ผู้พิพากษา-ขรก.ถวายสัตย์-ปฏิญาณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249795

ผู้พิพากษา, ขรก, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
ผู้พิพากษา, ขรก, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 พ.ย. —

ผู้พิพากษา-ขรก.ถวายสัตย์-ปฏิญาณ

“เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม”พร้อมด้วยอธิบดีผู้พากษาศาลยุติธรรมแสดงพลังความจงรักภักดีถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นคนดี มีคุณธรรม เคารพกฎหมาย ร่วมพาประเทศชาติยั่งยืนสันต

          22 พ.ย. —  นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นำข้าราชการในสำนักงานศาลยุติธรรม 300 คน ร่วมถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีและรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในกิจกรรมรวมพลังสร้างความดี ที่เหล่าข้าราชการดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ 

โดยนายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้นำข้าราชการสำนักงานฯ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณพร้อมกันว่า จะซื่อตรง จงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่จะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทยจะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนสงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนตลอดไปขอปวารณาตัวว่า จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป

และขอถวายสัตย์วาจา จะประพฤติปฏิบัติ ตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยา มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป

             เวลาเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นำโดยนายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และลูกจ้าง ก็ร่วมกิจกรรมแสดงพลังสร้างความดีพร้อมกับศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นำโดย นายวรงค์พร จิระภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง คณะผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่และศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายจรูญ ชีวิตโสภณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และนายสุพจน์ กิตติรักษนนท์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ร่วมนำผู้พิพากษา ข้าราชการ และลูกจ้าง ถวายความเคารพและสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เช่นกัน

 

“กกต.-ผู้ตรวจฯ”รวมพลังปฏิญานตนแสดงความจงรักภักดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249784

กกต., สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, กกต, ผู้ตรวจ, รวมพล, ังปฏิญาน, แสดง, ความจงรักภักดี, กกต-ผู้ตรวจฯ, พ่อหลวง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 พ.ย.-

“กกต.-ผู้ตรวจฯ”รวมพลังปฏิญานตนแสดงความจงรักภักดี

กกต.-ผู้ตรวจฯ ร่วมปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดี “พ่อหลวง”

          22 พ.ย.- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี ปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความจงรักภักดีและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานสำนักงาน กกต. เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งก่อนเริ่มพิธี กกต.ได้นำผู้บริหารและพนักงาน ร่วมร้องเพลงชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน

"กกต.-ผู้ตรวจฯ"รวมพลังปฏิญานตนแสดงความจงรักภักดี

โดยนายบุญส่ง เป็นประธานนำกล่าวคำปฏิญาณตนว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ในพระบรมจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศและสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย

“ข้าพระพุทธเจ้าจะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์และประชาชนตลอดไป ข้าพระพุทธเจ้าขอปวารนาตัวว่าจะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายสัจวาจาว่า จะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทและศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัสดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยามาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของราชอาณาจักรไทยสืบไป”

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการกล่าวคำปฏิญาณ กกต. ผู้บริหารและพนักงาน ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งแสดงความไว้อาลัย และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยขณะยืนแสดงความไว้อาลัยนั้น นายบุญส่ง น้ำตาไหลตลอดการทำพิธี  ทั้งนี้ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจภายนอก

"กกต.-ผู้ตรวจฯ"รวมพลังปฏิญานตนแสดงความจงรักภักดี

    ด้านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  พล.อ. วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมจัดงานรวมพลังเพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย

           โดยพล.อ.วิทวัส ได้นำกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ ว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้า จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาประเทศ อย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนสงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป ข้าพระพุทธเจ้า ขอปวารณาตัวว่า จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืน ในการพัฒนาประเทศต่อไป

“ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัจวาจาว่า จะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัสดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยา มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป”

             พล.อ.วิทวัส  กล่าวภายหลังการกล่าวคำปฏิญาณตนว่า การจัดงานรวมพลังเพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในครั้งนี้ เป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยไปแล้ว แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและคุณงามความดีที่ทรงประกอบเอาไว้มาตลอดระยะเวลาการครองราชย์อันยาวนานนั้น ถือเป็นสิ่งที่จะทำให้คนไทยและชาวโลกทุกคนต่างก็รู้สึกได้เหมือนกันว่า พระองค์ไม่ได้จากเราไปไหน แต่สถิตอยู่ในดวงใจของพวกเราทุกคนไปตลอดกาล และด้วยความสำนึกในความเป็นข้าราชการเราจะน้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่สืบไป โดยเฉพาะเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม

 

“ดอน”เผยไร้”คนไทย”ได้รับผลกระทบ”แผ่นดินไหว”ญี่ปุ่น”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249785


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ดอน เผยคนไทย ไม่ได้ รับ ผลกระทบ แผ่นดินไหว, ดอน, เผย, ไร้, คนไทย, ได้รับ, ผลกระทบ, แผ่นดินไหว, ญี่ปุ่น, ชาวอาทิตย์อุทัย

การเมือง  : 22 พ.ย. 59

“ดอน”เผยไร้”คนไทย”ได้รับผลกระทบ”แผ่นดินไหว”ญี่ปุ่น”

“ดอน” เผย ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ เหตุ “แผ่นดินไหว” ที่ “ญี่ปุ่น” ขอเอาใจช่วย “ชาวอาทิตย์อุทัย” อยู่รอดปลอดภัย

