนี้ต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์ และการที่เราได้มาพบกันวันนี้ผมถือว่าเราคือเพื่อนแท้และเป็นมิตรในยามยาก ในส่วนของการแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ผมขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการบังคับหรือการใช้กฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เกิดจากใจของคนไทยเอง แต่ก็อาจจะมีอยู่บ้างในบางส่วน ทั้งนี้คนไทยทั้งประเทศซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงทำไว้ให้เราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และรัฐบาลนี้มีเจตนารมณ์ที่จะมุ่งมั่นและนำพาประเทศรัฐบาลนี้มีเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานและเจริญตามรอยพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการทำความดี เพื่อแผ่นดิน และน้อมนำพระราชดำรัส พระบรมราโชวาทที่ได้ทรงพระราชทานไว้ในโอกาสต่างๆ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งหลักการทรงงานไปถือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความสุข ความเจริญในชีวิต และความสงบสุขในสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งร่วมกันรักษาเอกราช อธิปไตย เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมืองต่อไป และขอยืนยันกับทุกคนว่าไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์ของไทยเพราะทุกอย่างยังคงมีเสถียรภาพเช่นเดิมทุกด้าน และใช้เวลาอีกไม่นานนักเราก็จะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่และเราก็จะทำหน้าที่เหมือนเช่นวันวันที่ผ่านมาในทุกเรื่องในหน้าที่ชของรัฐบาล” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลขอยืนยันว่า ขอเดินตามโรดแมปที่วางไว้ในการไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากลตามที่ได้วางไว้ และหวังว่าทุกคนคงจะคลายความกังวลลงได้บ้างแม้จะมีความกังวลอยู่กับตาม แต่ขอยืนยันว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ไทยเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ตนไม่เคยปฏิเสธกระบวนการประชาธิปไตยบนโลกใบนี้ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลือจากนี้ไปรัฐบาลก็จะวางรากฐานระยะยาว หรือที่เรียกว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และไม่ว่าใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะทำตนจะอยู่หรือไม่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็คงต้องอยู่ต่อไปอย่างที่วางไว้ และขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้พร้อมเสมอที่จะสนับสนุนให้ทุกประเทศมาลงทุนในไทยและพร้อมขจัดอุปสรรคและปัญหาต่างๆ จะทำให้กติกาเป็นสากล กฎหมายใดที่เป็นอุปสรรคก็จะนำมาพิจารณา และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ทำการปฏิรูปประเทศในระยะที่ 1 แล้วส่วนยุทธศาสตร์ที่กำลังทำอยู่ระหว่างปี 2559-2560 คือ การก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน และในเรื่องเศรษฐกิจเราได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเป็นผู้ดูแล ดังนั้นคงไม่ต้องมีคำถามว่าโรดแมปคืออะไรอีกเพราะโรดแมปก็คือโรดแมป รัฐบาลพร้อมเดิมหน้าในระยะเวลาที่มีอยู่ ตนขอยืนยันว่าจะทำตามโรดแมปที่ผ่านมา พูดไม่รู้อีกร้อยครั้งก็ยังถามกันอยู่นั่น ไม่รู้จะถามทำไม ทุกอย่างยืนยันว่าเป็นไปตามโรดแมปที่ว่างไว้ ทั้งการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์โปร่งใสเหมือนทุกประเทศที่มีอยู่อยู่ ตนก็มีความต้องการที่จะเดินหน้าแบบทุกประเทศ ไม่ใช่ไม่อยากให้ไทยเป็นเช่นนั้น

