กต. ยืนยัน ไม่มีคนไทยบาดเจ็บในแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248846

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, โฆษก กต. ยืนยัน ไม่มีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากเหตุนิวซีแลนด์เกิดแผ่นดินไหว 7.8 บริเวณเกาะใต้ เมืองกีวี, ยืนยัน, ไม่มี, คนไทย, บาดเจ็บ, แผ่นดินไหว, ที่, นิวซีแลนด์

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

กต. ยืนยัน ไม่มีคนไทยบาดเจ็บในแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์

โฆษก กต. ยืนยัน ไม่มีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากเหตุนิวซีแลนด์เกิดแผ่นดินไหว 7.8 บริเวณเกาะใต้ เมืองกีวี

          13 พ.ย.59 – เมื่อเวลา 21.15 น. นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศนิวซีแลนด์ มีความแรงระดับ 7.8 เมื่อเวลา 18.02 น.ของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยเกิดขึ้นบริเวณเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ห่างไครสต์เชิร์ช 95 กม. ว่า ในเบื้องต้น ขอยืนยันว่า ไม่มีคนไทยบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ปชป.ลงพื้นที่ “พิมาย” รับฟังปัญหาที่ดินทับซ้อนกรมศิลป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248838

คมชัดลึก, การเมือง, ทับซ้อน, ลงพื้นที่, ปชป., ปชป, พื้นที่, พิมาย, รับฟัง, ปัญหา, ที่ดิน, ทับ, ซ้อน, กรม, ศิลป์, ปชปลงพื้นที่, ภูมิสรรค์, ราเมศ, กรมศิลป์, อธิบดีกรมศิลป์

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

ปชป.ลงพื้นที่ “พิมาย” รับฟังปัญหาที่ดินทับซ้อนกรมศิลป์

“ภูมิสรรค์” ควง “ราเมศ” ลงพื้นที่ “พิมาย” รับฟังปัญหา ชาวบ้าน หลัง “กรมศิลป์” จัดทำแนวเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย ฝาก 3 ข้อข้องใจถึง “อธิบดีกรมศิลป์”

 

13 พ.ย.59 – นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสานพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ให้ลงพื้นที่พร้อมนายราเมศวร์ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคและคณะทำงานฝ่ายกฏหมายพรรค เพื่อรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนชาว อ.พิมาย จ. นครราชสีมา  สืบเนื่องจาก กรมศิลปากร  ได้ส่งหนังสือลงวันที่  16 ก.ย. 2559  ถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินในเขตที่ดินโบราณสถาน เมืองพิมาย   1,665 ราย  แจ้งให้ทราบว่ากรมฯ ได้จัดทำแนวเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมายแล้ว  ครอบคลุมพื้นที่  2,658  ไร่ (ครอบคลุมหมดทั้งเทศบาล) และหากเจ้าของที่ดินไม่เห็นด้วย ก็สามารถยื่นคัดค้านได้ภายใน  30 วัน หลังจากได้รับแจ้งจากกรมฯ  ซึ่งขณะนี้มีประชาชนได้รับหนังสือที่อธิบดีเป็นผู้ลงนามประมาณ  200-300  ราย

นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า วันนี้ (13 พ.ย.) ตนและนายราเมศได้ลงพื้นที่พบผู้บริหารเทศบาลฯและพี่น้องประชาชนต.พิมาย ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้คำปรึกษาด้านกฏหมาย และยื่นคัดค้านให้ทันตามกรอบเวลา รวมทั้งเข้าดูพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทหินพิมายและจะร่วมช่วยกันหาทางออกและบรรเทาทุกข์แก่ชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า อยากฝากข้อสงสัยของชาวบ้านถึงอธิบดีกรมศิลปากรว่า 1.เหตุใดกรมศิลป์จึงรีบเร่งที่จะขึ้นทะเบียนทับที่ชาวบ้านที่อาศัยมาตั้งเเต่เกิดและสืบมาหลายรุ่น 2.มีคนพยายามจะสร้างกระเเสข่าวว่าชาวบ้านเป็นผู้บุกรุก ซึ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความเเคลงใจว่ามีกลุ่มผลประโยชน์ใดอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทางกรมศิลป์คงต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะชาวบ้านอยู่กันมาหลายชั่วอายุคน 3.รัฐควรใช้ช่องทางของคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าพิมายเป็นช่องทางในการปรับปรุงดูแลมากกว่าขับไล่ชาวบ้านโดยใช้เพียงนิติศาสตร์ที่ชาวบ้านเห็นว่าไม่เป็นธรรม สุดท้ายเชื่อว่าเมื่อถึงขบวนการยุติธรรมเเล้ว ศาลจะเป็นที่พึ่งหวังของชาวบ้านและคนเล็กๆได้เสมอ อย่างไรก็ตาม   ตนเเละนายราเมศวร์จะรีบกลับไปรายงานผู้ใหญ่ของพรรค เพื่อวางเเนวทางช่วยเหลือต่อไป

 

“สดศรี” เห็นด้วย กรธ.เกลี่ยกกต.ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248834

คมชัดลึก, การเมือง, กกต., คุณสมบัติ, กรธ., เห็นด้วย, สดศรี, เห็นด้วย กรธเกลี่ยกกตใหม่

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

“สดศรี” เห็นด้วย กรธ.เกลี่ยกกต.ใหม่

“สดศรี” หนุน กรธ. ยึดเกณฑ์คุณสมบัติ เกลี่ยกกต.ใหม่ ชี้ กรธ.ต้องยุติธรรม ใช้หลักเดียวกันบังคับใช้ทุกองค์กรอิสระ หวั่น เกิดครหาได้

 

13 พ.ย.59 –  นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) จะกำหนดในบทเฉพาะกาลของร่างพระราชบัญญัติประกอบ(พ.ร.ป.)รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้กกต.ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พ้นจากตำแหน่งและให้มีการสรรหาใหม่ ว่า เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้บังคับแล้ว และในบทเฉพาะกาลของพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. ไม่มีการยกเว้นกกต.ที่คุณสมบัติไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นไปโดยทันที ไม่มีอะไรที่โต้แย้งได้  ซึ่งก็คิดว่าแม้จะทำให้กกต.บางคนต้องพ้นไปและมีการสรรหาใหม่เข้ามาเพิ่ม การทำงานร่วมกันระหว่างคนเก่า กับคนใหม่ก็คงไม่มีปัญหา เพราะการทำงานของกกต.เหมือนราชการ มีเจ้าหน้าที่สำนักงานเป็นกำลังหลัก ก็ทำงานต่อไปได้

“คิดว่า กรธ. หรือแม้แต่ในกรรมการกกต.ด้วยกันเอง และพนักงานกกต. ก็อาจจะมองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี เพราะการทำงานของกกต.ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเรื่องความเป็นเอกภาพ กรรมการบางท่านก็อาจจะวันแมนโชว์ ดังนั้นถ้ามีการสรรหาคนใหม่เข้ามาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี อย่างเรื่องตำแหน่งประธานกกต. ที่ว่าเป็นสัญญาสุภาพบุรษ  หากท่านไม่ได้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติยังเป็นกกต.ต่อไปได้ แต่ตำแหน่งประธานก็คงต้องพูดคุยกันใหม่เพราะตามกฎหมายใหม่แล้วผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานต้องได้รับความเห็นชอบจากกกต.ที่เหลืออีก 6 คน” นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวต่อว่า หากกรธ.จะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวกับกกต. ก็ต้องใช้กับกรรมการองค์กรอิสระอื่น ๆ เหมือนกันหมด เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการไม่ยุติธรรมกับกกต. เนื่องจากคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่นั้นแตกต่างจากรัฐธรรมนูญ 50 มาก และเห็นว่า หากกรธ.ผ่อนปรนเรื่องคุณสมบัติให้กับ ป.ป.ช ก็จะเกิดคำครหาตามมาว่า ที่ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวกับกกต.เพราะวันข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งจึงต้องการให้คนของใครเข้ามาดูแลหรือเปล่า และที่ป.ป.ช.ไม่โดนก็เพราะกรรมการป.ป.ช.เป็นคนของใครหรือเปล่า ซึ่งกรธ.ไม่ควรทำให้เกิดคำถามลักษณะนี้ขึ้นกับสังคม เพราะไม่เป็นผลดีกับกรธ.และรัฐบาลเอง

