บิ๊กตู่ งัด ม.44เด้งปลัดดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248064

ม.44เด้ง ทรงพร, เด้งปลัดกระทรวงดิจิทัล, บิ๊ก, ตู่, งัด, ม44, เด้ง, ปลัด, ดิจิทัล, บิ๊กตู่, ม44เด้งปลัดดิจิทัล

การเมือง  : 5 พ.ย. 2559

บิ๊กตู่ งัด ม.44เด้งปลัดดิจิทัล

ย้ายเข้ากรุสำนักนายกฯ

     เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ย้ายนางทรงพร โกมลสุรเดช  ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ไปเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และให้ น.ส.วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล  ผู้อํานวยการสํานักงานสถิติแห่งชาติ มาดํารงตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แทน

คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ 66/2559 เรื่องการกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง มีรายละเอียดระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรกําหนดตําแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งเพื่อประโยชน์ ในการบริหารราชการในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

1.ให้นางทรงพร โกมลสุรเดช พ้นจากตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม และให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ตรวจราชการและเป็นที่ปรึกษาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย 2.ให้น.ส.วิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล พ้นจากตําแหน่ง ผู้อํานวยการสํานักงานสถิติแห่งชาติ และให้ดํารงตําแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

     3.ให้ข้าราชการผู้มีรายชื่อตามข้อ 1 และข้อ 2 พ้นจากตําแหน่งเดิมและไปปฏิบัติหน้าที่ ในตําแหน่งใหม่ตั้งแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งภายหลังวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีพิจารณา      4.ให้สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สํานักงบประมาณ และส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับตําแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว และให้นายกรัฐมนตรี นําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง หรือพ้นจากตําแหน่งตามคําสั่งนี้ ตามมาตรา24 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557

5.คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 5 พ.ย. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

อีเวนท์ “ยิ่งลักษณ์” ขายข้าว 10 ตัน หนึ่งชัวโมง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248033

คมชัดลึก, 10 ตัน 1 ชั่วโมง, จำนำข้าว, ยิ้่งลักษณ์ ชินวัตร, อีเวนท์, ยิ่งลักษณ์, ขาย, ข้าว, ตัน, หนึ่ง, ชัว, โมง, ขายข้าว, หนึ่งชัวโมง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 พ.ย. 2559

อีเวนท์ “ยิ่งลักษณ์” ขายข้าว 10 ตัน หนึ่งชัวโมง

“ยิ่งลักษณ์” จัดอีเว้นต์ขายข้าว กก.ละ 20 บาท คนแห่ซื้อแน่นหน้าแฟชั่นไอซ์แลนด์ เล็งซื้อมาขายอีก วอนทุกภาคส่วนต้องช่วยชาวนา ชี้มาตรารบ.บิ๊กตู่คล้ายจำนำข้าว

เมื่อ เวลา 16.00 น. ที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่น ไอซ์แลนด์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรค อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทินายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ  นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กทม. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตส.ส.ขอนแก่น นำข้าวสารที่รับซื้อจากชาวนาในพื้นที่ภาคอีสานเมื่อวันที่ 3 พ.ย. มาจัดจำหน่าย รวมถึงข้าวสารที่ชาวนานำมาฝากอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมจัดจำหน่าย รวม 10 ตัน โดยข้าวสารที่นำมาจำหน่ายทั้งหมด จำหน่ายราคากิโลละ 20 บาท บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม โดยจำกัดให้ซื้อคนละไม่เกิน 2 ถุง

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมาเข้าคิวรอซื้อข้าวจำนวนมาก ทันทีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาถึงประชาชนต่างตบมือโห่ร้องให้กำลังใจ และรุมล้อมขอถ่ายรูปและซื้อข้าวสารจำนวนมาก ทั้งนี้ข้าวถูกขายหมดภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมฝากให้ประชาชนติดตามเพจเฟซบุ๊คของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อติดตามข่าวว่าจะขายข้าวอีกเมื่อไร

ทั้งนี้ข้าวถูกขายหมดภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมฝากให้ประชาชนติดตามเพจเฟซบุ๊คของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อติดตามข่าวว่าจะขายข้าวอีกเมื่อไร