           นายกฯกล่าวว่า บางครั้งประชาชนอาจไม่เข้าใจ ซึ่งประชาชนมีหลายระดับ หลายรายได้ แต่ต้องมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน จัดให้เขาเข้มแข็งด้วยตัวเอง เป็นแบบอย่างให้เขาเห็น ตนไม่เคยหยุดคิดแม้แต่วันเดียวเพื่อพวกท่าน ปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาสำคัญ ต้องสร้างความโปร่งใส สร้างการตรวจสอบ เพิ่มโทษ ตั้งศูนย์ร้องเรียน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ รัฐบาลวันนี้เข้ามาผลักดันขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ สร้างฐานรากขึ้นมาใหม่ให้เข้มแข็ง ประชาธปไตยเข้มแข็ง พรุ่งนี้ใครจะลงทุนประเทศไทยขอให้ยกมือ ขอบคุณที่มายื่นความต้องการหลายแสนหลายหมื่นล้านบาท ถ้าไม่ทำวันนี้มันจะช้าเกินไป

“อย่ามากังวลตัวผม เข้ามาทำเพื่อท่าน ไม่ได้มาทำลายล้างใคร แต่มาทำเพื่ออนาคตลูกหลานท่าน ยืนยันมุ่งมั่นสร้างบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุน ปฏิบัติจริงให้เห็น วันนี้ต้องจบความขัดแย้ง อย่าเอาเรื่องเล็กมาเป็นเรื่องใหญ่ มันจะไปไม่ได้ ประชาชนคือผู้ถือหุ้นบริษัทรัฐบาล รัฐบาลไม่มีกำไรมีแต่ขาดทุน ต้องช่วยสร้างเศรษฐีใหม่ในไทยอีก รัฐบาลทำเองไม่ได้ทุกอย่าง ผมมั่นใจส่ิงที่พูดวันนี้ได้ผลไม่มากก็น้อย ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นนายกฯ แต่เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้อง มาช่วยไทยสงบสันติ โดยไม่ใช้กำลัง แต่แก้ด้วยการพัฒนาประเทศ จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ไม่เสียเวลา ไม่เสียชีวิต ขอให้มองไทยอย่างเป็นธรรม อย่ามองผมเป็นตัวอุปสรรค แต่เข้ามาขจัดปัญหา ถึงเวลาก็มีคนมาทำอยู่แล้ว ผมพูดด้วยใจ ไม่มุ่งหวังอะไรเลย ไม่ได้มุ่งหวังเป็นอะไร ไม่ได้ต้องการชื่อเสียง แต่ต้องการให้ไทยสงบสุข ตนแก่แล้ว ตั้งใจจะไปเที่ยวแต่สถานการณ์แบบนี้ไปไหนไม่ได้”นายกฯกล่าว

 

“ศาล”สั่ง”ศุภชัย”คืนเงินสหกรณ์ฯคลองจั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250213


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ประธานกรณ์สหกรณ์คลองจั่น, ศุภชัย ศรีศุภอักษร, ศาล, สั่ง, ศุภชัย, คืนเงิน, สหกรณ์, คลอง, จั่น, ศาลเแพง, ศุภชัย ศรีศุภอักษร

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“ศาล”สั่ง”ศุภชัย”คืนเงินสหกรณ์ฯคลองจั่น

“ศาลเแพง”สั่ง”ศุภชัย ศรีศุภอักษร “ชดใช้เงินคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกว่า 3.8 พันล้าน

          25 พ.ย. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลแพ่ง พิพากษาสั่งนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธาน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น -พวกอดีตคณะบริหารสหกรณ์ 4 คนชดใช้เงินคืนสหกรณ์ฯ 3,811,605,926.18 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ฟ้อง 1 พ.ค.57 ภาย หลังสหกรณ์ฯ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคดีเมื่อปี 2557

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : http://www.komchadluek.net/news/politic/250243

 

“ปึ้ง”เย้ยรัฐบาลอยู่ 3 ปี คิดได้แค่แจกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250204


สุรพงษ์ เหน็บรัฐบาล, ปึ้ง สุรพงษ์, สุรพงษ์ โตวิจักชัยกุล, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ปึ้ง, เย้ย, รัฐบาล, อยู่, คิดได้, แค่, แจก, เงิน, ปึ้งเย้ยรัฐบาลอยู่, คิดได้แค่แจกเงิน, สุรพงษ์

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“ปึ้ง”เย้ยรัฐบาลอยู่ 3 ปี คิดได้แค่แจกเงิน