นางสดศรี กล่าวอีกว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดกรธ.ที่ยกเลิกกกต.จังหวัด และให้มีคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน เพราะที่ผ่านมา การเลือกบุคคลมาเป็นกกต.จังหวัด และการทำงานของกกต.จังหวัดเป็นปัญหามาก โดยในการคัดเลือกก็จะมีเรื่องอิทธิพลของนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ถูกมองว่าเป็นคนของนักการเมือง ขณะที่การทำงานกกต.จังหวัดหลายแห่งพบว่าเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของพนักงานประจำ ที่พบบ่อยคือมีการเปิดเผยข้อมูลการพิจารณาสำนวนทุจริต เช่นบอกว่า กกต.จังหวัดมีความเห็นเสนอกกต.กลางให้ใบเหลือง ใบแดง ในสำนวนนี้ ทั้งที่สำนวนดังกล่าวกกต.กลางยังไม่ได้มีการพิจารณาเลย แต่เมื่อมีความเห็นออกไปก็เหมือนเป็นการบีบกกต.กลาง

นางสดศรี กล่าวต่อว่า ดังนั้นการเปลี่ยนกกต.จังหวัดมาเป็นคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งจึงเป็นเรื่องที่ดี แต่ผู้ที่กกต.จะเลือกและขึ้นบัญชีไว้ก็ต้องเป็นคนที่รอบรู้เรื่องของงานเลือกตั้ง และถ้าใช้รูปแบบดังกล่าวแล้ว ก็เห็นว่าควรยกเลิกกกต.เขตไปด้วยโดยให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนไปด้วยเลย เพียงแต่กกต.จะต้องมีการออกระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆให้ชัดเจนว่าเขามีอำนาจหน้าที่อย่างไรในการบังคับบัญชา

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือในส่วนของการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เมื่อกกต.จังหวัดเปลี่ยนมาเป็นคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งแล้วและตามกฎหมายใหม่ที่มีกระแสข่าวออกมาว่าเลือกตั้งระดับชาติ กกต.ดำเนินการ การเลือกตั้งท้องถิ่นมหาดไทยดำเนินการกกต.ควบคุม  ถามว่าแล้วคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งท้องถิ่น จะอยู่ภายใต้การกำหนดของกกต.หรือไม่หรือกกต.เข้าไปก้าวก่ายได้แค่ไหน ซึ่งเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นในแต่ละปีเลือกกันเป็นพันแห่ง ถ้ากฎหมายตัดอำนาจกกต. ก็เท่ากับว่าเป็นการรุกคืบไปสู่การยุบองค์กรกกต.ในอนาคตก็เป็นได้”นางสดศรี กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานว่าการพิจารณาร่างพ.ร.ป.กกต.ของกรธ.ในส่วนบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับสถานะของกกต.ปัจจุบันนั้นเบื้องต้น กรธ.มีแนวคิดว่า ในวาระเริ่มแรกให้คณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 203 ของร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น พิจารณาและวินิจฉัยว่าประธานและกรรมการกกต. ผู้ใดซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งตามพ.ร.ป.กกต. โดยให้แล้วเสร็จนับแต่วันภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ.ร.ป.กกต.นี้ใช้บังคับ  และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด  จากนั้นให้มีการดำเนินการสรรหาหรือคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งกกต. ตามพ.ร.ป.กกต. นี้ให้ครบ 7คนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดโดยให้แล้วเสร็จภายใน 30วันนับแต่วันที่คณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัย  และในระหว่างนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ถ้ามีกกต.ที่เหลืออยู่ไม่ถึงสี่คนให้กระทำได้เฉพาะการที่จำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

ปธ.กกต. ยอมรับ หาก กรธ.ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง แทน กกต.จ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248811

ข่าวการเมืองคมชัดลึก, ปธ.กกต. ยอมรับ หาก กรธ.ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง แทน กกต.จ., กกต, ยอมรับ, หาก, ตั้ง, ผู้ตรวจ, การเลือกตั้ง, แทน, ปธกกต, กกตจ

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

ปธ.กกต. ยอมรับ หาก กรธ.ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง แทน กกต.จ.