อีเวนท์ "ยิ่งลักษณ์" ขายข้าว 10 ตัน หนึ่งชัวโมง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การขายข้าวในวันนี้เป็นการแสดงน้ำใจให้ชาวนารู้ว่าในสถานการณ์ที่ยากลำบาก อยากเห็นหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ตื่นตัวที่จะช่วยเหลือชาวนา ถ้าใครพร้อมและช่วยกันก็จะมีส่วนทำให้คุณภาพชีวิตชาวนาดีขึ้น ส่วนจะมีกิจกรรมขายข้าวช่วยชาวนาอีกหรือไม่นั้น คงต้องรอดูผลตอบรับและความเหมาะสม

    น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนขอขอบคุณพี่น้องชาวกทม.ที่ร่วมออกมาแสดงน้ำใจช่วยชาวนาเพราะวันนี้ไม่ได้ออกมาซื้อข้าวโดยคำนึงถึงราคาแต่เป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าทุกคนพร้อมให้กำลังใจชาวนาไทยทุกคน หากหลังจากนี้เห็นว่ากลไกต่างๆ ทำงานได้ดีแล้ว ตนก็เป็นเพียงจุดเดียวเท่านั้นไม่ใช่จุดหลักเพราะตนไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่มาทำหน้าที่ในฐานะประชาชนที่เห็นประชาชนลำบาก และแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน

อีเวนท์ "ยิ่งลักษณ์" ขายข้าว 10 ตัน หนึ่งชัวโมง

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้เห็นรัฐบาลดำเนินการไปแล้ว ซึ่งตนทำในฐานะประชาชนคนละไม้ คนละมือ วันนี้เป็นการสร้างกำลังใจให้ชาวนา  ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพนั้น คิดว่าทุกคนเห็นว่าเราตั้งใจทำจริง การสร้างภาพคงไม่ต้องทำเช่นนี้เพราะทุกอย่างเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อยู่แล้ว ตนเป็นอดีตนายกฯ ที่มาจากประชาชนก็ต้องจริงใจกับประชาชน ตนต้องขอขอบคุณแฟนเพจ คนกทม. และต่างจังหวัด

เมื่อถามว่ามองมาตรการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เหมือนหรือต่างจากโครงการรับจำนำข้าวอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ภาพรวมก็คงคล้ายกับโครงการจำนำข้าวเพราะทั้ง 2 โครงการมีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือชาวนาเหมือนกัน โดยไม่ได้หวังผลกำไร

 

เมื่อถามว่าจะไปซื้อข้าวจากโรงสีที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวมาขายหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องดูตามความเหมาะสม ความจริงจะรับซื้อตรงไหนก็ได้แต่ต้องทำตามศักยภาพของตัวเองเพราะที่ออกมาทำกิจกรรมวันนี้ก็ทำในฐานะอดีตนายกฯ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แล้ว เพราะในอนาคตไม่ว่าสินค้าใดเดือดร้อนหากตัวเองคิดช่วยได้ก็จะช่วย

 

เมื่อถามถึงการต่อสู้อุทธรณ์การชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนได้ยื่นหนังสือคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อรัฐบาลแล้ว เพราะเราเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะชี้แจงอีกครั้ง

 

“รัฐบาล”ชี้บ้านเมืองขณะนี้ควรลดราวาศอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248006


ลดลาวาศอก, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รัฐบาล, ชี้, บ้านเมือง, ขณะนี้, ควร, ลดราวาศอก, โฆษกรัฐบาล

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 พ.ย. 2559

“รัฐบาล”ชี้บ้านเมืองขณะนี้ควรลดราวาศอก

“โฆษกรัฐบาล”ไม่ตอบโต้ ชี้วันนี้บ้านเมืองควรลดราวาศอก“เผย”นายกฯกำชับให้ทำความเข้าใจกับสื่อ ให้ช่วยกันยกระดับสังคม ย้ำรัฐบาลนี้ทำอย่างถูกตามแนวทางยั่งยืน

          5 พ.ย. — พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำของรัฐบาลในขณะนี้ว่า  ไม่เป็นไร การวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ ตนไม่ขอตอบโต้ เพราะถึงวันนี้บ้านเมืองของเราควรจะลดราวาศอกกัน เป็นเรื่องของการเมืองจะวิจารณ์ ที่ใครจะวิจารณ์อะไรก็ปล่อยไป อีกทั้งนายกรัฐมนตรี จะย้ำกับตนเสมอว่า ให้หาโอกาสทำความเข้าใจและบอกกับสื่อมวลชนให้ช่วยกันทำงานเพื่อยกระดับสังคมให้ดีขึ้น และนายกฯก็มักสั่งการไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รวมถึงข้าราชการการเมืองในเรื่องการแก้ปัญหาการเกษตรว่าวันนี้พยายายามแก้ปัญหาเรื่องการเกษตรและอื่น ๆ ให้ตรงจุด และได้ชี้แจงอธิบาย ทำความเข้าใจด้วยเหตุผล เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจอย่างแท้จริง พร้อมให้ลดการตอบโต้และไม่จำเป็นต้องตอบโต้ว่าใครดีไม่ดี

ตนยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตามแนวทางอย่างยั่งยืนทั้งในระยะยาวและระยะสั้น ยึดการทำงานตามนโยบายการเกษตรผสมผสาน รวมทั้งในอนาคตในเรื่องการปล่อยสินเชื่อข้าวหอมมะลิอีกด้วย ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองจะวิจารณ์อะไรก็พยายามไม่ตอบโต้ เพราะนายกฯอยากให้อธิบายด้วยหลักการและเหตุผลเพื่อลดความขัดแย้ง

 

เร่งสอบทุจริตรับจำนำข้าว-มันสำปะหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247991

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, อาญา, ทุจริต, เกษตร, พืชผล, แทรกแซง, ศอตช., เร่ง, สอบ, จริ, ตรับ, จำนำ, ข้าว, มันสำปะหลัง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 พ.ย. 2559

เร่งสอบทุจริตรับจำนำข้าว-มันสำปะหลัง

ศอตช.เร่งสอบทุจริตโครงการแทรกแซงราคาพืชผลเกษตร จำนำข้าวตั้งไต่สวนความผิดอาญาแล้ว 388 สำนวน คาดรู้ตัวบุคคลร่วมรับผิดทางละเมิด 15 พ.ย.นี้

 

 

5 พ.ย.59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐท (ป.ป.ท.) และเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ว่า ภายหลังสำนักงาน ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในคดีทุจริตรับจำนำข้าวครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 853 สำนวน โดยบอร์ดป.ป.ท.ได้ทยอยตั้งอนุกรรมกรรมการไต่สวนเป็นรายคดีแล้ว 388 สำนวน คาดว่าหลังจากนี้จะทยอยตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดจนครบทั้งหมด 853 สำนวน และเพื่อให้การไต่สวนเดินหน้าอย่างรวดเร็วบอร์ดป.ป.ท.จะพิจารณาตั้งอนุกรรมการขึ้นอีก 1  ชุด เพื่อให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาในการสอบสวน

ในส่วนของความคืบหน้าการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิด 80% ของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น นายประยงค์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสรุปข้อมูลเสนอต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศอตช. ภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้. เพื่อให้เห็นถึงขั้นตอนการทำงาน รายละเอียดในการทำงาน และบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนว่า ทำหน้าที่ครบถ้วนและถูกต้องตามที่ได้รับมอบหมายหรือไม่

นายประยงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบกาารทุจริตในโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลังนั้น ล่าสุดป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังมันสำปะหลัง 5 แห่ง ใน จ.สุโขทัย พบว่าด้านล่างของโกดังเป็นกองดิน ส่วนมันสำปะหลังถูกจัดเก็บไว้บนกองดิน หลังจากนี้ป.ป.ท.จะเรียกเจ้าของโกดังและเจ้าหน้าที่คลังสินค้าเข้าให้ปากคำนั้นถึงรายละเอียดในการตรวจนับจำนวนมันสำปะหลัง ตลอดจนถึงการเก็บรักษามันสำปะหลังที่รัฐบาลรับซื้อหรือรับจำนำไว้ นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีของศอตช. เข้าตรวจสอบความผิดปกติของโกดังมันสำปะหลังในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมันสำปะหลังขนาดใหญ่ของประเทศ.