“สุรพงษ์”เย้ยรัฐบาลอยู่ 3 ปี คิดได้แค่แจกเงิน ชี้ถ้าคิดได้แค่นี้ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว ชี้ฝืนอยู่ต่อมีแต่ทำให้ประเทศตกหลุมลึก

          25 พ.ย. 59 – นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า อยากขอร้องให้รัฐบาลได้คิดว่าการที่รัฐบาลจะให้สวัสดิการใดๆอะไรให้ข้าราชการ หรือประชาชนนั้นควรคำนึงหรือคิดให้เยอะ ว่าจะต้องทำให้คนไทยต้องยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองสอนให้ทุกคนต้องสามารถหาเลี้ยงชีพ ได้ด้วยตนเองไม่ใช่นำเงินภาษีประเทศไปแจกจ่ายแบบที่กำลังทำกันอยู่ ขณะนี้และรัฐบาลที่บริหารโดยผู้นำที่ตลอดชีวิตไม่เคยทำมาค้าขายจบมาก็มานั่งกินเงินเดือนประจำหรือไม่ก็จบมาแล้วมาเป็นนักการเมือง โดยไม่เคยผ่านประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน ก็มักจะชื่นชอบวิธีการแจกเงินแบบนี้เช่นกรณีแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทหรือแจกเงินกินเปล่า 3,000 บาทให้ประชาชน

” ถามว่าดีหรือไม่ก็ต้องบอกว่าดีเพราะประชาชนได้เงินฟรีๆมาใช้จ่าย แต่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จะได้คืนกลับมานั้นก็ย่อมรู้กันอยู่แก่ใจตนเองว่าจะได้หรือไม่ได้อะไร และถ้าวิธีการเช่นนี้ดีจริงเชี่อว่าหลายๆประเทศเขาก็คงจะเอาไปทำกันแล้วทั่วโลก นี่ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้จะไม่เรียกว่าเป็นนโยบายประชานิยมก็สุดแล้ว แต่ที่รัฐบาลจะเรียกหรือจะเรียกว่าเป็นสวัสดิการแก่ประชาชนก็สุดแท้แต่จะเรียกขานแต่ความจริงก็คือการแจกเงินกินเปล่าให้ประชาชนก็แค่นั้นเอง” นายสุรพงษ์ กล่าว

          นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า อยากฝากถึงรัฐบาลว่าถ้าหากบริหารประเทศมาเกือบจะ 3 ปีเต็มท่านคิดได้เพียงแค่นี้ทำได้แค่นี้ท่านก็ควรจะพิจารณาตนเองกันได้แล้ว เพราะหากบริหารงานต่อไปก็อาจจะนำประเทศเดินไปตกหลุมลึกและก็ยากที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่มารี้อฟี้นประเทศได้ในอนาคตก็เป็นได้

 

กทม. แจง ปชช.จิตอาสาแจ้งความประสงค์ร่วมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250203

กทม., จิตอาสา, กอร.รส., บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, สนามหลวง, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, กทม, แจง, ปชช, จิต, อาสา, แจ้ง, ความประสงค์, ร่วม, บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, เดย์, กทม, ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน
กทม., จิตอาสา, กอร.รส., บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, สนามหลวง, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, กทม, แจง, ปชช, จิต, อาสา, แจ้ง, ความประสงค์, ร่วม, บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, เดย์, กทม, ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน
กทม., จิตอาสา, กอร.รส., บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, สนามหลวง, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, กทม, แจง, ปชช, จิต, อาสา, แจ้ง, ความประสงค์, ร่วม, บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, เดย์, กทม, ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 25 พ.ย. 2559

กทม. แจง ปชช.จิตอาสาแจ้งความประสงค์ร่วมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

“กทม.” แจง ปชช.จิตอาสาแจ้งความประสงค์ร่วมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์สนามหลวง เริ่ม 21.00 น.ของวันที่ 30 พ.ย. ถึง 2 ธ.ค. ระบุภาคประชาชนใดสนใจร่วมกิจกรรม แจ้งที่หมายเลข 1555