ปธ.กกต. พร้อมยอมรับ หาก กรธ.ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน กกต.จ.

           13 พ.ย.59 – นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ที่จะให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนกกต.จังหวัด ว่า ก่อนหน้านี้ ทาง กกต.ได้มีข้อเสนอต่อ กรธ.ไปว่า กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็นอยู่ โดยได้ให้เหตุผลต่างๆไว้หมดแล้ว แต่หากท้ายที่สุดกรธ.จะกำหนดให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งขึ้นมาแทนกกต.จังหวัด กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติก็พร้อมดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องคุณสมบัติของกกต.นั้น ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะการไปพูดก่อนคงจะไม่ดีสักเท่าไร ดังนั้นต้องขอดูรายละเอียดที่ชัดเจนเสียก่อน

 

ประท้วงทรัมป์ เปลือยธาตุแท้ ปชต.แบบตัวแทน : สุริยะใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248807

ชี้ประท้วงทรัมป์, ชี้, ประท้วงเลือกตั้งสหรัฐ, ทรัมป์, เลือกตั้งสหรัฐ, การเมือง, คมชัดลึก, ประท้วง, ทรัม, เปลือย, ธาตุแท้, ปชต, แบบ, ตัวแทน, สุริยะ, ประท้วงทรัมป์, เปลือยธาตุแท้, ปชตแบบตัวแทน, สุริยะใส

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

ประท้วงทรัมป์ เปลือยธาตุแท้ ปชต.แบบตัวแทน : สุริยะใส

สุริยะใส ชี้ประท้วงทรัมป์ เปลือยธาตุแท้ ปชต.แบบตัวแทน ย้ำได้เวลาสังคยานาประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับสังคมไทยอย่างจริงจัง

            13 พ.ย.59 – นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงผลการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ว่า วิกฤติการเมืองในสหรัฐฯ ภายหลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีและมีการประท้วงใหญ่ในหลายๆเมืองและมีทีท่าจะขยายวงยื้ดเยื้อนั้น มีนัยสำคัญที่โลกและสังคมไทยต้องเรียนรู้จากปรากฎการณ์นี้หลายมิติด้วยกัน

นายสุริยะใส กล่าวว่า การประท้วงของคนอเมริกันครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่การประท้วงการเลือกตั้งหรือกล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง และผู้แพ้คือนางฮิลลารี่ คลินตัน ก็ออกมายอมรับผลการเลือกตั้งและไม่ได้ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งแต่อย่างใด เป้าหมายของกลุ่มผู้ประท้วงกลับไปอยู่ที่การไม่ยอมรับในตัวผู้ชนะเลือกตั้ง แม้ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ชนะจะออกมากล่าวว่าเขาจะเป็นประธานาธิบดีของอเมริกันชนทุกลุ่นทุกฝ่ายก็ตาม

“ผมว่านี่เป็นวิกฤติระบอบตัวแทนและสะท้อนขีดจำกัดของระบบเลือกตั้งทั่วโลก แม้แต่สหรัฐซึ่งเป็นตัวแบบและผู้ส่งออกประชาธิปไตย ก็กำลังตกที่นั่งลำบาก เมื่อผู้ชนะเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับของผู้แพ้ กรณีนี้เป็นวิกฤติที่ลึกกว่าวิกฤติเลือกตั้งในไทย”