 

“เพื่อไทย” หวั่นข้าวล็อตใหม่ยิ่งซ้ำเติมชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247988

ราคา, อุดหนุน, ต่ำ, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, เพื่อ, ไทย, หวั่น, ข้าว, ล็อต, ใหม่, ยิ่ง, ซ้ำเติม, ชาวนา, เพื่อไทย
ราคา, อุดหนุน, ต่ำ, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, เพื่อ, ไทย, หวั่น, ข้าว, ล็อต, ใหม่, ยิ่ง, ซ้ำเติม, ชาวนา, เพื่อไทย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 5 พ.ย. 2559

“เพื่อไทย” หวั่นข้าวล็อตใหม่ยิ่งซ้ำเติมชาวนา

“เพื่อไทย” หวั่นข้าวล็อตใหม่ล้นตลาด ยิ่งซ้ำเติมชาวนา แนะขายให้ราคาดี รัฐต้องเข้ามาอุดหนุน

 

5 พ.ย. 59 – นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเป็นห่วงราคาข้าวที่จะออกมาล็อตใหม่โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานีและหลายจังหวัดในภาคอีสาน เนื่องจากข้าวที่ออกมาตอนนี้เป็นล็อตแรก เรียกว่าข้าวกข.15 เป็นหอมมะลิต้นเตี้ย อายุสั้นประมาณ 120 วัน ขณะที่ข้าวที่กำลังจะออกมาในล็อตใหม่นั้น เป็นข้าวหอมมะลิใหญ่ เป็นข้าวนาปี อายุ 150 วัน ซึ่งกำลังจะทยอยออกมามากโดยเฉพาะภาคอีสานน่าจะประมาณ 6-7 ล้านตัน จึงรู้สึกกังวลว่า หากออกมามากจะเกิดปัญหาเดิมๆ ตามมาแน่นอน ปัญหาตอนนี้การผลิตข้าวไม่เพียงแต่ในไทย แต่ทั่วโลกก็มีแต่เท่าเดิมกับลดลง ในไทยเดิมผลิตได้ 32 ล้านตันต่อปี แต่ปีนี้เหลือ 27 ล้านตัน อยู่ที่การบริหารจัดการ การที่จะช่วยชาวนาให้ขายได้ราคาดีรัฐต้องเข้ามาอุดหนุน ส่วนนโยบายจำนำยุ้งฉางนั้น ตนก็เป็นห่วง ที่บอกว่าจะรับจำนำ 2 ล้านตัน ถ้าทำได้สัก 5 แสนตันก็ถือว่าเก่งแล้ว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า เนื่องจาก 1.เจ้าหน้าที่ธกส.มีไม่เพียงพอ 2.ชาวนาส่วนใหญ่ไม่มียุ้งฉางจริง 3.นโยบายนี้คล้ายๆ จำนำข้าว เพียงแต่ขายฝาก ธนาคารให้สินเชื่อ ถ้าชาวนาเอาข้าวมาส่งธกส.ก็จะหายกัน ซึ่งฟังที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พูดนั้น ดูแล้วน่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องจำนำยุ้งฉางเท่าไหร่ ข้าวที่ออกมารอบใหม่อาจจะเกิดปัญหาด้านราคาต่ำเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ก็ได้.

 

“ปึ้ง”เตือนหาเงินรับซื้อข้าวที่จะทะลักตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247981

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ, ปึ้ง, เตือน, หาเงิน, รับ, ซื้อ, ข้าว, ที่จะ, ทะลัก, ตลาด

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  5 พ.ย. 2559

“ปึ้ง”เตือนหาเงินรับซื้อข้าวที่จะทะลักตลาด

 “ปึ้ง”เหน็บส่งทหารช่วยเกี่ยงข้าวทุกปี จะได้ไม่ถูกมองว่าแค่สร้างภาพ เตือนรีบหาเงินกู้มาช่วยรับซื้อ-รับจำนำข้าวทั้งแบบมียุ้งฉางและไม่มียุ้งฉาง รองรับข้าวที่กำลัง

           5 พ.ย. —  นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การบริหารงานประเทศให้ประสบผลสำเร็จ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่เหมือนกับการสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาซ้ายหันขวาหัน ยิ่งการที่มีขบวนการปล่อยข่าวออกมากล่าวหาโจมตีกันว่ามีโรงสีจับมือกับนักการเมืองกดราคาข้าวให้ตกต่ำลงเพื่อหวังจะมุ่งทำลายกันทางการเมือง และเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ จนทำให้นายกสมาคมโรงสีและคณะกรรมการต้องยกทีมกันลาออกทั้งหมดย่อมส่งผลกระทบต่อขบวนการค้าข้าวของประเทศไทยอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย ทีมงานข้าวของรัฐบาลชุดนี้น่าจะตระหนักถึงผลเสียได้ดีกว่าใครเพื่อน ถึงแม้ท่านนายกฯ จะเอ่ยปากขอโทษก็คงจะไม่ช่วยให้สถานะการณ์ราคาข้าวที่ตกต่ำดีขึ้นได้

