MCOT แจง ปิดคลื่นซี้ด 11 ปีไม่บรรลุตามเป้า-พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 13:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792522

 

MCOT แจง ปิดตำนานคลื่นซี้ด 97.5 MHz 11 ปีไม่บรรลุตามเป้าหมาย รับ ธุรกิจสื่อมีการแข่งขันสูง เตรียมปรับเปลี่ยนรูปแบบคลื่นตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค ส่วนพนักงานคลื่นซี้ด อสมท มีแนวทางจ่ายค่าชดเชย-พิจารณาเข้ามาร่วมงานต่อไป

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายพิเศษ จียาศักดิ์ รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท (MCOT) ชี้แจงกรณีเลิกกิจการ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด และปรับรูปแบบการบริหารจัดการคลื่นวิทยุ FM 97.5 MHz ว่า ได้มีการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท คลื่นซี้ดเอ็มคอท ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลากว่า 11 ปี ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ อสมท จะนำคลื่นกลับมาบริหารเอง

ทั้งนี้ ด้วยความพร้อมของสถานีวิทยุ อสมท ซึ่งมีความหลากหลายครอบคลุมทั้งกลุ่มกีฬา ลูกทุ่ง ข่าว ทำให้มีสัดส่วนตลาดและสัดส่วนผู้ฟังเป็นอันดับ 1 ประกอบกับผลจากการศึกษาวิจัยกลุ่มผู้ฟังพบว่า กลุ่มวัยรุ่น มีแนวโน้มเลือกรับฟังวิทยุลดลง จึงกำหนดกลุ่มผู้ฟังใหม่ พร้อมทั้งปรับรูปแบบคลื่นให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งรูปแบบคลื่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะช่วยขยายฐานผู้ฟังไปสู่กลุ่มอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และเอเยนซี่โฆษณา

ส่วนพนักงานคลื่นซี้ดเอ็มคอทนั้น อสมท มีแนวทางที่จะจ่ายค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งพิจารณาพนักงานเข้ามาร่วมงานกับ อสมท ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้สถานการณ์ธุรกิจสื่อมีการแข่งขันสูง ในส่วนของ อสมท ต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารของซี้ดเอ็มคอทได้พยายามอย่างเต็มความสามารถ จึงขอขอบคุณผู้บริหาร พนักงานคลื่นซี้ดเอ็มคอท ที่ร่วมกันทำงานอย่างทุ่มเทมาโดยตลอด.

ล้วงลึกปิดตำนาน! คลื่นซี้ด อสมท โดดบริหารเอง ปลดฟ้าผ่า! ตุ้ย ธีรภัทร์

 

ว๊อกซ์ฟิล์มลุยแจ้งเกิดในไทย ชูคุณสมบัติระดับพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 10:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792312

 

“ว๊อกซ์ฟิล์ม” เดินหน้าทำตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ในไทย เชื่อมีโอกาสและช่องว่างโดยวางตัวเป็นระดับพรีเมียม พร้อมทุ่มงบการตลาดก้อนโตลุยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016…

นายพีรศักดิ์ ทองนรินทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ว๊อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ทำธุรกิจด้านฟิล์มกรองแสง กล่าวว่า ว๊อกซ์ฟิล์มแบรนด์ฟิล์มกรองแสงนวัตกรรมจากสหรัฐฯ เดินหน้าทำตลาดในประเทศไทย โดยบริษัท ว๊อกซ์ (ประเทศไทย) ที่ดูแลการตลาดครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน สำหรับการทำตลาดในประเทศไทยนั้น เริ่มต้นมาแล้ว 2 ปี สามารถสร้างฐานลูกค้าและแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับได้เป็นอย่างดี เป็นระดับท็อปในตลาดผู้ใช้ฟิล์มรถยนต์ระดับพรีเมียม เนื่องจากมีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีได้ 100% แม้จะมีรายใหญ่ในตลาดรวมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ตลาดฟิล์มรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในลักษณะผู้ซื้อไม่ได้ใช้ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อ โดยฟิล์มจะติดมาพร้อมกับเมื่อซื้อรถจากโชว์รูม ขณะเดียวกันยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากนัก จึงเล็งเห็นโอกาสและช่องว่างของตลาดที่เปิดกว้าง เนื่องจากว๊อกซ์ฟิล์มมีนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งการปกป้องรังสียูวี ลดความร้อนและผิวขาวใสเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ

นายพีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า โอกาสงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมเปิดตัวฟิล์มรุ่นใหม่ๆ พร้อมกับจัดโปรโมชั่นพิเศษมากมายด้วยงบกลยุทธ์การตลาดกว่า 250 ล้านบาท สำหรับในปี 2560 นั้น ยังมีแผนมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสินค้าฟิล์มกรองแสงใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองผู้บริโภคให้ได้รับสินค้าคุณภาพสูงพรีเมียมและบริการที่ดี.

 

Cook Medical เปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่สิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

สิงคโปร์—(บิสิเนส ไวร์)—1 ธันวาคม 2016

Cook Medical ได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าเอเชียใต้แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ มีชื่อว่า South Asia Distribution Centre (SADC) ในประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2016 โดยสถานที่แห่งใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายลอจิสติกส์ของ Cook Medical โดยมุ่งที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในสินค้าทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.businesswire.com/news/home/20161130006480/en/

คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าขนาด 2,500 ตารางเมตร จะจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าของ Cook Medical ทั่วเอเชียแปซิฟิค ที่ตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย เกาหลี มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย และฮ่องกง

Barry Thomas รองประธานของ Cook Inc. และผู้อำนวยการของ Cook Medical APAC กล่าวว่า SADC จะทำให้ Cook Medical ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

“เป้าประสงค์ของเราอยู่ที่ลูกค้าและคนไข้ของเขา และจากที่ตั้งแห่งนี้ พวกเราจะสามารถจัดส่งสินค้าไปสู่ที่ใดก็ได้ในภูมิภาคนี้ในเวลา 24 ชั่วโมง” Thomas กล่าว “การเปิดตัวของ SADC นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการบริการกระจายสินค้าของ Cook Medical ทั่วเอเชียแปซิฟิค”

“ที่ตั้งนี้จะทำให้เราสามารถขยายการกระจายสินค้า ทำให้ผู้คนจำนวนมาในเอเชียสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยของเรา”

สถานที่ที่มีเทคโนโลยีสูงในการให้บริการกระจายสินค้านี้เกิดขึ้นจากการกระจายสินค้าให้กับเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นับตั้งแต่ปี 2010 การเติบโตในจีนและส่วนอื่นๆ ในภูมิภาคทำให้บริษัทก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ในเอเชียแปซิฟิค

Ross Harvey ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายลอจิสติกส์ เอเชียแปซิฟิค กล่าวว่าสิงคโปร์ได้รับเลือกในครั้งนี้เนื่องจากเป็นศูนย์กลาง ทำให้ Cook พัฒนาในด้านความเร็วในการกระจายสินค้าของ Cook ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ

“ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของสถานที่แห่งใหม่ในสิงคโปร์จะทำให้ Cook Medical ได้รับประโยชน์สำคัญมากมายที่จะทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้”

