ทร.2,500นาย ร้องเพลงสรรเสริญฯ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249412

นายร้องเพลงสรรเสริญฯ, 2500, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ผบ.ทร. นำกำลังพลร้องเพลงสรรเสริญฯ บนเรือจักรีนฤเบศร, ทร2500, นาย, ร้องเพลง, สรรเสริญ, เรือ, หลวง, จักรี, ทร2500นาย, ร้องเพลงสรรเสริญฯ, ยิงสลุตหลวง
นายร้องเพลงสรรเสริญฯ, 2500, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ผบ.ทร. นำกำลังพลร้องเพลงสรรเสริญฯ บนเรือจักรีนฤเบศร, ทร2500, นาย, ร้องเพลง, สรรเสริญ, เรือ, หลวง, จักรี, ทร2500นาย, ร้องเพลงสรรเสริญฯ, ยิงสลุตหลวง

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

ทร.2,500นาย ร้องเพลงสรรเสริญฯ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

“ผบ.ทร.”เผยกองทัพเรือ สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ“ร.9”นำกำลังพล 2,500 นายร้องเพลงสรรเสริญฯ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

ทร.2,500นาย ร้องเพลงสรรเสริญฯ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

18 พ.ย. 59 –  ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.กล่าวเปิดเผยภายหลังร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือครบรอบ 110 ปีว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมาตนนำข้าราชการกองทัพเรือจำนวน 2,500 นายร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ลอยลำกลางอ่าวไทย พร้อมเรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงปิ่นเกล้า และ เรือ ต.996 ซึ่งนอกจากเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้วยังได้ขับร้องเพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงดาบของชาติ อันเป็นเพลงพระนิพนธ์ในพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ นับตั้งแต่การเสด็จนิวัติพระนครจนถึงเสด็จสวรรคต เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พล.ร.อ.ณะ กล่าวอีกว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกของราชนาวีไทยที่กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือลำนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ พระบาทสมเด็จพระทรงพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่าผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2539 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธี นอกจากนี้ เรือหลวงนเรศวร และเรือหลวงตากสิน ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานชื่อเรือทั้งสองลำนี้เช่นกัน ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงนเรศวร และเรือหลวงตาก เพื่อความเป็นสิริมงคลยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีแก่กองทัพเรืออย่างหาที่สุดที่มิได้

พล.ร.อ.ณะ กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานชื่อ“ เรือหลวงปิ่นเกล้า ” ตามพระราชทินนามของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเรือหลวงปิ่นเกล้ามีภารกิจเป็นเรือ“ยิงสลุตหลวง” ถวายที่พระราชวังไกลกังวลทุกครั้งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเรือถวายอารักขาในหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล และทุกครั้งที่แปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล เรือหลวงปิ่นเกล้าได้ทำการยิงสลุต 21 นัด ถวายฯซึ่งเป็นเรือลำเดียวที่ยิงสลุตด้วยปืนใหญ่เรือขนาด 76/50 และเข้าไปยิงใกล้ฝั่งที่สุดในระยะ 1,400 หลาทำให้ได้ยินเสียงปืนใหญ่และประกายไฟที่ชัดเจนกว่าเรือทั่วไป ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีคุณูปการแก่กองทัพเรือเป็นอเนกอนันต์ ซึ่งทหารเรือทุกนายต่างซาบซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานแก่บรรดาเหล่าทหารเรือเป็นล้นพ้น

 

ม.202(1)ปิดช่องเวียนเก้าอี้กก.องค์กรอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249410


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, มีชัย แจงม.202(1), ม2021, ปิด, ช่อง, เวียน, เก้าอี้, องค์กรอิสระ, มีชัย

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

ม.202(1)ปิดช่องเวียนเก้าอี้กก.องค์กรอิสระ

“มีชัย”แจงม.202(1)ปิดช่องเวียนเก้าอี้กก.องค์กรอิสระ ย้ำกก.สรรหาชี้ขาด ยันปธ.ศาลนั่งหัวโต๊ะไร้การเมืองแน่ ชี้ม.267 สนช.ตีตกร่างกมธ.ร่วมต้องร่างใหม่

          18 ต.ค. 59 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงคุณสมบัติต้องห้ามของคณะกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติมาตรา 216 (3) ประกอบมาตรา 202 (1) ห้ามเคยเป็นองค์กรอิสระมาก่อนว่าขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาเพราะกฎหมายลูกกกต.ที่จะออกมาเรากำหนดให้คณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 วินิจฉัยเองไม่ต้องมีคนมาร้องโดยจะทำการสอบประวัติทุกคนของทุกหน่วยงานใครขาดคุณสมบัติก็ชี้มาส่วนเจตนารมย์ของกรธ.ในมาตราดังกล่าวไม่ต้องการให้บุคคลเดิมทำหน้าที่ซ้ำไปซ้ำมาอีกแต่ตอนที่กรรมการองค์กรอิสระที่เข้ามาได้ตามรัฐธรรมนูญเดิมเพราะไม่มีข้อห้ามนี้กรธ.จึงให้คณะกรรมการสรรหาหาข้อยุติไม่ต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญทั้งนี้เชื่อว่าการชี้ขาดคุณสมบัติและการสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่กระทบต่อการเลือกตั้งที่ผ่านมาเวลากกต.ครบวาระเข้ามาใหม่ยกชุดก็ยังทำงานกันได้หากไม่มีการสรรหากกต.ใหม่เลยกกต.เดิมเขาก็ต้องศึกษาเนื้อหาในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องอยู่ดี

 

เมื่อถามว่าการให้อำนาจคณะกรรมการสรรหามาตรา203สรรหาบุคคลนอกเหนือจากที่มารับสมัครได้จะมีประเด็นการเมืองหรือไม่นายมีชัยกล่าวว่าประธานคณะกรรมการสรรหากำหนดให้เป็นประธานศาลฎีกาคงไม่มีเหตุอะไรจะกลายเป็นเรื่องการเมืองที่ผ่านมาสรรหากันตามที่มาสมัครก็โดนเรื่องใครเป็นคนของใครจึงเปิดช่องให้กว้างขึ้นมองคนนอกได้มันเป็นของใหม่ต้องลองใช้แล้วศึกษาข้อดีข้อเสียใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามรัฐธรรมนูญให้เดินไปตามโรดแมป

 

เมื่อถามว่าขั้นตอนผ่านกฎหมายลูกตามมาตรา 267 หากสนช.มีมติ 2 ใน 3 ตีตกกฎหมายลูกของกมธ.ร่วมระหว่างสนช.กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไรเพราะไม่ได้กำหนดไว้นายมีชัยกล่าวว่าหากไปถึงการตั้งกมธ.ร่วมแสดงว่าสนช.ต้องมีการแก้ไขร่างกฎหมายลูกที่ขัดต่อเจตนารมย์ของกรธ.แล้วเมื่อกมธ.ร่วมเสนอร่างกฎหมายให้สนช.อีกครั้งแล้วถูกตีตกด้วยเสียง 2 ใน 3 มาตรา 267 ไม่ได้บอกว่าให้สนช.ไปนำร่างเดิมที่แก้ไขก่อนมีการตั้งกมธ.ร่วมมาลงมติเห็นชอบใหม่อีกครั้งคิดว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลคงต้องเป็นผู้ร่างกฎหมายลูกตัวนั้นมาให้สนช.พิจารณาใหม่เองหรือหากยังไม่ครบกำหนด8เดือนกรธ.อาจจะร่างให้ใหม่ได้

 

นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับกรธ.คงไม่ทักท้วงถึงขนาดคุยกันไม่ได้จนต้องไปตั้งกมธ.ร่วมเพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความเห็นต่างแต่ต้องไม่กระทบหลักการเช่นเห็นต่างเรื่องโทษประหารชีวิตจึงแก้ให้เหลือจำคุก 20 – 30 ปีแทนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสิ่งที่เรานำเสนอไปต้องสุดโต่งพอไปถึงขั้นต่อไปเขาอาจปรับเปลี่ยนได้ความเห็นต่างสามารถคุยกันได้เชื่อว่าไม่น่ามีประเด็นขัดแย้งรุนแรง

 

“คสช.”เตือน”แกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249390


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, คสช.เตือนแกนนำต้านโรงไฟฟ้า, คสช, เตือน, แกนนำ, ต้าน, โรงไฟฟ้า, ถ่านหิน, กระบี่, ปิยพงศ์

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

“คสช.”เตือน”แกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่

“ปิยพงศ์”เตือนแกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินใต้ประท้วงหน้าทำเนียบฯ ให้เคลื่อนไหวในกรอบกม. แนะยื่นหนังสือถึง นายกฯ

          18 พ.ย. 59 –  พ.อ.ปิยพงศ์  กลิ่นพันธุ์  ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) กล่าวถึงกรณีที่แกนนำคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่จังหวัดกระบี่โกนหัวประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเช้านี้ว่า  คสช.และรัฐบาล ได้รับทราบปัญหาเรื่องนี้และกำลังให้ติดตามดูแลปัญหาจากส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่การประท้วงหรือชุมนุมในห้วงเวลานี้คงต้องระมัดระวัง เพราะมาตราและกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังคงบังคับใช้อยู่ ซึ่งคสช.ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย หรือเกิดความไม่เรียบร้อย จนเกิดปัญหาตามมา   ดังนั้น ควรใช้กลไกของคณะกรรมการไตรภาคี ที่ประกอบไปด้วย ภาครัฐ ประชาชน และ นักวิชาการ  เพื่อนำผลของการประชุมไปแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และเป็นระบบ  หากผลการประชุมไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้เป็นผลสัมฤทธิ์อย่างที่ได้ตกลงกันไว้ ก็สามารถยื่นเรื่องผ่านไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เพื่อให้ดำเนินการตามที่ที่ประชุมตกลงกันไว้

http://www.komchadluek.net/news/politic/249385 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

”โกนหัว-นั่งสมาธิประท้วง “รบ.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249385


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, เครือข่ายปกป้องอันดามัน, โกน, หัว, นั่งสมาธิ, ประท้วง, กระบี่


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, เครือข่ายปกป้องอันดามัน, โกน, หัว, นั่งสมาธิ, ประท้วง, กระบี่

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

”โกนหัว-นั่งสมาธิประท้วง “รบ.”

“เครือข่ายปกป้องอันดามัน”บุก“ทำเนียบ”โกนหัว-นั่งสมาธิประท้วง“รบ.” เตือนรบ.รักษาคำสัญญาให้ “กระบี่” ทำพลังงานหมุนเวียน 3 ปี โดยไม่สร้างโรงไฟฟ้า-ท่าเรือฯ

          18 พ.ย. 59 – ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ตรงข้ามประตู4 ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจำนวน 8 คน นำโดยนายประสิทธิชัย หนูนวล และนายอัครเดช ฉากจินดา เดินทางมาทำกิจกรรมนั่งสมาธิภาวนาบนทางเท้า โดยนายอัครเดช 1 ในเครือข่ายฯได้โกนหัวประท้วง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาคำสัญญาที่ให้จังหวัดกระบี่ทำพลังงานหมุนเวียน และยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงยุติการทำท่าเรือขนส่งถ่านหิน

 

เนื่องจากรัฐบาลยอมรับเงื่อนไขของทางเครือข่ายฯเมื่อเดือนส.ค.58ด้วยการให้ชะลอกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และยุติการประมูลโรงไฟฟ้าและท่าเรือขนส่งถ่านหิน แต่ต่อมากลับปรากฏว่ารัฐบาลได้เสียสัตย์ด้วยการประกาศให้บริษัท ไซน่าพาวเวอร์และอิตาเลี่ยนไทยเป็นผู้ชนะการประมูลโรงไฟฟ้าและท่าเรือฯ ดังนั้นทางเครือข่ายฯจึงมาทวงคำสัญญาที่รัฐบาลรับปากไว้แล้วว่าจะให้จังหวัดกระบี่ทำพลังงานหมุนเวียน 3 ปี เพื่อการพึ่งตนเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้การสนับสนุนสายส่งและการรับซื้อเข้าสู่ระบบจากรัฐบาล โดยทางเครือข่ายฯจะขอยืนหยัดจนกว่าคำสัญญานั้นจะคืนสู่ความเป็นธรรมให้กับประชาชนผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือ ให้เครือข่ายฯยกเลิกการจัดกิจกรรมดังกล่าว และจัดเก็บอุปกรณ์ออกนอกพื้นที่

 

“บิ๊กป้อม” ไม่ตำหนิ จนท.เหตุบึ้มภาคใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249375

ใต้, จนท., ผู้ก่อเหตุ, สันติสุข, ไทย, มาเลย์, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, บิ๊ก, ป้อม, ไม่, ตำหนิ, จนท, เหตุ, บึ้ม, ภาคใต้, บิ๊กป้อม, ไม่ตำหนิ, จนทเหตุบึ้มภาคใต้, ประวิตร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 18 พ.ย. 2559

“บิ๊กป้อม” ไม่ตำหนิ จนท.เหตุบึ้มภาคใต้

“ประวิตร” ไม่ตำหนิ จนท.เหตุบึ้มภาคใต้ ชี้ผู้ก่อเหตุพยายามสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถก่อเหตุได้ ยันการพูดคุยสันติสุขไทย-มาเลย์ มีความก้าวหน้า

 

18 พ.ย.59 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) ครั้งที่ 1/2559 ว่าการประชุมวันนี้ เป็นการพูดคุยถึงการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงในอนาคต ไม่ได้มีการพูดคุยถึงปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้

เมื่อถามถึงสถานการณ์วางเหตุการณ์วางระเบิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางด้านการข่าวทราบมาก่อน ไม่ขอตำหนิเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่จากนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่านี้ เพราะผู้ก่อเหตุพยายามสร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถก่อเหตุได้ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแตนภาคใต้ (ศชต.) ต้องช่วยกันมากขึ้น โดยเฉพาะต้องอาศัยความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ในการชี้เบาะแสให้มากขึ้น ถ้าหากเทียบกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ถือว่าน้อยลง แต่เราไม่อยากให้เกิด โดยเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มผู้ก่อเหตุมุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งทั้งทหารพรานและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ร่วมกันในการแก้ไขปัญหา

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ในการประชุมกับทางการมาเลเซียก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันถึงการรักษาความสงบร่วมกัน เพราะเขาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุขว่าจะดำเนินการพูดคุยอย่างไรภายใต้การดำเนินการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-มาเลเซีย ที่จะเป็นผู้ลงรายละเอียดในเรื่องนี้ รวมถึงพูดคุยถึงการแก้ปัญหาบุคคลสองสัญชาติ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันให้เป็นรูปธรรมว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้เราได้ส่งรายชื่อให้ทางการมาเลเซียตรวจสอบแล้ว ถือเป็นความร่วมมือที่มีความก้าวหน้ามาก และหลังจากนี้ปัญหาเรื่องผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และรั้วชายแดนจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เมื่อถามว่าการสร้างรั้วชายแดนจะมีรูปธรรม และมีการก่อสร้างเมื่อใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องให้ทั้งสองประเทศตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพูดคุยเพื่อกำหนดรูปแบบ รายละเอียด การกำหนดคนที่จะออกงบประมาณก่อน รวมถึงจะสร้างตรงไหนอย่างไร เพราะไม่ได้สร้างรั้วตลอดแนว แต่จะสร้างเฉพาะจุดที่ไม่สามารถลาดตะเวนไปถึงได้  นอกจากนี้ในการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ไม่มีการพูดคุยถึงนโยบายการต่างประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา โดยประเทศไทยไม่ต้องเตรียมรับมือกับเรื่องนี้ คงต้องรอให้เขาประกาศนโยบายออกมาก่อน.