           เชื่อว่ามีวิธีเดียวที่รัฐบาลจะช่วยชาวนาได้คือ ต้องรีบหาเงินกู้มาช่วยเหลือ ทั้งรับซื้อหรือรับจำนำข้าวให้แก่ชาวนาทั้งแบบมียุ้งฉางหรือแบบไม่มียุ้งฉาง ให้มีเงินพอจ่ายกับปริมาณผลผลิตข้าวที่กำลังจะทะลักออกมาสู่ตลาดเร็ว ๆ นี้ และอย่ามัวแต่โทษคนโน้นคนนี้ ประเภทรำไม่เป็นแล้วโทษปี่โทษกลอง ต้องขอร้องว่า จะพูดอะไรออกมาควรคิดไตร่ตรองก่อนให้รอบคอบ เช่น การที่พูดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯช่วยซื้อข้าวจากชาวนาแล้วก็ต้องอยู่รอซื้อต่อ อย่ารีบหนีไปไหน เดี๋ยวชาวนาเอาข้าวมาขายอีกจะไม่มีคนซื้อ ทั้ง ๆ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็บอกชัดเจนว่าท่านมาเยี่ยมชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน และมาช่วยซื้อเพราะเห็นใจชาวนาที่ปลูกข้าวแล้วขายข้าวไม่ได้ราคาที่คุ้มกับต้นทุนการผลิตและแรงงานที่ได้ลงแรงกันไป ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกันก็ต้องช่วยเหลือกัน ในยามทุกข์ยากลำบาก

           นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำต้องเป็นหน้าที่โดยตรงของท่านนายกฯ ที่ต้องหาทางให้ความช่วยเหลือชาวนาให้ได้ เพราะชาวนาเขาขายข้าวไม่ได้ราคาและเดือดเนื้อร้อนใจ เป็นวิตกกังวลกันถ้วนหน้าว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ใช้สินเงินกู้ที่นำมาลงทุนทำนาไป รัฐบาลควรจะเร่งรีบช่วยขายข้าวหรือช่วยหาตลาดให้ชาวนาเป็นการด่วน หรือไม่รัฐบาลก็ต้องรับซื้อหรือรับจำนำข้าวให้หมดทุกยุ้งฉาง ทุกเมล็ด  รู้สึกชื่นชมกับการส่งกำลังพลทหารลงไปช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว ถึงแม้จะทำเพียงไม่กี่พื้นที่ก็ตาม ถ้าจะให้ดีควรส่งทหารลงช่วยชาวนาเกื่ยวข้าวทุก ๆ พื้นที่ทั่วประเทศเลย และตั้งแต่นี้ไปก็ให้ถือเป็นหน้าที่ของทหารที่ต้องช่วยเหลือชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวทุก ๆ ปี เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพ

กทม.แต่งตั้ง-โยกย้ายขรก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247980

ภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม, กทม, แต่งตั้ง, โยกย้าย, ขรก

กทม.แต่งตั้ง-โยกย้ายขรก.

ปลัดกทม.ลงนามแต่งตั้ง-โยกย้าย ผช.เขต-ผอ.กอง-เลขาสำนัก-ผช.เลขาฯ รวม 51 อัตรา มีผล 9 พ.ย.นี้

          5 พ.ย. —  นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม ได้ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่องแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประเภทอำนวยการระดับต้น เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา แบ่งเป็นตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต 24 อัตรา ผู้อำนวยการกอง 10 อัตรา และเลขานุการ สำนัก 2 อัตรา ดังนี้ 1. นายสินธุ์ชัย บุญปักษ์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางรัก 2. นายโสภัณฑ์ วงศ์ดวงคำพู เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตปทุมวัน 3. นายสุชัย อมรดารารัตน์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองเตย 4. นายอดุล เทียนทรัพย์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน 5. นางพัชมน ภู่จีบ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่ 6. นางเบญญา อินทรวงศ์โชติ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองเตย 7. นายณันทพงศ์ สินมา เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ 8. นายอมฤต สุวรรณทิพย์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสายไหม 9. นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ 10. นางมณีวรรณ ศรีสวัสดิ์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหนองแขม

           11. นางสุภมาส เลขาจารกุล เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง 12. นายธนิต ตันบัวคลี่ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตประเวศ 13. นางสาวภาวนา ใจเสงี่ยม เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตธนบุรี 14. นางดรุณี กิจประยูร เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ 15. นายนันทพงศ์ แก้วศรี เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหนองจอก 16. นางลัดดา หุยประเสริฐ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสะพานสูง 17. นายทรงศร กัลยา ณ สุนทร เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางเขน 18. นางวาสนา บูรณกิตติโสภณ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน 19. นายพิษณุ รักษาชาติ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร 20. นางละเอียด วัฒนศรี เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตวัฒนา 21. นายชาติชาย กุละนำพล เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตยานนาวา 22. นางสาวโศรยา วัธชนะ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตยานนาวา 23. นายธนาชิต ชูติกาญจน์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน และ24. นางสาวรุจิรา อารินทร์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร

ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง จำนวน 9 อัตรา ดังนี้ 1. นายวิทยา เกียรติถกล เป็นผู้อำนวยการกองสำรวจและแผนที่ที่ดิน สำนักการโยธา 2. นายมานะ วิมุตติชัย เป็นผู้อำนวยการกองโรงงานกำจัดมูลฝอย สำนักสิ่งแวดล้อม 3. นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี เป็นผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง 4. นางดรุณี โลหิตศิริ เป็นผู้อำนวยการกองงานผู้ตรวจราชการ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 5. นายสุดใจ ยี่สุ่นแสง เป็นผู้อำนวยการกองสารสนเทศภูมิศาสตร์ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล 6. นายสัณห์ศิริ เชื้อเจริญ เป็นผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิง 3 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 7. นายไตรปทีป ก.จันทราภานนท์ เป็นผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน สำนักเทศกิจ 8. นายกรณิศ บัวจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว และ 9. นายณรงค์ สุขประกอบ เป็นผู้อำนวยการกองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว ตำแหน่งเลขานุการสำนักงานเลขานุการ จำนวน 3 อัตรา ได้แก่ 1. นายพยชน์ หาญผดุงกิจ เป็นเลขานุการสำนักการคลัง 2. นางรัตนา พูนประชา เป็นเลขานุการสำนักงบประมาณ และ 3. นางสาวพิมลรัตน์ รอดเทศ เป็นเลขานุการ สำนักการจราจรและขนส่ง

              นอกจากนี้ยังได้ลงนามย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประเภทอำนวยการระดับต้น ในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต 14 อัตรา ดังนี้ 1. นายจิรศักดิ์ เพ็งกุล เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระโขนง 2. นางสาวกุลจิรา สาสุขวัฒน์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา 3. นางช่อทิพย์ สิทธิพูล เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง 4. นางปิยวรรณ อินทะสะมะกุล เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ 5. นายสุภกิจ สุรจินตนาภรณ์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน 6. นางนัยนา ละเอียดดี เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบึงกุ่ม 7. นายปรีชา ใจงาม เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย 8. นายชัยวรัตน์ เกษสุขสมวงษ์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสามวา 9. นางเรณู ซื่อสัตย์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง 10. นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางซื่อ 11. นายยอดขวัญ จุณณะปิยะ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดุสิต 12. นางศิริรัตน์ สังข์สุวรรณ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสายไหม 13. นางสาวนันทนา ผ่องเภสัช เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 14. นางวราภรณ์ เอื้ออารีย์ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง และ ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ จำนวน 1 อัตรา ได้แก่ 1. นายสิทธิพงษ์ สุตันทวงษ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.2559 เป็นต้นไป

           นายภัทรุตม์ กล่าวว่า ภายในเดือนพ.ย.นี้ จะประกาศรับสมัครข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประเภทอำนวยการระดับสูง ในตำแหน่งผู้อำนวยการเขต ที่ยังว่างอยู่ 15 อัตรา แต่การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้น จะต้องคัดเลือกคณะกรรมการคัดเลือกอีก 3 คน เนื่องจากขณะนี้มีรองปลัดอยู่เพียง 2 คน จึงต้องหาข้าราชการระดับสูง จำนวน 2 คนและผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน เข้ามาเป็นคณะกรรมการคัดเลือก  เพื่อให้สามารถแต่งตั้งได้แล้วเสร็จ

ยธ.โต้กลับ”กสม.”มั่วปูดเหตุไฟใต้ปะทุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247979

ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, โต้กลับ, มั่ว, ปูด, เหตุ, ใต้, ปะทุ, กสม

