“มีชัย” มั่นใจ “นายกฯ” ทูลเกล้าฯร่างรธน.9พ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248186

คมชัดลึก, การเมือง, ตามไทม์ไลน์, ทัน, ทูลเกล้าร่าง รธน., กรธ., มีชัย, มั่นใจ, นายกฯ, ทูลเกล้าฯ, ร่าง, รธน, ทูลเกล้าฯร่างรธน9พย, ปธกรธ, ประยุทธ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 พ.ย. 2559

“มีชัย” มั่นใจ “นายกฯ” ทูลเกล้าฯร่างรธน.9พ.ย.

“ปธ.กรธ.” มั่นใจ “ประยุทธ์” ทูลเกล้าฯ ร่างรธน. ตามไทม์ไลน์ หลังลงอาลักษณ์เสร็จแล้ว ปัดกะเวลามีรธน.ถาวรใช้เมื่อใด แต่เชื่อจะเกิน90วันหลังทูลเกล้าฯ ร่างรธน.

                 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)  ให้สัมภาษณ์โดยเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยได้ทันตามกรอบเวลา คือ ภายในวันที่ 9 พ.ย. นี้ โดยขณะนี้ทราบว่าขั้นตอน จารร่างรัฐธรรมนูญลงในสมุดไทยด้วยอักษรอาลักษณ์นั้นเสร็จแล้ว ส่วนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวรเมื่อใดนั้น ตนไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นช่วงใดเพราะขั้นตอนสุดท้าย คือ พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย  ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดระยะเวลาขั้นตอนสุดท้ายคือ  90 วันนับจากวันที่ทูลเกล้าฯ  ซึ่งคนเชื่อว่าจะไม่เกินระยะเวลาดังกล่าว

 

นายกฯ ประชุม นบข.ด่วน แก้ปัญหาให้ชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248180

นายกฯ ประชุม นบข.ด่วน แก้ปัญหาให้ชาวนา ข้าวเจ้า-ข้าวหอมปทุม นำผลเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้, นายกฯ, ประชุม, ด่วน, แก้ปัญหา, ให้, ชาวนา, นบขด่วน, แก้ปัญหาให้ชาวนา

การเมือง  : 7 พ.ย. 2559

นายกฯ ประชุม นบข.ด่วน แก้ปัญหาให้ชาวนา

นายกฯ ประชุม นบข.ด่วน แก้ปัญหาให้ชาวนา ข้าวเจ้า-ข้าวหอมปทุม นำผลเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้

          ทำเนียบรัฐบาล – 7 พ.ย.59-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาที่ปลูกข้าวเจ้า และข้าวหอมปทุมธานี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และจากที่ได้หารือเบื้องต้นจะใช้หลักการใกล้เคียงกับของเดิม

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้นมาตรการที่จะช่วยเหลือชาวนาปลูกข้าวหอมปทุมธานี และ ข้าวเจ้า จะคล้ายกับการดูแลราคาข้าวหอมมะลิ ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หรือจำนำยุ้งฉาง และเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกร ด้านความช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ข้าวเปลือกหอมมะลิ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมาตรการเพิ่มเติมดังกล่าว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จะเป็นผู้จัดทำรายละเอียดและหากที่ประชุมหารือได้ข้อยุติแล้ว จะนำมติที่ประชุม นบข. เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้(8พ.ย.)ต่อไป

 

นายกฯ ยันไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248164

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ตั้งใจ, พ้อ, รัฐ, ชาวนา, ข้าว, นายกฯ, ยัน, ไม่เคย, ทอดทิ้ง, เกษตรกร, ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 พ.ย. 2559

นายกฯ ยันไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกร

นายกฯ ยันไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกร “ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน” บอกคิดแก้ทั้งระบบตั้งแต่เข้ามา พ้อรัฐแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะสังคมสนใจแต่ปลายทาง หวังให้รัฐเอาเงินช่วยตลอด

 

7 พ.ย. 59 – พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่า ยืนยันวันนี้รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกรทั้งชาวนา ชาวไร่ และชาวสวน ซึ่งทุกอย่างที่เสนอมาได้รับฟังทุกคน ทั้งชาวนา โรงสีข้าว และผู้ประกอบการค้าข้าว ไม่ใช่ตนกำหนดเอง การแก้ปัญหาราคาข้าวทั้งหมดจะต้องมีมาตรการรองรับที่เหมาะสม ซึ่งอยากจะบอกว่าวันนี้เรากำลังพูดถึงแค่ปลายทางเท่านั้น และก็แก้ปัญหากันมาแบบนี้ตลอด ตนเข้าใจ เพราะประชาชนเดือดร้อน แต่จะทำอย่างไรให้ถูกกฎหมายไม่ให้กลไกในตลาดเสียหาย นี่คือหลักการสำคัญ ล่าสุดรัฐบาลได้มีมาตรการให้สินเชื่อ ชะลอการระบายข้าวในส่วนของข้าวหอมมะลิ และวันนี้กำลังดูเรื่องของข้าวขาวและข้าวหอมปทุม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะที่ข้าวชนิดอื่นก็เตรียมมาตรการรองรับด้วยเช่นกัน หากราคามีปัญหา แต่ตอนนี้ยังไม่พูดถึง ยืนยันห่วงใยทุกคน รัฐบาลต้องคิดล่วงหน้าแบบนี้

