‘หนุ่ม-กรรชัย’ ยึดคำสอน ‘ปิดทองหลังพระ’ ปรับใช้กับรายการ ‘ปากโป้ง’ ดีใจได้ช่วยเหลือคนอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243442

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ยึดมั่นคำสอน “ปิดทองหลังพระ” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการดำเนินชีวิต สำหรับ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” แม้ครั้งหนึ่งจะเคยคิดว่าทำ “ความดี” ไปก็ไม่มีใครเห็นก่อนจะปรับเปลี่ยนความคิดใหม่โดย “หนุ่ม-กรรชัย” เผยถึงเรื่องนี้ว่า

“ต้องบอกก่อนว่าเราเกิดมาก็มีพระองค์ท่านเป็นล้นเกล้าของเราอยู่แล้วที่บ้านจะสอนว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นล้นเกล้าของเรา พอโตขึ้นมาเราก็ได้เห็นภาพพระองค์ท่านทรงงานมาตลอด คงไม่มี
พระมหากษัตริย์องค์ไหน ทรงงานหนักเหมือนท่านอีกแล้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรามีพระราชาที่สมบูรณ์แบบและเป็นแบบอย่าง ผมยึดหลักการดำเนินชีวิตจากพระองค์ท่านหลายอย่างนะ ซึ่งไม่มีใครทำได้เหมือนพระองค์ท่านหรอก ผมจะยึดเรื่องการปิดทองหลังพระ อย่างเมื่อก่อนมีความรู้สึกว่าเราทำดีไปก็ไม่เห็นมีใครมาชมเราเลย ก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากจะทำ ทำไปก็เท่านั้นเอง พอมาวันหนึ่งได้มาทราบเรื่องราวของพระองค์ท่านที่ได้ตรัสเอาไว้ว่าคนเราต้องปิดทองหลังพระบ้าง เพราะปกติคนมักจะปิดทองแต่หน้าพระ เพื่อให้คนอื่นได้รู้ว่าเราทำความดี แต่ถ้าไม่ปิดทองหลังพระ องค์พระจะเต็มได้ยังไง ถึงจะไม่มีใครชมหรือไม่มีใครเห็น แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำเพื่อสังคม ทำให้องค์พระเต็มได้ ผมเองได้ทำรายการ ปากโป้ง ก็ได้ยึดถือคำสอนนี้เป็นอย่างมาก เวลาเชิญแขกรับเชิญมาเราก็ต้องสอบถามข้อมูลก่อนที่จะมาเข้ารายการ ซึ่งก็ได้ช่วยเหลือเขาเต็มที่ บางคนลำบากทางบ้านต้องการเงิน ไม่มีใครช่วยเหลือ เราก็ไปเติมเต็มตรงนั้นให้เขา ซึ่งเวลาที่เราทำไปแล้วก็ไม่ได้ไปประกาศบอกใครว่าเราช่วยเขานะ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่กลับมาก็คือความภูมิใจของเราเอง อย่างน้อยเราก็ได้ช่วยเหลือคนที่สังคมมองไม่เห็น ซึ่งตรงนี้ผมก็จะทำต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ และได้ช่วยเหลือสังคมด้วย

แอนิเมชั่นสุดเหงา ‘Your Name (ยัวร์ เนม)’ โกยเงินถล่มทลายในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243453

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในญี่ปุ่นสำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่น Your Name หรือชื่อไทยว่า หลับตาฝันถึงชื่อเธอ ของผู้กำกับ “มาโกโตะชินไก” ที่สร้างความประทับใจให้คนทั่วโลกด้วยภาพยนตร์แอนิเมชั่นแนวโรแมนติก แฟนตาซี เล่าเรื่องราวของ 2 นักเรียนมัธยมปลายชายหญิงที่สลับร่างกันโดยที่พวกเขา ไม่รู้จักกันมาก่อน การเดินทางเพื่อไขความลับจึงเกิดขึ้น จนกลายเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ ที่น่าติดตาม

หนังออกฉายในญี่ปุ่น และสร้างปรากฏการณ์ครั้งมหาศาล เมื่อครองอันดับหนึ่ง ถึง 7 สัปดาห์ติดต่อกัน กลายเป็น หนังทำเงินสูงสุดอันดับ 1 ของญี่ปุ่นประจำปีนี้ สถิติที่น่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือสามารถทำเงินชนะหนังแอนิเมชั่นเรื่องสุดท้ายของ “ฮายาโอะ มิยาซากิ” แห่งสตูดิโอจิบลิเรื่อง The Wind Rises (เดอะวินด์ ไรเซน) และเป็นหนังแอนิเมชั่นของสตูดิโอที่ไม่ใช่จิบลิเรื่องแรกที่ทำเงินผ่าน ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจาก มิยาซากิ วางมือ หลายคนจึงคาดหวังว่า มาโกโตะ ชินไก จะเป็นผู้สืบทอดต่อจาก มิยาซากิ