          22 พ.ย. 59 – นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.3 แมกนิจูด ใกล้กับจังหวัดฟุกุชิมะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือประเทศญี่ปุ่นว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบ อย่าไปคิดถึงแต่คนไทยเพียงอย่างเดียว ต้องพูดถึงโดยรวม เพราะเราก็พบว่ามีหลายแห่งที่ชาวญี่ปุ่นได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งคนไทยไม่ได้อยู่แถบนั้น แต่ก็เอาใจช่วยให้ชาวญี่ปุ่นอยู่รอดปลอดภัยด้วย

 

“สุรพงษ์”แนะ“นายกฯ”ปลดล็อกพรรคการเมืองเตรียมความพร้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249782


สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล, สุรพงษ์, แนะ, นายกฯ, ปลดล็อก, พรรคการเมือง, เตรียม, ความพร้อม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 พ.ย. —

“สุรพงษ์”แนะ“นายกฯ”ปลดล็อกพรรคการเมืองเตรียมความพร้อม

“สุรพงษ์”แนะ“นายกฯ”ปลดล็อกประชุมพรรคการเมือง เตรียมความพร้อม คัดเลือกส.ส.มารับใช้ประชาชน

          22 พ.ย. —  นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ควรที่จะได้พิจารณาเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเริ่มทำกิจกรรมทางการเมืองกันได้แล้ว เพราะพรรคการเมืองจะต้องเตรียมความพร้อมขององค์กร จะต้องศึกษาสถานะภาพ และปัญหาของประเทศในทุก ๆ ด้านเพื่อจะได้วางแนวนโยบายทางการเมืองของพรรค ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต และความเป็นอยู่ของประชาชนทุกอาชีพ ลูกจ้างทั่วไป เกษตรกรและแรงงานต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้สติปัญญาช่วยกันระดมความคิดที่ดีที่สุด เพื่อนำมาแก้ปัญหาประเทศไม่ว่าจะเป็นการส่งออก ผลผลิตด้านการเกษตร ทบทวนโครงสร้างด้านอุตสาหกรรมในประเทศ เป็นต้น เพื่อให้ประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตที่เป็นบวกเพิ่มขึ้นมากกว่าที่รัฐบาลชุดนี้ทำได้อยู่ในขณะนี้ และประชาชนคนไทยจะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย

ทั้งนี้พรรคการเมืองก็ต้องดำเนินการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส. และจะต้องทำการอบรมให้ความรู้ทางการเมืองเพื่อที่จะได้ว่าที่ ส.ส. ของพรรค ที่พร้อมจะทำงานทันทีเพื่อรับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่แหละจะเป็นแนวทางในการปฎิรูปนักการเมืองให้มีคุณภาพและทำหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบการทำงานของข้าราชการ และจะได้ตรวจสอบการทุจริต คดโกง คอร์รัปชั่นในแวดวงราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพและอาจจะหาแนวทางที่จะต้องสังคยานาตัวบทกฎหมายที่ถูกเร่งรีบยกร่างกันขึ้นมาโดยสนช.โดยมิได้มีการวิเคราะห์และศึกษากันอย่างละเอียดถี่ถ้วน และไม่มีความเข้าใจถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีกฎหมายจำนวนมากที่ได้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแบบเร่งรีบ ไม่มีฝ่ายค้านทำหน้าที่คอยทักท้วงหรือเสนอความเห็นที่แตกต่าง และเมื่อนำมาบังคับใช้ก็อาจมีปัญหาตามมาก็เป็นได้

นอกจากนี้จึงอาจจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ดีขึ้น ก็หวังว่าหัวหน้าคสช. จะได้คิดการล่วงหน้าเอาไว้ด้วย อย่างช้าที่สุดก็น่าจะเป็นต้นปีใหม่ 2560 เพราะ 2-3 ปี ที่ผ่านมานักการเมืองกลายเป็นคนเลวในสายตาของสังคมมาโดยตลอด พวกเราก็จำเป็นต้อง เตรียมความพร้อมและคัดสรรคนดีๆมาเป็นส.ส. รับใช้ประชาชน ไม่ทุจริต ไม่คดโกง และจะมาช่วยกันทำหน้าที่ปกป้องเงินหลวง เงินแผ่นดิน เงินภาษี ไม่ให้ถูกพวกเหลือบไรที่คอยแต่แทะโลมดูดกินกัน จนเป็นนิสัย ให้หมดสิ้นไปเสียที

“อัยการ”สั่งฟ้องต้องจับ“ธัมมชโย”ทันที..!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249781


บิ๊กต๊อก ขีดเส้น 30 พ.ย.คดีธัมมชโย, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, อัยการ, สั่ง, ฟ้อง, ต้อง, จับ, ธัมมชโยทันที, ธัมมชโย, บิ๊กต๊อก

การเมือง  : 22 พ.ย. 59

“อัยการ”สั่งฟ้องต้องจับ“ธัมมชโย”ทันที..!!

“บิ๊กต๊อก”ขีดเส้น 30 พ.ย.“อัยการ”สั่งฟ้อง ต้องจับ“ธัมมชโย”ทันที ลั่นไม่มีเหตุผลให้เลี่ยงอีก ยันพนักงานสอบสวนมั่นใจในสำนวนแล้ว ยันการข่าวระบุยังอยู่ในวัดธรรมกาย

 

22 พ.ย. 59 – พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า ต้องรออัยการ เพราะคดีนี้แม้จะเป็นหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่เชื่อมโยงกับอัยการด้วย ถ้าอัยการไม่ฟ้องหรือไม่เรียบร้อยจะเอาตัวมาลำบาก การไปเอาตัวครั้งแรกนั้นมีปัญหา เนื่องจากอัยการไม่เห็นด้วยกับสำนวนของดีเอสไอ ดังนั้นถึงแม้ว่าเราเอาตัวมาได้แล้วมาให้อัยการ ถ้าอัยการไม่สั่งฟ้องก็จบอยู่ดี

