ญาติเหยื่อตร.สุทธิสารร้องขอความเป็นธรรม“ประยุทธ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249708


ื่่อ, เหย, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ญาติ, เหยื่อ, สุทธิสาร, ร้อง, ขอความเป็นธรรม, ประยุทธ์, รพตร, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์


ื่่อ, เหย, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ญาติ, เหยื่อ, สุทธิสาร, ร้อง, ขอความเป็นธรรม, ประยุทธ์, รพตร, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

การเมือง  : 21 พ.ย.59

ญาติเหยื่อตร.สุทธิสารร้องขอความเป็นธรรม“ประยุทธ์”

ญาติเหยื่อตร.สุทธิสารร้องขอความเป็นธรรม“ประยุทธ์” ข้องใจผลชันสูตรศพ “รพ.ตร.”ไม่ตรง“สถาบันนิติวิทยาศาสตร์”

          21 พ.ย.59 – ที่ศูนย์บริการประชาชนทำเนียบรัฐบาล สำนักงาน ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้นำนายคำมา แดงจันติ๊ก บิดา และครอบครัว พร้อมโลงศพศพของนายดอน แดงจันตี๊บ อายุ 34 ปีที่ถูกชุดสืบสวนสน.สุทธิสาร ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ระหว่างเข้าจับกุมบ่อนไฮโล ในชุมชนรุ่งเรืองตอนปลายซอย 2 ถนนสุทธิสาร เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน

โดยนายสิระ กล่าวว่า เราร้องขอความเป็นธรรม ให้กับผู้เสียชีวิตเนื่องจากผลการชันสูตร ของนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ สรุปเบื้องต้น ว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว แต่ญาติ ยังติดใจผลการชันสูตรศพ และส่งให้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบ ปรากฎว่า ผู้ตายไม่ได้มีโรคประจำตัวเหมือนผลตรวจสอบครั้งแรกที่ออกมา รวมถึงยังมีรอยฟกช้ำไปถึงกระดูก จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้าย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารออกจากพื้นที่ พร้อมให้พักราชการทีมสอบสวน 7 คน และย้ายออกจากพื้นที่เช่นกัน เพื่อไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ที่ร่วมชันสูตรพลิกศพนายดอน พร้อมขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลและเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ได้มีการส่งตัวแทน 6 คน เข้าคุยในรายละเอียดกับนายพันศักดิ์ภายในห้องประชุมศูนย์บริการประชาชน โดยมี ผกก.สน.ดุสิต, รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เข้าร่วมรับฟังด้วย ส่วนรถบรรทุกโลงศพ ได้จอดรออยู่ภายในลานจอดรถ สำนักงาน ก.พ. สำหรับรายละเอียดที่นายคำมา เสนอต่อนายกรัฐมนตรีในกรณีการเสียชีวิต ของนายดอนฯ ดังนี้ คือ1. ควรย้ายผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ออกพื้นที่ 2. ห้ามผู้กำกับเป็นคณะกรรมการสอบสวนคดีนี้ 3. ให้พักราชการ หรือให้ออก กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง 7 นาย

4. ให้ย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง 7 นาย ออกจากพื้นที่ สน.สุทธิสาร 5. ห้ามผู้กำกับ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 นาย ใส่ร้ายผู้ตาย6. ให้สอบแพทย์ที่ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ ของโรงพยาบาลตำรวจและ7. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแล เยียวยา ญาติผู้ตาย พร้อมทั้งจะรอคำตอบหลังจากที่ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่บรรยากาศ ภายในศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มีญาติของผู้เสียชีวิต ได้นำโลงศพของนายดอน ใส่รถมูลนิธิมาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน พร้อมขอให้รีบเคลื่อนย้ายออกหลังยื่นหนังสือทันที เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ

 

โยนกก.สรรหาชี้ขาดคุณสมบัติกก.องค์กรอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249702


