”ชี้”ยิงบ้าน“เรืองไกร”เอาใจนาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249658


สมคิด เชื้อคง, เพื่อไทย, เรืองไกร, ชี้, ยิง, บ้าน, เรือง, ไกร, เอาใจ, นาย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 21 พ.ย.59

”ชี้”ยิงบ้าน“เรืองไกร”เอาใจนาย

“เด็กเพื่อไทย”ชี้ยิงบ้าน“เรืองไกร”เอาใจนาย จี้แก้ปัญหาปากท้อง

          21 พ.ย. —  นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวที่บ้านพักนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานพรรคเพื่อไทย ถูกยิงมีรอยกระสุนทะลุกระจก ว่า เป็นการคุกคามและข่มขู่นายเรืองไกรโดยตรง เพราะนายเรืองไกร ได้ร้องเรียนเรื่องความไม่ชอบมาพากล ความไม่โปร่งใสในการทำงานของรัฐบาลหลายเรื่อง อาจเป็นสาเหตุให้เหล่าบริวารไม่พออกพอใจ เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องควรใส่ใจ เพราะคนที่เห็นต่างและต้องการตรวจสอบอำนาจรัฐ ตรวจสอบเงินภาษีของประชาชน กลับถูกกระทำแบบนี้ แม้จะไม่มุ่งหมายเอาชีวิต อนาคตอาจไม่แน่หากปล่อยไปแบบนี้ มันเหมือนมีอำนาจมืดคอยคุกคามฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับผู้มีอำนาจ

ตนเชื่อว่าคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ไม่รู้เรื่องแบบนี้ คงเป็นลูกน้องเอาใจเจ้านาย การข่มขู่มิใช่การแก้ปัญหา เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนดีกว่า เพราะเวลานี้ ชาวบ้านเดือดร้อนยากจนทุกหย่อมหญ้า ราคาข้าวยังต่ำติดดิน โครงการชะลอการขายข้าว(จำนำยุ้งฉาง)ยังไม่ไปถึงไหน หรือโครงการให้ชุมชนหมู่บ้านละ 250,000 บาท ไปดูว่า กว่าจะผ่านโครงการแต่ละแห่งยากแสนเข็ญ มีการเรียกรับหัวคิวเป็นทอดๆ กระทรวงมหาดไทยไปสอดส่องด้วยไม่ใช่คอยแต่รับรายงานในห้องแอร์

ผลาญงบ!? รัฐสภาสั่งทำบัตรแสดงตนสภาใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249603

บัตรแสดงตน, ทำบัตรใหม่, สุรชัย, ผลาญงบ, รัฐสภา, สั่งทำ, บัตร, แสดงตน, สภา, ใหม่

การเมือง  : 21 พ.ย. 2559

ผลาญงบ!? รัฐสภาสั่งทำบัตรแสดงตนสภาใหม่

รัฐสภาสั่งทำบัตรแสดงตนสภาใหม่ อ้างเพื่อความชัดเจน งง สปท.เหลือวาระไม่กี่เดือน ต้องทำด้วย ด้านสนช.ค้าน เปลืองงบประมาณ

            20 พ.ย.59 – รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงอาคารรัฐสภาและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจรัฐสภา ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ได้มีมติปรับรูปแบบบัตรแสดงตนและบัตรอนุญาตผ่านเข้าออกบริเวณรัฐสภา โดยให้สำงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรไปว่าจ้างบริษัทจัดทำบัตรแสดงตนเข้าออกสภาใหม่  ซึ่งทำให้ผู้ต้องมีบัตรใหม่ได้แก่ สมาชิกสมาชิก สนช. และสมาชิก สปท.  ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐสภาทั้งหมด ซึ่งให้สมาชิกเริ่มถ่ายภาพเพื่อทำบัตรแสดงตนใหม่ได้ตั้งวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.นี้

ทั้งนี้มีการระบุเหตุผลว่าเพื่อให้เห็นภาพหน้าตาชัดเจนว่าบุคคลดังกล่าวว่าเป็นใคร ตำแหน่งอะไร สถานะใด  บัตรแต่ละใบสามารถเข้าออกบริเวณใดได้บ้าง

