สปท.เห็นชอบใช้ EM ติดตามตัวนักโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249010

การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, เห็นชอบ, ใช้, ติด, ตามตัว, นักโทษ, สปทเห็นชอบใช้, ติดตามตัวนักโทษ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 พ.ย. 2559

สปท.เห็นชอบใช้ EM ติดตามตัวนักโทษ

สปท.เห็นชอบ รายงานใช้ EM ติดตามตัวนักโทษ แก้ปัญหาคนล้นคุก

         15 พ.ย. – ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท.) มีนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสปท.คนที่ 1 พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่องการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ Electronic Monitoring หรือ EM ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยระบบการติดตามตัวโดยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา พ.ศ. …

          นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ รองประธานกรรมาธิการและในฐานะประธานอนุกรรมาธิการศึกษารายงานและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงถึงสาระสำคัญของรายงานว่า เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับหลักการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวกับผู้ต้องหาหรือผู้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อควบคุมพฤติกรรมของผู้กระทำผิดและป้องกันการทำผิดเงื่อนไขผู้ถูกควบคุมความประพฤติ โดยกำหนดกระบวนการและหลักเกณฑ์การพิจารณาฐานความผิดให้เหมาะสม

          จากนั้นสมาชิกสปท.ได้อภิปรายเห็นด้วยที่ให้มีเครื่องติดตามตัวผู้ต้องหาเพื่อแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก อาทินายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท.และประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง อภิปรายว่า สนับสนุนการใช้อุปกรณ์ติดตามตัว เพื่อสร้างโอกาสให้บุคคลที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากความไม่เท่าเทียมกัน เพราะคนที่มีฐานะสามารถประกันตัวได้ ดังนั้นการให้มีอุปกรณ์ติดตามตัวจะเป็นโอกาสให้คนที่ไม่มีฐานะได้รับการปล่อยตัวระหว่างถูกดำเนินคดี

   ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. ด้านการเมือง กล่าวว่า เจตนาอย่างหนึ่งของเครื่องติดตามตัวคือการลดจำนวนคนล้นคุก ซึ่งคดีส่วนใหญ่มาจากยาเสพติด ที่นักโทษจำนวนมากอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีโดยศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด ซึ่งจะแก้ปัญหาเพียงการใช้เครื่องติดตามเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ฝ่ายที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งตำรวจ อัยการ และศาล จะต้องทำความเข้าใจปัญหาและเข้าใจในความไม่เท่าเทียมกันของผู้ที่ถูกดำเนินคดีด้วย

    นายกษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ด้านการเมือง กล่าวว่าต้องมีการแบ่งประเภทความผิดให้ชัดเจน ไม่ควรรวมไปถึงนักโทษคดีอันตรายด้วย และดุลยพินิจที่จะพิจารณาก็ไม่ควรอยู่ที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนเดียว

       นายวิรัช ชินวินิจกุล ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปท. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวไม่ใช่เรื่องว่าผู้ต้องขังจะหลบหนีหรือไม่ แต่เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ศาลใช้ดุลยพินิจได้ลึกหรือกว้างขึ้น เป็นสิ่งสำคัญของกระบวนการปล่อยตัวชั่วคราว เราไม่ได้อยากได้เงินประกัน แต่อยากเห็นผู้กระทำผิดต่อสู้ในกระบวนการอย่างถูกต้อง การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวไม่ใช่การแก้ปัญหาคนล้นคุก คนที่ไม่สมควรอยู่นอกก็ควรต้องอยู่ในคุก แต่หากมีคนในคุกมากเท่าไรรัฐต้องสร้างที่คุกเพิ่มขึ้น ดังนั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเครื่องมือช่วยในการปฏิรูประบบยุติธรรมได้

       จากนั้นที่ประชมได้ลงมติเห็นชอบด้วย  149 ต่อ 3 งดออกเสียง 15 เสียง  โดยกรรมาธิการฯ นำข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงต่อไป

 

ค้าน..!! ปลดกกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/249005


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ค้าน, ปลด, กกต, ปลดกกต, จรุงวิทย์

การเมือง  : 15 พ.ย. 2559

ค้าน..!! ปลดกกต.

“จรุงวิทย์”ค้านปลดกกต. เพราะเหตุคุณสมบัติไม่ครบตามรธน.ใหม่ ตั้งถามกลับวาระเหลือจะชดเชยอย่างไร

          15 พ.ย.  59 – พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือก(กกต.) รักษาการเลขาธิการกกต. ได้ต้อนรับคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (พสบ.บก.ทท.) รุ่นที่ 8 จำนวน 75 คน เข้าศึกษาดูงานของสำนักงาน กกต. โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งเป็นผู้บริหารจากสาขาต่างๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านสังคมจิตวิทยาในทุกมิติ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศชาติมีความมั่นคงยิ่งขึ้น เป็นการประสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร และเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่การทำงานของสำนักงาน กกต. รวมทั้งให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ประชาชน และประเทศชาติโดยส่วนรวมต่อไป

โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “การเตรียมการเลือกตั้งในปีพุทธศักราช 2560” ตอนหนึ่งว่า การเตรียมการในการเลือกตั้ง กกต.ได้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ซึ่งมีประเด็นที่เพิ่มเติมจากเดิม เช่น การเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการไต่สวนและพนักงานสืบสวนมีอำนาจเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในคดีเลือกตั้ง การจัดตั้งกองทุนป้องกันและปราบปรามทุจริตเลือกตั้ง ให้การคุ้มครองพยานโดยสำนักงานคุ้มครองพยานในคดีอาญา และให้มี กกต.จังหวัด 5 คน เพื่อช่วยในการจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีประเด็นที่เพิ่มเติม เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง โดย กกต.จัดทำบอร์ดในย่านชุมชนให้ผู้สมัครไปติด ห้ามติดริมถนนแบบเดิม การจัดสรรเวลาออกอากาศให้ทุกพรรคการเมือง การให้มีดีเบตสำหรับพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และในคดีทุจริตเลือกตั้ง เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครหรือสิทธิเลือกตั้งแล้ว หากมีสั่งการเลือกตั้งใหม่ให้สั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง และจ่าย 2 เปอร์เซ็นต์ ของค่าใช้จ่ายเลือกตั้งเพื่อเข้ากองทุนที่จ่ายรางวัล ซึ่งร่างกฎหมายเหล่านี้ได้ส่งให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังพิจารณาแล้ว ทั้งนี้ กกต.ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อส่งเสริมให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการซักถามจากผู้เข้ารับฟังการบรรยาย มีการถามความคิดเห็นต่อประเด็นการเซ็ตซีโร่ กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า จากที่ทราบแนวทางของ กรธ. คิดว่าคงจะไม่มีการเซ็ตซีโร่ กกต. ทั้งหมดแล้ว แต่จะตัดเฉพาะคนที่คุณสมบัติไม่ครบตามร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ฉบับใหม่ที่จะออกมา ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เพราะคนที่เข้ามาแล้วมีคุณสมบัติครบตามกฎหมายเก่า แต่ต้องออกไปตามคุณสมบัติที่กำหนดในกฎหมายใหม่ ทั้งๆ ที่วาระยังเหลืออยู่ประมาณ 4 – 5 ปี จะเอาอะไรมาชดเชยได้ ตรงนี้เป็นหลักทั่วไป การที่กฎหมายออกมาอย่างนี้ขัดหลักทั่วไปหรือไม่ ซึ่งตนเห็นด้วยกับหลักทั่วไปมากกว่าว่าสิทธิของเขาต้องคงอยู่ อย่าไปตัดถ้ามันไม่มีอะไรเสียหาย

 

กว่า 6,000 ราย! เกี่ยวข้องค่าเสียหายจำนำข้าวอีก 80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248991

ราย, 80 เปอร์ฺเซ็นต์, 1.4 แสนล้าน, 6 พันคน, 20 เปอร์เซ็นต์, การเมือง, คมชัดลึก, กว่า, 6000, ราย , เกี่ยวข้อง, ค่าเสียหาย, จำนำ, ข้าว, อีก, บิ๊กต๊อก, จำนำข้าว, ผู้บริหาร-ฝ่ายปฏิบัติ

การเมือง  : 15 พ.ย. 2559

กว่า 6,000 ราย! เกี่ยวข้องค่าเสียหายจำนำข้าวอีก 80%

“บิ๊กต๊อก” เผย เรียกค่าเสียหาย “จำนำข้าว” อีก 80 เปอร์เซ็นต์ แบ่งได้ 3 กลุ่ม เฉพาะ “ผู้บริหาร-ฝ่ายปฏิบัติ” มีถึง 6 พันคน ชี้ ต้องดูต่อ สุดท้ายใครต้องรับผิด

 

15 พ.ย.59 – พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการรวบรวมข้อมูลผู้ที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ว่า เราได้มีการแบ่งกลุ่ม เป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก คือ กลุ่มผู้บริหาร ประกอบด้วย รัฐมนตรีและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายข้าวประมาณ 2,000 รายชื่อ กลุ่มที่สอง คือกลุ่มข้าราชการในกระทรวงที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย องค์กรที่ทำหน้าที่ปฏิบัติ ประมาณ 4,000 ราย และกลุ่มที่สามคือกลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชน

“ทั้ง 2 กลุ่มแรก 6,000 รายนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้ามามีส่วนรับผิดชอบ แต่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงจะต้องพิจารณากันอีกครั้งว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิด โดยเราจะร่วมกันดูรายละเอียดต่อไปว่าใครจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ซึ่งจะพิจารณาตามเหตุผลในแต่ละราย เพื่อรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ”

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการยังไม่ชัดเจนว่าไปเชื่อมโยงกับบุคคลระดับผู้ปฏิบัติในส่วนอื่นหรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบและรวบรวมรายชื่อโรงสีข้าวและคลังเก็บข้าว จึงต้องรอกระทรวงมหาดไทยรวบรวมก่อน ทั้งนี้ สรุปแล้วหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานมี 5 หน่วยงาน คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง

สำหรับการเรียกค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าวนั้น ส่วนหนึ่งอยู่ในขั้นตอนเรียกจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ 35,717 ล้านบาท คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 80 เปอร์เซ็นต์คือประมาณ 1.4 แสนล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการหาผู้รับผิดชอบ

 

นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248985

นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล ขอ สื่ออย่าโยงนักการเมือง ไม่กลัวอนาคตใครเข้ามาพร้อมสนองนโยบายถ้าทำให้ยั่งยืน, นายกฯ, สมาคม, ชาวนา, ยัน, ไม่มี, จัดฉาก, ขอบคุณ, รัฐบาล, นายกฯสมาคมชาวนา
นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล ขอ สื่ออย่าโยงนักการเมือง ไม่กลัวอนาคตใครเข้ามาพร้อมสนองนโยบายถ้าทำให้ยั่งยืน, นายกฯ, สมาคม, ชาวนา, ยัน, ไม่มี, จัดฉาก, ขอบคุณ, รัฐบาล, นายกฯสมาคมชาวนา

การเมือง  : 15 พ.ย. 2559

นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล

นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล ขอ สื่ออย่าโยงนักการเมือง ไม่กลัวอนาคตใครเข้ามาพร้อมสนองนโยบายถ้าทำให้ยั่งยืน