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยแม้มีเลือกตั้งในช่วงยามความแตกแยกแบ่งขั้วข้างก็ยังให้ผู้ชนะบริหารประเทศไปได้ระยะหนึ่งการประท้วงจึงเกิดขึ้น อันเนื่องจากนโยบายที่ผิดพลาด เช่น กรณีของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็บริหารได้อยู่ 2 ปี 4 เดือน ถึงถูกขับไล่จากประชาชน เพราะเตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้พี่ชายตัวเอง

“ปรากฎการประท้วงโดนัลด์ ทรัมป์ครั้งนี้ จึงบอกเราว่าระบอบประชาธิปไตยมีขีดจำกัด หากยังเอาชะตากรรมของประชาชนไปชี้แพ้ชี้ชนะกันด้วยบัตรเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว สังคมไทยก็ควรใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสในการปฏิรูประบอบประชาธิปไตย สร้างกลไกเพื่อเติมเต็มหรืออุดช่องโหว่ข้อบกพร่องของประชาธิปไตยแบบตัวแทน ที่ทำให้ผู้ชนะกินรวบหรือที่เรียกว่า winner take all จนไม่มีที่ยืนให้เสียงข้างน้อย”

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า เอาเข้าจริงเวลาเราพูดคำว่าเปลี่ยนผ่านมันควรรวมความหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยแบบตัวแทนไปสู่ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม หรือประชาธิปไตยทางตรงที่เพิ่มพื้นที่ให้กับประชาชนได้ตัดสินใจด้วยตัวเองมากขึ้น

 

“รัฐบาล”พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248799


รบ.เตรียมจัดระเบียบรถบรรทุก, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, รัฐบาล, พร้อม, เดินหน้า, จัดระเบียบ, รถบรรทุก, น้ำหนัก, เกิน


รบ.เตรียมจัดระเบียบรถบรรทุก, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, รัฐบาล, พร้อม, เดินหน้า, จัดระเบียบ, รถบรรทุก, น้ำหนัก, เกิน


รบ.เตรียมจัดระเบียบรถบรรทุก, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, รัฐบาล, พร้อม, เดินหน้า, จัดระเบียบ, รถบรรทุก, น้ำหนัก, เกิน

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

“รัฐบาล”พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

“รัฐบาล”พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และรถตู้โดยสารสาธารณะ ป้องกันถนนเสียหาย ลดปัญหาจราจรและอุบัติเหตุ ฝากประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส

 

13 พ.ย. 59 – พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และรถตู้โดยสารสาธารณะ ให้เกิดความเรียบร้อย โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับรัฐและคนส่วนใหญ่ ทั้งการป้องกันถนนชำรุดเสียหาย การลดปัญหาจราจรติดขัด และเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนน

 

“ นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม(คค.) บูรณาการกับจังหวัด และตำรวจทหารในพื้นที่ เข้มงวดตรวจตรารถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เช่น รถบรรทุก 10 ล้อ ต้องบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 25 ตัน รถบรรทุกพ่วง ไม่เกิน 50.5 ตัน เพราะที่ผ่านมายังมีรถบรรทุกบางส่วนฝ่าฝืนกฎหมาย ส่งผลให้ถนนชำรุดเสียหาย และรัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการซ่อมแซมแต่ละปีเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้สิ่งของที่บรรทุกเกิน เช่น สินค้าเกษตรและสินค้าก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย ที่บรรทุกเกินและไม่มีผ้าคลุม ยังตกหล่นบนพื้นถนน เป็นอันตรายต่อรถคันอื่น โดย คค.ได้ขอความร่วมมือให้รถบรรทุกชั่งน้ำหนักที่ด่านชั่งถาวร และด่านชั่งเคลื่อนที่อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งเตรียมปรับถนนยางมะตอยบริเวณสี่แยกต่าง ๆ ทั่วประเทศให้เป็นถนนคอนกรีต ลดปัญหาถนนชำรุดจากการเบรกของรถที่มีน้ำหนักมาก ” พลโทสรรเสริญ กล่าว

 