อย่างไรก็ตามสำหรับบัตรแสดงตนข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะหมดอายุในปี 2560 ขณะที่สมาชิก สนช. และสปท.ทำเมื่อเข้าตำแหน่ง  ซึ่งได้ระบุตัวตน หน้าตา ตำแหน่งได้ชัดจน และยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีการชำรุด  ดังนั้นเมื่อมีมติดังกล่าวออกมาทำให้สมาชิกหลายคนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าบัตรเดิมยังใช้การได้ดี ยังไม่ชำรุด โดยสนช.บางคนเพิ่งทำบัตรเมื่อมารายงานตนไม่นานมานี้ และมองว่าอยู่ในวาระอีกแค่ปีเดียว จะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณไปทำไม เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อีกทั้ง สปท.ก็เหลือเวลาการทำงานเพียงไม่กี่เดือนหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ เหตุใดจะต้องทำบัตรแสดงตนใหม่

ทั้งนี้การทำบัตรใหม่มีค่าใช้จ่ายบัตรละ 50 บาท โดยสมาชิกสนช.มีจำนวน 250 คน สมาชิกสปท.จำนวน 200 คน ข้าราชการวุฒิสภา ประมาณกว่า 1,000 กว่าคน  และข้าราชการสภาผู้แทนราษฎรประมาณ 1,000 คน นอกจากนี้การทำบัตรแสดงตนใหม่ยังรวมถึงตำแหน่งผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิก 1 คน และผู้ปฏิบัติงานสมาชิกไม่เกิน 5 คน ตลอดจนตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และตำแหน่งประธานรองประธานที่จะต้องทำบัตรใหม่ทั้งหมดเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายสุรชัย เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

 

“หมอเจตน์ ”ข้องใจ กรธ. โละ กกต.จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249602

คมชัดลึก, กกต.จังหวัด, หมอ, เจตน์, ข้องใจ, โละ, กกต, จังหวัด, หมอเจตน์, กรธ, กกตจังหวัด, ธานี

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

“หมอเจตน์ ”ข้องใจ กรธ. โละ กกต.จังหวัด

“หมอเจตน์ ”ข้องใจ กรธ.โละ กกต.จังหวัด ด้าน“ธานี”เชื่อคุณสมบัติใหม่องค์กรอิสระไม่ทำให้เกิดสูญญากาศ

              20  พ.ย.-  นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า กมธ.กำลังวางแนวทางพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะให้มีกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ 30 คน แต่ยังไม่ได้กำหนดสัดส่วนว่า จะเป็นสนช. สปท. กรธ. และตัวแทนรัฐบาลกี่คน กำลังให้สมาชิกสนช.แจ้งความจำนงมาว่า สนใจเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญชุดใด ส่วนเงื่อนไขการกำหนดคุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระใหม่นั้น ต้องกำหนดให้สอดคล้องกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ สนช.ยังตอบไม่ได้ว่า จะปรับแก้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระมากน้อยเพียงใด แต่กมธ.เคยหยิบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาหารือที่ให้ยกเลิกกกต.จังหวัด และมีผู้ตรวจการเลือกตั้งมาทำหน้าที่แทน เพราะยังสงสัยว่า เคยมีประเทศใดใช้มาก่อนหรือไม่ ผลเป็นอย่างไร เพราะถ้าเป็นของใหม่แล้วนำมาทดลองใช้ในประเทศไทย อาจเหมือนกับใช้สนามเลือกตั้งเป็นเวทีทดลองระบบดังกล่าว ซึ่งกมธ.กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ ยังสรุปไม่ได้ว่า เห็นด้วยกับกรธ.หรือไม่

 ห่วงกติกาใหม่ทำองค์กรอิสระป่วน

นพ.เจตน์กล่าวว่า ส่วนข้อห่วงใยเรื่องเงื่อนไขร่างรัฐธรรมนูญและร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่อาจทำให้กรรมการองค์กรอิสระหลายองค์กรต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น เรื่องนี้มีบทเฉพาะกาลกำหนดว่า การพ้นไปของกรรมการกองค์กรอิสระให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ เชื่อว่า กรธ.คงมีการเขียนบทเฉพาะกาลในกฎหมายลูกออกมาแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว หากต้องพ้นจากตำแหน่งไปจริงๆต้องดูว่า พ้นจากตำแหน่งกี่คน หากพ้นเพียง 1-2 คน ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าพ้นไปเกือบทั้งคณะคงมีปัญหาแน่ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ซึ่งยังไม่รู้ว่า จะใช้เวลาสรรหากรรมการชุดใหม่นานแค่ไหน และระหว่างที่ยังไม่มีกรรมการชุดใหม่ จะทำงานได้หรือไม่ ถ้ามีงานที่ต้องพิจารณาตัดสินในช่วงนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งกมธ.ก็เปรยๆว่า เป็นห่วงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามทราบว่า กรธ.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ขึ้นมาพิจารณาเรื่องคุณสมบัติองค์กรอิสระโดยเฉพาะ คงต้องรอดูรายละเอียดของคณะกรรมการชุดดังกล่าวก่อน

นายธานี อ่อนละเอียด กมธ.พิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช.กล่าวว่า ขณะนี้กมธ.ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระว่าเห็นด้วยกับแนวทางที่กรธ.เสนอมาหรือไม่ เชื่อว่า เงื่อนไขคุณสมบัติใหม่ของกรรมการองค์กรอิสระ คงไม่มีปัญหาถึงขั้นทำให้องค์กรอิสระทำงานไม่ได้ องค์กรอิสระต้องยอมรับกฎหมายที่ออกมา   อย่างไรก็ตามในฐานะที่สนช.ต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จึงเตรียมจัดสัมมนาระดมความเห็นเรื่องร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระ ในเดือนธ.ค.นี้ โดยจะเชิญกรธ. และตัวแทนองค์กรอิสระต่างๆมาให้ข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใย เพื่อให้สนช.นำมาศึกษาให้ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป

 

คสช.ชี้ มีคนหวังสร้างความแตกแยก ปม“เบส อรพิมพ์”พาดพิงคนอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249600

สร้างกระแสสร้างความแตกแยก, คมชัดลึก, คสช, ชี้, หวัง, สร้าง, ความแตกแยก, เบส, อรพิมพ์, พาดพิง, อีสาน, คสชชี้, ปมเบส, อรพิมพ์พาดพิงคนอีสาน

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

คสช.ชี้ มีคนหวังสร้างความแตกแยก ปม“เบส อรพิมพ์”พาดพิงคนอีสาน

คสช.ขอ คนไทยตั้งสติ “เบส” พาดพิงคนอีสาน แจงจ่ายค่าตอบแทนตามเรทกองทัพ

           เมื่อวันที่ 20 พ.ย.พ.อ.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง เสียงวิจารณ์การเชิญ เบส อรพิมพ์ รักษาผล นักพูดชื่อดัง มาบรรยายให้กำลังพลกองทัพบกโดยมีอัตราค่าตอบแทนที่สูงว่า ใครก็ตามที่มีความรู้ความสามารถเป็นวิทยากรเก่ง ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการต่างๆ กองทัพจะเชิญมาให้ความรู้กับกำลังพลเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องเบสคนเดียวหากถามว่าเคยเชิญน้องเบสหรือไม่ ก็ตอบว่าเคยเชิญมาเพราะเป็นวิทยากรที่พูดโน้มน้าว สร้างความรู้สึกที่ดีมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย คสช. ต้องปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามหน้าที่อยู่แล้ว

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนวิทยาการสูงเกินไปหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด ว่าจ่ายชั่วโมงละเท่าไหร่ บางครั้งวิทยากรก็ไม่ได้เรียกค่าตอบแทนมา เพราะเขาตั้งใจมาด้วยความสมัครใจ ทั้งนี้ในส่วนของวิทยากรก็มีเรทของเขา ในส่วนของ กระทรวง ทบวง กรม ก็มีเรทของแต่ละหน่วยงาน ตามหลักการใช้งบประมาณการบริหารราชการแผ่นดิน

“อย่าไปมองเรื่องค่าตัว แล้วมาจับผิดว่ากองทัพบกต้องจ่ายเป็นชั่วโมงละ 30,000 บาท 2 ชั่วโมงก็ 60,000 บาท เรามองเพียงว่านำวิทยากร ที่มีความรู้ความสามารถ มาบรรยายให้กับกำลังพล ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ขณะนี้มีกลุ่มคนจุดกระแสเพื่อนำไปสู่ความแตกแยก พอเราชี้แจงเรื่องนี้ได้ ก็พยายามบิดเบือนให้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากมองอย่างเป็นกลาง ว่าวิทยากรเขาพูดเรื่องอะไร ผมว่าตรงนั้นเป็นแก่นสารมากกว่า เพราะเขามาพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในแง่ของความจงรักภักดี ในฐานะที่เป็นคนไทยและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องเทิดทูนและรักษาไว้” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ขอให้คนไทยตั้งสติ ในการที่จะรับรู้ รับฟัง คิดวิเคราะห์ แยกแยะประเด็นที่เกิดขึ้นในโซเชียลเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา คือพูดพาดพิงพี่น้องคนไทยภาคอีสาน แต่เราต้องมาดูว่าภาพรวมเขาพูดว่าอะไร ซึ่งตนก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่สามารถที่จะบอกได้เกิดอะไรขึ้น แต่เท่าที่ได้ติดตามในการพูดเราก็มองกลางๆ ว่าเขามีความจงรักภักดี เพราะฉะนั้นเนื้อหาโดยรวมคิดว่าเขาคงพูดพาดพิงคนที่ไม่ได้จงรักภักดี ที่เป็นคนส่วนน้อย ที่ยังมีภาพการเคลื่อนไหวอยู่ในโลกโซเชียล

 

“ธิดา”ปัดเอี่ยวทนายแดง ยื่นฟ้อง“นักพูด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249573


ธิดา ปัด ไม่อยู่เบื้องหลัง ฟ้อง นักพูด, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ธิดา, ปัด, เอี่ยว, ทนาย, แดง, ยื่นฟ้อง, นักพูด, ธิดาปัดเอี่ยวทนายแดง, ยื่นฟ้องนักพูด, แกนนำนปช

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

“ธิดา”ปัดเอี่ยวทนายแดง ยื่นฟ้อง“นักพูด”

“แกนนำนปช.”ปัดเอี่ยวทนายแดง ยื่นฟ้องนักพูด ฝากเครือข่ายนปช. ยุตินำประเด็นขยายผล-ตอบโต้ เชื่อกรณีนี้“เบสท์”ได้บทเรียน เตือนทุกฝ่ายลบอคติในใจ

          20 พ.ย. 59 – นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า นปช. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อกรณีที่นายคารม พลพรกลาง ทนายความกลุ่ม นปช. เข้าแจ้งความเอาผิดน.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบสท์ นักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กรณีพูดข้อความที่มีลักษณะดูหมิ่นคนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)ทั้งนี้เข้าใจว่านายคารมทำในนามส่วนตัวเพราะนายคารมเป็นคนภาคอีสาน อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่ขยายผล เพราะเชื่อว่าประชาชนทั่วไป หรือประชาชนในภาคอีสานมีวุฒิภาวะเพียงพอ แม้จะไม่ชอบใจต่อคำพูดของน.ส.อรพิมพ์ แต่จะไปนำประเด็นไปปลุกระดมเพื่อโต้ตอบแน่นอน เพราะถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ส่วนบุคคลใดที่ไม่พอใจขอให้ทำความเข้าใจว่าเป็นตัวอย่างด้านลบที่ไม่ควรทำตาม

“ สิ่งที่คุณเบสท์ได้รับจากสิ่งที่ทำ เชื่อว่าเธอได้บทเรียนแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือรับ ไม่รับงานมา ทั้งนี้มีผู้บอกว่าคุณเบสท์รับงานมา แต่ฉันไม่เชื่อเช่นนั้น ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายพึงสังวรณ์ด้วยว่าเกิดจากความคิดที่ไม่เหมาะสมและความมีอคติในใจ ดังนั้นทางแก้ไขคือต้องลบอคติที่อยู่ในใจ เพราะหากไม่ลบอคติในใจแล้ว คุณอาจเผลอพูดออกมาและเกิดปฏิริยาความไม่พอใจได้ ” นางธิดา กล่าว

นางธิดา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เครือข่ายโซเชียลแชร์ข้อความที่ระบุว่านปช. อยู่เบื้องหลังการขยายผลจากคำพูดของ น.ส.อรพิมพ์เพื่อหวังกระทบความมั่นคง นั้นไม่มีส่วนใดที่จะโยงว่า นปช. อยู่เบื้องหลังได้ เพราะนปช. ไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างน.ส.อรพิมพ์ให้พูด ดังนั้นหากจะกล่าวหาว่าใครอยู่เบื้องหลังควรดูว่าใครเป็นผู้จ้าง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากคลิปวีดิโอที่เผยแพร่ที่พบว่ามีทหารร่วมด้วย ทั้งนี้ตนไม่กล่าวหาว่าทหารเป็นผู้กระทำ

 

“ธิดา”นำทัพ”นปช.”แจกอาหารปชช.ที่สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249571


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ธิดา แกนนำนปช., นปช., ธิดา, ทัพ, นปช, แจก, อาหาร, ปชช, ที่, สนามหลวง

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

“ธิดา”นำทัพ”นปช.”แจกอาหารปชช.ที่สนามหลวง

“ธิดา” ควง “เหวง” แจกอาหารฟรี ให้ปชช.ที่สนามหลวง ย้ำแสดงถึงความจริงใจปชช.ไทยรักกัน ไม่แยกสีเสื้อ-ภูมิภาค

          20 พ.ย. 59 – ที่เต้นท์บริจาคอาหาร ที่ 23 บริเวณสนามหลวง ฝั่งเหนือ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยนพ.เหวง โตจิราการ แนวร่วม นปช. อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและสมาชิกนปช.กทม. ได้นำอาหารปรุงสำเร็จ น้ำผลไม้ และน้ำดื่ม จำนวน 1,500 ชุดมาแจกให้ประชาชนที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาม ในพระบรมมหาราชวังและประชาชนทั่วไป โดยได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าแถวรอรับอาหารอย่างต่อเนื่องจนอาหารและเครื่องดื่มหมด และบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย

 

นางธิดา กล่าวว่า ตนและกลุ่มนปช.กทม. ที่ร่วมทำอาหารเพื่อแจกให้ประชาชนพื้นที่สนามหลวงนั้น ถือเป็นการแสดงความรู้สึกเศร้า เสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ร่วมกัน และเพื่อแสดงความความจริงใจว่าประชาชนไม่ว่าสีเสื้อใด หรือ อยู่ภูมิภาคใดล้วนมีความรักให้แก่กัน และไม่เป็นไปตามที่มีผู้กล่าวหาตามที่เป็นประเด็นในขณะนี้ ทั้งนี้หากมีโอกาสตนและกลุ่มประชาชนประมาณ 30 คน ที่ริเริ่มทำอาหารจะจัดทำอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนต่อไป

 

“บิ๊กจิน”ชวน”ซัคเคอร์เบิร์ก”เยือนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249569


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ประจิน เชิญยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เยือนไทย, บิ๊ก, จิน, ชวน, ซัค, เคอร์, เบิร์ก, เยือน, ไทย, บิ๊กจิน, รองนายกฯ

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

“บิ๊กจิน”ชวน”ซัคเคอร์เบิร์ก”เยือนไทย

“รองนายกฯ”หารือกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปค ขอบคุณมิตรประเทศทั่วโลก เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9

          19 พ.ย. 59 – พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี หารือกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปค (U.S. – APEC Business Coalition)โดย รองนายกรัฐมนตรีมีความยินดีที่ได้พบกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจสหรัฐอเมริกา–เอเปคในวันนี้ ซึ่งมีคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ จากกว่า20บริษัทชั้นนำจากหลายสาขาธุรกิจ อาทิ เหมืองแร่ พลังงาน การเงิน การตลาด และสุขภาพ เป็นต้น

รองนายกรัฐมนตรียินดีที่ได้เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าไทยจะประสบการสูญเสียอันยิ่งใหญ่แต่ก็ทำให้เห็นและตระหนักได้ว่า ไทยยังมีเพื่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลกที่ได้เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัย โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ เพื่อเดินหน้าไปสู่ความรุ่งเรืองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้แนวทางไว้โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกับภาคเอกชน และการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจโลกของไทยจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี พ.ศ.2560นั้น ประเทศไทยยังคงเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยและการปฎิรูปประเทศอย่างรอบด้าน

พลอากาศเอกประจิน กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า การปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง และกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ไทยหรือที่เรียกว่า ประเทศไทย4.0จะช่วยให้ไทยพร้อมรับกับความท้าทายใหม่ๆ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับนโยบายประเทศไทย4.0คือ ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของชาติ ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยการปฏิรูปด้านการเมือง โดยกำหนด 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ S-Curve เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาและความร่วมมืออื่น ๆส่วนโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลได้ลงทุนเป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ (Physical Infrastructure)และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอล (Digital Infrastructure)ของประเทศ โดยมีแผนที่จะลงทุนกว่า5พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีก5ปีข้างหน้า ทั้งทางด่วนยกระดับ ถนน รถไฟฟ้าความเร็วสูง และรางคู่ เป็นต้น รวมทั้งขยายระบบการเดินทางขนส่ง ทั้งทางเรือ และอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบริการ

ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลรัฐบาลมีแผนในการพัฒนาInternet Gatewayโดยได้ลงทุนในสายเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว ที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ซึ่งนี้จะช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านดิจิตอลของอาเซียน นอกจากนี้รัฐบาลพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไปยังหมู่บ้านในพื้นที่ชนบท ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถทำการค้าขายได้แบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce)และยังได้พัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-payment platform)ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรมระหว่างหน่วยงาน ธุรกิจ และบุคคล

พลอากาศเอกประจิน กล่าวด้วยว่า โมเดลThailand 4.0 และ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายการต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve)ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ5)อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และการเติม5อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 2.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 3.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 4.อุตสาหกรรมดิจิตอล 5.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ทั้ง 10 อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของไทยในอนาคตการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ มีการปฏิรูปภาษีและศุลกากร รวมถึงการขจัดปัญหาคอรัปชัน ทั้งนี้รายงานผลการศึกษาเพื่อจัดอันดับความยาก–ง่ายในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หรือEase of Doing Businessจัดทำโดยธนาคารโลกนั้น ในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่46จากเดิมอยู่อันดับที่49

ส่วนการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs และธุรกิจใหม่ (Startups)เป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจไทย รัฐบาลดำเนินนโยบายการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และโอกาส รวมถึงเพิ่มความสามารถในการเข้าสู่ตลาด โดยใช้ระบบ E-Commerce ทั้งนี้การพัฒนาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดแรงงานที่มีความสามารถ ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้และความสามารถของแรงงานไทย

โอกาสนี้US-APEC แสดงความขอบคุณที่รองนายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้เข้าพบ และได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจไทย และกล่าวแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวไทยUS-APEC แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย และยินดีที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่สำคัญ และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมาก พร้อมแสดงความชื่นชมนโยบายประเทศไทย4.0และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่เป็นนโยบายสำคัญซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศไทยในอนาคตจากนั้นพลอากาศเอกประจิน ได้พบกับนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊คระหว่างการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 24 (The24th APEC Leaders’ Meeting)จึงถือโอกาสเชิญชวนเยือนเมืองไทยในช่วงต้นปี 2560 ด้านนายมาร์คตอบรับว่าหากมีโอกาสก็ยินดีมาเมืองไทย

 

“ธิดา”วอน”คนนปช.”หยุดขยายปม“นักพูดสาว”หมิ่นคนอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249564


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ข่าวการเมือง 8, ธิดา, วอน, นปช, หยุด, ขยาย, นักพูด, สาว, หมิ่น, อีสาน, นักพูดสาว

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

“ธิดา”วอน”คนนปช.”หยุดขยายปม“นักพูดสาว”หมิ่นคนอีสาน

“ธิดา ประธานที่ปรึกษา นปช.”วอนคนนปช. หยุดขยายผลปม“นักพูดสาว”หมิ่นคนอีสาน

20 พ.ย. 59 – นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา กลุ่มนปช.” ขอสมาชิกนปช.อย่านำประเด็น นักพูดสาวหมิ่นคนอีสาน ขยายผลสร้างความขัดแย้ง ปัดไม่เกี่ยวทนายแดงใช้สิทธิ์ทางกฎหมายแจ้งความหมิ่น

อ่านเพิ่มเติม : http://www.komchadluek.net/news/politic/249573

 

“ไทย”พร้อมช่วยด้านเกษตร”ปาปัวนิวกินี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249560


ไทย พร้อมช่วย ปาปัวนิวกินี, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ไทย, พร้อม, ช่วย, ด้าน, เกษตร, ปัว, นิวกินี, ปาปัวนิวกินี, บิ๊กจิน, นายกฯปาปัวนิวกินี

การเมือง  : 20 พ.ย. 2559

“ไทย”พร้อมช่วยด้านเกษตร”ปาปัวนิวกินี”

“บิ๊กจิน”หารือ“นายกฯปาปัวนิวกินี”ระบุไทยพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตร และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          19 พ.ย. 59 – เวลา09.30น. ตามเวลาท้องถิ่น พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 24 ที่กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู หารือข้อราชการกับนายปีเตอร์ โอนีล นายกรัฐมนตรีรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์เมื่อ ค.ศ.1976และหวังผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างกันให้รุดหน้า

นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีแสดงความขอบคุณไทยที่ให้การสนับสนุนปาปัวนิวกินีด้วยดีตลอดมา และขอบคุณที่นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในปาปัวนิวกินีมากขึ้น รองนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ปาปัวนิวกินีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้องในปี2561ไทยพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์และสนับสนุนปาปัวนิวกินี ในเรื่องกระบวนการเตรียมการเป็นเจ้าภาพดังกล่าว ด้านความร่วมมือทวิภาคี นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีประสงค์ให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น การเกษตร (ปลูกข้าว) การท่องเที่ยว สาธารณสุข ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยยินดีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์แก่ปาปัวนิวกินี ในด้านดังกล่าว รวมถึงsmart farmerและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีเชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนเพิ่มในสาขาประมง อุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติและเหมืองแร่ ซึ่งเป็นสาขาที่ปาปัวนิวกินีมีศักยภาพ นอกจากนี้ปาปัวนิวกินียังหวังให้มีการเพิ่มเส้นทางเที่ยวบินตรงระหว่างไทยและปาปัวนิวกินี เพื่อเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของทั้งสองประเทศ

 

“พรเพชร”สั่งสนช.เตรียมพร้อมประชุมนัดพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249521

คมชัดลึก, วาระพิเศษ, พรเพชร, สั่ง, เตรียมพร้อม, ประ, มนัด, พิเศษ

การเมือง  : 19 พ.ย. 2559

“พรเพชร”สั่งสนช.เตรียมพร้อมประชุมนัดพิเศษ

ประธานสนช. สั่งให้สมาชิกสนช.เตรียมพร้อมเข้าร่วมประชุม ไม่ให้ไปไหน 28 พ.ย.- 2ธ.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมร่วมประชุม สนช. ในช่วงเวลาดังกล่าวเนื่องจากอาจมีวาระพิเศษ

             ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)วันที่ 1-2 ธ.ค.จะมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าว นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้มีคำสั่งเป็นการภายในขอให้สมาชิกสนช.เตรียมพร้อมเข้าร่วมประชุม ไม่ให้เดินทาง หรือลาไปไหนในช่วงระหว่างวันที่ 28 พ.ย.- 2ธ.ค. เพื่อเตรียมความพร้อมร่วมประชุมสนช.ในช่วงเวลาดังกล่าวตลอดเวลา เนื่องจากอาจจะมีวาระพิเศษสำคัญเข้ามา จึงขอให้สมาชิกสนช.เตรียมความพร้อมไว้