         15 พ.ย.59-นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำสมาชิกที่เป็นตัวแทนจากเจ้าของโรงสีและชาวนาทั่วประเทศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อขอบคุณรัฐบาลออกมาตรการต่างๆในการช่วยเหลือชาวนา ว่า วันนี้มาขอบคุณนายกฯในความพยายามแก้ไขปัญหาราคาข้าว ในฐานะที่พวกเราได้รวมตัวเป็นสมาคมชาวนา และได้นำปัญหาจากชาวนามาเรียนให้หน่วยงานราชการทราบ ทุกครั้งที่ปัญหาหนักรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้แจ้งให้นายกฯทราบ ซึ่งจะตอบกลับทุกครั้ง และเราไม่ได้ขอเกินเลยแต่ขอในสิ่งที่รัฐบาลทำได้ ปัญหาราคาข้าวเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ หลังสุดคือการชะลอการขายข้าวเปลือก แต่ยังได้รับความกรุณาในการดูแลราคาข้าวหอมมะลิที่ตกต่ำ รอบแรกคณะกรรมการนบข.ให้ราคา 8,730 บาท ต่อตัน ถือว่ารับไม่ได้จริงๆ เพราะราคาต่ำเกินจึงเรียนให้รมว.เกษตรและสหกรณ์ทราบ และเรียนไปถึงนายกฯด้วย ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน แต่ตอนเช้ามีมติคณะรัฐมนตรีปรับราคาตามคำบัญชานายกฯ และวันนี้เราพอใจราคาในระดับหนึ่ง จึงอยากขอบคุณที่นายกฯให้ความสำคัญและให้ความสนใจชาวนา

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการชะลอขายข้าวเปลือกที่ประกาศมาเฉพาะข้าวหอมมะลิ ภาคอีสานและภาคเหนือ ขณะที่ข้าวขาวและข้าวหอมปทุมเดือดร้อน แต่เราจะไม่เรียกร้องอะไรมาก แต่อยากให้ช่วยภาคกลางและภาคอื่นๆที่ปลูกข้าวด้วย จะช่วยอย่างไรให้ยั่งยืนถ้าประกาศให้จำนำยุ้งฉางได้ก็จะดี

นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล

“หลายคนอาจมองว่าการมาของพวกเราวันนี้เป็นการจัดฉากของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่ นายกฯนั้นห้ามด้วยซ้ำว่าไม่ต้องมาขอบคุณ แต่ผมบอกไปว่าพวกเราชาวนารู้บุญคุณ ใครดีก็ขอบคุณทั้งนั้น และยังให้กำลังใจด้วย พวกเราชาวนาพยามยามปรับตัวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 วันนี้แม้ชาวนาภาคกลาง ภาคใต้จะไม่ได้อานิสง จากโครงการชะลอขายข้าวเพราะไม่มียุ้งฉาง แต่ปีหน้าหรือปีแต่ไปถ้าชาวนาปรับตัวได้และมียุ้งฉางของตัวเองแม้ไม่ได้เข้าโครงการจากรัฐบาล ก็สามารถชะลอขายข้าวได้ เพื่อเป็นทางเลือกของราคา เมื่อรัฐบาลทำมาตรงกับความต้องการเพื่อให้ชาวนเกิดความยั่งยืนก็ถือว่าลงตัว ดังนั้นวันนี้เราจะเดินไปด้วยกันเพื่อพัฒนาข้าว” นายสุเทพ กล่าว

ส่วนกรณีนายกฯให้ปรับพื้นที่ปลูกข้าวให้สอดคล้องกับตลาด แต่ชาวนาบางคงยังไม่เข้าใจ นายสุเทพ กล่าวว่า คนที่สื่อสารคำพูดนายกฯ นั้นอาจไม่ชัดเจน แต่ชาวนาเองเมื่อปลูกแล้วขาดทุนน้ำท่วมเขาก็เปลี่ยน อย่างเช่นจ.อยุธยา น้ำท่วมซ้ำซากเป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำชาวนาก็ปรับตัวไปปลูกพืชน้ำ สิ่งเหล่านี้ชาวนาทำอยู่แล้ว ยืนยันว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลถูกจุด และเป็นความยั่งยืน

นายกฯสมาคมชาวนา ยัน ไม่มีจัดฉากขอบคุณรัฐบาล

เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นเกษตรกรมองว่ากรณีรับซื้อข้าวมาขายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย จะไม่ตอบคำถามของรัฐบาลก่อน ขอทำปัจจุบันกับอนาคตให้ดีขึ้น อนาคตไม่ใช่คสช.ไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ แต่มีรัฐบาลอื่นมา ถ้าทำตรงกับความต้องการของชาวนาเราก็สนับสนุนแต่อย่าถามว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาเราก็สนองนโยบาย แต่วันนี้อย่าเอาสมาคมชาวนาของเราไปโยงให้เราออกความคิดเห็นเรื่องนี้ ตนไม่กลัวว่าหากรัฐบาลเดิมกลับมาจะอยู่ลำบาก ไม่ขอต่อสู้ทางการเมืองกับใครไม่โจมตีรัฐบาลไหนถ้าทำถูกต้อง ผิดถูกอย่างไรให้เป็นเรื่องคดีความเราไม่ใช่คนตัดสิน ตอนนี้ไม่ขอโยงถึงโครงการไหน.

 

สมาคมชาวนา ขอบคุณ นายกฯ ออกมาตรการช่วยชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248983

นายกฯรับการขอบคุณจากสมาคมชาวนา ย้ำ รบ.ช่วยชาวนาทั้งระบบ ปัด บอกให้เลิกปลูกข้าว แต่เมื่อเสียหายแล้วจะปลูกไปทำไม วอนทุกกลุ่มเข้าใจ ลั่น ไม่สร้างภาพ จริงใจ ไม่โกหก, ช่วยเหลือ, สมาคม, ชาวนา, ขอบคุณ, นายกฯ, ออก, มาตรการ, ช่วย, สมาคมชาวนา ขอบคุณ, ออกมาตรการช่วยชาวนา

การเมือง  : 15 พ.ย. 2559

สมาคมชาวนา ขอบคุณ นายกฯ ออกมาตรการช่วยชาวนา

นายกฯรับการขอบคุณจากสมาคมชาวนา ย้ำ รบ.ช่วยชาวนาทั้งระบบ ปัด บอกให้เลิกปลูกข้าว แต่เมื่อเสียหายแล้วจะปลูกไปทำไม วอนทุกกลุ่มเข้าใจ ลั่น ไม่สร้างภาพ จริงใจ ไม่โกหก

          15 พ.ย.59-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยก่อนการประชุม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าพบนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา จากวิกฤติปัญหาราคาข้าวตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ต่อมา นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย นำสมาชิกที่เป็นตัวแทนจากเจ้าของโรงสีและชาวนาทั่วประเทศ เข้าพบนายกฯเพื่อขอบคุณรัฐบาลออกมาตรการต่างๆในการช่วยเหลือชาวนา โดยทางสมาคมฯได้มอบพระแม่โพสพที่ทำจากข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 3 ถุง และปลาดุกแดดเดียว ปลาช่อนแห้ง ใส่ในข้องจับปลามอบให้ให้ นายกฯ

สมาคมชาวนา ขอบคุณ นายกฯ ออกมาตรการช่วยชาวนา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณเครือข่ายเกษตรกรที่มาให้กำลังใจ วันนี้เราต้องสร้างความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะพังหมด รัฐบาลมีนโยบายให้เก็บข้าวไว้ในยุงฉางเพื่อ 1.จะได้เก็บไว้รับประทาน 2.จำหน่าย ไม่ใช่จะขายผลผลิตทั้งหมด เราไม่ต้องการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่จะแก้ทั้ง ข้าวคุณภาพไม่ดี น้ำท่วม น้ำแล้ง เพื่อลดต้นทุนและสร้างความเข้มแข็ง แต่ก็ต้องมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือปัจจัยด้านผลิตด้วย ทั้งนี้ ไม่ได้บอกให้ชาวนาเลิกปลูกข้าว แต่ต้องดูความเหมาะสม หากปลูกแล้วเสียหาย น้ำท่วม ฝนแล้ง แล้วจะปลูกไปทำไม การรอการช่วยเหลือไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แนวทางที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็ง สิ่งที่รัฐบาลทำอาจไม่เกิดผลในวันนี้แต่ในอีก 10-20 ปีข้างหน้าจึงจะเกิดผล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ชาวนารวมตัวกันหลายกลุ่ม มีการเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหา แต่จะทำอย่างไร เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่จะเรียกร้องอย่างเดียว รัฐบาลกำลังหารือกับต่างประเทศเพื่อหาทางออกปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และชาวนาเองจะต้องสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย และรัฐบาลก็ไม่ได้สร้างภาพ

สมาคมชาวนา ขอบคุณ นายกฯ ออกมาตรการช่วยชาวนา

“รัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีรายได้ ทุกอาชีพไม่ว่าจะโรงสีข้าว หรือชาวประมงที่หาปลา ขอให้คัดปลาออกมาขาย จากนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะหาพื้นที่ขายให้ และจะต้องตั้งราคาให้เหมาะสม ซึ่งการขายข้าวก็เหมือนกันข้าวที่มีคุณภาพก็จะได้ราคาดี แต่ความไม่ไว้วางใจนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว เมื่อจะทำอะไรก็มีคนไม่ไว้ใจ แต่ขอให้รู้ว่าข้าวนาปีลดลงเท่าไหร่ ขาวนาปรังปลูกเท่าไหร่ แต่จะปลูกก็แล้วแต่ท่าน หรือจะปลูกอย่างอื่นได้หรือไม่ เราหามาตรการช่วยเหลืออยู่ ขอฝากกับทุกคนรัฐบาลทำจากใจจริง ๆ ไม่มีโกหก พูดแต่เรื่องจริง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพร้อมใช้มือทุบหน้าอก.

 

ไทย เป็นเจ้าภาพ การประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่ 11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248933

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ไทย เป็นเจ้าภาพ การประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่ 11, ไทย, เป็นเจ้าภาพ, การประชุม, ผู้ตรวจการ, ระดับโลก, ครั้ง, ที่, วิทวัส

การเมือง  : 14 พ.ย. 2559

ไทย เป็นเจ้าภาพ การประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่ 11

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้ตรวจการฯระดับโลกครั้งที่11 “วิทวัส” เชื่อเป็นเวทีระหว่างปท. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดี ยกระดับตรวจสอบอำนาจรัฐ – คุ้มครองสิทธิฯแบบสากล

          14 พ.ย.59 – สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดแถลงข่าวการจัดงานประชุมระดับโลกและแถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารการประชุมระดับโลกของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-19 พ.ย.นี้ โดยพล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวตอนหนึ่งว่า สถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2521 เพื่อเป็นเวทีให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินทั่วโลกได้มีส่วนร่วม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งกันและกัน ให้เกิดการพัฒนาความรู้ด้านผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีการเสริมสร้างธรรมาภิบาล รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 170 องค์กรจาก 6 ภูมิภาคทั่วโลก

“เวทีการประชุมนี้มีความสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของบุคคลากรในแวดวงผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะจัดประชุม 4 ปีจัด 1 ครั้ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง วิวัฒนาการของผู้ตรวจการแผ่นดิน การบริหารเงิน การบริหารงาน รวมถึงการท้าทายในอนาคต เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพ ทิศทาง และแนวโน้มในการตรวจสอบอำนาจรัฐ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ดีมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดการประชุมครั้งนี้ เพื่อเแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินทั่วโลก อาทิ แคนนาดา ออสเตเรีย และไทย รวมถึงการหารือในเรื่องอำนาจหน้าที่ใหม่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน คือ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และการป้องกันการทุจริต ซึ่งสิ่งที่คาดหวัง ในการประชุม นอกจากจะเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงานแล้ว ยังมุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าใจการทำงาน ในเรื่องการสืบสวนสอบสวน การวินิจฉัย เพื่อนพไปสู่การสร้างความเชือมั่นว่ากระบวนการประชาธิปไตยของไทยเข้มแข็ง” พล.อ.วิทวัส กล่าว

พล.อ.วิทวัส กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวอย่างเป็นทางการขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ และเทคนิค โดยจะนำไปสู่การยกระดับ การทำงานของแต่ละหน่วยงานในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ เพื่ออำนวยความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้มีมาตรฐานสากลมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสของไทยในการหาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อให้การทำงานขององค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความเชื่อมโยงกันลักษณะเครือข่ายที่ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเดือดร้อนจากการดำเนินการของรัฐ

ด้านนายจอร์น อาร์ วอร์เตอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐนานิเบีย ดำรงตำแหน่งประธานสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทย และผู้ตรวจการแผ่นดินที่เตรียมการไว้อย่างดี ทำให้ทุกอย่างเป็นไปราบรื่น สำหรับการจัดการประชุมครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางด้านวิชาการ และเทคนิค ระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ตนอยากเห็นการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินมีความใสสะอาด และสามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้ทุกขั้นตอน อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศสมาชิก เพราะประชาชนมีสิทธิอย่างมากที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ขณะที่นายรักษเกา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า การจัดงานประชุมในวันนี้ ถือว่า เป็นเกียรติของประเทศไทยมาก เพราะมีหลายประเทศแย่งกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้นอกจากเป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นครั้งแรกของเอเชียด้วย ซึ่งเราได้ประสานงานกันอย่างหนัก เพื่อให้เกิดงานวันนี้ขึ้น โดยงานประชุมครั้งนี้ได้ประโยชน์หลายอย่างๆ แม้ว่า ที่ผ่านมาจะมีเสียวิจารณ์ว่าระเทศไทยเองยังไม่เป็นยังมีความเป้นประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่หลายประเทศก็ยังมาร่วมประชุมด้วย แสดงว่าเขาก็ยังเชื่อถือเราในการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐอยู่

ทั้งนี้ ประเด็นที่ได้มีการพูดถึงในที่ประชุมก็คือ เรื่องการคุกคามเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระในต่างประเทศที่ตรวจสอบ หรือพยายามเปิดโปงคอรัปชั่น ซึ่งการคุกคามมีหลายรูปแบบทั้งการข่มขู่เอาชีวิต ตัดงบประมาณ แทรกแซงการแต่งตั้ง ซึ่งไทยเองเราก็เรียนไปว่า ไม่ได้มีสถานการณ์เกิดขึ้นในบ้านเรา โดยรัฐบาลก็ให้ความร่วมมือและสนบัสนุนเราเป็นอย่างดี โดยตัวแทนจากหลายประเทศก็ระบุว่า เห็นการเติบโตของเราในทางที่ดี โดยนานาประเทศก็ได้ให้ทุนสนับสนุนเราอยู่หลายครั้งเพื่อจัดอบรม โดยการอบรมแต่ละครั้งก็มีตัวแทนจากต่างประเทศมาร่วมด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พูดถึงประเด็นการจัดตั้งผู้ตรวจการฯ ในเรื่องที่กฎหมายครอบคลุมไม่ถึง หรือเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ อย่างบางประเทศได้มีจัดตั้งผู้ตรวจการฯระดับจังหวัด หรือทำด้านการเงินธนาคาร เป็นต้น ถือว่าเป็นประโยชน์ที่เราได้แลกเปลี่ยนกับตัวแทนจากต่างประเทศ

 

องค์การพิทักษ์รธน. ร้องชะลอ ร่างแผนคุ้มครองศาสนาฯเข้า ครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248930

องค์การพิทักษ์รธน. ร้องชะลอ ร่างแผนคุ้มครองศาสนาฯเข้า ครม., การเมือง คมชัดลึก, องค์การ, พิทักษ์, รธน, ร้อง, ชะลอ, ร่าง, แผน, คุ้มครอง, ศาสนา, เข้า, ครม, องค์การพิทักษ์รธน, ร้องชะลอ, ประยุทธ์, กรมการศาสนา

การเมือง  : 14 พ.ย. 2559

องค์การพิทักษ์รธน. ร้องชะลอ ร่างแผนคุ้มครองศาสนาฯเข้า ครม.

“สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย-เครือข่ายคริสต์ศาสนิกชน” ร้อง “ประยุทธ์” กล่าวโทษ “กรมการศาสนา” จี้ ชะลอนำ ร่างแผนอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาฯ เข้าครม.พรุ่งนี้

           14 พ.ย.59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและเครือข่ายคริสต์ศาสนิกชนประมาณ 100 คน นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และศจ.ดร.สุรพล บุญประถัมภ์ นายกสมาคมสหพันธกิจคริสเตียนได้เดินทางมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลเพื่อร้องเรียนกล่าวโทษกรมการศาสนาต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ผ่าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ระงับแผนมาตรการฯ ที่ขัดต่อคำสั่ง คสช. โดยมีพ.อ.คฑาวุธ ขจรกิตติยุทธ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนรับเรื่อง

โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่ากรณี คสช. มีคำสั่งที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมภ์ และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรทางศาสนาต่างๆที่ทางราชการรับรองร่วมกันกำหนดมาตรการ และกลไกในการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ของศาสนิกชนของทุกศาสนา การนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศ แต่กรมศาสนาสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นเรื่อง ได้เชิญผู้แทนองค์กรศาสนาคริสต์เพียง 5 องค์กร เข้าร่วมประชุม เพื่อจัดทำร่างดังกล่าว และมิได้เชิญองค์กรศาสนาคริสต์อื่น โดยอ้างว่าทางราชการไม่ได้รับรอง ซึ่งองค์กรศาสนาคริสต์ นอกเหนือจาก 5 องค์กร เห็นว่าไม่เป็นธรรม และไม่ถูกต้อง จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาสั่งการให้กรมการศาสนา ดำเนินการเชิญหรือเรียกให้องค์กรศาสนาคริสต์อื่นๆ ที่ทางราชการให้การรับรองตามกฎหมาย นอกเหนือจากองค์กรศาสนาคริสต์ ทั้ง 5 องค์กร ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำร่าง แผนหรือมาตรการ และกลไกในการส่งเสริม ความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ของศาสนิกชนทุกศาสนา ตามเจตนารมณ์ของคำสั่ง คสช.ที่ 49/2559

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตามที่ คสช.มีคำสั่งที่ 49/2559 เพื่อกำหนดมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาทุกศาสนาในไทยนั้น แต่ปรากฎว่าในการจัดทำ (ร่าง) แผนมาตรการและกลไกในการส่งเสริมและคุ้มครองคริสต์ศาสนาในประเทศไทยนั้น กรมการศาสนากลับเลือกปฏิบัติ ไม่เชิญตัวแทนขององค์กรคริสต์ศาสนาที่ราชการ รับรองแล้วทุกองค์กรมาร่วมหารือจัดทำแผนฯดังกล่าว โดยเลือกเชิญเฉพาะแต่องค์กรคริสต์ศาสนาบางองค์กรเท่านั้น ซึ่งจะนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ แสวงหาผลประโยชน์ ก่อให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มของศริสต์นิกชนทั้งหลาย และก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด กรณีดังกล่าวเครือข่ายสหพันธกิจคริสเตียนในประเทศไทยจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือมายังสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเพื่อช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมและความยุติธรรมกลับคืนมาสู่คริสต์ศาสนิกชนทั้งหลายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มได้ส่งตัวแทนจำนวน 26 คน เข้าชี้แจงว่า ต้องการให้ชะลอการนำ (ร่าง) แผนการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาต่างๆ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 49/2559 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ไว้ก่อน ซึ่งทราบมาว่า จะมีการนำเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ( 15 พ.ย.) และขอให้ภาครัฐ ได้เชิญองค์กรศาสนาคริสต์อื่น ที่ทางราชการให้การรับรองตามกฏหมาย ได้เข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อให้มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำ(ร่าง)แผนดังกล่าว ซึ่งทางกลุ่มฯเห็นว่า หากที่ประชุม ครม. ได้มีมติพิจารณาไปแล้ว จะทำให้แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งทาง พ.อ.คฑาวุธฯ ได้ชี้แจงว่า จะนำเรื่องเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร ขอให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ตัวแทนจึงได้ออกจากห้องประชุม เพื่อไปชี้แจงให้กับสมาชิกที่รออยู่ด้านนอกทราบต่อไป

 

สนช.เตรียมพร้อมร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248924

คมชัดลึก, การเมือง, กกต., กรธ., 10ฉบับ, กฎหมายลูก, สัมมนา, สนช., เตรียมพร้อม, ร่างกฎหมาย, ลูก, ฉบับ, พรเพชร, สุรชัย
คมชัดลึก, การเมือง, กกต., กรธ., 10ฉบับ, กฎหมายลูก, สัมมนา, สนช., เตรียมพร้อม, ร่างกฎหมาย, ลูก, ฉบับ, พรเพชร, สุรชัย

การเมือง  : 14 พ.ย. 2559

สนช.เตรียมพร้อมร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ

สนช.เตรียมพร้อมร่างกม.ลูก “พรเพชร” รับเงื่อนไขเวลาจำกัด แนะทำรอบคอบ “สุรชัย” แจงวางหลัก 3 ข้อรับมือ ด้าน กรธ.เผย กำหนดคุณสมบัติกกต.เข้ม ยันไม่คิดเซ็ตซีโร่

 

14 พ.ย.59 – คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้จัดสัมมนา เรื่องการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.ป.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 1/3  โดยเชิญนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ รองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่ 2 และนายนรชิต  สิงหเสนี  โฆษกกรธ.  ชี้แจงเจตนารมย์ร่างกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง ให้สมาชิกสนช.รับทราบข้อมูล

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. กล่าวเปิดงานสัมมนา ว่า หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ สนช. มีหน้าที่พิจารณากฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ ภายใต้กรอบเวลา 60 วัน นับจากวันที่ได้รับร่าง และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการตีความในอนาคต  จึงขอให้สมาชิกพิจารณากฎหมายเหล่านี้อย่างรอบคอบ ยอมรับว่าระยะเวลาค่อนข้างเร่งรัดแต่เป็นความประสงค์ตามกรอบร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งตามแผนโรดแมป  ดังนั้นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะมาทำหน้าที่พิจารณาจึงมีความสำคัญ ต้องทำงานอย่างจริงจัง ยอมเสียสละเวลาซึ่งในบางครั้งอาจต้องมีการเตรียมพร้อมร่วมกันทำงานนอกสถานที่เพื่อจะทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเสร็จได้ทันตามเวลาที่กำหนด

ต่อมานายอภิชาติ  ชี้แจงถึงรายละเอียดร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ว่า  ร่างแรกมี 67 มาตรา ที่เป็นของใหม่คือ การกำหนดให้คุณสมบัติกกต.เข้มข้นขึ้น เช่น ต้องดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เทียบเท่าระดับอธิการบดี อัยการ ผู้พิพากษา ติดต่อกัน 10 ปี ในทางวิชาการต้องอยู่ในระดับศาสตราจารย์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับบริหารงานการเลือกตั้งมาไม่น้อยกว่า 20 ปี โดยประสบการณ์แต่ละด้านสามารถนับรวมเวลากันได้

นายอภิชาติ   กล่าวต่อว่า ส่วนอำนาจหน้าที่ที่ปรับใหม่ เช่น  ให้กกต.เพียง 1 คนสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งระงับการเลือกตั้งได้ทันที หากพบว่า ไม่สุจริตยุติธรรม นายทะเบียนพรรคให้เปลี่ยนจากกกต.เป็นเลขาธิการสำนักงานกกต. สำหรับผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัด จะมีจำนวน 5-7 คน แล้วแต่ความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ โดย 2 คน มาจากคนในพื้นที่ ส่วนที่เหลือมาจากการสุ่มว่า ใครจะต้องไปลงพื้นที่ใดบ้าง มีอำนาจเฉพาะช่วงมีการเลือกตั้ง ไม่มีเงินเดือน มีแต่เบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทาง

นายนรชิต กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กรธ.ไม่มีแนวคิดการรีเซ็ตหรือเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง  เช่นเดียวกับคณะกรรมการองค์กรอิสระ กรธ.ก็ไม่มีแนวคิดเรื่องนี้ ภาพรวมของกฎหมายพรรคคือ ทำให้จัดตั้งง่ายขึ้น สำหรับเจตนารมย์ขอให้สนช.ดูในบทเฉพาะกาลคือ ให้พรรคจดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมืองปี 2550 ยังอยู่ แต่ต้องมีจำนวนสมาชิก จำนวนสาขาพรรค และตัวแทนสมาชิกประจำจังหวัด ครบตามที่กฎหมายกำหนด และมีทุนประเดิมแรกเริ่มคือ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคลงขันคนละอย่างน้อย 2,000 บาท แต่รวมแล้วไม่เกิน 500,000 บาท ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่กฏหมายบังคับใช้ หากไม่ดำเนินการ หรือไม่ทัน ส่งผลให้พรรคสิ้นสภาพ

นายนรชิต กล่าวต่อว่า ส่วนมติพรรคหรือข้อบังคับให้เป็นไปตามเดิม พร้อมทั้งจัดทำรายการบัญชีทรัพย์สินพรรค หากมีส่วนที่ขัดกับหลักการของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก ให้แก้ไขภายใน 60 วัน หากไม่ดำเนินการหรือไม่ทัน มีโทษตัดสิทธิการส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งที่จะถึง นอกจากนี้ยังระบุว่า ใครที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ให้นับเวลาถูกตัดสิทธิตามที่โทษกำหนดไว้จนครบ จึงกลับมามีสิทธิเหมือนเดิม

สนช.เตรียมพร้อมร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ

จากนั้นเข้าสู่ช่วงซักถาม มีสมาชิกสนช.หลายราย ตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นเริ่มจาก นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ถามถึงเจตนารมย์ของกรธ.ในกฎหมายลูก เมื่อส่งตัวร่างอย่างเป็นทางการมาจะมีการระบุให้ชัดหรือไม่ว่า ส่วนไหนแก้ได้หรือแก้ไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาถูกสังคมวิจารณ์กันภายหลังหากต้องตั้งกมธ.ร่วม จึงอยากให้มีการประสานเรื่องเนื้อหากฎหมายลูกให้สนช.ทราบบ้าง และในกรณีคุณสมบัติของกกต. ชุดปัจจุบันจะชี้ขาดอย่างไร กกต.บางคนที่มาทางวิชาการ ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม แต่ไม่ตรงกับหลักของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีคุณสมบัติด้านอื่น คือจากประสบการณ์จากภาคประชาสังคม จะโอนมาแทนเพื่ออยู่ต่อได้หรือไม่

ส่วนสมาชิกสนช.สายทหาร เช่นพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ซักถามในประเด็นอำนาจของการยุบพรรคการเมือง การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตลอดจนมติถอดถอนของสนช.อดีตส.ส.และอดีตรัฐมนตรี ที่ดำเนินการตามสำนวนของป.ป.ช.จะมีผลอย่างไร

นายนรชิต  ชี้แจงว่า จะนำข้อสังเกตไปให้ที่ประชุมกรธ.พิจารณาว่า การส่งมอบร่างกฎหมายลูกจะมีการกำหนดประเด็นหลักการสำคัญมาให้สนช.ด้วยหรือไม่ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ส่วนคุณสมบัติกกต. ส่วนตัวเห็นว่า ถ้าขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องพ้น โดยกรธ.กำหนดให้คณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามมาตรา 203 ทำหน้าที่สรรหาเพิ่มอีก 2 คน ให้ครบ 7 คน แล้ววินิจฉัยว่ากกต.เดิมมีใครขัดคุณสมบัติหรือไม่ ถ้าชี้ว่าขัด ก็อยู่ทำหน้าที่จนกว่าจะสรรหากกต.คนใหม่มาแทน หากจะมีการโอนคุณสมบัติเข้าใจว่าอาจทำได้ แต่จะทำให้มีกระทบในสัดส่วนที่มีการโอนมา ในส่วนของอำนาจถอดถอนนั้นจะไม่มีในสภาสูงสภาล่าง แต่เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

ด้านนายอภิชาติ กล่าวเสริมว่า บทเฉพาะกาลกฎหมายกกต.กำหนดให้ กกต.ที่มีอยู่ตามฉบับ 2550 กำหนดให้ อยู่ต่อสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ขัดกับฉบับใหม่ และขอยืนยันว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะถึงมือสนช.ในวันรุ่งขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แน่นอน