 

“บิ๊กตู่” ย้ำ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249369

ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์, นายกฯ, ลงพื้นที่, ปทุมธานี, 20 ปี, ต่อเนื่อง 20 ปี, น้ำ, การเมือง, คมชัดลึก, บิ๊กตู่ , ย้ำ, สร้าง, ความต่อเนื่อง, บิ๊กตู่ ย้ำ, สร้างความต่อเนื่อง, บิ๊กตู่, ปทุมฯ, รัฐบาล, น้ำจะมาแบบปี 54 หรือไม่, ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี, ครั
ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์, นายกฯ, ลงพื้นที่, ปทุมธานี, 20 ปี, ต่อเนื่อง 20 ปี, น้ำ, การเมือง, คมชัดลึก, บิ๊กตู่ , ย้ำ, สร้าง, ความต่อเนื่อง, บิ๊กตู่ ย้ำ, สร้างความต่อเนื่อง, บิ๊กตู่, ปทุมฯ, รัฐบาล, น้ำจะมาแบบปี 54 หรือไม่, ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี, ครั
ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี, ประยุทธ์, นายกฯ, ลงพื้นที่, ปทุมธานี, 20 ปี, ต่อเนื่อง 20 ปี, น้ำ, การเมือง, คมชัดลึก, บิ๊กตู่ , ย้ำ, สร้าง, ความต่อเนื่อง, บิ๊กตู่ ย้ำ, สร้างความต่อเนื่อง, บิ๊กตู่, ปทุมฯ, รัฐบาล, น้ำจะมาแบบปี 54 หรือไม่, ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี, ครั

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

“บิ๊กตู่” ย้ำ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ “ปทุมฯ” ติดตามการบริหารจัดการน้ำ โวน้ำไม่ท่วม ปีนี้ เพราะการจัดการของ “รัฐบาล” ลั่น จะรบเพื่อคนรุ่นต่อไป ย้ำ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

 

18 พ.ย.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารนิเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิผู้ว่าฯ กทม. และนายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่คลองระพีพัฒน์แยกตก บริเวณประตูน้ำที่ 8 อ.หนองเสือจ.ปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่การเกษตร พร้อมพบปะประชาชนและรับฟังปัญหา โดยมีนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าฯจ.ปทุมธานี ให้การต้อนรับ โดยคณะของนายกฯเดินทางถึงพื้นที่ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.50 น.

นายกฯ ได้กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้คนไทยกว่า 70 ล้านคนลำบากกว่าเราเยอะ จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างไปด้วยกันได้ ก็ต้องฟังที่ตนพูด ต้องดูสิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าประชาชนมีปัญหาอะไรก็ส่งขึ้นมา และสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ บนต้นทุนความแตกต่าง อย่างข้าวหอมมะลิและข้าวพันธุ์อื่นๆที่มีความแตกต่างกัน แต่วันนี้โลกไปมองว่าต้องกินข้าวหอมมะลิ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาของพันธะสัญญาโลก เพราะเขาตีว่าข้าวหอมพันธุ์ไหนต้องเหมือนกันหมด ราคาต้องเท่ากันหมด แต่ของเราคุณภาพคุณภาพดีกว่า วันนี้เราไม่ได้อยู่คนเดียว ถ้าอยู่คนเดียวจะสร้างอะไรก็สร้างได้

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของน้ำที่ปี 59 น้ำไม่ท่วม เพราะรัฐบาลบริหารจัดการน้ำ จากข้างบนลงข้างล่าง ถ้าปล่อยปะก็ท่วมเหมือนเดิม ถ้าเราปล่อยให้ข้างล่างทำอะไรก็ได้ ก็จะท่วมเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น ชาวบ้านได้ตะโกนถามนายกฯว่า “น้ำจะมาแบบปี 54 หรือไม่” นายกฯกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ วันนี้โลกเปลี่ยนแปลง ในหลวงได้สร้างเขื่อนด้านบนไว้แล้ว ฝนตกเหนือเขื่อนจำนวนมาก ทำให้น้ำไหลลงข้างล้าง แต่ตอนบนแล้ง ซึ่งรัฐบาลกำลังจะแก้ปัญหาจะทำอย่างไรให้สามารถเก็บน้ำไว้ตอนกลางของประเทศได้ ขณะนี้แต่ละพื้นที่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดี สามารถเชื่อมต่อน้ำจากคลองต่างๆ รวมถึงการใช้น้ำในการปลูกพืช

"บิ๊กตู่" ย้ำ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

ลั่น จะรบเพื่อคนรุ่นต่อไป จะได้ไม่ลำบากยากจนอีก 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่โทษใคร แต่เพียงทุกคนต้องคิดร่วมกัน และหาทางออกให้ได้ อย่าเอาความขัดแย้งทั้งหมดขึ้นมา ไม่อย่างนั้นจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าในสิบอย่างเห็นตรงกันสาม ขอให้หยิบสามอย่างมาทำก่อน ส่วนอีกเจ็ดอย่างวางไว้ข้างๆ ก่อน เดี๋ยวจะมาด้วยกันเอง โครงการทุกโครงการมีปัญหาเพราะเป็นโครงการใหญ่ เช่น สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างแก้มลิง แต่ทำแน่นอนทั้งหมด ให้เห็นเป็นตัวอย่าง ไม่อย่างนั้นจะติดกันหมดทั้งปัญหาพลังงาน ขยะ น้ำ ซึ่งหลายอย่างที่เราคิดทำไว้ ต้องทำให้ทันกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง อย่างโรงไฟฟ้า ถ้าเราไม่สร้างก็จะไม่มีความมั่นคงทางด้านไฟฟ้า ซึ่งเราต้องมีไฟฟ้าของเราเอง 60-70% ส่วนอีก 30%ก็ไปซื้อเขา แต่ถ้าเราซื้อเกิน 50% วันหน้าอาจจะเกิดอะไรไม่รู้ และถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้จะทำอย่างไร

นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม อย่างไรก็ต้องทำนาปลูกข้าว แต่ต้องทำอย่างไรไม่ให้ปลูกกันตอนน้ำท่วมซึ่งพื้นที่ตรงไหนที่เป็นแก้มลิง ต้องมีการเสียสละกันได้หรือไม่รัฐบาลจะชดเชยให้ แต่ถ้าทุกคนต้องการปลูก พอน้ำท่วมรัฐบาลก็ต้องให้ มันก็จะท่วมอยู่แบบนี้ แต่รัฐบาลเสียเงิน ท่านก็ต้องเสียแล้วคุ้มกันหรือไม่ ถ้าไม่ปลูกข้าว หรือปลูกพืชอื่น ถ้าน้ำท่วมก็เสียหายน้อยลง รัฐบาลก็ยังดูแลให้ อย่างนี้เรียกว่าช่วยกันทั้งสองฝ่าย  เราเข้าใจทุกคนมีปัญหาหมด ทั้งปัญหาหนี้สิน ที่เฉพาะชาวนามีมากกว่างบประมาณแผ่นดินอีก ซึ่งรัฐบาลก็กำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ แล้วมีใครเคยมาทำให้ท่านหรือไม่ ไม่มีเพราะเขาไม่คิดหรอก เขาไม่รบกับใคร แต่ตนรบกับทุกคน รบเพื่อใคร ก็เพื่อคนทุกคน เพื่อเด็กๆที่วันหน้าจะเป็นผู้ใหญ่ จะให้เขาลำบากยากจนอย่างเราหรือ ตนกำลังคิดวิธีทำให้คนรุ่นหลังสบายขึ้น

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก จำไว้ ไม่ต้องตีกันแค่นั้นแหละ มีความสุขแล้ว อย่างมากบอกว่ายากจน เพราะระบบมันไม่เกิด ผ่านมากี่ปีแล้วประชาธิปไตย 80 กว่าปี ระบบมันยังไม่เกิด แต่มันต้องเกิด และมันต้องมีประชาธิปไตย เข้าใจไหมผมเข้าทำเปลี่ยนผ่านตรงนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ว่าจะเอาอย่างที่ผมพูด หรือจะเอาแบบเดิม ว่ายังไง จะเอาแบบไหน “นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อ นายกฯ กล่าวจบ ชาวบ้านได้ตอบกลับมาว่า “เอาอย่างที่นายกฯ พูด เอาอนาคตฝากไว้กับนายกฯ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวทันทีว่า “โน่นไปฝากกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.เพราะเขามาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น ทำให้เขาเข้มแข็ง เอาคนดีมาทำงานเราต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง”

 

สอนเด็กพูด “ครับ-ค่ะ”

หลังจากนั้น นายกฯ ได้ เดินข้ามสะพานไปเพื่อตรวจดูระดับน้ำในคลองระพีพัฒน์ ก่อนที่จะเดินไปทักทาย เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลจากโรงเรียนลำพระยา ที่มารอต้อนรับประมาณ 20 คน โดยนายกฯได้พูดคุยหยอกล้อกับเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง ซึ่งนายกฯแกล้งถามเด็กๆว่า “รู้จักผมมั้ย” ซึ่งเด็กๆได้ตอบกลับมาว่า รู้จักนายกรัฐมนตรี” นายกฯ จึงสอนเด็กๆ ว่าต้องพูด “ครับ-ค่ะ” ด้วยเป็นคนไทยต้องพูดให้ไพเราะ ครับ ค่ะ ขอโทษ ขอบคุณ และการไหว้ นี่คือความเป็นไทย และขอให้เป็นคนดีด้วย”

 

ขอให้ทำความดีให้มากขึ้นถวายในหลวง

จากนั้น เวลา 09.40 น.พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่องค์การบริการส่วนตำบลบึงซำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยกล่าวระหว่างพบปะประชาชนที่มาต้อนรับว่า โลกมีปัญหาด้านเศรษฐกิจก่อการร้ายภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงการสร้างเศรษฐกิจเดียว โรคระบาดจึงอยากทำความเข้าใจกับทุกคนว่าเราต้องมองโลกภายนอกไม่ใช่จะมองแต่ตัวเองวันนี้ขอชื่นชมการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาในประเทศซึ่งถือว่ามีความสำเร็จน่าพอใจแต่ก็หวังว่าจะดีกว่านี้อีก

เราก็ต้องทำความดีให้มากขึ้นด้วยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในวันนี้คือการถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านยังอยู่กับพวกเราเสมอไม่ว่าจะอยู่บนฟ้า บนน้ำและแผ่นดินที่พระองค์ท่านทรงฟื้นฟูมาและรักษาไว้จึงขอให้ทุกคนรำลึกถึงพระองค์ท่านเสมอขอให้ถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ใหม่รัชกาลที่ 10 ต่อไป ในฐานะที่เราเป็นคนไทยต้องร่วมมือกันฝ่าอุปสรรคและสถานการณ์ในวันนี้

“วันนี้ทุกคนอยากให้สินค้าการเกษตรมีราคาสูงขึ้นแต่ก็เป็นเรื่องที่ตรงข้ามกับสถานการณ์ตลาดโลกปัจจุบันยืนยันว่าที่ราคาตกไม่ใช่เพราะการยึดอำนาจการค้าขายในทุกวันนี้ยังมีระดับที่มากเหมือนเดิม เพียงแต่ราคาตกลงและขอร้องอย่าไปฟังใครพูดจาให้เกิดความเสียหายผมไม่อยากจะโม้หรือคุยว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลสามารถขายไก่สดแช่แข็ง ได้ 3,000กว่าล้าน ซึ่งไม่เคยขายได้มา 12 ปีเราขายให้กับประเทศเกาหลีใต้โดยมีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนสินค้าจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม คำนึงถึงมูลค่าการค้าขายระหว่างกันและเมื่อเกิดความไว้ใจเขาก็สั่งซื้อสินค้าเราทั้งที่ 12ปีที่ผ่านมาไม่เคยสั่งซื้อไก่สดแช่แข็งจากเราเลยและหลายอย่างเดินหน้าไปมากทั้งญี่ปุ่นและประเทศต่างๆแต่อย่าลืมว่าในอนาคตการแข่งขันจะสูงขึ้นโดยเฉพาะเวลานี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีของหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเดินทุกทางทั้งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการค้าขาย โดยจัดเป็นกลุ่มประเทศสร้างเครือข่ายเพราะหากเดินช่องทางเดิมๆปริมาณจะไม่มีทางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำเนื่องจากเศรษฐกิจแย่ลงยิ่งผนวกกับการสู้รบในบางประเทศในแถบตะวันออกกลาง ยิ่งทำให้เกิดผลกระทบคนไม่กล้าลงทุนและค้าขายวันนี้ประเทศไทยพยายามเดินหน้าการฟื้นฟูระบบเกษตรกรรมให้ทันสมัยครบวงจร คนมีรายได้ที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเราจะปลูกข้าวเหมือนกันแต่กับปลูกคนละชนิด คนละพันธุ์ดังนั้นจึงต้องรวมกลุ่มกันให้ได้เป็นแปลงใหญ่ เพื่อเข้าสู่ระบบสหกรณ์มีการเชื่อมโยงจากต้นทางสู่ปลายทางวันนี้เราเปิดทางเลือก 2ทางคือการขายและโรงสีซึ่งเป็นไปตามราคาตลาดโลกสิ่งที่ต้องทำวันนี้คือการสร้างความเข้าใจว่าข้าวหอมมะลิไทยแตกต่างกับของต่างประเทศ  ตนเข้าใจในปัญหาหนี้สินเกษตรกรและรัฐบาลจะทยอยแก้ไขเพราะทุกอย่างต้องใช้งบประมาณและประเทศเรามีรายได้ไม่มากและเก็บภาษีได้น้อย

"บิ๊กตู่" ย้ำ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

ชี้ “จำนำยุ้งฉาง” ไม่ผิด กม. ไม่ใช่การจำนำทุกเมล็ด แต่เป็นการจำนำบางช่วงเวลาที่มีปัญหาเท่านั้น

“ชาวนาเองต้องปรับวิธีการไม่ใช่จะรอแค่รัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วรอขายข้าวให้ ได้ราคาที่พอใจ แต่ไม่คิดว่าภาระตกอยู่ที่ผู้อื่นถ้าคิดแบบเดิมไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาก็ไปไม่ได้เราต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ทั้งข้าวเก่าแล้วข้าวใหม่ ถ้าไม่จัดระเบียบก็พังเหมือนเดิม ไม่มีใครกล้าทำเหมือนรัฐบาลนี้ผมเป็นผู้มอบนโยบายต่อไปกระทรวงเป็นผู้ดำเนินงานร่วมกับท้องถิ่นและในส่วนของท้องถิ่นอย่ามัวแต่คิดว่าจะต้องได้งบประมาณมากแล้วพัฒนาเฉพาะของตัวเอง มัวคิดถึงแต่คะแนนเสียงแต่ต้องคำนึงถึงคนอีก 60กว่าล้านคนว่าจะอยู่อย่างไร

วันนี้บางคนไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินมาแจกชาวนา แต่ความจริงแล้วเราใช้ไปเยอะใช้ในแบบเดียวกันนี้แต่ไม่ผิดกฎหมายเพราะการจำนำยุ้งฉางไม่ได้เป็นการจำนำทุกเมล็ด เป็นการจำนำในช่วงบางเวลาที่มีปัญหาเท่านั้น จำนำในยุ้งฉางของท่านเองไม่ต้องเช่าคลังเก็บเพราะต้องเสียค่าเช่าคลังกว่าปีละ 2-3พันล้านและที่นำออกมาขายก็ทำให้ท่านเดือดร้อนด้วยแต่จะทำอย่างไรได้เพราะเป็นภาระที่ผมรับมา ผมโทษใครไม่ได้เพราะเข้ามารับเองแต่จะต้องบริหารจัดการตรงนี้ให้ได้ ซึ่งรัฐบาลเท่านั้นที่มีหน้าที่รับผิดชอบปัญหาเก่า แล้วผมจะไปยังไงขอให้เข้าใจตรงนี้เช่นเดียวกับผมผมพยายามจะชี้แจงแม้คนจะไม่เข้าใจแต่ก็ต้องรับผิดชอบต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

โว จำนำยุ้งฉาง มีอนาคต แต่อย่าคิดว่าต้องได้เร็วหรือช้า รบ.จะเร่งให้เร็วที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลทำแต่ประชาชนอาจไม่รู้ และคิดว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไร ดังนั้นท่านต้องฟังตน และข้อมูลจากภาครัฐ จึงจะเกิดความร่วมมือระหว่างกันเพื่อเดินประเทศไปข้างหน้า วันนี้ที่ตนลงพื้นที่เพราะต้องการนำความห่วงใย และความรู้สึกดีๆของรัฐบาลมาถึงประชาชน และทุกวัน ตนก็ให้ความห่วงใยกับทุกคน เพราะทุกคนคือคนไทยเป็นหน้าที่ของตน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งจะทำคนเดียวไม่ได้จะต้องมีทีมงาน โดยเฉพาะท้องถิ่นที่อยู่ข้างล่าง ดังนั้นการทำงานต้องเป็น 2 ทางจากบนลงล่างและข้างล่างขึ้นข้างบน ประสานงานกันแบบกลไกประชารัฐ มีทางเลือกให้ประชาชนสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น จึงจะสามารถเดินไปสูงในสิ่งที่ประชาชนต้องการรวมไปถึงการกระจายอำนาจต่างๆถ้าทำตรงนี้กันยังไม่ได้ก็จะไปที่จุดอื่นไม่ได้ ขอฝากไว้ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนพูดไปเข้าใจหรือไม่ จะเอาแบบนี้หรือแบบเดิม ใช้มาตรการอุดหนุนไปเรื่อยเรื่อยๆ พอตังค์หมดก็เลิก จะเอาแบบรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งมีอนาคต แต่อย่าคิดว่าต้องได้เร็วได้ช้ารัฐบาลจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่เรื่องข้าวหอมมะลิคุณภาพแตกต่างกันของแต่ละประเทศแต่สุดท้ายราคา ก็เหมือนกันหมด เป็นมากี่ปีแล้วใครทำเอาไว้ที่ไม่ได้แก้ตรงนี้ วันนี้จะแก้ได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ต้องทำให้ราคาเกิดความแตกต่างเพื่อที่จะขึ้นชั้นพรีเมี่ยม ดังนั้นวันนี้ประเทศไทยต้องเดินสองอย่างหนึ่งด้านการเกษตรเพราะประเทศไทยเป็นประเทศการเกษตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งพัฒนาไว้แล้ว นาก็ต้องทำไม่ใช่ให้เลิกทำ แต่อยากให้เปลี่ยนแปลงบ้างในพื้นที่ที่ปลูกไปแล้วเกิดความเสียหายเช่นปลูกข้าวหน้าน้ำ แล้วน้ำท่วมและคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวรัฐบาลก็เข้ามาช่วยเหลือไร่ละเท่าไหร่ก็ยังดีก็ปลูกกันไปเถอะแต่ต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่ปลูกไปแล้วได้เงินมาทดแทนกับเงินที่เสียไปได้หรือไม่ ทำให้หนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่เพราะต้องกู้เงินเขามาปลูก และการปลูกในวันนี้ก็มาจัดจ้าง วันละ 300 เริ่มตั้งแต่ขุด ไถ เกี่ยว ไม่เหมือนในอดีตเพราะวันนี้ลูกไปทำงานที่อื่นหมด

“ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลรู้ทั้งหมด จึงมีมาตรการลดต้นทุนการปลูกข้าวโดยการฟื้นระบบสหกรณ์พื้นการจัดหาเครื่องมือด้านการเกษตรเพราะรู้ว่า คือค่าเช่ารวมไปถึงค่าเช่านา วันนี้รัฐบาลกำลังออกกฎหมายอยู่ ต้องมีกติกาในการเก็บค่าเช่านาไม่เช่นนั้นคนที่ชอบทำนาก็ถูกขู่ ก็ต้องยอมจ่ายรวมถึงมีหนี้นอกระบบ ก็ต้องขึ้นทะเบียนกับรัฐกำหนดการเก็บดอกเบี้ยถ้าเก็บดอกเบี้ยเกินที่ตั้งไว้ถือว่าผิดกฎหมายสิ่งเหล่านี้รัฐบาลกำลังทำหากเป็นรัฐบาลอื่นเขาไม่ทำหรอกเพราะต้องมาทะเลาะกัน แต่ผมพร้อมที่จะทะเลาะ เพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อผม”

“ผมไม่ได้อะไรและทุกคนก็ไม่ได้ แต่ได้กับประเทศชาติ ขอให้เข้าใจต้องเอาแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเดินตามศาสตร์พระราชาทำให้มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน การเกษตรอุตสาหกรรมสีเขียวที่จะต้องเกิดขึ้นหากจะมาต่อต้านกันทั้งหมดโดยอ้างระบบนิเวศอย่างเดียวคงไม่ได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งไว้ว่า เราจะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยที่มีอยู่อย่างจำกัดและต้องใช้อย่างสมดุลเพื่อรักษาระบบนิเวศ และเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเป็นธรรมอย่างทั่วถึง

วันนี้รัฐบาลกำลังดูเรื่องการจัดที่ดินเสื่อมโทรมก็เปลี่ยนสภาพให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินเข้าไปอยู่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและต้องไม่บุกรุกใหม่โดยรัฐบาลต้องแก้ปัญหาทั้งระบบเพราะปัญหามีร้อยแปดพันเก้า วันนี้ต้องคิดเป็นระบบไม่ใช่คิดแค่หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง หรือปลูกข้าว ขายข้าวเป็นหนี้ กำไร คิดอยู่แค่นี้วันนี้ก็คิดว่าถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกเพื่อลดต้นทุน หรือ จะไปขายปลีกเองเก็บข้าวไว้กินไว้ทำพันธุ์และไว้ขาย ส่งโรงสี และขายรายวัน ซึ่งต้องขายเป็นข้าวขาวไม่ใช่ข้าวเปลือก จึงต้องมีการพัฒนาการสีข้าวในชุมชนในสหกรณ์การเกษตร เรื่องนี้ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็ทำได้อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"บิ๊กตู่" ย้ำ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

ลั่น เราอย่าจมอยู่กับ “ความแล้ง-ท่วม-จน” ซ้ำซาก 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราอย่าจมอยู่กับความซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซาก และจนซ้ำซาก ตนรู้สึกเห็นใจดังนั้นการลงพื้นที่มาเพื่อดูเป็นแบบอย่างในสิ่งที่ประชาชนทำมาแล้วตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ประโยชน์จากคลองที่รัชกาลที่ 5 ทรงทำไว้ ส่วนที่ 2 คือการทำแก้มลิงขนาดใหญ่ โครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 และการทำคลองย่อยเหล่านี้ตรงนี้คือสิ่งที่เป็นอนาคตของประเทศไทยทำให้มากและนำไปใช้ให้มากขึ้น ทำในสิ่งที่ทำได้ บางพื้นที่ที่ไม่มีน้ำ ก็ต้องปรับเปลี่ยนการใช้น้ำมากไปเป็นน้ำอุปโภค โดยใช้น้ำประปา ซึ่งบางพื้นที่ยังขุดน้ำบาดาลใช้อยู่และจะสามารถใช้ได้นานแค่ไหนก็ยังไม่รู้ว่ามีอายุนั่นแหละคือความยากลำบากเหมือนตัดเสื้อตัวเดียวใส่ไม่ได้ทั้งประเทศ เราผ่านชีวิตความยากจนมาพอแล้วเป็นชีวิตไม่มีอนาคต ไม่มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงไม่ได้แล้วเพราะโลกมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด ขอให้ทุกคนมีความสุขโดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาอันโศกเศร้าเราต้องเอาความโศกเศร้าที่มีอยู่ ในการสูญเสียของพวกเราไปสู่ความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวโดยร่วมมือกับรัฐบาลนี้ในการที่จะเริ่มต้นกับตนไปให้ได้หลายอย่างที่คิดมาทั้งหมดถ้าไม่ได้ทำก็จะกลายเป็นโม้

“รัฐบาลพยายามทำติดตรงที่ว่าประชาชนไม่เข้าใจ ก็ไม่ร่วมมือมีการบิดเบือนก็อีกเรื่องตนไม่ไปต่อสู้กับใคร วันนี้บางโครงการใหญ่ๆ ไม่สามารถ ดำเนินการได้เพราะถูกต้าน ดังนั้น ตนจะให้ทำในพื้นที่ที่ทำได้ และจังหวัดปทุมฯ ถือเป็นท็อปใน 76 จังหวัดเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีน้ำ ขออย่ามากเกินไปอย่าน้อยเกินไปอยู่ที่พวกเราและขอให้นึกถึงคนอื่นถ้าตนสร้าง แก้มลิงเก็บน้ำด้านบนได้ตรงกลางประเทศก็จะเบาลงแต่ถ้ายังสร้างไม่ได้แบบนี้ก็ต้องหาทางออก ด้านข้างเพื่อระบายน้ำเพิ่ม โดยระบายที่เหนือเขื่อนชัยนาทส่วนหนึ่ง ก็จะต้องมีการขุดลอกคูคลองเพิ่มตรงนี้จะยอมหรือไม่ หากทำได้ตลอดทางแต่ปิดบ้านหลังเดียว เพราะไม่ยอม นั่นแหละเป็นหน้าที่ของประชาชนแต่ไม่ต้องไปตีเขาต้องไปพูดคุยให้เขาเข้าใจไม่เช่นนั้นก็จะเดินไปไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

ลั่น จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ตามโรดแม็พ สร้างความต่อเนื่อง 20 ปี

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ปัญหาคือการสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ การยอมเสียสละที่ส่วนน้อยหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ นั่นคือกุศล ขอขอบคุณและขอให้มีความสุข ตนจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดตามโรดแม็พที่มีอยู่ และขอให้ประชาชนพร้อมในการเรียนรู้ด้วย และขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน เปิด ข้อมูล ที่รัฐบาลบริการฟรีผ่านทางโทรศัพท์ด้วย ข้อมูลต่างๆจะอยู่ในนั้นทั้งหมด ตนไม่ใช่เกษตรกรยังต้องเปิดให้เพื่อรู้ข้างล่างไปถึงข้างบนในกรอบของนโยบาย ตนต้องทำทั้งหมด 19 กระทรวงงานมหาศาลทั้งแก้ปัญหาเดิมและสร้างระบบใหม่ สร้างความต่อเนื่องไปอีก 20 ปีข้างหน้า

“ตรงนี้ไม่ต้องการกันหรือ อยากให้อีก 20 ปีข้างหน้าเกิดความมั่นคงหรือไม่ ถ้าต้องการก็ต้องฟังผม แต่ผมจะทำให้ได้แค่ไหน ก็เป็นเรื่องของกติกาที่ว่ากันมา แต่รัฐบาลต่อไปต้องเป็นรัฐบาลที่ทำไม่น้อยกว่านี้ต้องทำทั้งระบบ และขอให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ผมทำงานในวันนี้เพื่อต้องการสร้างรัฐบาลใหม่ให้เข้มแข็ง เราต้องนำพาเกษตรกรให้ก้าวพ้นกับดักตัวเองคือกับดักที่ทำให้เรายากจนจนถึงวันนี้”

 

เตรียมจัด“รวมพลังแห่งความภักดี”พร้อมกัน22พ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249360

รวมพลัง, แห่ง, ความ, ภักดี, 22 พ.ย., รบ., หน่วย, คนไทย, ตปท., กิจกรรม, ราชวงศ์, จักรี, พระมหากษัตริย์, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, เตรียม, จัด, รวมพล, ังแห่งความภักดีพร้อมกัน22, นี้, รวมพลังแห่งความภักดี

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 18 พ.ย. 2559

เตรียมจัด“รวมพลังแห่งความภักดี”พร้อมกัน22พ.ย.นี้

รบ.เผยทุกหน่วยงานเตรียมจัด “รวมพลังแห่งความภักดี” พร้อมกัน 22พ.ย.นี้ เชิญชวนคนไทยใน-ตปท.ร่วมงาน พร้อมจัดกิจกรรมทำความดีถวายพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีทุกพระองค์

 

18 พ.ย.59 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดการจัดงาน “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 22 พ.ย.59 เวลา 08.00 น.ว่า งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์อย่างไม่เสื่อมคลาย และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับรัฐบาลจัดงาน ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการการเมืองชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะร่วมร้องเพลงชาติในเวลา 08.00 น. จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอันเสร็จพิธี”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แยกไปจัดในรูปแบบเดียวกัน และเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้านักธุรกิจ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน โดยคำนึงถึงความสะดวก มิให้มีการระดมหรือเคลื่อนย้ายประชาชนข้ามพื้นที่โดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ แต่ละพื้นที่อาจพิจารณาจัดงานไปพร้อมกับรัฐบาล โดยรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.เป็นต้นไป

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับในต่างประเทศ ให้จัดในสถานที่ที่เหมาะสม ในวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย.59 หรืออาจพิจารณาจัดในช่วงเวลาอื่นใดตามที่สะดวกและเหมาะสมก็ได้ นอกจากนี้ แต่ละพื้นที่อาจจัดให้มีกิจกรรมอื่นๆ ที่แสดงออกด้วยกาย วาจา ใจ ได้ตามความเหมาะสม โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมด้วย เช่น จัดกิจกรรมทำความดี ทำความสะอาดสาธารณสถาน ให้บริการสาธารณะ เยี่ยมผู้ป่วยตามโรงพยาบาล อ่านหนังสือให้เด็กพิการฟัง บำเพ็ญกุศลทางศาสนา ทำสมาธิ สำรวมจิตภาวนา และแผ่เมตตา เป็นต้น.

 

องค์กรอิสระต้องปรับตัวตามกฎหมายลูก : สุรชัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249357

คมชัดลึก, การเมือง, รัฐธรรมนูญ, กฎหมายลูก, สนช., องค์กรอิสระ, ต้อง, ปรับตัว, ตามกฎหมาย, ลูก, สุรชัย

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

องค์กรอิสระต้องปรับตัวตามกฎหมายลูก : สุรชัย

“สุรชัย” ชี้ องค์กรอิสระต้องปรับตัวตามกฎหมายลูก เชื่อ สนช.-กรธ.พร้อมหากติกาที่ดีที่สุดให้บ้านเมือง

 

18 พ.ย. – นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่หนึ่ง ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็น เพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการมองสวนทางกันเกี่ยวกับการร่างกฎหมายลูกระหว่าง สนช.กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า ยังไม่มีบทสรุปว่ามีความคิดเห็นสวนทางกับกรธ. เพราะร่างกฎหมายลูกอย่างเป็นทางการของกรธ. ยังไม่ได้เผยแพร่ ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. บอกแล้วว่ายังไม่ตกผลึก และอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความเห็น

นายสุรชัย กล่าวว่า ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันมากคือการรีเซ็ตหรือเซ็ตซีโรองค์กรอิสระหรือไม่ ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดให้เป็นต่อไปได้หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ จนกว่าจะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญออกมา ถึงตอนนั้นก็แล้วแต่กฎหมายลูกจะเขียนอย่างไร ถ้าเขียนให้อยู่ต่อ ท่านก็อยู่ต่อ ถ้าเขียนให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ดังนั้นตรงนี้คือหัวใจว่าทางออกที่ดีที่สุดขององค์กรอิสระและพรรคการเมืองจะมีผลอย่างไรหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้

“เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องรับฟัง ซึ่งในที่ประชุมกมธ.ลองตั้งโจทย์พิจารณาดูว่า ถ้าบุคคลในองค์กรอิสระอยู่ต่อไปจนกว่าทุกฝ่ายครบวาระผลจะเป็นอย่างไร ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ถูกต้องตามคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามใหม่ของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร จะเกิดช่วงสุญญากาศหรือเป็นภาวการณ์หยุดชะงักในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งเราเอามาชั่งน้ำหนักทั้งหมด เพราะไม่ว่า กรธ.จะตกผลึกอย่างไร โจทย์ข้อนี้ต้องมาอยู่ที่ สนช.”

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า  ถ้าสิ่งที่ สนช.เห็นต่างกับ กรธ. กระบวนการต่อไปคือ ตั้งกมธ.ร่วมกันระหว่าง สนช. กรธ.และองค์กรอิสระ หรือศาลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนั้น ๆ จำนวน 11 คน และยังมีขั้นตอนสุดท้ายคือ กมธ.ร่วมต้องทำรายงานเสนอกลับมาที่ สนช.อีกครั้ง โดยสนช.ต้องใช้เสียงโหวต 2 ใน 3 หากจะเห็นต่างจากความเห็นของ กมธ.ร่วมฯ แต่กระบวนการที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญค่อนข้างรัดกุม มีการถ่วงดุลระหว่างสภาฯกับกรธ. เชื่อว่า กระบวนการที่ออกแบบไว้ และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ทั้งสองฝ่ายตั้งตีโจทย์นี้ให้แตก และหากติกาที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง

เมื่อถามว่า กกต.บางคนกังวลในระเบียบใหม่ที่กำลังจะออกมา นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ตนคิดว่า องค์กรอิสระทุกองค์กร กังวลแน่นอนว่า สุดท้ายแล้วการอยู่ต่อไปหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้จะมีผลอย่างไร เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องปรับตัวเข้าหากติกาใหม่ แม้กระทั้ง สนช.ก็เคยมีการจัดสัมมนาเกี่ยวกับคุณสมบัติใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยเช่นกัน

เมื่อถามถึง บทลงโทษพรรคการเมืองที่มีการซื้อขายตำแหน่งถึงขั้นประหารชีวิต นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นแนวคิดที่ต้องการปฏิรูประบบการเมืองของประเทศให้ใสสะอาด ไม่ต้องการให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง จึงเป็นแนวคิดที่มีมาตรการลงโทษอย่างรุนแรง ในสมัยรัฐธรรมนูญปี 50 คือการให้ยาแรง ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผล เรื่องนี้เป็นแนวคิดของกรธ.แต่สนช.ก็คิดในแนวคิดอื่นๆเผื่อไว้ด้วยว่า นอกจากแนวคิดนี้มีแนวคิดและมาตรการการลงโทษอื่น ๆ หรือไม่ ที่จะได้ผลในการจัดการทุจริตเลือกตั้ง

“ในขั้นจัดทำกฎหมายลูกจะถึงขั้นตั้ง กมธ.ร่วมหรือไม่นั้นยังมีอีกหลายปัจจัย รวมทั้งบทบัญญัติของ กรธ.และแนวคิดของสนช. ในระหว่างนี้ ผมพยายามปูพื้นฐานให้ สนช.เพื่อให้มีความเข้าใจรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกในเชิงลึก” รองประธาน สนช.กล่าว

 

“ยิ่งลักษณ์” ยัน ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249353


อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ยัน จะใช้ทุกสิทธิ์ที่มีตามกฎหมาย ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว ระบุ มอบหมายทนายจัดการแล้ว อุบเรื่องฟ้องกลับ ไม่สนวิจารณ์อีเว้นท์การเมืองช่วยซื้อข้าวชาวนา, ยิ่งลักษณ์, ยัน, ค้าน, คำสั่ง, ชดใช้, จำนำ, ข้าว, อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์

อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ยัน จะใช้ทุกสิทธิ์ที่มีตามกฎหมาย ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว ระบุ มอบหมายทนายจัดการแล้ว อุบเรื่องฟ้องกลับ ไม่สนวิจารณ์อีเว้นท์การเมืองช่วยซื้อข้าวชาวนา, ยิ่งลักษณ์, ยัน, ค้าน, คำสั่ง, ชดใช้, จำนำ, ข้าว, อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์

การเมือง  : 18 พ.ย. 2559

“ยิ่งลักษณ์” ยัน ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว

ยิ่งลักษณ์ ยัน จะใช้ทุกสิทธิ์ที่มีตามกฎหมาย ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว ระบุ มอบหมายทนายจัดการแล้ว อุบเรื่องฟ้องกลับ ไม่สนวิจารณ์อีเว้นท์การเมืองช่วยซื้อข้าวชาวนา

          ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ-18 พ.ย.59-“อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ” ยัน จะใช้ทุกสิทธิ์ที่มีตามกฎหมาย ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว ระบุ มอบหมายทนายจัดการแล้ว อุบเรื่องฟ้องกลับ ไม่สนใครวิจารณ์อีเว้นท์การเมืองช่วยซื้อข้าวชาวนา ขอแรงช่วยกันดีกว่าเถียงหน้าสื่อ ฝากรัฐให้ความเป็นธรรม-อย่าเร่งรัด ตรวจเรียกค่าเสียหายคนเกี่ยวข้องจำนำข้าวอีก 80%

เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงศาลเพื่อร่วมฟังการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 6 คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ กรณีไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งวันนี้ฝ่ายจำเลย เตรียมพยานให้ศาลไต่สวน 2 ปาก คือ นายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์

“ยิ่งลักษณ์” ยัน ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว

โดยวันนี้ยังคงมีมวลชนจำนวนมาก เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เหมือนเช่นเคย ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสีหน้าแจ่มใส ซึ่งก่อนเข้าไต่สวนพยาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ได้กล่าวถึงการคัดค้านคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวคืนแก่รัฐว่า ดิฉันได้ยื่นคำให้เพิกถอนคำสั่งแล้ว ยังไม่ได้ให้การตอบรับต่อคำสั่ง ซึ่งดิฉันยืนยันว่าจะขอใช้ทุกสิทธิ์ ทุกขั้นตอนที่เรามีภายใต้กรอบเวลาของกฎหมาย และหากมีอะไรเพิ่มเติมก็จะเป็นหน้าที่ของทนายความกับฝ่ายกฎหมายที่ศึกษาอยู่ ดังนั้นถ้ามีอะไรเพิ่มเติมดิฉันจะแจ้งให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบอีกครั้ง

เมื่อถามว่า มีข่าวจะมีการฟ้องคดีกลับด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวย้ำว่า อย่างไรก็ดีจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐระบุว่า มีการตรวจสอบเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้ที่เกี่ยวข้องโครงการจำนำข้าวอีก ร้อยละ 80น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ดิฉันอยากจะขอว่าในฐานะของรัฐที่จะมาตรวจตรงนี้ ก็อยากขอให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน และทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย

“ อย่าเร่งรัด การมองหว่านแหแบบนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นผลดีหรือไม่ หรือจะกลายเป็นผลกระทบโดยกว้างมากกว่า ”

“ยิ่งลักษณ์” ยัน ค้านคำสั่งชดใช้จำนำข้าว

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความพยายามในการช่วยเหลือชาวนาด้วยซึ่งถูกมองเป็นอีเว้นท์การเมืองด้วยว่า เราทำ เรารู้ เราคงห้ามไม่ได้กับผู้ที่จะมอง แต่ในสถานการณ์ขณะนี้ควรจะมองว่าใครกันที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวนา เราก็ควรช่วยกันมากกว่าที่จะมาตีกันเป็นประเด็นการเมือง เรามาช่วยชาวนากันดีกว่า อย่างมาเถียงหรือตีกันหน้าสื่อเลย

เมื่อถามถึง แนวคิดเสนอแก้กฎหมายว่าควรเพิ่มโทษจะเอาผิดกับนักการเมืองถึงขั้นประหารชีวิต น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ดิฉันเองไม่มีข้อคิดเห็น แต่อยากจะเรียนว่าผู้ที่คิดกฎกติกา ควรจะคิดกฎกติกาที่จะทำให้ระบบทุกอย่างเดินไปได้

“ อย่ามองเพียงแค่จุดเล็กจุดน้อย แล้วเอามาเขียนกติกาที่บังคับใช้กับคนหมู่มาก ซึ่งจะเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังแล้วการแก้ไขจะทำได้ยาก ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ.

 

“รัชดา” ตั้ง 2 ข้อสังเกตโครงการเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249322


ข่าวการเมืองคมชัดลึก, รัชดา ตั้ง 2 ข้อสังเกตงานสร้างเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ทำรายงานอีไอเอครบ - ที่มาของงบฯ, รัชดา, ตั้ง, ข้อสังเกต, โครงการ, เส้นทาง, ริมแม่น้ำ, เจ้าพระยา

การเมือง  : 17 พ.ย. 2559

“รัชดา” ตั้ง 2 ข้อสังเกตโครงการเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“รัชดา” ตั้ง 2 ข้อสังเกตงานสร้างเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ทำรายงานอีไอเอครบ – ที่มาของงบฯ

          17 พ.ย.59 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมอบหมายให้ กทม.เดินหน้าโครงการสร้างทางเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยในเบื้องต้นให้ใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาทว่า ขอให้สังคมร่วมคิดในโครงการดังกล่าวว่ามีความรอบคอบในการใช้เงินต้องถูกต้องตามหลักการงบประมาณหรือไม่ ซึ่งมีตั้งเป้าตอกเสาเข็มในเดือน มิ.ย. 2560 โดยมีข้อสังเกตอยู่สองประเด็นคือ 1.ความครบถ้วนถูกต้องของการศึกษาผลกระทบที่ต้องปรับแก้และยังไม่ได้ทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อย่างถูกต้อง ซึ่งทางกรมเจ้าท่าให้ไปปรับแก้ลดส่วนที่ล้ำเข้าไปในแม่น้ำ และให้จัดทำอีไอเอ หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริง ก็ต้องเลิกตั้งธงที่จะลงเสาเข็มให้ได้ เพราะการทำอีไอเอที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ จะต้องใช้แบบสุดท้ายของโครงการที่ได้รับการยอมรับแล้ว ไปเป็นโจทย์ศึกษาผลกระทบด้านกายภาพที่โครงการนี้จะต้องเน้นเรื่องสิ่งที่จะเกิดกับทางน้ำและพื้นดิน ด้านชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของประชาชนและต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนมากและต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมก่อนเพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ก่อนที่จะเดินหน้าประมูลหาผู้รับเหมา ทั้งนี้ที่ผ่านมาแม้มีการให้ประชาชนมีส่วนร่วมบ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่สอบถามความเห็นเท่านั้น ไม่ได้ศึกษาผลกระทบจากโครงการอย่างถูกต้อง เพราะแบบเพิ่งเสร็จและนำออกมาโฆษณาทันที และไม่มีใครทราบว่าได้เปิดรับฟังเสียงสะท้อนของฝ่ายผู้ห่วงใหญ่แค่ไหน

นส.รัชดา กล่าวอีกว่า ข้อสังเกตที่ 2.การใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือที่มาของงบประมาณที่จะใช้ในโครงการนี้เป็นโครงการของรัฐบาลที่ให้กทม.ดำเนินการ งบประมาณของ กทม.จึงต้องมาจากเงินอุดหนุน แต่ในพ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินปี 60 ไม่ได้มีงบ 5,000 ล้านบาทนี้บรรจุในหมวดเงินอุดหนุน มีคำถามคือรัฐบาลจะนำงบประมาณมาจากไหนเพื่อให้ดำเนินการโครงการนี้ ถ้าเอาจากงบกลางที่มีไว้สำหรับภาระกิจฉุกเฉิน เร่งด่วนที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ก็อยากให้รัฐบาลชี้แจงว่า โครงการนี้เข้าข่ายอย่างไร แม้จะไม่มีสภาผู้แทนราษฎรคอยตรวจสอบ รัฐบาลจะต้องไม่ละเลยในเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การไม่มีสภาฯชี้ความบกพร่องไม่ได้แปลว่าการบริหารจะไม่มีความบกพร่อง