          25 พ.ย. 59 – พล.ต.พงษ์สวัสดิ พรรณจิต รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) กล่าวว่า ขณะนี้การอำนวยความสะดวกประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เรามีความพร้อมที่จะรองรับได้เต็มที่ ทั้งในด้านอาหาร และบริการด้านสุขา ล่าสุดทาง กทม. ได้เพิ่มรถสุขาสำหรับผู้หญิงให้มากขึ้น เพราะจากสถิติเราพบว่ามีผู้หญิงเดินทางมามากกว่าผู้ชาย แต่ข้อจำกัดยังคงมีเหมือนเดิม คือการที่ประชาชนพร้อมใจกันมาในช่วงเช้า ทำให้เราดูแลได้ไม่ทั่วถึง จากสถิติแล้วในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง จะมีประชาชนเข้าไปสักการะพระบรมศพได้ประมาณ 12,000 คน หากประชาชนเดินทางมามากว่าจำนวนดังกล่าวในช่วงเช้า ส่วนที่เกินจากนี้ จะต้องรอไปถึงช่วงบ่าย แต่คนที่มาช่วงบ่ายจะใช้เวลารอน้อยกว่า คนที่มาช่วงเช้า

พล.ต.พงษ์สวัสดิ กล่าวว่า นอกจากนี้เรายังได้ทำบัตรลาคิว เพื่อให้ประชาชนในแถวได้ไปทำธุระส่วนตัวระหว่างรอแถว โดยในบัตรได้มีการระบุหมายเลข ซึ่งใช้เฉพาะเจาะจงแต่ละเต๊นท์ เพื่อป้องกันการแซงคิว อย่างไรก็ดีเราขอฝากประชาชน ให้ทำความรู้จักรอบข้างตัวเองไว้ เพื่อความง่ายต่อการกลับเข้าไปในแถว ถือเป็นการตรวจสอบสองชั้นไปในตัว ด้วยเหตุเราเชื่อจะไม่มีการแซงคิว หรือถ้าหากมีก็เป็นเพราะความสับสนเข้าเต๊นท์ผิดมากกว่า

          ในส่วนกิจกรรมถวายความอาลัยนั้น พล.ต. พงษ์สวัสดิ กล่าวว่า จากการที่พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขออนุญาตจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัย ต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานอนุกรรมการ โดยกิจกรรมที่เราจะพิจารณา หากจัดที่สนามหลวงจะต้องไม่เป็นการขัดขวางการเข้าไปสักการะของประชาชน แต่ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. มีกิจกรรม 9 เพื่อ 9 สืบสานปณิธานพอเพียง เป็นกลุ่มคนที่เดินเท้าจากโรงเรียนสตรีวิทยามาเก็บขยะรอบสนามหลวง เราอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องผ่านจุดคัดกรองเหมือนประชาชน

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า วันเสาร์ที่ 26 พ.ย.และวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย.นี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางจัดกิจกรรมพิเศษ จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อถวายความจงรักภักดีโดยรอบสนามหลวงหลายและพื้นที่ใกล้เคียงหลายกิจกรรม อย่างวันที่ 26 พ.ย. หอการค้าไทย-จีน จัดกิจกรรม “ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน” ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) และถนนเยาวราช วันที่ 27 พ.ย. มูลนิธิครอบครัวพอเพียงจัดกิจกรรม “ก้าวเพื่อ 9 สืบสานปณิธานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง” โดยนำนักเรียน ร.ร.สตรีวิทยา จำนวน 999 คน เดินจากหน้าโรงเรียนมาท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 06.00น. เพื่อมาเป็นอาสาเก็บขยะ อีกทั้งศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดกิจกรรมเดินวิ่งปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 2 เวลา 04.00 – 09.00 น. โดยใช้เส้นทางจากโรงพยาบาลศิริราช มุ่งหน้าสะพานพระราม 8 ต่อเนื่องคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี

นอกจากนี้ ร.ร.วัดสระเกศ จัดกิจกรรมงานเดิน-วิ่งการกุศล ภูเขาทองมินิมาราธอน ครั้งที่ 2 โดยปล่อยตัวจากบริเวณลานวัดสระเกศ ผ่านแยกหลานหลวง -ถนนราชดำเนินนอก -พระบรมรูปทรงม้า –ถนนราชวิถี-ถนนสามเสน -สนามหลวง -ถนนกัลยาณไมตรี ผ่านเสาชิงช้า เข้าสู่วัดสระเกศ และในวันเดียวกันยังมีกิจกรรมลำปางรวมใจ ปั่นถวายเป็นพระราชกุศล โดยการปั่นจักรยานจากลำปางมาถึงคุรุสภา รวมทั้งกิจกรรมเดิน-วิ่ง ตามรอยพระบาทถวายราชดุดี โดยสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึก ระหว่างเวลา 06.00 – 09.00 น. เส้นทางบริเวณถนนพญาไท –อังรีดูนังต์ – พระราม 1 –พระราม 4 – วิทยุ – เพลินจิต จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และหากต้องใช้เส้นทาง ขอให้ใช้บริการรถสาธารณะ หรือ Shuttle Bus ของ ขสมก.

ขณะที่พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมทำความสะอาดบริเวณท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น.ของวันที่ 30 พ.ย. เป็นต้นไป โดยเริ่มจากรอบพระบรมมหาราชวัง และรอบสนามหลวง ไปจนถึงถนนราชดำเนินกลาง ในวันที่ 1 ธ.ค. จะขยายพื้นที่การทำความสะอาดไปที่แยกคอกวัว ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินนอก และวันที่ 2 ธ.ค. จะตรวจสอบทุกพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง โดยจะทำความสะอาดตั้งแต่การล้างท่อและบนทางเท้าทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของซุ้มถวายความอาลัยตามจุดต่างๆ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา กล้องวงจรปิด เพื่อพร้อมเปิดต้อนรับประชาชนที่มาถวายสักการะวันที่ 3 ธ.ค.

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ทราบว่ามีหน่วยงานภาคประชาชนแสดงความสนใจจะมาร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าวจำนวนมาก ก็ขอให้แจ้งความประสงค์มาที่ หมายเลข 1555 เพื่อจะได้จัดวางพื้นที่ให้เหมาะสมว่าจะอยู่บริเวณจุดใด ซึ่งจะมีผู้อำนวยการเขตแต่ละเขตเป็นผู้รับผิดชอบ ทาง กอร.รส. ยินดีต้อนรับประชาชนที่จะมาทำดีเพื่อพ่อ จะนำอุปกรณ์มาเอง หรือจะมาเอาจากที่ กทม.เตรียมไว้ให้ก็ได้ แต่สาเหตุที่จะต้องให้มีการแจ้งยอดของผู้มาเป็นจิตอาสา เนื่องจากจะต้องเตรียมอาหารไว้รองรับ ส่วนที่สงสัยว่าในวันที่มีการทำความสะอาด ตามเต๊นท์จิตอาสาจะมีการแจกอาหารหรือไม่ จึงขอชี้แจงว่าเราต้องมีการฉีดยาฆ่าแมลง หนู โดยรอบพื้นที่ท้องสนามหลวง จึงอาจไม่เหมาะสมหากมีการประกอบอาหาร โดยระหว่างทำความสะอาด จะไม่มีการปิดการจราจร เพราะจะเน้นทำความสะอาดบนทางเท้า จะไม่มีผลกระทบต่อการจราจรแน่นอน.