ต่อมาเวลา 11.30 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานกมธ.วิสามัญ ฯบรรยายหัวข้อ “กระบวนการตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ” ว่า สนช.ต้องดำเนินการตามมาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญ  ซึ่งสนช.จะต้องพิจารณาภายใน 60 วันนับแต่วันที่รับร่าง  ในเบื้องต้นได้วางแนวทางการพิจารณาไว้ คือ 1.คณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.)จะมี 10 คณะ เพื่อพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับ 2. องค์ประกอบของกมธ.เบื้องต้นกำหนดให้แต่ละคณะมีจำนวน 30-35 คน มาจากสนช.คือ สนช.ที่แสดงความจำนง กมธ.รวบรวมความเห็นและตัวแทนจากวิปสนช. สัดส่วนจากครม. สปท.กรธ.ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับร่างกฏหมายนั้นๆ รวมแล้วน่าจะอยู่ในสัดส่วน 1 ใน 5 หรือจำนวน 6-7 คน  แต่ต้องรอความชัดเจนจากการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสนช.ฉบับใหม่ที่ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.เงื่อนไขการทำงานที่มีเวลาจำกัด กมธ.วิสามัญแต่ละคณะจะเชิญผู้แปญัตติมาชี้แจงในช่วงที่กมธ.เข้าค่ายเก็บตัวเพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง

นายสุรชัย กล่าวว่า  นอกจากนี้กระบวนการพิจารกฎหมายลูกจะแตกต่างจากกฎหมายทั่วไปคือ มติที่จะใช้เห็นชอบวาระ 3 ต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ไม่ใช่สมาชิกที่อยู่ในการประชุม คือ จำนวน 126 เสียง จาก 250 เสียง หากสมาชิกคนใดขาดหรือลาในการพิจารณาในวันนั้น ก็เสมือนกับการไม่เห็นชอบร่างกฎหมายที่สนช.พิจารณา เมื่อเห็นชอบแล้วสนช.ก็ต้องส่งไปให้ศาลรธน. กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง แต่หากว่าองค์กรเหล่านี้เห็นว่า ร่างพ.ร.ป.ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ก็ต้องตั้งกมธ.ร่วม จำนวน 11 คน ประกอบด้วย สนช. และ กรธ. ฝ่ายละ 5 คน และประธานองค์กรที่เกี่ยวข้อง 1 คน  เพื่อเสนอความเห็นว่า กฎหมายลูกฉบับนั้นควรเป็นอย่างไรภายใน 15 วัน หากสนช.ไม่เห็นด้วยด้วยคะแนนเสียงเกิน 2 ใน 3ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่หรือ 167 เสียงขึ้นไปให้ร่างพ.ร.ป.นั้นตกไป แต่หากสนช. มีมติไม่ถึง 2 ใน3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ก็ถือว่าให้ความเห็นชอบตามร่างที่กมธ.วิสามัญเสนอ

 

กต. แนะคนไทยในนิวซีแลนด์ ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248903

กต. แนะคนไทยในนิวซีแลนด์ ติดตามอัพเดทสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด ยันไม่มีคนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิต, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, แนะ, คนไทย, นิวซีแลนด์, ติดตาม, สถานการณ์, แผ่นดินไหว, ใกล้ชิด, แนะคนไทยในนิวซีแลนด์

การเมือง  : 14 พ.ย. 2559

กต. แนะคนไทยในนิวซีแลนด์ ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด

กต. แนะคนไทยในนิวซีแลนด์ ติดตามอัพเดทสถานการณ์แผ่นดินไหวใกล้ชิด ยันไม่มีคนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิต แนะปฏิบัติบัติตามคำแนะนำท้องถิ่นเคร่งครัด

          14 พ.ย.59 – นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.4 ริกเตอร์ บริเวณเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลาง ห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ชประมาณ 95 กิโลเมตร ซึ่งมีแรงสั่นสะเทือนสามารถรู้สึกได้ถึงกรุงเวลลิงตัน โดยทางการนิวซีแลนด์ได้ประกาศแจ้งเตือนการเกิดสึนามิเป็นระยะ นั้น ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ว่า ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังติดตามสถานการณ์ ร่วมกับทางการนิวซีแลนด์และชุมชนคนไทยในนิวซีแลนด์อย่างใกล้ชิด

“กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ขอให้คนไทยที่อาศัยในนิวซีแลนด์ และที่พักอยู่บริเวณใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังจะเดินทางไปประเทศนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ขอให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือหรือทราบข่าวว่า มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ Hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯหมายเลขโทรศัพท์ +64 021 896 292 และ Hotline ของกรมการกงสุล 02 572 8442  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน มีคนไทยพำนักอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ประมาณ 8,100 คน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

จี้ดีเอสไอตอบคำถามกรณีขรก.ฟอกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248884

สังคม, ขรก., สหกรณ์คลองจั่นฯ, เบื้องหลัง, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, จี้, ดีเอสไอ, ตอบคำถาม, กรณี, ขรก, ฟอกเงิน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 14 พ.ย. 2559

จี้ดีเอสไอตอบคำถามกรณีขรก.ฟอกเงิน

ดีเอสไอต้องตอบคำถามสังคมกรณี 2 ขรก.ถูกแจ้งข้อหาฟอกเงิน หลังมีชื่อรับเช็คสหกรณ์คลองจั่นฯ จี้ควานหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง

 

14 พ.ย.59 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินคดีอาญากับผู้ที่มีรายชื่อรับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมระบุถึงกรณีที่พบว่ามีข้าราชการดีเอสไอ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับเงินที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิดในคดีสหกรณ์คลองจั่น โดยตั้งข้อสังเกตถึงการไม่การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการ 2 ราย ที่มีชื่อรับเงินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่นฯ ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้วแต่กลับเพิ่งตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิด ซึ่งถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่  ดีเอสไอจำเป็นต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ รวมถึงต้องพยายามหาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลใดอยู่เบื้องหลังหรือไม่

ด้านพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กล่าวถึงขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  และกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า หลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาข้าราชการแล้วต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย และสอบหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดอย่างไรบ้าง หากเป็นข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษเป็นหน้าที่อธิบดีดีเอสไอในการตั้งกรรมการสอบ แต่หากเป็นข้าราชการระดับสูงเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม อย่างไรก็ตาม หลังแจ้งข้อกล่าวหาแล้วข้าราชการทั้ง 2 ราย อาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่.