“บ้านเมืองนี้อยู่ด้วยกฎหมาย อยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ผมไม่เชื่อว่าใครจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายได้ เพียงแต่ทุกคนต้องเรียกร้องความเป็นธรรม เป็นธรรมดาที่สังคมจะมองว่าวัดพระธรรมกายท้าทาย แต่ผมไม่เชื่อว่าสังคมจะยอมรับการท้าทาย เพราะทุกคนต้องการความเท่าเทียมกัน ทุกคนต้องมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจเห็นชัดเจน หลักฐานการรุกป่า ต้องดำเนินการไป และมันต้องแยกกัน การอยู่ในสมณเพศเรื่องกฎหมายกับศาสนาต้องแยกกัน ผมอยากให้สังคมมองแบบนี้ ไม่อยากให้ไปมองในเรื่องของการท้าทาย เดี๋ยวจะเป็นปัญหาปะทุขึ้นมาอีก” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนอัยการจะใช้เวลานานแค่ไหนตนไม่ทราบ ไม่ไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เพียงแต่เรียกอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนมาสอบถามว่ามีการขอข้อมูลหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ถามว่าทำไมถึงสอบไม่เสร็จเสียที โดยเขาแจ้งมาว่าเป็นปัญหาเล็กๆ ตนไม่รู้ว่าเล็กสำหรับพนักงานสอบสวน แต่อาจจะใหญ่สำหรับอัยการ ดังนั้น เราต้องให้เกียรติกัน

เมื่อถามว่า หากยิ่งช้าจะยิ่งทำให้วัดพระธรรมกายชะล่าใจหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า แน่นอน ความรู้สึกนี้ย่อมมี โดยต้องมามองว่าคดีนี้มีอิทธิพลหรือมีบารมีในเรื่องอื่นหรือไม่ แต่จะมองว่าเป็นคดีที่มีบารมีคงไม่ได้ บารมีต้องหมายถึงเรื่องที่ดี ดังนั้นกรณีนี้น่าจะเป็นเรื่องของอิทธิพลมากกว่า สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มาเกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ เนื่องจากสิ่งที่ผ่านมามีคดีที่ไม่ฟ้องเพราะไม่มีหลักฐานที่มีความผิด เป็นบทเรียนให้สังคมหวั่นเกรงในเรื่องของอิทธิพลและการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราต้องมั่นใจ เพราะอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการก็คนละยุคคนสมัย เขาคงมีเหตุผลของเขา ซึ่งเหตุผลเดิมเขาอ้างเรื่องความไม่สงบเรียบร้อย ตนเลยบอกไปว่าจำเป็นต้องหารือกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ แต่อัยการไม่ต้องถามฝ่ายความมั่นคงก็ได้ เพราะเป็นอิสระต่อกัน

เมื่อถามว่า จะป้องกันไม่ให้เขาอ้างถึงเรื่องความมั่นคงได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนป้องกันไม่ได้ เพราะฝ่ายบริหารและฝ่ายยุติธรรมเป็นอิสระต่อกัน จะให้ตนไปป้องกันอะไร ตนทำได้ในหน้าที่ของตนคือ พนักงานสอบสวนที่อยู่ภายใต้การบริหารของตนต้องทำงานให้เข็มแข็ง ตนได้เรียกมาว่ามั่นใจในสำนวนหรือไม่ เขาเองมั่นใจ ในพนักงานสอบสวนนั้นมีอัยการอยู่ด้วย และนักกฎหมายมือฉมังทั้งนั้น มั่นใจในคดี มีหลักฐานเต็มที่ แต่ต้องไปมองทางอัยการ ที่มีความเป็นอิสระต่อกัน

เมื่อถามอีกว่า ถ้าวันที่ 30 พ.ย. อัยการสั่งฟ้องพร้อมจะเข้าไปเอาตัวเลยหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนจะไม่ดำเนินการตามนั้น มันจบแล้ว คุณตอบสังคมไม่ได้แล้ว เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องพนักงานสอบสวนต้องไปเอาตัวมา เป็นเรื่องเดียวที่พนักงานสอบสวนจะต้องทำให้เด็ดขาด ถ้าคดีไม่ถูกสั่งฟ้องมันก็ไม่มีเหตุผลอะไร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าการเข้าไปครั้งแรกมันมีบทเรียนมาแล้วว่ามีปัญหากระทบกระทั่งกัน และไม่คุ้มค่าถ้าเอามาแล้วอัยการไม่สั่งฟ้อง ดังนั้น ต้องรออีกสักนิด อดทน ให้มั่นใจพนักงานสอบสวนเห็นพ้องกับอัยการ

เมื่อถามว่า มีข่าวลือว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่วัดแล้ว พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ข่าวลือคือข่าวลือ ข่าวลือไม่ใช่ข่าวกรอง ตามข้อมูลแล้วตนได้รับรายงานว่ายังอยู่ในวัด แต่มันอาจจะผิดก็ได้ อย่างไรก็ตาม เราได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้วในเรื่องการเข้า–ออกประเทศ แต่ก็เห็นกันแล้วว่าประเทศไทยเรื่องหลบหนียังมีอยู่ มันลำบากเหมือนกันในการที่จะไปควบคุมทุกตารางเมตรในประเทศไทย บริเวณชายแดนมีช่องว่างให้พวกนี้หลบหนีไปได้ เราทำได้แค่บีบให้มันแคบลง ดูโดยรอบและเส้นทางต่างๆ ได้แค่นั้น

 

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249769

การเมือง  : 22 พฤศจิกายน –

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

รัฐบาลจัดงาน“รวมพลังแห่งความภักดี”ยิ่งใหญ่ นายกฯนำครม.-ขรก.-ปชช.กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9

นายกฯนำถวายสัตย์-ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ 

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน รัฐบาลได้จัดงาน “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89

โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น. ผู้เข้าร่วมพิธีที่มีประมาณ 4,000 คน ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี(ครม.) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จาก 32 หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง สื่อมวลชนและประชาชน ซึ่งทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ ทยอยรวมตัวกันบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า กระทั่งเวลา 07.55 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยคณะรองนายกรัฐมนตรี เดินออกจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังสถานที่จัดงาน ก่อนที่ผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงชาติ ในเวลา 08.00 น.

