“นรชิต” สวน “สมชัย” กรธ.ไม่ฟุ้งซ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249164

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, นรชิต สวน สมชัย กรธ.ไม่ฟุ้งซ่าน, ชิต, สวน, สมชัย, ไม่, ฟุ้งซ่าน, นรชิต, กรธไม่ฟุ้งซ่าน

การเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“นรชิต” สวน “สมชัย” กรธ.ไม่ฟุ้งซ่าน

“นรชิต” สวน “สมชัย” กรธ.ไม่ฟุ้งซ่าน ยันรับความเห็นทุกฝ่าย ย้ำ ไม่เลือกปฎิบัติ

          16 พ.ย.59 – นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านบริหารกลาง ระบุ กรธ.ฟุ้งซ่านที่กำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งมาแทนกกต.จังหวัดว่า กรธ.คิดว่า ตัวเองไม่ฟุ้งซ่าน เพราะ กรธ.พิจารณารัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผล รวมทั้งรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ เท่าที่ทำได้ เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่มีมาเพื่อให้การเลือกตั้งและการเมืองไทยมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมนั่นคือ หลักการที่เราใช้ทำงานตั้งแต่วันแรก ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.บอกว่า ให้ช่วยกันคิด ดังนั้น กรธ.ทั้ง 21 คน คงคิดได้ไม่ทุกเรื่อง แม้สื่อมวลชนเคยเรียกว่า กรธ.เป็นอรหันต์ แต่คงต้องรับฟังเสียงของคนอื่น ที่ผ่านมา กรธ.รับฟังความเห็นมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ข้อเสนอที่รับฟังมานั้น กรธ.ไม่ได้คิดขึ้นเพียงเพื่อสนุกๆ หรือฟุ้งซ่าน แต่พยายามแก้ปัญหาเรื่อง กกต.จังหวัด เพราะเราได้ยินเรื่องความไม่เป็นกลาง อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง นักการเมือง ผู้ที่มีอิทธิพลในจังหวัด มีเสียงวิจารณ์ว่า กกต.จังหวัดรับเงินเดือนประจำ และมีสำนักงานที่มีค่าใช้จ่ายมากมาย แต่ปฏิบัติหน้าที่เพียง 4 ปีต่อครั้งในช่วงมีเลือกตั้ง หรืออาจบ่อยกว่า ถ้ามีเลือกตั้งท้องถิ่น ในแง่งบประมาณน่าจะเป็นผลพลอยได้ ถ้าประหยัดเงินของรัฐ และภาษีประชาชนได้น่าจะลองทำ

ส่วนคำถามเรื่องการดึงคนนอกพื้นที่ ร่วมคณะผู้ตรวจการเลือกตั้ง ติดปัญหาเรื่องงานประจำต้องเดินทางไกลใช้งบประมาณ 150 ล้านบาทมากเกินไป จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น กรธ.ว่า น่าจะปฏิบัติได้จริง โดยจะเลือกบุคคลในแต่ละจังหวัดระหว่าง 5-8 คนคือ ไม่ต่ำกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 8 คนมาทำหน้าที่เฉพาะ ในช่วงการเลือกตั้ง ตั้งแต่มีพระกฤษฏีกากำหนดวันเลือกตั้งช่วงหาเสียงจนกระทั่งประกาศผลการเลือกตั้งช่วงเวลาปฏิบัติงานคงเห็นชัด ไม่น่าจะเกิน 3-4 เดือน มีค่าใช้จ่ายเพียงค่าเดินทางค่าเบี้ยเลี้ยงค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ตามที่กกต.กำหนดการกังวลปัญหาเดินทางไกลไม่สะดวกนั้น อย่าพึ่งคิดไกลเราไม่ได้กำหนดให้คนอยู่ภาคใต้ข้ามจังหวัดไปปฏิบัติหน้าที่ภาคเหนือ อาจจะออกแบบแบ่งเป็นตามรายภาคเล็กๆ อย่างคนอยู่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ก็ไปปฏิบัติหน้าที่ภายในภาคเหนือ

“ถ้ากลัวถูกซื้อตัวได้ให้แบ่งเป็นภาคใหญ่แล้ว แต่ความเหมาะสมอาจจะคุยในรายละเอียดได้สรุปแล้วว่า กรธ.คิดว่าทำได้ไม่ยุ่งยากไม่ฟุ้งซ่านประหยัดกว่าเดิม แทนที่จะต้องจ่ายเงินเดือนกกต.จังหวัดแบบเดิมทุกคนปีละ 365 วัน แต่เป็นการจ่ายเงินในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเป็นนักฟิสิกส์ น่าจะคำนวณได้ว่า น่าจะประหยัดกว่า” นายนรชิต กล่าว

นายนรชิตกล่าวว่า ส่วนที่นายสมชัยบอกให้ กรธ.ใช้มาตรฐานเดียวกับการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระอย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้งเสมอ หลักการคือ กรธ.คิดจะทำอะไรจะมีความเสมอภาคทุกองค์กรอิสระสรุปคือ ใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยถ้าจะเซ็ตซีโร่ทั้งหมด ประธานกรธ.บอกแล้วว่า ไม่ทำจะวุ่นวายไม่เป็นธรรม หรือถ้าจะให้ใช้ตามรัฐธรรมนูญ 50 เดิมทั้งหมด คงไม่ได้ประชาชนผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาให้แล้ว จึงต้องใช้คุณสมบัติขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่เป็นเหตุผลให้ กรธ.เลือกเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ทุกองค์กรอิสระต้องดูว่า คุณสมบัติข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญใหม่ ยกตัวอย่างกรณี กกต.ที่ต้องการมีเพิ่มกกต.จากเดิม 5 คนเป็น 7 คน กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อวินิจฉัยสรรหาไม่ใช่ กรธ.วินิจฉัยเอง สรุปเราไม่ได้เลือกปฏิบัติกับใครองค์กรใด หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นทางสายกลางแล้ว ใครคุณสมบัติครบก็อยู่ต่อไปใครไม่ครบ ก็ต้องพ้นคำว่า พ้นให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคนใหม่มาแทนซึ่งหน่วยงานราชการหรือประชาชนก็ไม่เสียหาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : http://www.komchadluek.net/news/politic/249158

 

รัฐบาลจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความดี 22 พ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249165

คมชัดลึก, ข่าวทั่วไป, พระราชสมภพ, 22 พ.ย., พระราชกุศล, บำเพ็ญ, รวมพลัง, กิจกรรม, รัฐบาล, จัดกิจกรรม, รวม, พลัง, แห่ง, ความดี, วิษณุ, ในหลวง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 16 พ.ย. 2559

รัฐบาลจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความดี 22 พ.ย.

“วิษณุ” แจงรัฐบาลจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความดี วันที่ 22 พ.ย. ใกล้วันบำเพ็ญพระราชกุศล “ในหลวง” 50 วัน-วันพระราชสมภพ 5 ธ.ค. ระบุจุดเทียนชัยอาจกระทบปชช.รอเข้าถวายบั

          16 พ.ย. 59 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดี และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ในวันที่ 22 พ.ย.ว่า รัฐบาลอยากให้กิจกรรมตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะประชุมทุกๆวันอังคาร แนวคิดเดิมคือหากเราไม่จัดวันที่ 22 พ.ย. ก็จะต้องไปจัดวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งรัฐมนตรีบางรายอาจติดภารกิจ

ทั้งนี้การตัดสินใจของรัฐบาลที่จะจัดกิจกรรมในวันที่ 22 พ.ย. เพราะใกล้กับวันพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วันในวันที่ 1 ธ.ค. และยังใกล้กับวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมจึงเป็นโอกาสที่ดีในการที่เราจะร่วมแสดงความจงรักภักดี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องไปถวายบังคมพระบรมศพเพียงอย่างเดียว เราสามารถทำได้หลายกิจกรรม อาทิ การถวายสัตย์ปฏิญาณตน ทั้งนี้การทำความดีด้วยกายเราก็ได้ทำไปแล้วคือการเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ ใจเราก็ได้ทำไปแล้วคือการให้คำมั่นว่าจะทำความดีตามรอยพ่อ ส่วนวาจาเรายังไม่มี เลยถือโอกาสจัดเป็นการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนขึ้น

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เดิมทีรัฐบาลก็อยากจะจัดกิจกรรมนี้ในวันที่ 5 ธ.ค. แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ อาจจะมีงานพระราชพิธีที่ครม.ต้องเข้าร่วม จึงไม่สามารถจัดได้ ส่วนคำถามว่าทำไมไม่จัดช่วงค่ำของวันที่ 5 ธ.ค.แทนการจุดเทียนชัยถวายพระพร รัฐบาลก็คิดว่าอาจไม่สะดวกเพราะสนามหลวงมีประชาชนจำนวนมากรอเข้าแถวเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพจะไปแย่งที่เขาก็คงลำบาก ทำให้เกิดแนวคิดว่าจะจัดที่ใดก็ได้แต่ไม่ต้องมารวมกัน ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ก็ขอจัดกิจกรรมวันที่ 20 พ.ย. แทนเพราะเขาสะดวกวันหยุดราชการ ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่เป็นสัญญาณของอะไรทั้งนั้น.

 

“วิษณุ” พร้อมสู้คดี “ยิ่งลักษณ์” หากฟ้องจำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249159

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ค่าเสียหาย, เรียก, ศาลปกครอง, ยิ่่งลักษณ์, วิษณุ, พร้อม, สู้คดี, ยิ่งลักษณ์, หาก, ฟ้อง, จำนำ, ข้าว, พร้อมสู้คดี, หากฟ้องจำนำข้าว, อัยการ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“วิษณุ” พร้อมสู้คดี “ยิ่งลักษณ์” หากฟ้องจำนำข้าว

“วิษณุ” ลั่นพร้อมสู้คดีหาก “ยิ่งลักษณ์” ร้องศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจำนำข้าว มอบ “อัยการ” ช่วยแก้คดี

          16 พ.ย. 59 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมคัดค้านคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อศาลปกครองว่า ไม่เป็นไร เราเพียงรับทราบ และไม่จำเป็นต้องตั้งทีมขึ้นมาสู้คดี เมื่อถึงเวลาเขาฟ้องมาเราก็สู้คดีไป โดยให้สำนักงานอัยการสูงสุดมาช่วยแก้คดี เรื่องรายละเอียดยังไม่ได้คิดอะไร ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการเรียกค่าเสียกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 80% นั้นตนไม่ทราบ ไม่เคยสอบถามรายละเอียดเรื่องนี้ไป ไม่ได้เรียกมาดูว่ารายชื่อมีใครบ้าง.