พลโท สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 เอาผิดกับผู้ประกอบการที่จงใจฝ่าฝืนหรือกระทำผิดซ้ำนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะต้องคิดให้รอบคอบ หากบังคับใช้กฎหมายปกติได้อย่างจริงจัง และผู้ประกอบการมีจิตสำนึก ไม่คำนึงถึงแต่กำไรของตนแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ ส่วนความคืบหน้าในการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กม. โดยย้ายจุดจอดจากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสถานีขนส่งจตุจักร ปิ่นเกล้า และเอกมัย เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในตัวเมือง และลดอุบัติเหตุลงได้เพราะรถได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน ณ สถานีขนส่ง รวมทั้งขจัดกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่คุมวินรถตู้ได้

 

“ ขณะนี้พบว่าประชาชนเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ซึ่ง คค.ได้จัดรถ Shuttle bus ให้บริการรับส่งจากสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่งไปยังอนุสาวรีย์ชัยฯ อย่างเพียงพอ พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการร่วมใน 4 จุดดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในทุกด้าน ทั้งนี้ รัฐบาลเข้าใจดีถึงปัญหาค่าใช้จ่ายของทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสาร โดยจะควบคุมอัตราค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรม และงดเว้นค่าจอดรถ ณ สถานีขนส่งเป็นเวลา 6 เดือนแก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งกำหนดมาตรการอื่น ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงส่วนรวมด้วย“ พลโทสรรเสริญ กล่าว

 

พลโทสรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติข้อกำหนดดังกล่าว คค.จะดำเนินการลงโทษสูงสุดตามกฎหมายทุกกรณี และหากพบการกระทำผิดซ้ำซาก จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเดินรถ โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง หรือร้องเรียนแจ้งเบาะแสปัญหาการใช้บริการรถตู้โดยสาร และพบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน โทร.1584 ตลอด 24 ชม.

 

“พสกนิกร”เข้าคิวรอถวายบังคมหน้าพระบรมโกศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248783

การเมือง คมชัดลึก, พสกนิกร, เข้าคิว, ถวายบังคม, หน้า, พระบรม, โกศ, พระบรมศพ

การเมือง  : 13 พ.ย. 2559

“พสกนิกร”เข้าคิวรอถวายบังคมหน้าพระบรมโกศ

“พสกนิกร”เข้าคิวรอถวายบังคมหน้าพระบรมโกศ ตั้งแต่เช้ามืด ด้าน“ชนเผ่าพระบาทบ้านห้วยต้ม”เข้าสักการะ“พระบรมศพ” เผยรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมหมู่บ้าน

          13 พ.ย. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังว่าตั้งแต่เวลา 04.50 น. สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรี ก่อนเวลา 08.00 น. จะเปลี่ยนให้เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ เนื่องจาก มีพสกนิกรมาเข้าคิวรอตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และเกรงว่าการจราจรจะติดขัดจากพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน ทำให้

จากนั้นในเวลา 10.00 น. ได้มีกลุ่มชนเผ่าชุมชนพระบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน จำนวน 101 คนได้เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จเยี่ยมประชาชนชุมชนหมู่บ้านพระบาทห้วยต้ม และทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวเขา จงทรงโปรดเกล้าฯ ให้รับชุมชนพระบาทห้วยต้มเข้ามาอยู่ในมูลนิธิโครงการหลวงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยมีพล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นควกองทัพบก (ผอ.สปร.ทบ.) เป็นผู้แทนกองทัพบกให้การต้อนรับ

สำหรับการเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพและร่วมกิจกรรมของกลุ่มชนเผ่าในวันเดียวกันนี้ เนื่องด้วยมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดได้จัดโครงการร่วมด้วยช่วยกันบริการประชาชนที่อยู่ในโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริในถิ่นทุนกันดารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเคยเสด็จพระราชดำเนินและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งนี้กลุ่มชนเผ่า ชุมชนพระบาทห้วยต้มได้เตรียมอุปกรณ์เก็บขยะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์โดยรอบท้องสนามหลวงด้วย

 