 

“ยิ่งลักษณ์” ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250193

พระราชกุศล, ข้าวสาร, เด็กด้อยโอกาส, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ยิ่งลักษณ์, ทำบุญ, ถวาย, เป็น, พระราช, กุศล
พระราชกุศล, ข้าวสาร, เด็กด้อยโอกาส, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ยิ่งลักษณ์, ทำบุญ, ถวาย, เป็น, พระราช, กุศล

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“ยิ่งลักษณ์” ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

“ยิ่งลักษณ์” ทำบุญวัดทุ่งเหียง ชลบุรี ถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมมอบข้าวสารสำหรับเลี้ยงเด็กด้อยโอกาส

          25 พ.ย.59 – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย อดีตส.ส. และสมาชิกพรรคพรรคเพื่อไทย อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายวราเทพ รัตนากร ร.ท.หญิงสุณิสา  เลิศภควัต และนายวีรวุฒิ สิงห์โตทอง ร่วมทำบุญถวายสังฆทาน ที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมถวายอาหารเพลแด่พระภิกษุ จำนวน 10 รูป สามเณร จำนวน 105 รูป และเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กจำนวน 300 คน

นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ถวายข้าวสารหอมมะลิที่รับซื้อมาจากชาวนา จ.มหาสารคาม จำนวน 1,000 กิโลกรัมให้กับพระมงคลโมลี (หลวงปู่บุญ) เจ้าอาวาส เพื่อใช้สำหรับเลี้ยงเด็กเยาวชนชาวไทยภูเขาที่ยากจนและเด็กกำพร้าด้อยโอกาสทางการศึกษาที่วัดฯ รับอุปการะไว้ ซึ่งเยาวชนเหล่านี้อยู่ในความดูแลของวัดในทุกๆ ด้าน เช่น ที่อยู่อาศัย-อาหาร-เสื้อผ้า-ยารักษาโรค-อุปกรณ์การเรียน ฯลฯ.

 

“นายกฯตู่” ไม่ปฏิเสธ… เป็นพรีเซ็นเตอร์นั่งรถไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250186


เป็นพรีเซ็นเตอร์รถไฟ, ประยุทธ์, เชียงใหม่, กระทรวงท่องเที่ยว, คมชัดลึก, นายกฯ, ตู่, ไม่, ปฏิเสธ, เป็น, พรีเซ็นเตอร์, นั่ง, รถไฟ, นายกฯตู่, ไม่ปฏิเสธ, บิ๊กตู่, ผอมจะแย่อยู่แล้ว

การเมือง  : 25 พ.ย. 2559

“นายกฯตู่” ไม่ปฏิเสธ… เป็นพรีเซ็นเตอร์นั่งรถไฟ

“บิ๊กตู่” ตรวจเยี่ยมกระทรวงท่องเที่ยวฯ หวังไตรมาส 4 เพิ่ม 6 เปอร์เซ็นต์ ยันยังเดินหน้าแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ไม่ปฏิเสธคำเชิญเป็นพรีเซ็นเตอร์นั่งรถไฟ

                25 พ.ย. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ว่า วันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมและขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงติดตามการทำงาน ทั้งนี้ได้รับการรายงาน พบว่าการดำเนินนโยบายเป็นไปได้ความเรียบร้อยและก้าวหน้า ตนจึงสั่งการไปว่าในปี 2560 จะต้องดำเนินนโยบายให้ประสบความสำเร็จตามลำดับความสำคัญของงาน รวมถึงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะเรื่องกิจกรรมกีฬา การท่องเที่ยว ทั้งหมดจำเป็นต้องอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติทั้งนั้น รวมถึงการดำเนินงานตามแผนแม่บททุกๆ 5 ปี

“ทุกกระทรวงจะต้องปฏิบัติตามนี้ เพื่อให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐ องค์กรมหาชน และเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมผู้ประกอบการ”

                “วันนี้สิ่งที่เรามุ่งหวังคือการทำให้การท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 มีรายได้สูงขึ้นมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ เราจะพยายามทำให้ได้ ซึ่งการท่องเที่ยวใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลทุกประการ ซึ่งไตรมาสที่ 4 คาดจะเป็นไปตามความคาดหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องการให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเราต้องดูปัจจัยภายในด้วย ที่ผ่านมาใครที่ทำผิดและถูกกฎหมายเราต้องมาแก้ปัญหาพร้อมกัน ต้องช่วยกันสร้างความเข้มแข็งแลบังคับใช้กฎหมายไปพร้อมกัน จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมเห็นใจทุกคน” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดจำนวนลงขณะนี้มีผลกระทบหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยังไม่ลด แต่หากนับเป็นรายประเทศอาจจะลดลงบ้าง แต่ก็ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากมา แต่เนื่องจากเราอยู่ในสภาวการณ์ที่เศร้าโศก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง

“ปัจจัยต่อมาคือการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเราจำเป็นต้องทำ โดยทุกประเทศก็พร้อมให้ความร่วมมือกับเรา ปัจจัยที่สามคือ หากมองในแง่ของตัวเลขรวม ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเดิม เพียงแต่ตัวเลยเฉลี่ยไปยังประเทศอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งในบางประเทศอาจลดลงบ้างถือเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งสำคัญต้องขับเคลื่อนทุกอย่างในไตรมาส 4 ให้สูงขึ้น”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญว่า เมื่อกฎหมายยังมีอยู่ก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป แต่การแก้ไขปัญหามันก็มีผลกระทบส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงซึ่งมีวิธีการไหนที่ทำแล้วไม่กระทบหรือไม่ สื่อก็ต้องร่วมมือด้วยเพื่อสร้างความเข้าใจขอให้ทำให้ถูกกฎหมาย ไม่ใช่พอมีปัญหาศูนย์เหรียญก็มาบอกว่ารัฐบาลไม่ปราบ พอรัฐบาลแก้ปัญหาก็มาบอกว่ารัฐบาลทำให้ประเทศเสียหาย แล้วตนอยู่ตรงไหน

“ดังนั้นต้องช่วยกันสร้างความคลี่คลาย สร้างความเข้าใจว่ารัฐบาลจำเป็นต้องทำแบบนี้เพราะอะไร และประเทศต้นทางก็ให้ความร่วมมือ หลายอย่างต้องมีซ้ายขวาผมเข้าใจ แต่ตรงกลางต้องช่วยสร้างความเข้าใจให้รัฐบาลด้วยว่า ประเทศไทยเราต้องการอะไร”

สำหรับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเราสามารถรองรับได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พยายามทำอยู่ ต้องช่วยกัน ตนทำคนเดียวไม่ได้ สื่อต้องช่วยสร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

“ไม่ใช่ขุดเรื่องนั้นเรื่องนี้ออกมาทั้งวันทุกเรื่องไป วิวาทะทางวาจา ก็เอาออกมา ไอ้โน้นก็ออกมา แล้วใครจะมาเที่ยวบ้านเรา ผมอยากถามว่า ขุดเรื่องนี้เรื่องโน้น บางทีถามเรื่องความมั่นคงก็ถามอะไรไม่รู้ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยทั้งสิ้น ไอ้การพูดกันไปมา ถามไปถามมาเผยแพร่สื่อออกไป นี้แหละคือสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติมีปัญหา บางเรื่องมีปัญหาก็มีหน่วยงานแก้อยู่แล้วก็ทำไป บางอย่างเป็นเรื่องภายในของหน่วยงานที่เขาทำ ไม่ใช่เขาปิด บางอย่างที่เขาพูดไม่ได้ก็ยังพูดไม่ได้ เดี๋ยวพูดมาเสียหาย ก็ยังไม่พูด ให้รู้บ้างอะไรคืออะไร ถามทุกเรื่อง มันก็ตีทุกเรื่อง”นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า นายกฯได้ให้กำลังใจรมว.การท่องเที่ยวฯอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ให้กำลังใจ “ผอมจะแย่อยู่แล้ว” เหนื่อยทำงานต้องเดินทาง ถ้าไม่แข็งแรงก็อยู่ไม่ถึงวันนี้

ส่วนรมว.การท่องเที่ยวฯจะเชิญนายกฯนั่งรถไฟไปจ.เชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นายกฯกล่าวว่า รอให้มันเสร็จก่อน รถไฟตนทำอยู่แล้ว นั่งรถไฟใช้เวลาเท่าไหร่ เป็นวัน แล้วตนทำงานทันไหม ตนขึ้นเป็นสัญลักษณ์ไป 3-4 สถานีได้ไหม