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

                  จากนั้นนายกรัฐมนตรีไปยังแท่นพิธีเพื่อกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำกล่าวถวายสัตย์ปฎิญาณ ว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอนำประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าและทุกภาคส่วนซึ่งชุมนุมกันอยู่ ณ ที่นี้ ถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อมให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อีกทั้งทรงบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศไทยในทุกด้านตลอดมา เป็นเวลาถึง

70 ปี แม้บัดนี้จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ก็ยังทรงสถิตอยู่ในใจของปวงประชาชนชาวไทยด้วยความวิปโยคอาลัยอย่างไม่มีวันลืมเลือน ณ วาระนี้ ซึ่งปกติเคยเปล่งสัจวาจาถวายพระพรชัยมงคลเสมอมา จึงขอตั้งสัตยาธิษฐานถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเครื่องบูชาพระมหากรุณาธิคุณแทนด้วยข้อความดังต่อไปนี้

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

                     “ข้าพระพุทธเจ้าจะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ข้าพระพุทธเจ้า จะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศ อย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศและสนับสนุน ให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยอันนี้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ปกครองประเทศ ด้วยหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุข แห่งประชาชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติ ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน สงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคี เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป

ข้าพระพุทธเจ้า ขอปวารณาตัวว่า จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืน ในการพัฒนาประเทศต่อไป ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัจวาจาว่าจะประพฤติปฏิบัติ ตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจและเชิญพระราชคุณธรรมจรรยา มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญ ของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไปด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนจะถวายความเคารพต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทั้งนี้มีวงดนตรีออร์เคสตราจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้บรรเลงเพลงตลอดงาน  ขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่ถ่ายทอดสดไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ทำเนียบรัฐบาลได้แจกพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อครั้งทรงพระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2559 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ให้กับผู้ที่ร่วมงานที่ทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย

 

ประธานรัฐสภานำสมาชิก – ข้าราชการรัฐสภา ประกาศความจงรักภักดี

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

                เช้าวันเดียวกัน ที่ลานหน้าเสาธง บริเวณรัฐสภา เวลา 07.30 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำสมาชิกสนช., สมาชิกสปท., กรธ. และข้าราชการรัฐสภาทุกระดับ กว่า 600 คน ร่วมแสดงพลังแห่งความดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 89 รวมถึงร่วมกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ ประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในกิจกรรมแสดงพลังดังกล่าว สมาชิกสนช. , สปท., กรธ. พร้อมด้วยข้าราชการรัฐสภาที่เข้าร่วมตั้งใจกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ จากนั้นผู้ที่ร่วมกิจกรรมได้ร่วมเขียนความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อนำไปประดับไว้ยังต้นไม้แห่งความภักดีด้วย

โดยนายพรเพชร ได้เขียนข้อความว่า “รู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์เป็นฉัตรชัย” ขณะที่นายสุพจน์ เขียนข้อความว่า “ข้าพระพุทธเจ้าขอสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ตลอดไป” เป็นต้น ขณะที่สมาชิกสนช.สปท., กรธ. และข้าราชการรัฐสภาร่วมเขียนข้อความและนำไปประดับไว้บนต้นไม้แห่งความดีเช่นกัน.

ประธานศาลฎีกา นำข้าราชการฝ่ายตุลาการ จัดกิจกรรมรวมพลังสร้างความดี

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานเอนกประสงค์ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เวลา 08.00 น. นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ฐานะประมุขฝ่ายตุลาการ เป็นประธานกิจกรรมรวมพลังสร้างความดี นำข้าราชการฝ่ายตุลาการ, ศาลรัฐธรรมนูญ , ผู้บริหาารและข้าราชการฝ่ายอัยการ , ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และเหล่าข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ของศาลยุติธรรม , ศาลรัฐธรรมนูญ , อัยการและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารเอ ประมาณ 3,000 คน

ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9) และกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี ที่จัดโดยพร้อมเพรียงกันกับ ฯ พณฯ นายกรัฐมนตรี , ฝ่ายบริหารและข้าราชการทั่วประเทศ ก่อนที่จะร่วมร้องเพลงสรรเสิรญ แสดงการรวมพลังความภักดี และรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

โดยนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ฐานะประมุขฝ่ายตุลาการ นำข้าราชการทุกฝ่าย กล่าวถวายคำสัตย์ปฏิญาณพร้อมกันว่า ข้าพระพุทธเจ้า ขอนำประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าและทุกภาคส่วนซึ่งชุมนุมกัน ณ ที่นี้ ถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อมให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อีกทั้งบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ตลอดมาเป็นเวลาถึง 70 ปี แม้บัดนี้จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ก็ยังทรงสถติอยู่ในใจของปวงชนชาวไทย ด้วยความวิปโยคอาลัยอย่างไม่มีวันลืมเลือน

ซึ่ง ณ วาระนี้ ปกติเคยเปล่งสัจจะวาจาถวายพระพรชัยมงคลเสมอมา จึงขอตั้งสัตยาธิษฐาน ถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเครื่องบูชาพระมหากรุณาธิคุณแทน โดยข้าพระพุทธเจ้า จะซื่อตรง จงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่

ข้าพระพุทธเจ้า จะปฏิบัติหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้า จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนสงบสุข สันติสุข จะรู้รักสามัคคีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนตลอดไป

ข้าพระพุทธเจ้า ขอปวรณาตัวว่า จะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายสัตย์วาจา จะประพฤติปฏิบัติ ตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยา มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

“ทีมไทยแลนด์” รวมพลังแห่งความภักดี

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 ตามเวลาท้องถิ่น ทีมประเทศไทยของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ร่วมกับวัดญาณรังษี มลรัฐเวอร์จิเนียและชุมชนไทยในเขตปริมณฑลกรุงวอชิงตันจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในอุโบสถวัดญาณรังษี มลรัฐเวอร์จิเนีย

โดยมีพสกนิกรชาวไทยจำนวนมากจากหลายมลรัฐทั้งใกล้ไกลเข้าร่วม พระครูสิริธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดญาณรังษีและผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมปฏิบัติสมาธิบำเพ็ญจิตภาวนา ตั้งจิตอธิษฐานรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งราชวงศ์จักรี

จากนั้นเอกอัครราชทูตพิศาล ประธานในพิธี พร้อมด้วยนางวัญจนา มาณวพัฒน์ และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในกรุงวอชิงตัน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และครอบครัว และพสกนิกรชาวไทย กล่าวถวายสัจวาจาว่าจะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองที่ดีมีคุณธรรม รู้รักสามัคคี จะพัฒนาตนเอง จะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทและศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม จากนั้นทุกคนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ในช่วงท้ายกิจกรรม ผู้แทนพสกนิกรซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของชุมชนไทยในเขตปริมณฑลกรุงวอชิงตัน อาทิ นายปรีชา สายสกุล นพ.สุวัฒน์-พญ.ดวงเดือน ศิลปสุวรรณ นางฉวีวรรณ นพเกตุ นายธัชพงศ์ จันทรปรรณิก รวมทั้งเยาวชนและคนรุ่นใหม่ อาทิ นายอิทธิ์ ธีรรัฐ และนางสาวเรณุกา แฟงทอง ได้ออกมากล่าวถึงพลังความภักดีและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตจากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและการน้อมนำพระราชกรณียกิจนานัปการตลอดช่วงการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี ไปเป็นแนวทางและพลังเกื้อหนุนความมุ่งมั่นในการประกอบคุณความดี

ซึ่งนับเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ชาวไทยได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความภักดีในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 89 และแสดงถึงความรักความสามัคคีของพสกนิกรไทยด้วยการบำเพ็ญคุณความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติตามรอยเบื้องพระยุคคลบาทถวายเป็นพระราชกุศลพร้อมกันทั่วโลก

ปลัด กต.นำข้าราชการรวมพลังแห่งความภักดี

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

                เช้าวันเดียวกัน นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม“รวมพลังแห่งความภักดี”บริเวณลานน้ำพุ กระทรวงการต่างประเทศ โดยปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดี และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อประกาศความจงรักภักดี และร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

นายกฯนำปชช.ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” พร้อมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าที่ผ่านมา สำหรับการจัดกิจกรรมในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลก ร่วมกับชาวไทยในต่างประเทศ ได้ทยอยจัดกิจกรรม“รวมพลังแห่งความภักดี”ในช่วงระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา -จนถึงวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ อย่างต่อเนื่อง ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

โดยมีเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่เป็นผู้กล่าวนำการถวายสัตย์ปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงต่างๆ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ข้าราชการทหาร ตำรวจ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยในแต่ละจังหวัดจัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการเทศบาล และที่ทำการตำบลบางแห่ง ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวงจะหยุดพักการต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้ร่วมร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความจงรักภักดีพร้อมกับประชาชนทั่วทั้งประเทศ

 

เจรจาชุมชนริม “เจ้าพระยา” เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249736

ข่าวการเมืองคมชัดลึก, เจรจาชุมชนริม เจ้าพระยา เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้, เจรจา, ชุมชน, ริม, เจ้าพระยา, เร่ง, สรุป, แบบ, เข้า, ครม, ธันวาคม, นี้, เจรจาชุมชนริม, เร่งสรุปแบบชงเข้า, ธันวาคมนี้
ข่าวการเมืองคมชัดลึก, เจรจาชุมชนริม เจ้าพระยา เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้, เจรจา, ชุมชน, ริม, เจ้าพระยา, เร่ง, สรุป, แบบ, เข้า, ครม, ธันวาคม, นี้, เจรจาชุมชนริม, เร่งสรุปแบบชงเข้า, ธันวาคมนี้
ข่าวการเมืองคมชัดลึก, เจรจาชุมชนริม เจ้าพระยา เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้, เจรจา, ชุมชน, ริม, เจ้าพระยา, เร่ง, สรุป, แบบ, เข้า, ครม, ธันวาคม, นี้, เจรจาชุมชนริม, เร่งสรุปแบบชงเข้า, ธันวาคมนี้

การเมือง  : 21 พ.ย. –

เจรจาชุมชนริม “เจ้าพระยา” เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้

กทม. เจรจาชุมชนริม “เจ้าพระยา” วอนชาวบ้านย้ายออกพื้นที่ ยันจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือ เร่งสรุปแบบเดือน พ.ย. ชงครม.ไฟเขียว ธ.ค.นี้ เริ่มตอกเสาเข็มฝั่งธนฯปี 60