“นี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายทางทั้งสิ้น และก็แก้กันแบบนี้มาตลอด จนกระทั่งประชาชน เกษตรกรคุ้นเคย จึงทำให้วงจรการแก้ไขปัญหาทำได้ยาก เพราะรัฐบาลนี้มุ่งย้อนไปที่ต้นทาง ปรับเรื่องการใช้น้ำ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสม การลดพื้นที่การปลูก ลดต้นทุนการผลิต รัฐบาลคิดทั้งหมดและทำมาโดยตลอด แต่ปัญหาคือประชาชนและสังคมสนใจแต่เรื่องการแก้ปัญหาปลายทาง จนลืมไปว่ารัฐบาลทำที่ต้นทางมีอะไรบ้าง ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันที่ต้นทาง สนใจแต่ปลายทาง มันแก้ไม่ได้หรอก ไม่มีใครแก้ได้ และไม่มีใครสนใจจะแก้ด้วย วันหน้าก็จะเป็นอยู่แบบนี้ เพราะความเดือดร้อน แต่ทำอย่างไรถึงจะไม่เดือดร้อน ผมจึงเริ่มที่ต้นทางให้เกิดความชัดเจน ยอมรับว่าความร่วมมืออาจจะน้อยหน่อย เพราะคุ้นเคยกับตรงนี้ รอปลูกข้าว น้ำท่วม ไม่เป็นไรเดี๋ยวรัฐบาลก็ช่วย เป็นแบบนี้มาตลอด แม้แต่การจำนำยุ้งฉางซึ่งชาวนาก็ไม่ได้สร้างไว้แล้ว เพราะระบบเสียหายมา เดิมชาวไร่ชาวนามียุ้งฉางไว้เก็บแต่วันนี้ไม่มีจึงเอามาฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หากรับข้าวจำนวนมากๆอย่างที่ผ่านมา ก็ต้องไปจ้างเก็บไว้ในคลังเสียค่าใช้จ่ายไปอีก มันผิดไปหมด” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกลางทางคือการผลิต รัฐบาลก็ต้องดูแลด้วย ตั้งแต่โรงสี ภาคเอกชน และการสร้างตลาด สร้างนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าการผลิต ซึ่งเวลานี้มีทั้งสตาร์ทอัพ วิจัยพัฒนา ไม่ใช่ข้าวคือข้าวอย่างเดียว และข้าวก็มีหลายพันธุ์ หลายชนิด เริ่มติดตลาด รัฐบาลก็กำลังทำอยู่ตรงจุดนี้ แต่ก็ยังช้าอยู่ดี เพราะถ้าต้นทางพัฒนาไม่ได้ กลางทางก็คงไปได้แค่นี้ แบบจำกัด ฉะนั้นขออย่ามามุ่งตรงนี้มากนัก เรื่องความเดือดร้อนพูดได้ ตนก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าช่วยแล้วต้องเดือดร้อนทั้งประเทศคงไม่ได้ เพราะจะทำให้เซ็ทเออเร่อ มีผลกระทบต่องบประมาณการใช้จ่ายของแผ่นดิน ซึ่งยังมีอีกหลายอาชีพก็ต้องไปดูแลไม่ใช่ช่วยแต่ภาคการเกษตรอย่างเดียว

“ผมถามว่าเรื่องหนี้สินชาวนาจะทำอย่างไร ที่ผ่านมาให้งดดอกเบี้ยชะลอหนี้สิน พักการชำระหนี้ ก็ทำกันมาตลอด ผมถามว่าแล้วจะให้มันอยู่อย่างนี้หรือ เงินก็จะหมดตรงกลางและปลายทางหมด ด้วยการช่วยเหลือและแก้ปัญหาแบบนี้ ทั้งหมดสำคัญอยู่ที่ต้นทาง ทุกมาตรการทำมาตลอด 3 ปี ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสรุปว่าสำเร็จไปแค่ไหน แต่สื่อต้องช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนเข้าใจตรงนี้ หากจะทำแบบเดิม ก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ไม่มีวันเข้มแข็ง เราต้องใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการระเบิดจากภายใน คือต้นทางทำให้ดี ขณะเดียวกันปลายทางที่มีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ และยังมีตลาดชุมชนที่สีข้าวขายกันเอง ที่ถือว่าเป็นเส้นทางเลือกทั้งหมดจะต้องเชื่อมโยงให้ได้ จึงจะทำให้ราคาสูงขึ้น โดยการผลิตข้าวที่มีคุณภาพและลดปริมาณการปลูกลงแต่ประชาชนอยู่ได้ ซึ่งรัฐบาลเองก็หาวิธีการปลูกพืชเสริม ไม่ใช่ปลูกพืชเชิงเดียว ผมอยากให้สื่อช่วย ถ้าติติงตลอดก็จะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แล้วจะสำเร็จไหม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ประชาชนจะอยู่ได้ต้องใช้ความพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานไว้แล้ว โดยเก็บข้าวไว้ทำพันธุ์ส่วนหนึ่ง ไว้กินส่วนหนึ่ง ที่เหลือขายโรงสี ขายสหกรณ์ ขายอิสระด้วยการใส่ถุงขายในชุมชน ซึ่งรัฐก็จัดตลาดชุมชนให้เป็นตลาดกลางอยู่แล้ว เดี๋ยวจะมีการประกาศเครื่องหมายที่ชัดเจนอีกที เพื่อให้ชาวนาเอาข้าวมาขายในจุดนี้ได้ ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมให้เข้มแข็ง ด้วยการผลิตและสีข้าวเอง ส่วนเรื่องหนี้สินรัฐบาลจะไปเจรจากับโรงสีขอให้มาร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อให้สังคมรับทราบว่าเขาก็ทำประโยชน์ เราจะไปกันใครคงไม่ได้ เพราะจำนวนผลผลิตข้าวมีมหาศาล การมาขายลักษณะนี้ได้เพียงส่วนหนึ่งไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ จากผลผลิตทั้งหมดของทุกชนิดข้าว แต่เป็นการทำให้คนอยู่ได้ เลี้ยงตัวได้ ขอให้ลองทำดู

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดคือหลักการของรัฐบาลที่ต้องคำนึงถึงต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ของพืชทุกชนิด ถ้าทำผลผลิตออกมามากเกินไปก็ขายไม่ได้อยู่ดี และจะต้องอุดหนุนกันไปอีกสักเท่าไหร่ วันนี้ตนเห็นใจทุกคน ทั้งเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน แต่ที่ผ่านมาต้องอุดหนุนที่ปลายทางตลอด ดังนั้นต้องไปดูต้นทางเป็นอย่างไร ถ้าทุกคนไม่เข้าใจตรงนี้สุดท้ายก็เดือดร้อน เงินก็หมดไปเรื่อยๆ แล้วเข้มแข็งขึ้นไหม วันนี้มาตรการต่างๆต้องทำควบคู่กันไป แต่ไปได้ช้า เพราะส่วนใหญ่ติดกับวัฒนธรรม หรือพฤติกรรมการปลูกข้าวแบบเดิม ขอให้เข้าใจตรงกัน ถ้ามีอะไรผิดก็ให้บอกมา แต่ไม่น่าผิด ตนคิดมานาน คิดมา 3 ปีแล้ว แต่ทำได้แค่นี้ เพราะเจอปัญหาแบบนี้ วันนี้ต้องคิดใหม่ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นจะเป็นวงจรแบบเดิม

“ขอให้ช่วยรัฐบาล ผมจะไม่ไปโต้ตอบกับใคร ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้าทำดี ตั้งใจดี บริสุทธิ์มันก็เป็นกุศล ก็แค่นั้นเอง รัฐบาลไม่ได้ไปมุ่งหวังทำอะไรให้ใครเสียหายอยู่แล้ว เรื่องที่มีเหตุการณ์นี้โน้นเกิดขึ้น ขอให้พอได้แล้ว ผมจะไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เฉยๆ สังคม ประชาชน จะดูเอง ใครทำดีก็ต้องขอบคุณ ใครทำดีได้ดี” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า เรื่องอื่นๆก็กำลังแก้ สิ่งที่จะตามมา เดี๋ยวก็มีเรื่องข้าวโพดนำเข้า ขออย่าเพิ่งออกมาเรียกร้องอะไรมากตอนนี้รัฐบาลกำลังแก้อยู่ แต่มันแก้สิ่งที่เกิดมา 20-30ปี คงแก้ไม่ได้ภายในวันเดียว คงต้องแก้ทั้งระบบทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง หากแก้เช่นนี้ได้ตนรับรองไม่เกิน 5 ปี ชาวนาชาวไร่รวยขึ้นเยอะ ซึ่งวันนี้ต้นทุนการผลิตข้าวของประเทศเรากับประเทศอื่นต่างกัน บ้านเราต้นทุนสูงกว่าเขา เมื่อเขาประกาศราคาข้าวมา สู้ราคาข้าวเขาไม่ได้ บางคนบอกให้กลับมาสู่วัฒนธรรมเดิม ใช้แรงงานใช้ควายก็โอเคใครมีแรงก็ทำไป แต่ต้องนึกถึงคนที่เขาไม่มีแรง เพราะอายุมากก็ต้องจ้างแรงงาน อย่าพูดอะไรบิดไปโน่นนี่มันทำให้สังคมไม่เข้าใจและทำไม่ได้ ขอให้เข้าใจความตั้งใจของรัฐบาลและกระทรวง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงหมาดไทย และธ.ก.ส. ที่เขาพยายามทำกันอยู่ นอนตาไม่หลับกันมาหลายอาทิตย์แล้ว ไม่ใช่มีปัญหาและมาแก้ แต่คิดมาตลอดตั้งแต่วันแรก 22 พ.ค.57 ว่าทำอย่างไรชาวนาจะดีขึ้น ซึ่งต้องร่วมมือกันก็แค่นั้น

เมื่อถามว่าจะมีโอกาสไปพบกับชาวนาด้วยตัวเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนมีงานที่ต้องทำอยู่ แต่รัฐมนตรี กระทรวงเกษตรฯก็ลง นายกฯต้องทำทุกอย่างเลยหรือไร มีงานอีกเยอะ แต่ก็ได้สั่งงานไปแล้ว.

 

“หมอวรงค์”อัด “ปู”ขายข้าว กก.ละ 20ซ้ำเติมชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248162

ปูขายข้าว กกละ 20, คมชัดลึก, ซ้ำเติมชาวนา, หมอ, วรงค์, อัด, ปูขายข้าว กกละ 20, ซ้ำเติม, ชาวนา, หมอวรงค์

การเมือง  : 7 พ.ย. 2559

“หมอวรงค์”อัด “ปู”ขายข้าว กก.ละ 20ซ้ำเติมชาวนา

ชี ้ข้าวหอมมะลิราคาตกอยู่แล้ว มาขายทุบราคาเหลือ 20 บาทต่อกิโลกรัม กลายเป็นซ้ำเติมชาวนา

           เมื่อวันที่7พ.ย.นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จัดกิจกรรมขายข้าวว่า ตนเข้าใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ คงต้องเก็บตัวเงียบและปล่อยให้ลิ่วล้อมาแก้ตัวเบี่ยงประเด็น หลังจากแผนที่ทำถูกจับได้ตั้งแต่ชาวนาหน้านวล เป็นชาวนาปลอมข้าวหอมมะลิที่อ้างซื้อจากชาวนามาขาย ก็กลายเป็นข้าวสารจากโรงสีเพราะถุงใส่ข้าวสารขนาด50กิโลบ่งบอกว่าต้องมาจากโรงสีขนาดใหญ่ที่ทันสมัยเพื่อส่งลูกค้ารายใหญ่หรือส่งออกที่สำคัญ ข้าวหอมมะลิจากราคาตกอยู่แล้วมาขายทุบราคาเหลือ20บาทต่อกิโลกลายเป็นซ้ำเติมชาวนาตอนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นรัฐบาลนั้น ตลาดข้าวจากปกติก็มาใช้นโยบายซื้อขายราคาสูงกว่าตลาดโดยใช้เงินรัฐบาลแล้วมาสีเองเก็บเองขายเองโดยรัฐบาลซึ่งจริงๆแล้วก็ต้องจ้างหรือเช่าคนอื่นอีกทีแต่มาตั้งชื่อเรียกนโยบายรับจำนำให้คนสับสนตอนสีเสร็จเอามาเก็บกองไว้ในโกดังจนข้าวแทบล้นประเทศขาย ก็ขายไม่ได้ ยกเว้นเอามาขายจีทูจีราคาพิเศษข้าวที่เก็บในโกดังก็มีปัญหามากทั้งเน่าเหลืองผิดประเภท ยัดนั่งร้านระบบข้าวประเทศจึงเสียหายมาถึงวันนี้

“จึงไม่แปลกที่จะพูดได้เต็มปากว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ใจร้ายแบบเลือดเย็นจริงๆมีแต่ทำให้ชาวนาอ่อนแอ ระบบข้าวประเทศมีปัญหาทุจริตกันอย่างมโหฬารโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกร้อนหนาวต่อปัญหาที่เกิดขึ้น หรือใครจะคัดค้าน”น.พ.วรงค์กล่าว

 

สปท.การเมืองเสนอคุมเข้มคุณสมบัติผู้สมัครส.ส.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248105


สมัคร, คม, คมชัดลึก, กมธ.การเมือง, คุณสมบัติ ส.ส., การเมือง, เสนอ, คุม, เข้ม, คุณสมบัติ, ผู้สมัคร

การเมือง  : 6 พ.ย. 2559

สปท.การเมืองเสนอคุมเข้มคุณสมบัติผู้สมัครส.ส.

ชงขึ้นเงินเดือนรมต.- ส.ส. 2-3แสนบาท อ้างป้องกันการทุจริต

           6 พ.ย. นายสมพงษ์ สระกวี กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สปท. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ขณะนี้คณะอนุกมธ.ได้สรุปแนวทางการปฏิรูปเรื่องดังกล่าวเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือ 1.การปฏิรูปมาตรการคัดกรองตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพ โดยทั้งผู้สมัครส.ส. และผู้เป็นรัฐมนตรี ต้องผ่านการคัดกรองอย่างเป็นประชาธิปไตยจากพรรคการเมือง เช่น ถ้าเป็นส.ส.เขตก็ผ่านการคัดกรองด้วยวิธีไพรมารีโหวตก่อน และจะต้องแสดงตัวให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 6 เดือน ถึง 1 ปี ว่าจะลงสมัครส.ส.ในพื้นที่ใด ขณะที่ผู้จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องผ่านมติกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการ มีกระบวนการเปิดเผยประวัติ ชื่อเสียงให้คนในพรรคและประชาชนได้รับรู้ เพื่อช่วยกันตรวจสอบ ไม่ใช่มาจากวิธีการคัดเลือกของนายทุนพรรค หรือหัวหน้าพรรคเพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา

นายสมพงษ์กล่าวว่า 2.การให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องผ่านการอบรมหลักสูตรความรู้การเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ดี จากกกต. หรือสถาบันพระปกเกล้าที่กำหนดขึ้น เพื่อพัฒนาให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พึงประสงค์ของประชาชน โดยจะมีการอบรมหลักสูตรพัฒนาการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ดีทั้งก่อนการรับสมัครเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้งทุกครั้งแก่ผู้สมัคร ส.ส. ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมทั้งตำแหน่งเลขานุการ และที่ปรึกษารัฐมนตรี อย่างไรก็ตามไม่มีการกำหนดบทลงโทษว่า หากไม่เข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าวจะมีโทษอย่างไร เพราะเป็นเพียงการวางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างมีเกียรติยศ และมีความซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้น

นายสมพงษ์กล่าวว่า 3.การพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนแก่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และส.ว. โดยเทียบเคียงกับโครงสร้างเงินเดือนของผู้บริหารองค์การมหาชน ที่ได้รับเงินเดือน 2-3 แสนบาท เช่น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยว โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เนื่องจากองค์การเหล่านี้มีโครงสร้างอยู่ในตำแหน่งตามวาระ และดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร เมื่อเราคาดหวังอยากได้นักการเมืองมีประสิทธิภาพ จึงต้องมีค่าตอบแทนที่คุ้มค่าเพียงพอให้ เพราะตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่จะมีผลบังคับใช้หลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบควบคุมนักการเมืองอย่างเข้มข้น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งจากมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมือง กฎหมาย 3 ชั่วโคตร การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นใดได้ นอกจากนักการเมือง หากนักการเมืองมีรายได้ทางเดียว จึงควรพิจารณาค่าตอบแทนให้เหมาะสม หากมีการตรวจสอบเข้มข้น แต่ไม่เพิ่มค่าตอบแทนให้เหมาะสม นักการเมืองก็ต้องหลบๆซ่อนๆ ใช้วิธีอื่นทุจริต ปัจจุบันเงินเดือนส.ส.อยู่แค่ 100,000 กว่าบาท ใช้มาหลายปีแล้ว มีการเพิ่มค่าตอบแทนขึ้นเพียง 1-2% เท่านั้น

“ข้อเสนอการเพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น อนุกมธ.ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่า ต้องเพิ่มเป็น 2-3 แสนบาทเท่ากับผู้บริหารองค์การมหาชน เพียงแต่นำโครงสร้างขององค์การมหาชนมาเปรียบเทียบให้ดู จะเพิ่มเติมเท่าใดต้องให้สังคมและทุกฝ่ายช่วยกันพิจารณา เราห่วงเช่นกันว่า ข้อเสนอนี้จะถูกต่อต้านจากสังคม ดังนั้นในการประชุมอนุกมธ.จึงมีข้อเสนอว่า ควรให้ข้อเสนอเรื่องการเพิ่มค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีผลบังคับใช้หลังจากนี้ 5 ปี เพื่อมิให้ถูกกล่าวหาว่า เสนอเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ”นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้คณะอนุกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะสรุปแนวทางการปฏิรูปเรื่องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันที่8 พ.ย.จากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสปท.การเมืองในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เพื่อขอความเห็นชอบ และส่งให้ที่ประชุมสปท.พิจารณาต่อไป

 

กมธ.ดิจิทัล พร้อมปรับเนื้อหาร่างกม.ให้สอดคล้องสมาชิกอภิปราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248102

คมชัดลึก, กมธ.ดิจิทัล, ปรับเนื้อหาร่าง กม., กมธ, ดิจิทัล, พร้อม, ปรับ, เนื้อหา, ร่าง, ให้, สอดคล้อง, สมาชิก, อภิปราย, กมธดิจิทัล

การเมือง  : 6 พ.ย. 2559

กมธ.ดิจิทัล พร้อมปรับเนื้อหาร่างกม.ให้สอดคล้องสมาชิกอภิปราย

แต่บางส่วนทางกรรมาธิการฯคงจะต้องยืนยันในหลักการตามที่คิดไว้

              6 พ.ย.นางเสาวณี สุวรรณชีพ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. … กล่าวถึงการปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้สอดคล้องกับที่สมาชิกสนช.อภิปราย ว่า เบื้องต้นได้ดูไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่บางส่วนทางกรรมาธิการฯคงจะต้องยืนยันในหลักการตามที่คิดไว้ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สมาชิกลงมติให้คงตามร่างเดิมนั้นก็คงต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกัน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยกับทางกรรมาธิการฯเพื่อให้เข้าใจในกระบวนการทำงานอย่างเป็นหลักวิชาการของด้านนี้ เนื่องจากการประชุมของสนช.ไปมุ่งเน้นเรื่องคุณสมบัติและจริยธรรม โดยไม่ได้คำนึงว่ากฎหมายที่ออกมาจะต้องสอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้วย ซึ่งหลักปฏิบัติด้านนี้ก็ไม่ได้เหมือนกับหลักปฏิบัติอื่นๆ

นางเสาวณี กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ใช่เป็นพ.ร.บ.ที่จะมากำกับหรือติดตาม แต่เป็นเรื่องของการจัดการบริหาร กระบวนการทำงานของระบบไอซีที ซึ่งมันขยายออกไปนอกเหนือจากภาครัฐแล้วก็ไปภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังนั้นขอบเขตจะกว้างขวางมาก และกระบวนการทำงานก็จะซับซ้อน ซึ่งจุดประสงค์ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ต้องการนั้นเป็นสิ่งที่บุคคลทางด้านไอทีอยากจะเห็นมานานแล้ว ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่รัฐบาลมองก้าวข้ามจากจุดของราชการไปสู่เอกชนและประชาชน เพราะกฎหมายจะมายึดติดอยู่ แต่การห้ามคงจะไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของการบริหารที่จะต้องอำนวยความสะดวกเพื่อให้ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้

“เราไม่ห่วง เพียงแต่ต้องการให้เกิดความเข้าใจ เมื่อทำไปแล้วต้องเกิดประโยชน์จริงๆ ซึ่งที่ประชุมสนช.มีความเป็นห่วง มุ่งเน้นเรื่องทำเช่นไรไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น ซึ่งเราก็คำนึงถึงเพราะการพัฒนาด้านนี้ต้องมีเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมอยู่ด้วยเช่นกัน โดยใช้วิธีการบริหารจัดการ”

เมื่อถามว่า ทางกรรมาธิการฯจะมีการขอขยายการพิจารณาหรือไม่ นางเสาวณี กล่าวว่า ตามข้อบังคับของสนช.สามารถขยายเวลาได้ แต่เบื้องต้นไม่คิดว่าจะขยายเวลาอีกแล้ว เราจะรีบเร่งทำความเข้าใจตรงส่วนนี้โดยเร็ว

 

“สุริยะใส”แนะรบ.ใช้วิกฤติข้าวเป็นโอกาสปฎิรูประบบข้าวครบวงจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248099


ข้าวการเมือง คมชัดลึก, สุริยะใส แนะ รบ., สุริยะ, แนะ, ใช้, วิกฤติ, ข้าว, เป็น, โอกาส, ปฎิรูป, ระบบ, ครบวงจร, สุริยะใส, ปู-พท

การเมือง  : 6 พ.ย. 2559

“สุริยะใส”แนะรบ.ใช้วิกฤติข้าวเป็นโอกาสปฎิรูประบบข้าวครบวงจร

“สุริยะใส”แนะรบ.ใช้วิกฤติข้าวเป็นโอกาสปฎิรูประบบข้าวครบวงจร เหน็บ”ปู-พท.”ตัดตอนปัญหาราคาข้าว แกล้งลืมปัญหาเก่าจำนำข้าวทุกเม็ด

          6 พ.ย. 59 – นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ว่า ตนเห็นว่าในขณะนี้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำกำลังไต่ระดับเป็นปัญหาชาวนากับรัฐบาล เพราะเริ่มมีกลุ่มการเมืองเอาไปขยายผลจนอาจขยายวงกว้างบานปลายได้เช่นกัน จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องทำงานเชิงรุก นอกจากการวางมาตรการเยียวยาเฉพาะหน้าอย่างเข้าถึงและทันท่วงทีแล้ว ยังต้องจับตาขบวนการปล่อยข่าวบิดเบือนในหมู่ชาวนา ที่มีเครือข่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง เราห้ามคนพวกนี้ไม่ได้ เพราะเป็นกลุ่มคนที่หาประโยชน์ทางการเมืองจากชาวนามาตลอด จึงเป็นหน้าที่ที่สังคมต้องช่วยกันเปิดโปงตีแผ่และประณามคล้ายๆกับบทเรียนกรณีจำนำข้าวที่สังคมช่วยกันเปิดโปงมาแล้ว

” ราคาข้าวตกต่ำช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากข้าวล้นสต๊อกในโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดจากรัฐบาลเก่ายังขายไม่ออก ทำให้ข้าวล้นตลาด คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ อย่าตัดตอนปัญหาหรือดราม่าจนเกินงาม ที่สำคัญรัฐบาลควรแปรวิกฤติเป็นโอกาสทำแผนปฏิรูประบบข้าวและภาคการเกษตรทั้งระบบครบวงจร ไม่เช่นนั้นเรื่องข้าวและปัญหาชาวนาจะถูกนำไปใช้ชิงความได้เปรียบทางการเมืองตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุและชาวนาก็ไม่ได้หลุดพ้นจากความยากจนเสียที ” นายสุริยะใส

นายสุริยะใส กล่าวต่อไปว่า เรากำลังจะเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เรื่องข้าวและอนาคตของชาวนาภาคการเกษตรควรเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใหญ่ที่สุดของแผนยุทธศาสตร์ชาติ วิกฤติครั้งนี้รัฐบาลต้องลงมือปฎิรูปวางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวระดมความเห็นทุกภาคส่วน บางมาตรการอาจไม่ถูกใจชาวนาในระยะสั้นแต่สามารถช่วยชาวนาในระยะยาวได้ก็ต้องกล้าทำ ยิ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองไม่หวังคะแนนนิยมวูบวาบยิ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะปฎิรูปกันได้ทั้งระบบ

 

“เด็กพท.”ออกโรงโต้แทน“ยิ่งลักษณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248097


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, สมคิด จวกหมอวรงค์, เด็ก พท.โพสต์เฟซบุ๊ก, เด็ก, ออกโรง, โต้, แทน, ยิ่งลักษณ์, ปชป

ข่าวการเมือง คมชัดลึก, สมคิด จวกหมอวรงค์, เด็ก พท.โพสต์เฟซบุ๊ก, เด็ก, ออกโรง, โต้, แทน, ยิ่งลักษณ์, ปชป

การเมือง  : 6 พ.ย. 2559

“เด็กพท.”ออกโรงโต้แทน“ยิ่งลักษณ์”

“เด็กพท.”ออกโรงโต้แทน“ยิ่งลักษณ์” หลังถูกกล่าวหาดราม่าซื้อข้าวชาวนามาขายต่อ แถมจวกกลับ“ปชป.”ชอบมองคนในแง่ลบตลอด

          6 พ.ย. 59 – นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส.ปชป. ที่ได้เขียนเฟสบุค ตำหนิอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ที่ออกมาช่วยชาวนาขายข้าวหอมมะลิ ราคากิโลละ 20 บาท ว่าเป็นการทุบราคาข้าวสารของชาวนา เพราะบอกว่าราคาข้าวสารในท้องตลาดราคา 32 บาทต่อกิโลนั้น ขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่สนใจเรื่องนี้ คงไม่ชี้แจงกับคุณวรงค์ เพราะเขาคิดมุมมืดมาตลอด เกินเยียวยาไปแล้ว

ที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ขายข้าวราคา 20 บาทนั้น เพื่อให้ได้เห็นว่า หากชาวนาจะขายตรง ขายเองก็ทำได้ในราคานี้ เพราะวันนี้โรงสีซื้อข้าวที่หักความชื้นแล้วราคา กก. 7 บาท เท่านั้น หากข้าวตากแห้งแล้วราคาจะตกอยู่ที่ 10-11 บาท สมมติซื้อข้าวเปลือก 1,600 กก.ก็คิดเป็นเงิน 16,000-17,000 บาท แปรรูปมาเป็นข้าวสารได้ 1,000 กก. ขาย กก.ละ 20 ก็ได้เงิน 20,000 บาท นั่นคือราคาชาวบ้านที่ขายได้สามารถทำได้ ดีกว่าปล่อยให้เขาขายข้าวเปลือกราคาถูก วันนี้ราคาข้าวสารในร้านสรรพสินค้าไม่ได้ลดลงเลย ชาวบ้านยังซื้อข้าวสารราคาแพงบริโภค แต่คนทำนาถูกกดราคาข้าวเปลือก หากคุณวรงค์ อยากทำก็ขอให้ทำอย่างไรราคาข้าวสารจะลดลงบ้าง ทุบราคาลงบ้างนายทุนใหญ่ๆไม่เดือดร้อนอะไร หรือคุณวรงค์กลัวนายทุนขายข้าวสารเดือดร้อนก็ไม่ทราบได้

ขอบอกว่า ทางพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้ทำอะไ รผิดเรื่องนี้ หากจะผิดก็คงผิดใจคนบางคนบางกลุ่มที่คอยกระแนะกระแหน โดยไม่ยอมทำอะไรเลย มองแต่คนอื่นผิดตลอด ประเภทความผิดคนอื่นดุจขุนเขา ความผิดตัวเองดั่งปุยนุ่น

 

“พสกนิกร”ถวายความอาลัยและถวายสักการะ“ในหลวง”เนืองแน่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248084

ถวายความอาลัย, ่ข่าวทั่วไป คมชัดลึก, พสกนิกร, ถวาย, ความอาลัย, และ, สักการะ, ในหลวง, เนืองแน่น, ปชช
ถวายความอาลัย, ่ข่าวทั่วไป คมชัดลึก, พสกนิกร, ถวาย, ความอาลัย, และ, สักการะ, ในหลวง, เนืองแน่น, ปชช
ถวายความอาลัย, ่ข่าวทั่วไป คมชัดลึก, พสกนิกร, ถวาย, ความอาลัย, และ, สักการะ, ในหลวง, เนืองแน่น, ปชช
ถวายความอาลัย, ่ข่าวทั่วไป คมชัดลึก, พสกนิกร, ถวาย, ความอาลัย, และ, สักการะ, ในหลวง, เนืองแน่น, ปชช

การเมือง  : 6 พ.ย. 2559

“พสกนิกร”ถวายความอาลัยและถวายสักการะ“ในหลวง”เนืองแน่น

“พสกนิกร”ทยอยเดินทางมาถวายความอาลัยและถวายสักการะ “ในหลวง”เนืองแน่น ด้าน บรรยากาศสนามหลวง ทุกหน่วยงาน ร่วมบูรณาการดูแลอำนวยความสะดวก “ปชช.”

          6 พ.ย. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนจากกรุงเทพและต่างจังหวัดทยอยเดินทางมา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจะถวายความอาลัยและถวายสักการะ ต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ทุกหน่วยงานได้บูรณาการร่วมกันคอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อแสดงพลังความรักความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยประชาชนจากทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ กันอย่างเนืองแน่น ประชาชนกว่า 30,000 คนรอเข้าแถวยาวเหยียด ท่ามกลางการจัดระเบียบของเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายสักการะ เบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ตั้งแต่เวลา 4 นาฬิกา 50 นาที เนื่องจากมีประชาชนที่ยังคงตกค้างและที่เดินทางมาแต่เช้าตรู่ เพื่อหวังที่จะเข้ากราบถวายสักการะเป็นคิวแรกๆ ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้มีประชาชนมากเป็นพิเศษ โดยประชาชน ยังคงอยู่ในความโศกเศร้าที่สูญเสียดวงใจของแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตรโดยทางมหาวิทยาลัย ได้ออกประกาศ งดป้ายแสดงความยินดีแก่บัณฑิตในงานรับปริญญา งดบูม ร้องเพลงเชียร์หรือกิจกรรมรื่นเริง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะที่ ว่าที่บัณฑิตต่างตั้งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากรอเข้าชมและสักการะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หนึ่งในนั้นคือ นายดักลาส ไฟค์ ชาวอเมริกัน เปิดเผยว่า เคยเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยแล้วก่อนหน้านี้ ช่วงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังมีพระชนชีพอยู่ ทราบว่าพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิกรต่อประเทศไทยมากมาย ทรงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น กลับมาวันนี้เขารับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าของคนไทยที่สูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ รู้ว่าคนไทยรักในหลวงรัชกาลที่9 ตัวเขาเองขอร่วมแสดงความไว้อาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการร่วมกันอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั้งในเรื่องที่การบริการอาหาร น้ำดื่มบริเวณจุดต่าง ๆ ในส่วนของการบริการทางการแพทย์ของเหล่าทัพต่างๆนั้นและบรรดาจิตอาสาได้ให้บริการด้านสุขภาพกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมา ส่วนมากมักป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และเป็นลมจากการเดินทางมาจากต่างจังหวัด

 

“ปธ.สพม.”ชี้เซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ขึ้นอยู่รธน.ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248079


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ธีระภัทร์ เซ็คซีโร่ องค์กรอิสระ, ธีระภัทร์ เสรีรังสรรค์, ปธส, ชี้, เซ็ท, โร่, องค์กรอิสระ, หรือไม่, ขึ้นอยู่, รธน, ใหม่, ขึ้นอยู่รธนใหม่, ปธสพม, ธีรภัทร์

การเมือง  : 6 พ.ย. 2559

“ปธ.สพม.”ชี้เซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ขึ้นอยู่รธน.ใหม่

“ธีรภัทร์”ชี้เซ็ทซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรธน.ใหม่จะคุณสมบัติอย่างไร ชี้ สส.-สว.-ครม.ต้องทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ทั้งใจ-กาย

          นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง(สพม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประเด็นและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ทาง สพม.ได้ดำเนินการใน 3 ส่วน ประกอบด้วย การร่วมมือกับทางนิด้าโพลล์”ของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในการไปสอบถามคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับร่างฯ พ.ร.บ.ทั้ง 4ฉบับ จำนวน 7,500 ชุด โดยจะมีการสรุปผลในวันที่ 11 พ.ย.นี้ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมประสานงานระดับกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ซึ่งได้มีการกำหนดประเด็นรับฟังความในลักษณะเดียวกันกับการสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลล์ และจะมีการสรุปผลกลับมาในวันที่ 11 พ.ย.เช่นเดียวกัน

นายธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมโฟกัสกรุ๊ป เพื่อระดมความเห็นจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง อดีต ส.ว. องค์กรอิสระ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 09.00 น. และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาพัฒนาการเมือง เพื่อรับทราบ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่ สพม.ส่งไปจะได้รับการพิจารณาหรือไม่ขึ้นกับดุลพินิจของกรธ.

เมื่อถามว่าการเขียนกฎหมายของ กรธ. ที่มีลักษณะจำกัดและคุมเข้มกลุ่มการเมือง จะส่งผลดีต่อการเมืองในอนาคตอย่างไร นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่รู้ว่ามีการจำกัดไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้ไปสอบถามประชาชน และจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำโฟกัสกรุ๊ปที่สพม.จะจัดขึ้นด้วย ส่วนการกำหนดบทลงโทษถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมืองนั้น เรื่องนี้ต้องดูระดับความรุนแรง ว่ามีการกำหนดไว้มากน้อยเพียงใด แต่ที่ผ่านมามีการกำหนดโทษไว้ 5 ปี ก็ดูเหมือนนักการเมืองจะไม่เข็ด การจะมากำหนดเพิ่มถึงขั้นตัดสิทธิ์ทางการเมือง ควรต้องดูขนาดความรุนแรง ว่าเราจะให้โอกาสคนขนาดไหน

“ผมมองว่า ใครที่จะมาเป็น ส.ส. ส.ว. หรือ รัฐมนตรี ควรที่จะเข้ามาด้วยความสุจริต ทั้งทางกาย ใจ และวาจา ไม่ควรมาเพื่อวางแผนหรือกอบโกย ถ้าการได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่โดยไม่สุจริต ก็ไม่ควรเข้ามา เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง”นายธีรภัทร์ กล่าว

นายธีรภัทร์ ยังกล่าวถึงแนวคิดในการเซ็ทซีโร่ องค์กรอิสระ ว่า ตนยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อมีผลใช้บังคับจะมีผลอย่างไรกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ถ้ามีการกำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ใหม่ และมีผลต่อคุณสมบัติของผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก็อาจจะต้องเซ็ทซีโร่ แต่ถ้าไม่ได้มีอะไรที่มีผลกับผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเซ็ทซีโร่ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องไปดูในหลักการและแนวทางที่กำหนดไว้