เผย “บิ๊กตู่” ขึ้นเหนือ ดูงานจัดการขยะ ปลายเดือนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248723

ข่าวการเมืองคมชัดลึก, บิ๊กตู่ ควง รมต. ขึ้นเหนือ ดูงานจัดการขยะ ปลายเดือนนี้, เผย, บิ๊ก, ตู่, ขึ้น, เหนือ, ดูงาน, จัดการ, ขยะ, ปลายเดือน, นี้, บิ๊กตู่, ขึ้นเหนือ, ดูงานจัดการขยะ, ปลายเดือนนี้, ไก่อู, รมต

การเมือง  : 12 พ.ย. 2559

เผย “บิ๊กตู่” ขึ้นเหนือ ดูงานจัดการขยะ ปลายเดือนนี้

“ไก่อู” อุบตอบ “บิ๊กตู่” เตรียมตรวจเยี่ยม “ก.เกษตรฯ” 14พ.ย.นี้ คาดปลายเดือนนี้ ควง “รมต.” ขึ้นเหนือ ดูงานบริหารจัดการขยะ

            12 พ.ย.59 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดเดินทางตรวจเยี่ยมติดตามงาน และให้กำลังใจข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ว่า ตนกำลังตรวจสอบอยู่ ตอนนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า นายกฯ จะไปตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯ หรือไม่ แต่การเดินทางไปตรวจเยี่ยมกระทรวงของนายกฯ เพื่อไปให้กำลังใจและติดตามการทำงานของกระทรวงต่างๆ หลังจากได้มอบนโยบายไปแล้วว่า มีการดำเนินการไปอย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันในช่วงปลายเดือน พ.ย. คาดว่า นายกฯพร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อดูเรื่องระบบบริหารจัดการขยะ

“นายกฯ ไม่ใช่ไปตรวจกระทรวงแล้วไม่บอก อาจจะบอกเจ้ากระทรวงไปแล้ว แต่เจ้ากระทรวงอาจจะไม่ได้บอกกับข้าราชการ ยืนยันนายกฯ ไม่ได้ไปจับผิดอะไร อยากไปดู อยากไปตรวจงาน แต่เชื่อมั่นว่าทุกคนตั้งใจทำงาน” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

 

ดีเอสไอฟอกเงิน … เรามาถึงจุดนี้ได้ไง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248721

ขรก., ดำเนิน, คดี, ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ดีเอสไอ, ฟอกเงิน, เรา, มาถึง, จุด, นี้, ได้, ดีเอสไอฟอกเงิน, เรามาถึงจุดนี้ได้ไง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 12 พ.ย. 2559

ดีเอสไอฟอกเงิน … เรามาถึงจุดนี้ได้ไง

ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 โพสต์ไลน์แจงเพื่อนขรก.กรณีแจ้งข้อหาฟอกเงิน 2 ขรก.ดีเอสไอ ลั่นดำเนินคดีเฉียบขาดเรียกคืนความศรัทธา

 

12 พ.ย.59 – พ.ต.ท.พเยา ทองเสน  ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โพสต์ข้อความในไลน์ส่วนตัวเพื่อทำความเข้าใจกับเพื่อนข้าราชการถึงกรณีการแจ้งข้อหาฟอกเงินและสมคบฟอกเงินกับ 2 ข้าราชการดีเอสไอว่า ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงจากดีเอสไอ เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา http://www.isranews.org ว่า ข้าราชการดีเอสไอ จำนวน 2 ราย ที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินจากการขายที่ดินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด คือ พันตรีหญิง นาฏยา มุตตามระ ผู้อำนวยการส่วนช่วยอำนวยการและประชาสัมพันธ์ และพันโทอมร มุตตามระ (เคยดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการสมัยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอ) โดยบุคคลทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน

พ.ต.ท.พเยา ระบุด้วยว่า “มีน้องๆดีเอสไอ ถามกันมากว่า ดีเอสไอเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร…เรามาถึงจุดนี้ เมื่อก่อนนี้ไง แต่ดีเอสไอเรายุคนี้ ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว…ยุคนี้เรากำลังจะก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปให้ได้…การที่ดีเอสไอเราดำเนินคดีกับคนของดีเอสไอเอง นี่แหละ เป็นเครื่องแสดงตัวตนของเรายุคนี้ ว่าหากคนของเราทำผิด เราก็ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ไม่ปกป้องช่วยเหลือ สังคมจะได้เห็น ได้รับทราบ และได้รับความเขื่อถือเชื่อมั่นกลับคืนมา….กรรมดีย่อมส่งผลดี กรรมชั่วย่อมส่งผลชั่ว สัจจธรรมนี้ยังเป็นอมตะนิรันดร์…”

“รัฐบาล”หนุน”ระบบสหกรณ์”แก้ปัญหาเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248717

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ผู้ประกอบการ, ออนไลน์, คุณภาพ, อิเล็กทรอนิกส์, พาณิชย์, รัฐบาล, หนุน, ระบบ, สหกรณ์, แก้ปัญหา, เกษตรกร, ระบบสหกรณ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 12 พ.ย. 2559

“รัฐบาล”หนุน”ระบบสหกรณ์”แก้ปัญหาเกษตรกร

“รัฐบาล” หนุน ระบบสหกรณ์แก้ปัญหา “เกษตรกร” อย่างยั่งยืน เชื่อมโยง ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นำสินค้าคุณภาพ ขายออนไลน์ พร้อม ดัน ผู้ประกอบการหน้าใหม่ 5พันคน

 

12 พ.ย.59- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ และวิสาหกิจชุมชน รวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน จากที่แต่ละคนไม่สามารถแก้ปัญหาตามลำพังได้ไปสู่การดำเนินวิสาหกิจที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน มีเงินทุนหมุนเวียน มีอำนาจต่อรองในการซื้อขายสินค้า และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 107 แห่งทั่วประเทศ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ที่ส่งสินค้าไปขายยังศูนย์ดังกล่าว โดยตั้งแต่เริ่มจัดตั้งเมื่อ ต.ค.58 – พ.ค.59 เพียง 6 เดือน มียอดจำหน่ายรวมกว่า 6,300 ล้านบาท

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังได้ต่อยอดการซื้อขายสินค้าของสหกรณ์ด้วยการเชื่อมโยงกับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มช่องทางการตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก โดยนำข้อมูลผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่มีคุณภาพดี ไปบรรจุไว้ในตลาดสินค้าสหกรณ์ออนไลน์ http://www.co-opclick.com ประกอบด้วยสินค้า 9 หมวด คือ ข้าวสาร น้ำดื่ม นม สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแปรรูป ผลไม้ กาแฟ สินค้าประมง และสินค้าโอท็อป

“นายกฯ ชื่นชมการดำเนินงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พยายามช่วยเหลือเกษตรกรอย่างครบวงจร เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว ไม่ใช่อุดหนุนเงินแต่เพียงอย่างเดียว โดยย้ำว่าจุดเด่นของตลาดออนไลน์ที่รัฐบาลส่งเสริม ช่วยทำให้เกษตรกรและสหกรณ์ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการจัดทำห้องแสดงสินค้าหรืออาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และขยายตลาดสินค้าไปได้ในทุกพื้นที่” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว                          พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ปรารภด้วยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างมาก โดยในปี 2558 มูลค่าการซื้อขายเติบโตถึง 2.2 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการที่พักและอาหาร การผลิต ค้าปลีกและส่ง จึงต้องยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าการซื้อขายสูงขึ้นด้วยการใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้

“รัฐบาลจะส่งเสริมความเข้มแข็งของอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านอีคอมเมิร์ซของภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน ให้ดีขึ้น โดยล่าสุด Alibaba.com ได้ร่วมมือกับ ม.หอการค้าไทย เปิดศูนย์ฝึกอบรมด้านอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้ 5,000 คนต่อปี และช่วยให้เอสเอ็มอีไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติได้มากยิ่งขึ้น” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว.