ทั้งสวยทั้งเก่ง!!’เบลล่า ราณี’ สวมชุดครุยจบป.โทธรรมศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243394

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.19 น.

6 พ.ย.59 เรียกว่าเป็นนางเอกที่ทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ สำหรบ สาว “เบลล่า ราณี” ที่ล่าสุดสาวเบลล่าได้เป็นมหาบัณฑิตคนใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยวันนี้สาวเบลล่าได้สวมชุดครุย เข้าพิธีซ้อมใหญ่ เตรียมเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ภายหลังจบการศึกษาระดับปริญญาโท จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน บอกเลยว่าเป็นแบบอย่างของหลายๆ คนได้ดีเลยทีเดียว

ภาพจาก : @bellacampen ,@ployyyyy

‘หนุ่ม-กรรชัย’ ยึดคำสอน ‘ปิดทองหลังพระ’ ปรับใช้กับ ‘ปากโป้ง’ ดีใจได้ช่วยเหลือคนอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243325

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ยึดมั่นคำสอน “ปิดทองหลังพระ” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการดำเนินชีวิต ตอนนี้นำปรับมาใช้กับรายการ “ปากโป้ง” ทางช่อง 8สำหรับ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย”แม้ครั้งหนึ่งจะเคยคิดว่าทำ “ความดี” ไปก็ไม่มีใครเห็น ก่อนจะปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยหนุ่มเผยว่า

“ต้องบอกก่อนว่าเราเกิดมาก็มีพระองค์ท่านเป็นล้นเกล้าของเราอยู่แล้วที่บ้านจะสอนว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นล้นเกล้าของเรา พอโตขึ้นมาเราก็ได้เห็นภาพพระองค์ท่านทรงงานมาตลอด คงไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ไหนทรงงานหนักเหมือนท่านอีกแล้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรามีพระราชาที่สมบูรณ์แบบและเป็นแบบอย่าง ผมยึดหลักการดำเนินชีวิตจากพระองค์ท่านหลายอย่างนะซึ่งไม่มีใครทำได้เหมือนพระองค์ท่านหรอก ผมจะยึดเรื่องการปิดทองหลังพระ อย่างเมื่อก่อนมีความรู้สึกว่าเราทำดีไปก็ไม่เห็นมีใครมาชมเราเลย ก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากจะทำทำไปก็เท่านั้น พอมาวันหนึ่งได้มาทราบเรื่องราวของพระองค์ท่านที่ได้ตรัสเอาไว้ว่าคนเราต้องปิดทองหลังพระบ้าง เพราะปกติคนมักจะปิดทองแต่หน้าพระ เพื่อให้คนอื่นได้รู้ว่าเราทำความดี แต่ถ้าไม่ปิดทองหลังพระองค์พระจะเต็มได้ยังไง ถึงจะไม่มีใครชมหรือไม่มีใครเห็น แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำเพื่อสังคม ทำให้องค์พระเต็มได้ ผมเองได้ทำรายการ ปากโป้ง ก็ได้ยึดถือคำสอนนี้เป็นอย่างมาก เวลาเชิญแขกรับเชิญมาเราก็ต้องสอบถามข้อมูลก่อนที่จะมาเข้ารายการ ซึ่งก็ได้ช่วยเหลือเขาเต็มที่ บางคนลำบากทางบ้านต้องการเงิน ไม่มีใครช่วยเหลือ เราก็ไปเติมเต็มตรงนั้นให้เขา ซึ่งเวลาที่เราทำไปแล้วก็ไม่ได้ไปประกาศบอกใครว่าเราช่วยเขานะ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่กลับมาก็คือความภูมิใจของเราเอง อย่างน้อยเราก็ได้ช่วยเหลือคนที่สังคมมองไม่เห็น ซึ่งตรงนี้ผมก็จะทำต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ และได้ช่วยเหลือสังคมด้วย”

‘เหล่าคนบันเทิง’ ขอยึดหลักคำสอน ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ตามรอย ‘ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243313

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตุ๊ก-ชนวนันท์

เป็นซิงเกิ้ลมัมที่นอกจากจะเก่งรอบด้าน แล้ว คุณแม่ตุ๊ก-ชนวนันท์ ยังได้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยในตอนแรกเป็นความคิดของคุณพ่อของสาวตุ๊กที่อยากจะปลูกข้าวปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นให้สาวตุ๊ก อยากจะเดินตามรอยพ่อหลวง น้อมนำพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้และสร้าง “สุธาทิพย์ฟาร์ม”ที่เป็นที่นาปลูกข้าวไร้สารพิษและยังมีโรงสีสำหรับข้าวออร์แกนิกส์อีกด้วย

ณเดชน์ คูกิมิยะ

แม้จะเป็นนักแสดงวัยรุ่นแต่ได้ดำเนินชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการซื้อที่ดิน 3 ไร่ ที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น ขุดบ่อปลา ปลูกผักผลไม้ไว้กินเองและแบ่งปัน นอกจากนี้เตรียมที่จะปลูกบ้านสวนหลังเล็กๆ ด้วยเรียกว่าเป็นการวางรากฐานชีวิตแบบเรียบง่ายเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์

รายนี้ได้ร่วมโครงการ “รวมพลังตามรอยพ่อฯ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา โดยมีเป้าหมายคือ ฟื้นฟูลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งเป็นลุ่มน้ำที่พระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงมากที่สุด นับเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ช่วยสังคม ล่าสุดผมไปร่วมทำกิจกรรมกับชาวเพชรบูรณ์ไปปั่นจักรยานรณรงค์ให้ชาวบ้านหันมาอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และเดินตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปช่วยขับรถแบ๊กโฮผันน้ำเข้าชุมชน ทั้งยังไปเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบพอเพียงกับชาวบ้าน หัดหาอาหารทำกินเองเรียนรู้การทำพลังงานทดแทน การปลูกพืชเกื้อกูลกับปราชญ์ชาวบ้าน

ไมค์-ภิรมย์พร

พูดชื่อ ไมค์-ภิรมย์พร บอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ปัจจุบันแม้มีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักมากมาย แต่ไมค์ก็ยังคงไม่ทิ้งอาชีพชาวนาที่ตนเองรักยังคงทำนากับครอบครัวและยึดหลักแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เรียกว่าเป็นขวัญใจคนรากหญ้าตัวจริงเสียงจริงเลยค่ะ แถมพอมีเวลาว่างจากการทำอาชีพนักร้องเมื่อไหร่ หนุ่มคนนี้จะทำการดำนาปลูกข้าวด้วยตัวเอง รวมทั้งยังมีผลิตผลทางการเกษตรอีกหลายชนิดที่เขาลงมือปลูกด้วยตัวเอง

เอ-อนันต์ บุญนาค

เป็นอีกคนหนึ่งในวงการบันเทิงที่หันไปเอาดีทางด้านการเป็นเกษตรกร งานในวงการแทบจะไม่ได้เห็นหน้ากันเลย สำหรับ เอ-อนันต์ เพราะตอนนี้เจ้าตัวกำลังดูแลสวนกล้วยไม้และศึกษาการเพาะเลี้ยงโดยหวังจะคืนกล้วยไม้สู่ป่า เรียกว่าทำอย่างจริงจัง เพราะเข้าไปดูในไอจีหนุ่มเอบอกเลยว่ามีแต่รูปกล้วยไม้เต็มไปหมด และในสวนของหนุ่มเอยังมีฝายชะลอน้ำ ซึ่งทำตามแนวพระราชดำริของในหลวง ร.9 อีกด้วย