มีชัย ฤชุพันธ์, กรธ., โยน, สรรหา, ชี้ขาด, คุณสมบัติ, องค์กรอิสระ, มีชัย, กกสรรหา

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 21 พ.ย. –

โยนกก.สรรหาชี้ขาดคุณสมบัติกก.องค์กรอิสระ

“มีชัย”โยนเผือกร้อน“กก.สรรหา”วินิจฉัยคุณสมบัติกก.อิสระชุดปัจจุบันแจงเป็นไปตามเนื้อหาร่างรธน.กำหนด

          21 พ.ย. – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ยอมรับกติกาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมของ สนช.  ส่วนกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ระบุว่าจะมีสัดส่วนของรัฐบาลเข้าร่วมด้วยนั้น หากเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมตนพร้อมยอมรับ ขณะที่กระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ของสนช. ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขเนื้อหาให้ต่างจากที่กรธ.กำหนดไว้นั้น ตามหลักการ สนช. ฐานะองค์กรที่พิจารณาและออกกฎหมายสามารถแก้ไขได้ตามความเห็นที่เหมาะสม แต่การปรับแก้ไขนั้นต้องไม่ขัดกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติ ส่วนกรณีที่กรธ.เสนอร่างกฎหมายลูกให้สนช. พิจารณาแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ส่งร่างกฎหมายให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องและกรธ.พิจารณาด้วย หากไม่มีประเด็นใดติดใจสามารถทำตามขั้นตอนของการออกกฎหมายได้แต่หากมีประเด็นที่ยังเป็นปัญหาทั้งทางปฏิบัติหรือไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญต้องตั้งกมธ.วิสามัญร่วมกันเพื่อพิจารณา

นายมีชัย กล่าวถึงการพิจารณาร่างกฎหมายลูกต่อประเด็นวาระดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระ ว่า ตนตอบไม่ได้ว่ากรรมการองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ปัจจุบันผู้ใดจะอยู่ในวาระหรือต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ เพราะมีข้อกำหนดไว้ ในมาตรา 203 ว่าด้วยคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงกรรมการองค์กรอิสระ วรรคห้า ระบุว่าให้กรรมการสรรหาเป็นผู้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ผู้ได้รับคัดเลือกหรือได้รับการสรรหา และให้คำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาเป็นที่สุด

“กรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าประเด็นคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระอาจเป็นปัญหาภายหลังนั้น ผมเชื่อว่ากรรมการองค์กรอิสระที่ส่วนหนึ่งคือผู้แทนองค์กรอิสระมีสิทธิพิจารณาและดูรายละเอียดตามที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนด และเมื่อกรรมการสรรหาวินิจฉัยอย่างไรถือเป็นที่สิ้นสุด แต่หากกรณีนี้ในชั้นพิจารณาของสนช. จะปรับแก้ไข ทั้งวาระหรือการพิจารณาคุณสมบัติที่ต่างจากรัฐธรรมนูญ สนช.ต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเอาเอง อย่างไรก็ดีตามที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าการเขียนคุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระแบบนั้น เหมือนมีเจตนาให้เขาออกจากตำแหน่ง ผมมองว่าเขาต้องยอมรับและทำใจ เพราะการเขียนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญประเด็นคุณสมบัติไม่มีการมุบมิบ เพราะได้เปิดเผย อีกทั้งเนื้อหายังได้รับความเห็นชอบจากการออกเสียงประชามติแล้ว” นายมีชัย กล่าว

“พรเพชร”ลั่นไม่มีวาระพิเศษนัดประชุมด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249693


พรเพชร เผยไม่มี วาระประชุม สนช. ด่วน, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, พรเพชร, ลั่น, ไม่มี, วาระ, พิเศษ, นัด, ประชุม, ด่วน, สนช, กมธ

การเมือง  : 21 พ.ย. 59

“พรเพชร”ลั่นไม่มีวาระพิเศษนัดประชุมด่วน

“พรเพชร”ระบุยังไม่มีวาระพิเศษ นัดประชุมด่วนช่วงนี้ แต่กำชับ“สนช.”เตรียมพร้อมเข้าประชุมแม้จะมีวันหยุดยาวติดต่อกัน ย้ำเตรียมพร้อมตั้ง “กมธ.” พิจารณากฎหมายลูก

          21 พ.ย. 59 – นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่าไม่ได้สั่งการใดๆ อย่างเป็นทางการต่อการลาประชุมของสมาชิกสนช. เพื่อเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศในช่วงสัปดาห์นี้จนถึงต้นเดือนธันวาคม มีเพียงการประสานไปยัง สมาชิก สนช. ให้เตรียมพร้อมกับการประชุมวาระสำคัญที่รัฐบาลจะเสนอมายังสนช. ซึ่งอาจเป็นเรื่องเร่งด่วน ทั้งนี้จากการได้รับสัญญาณจากรัฐบาลจะเป็นวาระความเห็นชอบของสนธิสัญญาต่างๆ และในช่วงเดือนธันวาคมนี้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน ตนกังวลว่าองค์ประชุมจะไม่ครบจึงขอให้สมาชิกสนช. เตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น ส่วนกรณีการนัดประชุมสนช. นั้นยังเป็นการนัดประชุมตามวาระปกติ คือ ในวันที่1 – 2 ธันวาคมนี้ ยังไม่มีวาระพิเศษใดๆ

นายพรเพชร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ สนช. ต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำเสนอ ว่าสนช. จะตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณา ซึ่งประกอบด้วย กรธ., รัฐบาล ตามหลักการเบื้องต้นหากเนื้อหาของร่างกฎหมายใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระใด จะเชิญกรรมการในองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกมธ.ด้วย นอกจากั้นเพื่อให้การเขียนเนื้อหาของร่างกฎหมายเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และต้องไม่ถอยหลังเข้าคลอง จะนำความเห็นและการศึกษาด้านวิชาการของนักวิชาการและประชาชนที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาประกอบการพิจารณาเนื้อหาด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า สนช. และกรธ.ไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ยอมรับว่าการพิจารณาเนื้อหาอาจมีความเห็นที่แตกต่างกันได้

      “ การพิจารณาร่างกฎหมายลูก สนช.ไม่มีใบสั่งแน่นอน และสนช.พร้อมรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่าย และการทำเนื้อหานั้นต้องคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนและบ้านเมืองเป็นหลักด้วย” นายพรเพชร กล่าว

 

“มีชัย”เตรียมปรับเนื้อหากฎหมายลูก 2 ประเด็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249689


กรธ., มีชัย ฤชุพันธ์, มีชัย, เตรียม, ปรับ, เนื้อหา, กฎหมาย, ลูก, ประเด็น

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 21 พ.ย. –

“มีชัย”เตรียมปรับเนื้อหากฎหมายลูก 2 ประเด็น

“มีชัย”เผยเตรียมปรับร่างกฎหมายลูกพรรคการเมือง ตามข้อเสนอแนะและคำท้วงติง ทั้ง สัดส่วนสมาชิกพรรค – โทษประหารชีวิตนักการเมือง

           21 พ.ย. –  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่า จากการรับฟังความเห็นของประชาชนต่อเนื้อหาที่เกี่ยวข้องล่าสุดกรธ.เตรียมพิจารณาปรับเนื้อหาที่เขียนไว้ในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ส่วนของสมาชิกพรรคการเมืองที่ร่วมก่อตั้งพรรค จากเดิมที่กำหนดให้ใช้จำนวน 500 คนร่วมก่อตั้งนั้น มีข้อเสนอให้ปรับลดจำนวนดังกล่าวลงเพื่ออำนวยความสะดวกและไม่เป็นภาระ  เบื้องต้นมีแนวคิดที่จะให้มีผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรค จำนวน 15 คนที่เสนอจดทะเบียน ขณะที่สมาชิกจะกำหนดสัดส่วนไว้และกำหนดระยะเวลา เป็นช่วงปีให้ดำเนินการหาสมาชิกให้ครบจำนวน นอกจากนั้นกรณีการเขียนบทลงโทษนักการเมืองกรณีที่ทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งขั้นสูงสุดคือประหารชีวิต ซึ่งถูกฝ่ายการเมืองท้วงติงว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงและล้าสมัยนั้น จะปรับแก้ไขโดยเติมบทลงโทษให้เป็นจำคุกตลอดชีวิตด้วย

“จริง ๆ ผู้ที่วิจารณ์ว่าลงโทษประหารชีวิตนั้นรุนแรงเกินไป แต่หากดูกฎหมายที่ออกมา ทั้งปี 58 ยังมีโทษการประหารชีวิตอยู่ ทั้งคดียาเสพติด คดีข่มขืน คดีค้ามนุษย์ เป็นต้น รวมถึงข้าราชการตำแหน่งเล็ก ๆ เมื่อทำทุจริตต่อหน้าที่ราชการยังมีบทกำหนดให้ประหารชีวิตด้วย ซึ่งการเขียนบทลงโทษดังกล่าวเขียนไว้ดีกว่าไม่เขียนเลย” นายมีชัย กล่าว.

 

“บิ๊กต๊อก” ลั่น คดีจำนำข้าว ให้ไปสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249683

บิ๊กต๊อก, คมชัดลึก, บิ๊ก, ต๊อก, ลั่น, คดี, จำนำ, ข้าว, ให้, สู้, ตาม, กระบวนการยุติธรรม, บิ๊กต๊อก, คดีจำนำข้าว, บิิ๊กต๊อก, พลอไพบูลย์

การเมือง  : 21พ.ย.59

“บิ๊กต๊อก” ลั่น คดีจำนำข้าว ให้ไปสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

“ บิิ๊กต๊อก” ลั่น คดีจำนำข้าว ใครคิดว่าทำถูกต้องให้ไปสู้ในกระบวนการยุติธรรม -ไม่ต้องมาสู้กับ “พล.อ.ไพบูลย์”

         กระทรวงยุติธรรม-21พ.ย.59 – พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการตรวจสอบผู้รับผิดทางละเมิด80% ของความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า การตรวจสอบพบรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวจำนวน6,000คน ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้ขอชี้แจงว่ารัฐมนตรียุติธรรมไม่เคยรับทราบเรื่องการซื้อขายข้าว แต่เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่ต้องการให้แยกแยะระหว่างผู้ที่ต้องรับผิดชอบความเสียหาย20% กับผู้ที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายอีก80% ซึ่งจะต้องมีวิธีคิดในระบบเดียวกัน ที่ผ่านมาทนายความและผู้เสียหายออกมาพูดถึงตนหลายครั้ง ยืนยันว่าตนไม่มีหน้าที่บอกว่าใครทำถูกต้องหรือไม่ แต่มีหน้าที่ตรวจสอบว่าใครเกี่ยวข้องเพื่อส่งข้อมูลให้รัฐบาลพิจารณาว่าบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยสถานการณ์และเหตุการณ์ใดและบุคคลใดบ้างจะต้องรับผิดชอบกันแค่ไหนอย่างไร

“ไม่ต้องมาเอ่ยชื่อพล.อ.ไพบูลย์เพราะผมไม่สามารถบอกได้ว่าใครถูกหรือไม่ถูก หากคิดว่าตนเองทำถูกก็ขอให้ไปต่อสู้กันที่กระบวนการยุติธรรม. ผมทำงานในรูปคณะกรรมการ มีตัวแทนจากระทรวงที่เกี่ยวข้อง5กระทรวงเข้าร่วม หากมีสิ่งใดที่เห็นว่าไม่ถูกต้องหรือเห็นแตกต่างขอให้ไปต่อสู้กันที่กระบวนการยุติธรรมและไม่ควรมาต่อสู้กันในสื่อมวลชน เพราะมันสร้างความรับรู้ในประเด็นอื่นมากกว่ากระบวนการยุติธรรม”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

 

ยิงบ้านเรืองไกร “เรื่องเล็ก” : บิ๊กป้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249685

คมชัดลึก, การเมือง, ประวิตร, ยิง, บ้าน, เรือง, ไกร, เรื่องเล็ก, บิ๊ก, ป้อม, ยิงบ้านเรืองไกร, บิ๊กป้อม, เรืองไกร

การเมือง  : 21 พ.ย. 59

ยิงบ้านเรืองไกร “เรื่องเล็ก” : บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม” ระบุยิงบ้าน “เรืองไกร” เรื่องเล็ก ตำรวจดูอยู่ ระบุขอจนท.คุ้มครองได้

             21 พ.ย. 59 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระสุนปริศนายิงเข้าบ้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงดูแล แต่ตนไม่รู้ว่าใครคนยิง เรื่องเล็กอย่างนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเอง หากเขาคิดว่าไม่ปลอดภัยสามารถขอเจ้าหน้าที่มาได้ เพื่อให้จัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลความปลอดภัย เราให้ความปลอดภัยกับทุกคน ฉะนั้นเรื่องการดูแลบอกได้เลย ไม่มีปัญหา ขอมาได้ ไม่เลือกว่าใครเป็นใคร ให้ทุกคนถ้าคิดว่าตัวเองไม่ปลอดภัย

 

“ประวิตร” ขอบคุณเพื่อนบ้านร่วมจัดการ “กลุ่มหมิ่นสถาบัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249679

ประเทศเพื่อนบ้าน, ร่วมมือ, หมิ่นสถาบัน, การเมือง, คมชัดลึก, ประวิตร, ขอบคุณ, เพื่อนบ้าน, ร่วม, จัดการ, กลุ่ม, หมิ่น, สถาบัน, กลุ่มหมิ่นสถาบัน, บิ๊กป้อม, กลุ่มคนหมิ่นฯ-โจมตีรัฐบาล, เบส อรพิมพ์

การเมือง  : 21 พ.ย.59

“ประวิตร” ขอบคุณเพื่อนบ้านร่วมจัดการ “กลุ่มหมิ่นสถาบัน”

“บิ๊กป้อม” ขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านให้ความร่วมมือห้าม “กลุ่มคนหมิ่นฯ-โจมตีรัฐบาล” เคลื่อนไหว หลังใช้ความสัมพันธ์คุย ปัดไม่รู้จัก “เบส อรพิมพ์”

            21 พ.ย.59 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมหมิ่นเบื้องสูง ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเคลื่อนไหวผ่านโซเชี่ยลและสถานีวิทยุ ว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปประชุมที่ประเทศเพื่อนบ้านและได้ขอร้องคนที่ไปอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ตนไปประชุมก็ได้บอกว่าถ้ามาอย่างนี้ขอให้ช่วยดูแลกันบ้าง ไม่ใช่มาโจมตีอยู่ข้างบ้าน และคนเหล่านี้ที่ไป มีคดีทั้งนั้น ตนเป็นคนบอกกับเขาเอง เมื่อครั้งไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตรงนี้จึงเป็นที่มาของประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวที่ห้ามคนเหล่านี้ใช้พื้นที่ประเทศเชาเคลื่อนไหว เพราะตนได้บอกกับเขาโดยตรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มบุคคลที่ทำผิดกฎหมายดังกล่าวมีจำนวนเท่าไหร่ที่หนีไปอยู่ต่างประเทศ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พอมี และโจมตีสถาบันอยู่ตรงนี้ตลอด ซึ่งเราต้องดูแล ตอนนี้สิ่งสำคัญคือประเทศเพื่อนบ้านให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี น่าชื่นชม ถือว่าเราคุยกันรู้เรื่อง ก็ดีแล้ว ส่วนการขอให้ประเทศเพื่อนบ้านส่งตัวบุคคลเหล่านั้นกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น เวลานี้ตัวคนเหล่านี้ อยู่ที่ไหนยังไม่รู้ ซึ่งเป็นเรื่องของทางเขา ถ้าได้ตัว เขาคงจะส่งตัวมา แต่จะได้หรือเปล่าตนก็ยังไม่ทราบ แต่ตนได้บอกไปแล้วว่ามีกลุ่มคนเหล่านี้มาโจมตีสถาบันและรัฐบาลอยู่ จะปล่อยอยู่ได้อย่างไร