 

ค้านหัวชนฝา! “สมชัย” อัด กรธ.จ้องใช้คุณสมบัติใหม่โละกกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249158

ค้านหัวชนฝา! สมชัย อัด กรธ.จ้องใช้คุณสมบัติใหม่โละกกต., ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ค้าน, หัวชนฝา, สมชัย, อัด, จ้อง, ใช้, คุณสมบัติ, ใหม่, โละ, กกต, ค้านหัวชนฝา

การเมือง  : 16 พ.ย. 2559

ค้านหัวชนฝา! “สมชัย” อัด กรธ.จ้องใช้คุณสมบัติใหม่โละกกต.

“สมชัย” ค้าน กรธ.ใช้คุณสมบัติใหม่โละกกต. ชี้ ต้องใช้มาตรฐานเดียวทุกองค์กร เชื่อวุ่นแน่ซ้ำงานไม่ต่อเนื่อง อัดวางดีกรีสูงลิ่วไม่สู้ผลงานประจักษ์

           16 พ.ย.59 – ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ตนไม่เห็นด้วยกรณีกรธ.จะใช้เกณฑ์คุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่ในการเปลี่ยนแปลงกรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบัน ไม่ใช่เพราะตัวเองจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากมั่นใจว่าตนมีคุณสมบัติตรงตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนด เพราะเคยทำงานภาคประชาสังคมมาไม่น้อยกว่า 20 ปี ตนทำงานองค์กรกลางมาตั้งแต่ปี 2535 ดังนั้นในในส่วนตัวปัญหานี้จึงไม่ได้กระทบกับตน แต่ที่พูดเพราะเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นธรรม และจะมีกรรมการองค์กรอิสระอื่นได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยปกติเมื่อมีการร่างกฎหมายใหม่ ก็จะมีการเขียนในบทเฉพาะกาลว่าให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่เดิมนั้นให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ แต่ในครั้งนี้กลับจะมีการเขียนว่าให้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือว่าไม่เป็นธรรมพอสมควร

“ถ้ากรธ.จะยึดหลักเกณฑ์จริงจะก่อให้เกิดความวุ่นวายกับองค์กรต่างๆมากมาย การที่บอกว่ากกต.ต้องเป็นองค์กรแรกที่ต้องดำเนินการ ถ้าจะทำต้องทำพร้อมๆกัน ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญ กสม.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ล้วนแต่ทำให้คนอยู่เดิมได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ซึ่งในเวลานี้เรากำลังจะเปิดศักราชทางการเมืองใหม่ การทำงานหลายอย่างต้องการทำงานต่อเนื่อง ต้องการคนเก่าที่รู้ปัญหา ผมไม่เชื่อว่าการเอาคนมาใหม่ทั้งหมดจะตอบโจทย์ได้มากกว่า”นายสมชัย กล่าว

เมื่อถามว่าตามกฎหมายใหม่กกต.จะมีอำนาจมาก กรธ.จึงมองว่าจำเป็นต้องได้คนที่มีความรู้ความสามารถพอสมควรจึงกำหนดคุณสมบัติไว้สูง นายสมชัยกล่าวว่า เป็นความคิดที่ดี แต่การเชื่อว่ากำหนดคุณสมบัติไว้สูงแล้วจะได้คนดีนั้น ตนเห็นว่าผลงานสำคัญกว่าคุณสมบัติ คนไม่จบด็อกเตอร์อาจทำงานได้ดีกว่าคนจบด็อกเตอร์ หลายคนที่ไม่จบปริญญาก็ทำงานและประสบความสำเร็จมากกว่าคนจบปริญญา คุณสมบัติจึงเป็นเพียงมายาภาพที่สังคมควรเลิกติดยึดได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่แค่ 4 เดือน หรือ 4 ปี จากนี้ก็จะทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีลดราวาศอก ถ้าเขาให้อยู่ทำก็ทำ ไม่ให้อยู่ทำ ก็ไม่ทำ ไม่เป็นปัญหา ไม่ซีเรียสเลย

 

“บิ๊กต๊อก”เผยต่างชาติร่วมมือรบ.ดำเนินการคดี 112 มากขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249155


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, บิ๊ก, ต๊อก, เผย, ต่างชาติ, ร่วมมือ, ดำเนินการ, คดี, 112, มากขึ้น, บิ๊กต๊อก

การเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“บิ๊กต๊อก”เผยต่างชาติร่วมมือรบ.ดำเนินการคดี 112 มากขึ้น

“บิ๊กต๊อก” ชี้ตปท.ร่วมมือรบ.ดำเนินการคดี 112 มากขึ้น ระบุเคลื่อนไหวได้น้อยลง ลั่นถึงทำคดีมา 10 ปี ต่อจากนี้ก็ต้องเดินหน้าทำต่อ

          16 พ.ย. 59 – พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 ในต่างประเทศว่า ตนได้หารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งแนวคิดในการขอความร่วมมือกับต่างประเทศเพราะหากใช้การบังคับทางกฎหมายอาจทำไม่ได้ เพราะกฎหมายแต่ละประเทศต่างกัน จึงใช้วิธีการขอความร่วมมือ ซึ่งมี 2 กรณีคือเราเอาตัวเขากลับมาก็จบ และการไม่นำตัวกลับแต่ทำให้เขาหยุดเคลื่อนไหว

 

“เราดำเนินการเรื่องการขอความร่วมมือเรื่องการขอตัวคนทำผิดกลับเราทำมาเป็น 10 ปีแล้ว และจะทำต่อไป แต่สิ่งที่เราทำได้และยังมีโอกาสเป็นไปได้คือการทำให้เขาหยุดเคลื่อนไหว อย่างประเทศนิวซีแลนด์ก็ดำเนินการช่วยเหลือเราอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีขึ้น ส่วนสถานทูตก็พยายามหาวิธีและขอข้อมูล เพื่อเร่งจัดการเรื่องนี้เป็นการภายใน โดยไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งทูตของไทยในหลายประเทศจะใช้แนวทางนี้เช่นเดียวกับกต. แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่พยายามบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะเน้นขอความร่วมมือเรื่องดังกล่าวไปด้วยอีกทางหนึ่ง และยืนยันว่ารัฐบาลพยายามขอตัวผู้กระทำผิดกลับมา แม้อาจเป็นเรื่องที่ยากเพราะเป็นเรื่องกฎหมายภายในประเทศที่ยากต่อการไปละเมิดอธิปไตย แต่รัฐบาลกำลังดูว่าใครที่ไปหาประโยชน์จากการลี้ภัยทั้งทางการเมืองและการไม่ได้รับความยุติธรรมในประเทศไทย ซึ่งเราก็พยายามสอบถามไปเพื่อทำข้อมูลทักท้วงไป แต่จะได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

เมื่อถามว่า มีประเทศใดบ้างที่รับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้ให้ไทย พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า เกือบทุกประเทศก็นิ่งลงไปเยอะ จะเห็นได้จากสื่อโซเชียลมีเดียที่เขาใช้เป็นช่องทางเคลื่อนไหวก็ดีและเราก็พอใจในภาพรวม แต่ไม่ก็ยังไม่พอใจเพราะปัญหายังไม่หมดไป

 

“บิ๊กตู่”ปลื้มผลงานเพื่อนซี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249135


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, บิ๊ก, ตู่, ปลื้ม, ผลงาน, เพื่อนซี้, บิ๊กตู่, บิ๊กฉัตร, ถูกแล้วไง

การเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“บิ๊กตู่”ปลื้มผลงานเพื่อนซี้

“บิ๊กตู่”ปลื้มผลงานเพื่อนซี้ “รมว.เกษตรฯ” ลั่นอย่าว่า “บิ๊กฉัตร” มีอะไรมาลงที่ตัวเอง พร้อมสั่งการขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร-เกษตรกร ดัน เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์

          16 พ.ย. 59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การตรวจเยี่ยมตนใช้วิธีแบบทหาร จะไปเยี่ยมใครไม่ต้องเตือนกันมากนัก ทุกกระทรวงก็ไม่ต้องกังวลเตรียมการต้อนรับให้วุ่นวาย กระทรวงเกษตรฯถือเป็นกระทรวงที่อยู่กับเกษตรกรจริงๆ ดูแลผู้มีรายได้น้อย และประเทศไทยก็เป็นประเทศเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย ซึ่งรัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และตนมาติดตามดูเรื่องยุทธศาสตร์ ในเรื่องการเกษตรครบวงจรที่จะนำพาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งตนมีความพึ่งพอใจกระทรวงเกษตรฯ ทำตามแผนงานรัฐบาล ทุกกระทรวงมีภารกิจหลักและภารกิจแฝง และภารกิจที่เชื่อมโยงบูรณาการกับส่วนอื่น

วันนี้ตนมาอธิบายในหลักการในการบริหารราชการแผ่นดินระยะต่อไป กระทรวงเกษตรฯ และทุกกระทรวงทำมาโดยตลอด ตนก็ได้สั่งการในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าต้องเชื่อมโยงระหว่างนโยบายรัฐบาล วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน 7 กล่องยุทธศาสตร์ โดยกระทรวงเกษตรฯต้องนำมาขับเคลื่อน ทั้งด้านความมั่นคงอาหารและเกษตร ดูว่าอะไรบ้างที่ใช้งบประมาณ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความสมดุลในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปฏิรูประบบราชการในกระทรวง และการนำพาเกษตรไปสู่เกษตร 4.0 และการสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ในลักษณะสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และนำไปสู่การจัดทำแผนแม่บทว่า ยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะเดินไปด้วยแผนปฏิบัติการอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ เราตั้งเป้าหมายว่าในระยะทุก 5 ปี จะทำให้กิจกรรมก้าวหน้าเท่าไหร่ เดินไปกี่เปอร์เซ็นต์ รายได้ควรเพิ่มเท่าไหร่ จัดหาน้ำเพิ่มมากขึ้นได้เท่าไหร่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน อะไรที่ทำได้ต้องเร่งทำวันนี้ ถ้าไม่คิดใหม่ ไม่ทำใหม่ก็จะเป็นแบบเดิม น้ำท่วม ฝนแล้ง เกษตรกรไม่มีรายได้ มันคือปัญหาที่มายาวนาน และเป็นปัญหาในอนาคต หากไม่ทำอะไรในวันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากที่นำไปสู่ยุทธศาสตร์ แผนแม่บท แผนเผชิญเหตุการณ์ จะต้องสอดคล้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณด้วย ตนเคยบอกแล้วว่าต่อไปรัฐบาลจะต้องชี้แจงว่างบประมาณเหล่านี้ที่จะนำมาดำเนินการเรื่องใดก็ตามมาจากไหน เป็นการจัดทำงบ 2 ขา จึงจำเป็นต้องเดินหน้าทุกกระทรวงให้ได้ดังนี้ เพื่อสอดคล้องกันทั้งประเทศในเชิงบริหาร และตนมีหน้าที่ในเชิงบริหาร คิดริเริ่มวางกรอบต่างๆไว้ให้ โดยแต่ละกระทรวงมีขีดความสามารถอยู่แล้ว กระทรวงเกษตรฯมีข้าราชการที่เข้มแข็ง มีความรู้ ความสามารถมากมาย ตนเพียงมานำในฐานะรัฐบาล

“ผมเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และทุกคน ซึ่งถือทำงานเต็มที่ ถ้าลองถามดูจะรู้ว่าทุกคนมีความพึงพอใจ ที่เห็นแนวทางรัฐบาล จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เกษตรกร แต่อาจไม่ทันใจเหมือนที่ผ่านมา แม้เป็นการแก้ปัญหาเร็ว แต่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และปัญหาก็กลับมาที่เดิมทุกปี วันนี้เรากำลังทำให้ดีขึ้น ให้เร็วที่สุด แต่ไม่อยากกำหนดเวลาว่าต้องเป็น 1 ปี หรือ 5 ปี เดี๋ยวมีปัญหาอีก แต่ต้องดูว่าใน 5 ปีจะทำอะไรบ้าง แต่การจะทำอะไรได้ไม่ใช่ใช้อำนาจหรือกฎหมาย แต่ต้องใช้การสมัครใจ เช่น เรื่องการปรับเปลี่ยนปลูกพืชเกษตรแปลงใหญ่ หากสมัครกันเข้ามาจะดูแลกันได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ายังไม่สมัครก็ต้องไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ส่งผลให้เป้าหมายใหญ่ๆไปไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณกระทรวงเกษตรฯ ที่จัดขายสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่ขายให้กับประชาชนทั่วไป และขอบคุณผู้ซื้อทั้งประเทศด้วย ซึ่งผลิตผลทางการเกษตรตนให้นโยบาย 3ด้านคือ 1.ไว้ทำพันธุ์ 2.บริโภค 3.ขาย ซึ่งตลาดจะเปิดตลอด เวลานี้มีประมาณ 2,000 กว่าแห่ง แต่ไม่ได้มั่งหวังว่าจะได้ข้าวได้ทั้งหมด เพราะข้าวมี 16-17 ล้านตัน โดยมุ่งหวังส่วนหนึ่งต้องขายให้พ่อค้าคนกลางคือโรงสี ที่จะนำไปสู่การค้าข้าวปกติ แต่ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ราคาสูงขึ้น ส่วนตลาดค้าปลีกที่เกิดขึ้น เป็นการเปิดช่องทางให้สหกรณ์ รัฐวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรต่างๆ ยึดโดยกับเกษตรให้เกิดความเข้มแข็ง ให้ชาวนาขายข้าวได้ทั้งที่สหกรณ์และโรงสี

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า อีกส่วนที่ต้องทำคือ ทำให้ประชาชนมีรายได้ประจำวัน จะต้องผลิตข้าวให้มากขึ้นหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมการปลูกข้าวที่ใช้พื้นที่น้อยลง แต่ได้ข้าวมากขึ้น เพราะหากยังปลูกแบบเดิมข้าวจะล้น พื้นที่ใดทำได้ก็ทำ แต่หากทำไม่ได้ ก็ปลูกพืชไร่นาสวนผสม ยืนยันว่าไม่ได้ให้เลิกปลูกข้าว เคยพูดมาหลายครั้งแล้ว หากมีข้าวไว้กิน ทำพันธุ์และขาย ก็จะมีรายได้เข้าบ้าน เมืองนอกเขาก็ทำกันแบบนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้มาจากโทรทัศน์ต่างประเทศ เป็นไปตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของความพอเพียง เลี้ยงตัวได้ ซึ่งต้องดูตั้งแต่ปลุก ผลิต แปรรูป สร้างนวัตกรรม ไปสู่ต่างประเทศ ให้เกิดความสมดุล กระทรวงเกษตรฯกำลังทำแบบนี้

“ขอเพียงแรงใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดความขัดแย้ง และไม่มีใครอยากให้เกษตรมีรายได้น้อยลง หรือยุติอาชีพของท่าน ผมรู้ แต้ทำอย่างไรเขาจะดีขึ้น คือสิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ”นายกฯ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าผลงานของกระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างไรและยุทธศาสตร์ที่วางไว้มาถูกทางหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ถูกแล้วไง”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แฮปปี้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวทันทีว่า “แฮปปี้ๆ แฮปปี้ทุกกระกรวง ก็ผมต้องเป็นคนรับผิดชอบ ถ้าไม่ดีผมก็ต้องรับผิดชอบ ใช่มั๊ยเล่า อย่าไปว่าท่านรัฐมนตรี ว่าผมนี่”

ทั้งนี้เมื่อนายกฯ ให้สัมภาษณ์เสร็จก่อนที่จะขึ้นรถกลับทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนถามว่า “โอเค งั้นว่าท่านนายกฯ” ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้ตะโกนกลับมาว่า “อย่าว่าผมมากนักเลย”

 

“ปึ้ง” ป้อง “ปู” ไม่ได้ทุบราคาข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249118

บิ๊กตู่-รมต, -ปึ้งป้องปู ไม่ได้ทุบราคาข้าว จวกบิ๊กตู่-รมต.รับเงินหลายตำแหน่งแต่ทำหน้าที่แค่ตำแหน่งเดียว, ปึ้ง, ป้อง, ไม่ได้, ทุบ, ราคา, ข้าว, ไม่ได้ทุบราคาข้าว, มาร์ค

การเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“ปึ้ง” ป้อง “ปู” ไม่ได้ทุบราคาข้าว

“ปึ้ง”ป้อง“ปู” ไม่ได้ทุบราคาข้าว ย้อน “มาร์ค” ปั่นราคาหรือไม่

          16พ.ย.59-นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.ต่างประเทศ แถลงถึงกรณีที่มีการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าทุบราคาข้าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวจากชาวนามาในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ชาวนาได้รับเงินตามจริงโดยที่ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ค่าแรง ไปจนถึงค่าบรรจุหีบห่อ จึงทำให้ต้นทุนถูก ดังนั้น การกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเป็นผู้ทุบราคาข้าวจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยซื้อข้าวจากชาวนาในราคากิโลกรัมละ 25 บาทนั้น หากตนเป็นคนนิสัยไม่ดีก็อาจจะมองว่านายอภิสิทธิ์กำลังปั่นราคาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนดีใจที่ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือรับซื้อข้าวจากชาวนา เช่น บริษัทแกรมมี่ฯ ที่รับซื้อข้าวจากชาวนาในราคากิโลกรัมละ 20 บาทเช่นเดียวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือแม้แต่กองทัพอากาศที่ช่วยขายข้าวได้มากถึง 300 ตัน.

 

“เพื่อไทย”ยัน“ภักดี”ขาดคุณสมบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249116

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล, เพื่อ, ไทย, ยัน, ภักดี, ขาด, คุณสมบัติ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“เพื่อไทย”ยัน“ภักดี”ขาดคุณสมบัติ

“เพื่อไทย”ยัน“ภักดี”ขาดคุณสมบัติจวกเลขาธิการป.ป.ช. ศึกษากม.ให้แม่นก่อนตอบโต้

         16 พ.ย. — นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการทวงเงินเดือนและผลตอบแทนของนายภักดี โพธิศิริ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เบิกความที่ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรมช.คลังและพวก โดยนายพิศิษฐ์ได้นำหนังสือเบิกความลงวันที่ 29 เม.ย. 58 และพบข้อเท็จจริงว่านายภักดีไม่เคยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการป.ป.ช. จากนั้นมีผู้หวังดีนำหนังสือที่ป.ป.ช.ส่งไปสอบถามผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกรณีนายภักดีเพื่อขอข้อมูลต่าง ๆ มาดำเนินการต่อไป และตนได้ไปขอหนังสือฉบับนี้จากป.ป.ช.แล้ว และขอทราบว่าหลังผู้ว่าสตง.ส่งเรื่องไปให้ป.ป.ช.แล้วนั้น ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างไรบ้าง

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่ตนออกมาพูดเรื่องนี้ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. จะออกมาชี้แจงว่า ส.ว.มีมติเห็นชอบไม่ถอดถอนนายภักดีและเป็นเรื่องเก่า แต่ความจริงเป็นเรื่องใหม่ที่เกี่ยวกับเรื่องการลาออกจากองค์กรเภสัชกรรม เมริเออร์ชีวะวัตถุ ซึ่งตนเคยร้องเรียนไปยังป.ป.ช.และสตง. โดยนายภักดีไม่ได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวโดยชอบตามกฎหมาย รวมถึงคำเบิกความของผู้ว่าสตง.ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ขอให้นายสรรเสริญศึกษากฎหมายให้ละเอียดรอบคอบก่อนออกมาตอบโต้ตนและนายเรืองไกร  ทั้งหมดที่กล่าวมาเท่ากับยืนยันว่าสิ่งที่เคยพูดว่าจบแล้ว ไม่มีการถอดถอน ไม่ผิด คุณสมบัตินั้น ขัดแย้งกับหนังสือของผู้ว่าสตง. เพราะหากถูกต้องทั้งหมดป.ป.ช.จะทำหนังสือไปสอบถามผู้ว่าสตง.ทำไม

ด้านนายเรืองไกร กล่าวว่า ครั้งนี้พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน โดยในหนังสือนั้นตนสนใจตรงคำที่ป.ป.ช.เรียนผู้ว่าสตง.ว่า เพื่อที่ป.ป.ช.จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป แสดงว่ายอมรับว่าสิ่งที่สตง.ชี้นั้นถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นที่ยุติตามที่ผู้ว่าสตง.ได้แถลง อย่างไรก็ตาม เมื่อป.ป.ช.ทำหนังสือฉบับนี้ไปถึงสตง. แต่ไม่เคยมีการแถลง และเราก็ไม่เคยทราบว่าสตง.พูดถึงหนังสือฉบับนี้อย่างไร ดังนั้น เรื่องนี้ป.ป.ช.ต้องตอบสังคมว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร และมีผลต่อเงินแผ่นดินอย่างไร อีกทั้งเจ้าหน้าที่สตง.เองก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ วันนี้ป.ป.ช.ควรจะแถลงเรื่องนี้ให้ชัด

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนป.ป.ช.ที่จะลดลงนั้นจะมีผลต่อคดีต่าง ๆ ที่กรรมการป.ป.ช.เคยมีมติในช่วงดำรงตำแหน่งหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า หลายครั้งก็ได้รับคำโต้แย้งว่า การนับคะแนนคือเสียไป 1 ซึ่งที่จริงแล้วควรฟังคำของนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ที่กล่าวเมื่อครั้งถอดถอนส.ว.ไว้ว่า อำนาจขององค์คณะป.ป.ช.ถือว่าไม่ชอบ นายวิชัยใช้ว่าคนนอก คือใน 9 คน มี 1 คนที่เป็นคนนอก เมื่อมีคนนอกอยู่ด้วยก็จะทำให้มติอีก 8 คนเสียไป เรามีหลักฐานเรื่องนี้แบบคำต่อคำชัดเจน ดังนั้น เมื่ออำนาจขององค์คณะที่พิจารณาไม่ชอบจึงทำให้เสียทั้งหมด แล้วมาใช้กล่าวหาคดีอาญาหรือใช้กล่าวหาถอดถอนผู้อื่นนั้นคงต้องขอถามกลับว่า มันชอบได้อย่างไร

 

ยันผู้ตรวจฯไร้แทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249115

ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ยัน, ผู้ตรวจ, ไร้, แทรกแซง, จาก, อิทธิพล, ภายนอก, วิทวัส
ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ยัน, ผู้ตรวจ, ไร้, แทรกแซง, จาก, อิทธิพล, ภายนอก, วิทวัส
ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ยัน, ผู้ตรวจ, ไร้, แทรกแซง, จาก, อิทธิพล, ภายนอก, วิทวัส

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 16 พ.ย. 2559

ยันผู้ตรวจฯไร้แทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก

“วิทวัส”ยันผู้ตรวจฯ ไร้การแทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก แม้ประเทศกำลังสร้างปชต.ที่สมบูรณ์ พร้อมเดินหน้าสร้างศักยภาพให้ทันโลกมากขึ้น

          16 พ.ย. —  พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายจอห์น วอลเตอร์ส ประธานสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศและผู้ตรวจการเเผ่นดินแห่งสาฐารณรัฐนามิเบีย ได้ร่วมกันเปิดงาน การจัดการประชุมระดับโลกของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 (The11  world conference of the International Ombudsman Institute ) ภายใต้แนวคิด “วิวัฒนาการของความเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน”

โดยพล.อ. วิทวัส กล่าวตอนหนึ่งว่า เราภาคภูมิใจมากที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมครั้งนี้ เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างพันธกิจในการทำงานของผู้ตรวจการในด้านต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการทำงานระดับโลก อย่างไรก็ตาม ประชาชน และสังคม มีการคาดหวังเพิ่มขึ้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การทำงานจะมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงต้องปรับตัวให้ทันโลกมากขึ้น รวมถึงจะต้องตรวจสอบการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย และเปิดกว้างที่จะพัฒนา พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ตนมั่นใจว่าการประชุมระดับโลกในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์อย่างมาก

“แม้ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์โดยคณะรักษาาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีผลให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลงและมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 แต่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก็ยังได้รับการรับรองการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระเช่นเดิม ซึ่งองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินในเรื่องกระบวรการสรรหาบุคคลในองค์กรอิสระ ยังเป็นไปด้วยความโปร่งใสจากคณะกรรมการสรรหา และการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ปราศจากการแทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก ซึ่งเป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน”พล.อ.วิทวัส กล่าว

พล.อ.วิทวัส กล่าวอีกว่า การประชุมได้เริ่มขึ้นอย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยการที่ประชุมที่ผ่านมาได้หารือร่วมกันกำหนดนโยบาย และพัฒนาการขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินที่สนับสนุนการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงหัวข้อด้านวิวัฒนาการของผู้ตรวจการเเผ่นดินและความท้าทายในอนาคตขององค์กรด้านการตรวจสอบ  ทั้งนี้ยังรวมไปถึงประเด็นเรื่องแผนยุทธศาสตร์ของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ พ.ศ.2559 – พ.ศ. 2563 ผู้ตรวจการแผ่นดินภายใต้สภาวะการถูกคุกคาม รายงานความคืบหน้า และสถานะปัจจุบันขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 6 ภูมิภาค นอกจากนี้ทางประเทศไอร์แลนด์ได้เสนอความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการจัดงานครั้งที่ 12 ในปี พ.ศ. 2563 ด้วย

นายจอห์น กล่าวว่า  ขอบคุณประเทศไทยที่จัดการประชุมในครั้งนี้และขอบคุณผู้ร่วมงานที่มาเข้าร่วมประชุม ซึ่งการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นการตัดสินใจไม่ได้ ผูกพันในแอฟริกามีอำนาจสามารถตีความตรวจสอบผู้ตรวจการแผ่นดินได้และได้ตอกย้ำเรื่องสิทธิของประชากร จึงอยากถามว่าเรามีอำนาจเพียงพอแล้วหรือไม่ ประสบความสำเร็จหรือไม่ มีประสิทธิภาพหรือไม่ มีเสรีภาพหรือไม่ เพื่อที่จะรองรับเสียงของประชาชนซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าการประชุมในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมงาน เราไม่ต้องไปกังวลถึงตัวเลขของคนที่เข้าร่วมงาน เราสนใจเรื่องเนื้อหาที่จะมาร่วมคุยเเลกเปลี่ยนกันในการประชุมครั้งนี้มากกว่า ตนมุ่งหวังจะได้รับข้อเสนอต่าง ๆ ภายในระยะเวลา 3 วัน ที่จัดการประชุมเพื่อเเลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อที่ผู้ตรวจการแผ่นดินระดับโลกจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

“วัฒนา”เตือนหายนะเศรษฐกิจไม่ไกลเกินเอื้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249114


เพื่อไทย, วัฒนา เมืองสุข, วัฒนา, เตือน, หายนะ, เศรษฐกิจ, ไม่, ไกล, เกิน, เอื้อม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 16 พ.ย. 2559

“วัฒนา”เตือนหายนะเศรษฐกิจไม่ไกลเกินเอื้อม

“วัฒนา”โพสเตือนหายนะเศรษฐกิจไทยไม่ไกลเกินเอื้อม เหน็บ ทางออกคือ เลือกตั้งครั้งหน้าต้องเลือกคนมีสติปัญญา-ไม่ขี้อิจฉามาบริหารประเทศ

          16 พ.ย. — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ ได้โพสข้อความลงบนเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยมีใจความสรุปได้ว่า “รายงานของธนาคารโลกเผยแพร่ 4 ตุลาคม 2559 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกยังคงเผชิญกับความเสี่ยง การบริโภคภายในประเทศจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ หลายประเทศได้ใช้นโยบายหว่านเงิน (helicopter money) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยดำเนินนโยบายดังกล่าวโดยออกนโยบายเช็คช่วยชาติรายละ 2,000 บาท ตามด้วยมาตรการไทยเข้มแข็ง ส่วนรัฐบาลนี้ก็ใช้แนวทางดังกล่าวกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน โดยแยกออกเป็นหลายโครงการ ซึ่งรวมแล้วใช้เม็ดเงินไปเกือบ 800,000 ล้านบาท แต่เป็นการใช้เงินที่สูญเปล่าเพราะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น อีกทั้งยังสูญเสียมากกว่าที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้ในการแทรกแซงตลาดข้าวจนถูกฟ้อง

ส่วนพรรคเพื่อไทยเน้นการลงทุนสร้างกำลังซื้อให้เกษตรกร เพื่อให้เกิดการบริโภคภายในขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากมีประชากรที่อยู่ในภาคเกษตรประมาณ 24 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือเป็นคนส่วนใหญ่ที่ยากจน คนเหล่านี้เมื่อมีเงินจะซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีพที่ใช้วัตถุดิบและผลิตขึ้นในประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องตามมาอีกหลายทอด ประโยชน์จึงเกิดขึ้นกับคนไทยอย่างเต็มที่ เพราะเกษตรกรไม่ได้นำเงินไปซื้อสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ส่วนนโยบายช็อปปิ้งคืนภาษีไม่เกินรายละ 15,000 บาทที่รัฐบาลใช้กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสิ้นปี 2558 บางกรณีคือเอาเงินภาษีของคนไทยไปอุดหนุนสินค้าของต่างชาติ และคนที่ได้รับประโยชน์อยู่ในแวดวงที่จำกัด

ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำคือหายนะทางเศรษฐกิจ ล่าสุดคือมันสำปะหลัง ราคาตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ก่อนหน้านี้ยางพารา ข้าวเปลือก และข้าวโพดได้สร้างสถิติไปรอแล้ว มาตรการเร่งด่วนคือ การทำให้สินค้าเกษตรได้ปรับราคาเพื่อสร้างกำลังซื้อให้กับเกษตรกร ส่วนการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนทำได้โดยรัฐบาลจะต้องลงทุนเป็นทางเลือกเพื่อให้เกษตรกรเลิกผลิตสินค้าแบบโภคภัณฑ์ (commodity) หันมาผลิตสินค้าคุณภาพที่ตลาดมีความต้องการ ซึ่งจะทำให้หมดปัญหาเรื่องราคา ในขณะที่เศรษฐกิจของโลกมีปัญหาแต่รัฐบาลกลับปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โอกาสที่จะพยุงเศรษฐกิจด้วยการบริโภคภายในตามคำแนะนำของธนาคารโลกจึงหายไปเหมือนกับสติปัญญาของรัฐบาล หายนะของเศรษฐกิจไทยจึงไม่ไกลเกินเอื้อม ทางออกเดียวคือ การเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนต้องออกไปเลือกคนมีสติปัญญาและไม่ขี้อิจฉาเข้ามาบริหารประเทศ