“มันเป็นหนังที่มีเอกลักษณ์และสร้างปรากฏการณ์ที่น่าจดจำทีเดียว มันยากที่จะเชื่อว่ามีคนกว่า 10 ล้านคนในญี่ปุ่นมาดูหนังเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและหวังว่าเราจะได้เห็นปรากฏการณ์แบบเดียวกันทั่วโลก” ผู้กำกับ มาโกโตะ ชินไก กล่าวถึงหนังเรื่องนี้เมื่อหนังออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้แตะประเด็นเรื่องญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและ สึนามิ เมื่อปี 2011 ซึ่งคร่าชีวิตไปกว่า 16,000 ราย “เหตุการณ์นั้นคร่าชีวิตผู้คนไปมากและเปลี่ยนชีวิตทุกคนในญี่ปุ่นแรงขับเคลื่อนครั้งใหญ่ของหนังเรื่องนี้จะสะท้อนความฝันของคนในชาติญี่ปุ่นให้มีชีวิตและความฝันต่อไปอย่างยืนยาว”

สำหรับเมืองไทย ค่ายเอ็มพิคเจอร์ วางคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 10 พฤศจิกายนนี้ ให้คนไทยได้พิสูจน์ฝีมือกัน

 

‘กรีน,โหน’ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา กรอกพันธุ์ข้าวเปลือกหอมปทุมฯ ‘ข้าวพอเพียง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243444

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กรีน-อัษฎาพรสิริวัฒน์ธนกุล, โหน-ธนากร ศรีบรรจงพร้อมด้วย เนย-ปภาดา กลิ่นสุมาลย์, กวาง-ช้องมาศ ธนพร, ไดสุเกะ สุกี้คาว่า ตัวแทนนักแสดงจากช่อง 7 สี และ กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ผู้จัดละคร ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา บรรจุข้าวสารใส่ซอง “ข้าวสารพอเพียง” ร่วมกับอาสาสมัคร เพื่อแจกเป็นที่ระลึกให้กับประชาชน ที่เข้ากราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ณ ทำเนียบรัฐบาล โดย 2 พระ-นาง“โหน, กรีน” เผยถึงความรู้สึกว่า

“รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมากรอกพันธุ์ข้าวเปลือกหอมปทุมฯ “ข้าวพอเพียง” ร่วมกับพี่ๆ จิตอาสาในวันนี้ การได้มาในวันนี้ทำให้ได้รู้เพราะเหตุใดจึงแจกเป็นข้าว เพราะข้าวมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งประเทศของเรามีชื่อเสียงเรื่องข้าวโด่งดังไปทั่วโลก  แต่ในขณะนี้ความต้องการที่จะนำไปแจกให้พี่น้องประชาชนยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงอยากขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปที่สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ สามารถมาร่วมทำได้ที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2560 หรือจนครบกำหนดไว้ทุกข์ 100 วัน”

 

‘ลูอิส แม็คดูกัลล์’ ดาราตัวจิ๋วแต่ฝีมือใหญ่มาก…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243454

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

A Monster Calls ภาพยนตร์ดราม่าล้ำจินตนาการ สร้างจากนิยายชื่อดังระดับรางวัล เขียนโดย แพทริค เนสส์ กับเรื่องราวของ คอนเนอร์ โอมัลลี่ (ลูอิส แม็คดูกัลล์) เด็กชายวัย 12 ปี ที่ต้องรับมือกับอาการป่วยของ ลิซซี่ (เฟลิซิตี้ โจนส์)แม่ของเขา ต้องย้ายไปอยู่ คุณยาย (ซิกอร์นีย์ วีเวอร์) ผู้เย็นชา ที่โรงเรียนคอนเนอร์ เขาถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด ไม่สนใจเรียน แถมโดนเพื่อนร่วมห้องรังแก ส่วนพ่อ (โทบี้ เคบเบลล์) ของเขาที่ย้ายไปอยู่อเมริกา ไกลออกไปเป็นพันๆ ไมล์ ทำให้เด็กชายปรารถนาหาที่ยึดเหนี่ยว

วันหนึ่งคอนเนอร์บังเอิญได้ยินเสียงเพรียกของสิ่งลี้ลับน่าพรั่นพรึงที่โผล่ออกมาจากรากต้นยิว ที่ยืนตระหง่านมานานกว่าใครจะจำความได้ มันคือ อสูรกายต้นไม้ขนาดยักษ์ สูง 40 ฟุต (เลียมนีสัน มาแสดงโดยใช้เทคนิค โมชั่น แคปเจอร์ และ พากย์เสียง) ที่มาปรากฏข้างหน้าต่างคอนเนอร์ทุกเที่ยงคืนเจ็ดนาที อสูรกายดังกล่าวมีนิทานมาเล่าให้คอนเนอร์ฟัง และใช้จินตนาการนึกภาพตามเมื่อนิทานทุกเรื่องจบลง อสูรกายต้องการให้คอนเนอร์เล่าเรื่องตัวเองให้มันฟังบ้าง ซึ่งเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาความกล้าหาญ ความศรัทธา และความจริงซึ่งจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล

ลูอิส แม็คดูกัลล์

เส้นทางของการแสดงของแม็คดูกัลล์ เริ่มมาจากการเป็นสมาชิกชมรมการแสดงรุ่นเยาว์ ใน เอดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์บ้านเกิดของเขา การที่เขามาเป็นนักแสดงหลักตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นเป็นเพราะ อาจารย์ประจำชมรมเห็นความสามารถเกินวัยของเขา เลยแนะนำให้ร่วมกลุ่มที่ท้าทายความสามารถกว่า ครั้งแรกที่เขาเข้าร่วม หัวหน้าฝ่ายคัดเลือกนักแสดง ออล่า โอคอนเนอร์ เข้าสังเกตชั้นเรียนเพื่อหาดาราเด็กมาร่วมแสดงใน Pan โดย โจ ไรท์

หลังการออดิชั่นใช้เวลาหลายสัปดาห์ และการทดสอบหน้ากล้องอีกหลายหลัง แม็คดูกัลล์ถูกเลือกให้เป็น นิบส์ เพื่อนรักของปีเตอร์ แพน ที่ร่วมแสดงฉากในบ้านเด็กกำพร้าตอนต้นเรื่อง เขาชอบที่ได้ฝึกสตันท์และหัดพูดสำเนียงค็อกนีย์เพื่อเตรียมรับบท

เธอกับคอนเนอร์มีด้านไหนเหมือนกันบ้าง

อาจจะตรงที่ผมก็เคยเจอความสูญเสียมาเหมือนกันมั้ง เช่นเดียวกับอีกหลายๆ คน น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงเข้าถึงบทของคอนเนอร์ได้ ผมพยายามทำความเข้าใจเขา รู้สึกแบบที่เขารู้สึก เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกเขาออกมา

มันเป็นงานที่ยากแค่ไหนที่ต้องเล่นกับอะไรที่ไม่มีตัวตน..

คนอาจจะคิดว่าผมต้องเล่นกับลูกเทนนิสไว้มาร์คจุดแค่นั้นเอง แต่ไม่ใช่เลย พวกเขาทำหน้าอสูรกาย มีกลไกให้ปากมันขยับได้ตาเปิดปิด ยิ่งบวกกับเสียงเลียมที่เปิดผ่านลำโพงแล้ว มันช่วยให้ง่ายขึ้นเยอะเลย มันยากนิดหน่อยเพราะเทคนิคนั้นแหละ ผมยังได้เล่นแบบตัวต่อตัวกับเลียมด้วย พวกเขาใช้เวลา 2 อาทิตย์ ถ่ายโมชั่นแคปเจอร์ เจ้าอสูรกายนี้พูดแบบเลียม นีสัน เดินแบบ เลียม นีสัน ผมต้องเล่นโต้ตอบกับเขา ผมต้องยืนอยู่ด้านหนึ่งของห้องและเลียมก็ยืนอยู่ตรงข้ามอีกด้าน แต่ในจอดูเหมือนว่าผมยืนอยู่ตรงหน้าเขาเลย เลียมคอยช่วยผมในทุกฉากที่เราแสดงด้วยกัน

หนังเรื่องนี้เศร้าพอสมควร มีปัญหาในการดึงตัวเองออกมาจากตัวละครบ้างไหม ?

เอาจริงๆ นะ ทุกครั้งหลังจากที่ผมเล่นซีนอารมณ์ เมื่อจบวันผมแทบจะดิ่งกลับบ้านไปนอนบนเตียงเลย ไม่อยากทำอะไรอีกนอกจากนอน

ช่วยบรรยายอสูรกาย ให้ฟังหน่อย? หนังเรื่องที่สองของคุณเท่านั้นเอง?

เขาเหมือนเสียงสะท้อนจากชีวิตจริง ตัวละครคอนเนอร์นั้นแหละเขามาเพื่อจะบอกว่า “ชีวิตมันไม่สมบูรณ์แบบหรอก คุณต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ แบบนี้เข้าสักวันอยู่แล้ว คอนเนอร์แค่ต้องเผชิญก่อนคนอื่นแค่นั้นเอง”

ร่วมงานกับสุดยอดนักแสดงหญิงทั้ง เฟลิซิตี้ โจนส์ และ ซิกอร์นีย์ วีเวอร์ ทั้งคู่เป็นอย่างไรบ้าง ?

น่าเหลือเชื่อ ทั้งคู่เก่งมากๆ ผมเรียนรู้อะไรได้เยอะ จริงๆ แล้วก่อนเปิดกล้อง ผมได้ไปเที่ยวสวนสัตว์กับเฟลิซิตี้ เราได้รู้จักกันมากขึ้นสนิทกันมากขึ้น คุณรู้มั้ยความสัมพันธ์ของ คอนเนอร์และแม่ของเขามันไม่ใช่แค่แม่ลูก เหมือนพี่น้อง เหมือนเพื่อนรัก ซึ่งการที่เราสนิทมัน มันช่วยได้เยอะเลย เธอทำเหมือนผมเป็นรุ่นเดียวกัน ไม่ใช่คอยโอ๋เมื่อผมเล่นไม่ได้ ซึ่งมันดีต่อพัฒนาการในอาชีพนี้ของผมมาก

เล่าถึงการถ่ายทำ เป็นยังไงบ้าง

ก็หนัก เราถ่ายกันมาราธอนมาก สำหรับผมยิ่งยากเป็นพิเศษกว่านักแสดงผู้ใหญ่ พวกเขายังพอมีเวลาพักเมื่อไม่มีคิวถ่าย แต่ผมต้องนั่งทำการบ้านเลข (หัวเราะ) บาโยน่ากระตุ้นให้ผมทำมันให้ดีขึ้นตลอด และเมื่อถ่ายเสร็จทุกซีนเขาจะได้เข้ามากอดผม แล้วบอกว่า “ขอบคุณ”

Location ไปถ่ายทำไกลถึง บาร์เซโลน่า

แน่นอน มันคือข้อดีอีกอย่าง และเราถ่ายทำที่สตูดิโอในบาร์เซโลน่า ตัวผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ทีมฟุตบอลบาร์เซโลน่าเลย และอีกวันผมได้ไปดูที่สนามคัมป์นูว สนามเหญ้าของพวกเขา ผมไม่มีวันลืม บรรยากาศนั้นเลย

ในฉากมีความบ้าคลั่ง ทำลายข้าวของ?

มันสนุกมากครับ ผมไม่คิดว่าชีวิตจริงจะได้ทำอย่างนั้นอีกแล้ว (หัวเราะ) มีบางช่วงที่ผมได้ใช้ไม้ฟาดกระจกหน้าต่าง มันสะใจมาก

ประทับใจฉากไหนในเรื่องมากที่สุด ?

น่าจะเป็นฉากในโรงพยาบาลกับเฟลิซิตี้ มันเป็นช่วงใกล้ไคลแมกซ์ ไม่สิเรียกว่าเป็นประตูสู่ไคลแมกซ์เลยดีกว่า มันเป็นซีนอารมณ์ที่ยากมาก ผมเล่นไปสองสามเทค ถึงคิดได้ว่าคอนเนอร์ติดอยู่ระหว่างความต้องการจะเข้มแข็งเพื่อแม่ในขณะเดียวกับที่หัวใจของเขาแตกสลาย เมื่อเทคที่ 4 ผ่าน ผมดูตัวเองแสดงเป็นเขาแสดงในซีนนั้นมันทำให้ผมเกือบลืมหายใจ คุณสามารถเห็นความทุกข์ทรมานทั้งหมดผ่านทางสีหน้า

ในที่สุดผลงานทำเอาตัวเองถึงกับปล่อยโฮ

นิดหน่อยครับ ตอนผมดูก็น้ำตาคลอเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เพราะตัวเนื้อเรื่องนะ แต่ผมดีใจที่เห็นผลงานที่พวกเราทุ่มเท่ไปออกมาดีต่างหาก ผมดีใจแทนทุกคนและขอบคุณทุกคนมากๆ