พล.อ.ประวิตร  ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กองทัพจ้างน.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือเบส อรพิมพ์ ไปบรรยายในหน่วยงานของทหาร ว่า สื่อรู้ได้อย่างไร ใครบอก ตนไม่รู้ ไม่เห็นและไม่ใช่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่คิดว่าตัวเบสเป็นคนเก่ง ตนดูจากทีวี แต่ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากองทัพใช้งานนั้น ไม่ได้มีการขออนุมัติเรื่องเหล่านี้

“จะจริงเท็จอย่างไรยังไม่รู้ ซึ่งในส่วนของความมั่นคงก็ไม่ได้คุย ผมก็ไม่รู้จักตัวเบส และผมก็ยังไม่ได้ถามไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ผมว่าเขาเจตนาดีต่อบ้านเมือง ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” พล.อ.ประวิตร กล่าว

 

“เรืองไกร” ไม่ติดใจยิงบ้าน เดินหน้าสอบทุจริตต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249675

ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, เรือง, ไกร, ไม่, ติดใจ, ยิง, บ้าน, เดินหน้า, สอบ, ทุจริต, ต่อ, เรืองไกร, ไม่ติดใจยิงบ้าน, เดินหน้าสอบทุจริตต่อ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 21 พ.ย. 59

“เรืองไกร” ไม่ติดใจยิงบ้าน เดินหน้าสอบทุจริตต่อ

“เรืองไกร” ไม่ติดใจ ยิงบ้าน หลังจนท. ตรวจสอบ ยันไม่โยงการเมือง ขอบคุณ ตร.ช่วยเหลืออย่างดี ย้ำเดินหน้าสอบทุจริตต่อ

          21 พ.ย. 59 – นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพบรอยกระสุนที่กระจกบ้านพักว่า หลังจากได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางซื่อนั้น วันนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้ามาตรวจสอบ ไม่พบสารตะกั่ว ที่เป็นส่วนประกอบกระสุนปืนบริเวณกระจกที่แตก สันนิษฐานว่าเป็นร่องรอยที่เกิดจากปืนอัดลมลูกเหล็กขนาด 8 มิลลิเมตร เป็นการคึกคะนองของวัยรุ่นที่ยิงเข้ามาตอนกลางคืน จึงตัดประเด็นทางการเมืองออกไป เมื่อเจ้าหน้าที่ว่ามาเช่นนี้ตนก็รับฟัง และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และสน.บางซื่อ ที่ให้การช่วยเหลือตรวจสอบเป็นอย่างดี จากนี้ตนจะยังคงยึดหลักทำงานตรวจสอบการทุจริตให้เกิดความถูกต้องต่อไป เพราะสิ่งที่ตนทำมาทั้งหมดไม่เคยหวังผลทางการเมืองแต่อย่างใด.

 

“บิ๊กป้อม” สั่งสำรวจกล้องซีซีทีวีทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249674

คมชัดลึก, การเมือง, สั่งตรวจ, ซีซีทีวี, บิ๊ก, ป้อม, สั่ง, สำรวจ, กล้อง, ทีวี, ทั่วประเทศ, บิ๊กป้อม, ประวิตร

การเมือง  : 21 พ.ย.59

“บิ๊กป้อม” สั่งสำรวจกล้องซีซีทีวีทั่วประเทศ

“ประวิตร” สั่งสำรวจกล้องซีซีทีวีทั่วประเทศ ขีดเส้นก.พ.-มี.ค.เสร็จ หวังเชื่อมต่อกล้องภาครัฐ-เอกชน พร้อมตรวจสอบงบ เตรียมตั้งกรรมการทีโออาร์

            21 พ.ย.59 –  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบก้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ทั่วประเทศ ครั้งที่1/2559 ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี(เดิม) ว่า ขณะนี้ได้สั่งให้สำรวจกล้องซีซีทีวีทั้งประเทศสามารถเชื่อมต่อให้เป็นเครือข่ายกันทั้งประเทศได้หมดหรือไม่ หลังจากที่ได้เสียงบประมาณติดตั้งไปทั้งหมด ซึ่งจะต้องบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคณะรักษาความสงบ (คสช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และภาคเอกชน ที่จะต้องร่วมดูแล