“SADC ทำให้เราสามารถลดเวลาการส่งของและลดค่าใช้จ่ายที่จะทำให้เรานำมาลงทุนในการพัฒนาการบริการมากขึ้น” Harvey กล่าว

สถานที่แห่งใหม่ระดับโลกนี้ใช้เทคโนโลยีแบบไร้กระดาษ กระบวนการที่ล้ำสมัย และประโยชน์จากระบบการดำเนินพิธรการศุลกากรแบบออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาประมาณ 10 นาทีต่อครั้ง

“เรายินดีต้องรับการตัดสินใจของ Cook medical ในการก่อตั้ง SADC ในสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นส่วนตอกย้ำในตำแหน่งของสิงคโปร์ที่เป็นผู้นำศูนย์รวมด้านลอจิสติกส์ โดยการใช้การเชื่อมต่อเครือข่ายที่กว้างขวาง ระบบโครงสร้างพื้นฐานศุลกากร และระบบของลอจิสติกส์ที่ดี บริษัทสามารถพัฒนาเวลา turnaround เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มการเข้าถึงตลาดในภูมิภาคได้มากขึ้น” Weng Si Ho, ผู้อำนวยการ Biomedical Sciences ของ Singapore Economic Development Board (EDB)

“เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริษัท MedTech ในการก่อตั้งฟังก์ชั่นลอจิสติกส์แบบมีกลยุทธ์ในประเทศสิงคโปร์และผลักดันการสร้างมูลค่าจากเครือข่ายลอจิสติกส์ที่มีประโยชน์สำหรับภูมิภาคนี้และที่อื่นๆ ต่อไป”

“การเปิดตัวศูนย์แห่งใหม่นี้สามารถสร้างงานได้มากมายและคาดหวังว่าจะโตขึ้นเมื่อธุรกิจขยายขึ้น” Thomas กล่าว

“สิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของเราขณะนี้คือการตั้งทีมบริการลูกค้า และการย้ายสต๊อก In Vitro Fertilization (IVF) Media ของเราที่หวังว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2017

“เราภูมิใจใน SADC มากและเราต้องการขอบคุณทุกคนที่ได้มีส่วนเกี่ยวของในโปรเจกต์นี้ในปีที่ผ่านมา” Thomas กล่าว

เปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 30 พฤศจิกายน 2016 และฉลองโดยพิธีเปิดตัวสั้นๆ ต่อด้วยการเดินชมสถานที่

เกี่ยวกับ Cook Medical

นับตั้งแต่ปี 1963 Cook Medical ได้ทำงานกับแพทย์ในการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ minimal invasive วันนี้เราผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือไบโอโลจิกส์ ชีวเภสัชภัณฑ์ และเซลล์บำบัด เพื่อให้ผลลัพธ์กับคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราเป็นบริษัทครอบครัว ดังนั้นเราจึงมุ่งหวังที่จะสนใจเกี่ยวกับลูกค้า พนักงาน และชุมชนของเรา สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ www.cookmedical.com และสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดของเราได้ที่ Twitter, Facebook และ LinkedIn

สามารถสัมภาษณ์ได้ที่:

Barry Thomas, รองประธาน, Cook Incorporated และผู้อำนวยการ Cook Medical Asia Pacific

Ross Harvey ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายลอจิสติกส์ Cook Medical Asia Pacific

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:http://www.businesswire.com/news/home/20161130006480/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Cook Medical

Pia Warburton, +852 9026 6275

Manager, Corporate Communications – Asia Pacific

Pia.Warburton@CookMedical.com

โตชิบาเปิดตัวไลน์อัพใหม่สำหรับมอสเฟตแบบ on-resistance ต่ำสำหรับโหลดสวิตช์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยใช้แพ็กเกจขนาดเล็ก กำลังสูญเสียสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

โตเกียว—(บิสิเนส ไวร์)—29 พฤศจิกายน 2016

บริษัท สตอเรจ แอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ ดีไวเซส โซลูชันส์ (Storage & Electronic Devices Solutions Company) ในเครือของโตชิบา คอร์ปอเรชั่น (Tokyo:6502) วันนี้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้แพ็กเกจขนาด “TSOP6F” กำลังสูญเสียสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเพิ่มเข้าไปในไลน์อัพของมอสเฟตแบบ on-resistance ต่ำสำหรับการชาร์จวงจรโหลดสวิตช์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ รวมถึงโทรศัพท์มือถือและแทปเล็ต ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์แรกในไลน์อัพนี้ มอสเฟตเดี่ยว พี-แชแนล แบบ 20V รุ่น “SSM6J801R” ได้เริ่มส่งออกวันนี้ และจะทำการผลิตเป็นจำนวนมากปลายเดือนธันวาคมนี้

สามารถรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:http://www.businesswire.com/news/home/20161128006189/en/

โตชิบา: มอสเฟตแบบ on-resistance ต่ำสำหรับโหลดสวิตช์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ใช้กำลังสูญเสียสูง แพ็กเกจขนาดเล็ก: SSM6J801R (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

Toshiba: Low On-resistance MOSFET for Load Switches in Mobile Devices Utilizing a High Power Dissipation, Small-size Package: SSM6J801R (Photo: Business Wire)

โตชิบาได้พัฒนาแพ็กเกจใหม่ “TSOP6F” ที่มีขนาดเล็ก 2.9×2.8 มม. เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งานอุปกรณ์เล็กๆ สำหรับการชาร์จวงจรโหลดสวิตช์และวงจรขับ LED ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกจากมีพื้นที่และแลนด์แพทเทิร์นเหมือนแพ็กเกจ SOT-457 ที่มีอยู่แล้วนั้น แพ็กเกจใหม่นี้ยังมีกำลังสูญเสียอยู่ที่ 1.5W

มอสเฟตขนาดเล็กแบบ on-resistance ต่ำแพ็กเกจใหม่รุ่น “TSOP6F” นี้จะเปิดตัวพร้อมกับมอสเฟตรุ่นใหม่ “SSM6J801R” โดยมีแผนในอนาคตที่จะขยายไลน์อัพให้มีผลิตภัณฑ์แบบ 2-ใน-1

Part Number Composition VDSS (V) VGSS (V) ID (A) RDS(ON) typ. (mΩ) Ciss (pF) Sample Mass Production
VGS=1.5V VGS=1.8V VGS=2.5V VGS=4.5V
SSM6J801R Pch Single -20 -8/+6 -6 47 39 31 25 840 OK Dec./’16
SSM6J808R -40 -20/+10 -7 – – – 41 1105 Dec./’16 2Q/’17
SSM6K810R Nch Single 100 ±20 3.5 – – – 65 430 Dec./’16 2Q/’17
SSM6N813R Nch Dual 100 ±20 3.5 – – – 120 172 Apr./’17 3Q/’17
SSM6N815R 100 ±20 2 – – – 95 223 Mar./’17 May/’17

สามารถคลิกลิ้งค์ด้านล่างเพื่อรับชมข้อมูลสินค้าใหม่

1. SSM6J801R:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/detail.SSM6J801R.html

2. ไลน์อัพของโตชิบามอสเฟตขนาดเล็กแบบ on-resistance ต่ำLine-up of Toshiba Small Low-On-Resistance MOSFETs:

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/product/mosfet/small-mosfet.html

ลูกค้าติดต่อ:

Small Signal Device Sales & Marketing Department

โทร: +81-3-3457-3411

https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/contact.html

*ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาการบริการและข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับโตชิบา

โตชิบา คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัท Fortune Global 500 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อันล้ำสมัย รวมถึงระบบต่างๆ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (Energy) เพื่อทุกวันของชีวิตที่สะอาดและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เพื่อสนับสนุนสังคมแห่งข้อมูลข่าวสารที่ก้าวล้ำ โตชิบาส่งเสริมการดำเนินงานทั่วโลก และสนับสนุนการสร้างสรรค์โลกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนรุ่นต่อๆ ไป ภายใต้รากฐานความมุ่งมั่นของโตชิบา กรุ๊ป ที่ว่า “ความมุ่งมั่นต่อประชากร, ความมุ่งมั่นต่ออนาคต”

โตชิบาก่อตั้งขึ้นในโตเกียวเมื่อปี 1875 และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของกลุ่มบริษัทในเครือกว่า 550 แห่ง ด้วยจำนวนพนักงาน 188,000 คนทั่วโลก และยอดขายต่อปีกว่า 5.6 ล้านล้านเยน (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2016)

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโตชิบาได้ที่ www.toshiba.co.jp/index.htm

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:http://www.businesswire.com/news/home/20161128006189/en/

สื่อมวลชนติดต่อ:

Toshiba Corporation

Storage & Electronic Devices Solutions Company

Digital Marketing Department

Koji Takahata, +81-3-3457-4963

semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

Ergon ขยายธุรกิจในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : Thai Business News    http://www.thaibusinessnews.com/

 

แจ็กสัน, มิสซิสซิปปี–(บิสิเนส ไวร์)–29 พฤศจิกายน 2016

Ergon ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนฟธีนิกพิเศษรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นอันดับสองของการผลิตน้ำมัน bright stock ได้ประกาศขยายบริษัทโดยมีคลังน้ำมันเพิ่มขึ้นในเมืองอุลซัน ประเทศเกาหลีใต้ และมีสำนักงานภูมิภาคแห่งใหม่ที่สิงคโปร์

“การเพิ่มขึ้นมาของคลังน้ำมันและสำนักงานในเครือข่ายการจำแนกแจกจ่ายโลกของ Ergon ทำให้สามารถให้บริการและการเข้าถึงที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้าในเอเชีย” Per Klintstam ประธานของ Ergon International, Inc. กล่าว

HyGold 5000BS, ซึ่งเป็นน้ำมัน bright stock ใหม่ของ Ergon และน้ำมันเกรดแนฟธีนิกและน้ำมันหม้อแปลงจะมีวางขายในเอเชียต้นปี 2017

เกี่ยวกับ Ergon

Ergon เป็นกลุ่มบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจภายใต้ภาคส่วนธุรกิจ 6 ประเภท: การกลั่น & การตลาด, ยางมะตอย & อิมัลชัน, การขนส่ง & คลัง, น้ำมัน & แก๊ส, อสังหาริมทรัพย์, บริษัทและอื่นๆ

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com:http://www.businesswire.com/news/home/20161129006298/en/

ติดต่อ:

Ergon International, Inc.

Véronique Rousseau, + 32 473 56 71 55

Market Communications

veronique.rousseau@ergon.com

ergoninternational.com

หรือ

Ergon, Inc.

Jim Temple, +1-601-933-3000

Corporate Communications Manager

jim.temple@ergon.com

ergon.com

Server Technology นำเสนอ PDU บนเทคโนโลยี HDOT ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ –ระบบตรวจวิเคราะห์กระแสไฟในเต้ารับ (POPS)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เรโน, เนวาดา–2 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– เทคโนโลยี HDOT สุดอัจฉริยะของ Server Technology บนอุปกรณ์PDU ที่มาพร้อมกับระบบตรวจวิเคราะห์กระแสไฟในเต้ารับแต่ละช่อง (POPS)

ภายหลังจากที่ Server Technology ได้ติดตั้ง PDU (อุปกรณ์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้า) ที่มาพร้อมเทคโนโลยี HDOT จำนวนหลายหมื่นชิ้นครบถ้วนแล้ว Server Technology ก็ได้เสร็จสิ้นการพัฒนาสายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเปี่ยมด้วยนวัตกรรมนี้อย่างสมบูรณ์ ด้วย PDU ใหม่ที่สามารถตรวจวิเคราะห์กระแสไฟจากเต้ารับ (outlet) แต่ละช่องบนรางปลั๊ก หรือที่เรียกว่า Per Outlet Power Sensing (POPS) และสามารถควบคุมการเปิดปิดด้วยสวิตช์บนเทคโนโลยีเต้ารับแบบ HDOT ส่งผลให้อุปกรณ์ PDU กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าที่สุดในตลาด โดยที่เราสามารถจัดหาโซลูชั่นอันดับ 1 ให้แก่ลูกค้าในการควบคุมแรงดันไฟฟ้า การวางแผนด้านกำลังไฟฟ้า และการบริหารจัดการกระแสไฟจากระยะไกล สำหรับ Data Center ยุคใหม่

Server Technology - HDOT Alt-Phase Switched POPS / HDOT Alt-Phase Switched POPS (PRNewsFoto/Server Technology)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161123/442664

วิดีโอ – http://origin-qps.onstreammedia.com/origin/multivu_archive/PRNA/ENR/TheOneandOnlyHDOT-FINAL.mp4

สำหรับ PDU ที่ใช้งานกับตู้แร็คเซิร์ฟเวอร์แบบ PRO2  ที่มีระบบควบคุมไฟฟ้ากระแสสลับและสามารถรองรับระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงรุ่นนี้ เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก PDU แบบแยกประกอบ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่ง PDU ได้ตามที่ต้องการ โดยท่านสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์https://byopdu.servertech.com เพื่อเลือกปรับแต่ง PDU แบบ HDOTของท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจวัดกระแสไฟในเต้ารับ (POPS) แบบมีสวิตช์, POPS ระบบอัจฉริยะ, PDU แบบมีแค่สวิตช์ หรือจะเป็น PDU ที่ควบคุมแรงดันไฟฟ้าด้วยระบบอัจฉริยะ โดยที่การปรับแต่ง 4 ขั้นตอนใหม่ของเราทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน และมีการให้คำแนะนำอย่างชัดเจนในการเลือกเข้าสู่โหมดต่างๆ เช่น โหมดแรงดันไฟฟ้า กำลังกระแสไฟฟ้า เฟสไฟฟ้า ชนิดของปลั๊กไฟ การกำหนดตำแหน่งสายสัญญาณ การตั้งค่าเต้ารับ การเชื่อมต่อ และสีสัน ด้วยรูปแบบการตั้งค่าที่มีมากมายหลายพันแบบนี้ จึงทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะพบกับผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ

ทราวิส ไอออนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Server Technologyกล่าวว่า “การผนวกรวมคุณสมบัติในการตรวจวัดไฟฟ้า เข้ากับตระกูลผลิตภัณฑ์ HDOT ที่มีระบบควบคุมไฟฟ้ากระแสสลับ (Alt Phase) แบบแยกชิ้นส่วนของเรานั้น ถือเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมครั้งใหญ่ ซึ่งผมภูมิใจที่จะพูดว่า เราได้สร้างความสำเร็จโดยที่ไม่ทำให้คุณภาพหรือความสามารถในการผลิตด้อยลงเลย”

คุณสมบัติเด่นของตัวผลิตภัณฑ์:

Per Outlet Power Sensing

คุณสมบัติใหม่ล่าสุดที่เราเพิ่มเข้ามาในผลิตภัณฑ์ตระกูล HDOT นั้นก็คือPer Outlet Power Sensing (POPS) ซึ่งให้ความแม่นยำในการตรวจวิเคราะห์กำลังไฟฟ้าด้วยค่าเบี่ยงเบนเพียง +/-1% โดยระบบจะวัดการใช้พลังงานในเต้ารับ (Outlet) แต่ละช่องที่ใช้สำหรับส่งกระแสไฟไปยังอุปกรณ์ใน Data Center นอกจากนี้ POPS ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการวัดกระแสไฟฟ้า, ความต่างศักย์, กำลังไฟจริง, กำลังไฟฟ้าปรากฏ, ค่าPower Factor และยอดคลื่นในเต้ารับแต่ละช่อง ทำให้สามารถวิเคราะห์ด้านประสิทธิภาพและศักยภาพในการใช้พลังงานได้อย่างดีเยี่ยม โดยระบบ POPS ยังสามารถแจ้งเตือนและส่งสัญญาณเตือนเมื่อค่ากระแสไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า รวมถึงค่า Power Factor อยู่ในระดับสูงหรือต่ำได้อีกด้วย

High Density Outlet Technology (HDOT)

เพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านพื้นที่สำหรับติดตั้ง PDU ภายในตู้แร็ค Data Center นั้น ทาง Server Technology จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีเต้ารับสำหรับไฟฟ้าแรงดันสูง (High Density Outlet Technology หรือ HDOT)ขึ้น ซึ่งเป็น PDU ที่มีองค์ประกอบเล็กที่สุดเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ด้านหลังตู้แร็ค โดยที่สามารถใช้กับหัวปลั๊ก (Outlet Connector) แบบ C13 ได้จำนวนสูงสุดถึง 42 ตัวบน PDU ที่รองรับการจัดการบนเครือข่ายระดับ42U หรืออาจกล่าวได้ว่ามีขนาดที่เล็กลงกว่า 20% เมื่อเทียบกับ PDUขนาดใกล้เคียงที่ใช้เต้ารับแบบมาตรฐาน โดยนอกเหนือจากการเปิดตัวเทคโนโลยี HDOT แล้ว ทาง Server Technology ยังได้พัฒนากระบวนการผลิตให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยร่นระยะเวลาในการผลิตลงตั้งแต่การวางแผนงานไปจนถึงการออกผลิตภัณฑ์ PDU มาสู่มือผู้บริโภค โดยมีการรวมเต้ารับสำหรับหัวปลั๊กชนิด C19 และ C13 ตามจุดต่างๆที่ลูกค้าต้องการ ส่วนการออกแบบ HDOT นั้นยังได้คำนึงถึงพื้นที่สำหรับเก็บสายไฟ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนในการโยงสายและลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์เสริม และด้วยเหตุที่เต้ารับ HDOT ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นด้วยนั้น Server Technologyจึงได้ผลิต HDOT ด้วยวัสดุที่ทนความร้อนสูง โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟแบบ UL94 V-0 ซึ่งทำให้ระบบจ่ายไฟเหล่านี้เหมาะกับData Center ในทุกสภาพแวดล้อม

Alt-Phase

สำหรับการอำนวยความสะดวกในการจัดการกับสายไฟและการกระจายกำลังไฟให้สมดุลนั้น ทาง Server Technology ได้เพิ่มระบบการควบคุมกระแสไฟฟ้าสลับ (Alternating Phase) เข้าไปในตัว PDU ซึ่งจะช่วยกระจายกระแสไฟไปยังเต้ารับต่อหนึ่งหน่วย (แทนการกระจายไปยัง bankเก็บไฟสำรอง) ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเดินสายไฟที่สั้นกว่า และทำให้อากาศไหลเวียนได้ดีกว่า อีกทั้งยังง่ายต่อการกระจายกำลังไฟให้สมดุล และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานมากขึ้น ทั้งนี้ก่อนที่จะมีการพัฒนา HDOT ขึ้นนั้น พบว่าการสร้างผลิตภัณฑ์แบบมี Alternating Phaseไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ เนื่องจากปัญหาด้านแรงดันไฟฟ้าที่เต้ารับต่ำ

PRO2

PRO2 เป็นแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และเฟิร์มแวร์ที่อุดมด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นระบบการจ่ายไฟเลี้ยงคอมพิวเตอร์แบบออนบอร์ด โปรโตคอลด้านความปลอดภัยที่ทันสมัย ฟีเจอร์ที่มากมาย และโหมดการตั้งค่าที่มีความทันสมัย ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในผลิตภัณฑ์นี้ งานสถาปัตยกรรม PRO2 ใหม่ของเรา เป็นผลิตภัณฑ์ในอุดมคติสำหรับการใช้งานที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและระยะเวลาของการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการใช้งานภายใต้อุณหภูมิสูงและต้องการความปลอดภัยสูง ด้วย PRO2 นี้ ลูกค้าจะสามารถรักษาระยะเวลาของการปฏิบัติงานในการเข้าถึงข้อมูลปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

Switched Outlets

ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด ปิด หรือรีบูทเต้ารับทีละช่องหรือทั้งรางปลั๊กพร้อมกันก็ได้ ทำให้สามารถเลือกใช้งานฟีเจอร์ต่างๆได้ อาทิ การส่งไฟเข้าและการกั้นไฟเข้าเต้ารับ การจัดลำดับการเปิดใช้งานเต้ารับที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดไฟกระชาก และการเลือกควบคุมการไหลของกระแสไฟด้วยระบบอัจฉริยะ

เกี่ยวกับ Server Technology

ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางยุทธศาสตร์ระบบไฟฟ้าของ Server Technologyได้รับความไว้วางใจให้จัดหาโซลูชั่นตู้แร็ค PDU สำหรับลูกค้าทั่วโลกที่ต้องการวางระบบ Data Center ตั้งแต่บริษัทสตาร์ทอัพขนาดเล็กไปจนถึงบริษัทที่ทรงอิทธิพลใน  Fortune 100 ปัจจุบันเรามีลูกค้ามากกว่า600,000 รายจากทั่วทุกมุมโลกที่ใช้งานอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้า (PDU) แบบราง และโซลูชั่นการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าจากระยะไกลที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัล บริษัทช่วยลูกค้าแก้ปัญหาการจัดการด้านแรงดันไฟฟ้า การอำนวยความสะดวกในการวางแผนด้านกำลังไฟฟ้า การปรับปรุงระบบควบคุมไฟฟ้า และการยกระดับการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะไฟฟ้าคืองานของเรา ผลิตภัณฑ์ของเราจึงสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในบริษัทจัดหาคลาวด์และโคโลเคชั่นระดับแนวหน้า ตลอดจนในห้องปฏิบัติการ และบริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม ลูกค้าของ Server Technology ยกให้เราเป็นผู้จัดหา PDU ที่มีคุณภาพสูงสุด นำเสนอการบริการที่ดีที่สุด และส่งมอบนวัตกรรมที่ดีที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ทางเลือกในการปรับตั้งค่า PDU มากกว่า12,000 รูปแบบซึ่งสามารถตอบโจทย์สำหรับ Data Center ทุกแห่ง และผลิตภัณฑ์ PDU รุ่น 80% ของเรา ได้รับการจัดส่งภายใน 10 วัน มีเพียงServer Technology เท่านั้นที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งาน Data Centerได้อย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอยู่เสมอ และเราจะช่วยขับเคลื่อนภารกิจไปสู่เป้าหมายได้

เมอร์ค ขยายสัญญาจัดจำหน่ายร่วมกับ โรช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี–2 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

– เมอร์ค จะเป็นซัพพลายเออร์ผู้จัดหาเอนไซม์ชนิดใหม่สำหรับเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอโดยใช้เทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส (Polymerase Chain Reaction: PCR) และ PCR เชิงปริมาณในแบบเรียลไทม์ แต่เพียงผู้เดียวในทุกประเทศ ยกเว้น สหรัฐอเมริกา บราซิล ญี่ปุ่น

– เป็นผู้จัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์สารทดสอบทางชีวเคมีของ โรช ทั่วโลกแต่เพียงผู้เดียว มาตั้งแต่ปี 2558

เมอร์ค (Merck) บริษัทชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศขยายสัญญาการเป็นพันธมิตรจัดจำหน่ายร่วมกับ โรช (Roche) ให้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์เอนไซม์ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส (PCR) และPCR เชิงปริมาณแบบเรียลไทม์ (qPCR) ของ Kapa Biosystems ซึ่งเป็นบริษัทที่โรชได้เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2558

Merck Roche enzyme products / Merck is expanding its distribution agreement with Roche to be the exclusive supplier of novel enzymes for polymerase chain reaction (PCR) and quantitative real-time PCR for all countries except the U.S., Brazil and Japan (PRNewsFoto/Merck)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20161122/442165

การเพิ่มผลิตภัณฑ์ของ Kapa เข้ามาในสัญญาจัดจำหน่ายจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในปัจจุบันระหว่างเมอร์คและโรชให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการจัดหาหนึ่งในชุดเครื่องมือประสิทธิภาพสูงที่ครบสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการทำ PCR และ qPCR ที่มีอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน

“การขยายความร่วมมือกับโรชจะเปิดทางให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ได้มากขึ้น ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายระดับเวิลด์คลาสของเรา” อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) กล่าว “เอนไซม์เหล่านี้เพิ่มความได้เปรียบทางการค้าให้กับดีเอ็นเอพอลิเมอเรสที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน อีกทั้งยังนำเสนอศักยภาพสำหรับการใช้เทคนิค PCR แบบใหม่ๆ“

ภายใต้เงื่อนไขของสัญญา เมอร์คจะใช้ความเชี่ยวชาญในด้านการขาย การตลาด และอีคอมเมิร์ซของบริษัท และอาศัยความความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับชุมชนวิทยาศาสตร์ในการนำเสนอและจัดจำหน่ายสารทดสอบและชุดเครื่องมือ PCR และ qPCR ของ Kapa สัญญาจัดจำหน่ายดังกล่าวครอบคลุมทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และบราซิล ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางการเงินของข้อตกลง

ในเดือนกรกฎาคม 2558 โรช ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้ง ซิกม่า-อัลดริช(Sigma-Aldrich) เป็นผู้จัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Biochemical Reagents ของบริษัททั่วโลกแต่เพียงผู้เดียว หลังจากนั้น เมื่อเมอร์คเข้าซื้อกิจการของซิกม่า-อัลดริชในปีเดียวกัน สัญญานี้จึงได้กลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของเมอร์ค ที่ผลักดันการเติบโตของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ของบริษัท และนำเสนอเครื่องมือด้านจีโนมิกส์ โปรตีโอมิกส์ และการวิเคราะห์เซลล์ที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า

เอนไซม์ PCR ชนิดใหม่ที่นำเสนอภายใต้สัญญาจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติ่มนี้ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทนต่อสารยับยั้ง PCR ทั่วไป เพิ่มความเร็วและหน่วยการทำงานของเอนไซม์ (specific activity) และเพิ่มความถูกต้องแม่นยำ คุณลักษณะเหล่านี้ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น[i]

การเปลี่ยนผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCR และ qPCR ของ Kapa มาสู่เมอร์ค คาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันที่ 1 มกราคม 2560 ในระหว่างนี้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะยังคงวางจำหน่ายผ่านทางช่องทางในปัจจุบันของ Kapa สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sigma-aldrich.com/kapa

[i] ข้อมูลจากแฟ้มข้อมูล

ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาเข้าไปที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้

เกี่ยวกับเมอร์ค

เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และเพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล พนักงานราว50,000 คนของบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ยาชีวภาพเพื่อรักษาโรคมะเร็งหรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ระบบที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการผลิต ไปจนถึง liquid crystal ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ LCDทั้งนี้ ในปี 2558 เมอร์คสามารถทำยอดขายได้ 1.285 หมื่นล้านยูโร ใน66 ประเทศ

เมอร์คก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2211 จึงเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบครัวผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทเมอร์คในดาร์มสตัดท์ ประเทศเยอรมนี ครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจในชื่อ อีเอ็มดี โซโรโน่,มิลลิพอร์ซิกม่า และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แม้นซ์ แมททิเรียล

Vivo ตอกย้ำสโลแกนใหม่ Camera & Music เปิดตัวสมาร์ทโฟน “V5” กล้องเซลฟี 20MP พ่วงระบบเสียง Hi-Fi

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

เซินเจิ้น, จีน–1 ธ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Vivo ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำ เปิดตัวสมาร์ทโฟน “Vivo V5” อย่างเป็นทางการ โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีย์ V และเป็นรุ่นแรกที่ออกมาหลังจากที่บริษัทได้ปรับสโลแกนใหม่เป็น “Camera & Music” เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่โดดเด่นทั้งในด้านการถ่ายภาพและการฟังเพลง

อเล็กซ์ เฟิง รองประธานของ Vivo แถลงข่าวว่า “การเปิดตัว V5 ถือเป็นการเดินตามสโลแกนใหม่ ซึ่งบ่งบอกถึงทิศทางที่เปลี่ยนไปของ Vivoแต่บริษัทยังคงเซอร์ไพรส์ลูกค้าด้วยการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆอย่างไม่หยุดยั้ง”

“การถ่ายรูปและฟังเพลงเป็นสองสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้ชีวิตและแสดงตัวตนของผู้ใช้สมาร์ทโฟน และ V5 ที่ปฏิวัติวงการมือถือด้วยกล้องซอฟต์ไลท์และระบบเสียง Hi-Fi สุดล้ำ ก็เป็นเครื่องสะท้อนว่าเรามุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ขณะเดียวกันก็เดินหน้าสร้างคอนเนคชั่นระหว่างดนตรีกับชีวิตจริงให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม”

– เซอร์ไพรส์ด้วยหน้าจอ 5.5 นิ้ว พร้อมกระจก Gorilla Glass 2.5D จาก Corning

V5 โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วใหญ่เต็มตา พร้อมขอบจอบางเฉียบ และกระจก Gorilla Glass 2.5D จาก Corning นอกจากนั้นยังทำจากบอดี้ชิ้นเดียวที่จับถนัดมือ จึงสามารถใช้งานด้วยมือเพียงข้างเดียวได้สบายๆ

– IMX376 เทคโนโลยีกล้องหน้าความละเอียด 20MP ถ่ายเซลฟีได้สมบูรณ์แบบ

ด้วยความร่วมมือด้านวิศวกรรมกับ SONY สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จึงมาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล โหมดปรับแสงสำหรับการถ่ายเซลฟี และซอฟต์แวร์แต่งรูปสุดล้ำ นอกจากนั้นยังมีเซนเซอร์เรือธงIMX376 สำหรับ V5 โดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายรูปแบบไร้เทียมทาน

IMX376 มีเซนเซอร์ขนาด 1/2.78 นิ้ว การถ่ายรูปในที่ที่มีแสงน้อยจึงมีคุณภาพสูงเทียบเท่าถ่ายด้วยกล้องดิจิทัล นอกจากนี้ ความละเอียดที่20 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาดใหญ่ f/2.0 และเลนส์ 5P ยังช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลได้โดดเด่นไม่เหมือนใคร

V5 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Selfie Soft-light ซึ่งช่วยตรวจจับแสงรอบข้างให้อัตโนมัติ และเปิดใช้งานเมื่อถึงเวลาจำเป็นเพื่อจัดแสงให้เหมาะไม่ต่างกับการถ่ายภาพในสตูดิโอของมืออาชีพ

นอกจากนี้ โหมด Face Beauty 6.0 ยังช่วยให้ถ่ายเซลฟีได้เพอร์เฟคเพียงแค่กดปุ่มเดียว V5 จึงไม่เพียงถ่ายภาพได้อย่างสวยงามเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ไม่มีใครเหมือน เพื่อเก็บภาพความประทับใจในทุกชั่วขณะไว้ตลอดไป

– AK4376 โดดเด่นด้วยคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi

ด้วยความร่วมมือกับ AKM ผู้ผลิตชิปเสียงชั้นนำของโลกซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของ Vivo สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จึงมาพร้อมกับชิปเสียงHi-Fi รุ่นใหม่อย่าง AK4376 ที่สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดเสียง ให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังฟังการแสดงสด

สเปคเด่นอื่นๆ ของ V5 ประกอบด้วย

– แรม 4GB และชิปประมวลผล octa-core รองรับการใช้งานหลายหน้าต่างและหลายแอปพร้อมๆกัน ช่วยลดความเสี่ยงเครื่องค้าง

– ฟีเจอร์ปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือโดยใช้เวลาเพียง 0.2วินาที

– โหมดถนอมสายตา โดยช่วยกรองแสงสีฟ้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะดวงตาล้า

V5 เปิดตัวแล้วในอินเดีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา และไทย โดยจะมีการวางจำหน่ายในเร็วๆนี้

เกี่ยวกับ Vivo 

Vivo เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกที่กำลังมาแรง บริษัทนำเสนอจุดเด่นด้านคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบและการถ่ายภาพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ Vivo พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์และนำสมัยเพื่อทุกคนที่มีไฟในหัวใจ Vivo ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนท็อป5 ของโลก ในรายงานประจำไตรมาส 3 ปี 2559 ของ IDC

รูปภาพ –http://photos.prnewswire.com/prnh/20161130/444051

ฉลองครบรอบ 10 ปี “A Journey Through Time” มหกรรมนาฬิกาและเครื่องประดับชั้นนำแห่งเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–1 ธ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

A Journey Through Time มหกรรมนาฬิกาและเครื่องประดับชั้นนำแห่งเอเชีย ฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 10 วัน ก่อนจะปิดฉากลงด้วยงานปาร์ตี้ ณ Shook! Restaurant ในห้างสรรพสินค้าStarhill Gallery โดยได้รับความร่วมมือจากสุดยอดไนท์คลับอย่าง Zouk Kuala Lumpur นอกจากนั้นยังมีการประกาศรางวัลนาฬิกายอดนิยม “People’s Choice Award” ด้วย โดย Shook! Restaurant ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นเวทีต้อนรับแขกพิเศษกว่า 400 ท่าน ที่ได้รับเชิญมาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้

Mr. Joseph Yeoh รองประธานของ YTL Land & Developmentและ YTL Hotels and Properties กล่าวว่า “เราเป็นผู้บุกเบิกการจัดแสดงนาฬิกาและเครื่องประดับในภูมิภาคนี้ และ A Journey Through Time ก็เป็นงานที่จัดมาอย่างยาวนานที่สุดในเอเชีย โดยเปิดฉากเป็นครั้งแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว จนส่งผลให้มาเลเซียและกัวลาลัมเปอร์กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของผู้ที่หลงใหลนาฬิกาและเครื่องประดับ ซึ่งมารวมตัวกันเพื่อชื่นชมสุดยอดผลงานการออกแบบและงานฝีมืออันวิจิตรงดงาม เราเป็นหนี้บุญคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแห่งมาเลเซีย ตลอดจนผู้จัดแสดงสินค้า พันธมิตรการจัดงาน สื่อมวลชน ผู้มีส่วนร่วมในสังคม รวมถึงผู้ที่หลงใหลในนาฬิกาและเครื่องประดับทุกคน ที่ทำให้เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งๆขึ้นไปทุกปี”

“น่าทึ่งที่ได้เห็นงานนี้ค่อยๆพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นงานที่มอบประสบการณ์หลากหลายมิติให้แก่ทุกคน ปัจจุบัน นาฬิกาและเครื่องประดับต่างมีบทบาททั้งในวงการแฟชั่น ดนตรี ศิลปะ รวมถึงอาหารชั้นเลิศ และในขณะนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ของการจัดงาน เราจึงอยากเริ่มต้นด้วยการจัดปาร์ตี้ปิดงานเป็นครั้งแรก เพื่อสื่อถึงการเริ่มต้นครั้งใหม่อันน่าตื่นเต้น ที่จะเปิดรับคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และ Starhill Gallery ก็เป็นสถานที่จัดงานที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ สถานบันเทิงชื่อดังอย่าง Zouk Kuala Lumpur ยังเข้ามาช่วยทำให้ AJTT X Zouk Party เป็นงานปาร์ตี้ที่สมบูรณ์แบบด้วย เราจะจัดงานปาร์ตี้แบบนี้อีกในปีต่อๆไป ให้กลายเป็นธรรมเนียมใหม่ของ A Journey Through Time”

งานปาร์ตี้สุดพิเศษดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสถานบันเทิงชื่อดังอย่าง Zouk Kuala Lumpur ที่มีสุดยอดดีเจ แขกพิเศษ อีเวนต์ต่างๆ และข้อเสนอมากมาย การจับมือระหว่าง Zouk Kuala Lumpur กับStarhill Gallery จึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของทางห้างที่ตั้งใจจะยกระดับสถานที่ให้สดใหม่และนำสมัยอยู่เสมอ โดยไม่ลืมที่จะรักษาตำนานอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์นาฬิกาและเครื่องประดับต่างๆที่เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ Radzและ Clifford ดีเจคนดังของ Zouk Kuala Lumpur ได้มาร่วมมอบความบันเทิงในค่ำคืนดังกล่าวด้วย

Cher Ng ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารของ Zouk Club Kuala Lumpur กล่าวว่า “Zouk Kuala Lumpur รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Starhill Gallery ในการเฉลิมฉลองความสำเร็จของมหกรรมระดับโลกที่ดึงดูดนักสะสมและผู้ที่หลงใหลนาฬิกาและเครื่องประดับจากทั่วเอเชีย การร่วมงานกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ และทางเรารู้สึกยินดีมากที่ได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษแบบฉบับ Zouk นอกสถานที่”

ในช่วงค่ำเวลา 20.00 น. Lord’s Tailor ได้จัดแสดงคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายสำหรับสุภาพบุรุษอันไร้ที่ติ คู่กับนาฬิกาข้อมือจาก MASA Horlogerie ผู้ผลิตนาฬิการายแรกของมาเลเซีย บริเวณ Adorn Floorของ Starhill Gallery การจัดแสดงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Kuala Lumpur Alta Moda มหกรรมแฟชั่นชั้นสูงที่จัดขึ้น ณ Starhill Galleryเพื่อจัดแสดงเครื่องแต่งกายจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

รางวัล People’s Choice Award

AJTT X Zouk Party มีสีสันมากขึ้นด้วยการประกาศรางวัลนาฬิกายอดนิยม “People’s Choice Award” เป็นครั้งแรก โดยให้แขกที่เข้าร่วมงานโหวตนาฬิกาที่ตนเองชื่นชอบ และจะมีผู้โชคดีเพียงหนึ่งท่านที่ได้รับนาฬิกาที่มีคะแนนโหวตสูงสุดกลับบ้าน โดยนาฬิกาที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดที่ 46% คือ Armand Nicolet MO2 Complete Calendar ส่วนนาฬิกาอื่นๆที่ได้รับการเสนอชื่อประกอบด้วย Armand Nicolet Black S05 Range, Bedat & Co 828.010.600, Maurice Lacroix Les Classic และMuhle Glashutte Terrasport 1 Beobatcher

นอกเหนือจากการมอบนาฬิการุ่นยอดนิยมให้แก่ผู้โชคดีแล้ว ยังมีการจับสลากแจกรางวัลอีก 3 รางวัล โดยแต่ละรางวัลประกอบด้วยนาฬิกาMASA Horlogerie รุ่นลิมิเต็ด และบัตรเข้าพักที่โรงแรม JW Marriott

สุดยอดประสบการณ์และข้อเสนอสุดพิเศษ

การฉลองครบรอบ 10 ปีของ A Journey Through Time กินเวลายาวนานถึง 10 วัน ระหว่างวันที่ 4-13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ Starhill Gallery โดยเปิดงานด้วยพิธีประกาศรางวัล Tourism and Culture Gala Night: Watch and Jewellery of the Year Awards Presentation 2016พร้อมการแสดงจาก Ms. Carly Paoli นักร้องชื่อดังชาวอังกฤษเจ้าของเสียงเมซโซ-โซปราโน อันแสนไพเราะ

ธีมของมหกรรม A Journey Through Time ในปีนี้คือ “Legacy and Icons” ที่เด่นชัดด้วยการจัดแสดงนาฬิกาและเครื่องประดับมากมาย ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาและเครื่องประดับได้ชื่นชมและดื่มด่ำไปกับคอลเลคชั่นส่วนตัวสุดหายาก คอลเลคชั่นเก่าแก่รุ่นแรกๆ รวมถึงชิ้นงานสุดอลังการจากกว่า 125 แบรนด์ดัง นอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมอีเวนต์พิเศษมากมายที่จัดขึ้นเพื่อ A Journey Through Time ครั้งที่ 10 โดยเฉพาะ

ไฮไลท์สำคัญของงานในปีนี้คือ การเปิดตัวครั้งแรกของ MASA Horlogerie ที่มาพร้อมกับนาฬิกาซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Taming Sari กริชในตำนานพื้นบ้านของชาวมาเลเซีย รวมถึงการจัดแสดงJeweLuxe(R) ครั้งแรกในมาเลเซีย ซึ่งเป็นการจัดแสดงเครื่องประดับมูลค่ากว่า 80 ล้านริงกิตจาก 8 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยมีการจัดแบ่งเป็นธีมต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดง Timeless Royal Weave เพื่อเฉลิมฉลองชุดซองเก็ตอันวิจิตรของมาเลเซีย โดยมีการจัดแสดงชุดซองเก็ตร่วมสมัยของ Dame Zandra Rhodes นักออกแบบชาวอังกฤษ รวมถึงคอลเลคชั่นจาก Kraftangan Malaysia และการสาธิตการทอผ้าซองเก็ต นอกจากนั้นยังมีแฟชั่นโชว์จับคู่นาฬิกาข้อมือและเครื่องประดับกับเสื้อผ้าของ Zandra Rhodes และ Lord’s Tailors โดยมี Kuala Lumpur Alta Moda เป็นผู้ควบคุมโชว์

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือ A Journey Through Time Retrospective นิทรรศการแสดงความเปลี่ยนแปลงของงานตลอด 9 ปีที่ผ่านมา รวมถึง The Legacy Of Time นิทรรศการแสดงภาพเหมือนของบุคคลสำคัญของมาเลเซีย 10 ท่าน พร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับนาฬิกาและเครื่องประดับสุดรักซึ่งประเมินค่าไม่ได้ของบุคคลเหล่านี้ นอกจากนั้นยังมีการจัดงานกาล่าดินเนอร์และงานเลี้ยงค็อกเทลที่แบรนด์ต่างๆเป็นเจ้าภาพตลอดงานด้วย

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานในปีนี้ได้ที่www.ajourneythroughtime.com.my รวมถึงรับชมข้อมูลอัพเดทและไฮไลท์ต่างๆได้ที่ www.facebook.com/starhillgallery และwww.instagram.com/starhillgallery