           21 พ.ย. – ที่ชุมชนศาลเจ้าแม่ทับทิม ใต้สะพานซังฮี้ เขตดุสิต สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้นัดหมายชุมชนที่รุกที่สาธารณะในพื้นที่ตามเส้นทางโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 14 กิโลเมตร เพื่อชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับให้ชุมชนทั้งหมดรื้อย้ายออกจากพื้นที่ทั้งหมด อาทิ ชุมชนศาลเจ้าแม่ทับทิม ชุมชนมิตรคาม 1 และ 2 ชุมชนราชผา (โรงไอติม) เป็นต้น โดยมีหน่วยงานสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) รับหน้าที่ดูแลสถานที่อยู่ใหม่แก่ชาวชุมชน และคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบและระเบียบเรียบร้อย สภากทม. ร่วมรับฟังด้วย

                                      เจรจาชุมชนริม “เจ้าพระยา” เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้

          นายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการกองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า หากยึดตามหลักกฎหมายแล้ว ทุกชุมชนที่รุกล้ำที่สาธารณะนี้ไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือได้ เนื่องจากถือว่ากระทำผิดกฎหมานมาโดยตลอด แต่ก็ได้มีการหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือแก่ชาวชุมชนเหล่านี้ จึงได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณ ตามหลักค่าช่วยเหลือในเรื่อง ค่ารื้อย้ายตัวบ้าน ค่าขนส่งของใช้ไปยังที่อยู่ใหม่ และค่าสูญเสียรายได้จากที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักการโยธา กทม.ลงพื้นที่สำรวจและพิจารณาค่าช่วยเหลือของแต่ละบ้านแต่ละชุมชนทั้งหมด ทั้งนี้ หากชุมชนจะขอเงินช่วยเหลือในอัตราที่สูงนั้นคงไม่ได้ เพราะเงินช่วยเหลือนี้เป็นคนละส่วนกับเงินชดเชยค่าเวนคืนที่ดิน เพราะชุมชนทั้งหมดเป็นชุมชนที่รุกล้ำที่สาธารณะอย่างผิดกฎหมาย แต่ภาครัฐได้หาทางช่วยเหลือดังกล่าวให้เท่านั้น แต่ขอรับรองว่าเงินช่วยเหลือแม้จะไม่มากเท่าเงินชดเชยค่าเวนคืน แต่ก็คุ้มค่ากับราคาทรัพย์สินของชาวชุมชน

เจรจาชุมชนริม “เจ้าพระยา” เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้

ด้านนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานออกแบบ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้กทม.ได้รับมอบงานจากคณะผู้ศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ลาดกระบังฯ (สจล.) และอยู่ระหว่างการปรับแบบก่อสร้างบางส่วน ซึ่งต้องอาศัยการพิจารณาแบบก่อสร้างร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางกรมเจ้าท่า กรมทางหลวงชนบท และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) โดยเบื้องต้นแบบก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่คณะผู้ศึกษาได้ออกแบบไว้นั้น จะต้องมีการปรับในส่วนของท่าเรือต่างๆ ให้เหมาะสม และการก่อสร้างทางเดินในแม่น้ำ จะต้องไม่กระทบต่อการเดินเรือ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมเจ้าท่า ถึงขนาดแนวที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะปรับรูปแบบการก่อสร้างแล้วเสร็จในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ จากนั้นในเดือนธ.ค. กทม.จะยื่นเสนอต่อครม.เพื่ออนุมัติการดำเนินโครงการต่อไป

เจรจาชุมชนริม “เจ้าพระยา” เร่งสรุปแบบชงเข้า ครม. ธันวาคมนี้

“จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 สัญญา พื้นที่ก่อสร้างระยะทาง 14 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ฝั่งธนบุรี 2 สัญญา และพื้นที่ฝั่งพระนคร 2 สัญญา ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้าง 2 สัญญาแรกในพื้นที่ฝั่งธนบุรีก่อนในปี 2560 เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการน้อยกว่าในพื้นที่ฝั่งพระนคร โดยกรอบวงเงินในการก่อสร้างส่วนแรกพื้นที่ฝั่งธนบุรี กทม.วางงบประมาณไว้เบื้องต้นอยู่ที่ 5 พันล้านบาท ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นหรือลดน้อยลงจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการก่อสร้างจริง ที่จะปรับเปลี่ยนในอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมมากที่สุด”นายไทวุฒิ กล่าว

มีรายงานข่าวจากสำนักการโยธา เปิดเผยว่า สำหรับตัวเลขจำนวนชุมชนที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้นที่พอช.บันทึกไว้คือ 12 ชุมชน เป็นจำนวนครัวเรือน 309 ครอบครัว ขณะที่ตัวเลขที่ชัดเจนนั้นอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจของสำนักการโยธา กทม. ซึ่งได้ลงสำรวจมาตั้งแต่เดือนต.ค. ซึ่งที่ผ่านมาสำรวจไปได้ประมาณเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะสำรวจแล้วเสร็จทั้งหมดครบในเดือนม.ค.2560 ส่วนงบประมาณค่าช่วยเหลือนี้ เบื้องต้นครม.ได้อนุมัติไว้ที่ 495 ล้านบาท แต่จะจ่ายให้จริงตามที่ได้มีการจ่ายค่าช่วยเหลือ ภายหลังการสำรวจและหาข้อตกลงที่ยุติธรรมแล้วเสร็จ โดยคาดว่าจะทำการรื้อย้ายชุมชนทั้งหมดได้ภายในปี 2560

 

“ณัฐวุฒิ” ซัด ตัดสิทธิ์นักการเมือง ไม่แก้ปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249726

ข่าวการเมืองคมชัดลึก, ณัฐวุฒิ ซัด ตัดสิทธิ์นักการเมือง ไม่แก้ปัญหา, ณัฐวุฒิ, ซัด, ตัดสิทธิ์, นักการเมือง, ไม่, แก้ปัญหา, ตัดสิทธิ์นักการเมือง, ไม่แก้ปัญหา

การเมือง  : 21 พ.ย.59

“ณัฐวุฒิ” ซัด ตัดสิทธิ์นักการเมือง ไม่แก้ปัญหา

“ณัฐวุฒิ” ซัด ตัดสิทธิ์นักการเมือง รักษาสิทธิ์พวกตัวเอง ไม่แก้ปัญหา ไม่เสียสละ

           21 พ.ย.59 – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ข้อเสนอบางข้อที่ตนเคยเสนอตั้งแต่การร่วมเวทีปรองดองของฝ่ายความมั่นคงเมื่อกลางปี 2558 คือ ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นสากล ขณะที่บทบาทขององค์กรอิสระหลายหน่วยงานเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง ถ้าทุกฝ่ายมีความจริงใจในการสร้างความปรองดอง กรรมการองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่อยู่ตอนนี้ควรแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง โดยไม่ตัดสิทธิ์ที่จะเข้ารับการสรรหาใหม่หลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ แต่ความเป็นจริงก็คือ เนื้อหารัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นประชาธิปไตย กรรมการองค์กรอิสระก็ออกงิ้วกับกรธ. เมื่อเห็นว่า อาจหลุดจากเก้าอี้ จึงสงสัยว่า สภาพแบบนี้จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร ร่างกติกาคิดแต่จะตัดสิทธิ์นักการเมือง พอกับพวกตัวเองรักษาสิทธิ์ไว้ให้ ใครทำท่าจะตกขบวนก็โวยวาย

           “เมื่อแรกยึดอำนาจ ประกาศกันเสียงดังว่า ทุกคนเข้ามาเสียสละเพื่อชาติ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นใครเสียอะไร สละอะไร บนเรือแป๊ะรับเงินเดือนครบ มีกี่ทางรับหมด ตำแหน่งแจกจ่ายกันทุกรัฐวิสาหกิจ ลูกเมีย ญาติพี่น้อง คนใหญ่คนโตต่างอุดมสมบูรณ์ ปากก็อธิบายว่า นักการเมืองจากการเลือกตั้งและเครือข่ายทางการเมืองคือภัยร้าย แต่ที่ผมเห็นคือ มีนักการเมืองและเครือข่ายทางการเมืองกลุ่มใหม่เกิดขึ้นโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งกำลังทำในสิ่งที่กล่าวหาคนอื่น เราจะแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไรในสภาพแบบใครใหญ่ใครอยู่ จะสร้างความปรองดองตรงไหนถ้าใช้หลัก ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย”นายณัฐวุฒิกล่าว

 

นายกฯ ประชุม กปร. หนุนงบฯโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249716

นายกฯ ประชุม กปร.หนุนงบฯ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 32 โครงการ ในปีงบประมาณ 60, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, นายกฯ, ประชุม, กปร, หนุน, โครงการ, อัน, เนื่องจาก, พระราชดำริ, บัวบาทยาตรา

การเมือง  : 21 พ.ย.59

นายกฯ ประชุม กปร. หนุนงบฯโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริ

นายกฯ ประชุม กปร.หนุนงบฯ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 32 โครงการ ในปีงบประมาณ 60

          21 พ.ย.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ครั้งที่ 1/ 2560 โดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กปร.มอบหมายให้ นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการ กปร. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ นำเสนอรายละเอียดในการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานตามภารกิจของสำนักงาน กปร.ที่ได้ทำหน้าที่สนองพระราชดำริมาตั้งแต่ปี 2524 และได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในการประสานงาน สนับสนุนการดำเนินงาน ติดตาม ขยายผลและประชาสัมพันธ์แนวพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มักระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 4,685 โครงการในปัจจุบัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 สำนักงาน กปร. ได้ดำเนินการสนับสนุนการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆและสนองนโยบายของรัฐบาล โดยมีรายละเอียด ดังนี้

การรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 34 ครั้ง การติดตามองคมนตรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วทุกภาค จำนวน 35 ครั้ง รวมถึงสรุปงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวนทั้งสิ้น 2,646.70 ล้านบาท โดยมีหน่วยงานและโครงการฯที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 202 โครงการ ได้แก่ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมอาชีพ ด้านการเกษตร ด้านคมนาคม/สื่อสาร ด้านสาธารณสุข ด้านบูรณาการและอื่นๆ ทั้งนี้ราษฎร และพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้ จำนวน 28,867 ครัวเรือน 132 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 220,175 ไร่ พื้นที่ป่าไม้ได้รับการฟื้นฟูจำนวน 1,637,535 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง โดยในปี 2559 มีผู้เข้าศึกษาดูงานทั้งสิ้น 1,400,066 คน และเข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 20,977 คน

นอกจากนี้ ในส่วนของการประชุมคณะกรรมการต่างๆ และการประชุมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ที่สำคัญ ในปี 2559 มีดังนี้

การประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธาน จำนวน 2 ครั้ง และคณะกรรมการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธาน จำนวน 2 ครั้ง รวมถึงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนาถ มี 2 ส่วนได้แก่ สำนักงาน กปร. ร่วมกับ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “ฉลองราชย์ 70 ปี เคียงคู่ทรงงาน 84 พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน” ประกอบด้วย 1) การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ฉลองราชย์ 70 ปีเคียงคู่ทรงงาน 84พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน” 2) การประกวดจัดแสดงนิทรรศการในหัวข้อ “แผ่นดินของเรา”จากสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ 3) ปลูกป่าในใจคน การสร้างป่าเพิ่มน้ำ ภายใต้ชื่อ “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ” โดยการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัด ไม้มีค่า ไม้อนุรักษ์ ฯลฯ และการแจกพันธุ์กล้าไม้ให้แก่ราษฎร ศูนย์ศึกษาฯ ละ 84 คน 84 ต้น 4 ) สร้างงาน สร้างอาชีพจากงานของในหลวง เป็นการฝึกอบรมให้ความรู้พร้อมแจกปัจจัยการผลิตในหลักสูตรที่ศูนย์ศึกษาฯ ได้พิจารณาถึงความพร้อมและความเหมาะสมแล้ว 5) กิจกรรมเฉลิม พระเกียรติในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อาทิ เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ ทำบุญสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ ฯลฯ รวมถึง สำนักงาน กปร. ร่วมกับรัฐบาล จัดนิทรรศการสัญจรเฉลิมพระเกียรติ “บัวบาทยาตรา” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559

และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยสัญจร จำนวน 4ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 วันที่ 8-10กรกฎาคม 2559 ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ครั้งที่ 2 วันที่9-11 กันยายน 2559 ณ หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร จังหวัดสกลนคร ครั้งที่ 3 วันที่ 14-16 ตุลาคม 2559 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชครบ ๖๐ ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ครั้งที่ 4 วันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2559 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการดำเนินงานการขับเคลื่อนขยายผลแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศ รวม 47 แห่ง ซึ่งมีการติดตามสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์การบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดทำขึ้นเพื่อบูรณาการการทำงานด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยสำนักงาน กปร. ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท ซึ่งได้กำหนดแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในรูปแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ กำหนดพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 24,089 แห่ง และบูรณาการการทำงานทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกลุ่ม G 77 เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคตผ่านความร่วมมือในกรอบใต้ และหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลก

นอกจากนี้ สำนักงาน กปร. ร่วมกับรัฐบาล ดำเนินการโครงการเยาวชนอาเซียนเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาท ASEAN Youth Representative Experiencing the Philosophy of Sufficiency Economy (AY-REPESE 2016,Thailand) ซึ่ง เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงาน กปร. มูลนิธิมั่นพัฒนา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนจากประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงการสนับสนุนงบประมาณโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จำนวน 32 โครงการ อาทิ พัฒนาด้านแหล่งน้ำ จำนวน 13 โครงการ วงเงินไม่เกิน 167,264,500 บาท โครงการพัฒนาด้านการเกษตร เป็นพระราชดำริโดยตรง โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม เป็นพระราชดำริโดยตรง จำนวน 3 โครงการ เป็นต้น

 

“สุรชัย” แจง 3 เหตุทำบัตรรัฐสภาใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249710

สุรชัย แจง 3 เหตุทำบัตรรัฐสภาใหม่, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, สุรชัย, แจง, เหตุ, บัตร, รัฐสภา, ใหม่, เหตุทำบัตรรัฐสภาใหม่

การเมือง  : 21 พ.ย.59

“สุรชัย” แจง 3 เหตุทำบัตรรัฐสภาใหม่

“สุรชัย” แจง 3 เหตุผล ปมทำบัตรรัฐสภาใหม่ หวังปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยเข้มขึ้น

          21 พ.ย.59 – นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมพิจารณาปรับปรุงอาคารรัฐสภา และพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย แถลงปฏิเสธกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางรัฐสภาจะจัดทำบัตรใหม่ให้แก่สมาชิก สนช. สปท. กรธ.รวมไปถึงผู้ติดตามสมาชิกสนช.และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดว่า ไม่เป็นความจริง เพราะมติคณะกรรมการฯให้จัดทำบัตรใหม่เฉพาะ สมาชิกสนช. ผู้ติดตาม และเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 สภาเท่านั้น โดยเหตุที่ไม่ทำบัตรใหม่ให้กับสปท. เพราะกำลังจะหมดวาระหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ 120 วัน ขณะเดียวกับ กรธ.ก็จะอยู่ทำหน้าที่ต่ออีกเพียง 240 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้เท่านั้น แต่บัตรประจำตัวของเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรได้หมดอายุไปตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ของวุฒิสภาก็กำลังจะหมดในปี 2560 ดังนั้นคณะกรรมการฯ ไม่ได้ผลาญหรือถลุงงบอย่างที่เป็นข่าว เพราะคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณแผ่นดิน

ทั้งนี้ เหตุที่ต้องทำบัตรใหม่ มีเหตุผล 3 ข้อ เพราะ 1.รูปแบบบัตรเดิมของทั้ง 2 สภามีถึง 23 แบบ จึงเป็นปัญหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาในการจดจำในการรักษาความปลอดภัย 2.บัตรแบบเดิมมีการถ่ายรูปบุคคลแตกต่างกัน บางคนใส่สูท บางคนใส่เครื่องราชย์ บัตรใหม่จึงจะเน้นถ่ายเฉพาะใบหน้าของบุคคล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาจดจำใบหน้าเพื่อการรักษาความปลอดภัยและการเข้าถึงพื้นที่ และ 3.การปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ จึงลดรูปแบบบัตรชนิดต่างๆให้เหลือ 6แบบ โดยจะแบ่งประเภทสีของบัตรแยกแยะการเข้าออกพื้นที่รัฐสภา เช่น ชั้น 2 อาคาร 1 จะสงวนให้เฉพาะสมาชิกสนช.เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ข้าราชการทั้ง 2 สภารวมกันแล้วมีกว่า 3,000 คน จึงต้องการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า การจัดทำบัตรใหม่ทั้งหมด 100,000 กว่าบาทเท่านั้น และมีการราคาถูกกว่าเดิม เพราะทำในปริมาณมาก และรูปแบบมีเพียง 6 แบบเท่านั้น