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งผู้ตรวจของสำนักนายกรัฐมนตรีไปเป็นชุดตรวจในจุดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้การตำรวจ และคสช.ในพื้นที่ ซึ่งกำหนดชัดเจนแล้วว่าต้องสำรวจให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดภายในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ทั้งหมดเพื่อให้รู้ว่าที่ติดตั้งกล้องซีซีทีวีไปทั้งหมดทั่วประเทศติดต่อกันได้หมดหรือไม่ ถ้าไม่หมดจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง อีกทั้งเป็นการสำรวจงบประมาณที่ใช้ไปด้วย อาจจะต้องมีกรรมการขึ้นมาอีกชุดเพื่อมากำหนดเกี่ยวกับเรื่องทีโออาร์ โดยครั้งต่อไปจะต้องติดตั้งกล้องซีซีทีวีตามนี้ เพื่อให้เชื่อมต่อกันได้ทั้งประเทศ

“ในปี 2560 การบูรณาการในเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจน แต่ต้องดูว่าเวลานี้ทำไปแล้วเท่าไหร่ ตั้งแต่ผมเข้ามา 2 ปี ได้สั่งแล้วให้ติดตั้งกล้องซีซีทีวีและไฟแสงสว่างเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ซึ่งก็ทำได้ในระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้เกิดความขัดเจน จึงต้องสำรวจทั้งหมด ถือเป็นความริเริ่มของฝ่ายความมั่นคงที่กราบเรียนขอความอนุมัติจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้อนุมัติมา” พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการได้ว่ากล้องซีซีทีวีทั้งหมด 76 จังหวัดทั่วประเทศมีจำนวนเท่าไหร่ ต้องรอการสำรวจ แต่ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แยกออกไปอยู่แล้ว ซึ่งเขาทำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้จะต้องทำที่เหลือทั้งหมดทั่วประเทศ

 

“ปธ.สนช.” รับข้องใจเปลี่ยนบัตรรัฐสภาใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249662

พรเพชร, สนช., เข้า-ออก, สมาชิก, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, รับ, ข้องใจ, เปลี่ยน, บัตร, รัฐสภา, ใหม่, ปธสนช

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 21 พ.ย. 59

“ปธ.สนช.” รับข้องใจเปลี่ยนบัตรรัฐสภาใหม่

“พรเพชร”ระบุอนุมัติให้ทำบัตรเข้า-ออกรัฐสภาใหม่แล้ว แม้จะไม่เห็นด้วย กำชับคณะทำงานฯจัดจ้างให้โปร่งใส-ราคาถูก-คุ้มค่า พร้อมขอให้ชี้แจงรายละเอียดกับสมาชิกที่ข้องใจ

           21 พ.ย. 59 – นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยืนยันการปรับปรุงและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่รัฐสภา ด้วยการปรับรูปแบบบัตรแสดงตนและบัตรอนุญาตผ่านเข้า – ออก อาคารรัฐสภา มีความเหมาะสม และ ราคาถือว่ามีความสมเหตุผล ซึ่งจากราคาที่เสนอโดยคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงอาคารรัฐสภาและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจรัฐสภา ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. เป็นประธานคณะกรรมการฯ ในราคาใบละ 50 บาท นั้นเป็นราคาที่ไม่แพง เพราะจะปรับจากรูปแบบจากบัตรธรรมดาเป็นแบบสมาร์ทการ์ดที่สามารถเก็บข้อมูลได้ครอบคลุม อย่างไรก็ตามตนยอมรับว่าการปรับเปลี่ยนบัตรแสดงตนและบัตรผ่านเข้าออกบริเวณรัฐสภา ถูกท้วงติงจากสมาชิกสนช. ว่าไม่ควรทำบัตรใหม่ ซึ่งตนเห็นด้วยว่าไม่ต้องทำใหม่ แต่ล่าสุดตนได้อนุมัติไปแล้วและได้กำชับให้คณะกรรมการฯ ที่พิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ราคาถูก คุ้มค่า ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าเหลือวาระดำรงตำแหน่งอีกไม่นานนั้น ทางคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงอาคารรัฐสภาและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยควรมีคำชี้แจงให้ชัดเจน.