 

 

‘ขนมจีน,แจ็ค-ธนพล’ ทำความดี ปันน้ำใจ แจกข้าวไข่เจียว สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243449

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ประชาชนยังคงหลั่งไหลกันไม่มีหยุด รวมทั้งเหล่าศิลปินดาราค่ายอาร์เอส ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทำความดี เป็นจิตอาสาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ณ บริเวณท้องสนามหลวง ล่าสุด ขนมจีน-กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์, แนน-กฤตพร หาญโยธิน, ลาดาอาร์สยาม-อาภาภัทร สุขสวัสดิ์ชล, แจ๊ค-ธนพล สัมมาพรตและ น่านฟ้า กาฬสินธุ์ อาร์สยาม ก็มาช่วยแจกอาหารให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศณ เต็นท์สภาสังคมสงเคราะห์ เมื่อวันก่อน “ขนมจีน” กล่าวว่า

“วันนี้นำอาหารและยาหม่องมาแจกให้กับประชาชน ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มา รู้สึกดีใจที่ได้เห็นว่าคนไทยรักกันมากแค่ไหน พวกเราอยากเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันให้คนไทยที่กำลังทุกข์โศกอยู่ในขณะนี้ สำหรับความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านให้บรรยายเท่าไหร่ก็คงไม่หมดเพราะสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำให้กับประชาชนชาวไทยมีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะในด้านของเกษตรกรรม วิศวกรรม ดนตรี เป็นต้น ทำให้ประเทศไทยพัฒนามาได้จนถึงทุกวันนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ส่วนตัวเคยมีโอกาสได้ถวายงานให้พระองค์ท่านคือเล่นละครเวทีเรื่อง“พระมหาชนก เดอะฟีโนมีนอน ไลฟ์ โชว์” ประมาณ2 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะได้รับโอกาสนี้เพราะว่าในการแสดงครั้งนั้นทำเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่านเนื่องในวันพ่อ ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังว่าพระองค์ท่านจะได้ทอดพระเนตร ในการแสดงทุกรอบทางสำนักพระราชวังก็จะอัดภาพการแสดงทุกๆ รอบส่งให้พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตร ซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ตอบกลับมาว่าเป็นโชว์ที่ดีมาก ถึงมีการแนะนำให้ปรับตรงโน้นตรงนี้ด้วย แค่รู้ว่าสิ่งที่พวกเราได้ทำได้ผ่านสายพระเนตรของพระองค์ท่านก็เป็นอะไรที่ปลื้มปีติจนหาคำมาบรรยายไม่ได้ ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของการเป็นศิลปินที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน”ด้าน “แจ๊ค-ธนพล”กล่าวเสริมว่า “ผมอาจจะไม่ได้เคยมีโอกาสถวายงานพระองค์ท่านโดยตรง แต่เคยมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมในสมาคมลูกทุ่ง ความรู้สึกคงเหมือนกับพี่น้องศิลปินทุกคน เวลาที่มีโอกาสได้ทำงานที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านก็จะมีความภูมิใจ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกตื้นตันจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก คำสอนของพระองค์ท่านที่ผมยึดเอามาใช้คือเรื่องของความพอเพียง ถ้าเรารู้จักที่จะพอสักคนหนึ่ง แล้วคนในสังคมทุกคนรู้จักคำว่าพอมันก็จะไม่มีอะไรที่ขาด รวมถึงการแบ่งปันซึ่งกันและกันทั้งหมดนี้ก็จะทำให้ประเทศไทยของเราน่าอยู่ตลอดไป”

 

‘นุ่น-ศิริพันธ์’ ปลื้มหนังสั้นสอนธรรมะสุดเจ๋ง ‘ธรรม ผ่าน เลนส์-Dharma Lens Contest 2016’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243448

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เดินตามรอยพ่อ ทั้งเรื่องลดโลกร้อน เศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน ฯลฯ ล่าสุด บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด จัดงานประกาศผลโครงการเพื่อสังคม “ธรรม ผ่าน เลนส์– Dharma Lens Contest 2016” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ผลิตภาพยนตร์กึ่งสารคดีสั้น ชิงรางวัลพร้อมฉายโชว์ในงานภาพยนตร์สารคดีระดับนานาชาติแห่งแรกในเอเชีย “Asian Side of the Doc ครั้งที่ 7” ภายในงานได้รับเกียรติจาก พิเศษ จียาศักดิ์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมทจำกัด (มหาชน) เป็นประธาน พร้อมด้วย มรกตณ เชียงใหม่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด และนักแสดง นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ร่วมงานพร้อมพูดคุย ในหัวข้อ “ธรรมตามพ่อสอน” เพื่อจุดประกายให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ยึดธรรมะตามรอยพ่อหลวงน้อมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่ง นุ่น-ศิริพันธ์ เผยทั้งน้ำตา ซาบซึ้งและศรัทธาในคำสอนของพ่อหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ลดโลกร้อน รวมถึงมีสตินำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเร็วๆ นี้ (2 พ.ย.โรงแรมอวานิ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ)

“พูดถึงความรู้สึกในตอนนี้ นุ่นก็คงไม่ต่างกับทุกๆ คน ที่รู้สึกถึงการสูญเสียครั้งใหญ่หลวง เพราะตลอดเวลาเราต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านซึ่งพระราชดำรัสหลายๆ เรื่อง นุ่นและครอบครัวได้น้อมนำมาใช้เป็นหลักยึดในชีวิตประจำวัน บวกกับเราแต่เล็กจนโตเห็นพระองค์ท่านทำเป็นตัวอย่างให้ดูด้วย ยิ่งซาบซึ้งก็อยากจะบอกสำหรับคนที่ท้อแท้นะคะ ในตอนนี้มีปัญหาหลายๆ เรื่อง รักและสามัคคี มีสติและปัญญา ค่อยๆ แก้ปัญหา สามารถยึดหลักธรรมตามพ่อได้เลยค่ะ” นอกเหนือจากนี้ นุ่น-ศิริพันธ์ ยังได้เป็นหนึ่งในผู้เข้าชมงานภาพยนตร์สารคดีระดับนานาชาติ พร้อมเอ่ยปากชมฝีมือเยาวชนของไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ซึ่งผลรางวัลการประกวดเวทีนี้ ชื่อผลงาน อ่อนแอ (ก้าว-ผ่าน) (Cry) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นายวงศธรแสงอร่ามนิวัฒน์, นางสาวชลดา ยี่ภู่, นายพีรณัฐบุญสูง เล่าเรื่องว่า “ทุกคนเคยล้มเหลวในชีวิต แม้แต่ตัวเราเองบางทีคิดว่าการไม่ประสบความสำเร็จของตัวเองเป็นปัญหาใหญ่ แต่เราจะพาไปดูว่า ทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าปัญหานั้นอาจจะดูไม่ใหญ่ เพราะเขามีแนวคิดมีสติในการพิจารณาและรับกับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ซึ่งแต่ละเรื่องอาจจะใหญ่กว่าปัญหาของคุณผู้ชมเองด้วยซ้ำ เขายังผ่านมันมาได้ อยากทำเป็นเชิงให้กำลังใจมากกว่าด้านผลงานอื่นๆ ที่เข้ารอบ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน สามารถติดตามชมผ่านเฟซบุ๊ค Dharma Lens Contest 2016 และ http://www.panoramaworldwide.com

 

INFERNO โลกันตนรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243445

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากที่ประสบความสำเร็จ กับการสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกมาแล้ว ใน The Da Vinci Code และ Angels and Demons ล่าสุด “โซนี่ พิคเจอร์ส” เตรียมการใหญ่ ทุ่มงบสร้างและผลิตภาพยนตร์คุณภาพ ที่สร้างขึ้นจากนวนิยายที่ขายดีที่สุด “INFERNO” เขียนโดย “แดน บราวน์”

โดยในภาคนี้พระเอกอันดับหนึ่งตลอดกาลเจ้าของรางวัลมากมายอย่าง ทอม แฮงค์ กลับมารับบทแสดงนำอีกครั้ง แถมยังมีผู้กำกับฝีมือเยี่ยม รอน โฮเวิร์ด ที่ได้กลับมานั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกเช่นกัน พ่วงด้วยดาราเจ้าฝีมืออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เฟลิซิตี้ โจนส์ที่เคยได้รับชื่อเสนอเข้าชิง รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง The Theory of Everything และ อีร์ฟาน ข่าน นักแสดงหนุ่มชาวอินเดีย ที่โด่งดังมาจาก Slumdog Millionaire พ่วงด้วยดาราหนุ่มชาวฝรั่งเศสโอมาร์ ซาย จากเรื่อง X-Men: Days of Future Past และ Jurassic World  เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ของ โรเบิร์ตแลงดอน ศาสตราจารย์ด้านสัญลักษณ์วิทยา แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ต้องกลับไปที่อิตาลีอีกครั้ง ณ เมืองฟลอเรนซ์ เมืองแห่งความมั่งคั่งทางศิลปะและวิทยาการ โรเบิร์ต แลงดอนได้ตื่นขึ้นมา และพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียความทรงจำบางส่วน ณ โรงพยาบาลแห่งนี้เองที่เขาได้พบกับพยาบาลสาวสวย เฟลิซิตี้ โจนส์ที่ช่วยเขาตามล่าหาความจริง เขาต้องหลบหนีการตามล่า เรื่องราวที่พลิกผันทุกเสี้ยววินาที นำพาไปสู่หายนะของโลก เนื้อหาที่น่าติดตามชวนค้นหา บวกกับฉากแอ๊กชั่น สุดมันส์ ก็อัดแน่นไม่แพ้กัน โดยภาพยนตร์ “INFERNO” กำหนดฉายในประเทศไทย10 พฤศจิกายน 2559 นี้

 

‘กานต์ KPN’ ร่วมกับ Miracle Of Life นำทีมเพื่อนๆแจกน้ำดื่มให้กับประชาชนที่รักในหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243443

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ท่ามกลางความโศกเศร้าครั้งใหญ่ของประชาชนชาวไทยในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเหล่าศิลปิน ดาราต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชดำรัสมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ล่าสุดกับพระเอกน้องใหม่อย่าง “กานต์ กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์” หรือ (กานต์ KPN) ที่โด่งดังมาจากจากซีรี่ส์ “รุ้งสีเทา” นำทีมเพื่อนๆ แจกขนม ไอศกรีมและน้ำดื่มให้กับประชาชนที่รักในหลวงที่ซุ้ม Miracle Of Life ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ณ สนามหลวง

“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ จิตอาสาไม่ว่าจะประชาชนหรือแม้กระทั่งตัวศิลปินนักแสดงเอง ต่างก็หาเวลาไปทำเพื่อพ่อกัน ผมเลยร่วมมือกับเพื่อนๆ และ Miracle Of Life ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ทุกคนที่มาก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เราเลือกที่จะเอาของกินมาแจก เพราะคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็น บวกกับอากาศที่ร้อนเลย มีทั้งขนม ไอศกรีม และน้ำดื่ม ให้กับพี่ๆ ที่เป็นลูกของในหลวง และรักในหลวงทุกๆ คน เท่าที่ของของเราจะมีครับ เป็นครั้งแรกๆ เลยครับ ที่อยู่กับคนเรือนแสน แต่เงียบสนิทในความรู้สึก แล้วได้ยินเสียงร้องไห้ ได้ยินบางคนรำพึงคิดถึงพ่อ อยากให้พ่อยังอยู่ อยากให้พ่อกลับมา ผมและทุกคนต่างก็ยากที่จะทำใจ ใจสั่นไปหมด ตอนนั้นมันทำอะไรไม่ค่อยถูก แต่อย่างน้อยก็ยังมีสมเด็จพระราชินี ก็รู้สึกมีความอุ่นใจ และทุกคนที่มาก็มีหัวใจเดียวกันมาอยู่รวมกันมากมายก็รู้สึกอบอุ่น ในหลวงของเราทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ผมขอยึดมั่นเดินตามรอยอันดีงามของพระองค์ท่าน คือการเป็นผู้ให้อย่างไม่สิ้นสุดผมเชื่อว่าแต่ละคนแต่ละหน่วยงานก็มีความรักความอาลัยให้กับในหลวงไม่ต่างกัน อยากจะออกมาร่วมทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องดีงาม สร้างคุณประโยชน์ ผมก็อยากจะทำให้เต็มที่ที่สุด ตอนนี้ผมก็จะพยายามร่วมเป็นผู้ให้ตามรอยพ่อ ให้ได้มากที่สุดครับ”

 

‘คนค้นฅน’ ตอน ‘เพื่อพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243452

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คลื่นมหาชนของคนไทยทั่วประเทศจากทั่วสารทิศทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ต่างยังคงหลั่งไหลเดินทางกันมาท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความไว้อาลัย ถวายความจงรักภักดี  น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ห้วงเวลานี้ ที่เผยแพร่ออกไปทั่วโลก ถือเป็นปรากฏการณ์ของความรักและความอาลัยของปวงชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ และคงไม่มีบุคคลใดในโลกที่จะเป็นศูนย์รวมใจได้มากมายมหาศาลถึงเพียงนี้

คนค้นฅนในคืนนี้จะพาคุณผู้ชมไปสัมผัสกับบรรยากาศในท้องสนามหลวง  พระบรมมหาราชวัง อีกครั้งหนึ่ง เพื่อได้เห็นถึงความ จงรักภักดี ความรัก ความอาลัย ที่คนไทยทั้งประเทศต่างเดินทางมาที่นี่ จากหลากหลายพื้นที่ แต่มีหัวใจเดียวกันนั้นก็คือความรัก ต่อพ่อหลวงของแผ่นดิน

ทั้งหมดนี้ติดตามได้ในรายการคนค้นฅน คืนวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เวลา 20.35 น.ทางช่อง 9 MCOT HD30 และโมเดิร์นไนน์ทีวี

 

‘อาร์เอส’ แต่งเพลง ‘รักพ่อ..ไม่มีวันพอเพียง’ ถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243446

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพื่อแสดงความจงรักภักดีที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ขอร่วมส่งต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศในห้วงเวลานี้ผ่านบทเพลง รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง จากปลายปากกาของ บั๋ง-สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา พร้อมเตรียมยกทัพศิลปิน-ดารา-พิธีกรล้นค่ายทั้ง ช่อง 8, อาร์เอส, อาร์สยาม ร่วมขับขานเพื่อน้อมเกล้าถวายความอาลัยต่อพระองค์ท่านโดย เณร-ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจเพลง เผยว่า

“ถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่พระราชาอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทยได้เสด็จสวรรคต โดยพระองค์ท่านเป็นพระราชาที่ทรงตรากตรำทำงานกว่าสี่พันโครงการเพื่อคนไทยมาโดยตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ภาพพระราชกรณียกิจต่างๆ นั้นเชื่อว่าติดตาตรึงอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกคน ดังนั้นทางบริษัทจึงขอหยิบยกความรู้สึกเหล่านี้มาถ่ายทอดเป็นเพลง รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง ซึ่งจะเป็นเพลงร้องหมู่ ที่ใช้ภาษาธรรมดาๆ เข้าใจง่าย เพื่อถ่ายทอดความรักความรู้สึกของประชาชนทั่วไปให้ตรงใจมากที่สุด สิ่งที่พระองค์ได้สร้างให้กับคนไทยนั้น ยากที่จะหาใครสักคนที่ทำงานหนักในระยะเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่านทรงรักประชาชนมากมายขนาดไหน และสิ่งนี้เองที่ทำให้ทุกคนรัก และเทิดทูนพระองค์ท่านจนหมดใจ รักแบบไม่มีวันพอเพียง แม้กระทั่งทั่วโลกก็ตกตะลึงกับปรากฏการณ์นี้ และบทเพลงนี้เราต้องการให้นักร้อง นักแสดง พิธีกรได้มีส่วนร่วมในการร้องเพลงนี้ให้มากที่สุด อาทิ ฟิล์ม-รัฐภูมิ, ใบเตย, ฟลุค-จิระ, มังกร, ยีนส์, กระแต, หวาย, จ๊ะ, จินตหรา พูนลาภ, ขนมจีน, แบล็คแจ็ค, บ่าววี,หลวงไก่, กุ้ง-สุธิราช, เบิ้ล ปทุมราช ฯลฯ เพราะถือเป็นเพลงที่แทนใจของพวกเราทุกคน” ทางด้าน คุณบั๋ง-สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ผู้ประพันธ์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “แนวคิดที่เขียนเพลง รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง เกิดจากความรู้สึก มาจากคำว่าพอเพียง เพียงพอ ที่เป็นพระราชดำรัสของในหลวงซึ่งปรัชญาพอเพียงครอบคลุมในทุกๆ สาขาที่คนไทยเราดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ แต่พอมีเหตุการณ์ที่พระองค์เสด็จสวรรคต ทำให้รู้สึกว่า แม้เราพร้อมที่จะพอเพียงกับทุกเรื่อง แต่ถ้าเป็นความรักที่มีให้พ่อเราขอไม่ประหยัด ในวันที่เราจะไม่มีพระองค์อยู่ตรงนี้กับเราอีกแล้ว เราขอรักต่อไป รักแบบไม่มีที่สิ้นสุด รักแบบไม่กลัวเปลืองครับ”