เกี่ยวกับ Starhill Gallery

Starhill Gallery คือศูนย์รวมอาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ความงาม และศิลปะแห่งกรุงกัวลาลัมเปอร์ พื้นที่กว่า 330,000 ตารางฟุตของStarhill Gallery เต็มไปด้วยร้านค้าปลีกสุดหรู ซึ่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวและมีความพิเศษในแบบที่หาได้ยากจากช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่อื่นๆ Starhill Gallery มีพื้นที่ 7 ชั้นที่แบ่งตามธีมต่างๆ อัดแน่นด้วยร้านอาหารและร้านค้าของแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย อาทิ DIOR, Louis Vuitton และ Valentino รวมถึงแบรนด์นาฬิกาและเครื่องประดับชั้นนำ อาทิ  Bedat & Co., Richard Mille และ Rolex ทั้งนี้Starhill Gallery ได้รับการจัดอันดับให้เป็นห้างสรรพสินค้าที่สวยงามที่สุดในเอเชียโดย The Forbes Traveller อีกทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของกรุงกัวลาลัมเปอร์ด้วย

แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เดินหน้าติดตั้งโซลูชั่นด้าน คอนแท็คเซ็นเตอร์ ของแอสเพค ซอฟต์แวร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

แอสเพคเป็นชุดโซลูชั่นที่ครบวงจรและมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ

เจาะจงเลือกใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ

กรุงเทพมหานคร – 1 ธันวาคม 2559  แอสเพค ซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่นชั้นนำด้านการปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับลูกค้าแบบครบวงจรระบบจัดวางหน้าที่พนักงานอย่างเหมาะสม (workforce optimization)และระบบ Self Services เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ที่เลือกใช้ระบบคอนแท็คเซ็นเตอร์โซลูชั่นทั้งแบบระบบรับสายเรียกเข้า (Inbound) และระบบโทรออก (Outbound)

แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เป็นบริษัทในเครือของแอสเซนด์กรุ๊ปที่ก่อตั้งขึ้นในปี2558 โดยเป็นที่รู้จักกันดีภายใต้ชื่อแบรนด์ต่างๆ อาทิ WeMall ซึ่งเป็นbranded marketplace ของประเทศไทยและ WeLoveShopping ธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบ SME2C แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย               โดยแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะสร้างชื่อแบรนด์ให้ติดตลาดทั้งในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จึงมีภารกิจที่จะสร้างการเติบโตในทุกแบรนด์ธุรกิจเพื่อต่อยอดความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งแห่งวงการ

ด้วยความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจดังกล่าว แอสเพคจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เพราะความสมบูรณ์แบบของโซลูชั่น Aspect® Unified IP® (UIP) ทั้งระบบบริการรับสายเรียกเข้า (Inbound) และระบบบริหารการโทรออก (Outbound) รวมถึงระบบบริการตนเองแบบ Omni Channel (การผสานรวมทุกช่องทางการติดต่อจากลูกค้า) ซึ่งสอดคล้องกับแผนการยกระดับประสิทธิภาพงานที่วางไว้สำหรับเฟสต่อไป

คุณดรุณพร จิรกิจอนุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไปของแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ กล่าวว่า “โซลูชั่นของแอสเพค มีทั้งความยืดหยุ่น พร้อมสรรพ และครบวงจร ซึ่งจะช่วยสานต่อและเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เราเริ่มต้นบูรณาการระบบจาก 3 หน่วยธุรกิจและขยายเพิ่มไปถึง 5 หน่วยธุรกิจแล้วในขณะนี้ แอสเพคได้สร้างแผนกลยุทธ์แห่งอนาคตที่ช่วยให้เราสามารถให้บริการลูกค้าทั้งหมดด้วยประสบการณ์ล้ำค่าของการติดต่อได้ในทุกๆ ช่องทางการสื่อสารอย่างครอบคลุม”

“แอสเพครู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการเติบโตทางธุรกิจของ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ แอสเพคเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่ทำธุรกรรมออนไลน์รวมทั้งเข้าใจอีกด้วยว่าแบรนด์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เช่น แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ก็ต้องการที่จะมอบประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจ เรายินดีที่จะสนับสนุนแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ในทุกขั้นตอนของการติดต่อสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งในด้านคำถามที่เกี่ยวกับการสั่งซื้อ และรายละเอียดสำคัญอื่นๆ ที่ลูกค้าอาจต้องการสอบถามในระหว่างและหลังจากการทำธุรกรรมของพวกเขา โซลูชั่นทางด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าของแอสเพคที่มีมากมายและครอบคลุมรอบด้าน จะช่วยส่งเสริมงานบริการให้กับลูกค้าตลอดเส้นทางของการเติบโตของธุรกิจ และสำหรับลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วเช่นแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ แน่นอนว่าแอสเพคคือคำตอบที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ” ริชาร์ด โลเบอราส หัวหน้าฝ่ายขายอาเซียนและเกาหลี ของแอสเพค ซอฟต์แวร์ กล่าวปิดท้าย

เกี่ยวกับบริษัทแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ

แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นบริษัทในเครือแอสเซนด์กรุ๊ป ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจออนไลน์โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในประเทศไทย แต่ยังครอบคลุมไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพันธกิจของเราคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในภูมิภาคนี้ และส่งเสริมการสร้างโอกาสให้กับทุกคน ผ่านการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิตัลระดับโลก แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ WeMall (www.WeMall.com)  e-marketplace ของไทยที่ได้เปิดให้แบรนด์ชั้นนำต่างๆ ได้มีพื้นที่ร้านค้าของตนเองอยู่ในห้างออนไลน์; iTrueMart (www.iTrueMart.com) ซึ่งเป็นตลาด e-commerce แบบธุรกิจสู่ผู้บริโภค และ WeLoveShopping (www.WeLoveShopping.com) ซึ่งเป็นตลาดe-commerce แบบผู้บริโภคสู่ผู้บริโภคแห่งแรกและแห่งใหญ่ที่สุดของไทยที่เหมาะกับธุรกิจ SME

เกี่ยวกับบริษัท แอสเพค ซอฟต์แวร์

แอสเพค ช่วยให้องค์กรต่างๆ แก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคล กระบวนการ ระบบ และแหล่งข้อมูล โดยช่วยให้องค์กรสามารถรวมเอาศักยภาพทั้งหมดมาผสานกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อมุ่งสู่งานให้บริการลูกค้า  เราพัฒนา ระบบ Interactive Management ระบบWorkforce Management และ ระบบ self-service  ภายในศูนย์บริการลูกค้าหนึ่งเดียว  โดยระบบจะสร้างการปฏิสัมพันธ์ผ่านการสนทนาโต้ตอบที่ฉับไวและมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าในทุกช่องทางการสื่อสารโดยไม่สะดุด  อาศัยความคล่องตัวของโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ทั่วโลกของเรา และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ทำให้แอสเพคสามารถเชื่อมโยงคำถามให้เข้ากับคำตอบได้อย่างสะดวกง่ายดาย  ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยให้องค์กรรักษาระดับการให้บริการให้คงอยู่ในระดับสูง และควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจไปพรอ้มๆ กัน  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.aspect.com 

คุณสามารถติดตามเราได้บนทวิตเตอร์ @AspectSoftware หรืออ่านบล็อคของเราได้ที่ http://blogs.aspect.com.