บอย-พิษณุ นิ่มสกุล

ก็เป็นอีกคนที่ผันตัวเองมาเอาดีด้านการเป็นเกษตรกร ซึ่งหนุ่มบอยได้ซื้อที่นาที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งมีชื่อโครงการว่า โคกหนองนาดาราโมเดลก่อนหน้านี้พื้นที่ของหนุ่มบอยเป็นเพียงพื้นที่แห้งแล้ง แต่เมื่อได้เข้ามาทำการเกษตรทำไร่ ปลูกผัก พื้นที่ดังกล่าวก็กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ต้นกล้วยที่ปลูกไว้ก็ให้ผล ต้นสัก ยางนา มะฮอกกานี ที่ปลูกไว้ก็เริ่มโต หนองน้ำที่ขุดไว้ตอนนี้ก็มีน้ำเต็มปริ่ม มีปลาเต็มไปหมด ทำเอาหนุ่มบอยภูมิใจกับการทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบให้ชาวบ้าน

“เศรษฐกิจพอเพียง” คำสอนของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าเป็นองค์ความรู้ที่สามารถทำได้จริงและทำได้อย่างยั่งยืน ด้วยการยึดหลักการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มที่ดำเนินชีวิตแบบพออยู่พอกิน และพึ่งพาตนเองได้ด้วยการทำการเกษตรแบบธรรมชาติ เกษตรกรทั่วทั้งประเทศหันมาใช้แนวคิดกันอย่างกว้างขวาง ไม่เว้นแม้แต่เหล่าคนบันเทิงที่วันนี้เรารวบรวมมาให้ดูกันว่าแต่ละคนนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้อย่างไรกันบ้าง

แชมเปญ เอ็กซ์

หายหน้าไปจากวงการบันเทิงเพราะหันไปเอาดีทางด้านการเกษตร สำหรับ สาวแชมเปญ เอ็กซ์ โดยตอนนี้เจ้าตัวมีที่ดินกว่า 200 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ทำเป็นสวนยาง และยังได้แบ่งพื้นที่ทำการเกษตรแบบพอเพียง ทำนา รวมทั้งยังเตรียมปลูกอื่นๆ เพื่อเป็นแปลงตัวอย่างให้เกษตรกรข้างเคียงมาเรียนรู้ เพราะสาวแชมเปญตั้งใจว่าจะแบ่งปันความรู้ที่มี เพื่อให้ชาวบ้านได้นำไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด เรียกว่าสลัดคราบดาราสุดเซ็กซี่ทิ้งไปเลยทีเดียวค่ะ

ปัญญา นิรันดร์กุล

เป็นบุคคลที่ติดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศไทย แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราฟุ้งเฟ้อ กลับใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนความเรียบง่าย ใช้พื้นที่หลังบ้านเลี้ยงไก่ ปลูกผักสวนครัวกินเอง เป็นเกษตรผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ไก่-มีสุข แจ้งมีสุข

ก็เป็นอีกคนที่กำลังจะเตรียมตัวไปใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรที่ จ.เพชรบูรณ์ ด้วยพื้นฐานของครอบครัว มีพื้นที่ทำการเกษตร ทำไร่มะขาม งานนี้สาวเลยเตรียมสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อที่อยากให้กลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่ต่างจังหวัด โดยพิธีกรสาวเดินทางศึกษาดูงาน และเก็บข้อมูลของการเป็นเกษตรกรอย่าอย่างจริงจังในช่วงนี้ ซึ่งสาวไก่ได้แพลนว่าจะปลูกผักออร์แกนิกส์บนพื้นที่ของตัวเองในเร็วๆ นี้

แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์

แม้จะเป็นเด็กยุคใหม่ แต่เรื่องกิจกรรมดีๆ งานสังคมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมต้องมีชื่อของสาวแพนเค้ก-เขมนิจ อยู่ด้วยแน่ๆ แถมล่าสุดเจ้าตัวยังซื้อที่ที่จังหวัดสุรินทร์ ทำการเกษตรแบบวิถีพอเพียง ทำนา และปลูกกล้วย ซึ่งแม้สาวแพนเค้กจะยังเป็นมือใหม่ แต่เรื่องการทำเกษตรกรรมเธอก็ตั้งใจมากๆ เชียวค่ะ รวมทั้งแพนเค้กยังเข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบพอเพียงหลายโครงการเพื่อนำความรู้มาใช้ในการทำการเกษตรของเธอเองอีกด้วย

เทพ โพธิ์งาม

ชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่อท้อแท้ตลกรุ่นใหญ่ที่อยู่ในวงการมาหลายสิบปีเทพ โพธิ์งาม ตัวของป๋าเทพเองนั้นมีความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจเพื่อรองรับการเป็นนักแสดง ซึ่งเจ้าตัวทำมาแล้วกว่า 10 อาชีพ ทั้งอู่ซ่อมรถ, ร้านขายของชำ, ร้านเสริมสวย, จัดสรรอาคารพาณิชย์, ทำน้ำข้าวกล้อง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เป็นหนี้และถูกฟ้องล้มละลาย จนเจ้าตัวเคยประกาศอำลาวงการบันเทิงไปช่วงหนึ่ง เพื่อผันตัวเองไปใช้ชีวิตอยู่กับไร่อยู่กับนา ที่หมู่บ้านไผ่สามเกาะ หมู่ 7 ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กับสัตว์เลี้ยงที่ดูแลอยู่หลายสิบตัว โดย เทพ โพธิ์งาม กล่าวว่า ตนเองมีอายุมากแล้วจึงอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับสัตว์เลี้ยงในไร่ เพื่อหาความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิต เพราะในเมืองแออัด อากาศไม่บริสุทธิ์ และความสุขไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง เลยคิดเตรียมหาอาชีพใหม่หลังจากขายบ้านเพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาอยู่ที่ไร่ อยู่กับสัตว์เลี้ยง ใช้ชีวิตอย่างชาวไร่ ตัดหญ้า เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย และไม่เคยคิดจะขาย แม้ตนเองจะต้องแบกภาระค่าเลี้ยงสัตว์ ทั้ง วัว ควาย ไก่ ปลา และสุนัข อีก 25 ตัว เป็นจำนวนเงินเดือนละ 1 แสนกว่าบาท จนต้องแบ่งขายที่ดินออกไปเรื่อยๆ จากเดิมมีอยู่ 50 ไร่ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 20 ไร่เท่านั้น แต่ก็ไม่คิดจะขายสัตว์เลี้ยงถึงแม้จะมีคนให้ราคาเป็นล้าน เนื่องจากมีความสุขที่ได้อยู่ร่วมกัน

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ป๋าเทพก็ได้กลับเข้าสู่ชีวิตคนเมืองอีกครั้ง ด้วยการทำธุรกิจร้านหมูกระทะ แต่ทำไปได้สักพักก็ต้องปิดตัวลง ขาดทุนเป็นล้าน จนทำให้เจ้าตัวยอมถอยออกมา และหันไปคิดทำอาชีพอื่นต่อไป ป๋าเทพไม่ยอมถอย หันมาเปิดร้านเล็กๆ ขายอาหาร แต่ด้วยมีข้าวของที่เหลือจากร้านหมูกระทะมาทำขนมได้ มีทั้งเครื่องอบ เครื่องนวดแป้ง โต๊ะ เก้าอี้มือสองจากร้านเดิม และเด็กช่วยงานอีก 3-4 คน ที่ตามมาอยู่ด้วย เมื่อเปิดร้านได้ไม่นานและมีคนที่มาอุดหนุนได้ถ่ายรูปและเอาไปโพสต์ลงโซเชียล ทำให้เกิดการแชร์เป็นจำนวนมาก จึงได้มีออเดอร์ขนมเปี๊ยะเกือบ 2 พันกว่ากล่อง แต่ก็มีบ้างที่คิดว่าทำไม่ได้ จึงปฏิเสธลูกค้าไป ตอนนี้ ขนมเปี๊ยะ ครัวคุณเทพ ก็กลายเป็นจุดขายของร้านโดยที่ป๋าไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็น หากถามว่ากลัวเจ๊งอีกรอบหรือไม่ ป๋าเทพยืนยันว่า ล้มจนไม่รู้จะล้มยังไงแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ล้มแบบนี้อีก 10 หนก็ไม่เจ็บปวด

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มีล้มลุกคลุกคลานมาตลอด สิ่งไหนที่ทำให้ป๋าเสียใจมากที่สุด เจ้าตัวก็บอกว่า “ไม่ล่ะ มันชินแล้ว (ยิ้ม) การร้องไห้เสียใจมันไม่ใช่นิสัยป๋าหรอก มันเจอมาเยอะ คิดมาบ่อย เจออีก มันเป็นปกติแล้ว ไม่รู้จะคิดทำไม ปล่อยๆ มันไปดีกว่าว่ามันจะดีหรือไม่ดี แล้วค่อยคิดต่อยอด รอให้มันเป็นก้อนก่อน เมื่อไหร่ที่มันเป็นลมๆ แล้งๆ อย่าเพิ่งไปคิดมัน ปล่อยไปตามวิถีที่เขาลิขิตมาดีกว่า ถ้าเราไปดิ้นมากเกินไปมันจะพลาดได้ มันกะยาก ต้องไปตามเวลาของเขาที่ให้มามันถึงจะเข้าล็อก สังเกตแล้วว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำใจแล้ว ถ้าเราทำได้อย่างที่บอกมันจะทำให้ใจเราเย็นขึ้น ถ้าใจร้อนก็จะเหมือนเก่าคือเจ๊ง” ชีวิตไม่ต้องมีมากจนเกินตัว เดินตามรอยพ่อ แค่มีอย่างพอเพียง ก็จะสุขอย่างเพียงพอ

Hollywood stars : 6 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243320

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

O สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ องค์รัชทายาทหนุ่มแห่งราชวงศ์อังกฤษกำลังออกเดทแบบลับๆ อยู่กับดาราสาวอเมริกัน เมแกน มาร์เคิล วัย 35 ปีเจ้าชายแฮร์รี่ ทรงโปรดคู่เดทล่าสุดเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอมีความสามารถหลายด้านโดยเป็นทั้งนักแสดง นางแบบ และยังทำงานด้านสิทธิมนุษยชน กับเป็นทูตสันถวไมตรีให้องค์กรการกุศลอีกด้วย รายงานข่าวชี้ว่าเมแกน บินเงียบมาที่กรุงลอนดอนหลายครั้ง และยังโพสต์ภาพการเยี่ยมเยียนพระราชวังบักกิ้งแฮมในอินสตาแกรมของเธอ เมแกน เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่แยกทางกันไปเมื่อ 3 ปีก่อน เจ้าชายแฮร์รี่กับเธอพบกันที่แคนาดาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในช่วงการเตรียมงาน Invictus Games ในปีนี้

O ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกามอบสถานะพลเมืองรัสเซียให้ สตีเว่น ซีกัล นักแสดงคนดังแห่งฮอลลีวู้ดช่วงยุคทศวรรษ 1990 นายซีกัลถือเป็นมิตรกับผู้นำรัสเซียมายาวนาน ทั้งชื่นชมผู้นำรัสเซียคือผู้นำยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกคนหนึ่ง โฆษกประจำตัวผู้นำรัสเซียระบุว่า นายซีกัลมีมุมมองความรู้สึกที่อบอุ่นต่อรัสเซีย อีกทั้งสถานะนักแสดงที่มีชื่อเสียงของนายซีกัลทำให้เหมาะแก่เหตุผลของการได้รับสิทธิพลเมืองรัสเซียด้วย ทั้งนี้ นายซีกัลเคยแสดงความคิดเห็นต่อท่าทีของรัสเซียใช้กำลังทหารผนึกควบรวมแคว้นไครเมียเป็นของรัสเซียเมื่อปี 2557 ว่าสมเหตุสมผล อีกทั้งเขายังเคยไปเล่นแสดงดนตรีที่นั่น นอกเหนือจากการเดินทางไปรัสเซียแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะนายซีกัลมีคุณยายเป็นชาวเมืองวลาดิวอสต็อก ทางภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย

O เมล กิบสัน ยอดนักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง ประกาศกลางรายการ The Late Show with Stephen Colbert ว่า แฟนๆ จะได้ชมหนัง Resurrection ที่เป็นภาคต่อของ The Passion of the Christ ในปี 2018 อย่างแน่นอน เขาบอกด้วยว่า มันจะไม่ใช่หนังที่เล่าเรื่องเหตุการณ์นั้นอย่างเดียวตามลำดับเวลาไปเรื่อยๆเพราะมันคงน่าเบื่อน่าดู แต่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นแวดล้อม รวมถึงเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ด้วย Resurrection ที่จะเล่าเรื่องการคืนพระชนม์ของพระเยซู จะได้ แรนเดลล์ วอลเลซ แห่ง Braveheart ที่มีพื้นฐานการเรียนเอกด้านศาสนามาจากมหาวิทยาลัยดุ๊กมารับหน้าที่เขียนบท The Passion of the Christ ที่ เมล กิบสัน กำกับ และมี จิม คาวีเซล รับบทเป็นพระเยซู ใช้ทุนสร้าง 30 ล้านดอลลาร์ แต่กลับทำเงินมหาศาลถึง 600 ล้านดอลลาร์ หนังยังถ่ายทำด้วยภาษาโบราณ จนทำให้หนังสร้างสถิติเป็นหนังที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษที่ทำเงินมากที่สุดตลอดกาลด้วย

O จอห์นนี เด็ปป์ ได้โดดแจมกับ เอ็ดดี เรดเมย์น มาเป็นนักแสดงหลักในภาคที่สองของ Fantastic Beasts and Where to Find Them หนังภาคแยกต่อจาก Harry Poter โดยบทของเขาในเวลานี้ยังคงเก็บเป็นความลับไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาอย่างใด ส่วนรายชื่อนักแสดงอื่นที่ได้รับการประกาศเพิ่มยังรวมถึง โซอี คราวิตซ์ ที่ภาคสองเตรียมจ่อคิวลงโรงในปีหน้าด้วย ทางด้าน เอ็ดดี เรดเมย์น ที่รับบทนำในภาคแรก ก็ได้ยืนยันว่า เขารู้สึกกดดันเหมือนกัน เพราะ Harry Potter ประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งเขาไม่ต้องการทำให้ภาพยนตร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกันนี้ล้มเหลวแต่อย่างใด

O วัล คิลเมอร์ ดาราชายชื่อดัง ชาวอเมริกัน วัย 56 ปี ออกโรงปฏิเสธผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า เขาไม่ได้เป็นมะเร็ง ตามที่ ไมเคิล ดักลาส บอกกับสื่อโดยได้กล่าวว่า “ฉันรักไมเคิล ดักลาส แต่เขาแจ้งข้อมูลผิด” พร้อมระบุว่าเขาอยู่ระหว่างการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง จากอาการลิ้นบวม แต่ไม่ได้เป็นมะเร็ง วัล คิลเมอร์ ชี้แจงด้วยว่า พบ ไมเคิล ดักลาส ครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัย ก้อนเนื้อที่พบก้อนหนึ่งในลำคอ พร้อมกับบอกว่า เขาไม่ได้ใช้ทีมแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในลอสแองเจลิส (UCLA) แล้ว และไม่พบมะเร็งแต่อย่างใด ไมเคิล ดักลาส ได้สร้างความวิตกให้แก่บรรดาแฟนๆภาพยนตร์ของวัล คิลเมอร์ ซึ่งหายหน้าหายตาไปนาน หลังจากออกมาเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาขณะร่วมงานกรุงลอนดอนว่า สาเหตุที่วัล คิลเมอร์หายหน้าหายตาไป เพราะต้องรักษาโรคมะเร็งที่คอ ซึ่งเป็นโรคเดียวกับที่ไมเคิล ดักลาส ดารารุ่นเก๋าเคยเป็นเมื่อปี 2553

 

‘แพม-ลิตา’ นำทีม World Star Academy ร่วมแสดงความไว้อาลัยถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243323

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“แพม-ลิตา ตะเวทิกุล” ผู้อำนวยการสถาบัน นำทีมคุณครู, พนักงาน, ผู้ปกครอง และนักเรียน World StarAcademy น้อมแสดงความไว้อาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในช่วงค่ำได้ร่วมกันจุดเทียนพร้อมกับขับร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” จากนั้นในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น ทั้งหมดได้ร่วมกันวาดภาพระบายสีพระบรมสาทิสลักษณ์อย่างตั้งอกตั้งใจ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ โรงแรม บาลิออส รีสอร์ท เขาใหญ่ และปาลิโอ เขาใหญ่ เมื่อวันก่อน

Star Retro : ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ‘รอง เค้ามูลคดี’ น้อมนำพระราชดำริ ยึดหลักพอเพียงส่งต่อลูกหลาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243334

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ในฐานะพสกนิกรที่เกิดในแผ่นดินของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” นักแสดงอาวุโส “รอง เค้ามูลคดี”
เผยด้วยความปีติและซาบซึ้งในพระมาหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมเล่าถึงช่วงเวลาที่สุดจะกลั้นน้ำตา เมื่อครั้งที่ได้เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับภาพที่เห็นอย่างเจนตา

ต้องบอกผมเกิดในแผ่นดินของในหลวงรัชกาลที่ 9 พอดีเลย คือเกิดปี 2490 พอเริ่มโต 7-8 ขวบ ก็เห็นพระองค์ท่านทรงงานแล้ว เราเป็นนักเรียน เขาก็จะให้ไปชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่โรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง เราก็ได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมากมาย ก็รู้สึกว่าโอ้โห ท่านทำได้ขนาดนี้เลยหรือ คือรู้สึกทึ่งและชื่นชมในพระบารมีของท่านมาก แล้วยิ่งต่อมาเราโตขึ้นบางวันทำงานเรารู้สึกว่าอยากพัก แต่พอเรานึกถึงพระองค์ท่านไม่เคยได้พักเลย เราเลยมีความคิดว่าท่านคือเทพที่ลงมาจุติให้บำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาราษฎรจริงๆ เราไม่เคยได้ยินเลยว่าท่านท้อท่านเหนื่อย แต่เมื่อท่านคิดจะทำอะไรแล้ว ท่านจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อลูกๆ ของท่านนั่นก็คือประชาชนของพระองค์ (ครอบครัวปลูกฝังอย่างไร ?) สิ่งนี้ไม่ต้องปลูกฝังเลยครับ เราซึมซับเอง เราเห็นพ่อแม่ปู่ย่าตายายทุกคนรักเทิดทูนในหลวงมาก และจากที่เราได้ดูภาพยนตร์ส่วนพระองค์ เราก็นึกแล้วว่าท่านเก่งเหลือเกิน เราไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งธุลีพระบาทเลย ความที่ท่านอดทนไม่ย่อท้อ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติเพื่อประชาชน อย่างบางพื้นที่เช่นบนเขาบนดอยที่ชาวเขาปลูกฝิ่น คนก็ติดฝิ่นสูบฝิ่นตัวเหลืองกัน พระองค์ท่านก็คิดค้นวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เขาเลิกปลูกฝิ่น ทรงบุกน้ำลุยป่านำลูกท้อพันธุ์ที่ดีไปให้ปลูก แทนการปลูกฝิ่น รวมทั้งพืชอื่นๆ ทั้งที่จริงๆ พระองค์ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องไปเองก็ได้ ท่านสั่งก็ได้ แต่ไม่เลย ทุกอย่างที่ท่านทำจะต้องลงไปดูด้วยตัวเอง ว่าสำเร็จไหม เขาอยู่กันได้ไหม แล้วก็พยายามเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปบอก และอีกหนึ่งพระราชดำริที่รู้สึกทึ่งมากก็คือโครงการช่างหัวมัน ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นปลูกอะไรก็พัง แต่พระองค์ท่านคิดหาวิธีปรับดินจนสามารถทำเกษตรกรรมสร้างรายได้ให้กับประชาชนได้ แต่ตำหนักที่ทรงงานของพระองค์ท่าน กลับเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ข้างล่างจอดรถเก่าๆ นาฬิกาของพระองค์ท่านเรือนละไม่กี่ร้อยบาท ท่านเป็นตัวอย่างให้เราทั้งหมด แล้วเราจะมาดิ้นรนกันทำไม โดยเฉพาะอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่น่ากลัวมาก ใครจะการันตีได้ว่าคุณจะมีงานตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นคุณต้องพอเพียง ต้องยึดพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน

ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯชื่นชมพระบารมีอยู่เนืองๆ

ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระองค์ท่านอยู่หลายครั้งมาก ที่พระราชวังสวนจิตรลดาก็ไม่รู้กี่ครั้ง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมน้ำตาไหลเลย วันนั้นผมเข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินร้านดารากาชาด ซึ่งเขาสลับกันเป็นประธาน ปีนั้นเราเป็นประธาน บรรยากาศในวันนั้นคือทุกคนก็เข้าแถวกันหมดมีตัวแทนจากหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้มากมายพอสมควร แล้วพอใกล้เวลาที่พระองค์ท่านเสด็จฯออกเจ้าหน้าที่ก็มาแจ้งว่าให้ “คุณปทุมวดี” ทำหน้าที่นางสองพระโอษฐ์ คุณทุมยืนตาค้างช็อกไปเลย คือเราเข้าไปทูลเกล้าฯท่านก็ประทับยืน คุณทุมนั่งอยู่ติดพระองค์ท่านเลย เราก็นึกเลยว่าคุณทุมจะถือได้ไหมพานของชำร่วยที่ท่านจะประทานให้กับทุกคน แล้วเชื่อไหมครับว่ายืนตั้งแถวกันเนี่ย ได้ยินกันทั้งห้องเลย พานมันดัง คุณทุมนั่งมือสั่นเสียงพานกระทบกับของชำร่วย น้ำตาก็ไหลด้วยความปีติ เราก็ถือว่านี่คือความเป็นสิริมงคลของทั้งคุณทุมเอง ผมและรวมไปถึงครอบครัวด้วย เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ชาตินี้ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว หยิบภาพถ่ายภาพนี้ขึ้นมาดูทีไร น้ำตาไหลทุกครั้ง (น้ำตาคลอเบ้า) เจ้าหน้าที่ที่ส่งรูปนี้มาให้เราได้บอกกับคุณทุมว่า เก็บรูปนี้ไว้ให้ดีนะ เพราะว่ายังไม่เคยมีใครที่สามีเข้าไปทูลเกล้าฯถวาย แล้วภรรยานั่งข้างพระองค์ ส่งของให้พระองค์ท่าน แล้วถ่ายทีเดียวติดทั้งสามีภรรยา พอหลังจากที่พระองค์ท่านประชวร เราก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานแล้ว แต่ว่าทุกครั้งที่ไปไหนก็ตามแต่ที่ลงนามถวายพระพร ผมเขียนหมด เดินเข้าห้างเราก็พนมมือไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน แล้วก็นั่งเขียน อย่างตอนนี้ก็ยังเขียนอยู่ ขนาดว่าเมื่อวานเพิ่งจะเขียนไป วันนี้ไปก็เขียนอีก คือที่โรงพยาบาลที่เราไปเยี่ยมคุณทุม เขาก็จะมีสมุดไว้ให้ลงนามแสดงความไว้อาลัย เราก็เขียนมาสองวันติดกัน ยามก็มองเลยว่าจะเขียนอะไรทุกวัน แต่คือไม่รู้นะเราอยากจะถวายท่าน

ห้วงเวลาปานดวงใจจะขาด

คือเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เป็นการนัดหมายล่วงหน้ากันมาเป็นเดือนแล้วว่าเช้าวันนั้นผมจะต้องไปอ่านพระราชประวัติของพระองค์ท่านเป็นสารคดีตั้งแต่พระองค์ท่านเริ่มประสูติ จนกระทั่งครองราชย์และมาถึงปัจจุบัน บ่ายโมงกว่าก็เริ่มได้รับข่าว แต่เราก็อ่านไปเรื่อยๆ บ่ายสองกว่าเพื่อนก็แจ้งข่าวมา แต่เราก็ไม่เชื่อ ก็อ่านสารคดีทำหน้าที่ของเราไปเรื่อย กะว่างานจะต้องเสร็จสี่โมงเย็น ปรากฏว่าพอเขาออกแถลงการณ์งานที่จะเสร็จสี่โมง สามทุ่มถึงเสร็จ อ่านไปร้องไห้ไป(น้ำตาคลอ) ทุกวันนี้แค่นั่งอยู่แล้วนึกถึงพระองค์ท่านภาพที่เห็นพระองค์ท่านกับสมเด็จพระราชินี ท่านหวานมาก คือขอพูดแบบภาษาชาวบ้านนะครับผมขออนุญาต ชาวบ้านยังทำไม่ได้แบบนี้ ท่านหอมแก้มกัน ดูแล้วเรารู้สึกซาบซึ้งเหลือเกิน ผมถือว่าครั้งนี้เป็นการอ่านสารคดีที่ทรมานใจที่สุด แต่เราก็ยินดีจะทำ เมื่อวานซืนยังขอเขาไปแก้ในบางช่วง เพราะรู้ว่าเสียงเราสั่น

สิ่งที่น้อมถวายในฐานะนักแสดง

ผมมีโอกาสได้แสดงละครเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายพระองค์ท่านอยู่หลายครั้งมาก คือเขาก็จะนำพระราชดำริแต่ละโครงการของพระองค์ท่านมาทำ แล้วเราก็ได้ไปแสดงเป็นตัวนำ รวมทั้งละครเพลงเฉลิมพระเกียรติ “ไกลกังวล มิวสิคัล ออน เดอะ บีช” ผมดีใจและภูมิใจมากที่ได้ร่วมแสดง เป็นละครที่สนุก มีสาระ เพลงเพราะ เหนือสิ่งอื่นใดคือทำให้ผมได้รู้จักความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่วันแรกที่ไปซ้อมเพลง บอกตามตรงว่าผมเครียดมาก ด้วยความที่ผมไม่ได้เป็นนักร้อง ร้องเพลงไม่เก่ง เลยทำให้รู้สึกว่ายากมาก ท้อและเกือบถอดใจ แต่พอผมนึกถึงภาพวังไกลกังวลเห็นภาพพระองค์ท่านแว่บเข้ามาเท่านั้นแหละ ผมรู้สึกมีพลังอย่างประหลาด จึงตัดสินใจสู้ ตั้งใจว่าจะแสดงและร้องเพลงอย่างสุดความสามารถ และล่าสุดเพิ่งจะได้รับการติดต่อมาจากทาง “คุณบอย-ถกลเกียรติ” ให้ไปร่วมแสดงในละครเทิดพระเกียรติ “เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะ ซีรี่ส์”ซึ่งมี “โตโน่-ภาคิน” แสดงด้วย เราพร้อมที่จะแสดงถวายท่านโดยไม่คิดค่าตัวเลย ในเรื่องคือผมเล่นเป็น หลวงลุง จะต้องไปกล้อนผมด้วยซึ่งเรายอม เพราะว่าอยากทำอะไรก็ได้เพื่อถวายพระองค์ท่าน

ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ชาวไทย

เราต้องมาคิดนะว่าที่เรามาอยู่สุขสบายกันทุกวันนี้ ทำไมน้ำถึงไม่ท่วมกันจะเป็นจะตาย ก็เพราะโครงการแก้มลิงของพระองค์ท่านถนนที่รถติด ท่านทรงพระประชวรต้องประทับที่โรงพยาบาลศิริราชแทนที่ท่านจะพัก แต่ท่านก็มายืนส่องกล้องดู และคิดหาวิธีแก้ปัญหา หลายๆ โครงการที่เป็นพระราชดำริของพระองค์ท่าน แล้วมีคนนำไปสานต่อ ท่านคือผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง ไม่มีใครรู้ บางคนคิดว่านักการเมืองคนนั้นคนนี้เป็นคนสร้าง แต่หารู้ไม่ว่าพระองค์ท่านคือผู้ดำริ ชีวิตผมอยู่มาปีนี้ 70 ปีแล้ว เท่ากับที่พระองค์ท่านทรงครองราชย์ ถามว่าชีวิตเราเคยทุกข์ยากอะไรไหม ทุกคนมันก็ต้องมีบ้าง แต่ว่าช่วงเป็นสุขเยอะกว่าช่วงทุกข์ แล้วถามว่าเราสุขได้เพราะอะไร ก็เพราะเราเกิดในแผ่นดินของพระองค์ท่าน ตอบได้เต็มปากเลยว่าเราเป็นสุขได้ทุกวันนี้เพราะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคุ้มครองป้องกันให้เราทุกอย่าง ท่านสร้างทุกอย่างให้ประชาชน สร้างแม้กระทั่งรายได้

น้อมนำหลักคำสอนมาปฏิบัติ

สิ่งที่ผมยึดคือเรื่องรู้รักสามัคคี ซึ่งจะยึดถือตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว คือผมไม่เคยทะเลาะกับใครนะ อยู่กับเพื่อนแบบไม่แบ่งแยกสีเสื้อว่าใครจะสีไหน แล้วเราก็กินเลี้ยงพูดคุยกันอย่างมีความสุข ผมบอกว่าผมอยู่ตรงไหนไม่ได้เพราะทุกฝั่งเพื่อนผมหมด อยู่ตรงกลางดีที่สุด และทุกอย่างอยู่ที่ใจเรา ทุกคนปรารถนาดีต่อประเทศชาติทั้งนั้น เพียงแต่อุดมการณ์มันผิดกัน แม้วันนี้จะไม่มีพ่อแล้ว เราก็เดินตามรอยพระองค์ท่าน แค่นี้ก็พอ ใครก็ตามในแผ่นดินไทยเดินตามรอยพระองค์ท่าน ตามพื้นดินของเรา ตามแนวพระราชดำรัสที่พระองค์ท่านบอกไว้ รับรองไม่อดตาย อย่างตัวผมเองทุกวันนี้ก็คือไม่มีอะไรมาก ไม่มีทางที่จะเจอผมตามที่เที่ยวต่างๆแน่นอน ชีวิตผมมีอยู่ที่กองถ่าย แล้วก็ไปเยี่ยมคุณทุมที่โรงพยาบาล ที่หรูหราไม่มีไม่เอา เมื่อก่อนอยู่บ้านหลังเก่าคนเข้า-ออก 24 ชั่วโมง ประตูบ้านไม่เคยปิด ข้าวไม่เคยขาดหม้อ มันก็ได้หนึ่งคือความรักสามัคคี แต่มันก็หมด ตอนหลังเลยมาคิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงตามอย่างพระองค์ท่านนี่คือดีที่สุด เมื่อก่อนเราคิดแค่รู้รักสามัคคีให้ทุกคนมาเจอะเจอกัน แต่เราไม่ได้นึกถึงว่าเศรษฐกิจพอเพียง เพราะตอนนั้นมีความคิดว่าเดี๋ยวเราก็ต้องมีละคร มีอยู่วันหนึ่งนั่งสวดมนต์แล้วก็นั่งสมาธิเสร็จ เราก็นั่งอยู่ในห้องพระ แล้วแว๊บขึ้นมาว่าทำไมเราถึงคิดแบบนั้น ทำไมเราไม่คิดถึงวันที่เราจะไม่มีงานบ้าง ก็เลยเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันนั้น จากนี้ไปฉันจะเลิกเที่ยวจะอยู่บ้าน ใครอยากเจอก็มาหาที่บ้านหรือถ้าอยากทานอะไรก็ไปร้านอาหาร เพราะที่บ้านไม่มีใคร มีแต่พี่เลี้ยงน้องพรีม ไม่เอาไม่ให้ใครเหนื่อย ไปร้านอาหารแต่รัศมีต้องแถวบ้าน ผมเป็นคนง่ายๆ ทานตรงไหนก็ได้ ข้างถนนก็ได้ ทุกวันนี้ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน แต่กินเพื่ออยู่

สิ่งที่สืบทอดมาถึงรุ่นหลาน

ทุกวันนี้น้องพรีมลูกสาวของยุ้ย (ปัทมวรรณเค้ามูลคดี) เวลาไปไหนเขาจะมีสมุดของเขาและเขียน “น้องพรีมรักในหลวง” ไม่มีใครสอนเขานะ ซึ่งเราก็มองว่าถ้าหากครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดี เด็กเขาจะซึมซับไปเรื่อยๆ แล้วเราค่อยอธิบายให้เขาฟังว่าทำไมคุณตารักในหลวง ทำไมคุณตารักพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ คนไทยโชคดีที่สุดในโลกแล้ว โชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย ตั้งแต่ปฐมบรมกษัตริย์ของเราที่เลือกตรงนี้เป็นเมือง ซึ่งประเทศอื่นเขาเจอภัยธรรมชาติมากมาย ประเทศเราก็เจอบ้างแต่ว่าหนักๆ ไม่มี น้ำท่วมก็มีบ้างซึ่งมันก็เกิดจากการเก็บกักน้ำที่เดี๋ยวมันก็แก้ไขได้

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

ผมได้รับรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยู่หลายรางวัลครับแต่ว่ายังไม่เคยได้มีโอกาสรับพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน คือจะได้รับประทานจากองคมนตรีที่เป็นตัวแทนของพระองค์ท่าน รวมทั้งรางวัลพ่อดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 2 ปีซ้อน ทุกรางวัลเป็นที่ภาคภูมิใจมาก และผมภูมิใจในภาษาไทยที่เป็นภาษาประจำชาติของเรามาก เนื่องจากเป็นภาษาที่สละสลวย ก็อยากให้เด็กๆ หันมาใช้ภาษาไทยกันให้ถูกต้องเราต้องแข็งแรงในภาษาของเราก่อนส่วนภาษาอื่นก็เรียนรู้ได้ เป็นความสามารถของคุณแต่ไม่อยากให้ทิ้งภาษาไทย

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

คำนี้ที่เขาพูดกันขึ้นมาก็เนื่องจากว่า จะหาพระเจ้าแผ่นดินที่ไหนในโลกนี้ไม่มีอีกแล้ว พระเจ้าแผ่นดินที่ให้ฉันทุกอย่าง ให้ในสิ่งที่ฉันไม่คาดคิด พระองค์ก็ทรงพระราชทานมา ทุกอย่างประชาชนรับรู้ด้วยสามัญสำนึกว่าเพราะฉันอยู่อย่างสุขสบายได้ทุกวันนี้ก็เพราะพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้นฉันจะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป เกิดชาติไหนขอให้ได้อยู่กับพระองค์ท่าน นี่คือความปลื้มปีติ ความรัก คือไม่มีประเทศไหนที่คนรักพระมหากษัตริย์เท่าประเทศไทย บางคนอาจจะบอกว่าไม่รักพ่อ ซึ่งจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ขอให้รู้ว่าทุกวันนี้ที่เราอยู่สุขสบายเพราะว่าพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านก็ไม่เคยบอกเลยว่าให้คนไทยทั้งชาติมารักพระองค์ท่าน (น้ำเสียงหนักแน่น) แต่พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสว่าให้คนไทยรักกัน แล้วทำไมเราไม่รักกัน ถามว่าทุกวันนี้พระองค์ท่านเคยไปทำร้ายใครไหม ไปทำให้ใครเดือดร้อนไหม คุณไม่รักพระองค์ท่านเพราะอะไร ถ้าคุณไม่รักท่าน คุณลองออกไปอยู่ประเทศอื่นสิว่าคุณจะสุขสบายแบบนี้ไหม ผมไม่ได้ไล่นะ เอาไว้ให้ลองออกไปอยู่ประเทศอื่นสักพักแล้วคุณมานั่งนึกดูว่าประเทศที่คุณไปอยู่ใหม่มันมีความสุขเท่ากับอยู่ประเทศที่คุณอยู่ตั้งแต่อ้อนแต่ออกไหม

กุหลาบสีเงิน

‘แมน-เกล’ ตะลุยเที่ยว ‘ภูเก็ต’ แบบสโลว์ไลฟ์ มั่นใจให้ ‘อันดามันแพชชั่น’ ดูแล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243311

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลทางฝั่งอันดามันมาอีกแล้ว หนึ่งในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดเห็นจะไม่พลาดที่จังหวัดภูเก็ตล่าสุดคู่รักนักแสดงข้าวใหม่ปลามันอย่าง “แมน-การิน” และ “เกล-เวธกา”ก็ขอบริการของ “อันดามันเเพชชั่น” นำเที่ยวในภูเก็ตเเบบฟิวชั่น และครบวงจร ทั้งโรงเเรมที่พัก รถรับ-ส่ง ซิตี้ทัวร์ ล่องเรือหรู ทริปออกเกาะต่างๆ รวมทั้งได้รวบรวมที่เที่ยวที่น่าสนใจเเละร้านอาหารขึ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทะเลสดๆหรืออาหารพื้นเมืองที่เมื่อทุกคนได้ลองเเล้วต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “หรอยจังฮู้” โดย “สาวเกล” เล่าให้ฟังถึงทริปเที่ยวในครั้งนี้ว่า

“เกลเลือกที่จะเที่ยวแบบ  One Day Trip โดยเป็นโปรแกรมทัวร์ของทาง Banana Beach ทริปนี้บอกเลยว่าโดนใจคนชอบเล่นน้ำทะเล ชอบดำน้ำดูปลามากๆ หรือคนที่ชอบไปโพสท่าเจ๋งๆ ในชุดว่ายน้ำสวยๆ ก็ห้ามพลาดเช่นกัน ซึ่งเกลไม่พลาดที่จะหยิบชุดว่ายน้ำตัวเก่งสีสดมาโพสต์แน่นอน  โดยทริปนี้จะเป็นการพาเที่ยวถึงสามเกาะด้วยกันภายในวันเดียว พาไปดำน้ำดูปลากันที่เกาะราชาใหญ่สองจุด แล้วมูฟไปว่ายน้ำใสๆ ถ่ายรูปชิลๆ บนเกาะราชาน้อย ก่อนจะไปปิดท้ายทานอาหารกลางวันและพักผ่อนไปกับวิวสวยๆ และกิจกรรมแนวๆ อีกหลายอย่างบนหาดกล้วย เกาะเฮ แค่ฟังก็น่าสนุกแล้วใช่มั้ยคะ และตอนนี้ที่ภูเก็ตก็มีเรือ Catamaran สุดหรู ที่เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง  เรือลำนี้เป็นเรือยอชต์ลำใหญ่ ขนาด 2 ท้องเรือ โดดเด่นด้วยใบเรือขนาดใหญ่ที่พร้อมจะพาทุกๆ คน ล่องทะเลออกไปท่องโลกกว้างกันค่ะ ต้องบอกว่า ตลอดการเดินทางกับที่นี่สบายมาก ระหว่างทางแวะถ่ายรูปมุมสวยได้ตลอดทาง ไม่ว่าจะบนตัวเรือเองที่สวยงาม วิวก็เช่นกัน สโลว์ไลฟ์สุดๆ ไปเลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่าสมกับคำว่า every way is yours จริงๆ อ้อ!! ลืมบอกไปว่า ไกด์ของที่นี่แสนแซบเลยทีเดียว nice มากๆ ความสนุกที่เพิ่มพูนมาจากไกด์ของที่นี่บวกเข้าไปด้วยจริงๆ ค่ะ ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ จริงๆ ของเขาดีเขาดังอยู่แล้วลองดูก็แล้วกันนะคะที่ http://www.andamanpassion.com ค่ะ”

 

‘แชมเปญ เอ็กซ์’ ใช้ชีวิตเกษตรกรอยู่อย่างพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243322

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เคยเป็นเซ็กซี่สตาร์ที่โด่งดังสุดๆในอดีต แต่ล่าสุด “แชมเปญ เอ็กซ์” หันหลังให้วงการบันเทิง เพื่อไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว ทำไร่ทำสวนอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ตามคำสอนของพ่อ ซึ่งแชมเปญเล่าว่า

“ที่หายไปเพราะไปดูแลคนป่วย ดูแลแม่ ดูแลหลานที่ป่วยค่อนข้างจะรุนแรงค่อนข้างจะหนัก หลายปีเลย พอทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีเสร็จแล้วก็มีเวลาว่าง ได้ไปเที่ยวไปโน้นไปนี่ไปทำบุญ จนมีวันหนึ่งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว คุณแม่สามีท่านก็ยกมรดกให้ เป็นที่ดิน 120 ไร่ ท่านก็ยกที่ดินแบ่งให้ลูกชาย 4 คน พี่ก็ได้ในส่วนของแฟนพี่ ตอนแรกๆ ได้มาก็ไม่รู้จะทำอะไร ปลูกอะไรก็ไม่เป็น จะปลูกอะไรดีนะเพราะมันเป็นป่ายูคา แล้วพี่ก็ไปซื้อที่ของพี่ชายแฟนเพราะพี่ชายแฟนเขาทำบ้านอยู่ที่เขาใหญ่ เขาไม่ได้ทำไร่ทำนา เราก็ต้องซื้อของเขา จำเป็นต้องซื้อเพราะว่าที่ของเราอยู่ไกลกว่ามันบริหารจัดการลำบากก็เลยต้องซื้อของเขา จากไม่เป็นหนี้เลยกลายเป็นหนี้เลยตอนนี้ เลยต้องให้ชาวบ้านที่นั่นมาปลูก ก็ไปจ้างเขา แต่พี่ก็เรียนเทคนิคการปลูกจากคุณลุงแถวนั้น ก็มาช่วยกันดึงแนว พี่ก็หอบไม้ไผ่เพื่อมาปัก มันต้องทำเอง เป็นเกษตรกรเต็มตัว

ไปอยู่ที่สระแก้ว ถึงบอกว่าการที่ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเราจะได้รู้รสชาติ แล้วความรู้ที่เราเรียนรู้มาด้วยการกระทำของเรามันจะอยู่นาน ไปปลูกยาง ปลูกข้าวอยู่ที่สระแก้ว 2 เดือนเต็มๆ รอบๆ นั้นไม่มีบ้านไม่มีไฟ 4 กิโลรอบๆ นั้นไม่มีใครอยู่เลย เราก็ต้องไปเช่าโรงแรมอยู่เพื่อที่จะปลูก แฟนก็ไปบินให้เราเป็นกรรมกรอยู่คนเดียว ก็หัดทำกันไป ก็มีปลูกข้าวซึ่งเราไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นโดยตรง พอปลูกไปแล้วคนงานไม่มี มันก็มีเสียหายเสียเงิน ปลูก 10 ไร่ ได้ข้าวไม่ถึงตันเลย แต่ว่ามันก็เหลือกินไงคะ เราก็เลี้ยงคนงาน พอปีแรกไม่ดีปีที่ 2 ก็เอาใหม่ มันก็ดีขึ้นมาหน่อย ปลูก 10 ไร่ ได้มาตันกว่า

ซึ่งเราก็ได้นำพระราชดำริของพระองค์ท่านการทำเกษตรผสมผสานมาใช้ ณ ขณะนี้พอยางมันตก เราจะทำอย่างเดียวไม่ได้
ช่วงมะนาวแพงเราต้องทำบุญทุกอาทิตย์ เราต้องขายส้มตำ อยากให้คนไข้ได้กินน้ำมะนาวถ้ามะนาวแพงเราก็ต้องใช้มะนาวขวด เราก็เลยปลูกมะนาวไว้ แล้วก็อย่างพระเจ้าอยู่หัวท่านบอกว่าท่านห่วงคนไทยมาก อีกหน่อยเราจะขาดน้ำ ภัยธรรมชาติก็คือขาดแคลนน้ำ ท่านเป็นห่วงให้เรารักษาต้นน้ำไว้ ช่วงน้ำผ่านแฟนพี่เขาก็ขุดบ่อรอบๆ เลย เพื่อที่จะเก็บกักน้ำไว้ในปีถัดไปได้สะดวก

อีกอย่างทุกวันนี้คนเจ็บไข้ได้ป่วยกันเยอะมาก เด็กๆ ตัวเล็กตัวน้อยเป็นโรคไตเป็นมะเร็งเป็นโน่นนี่นั่น เราทำงานมากมายสุดท้ายเอาเงินไปให้หมอหมด แล้วเราก็กินยาเคมีเข้าไป ช่วงงานตกเงินพี่ไม่มี เราเลิกใส่เคมีทุกอย่างเลย แล้วก็หันมาปลูกผักอินทรีย์ปลอดสาร ทำแก้มลิงเหมือนที่พระองค์ตรัสไว้ก็คือทุกอย่างในคำสอนของพระองค์ท่านปลูกป่าเราก็ปลูก ซุ้มไหนที่มันเป็นป่าดงดิบก็ยังเก็บไว้อยู่ ตอนนี้พูดได้เต็มปากว่าเราเป็นเกษตรกรตัวจริง ต้องไปลงทะเบียนปลูกข้าว อยากบอกว่าอย่าไปกลัวล่วงหน้า อันไหนไม่เคยก็เคยซะ คนเราไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด ใครที่อยากจะเป็นเกษตรกรต้องกล้าคิดกล้าทำที่สำคัญที่สุดพ่อหลวงเราสอนว่าต้องมี 3 อ. อดทน อดกลั้น อดออม อย่างเศรษฐกิจพอเพียงที่ท่านได้ตรัสไว้ ง่ายๆ เลยมันจะเหลือกินเหลือใช้ สุขภาพที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพเราดี แล้วลูกหลานเราก็จะมีสุขภาพที่ดีในภายภาคหน้า ถ้าเรารู้จักอยู่อย่างพอเพียง ไม่สร้างกรอบ ไม่โน่นนี่นั่นมากมาย เราก็จะเหลือเราก็จะอยู่ง่าย พยายามอยู่ให้มันง่ายๆ เราจะได้อยู่กับธรรมชาติ อย่างที่พี่อยู่ตอนนี้พี่ก็จะได้ชีวิตสีเขียว”

‘นุ่น-ศิริพันธ์’ ปลื้มหนังสั้น สอนธรรมะสุดเจ๋งยึดหลัก ‘ธรรมตามพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243324

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เดินตามรอยพ่อ ทั้งเรื่องลดโลกร้อน เศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน ฯลฯ ล่าสุด บริษัท พาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด จัดงานประกาศผลโครงการเพื่อสังคม “ธรรม ผ่าน เลนส์-Dharma Lens Contest 2016” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ผลิตภาพยนตร์กึ่งสารคดีสั้น ชิงรางวัลพร้อมฉายโชว์ในงานภาพยนตร์สารคดีระดับนานาชาติแห่งแรกในเอเชีย“Asian Side of the Doc ครั้งที่ 7” ภายในงานได้รับเกียรติจาก พิเศษ จียาศักดิ์ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)เป็นประธาน พร้อมด้วย มรกต ณ เชียงใหม่ กรรมการผู้จัดการ บริษัทพาโนราม่า เวิลด์ไวด์ จำกัด และนักแสดงสาว “นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ร่วมงานพร้อมพูดคุย ในหัวข้อ “ธรรมตามพ่อสอน”เพื่อจุดประกายให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ยึดธรรมะตามรอยพ่อหลวง น้อมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนุ่น-ศิริพันธ์เผยทั้งน้ำตา ซาบซึ้งและศรัทธาในคำสอนของพ่อหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ลดโลกร้อน รวมถึงมีสติ นำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน

“พูดถึงความรู้สึกในตอนนี้นุ่นก็คงไม่ต่างกับทุกๆ คน ที่รู้สึกถึงการสูญเสียครั้งใหญ่หลวง เพราะตลอดเวลาเราต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ซึ่งพระราชดำรัสหลายๆ เรื่อง นุ่นและครอบครัวได้น้อมนำมาใช้เป็นหลักยึดในชีวิตประจำวันบวกกับเราแต่เล็กจนโตเห็นท่านทำเป็นตัวอย่างให้ดูด้วย ยิ่งซาบซึ้ง ก็อยากจะบอกสำหรับคนที่ท้อแท้นะคะ ในตอนนี้มีปัญหาหลายๆ เรื่อง รักและสามัคคีมีสติและปัญญา ค่อยๆ แก้ปัญหา สามารถยึดหลักธรรมตามพ่อได้เลยค่ะ”

นอกจากนี้ นุ่น-ศิริพันธ์ยังได้เป็นหนึ่งในผู้เข้าชมงานภาพยนตร์สารคดีระดับนานาชาติ พร้อมเอ่ยปากชมฝีมือเยาวชนของไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ซึ่งผลรางวัลการประกวดเวทีนี้ ชื่อผลงาน อ่อนแอ (ก้าว-ผ่าน) (Cry) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นายวงศธร แสงอร่ามนิวัฒน์, นางสาวชลดา ยี่ภู่, นายพีรณัฐ บุญสูง เล่าเรื่องว่า “ทุกคนเคยล้มเหลวในชีวิต แม้แต่ตัวเราเอง บางทีคิดว่าการไม่ประสบความสำเร็จของตัวเองเป็นปัญหาใหญ่ แต่เราจะพาไปดูว่า ทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกันเพียงแต่ว่าปัญหานั้น อาจจะดูไม่ใหญ่เพราะเขามีแนวคิด มีสติ ในการพิจารณาและรับกับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ซึ่งแต่ละเรื่องอาจจะใหญ่กว่าปัญหาของคุณผู้ชมเองด้วยซ้ำ เขายังผ่านมันมาได้อยากทำเป็นเชิงให้กำลังใจมากกว่า”

ไม่หวั่นเสียงด่า ‘หมอสอง’ แจกฟรีผ้าห่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/243321

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มาด้วยใจจริงๆ สำหรับ นพ.นพรัตน์รัตนวราห หรือ “หมอสอง” อดีตสามี “หญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข” ที่ล่าสุดมีข่าวควงนางเอกสาวดาวรุ่งช่อง 3 “เม-นิศาชล ต้วมสูงเนิน” ไปทานข้าวด้วยกันสองต่อสอง วันนี้คุณหมอคนเก่งเคลียร์คิวผ่าตัดที่แม้จะยุ่งขนาดไหน ก็ยังอุตส่าห์หอบผ้าห่มและยากันยุง มาร่วมแจกฟรีให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณสนามหลวง โดยไม่หวั่นกระแสสร้างภาพ

“ก็มีเสียงสะท้อนออกมาในแง่ลบบ้างครับ ว่าที่มาแจกของเพราะอยากจะได้หน้าหรือเปล่า อยากจะมีชื่อเสียงมากกว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ครับ เรียกว่าไม่ใส่ใจเลยก็ว่าได้ เพราะผมเชื่อว่าเสียงที่ชื่นชมให้กำลังใจเราก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน ที่สำคัญเรารู้ว่าทำไปเพื่ออะไร เรารู้ดีว่าเราทำไปทำไม ผมเชื่อว่าทุกคนที่มาที่นี้ ก็มาด้วยใจอยากจะทำเพื่อพ่อหลวงของเราทั้งนั้น ก่อนหน้านี้ผมก็เคยเอาข้าว-น้ำมาแจกไปแล้วครับ

วันนี้เอาผ้าห่มและยากันยุงมาแจกแทน เพราะข้าวและน้ำมีหลายคนมาช่วยกันแจกเยอะแล้ว ที่เลือกเอาผ้าห่มและยากันยุงเพราะประชาชนมาจากต่างจังหวัดกันเยอะครับ หลายคนมาพักแถวๆ นี้เลย ผ้าห่มและยากันยุงก็น่าจะเหมาะดี เราคนไทยด้วยกัน มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยๆ กันไปนะครับ เรามีแรงกำลังแค่ไหนที่สามารถจะช่วยตรงจุดไหนได้ ก็อยากให้ลองช่วยๆ กันครับ มาสนามหลวงแล้วเห็นนักศึกษาจิตอาสา เห็นหลายหน่วยงานมาแจกข้าวแจกน้ำ เห็นแล้วมีความสุขจริงๆ ครับมองไปทางไหนก็มีแต่คนมีน้ำใจช่วยเหลือแบ่งปันกัน ผมเชื่อว่าต่อไปประเทศไทยของเราจะดีขึ้นๆ อย่างแน่นอนครับถ้าพวกเราร่วมแรงร่วมใจกัน”