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  5 พ.ย. 2559

ยธ.โต้กลับ”กสม.”มั่วปูดเหตุไฟใต้ปะทุ

โฆษกยธ.แจงยกระดับงานอำนวยความยุติธรรมชายแดนใต้เต็มรูปแบบ ใช้บุคลากรอาวุโส-ประสบการณ์สูง ออกคู่มือการปฏิบัติงานเลี่ยงละเมิดสิทธิ พร้อมให้กสม.ร่วมตรวจสอบ

          5 พ.ย. — นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่าอาจมีสาเหตุจากเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิประชาชนในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดละเมิดสิทธิและไม่เคยได้รับโทษ จนทำให้เกิดการตอบโต้  จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจอย่างระมัดระวังและเป็นธรรมว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะในฐานะเจ้าภาพกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ และคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตระหนักในสิ่งเหล่านั้นดีจึงจัดให้มีการประชุมร่วมกันทั้งกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรม และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง จำนวน 23 หน่วย รวมถึงผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปี 59 และแผนการดำเนินงานในปี 60  และได้รับข้อเสนอแนะการดำเนินงาน ด้วยการจัดระบบการเยียวยาให้เป็นธรรมทั้งระบบให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน การเพิ่มศักยภาพและบูรณาการการเก็บพยานหลักฐานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พนักงานสอบสวน และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ( ศอชต.) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานดำเนินการไปแล้ว ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวนด้วยการเพิ่มอัตราที่มีประสบการณ์ลงไปอย่างเพียงพอ

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ขณะที่พนักงานอัยการก็จัดให้มีพนักงานอัยการที่มีประสบการณ์ลงไปทำหน้าที่ ส่วนศาลที่มีการดำเนินคดีความมั่นคงแยกออกมาดำเนินการมีผู้พิพากษาอาวุโสมีประสบการณ์ลงไปทำงานโดยมีรองอธิบดีผู้พิพาภษาภาคลงไปตรวจสำนวน ระยะเวลาการดำเนินคดีที่มีพยานหลักฐานพร้อมอยู่ระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมทั้งให้เพิ่มประสิทธิภาพฐานคดีความมั่นคงให้เป็นเอกภาพและมีฐานข้อมูลกลางไม่แยกส่วน จัดให้มีการส่งเสริมการใช้บริการงานคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เช่น จัดตั้งศูนย์ประสานงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อบรมเจ้าหน้าที่ ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ลงพื้นที่หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองพยานดังกล่าวแล้ว

นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า  สำหรับข้อห่วงกังวลด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ในปีที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ทหารในหน่วยเฉพาะกิจและตำรวจ จำนวน 3,4000  คน ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและผลิตคู่มือสำหรับการปฏิบัติงาน ซึ่งยังคงมีการดำเนินการต่อเนื่องในปีถัดไป โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำหลักสูตรในการอบรมเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ได้ตรงประเด็นต่อไป ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จำเป็นต้องควบคุมให้ทุกหน่วยปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในพื้นที่เป็นสำคัญและยินดีให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชาติเข้าร่วมทุกขั้นตอน

 

“หมวดเจี๊ยบ”จวก“บิ๊กตู่”ใจแคบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247978

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, หมวด, เจี๊ยบ, จวก, บิ๊ก, ตู่, ใจแคบ, บิ๊กตู่

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  5 พ.ย. 2559

“หมวดเจี๊ยบ”จวก“บิ๊กตู่”ใจแคบ

“หมวดเจี๊ยบ”ไล่บิ๊กตู่ลาออกไม่พร้อมดูแลทุกข์สุขประชาชน แขวะตีหน้าเศร้าอยากลาออก แต่เอามือกอดเก้าอี้ไว้ซะแน่น จวกใจแคบว่านักการเมืองสร้างภาพช่วยชาวนา

          5 พ.ย. —  ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำพูดของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่านักการเมืองอย่าสร้างภาพช่วยชาวนานั้น สะท้อนให้เห็นถึงความใจแคบของ พล.อ.ประยุทธ์ ใครๆ ก็เห็นว่าราคาข้าวกำลังตกต่ำโดยรัฐบาลไม่สามารถช่วยอะไรได้ ประชาชนทุกสาขาอาชีพจึงช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวนา รวมทั้งคนที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วย ซึ่งที่จริงแล้วพล.อ.ประยุทธ์ควรจะรู้สึกยินดีที่ผู้คนในสังคมมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกัน ไม่ใช่มาพูดจาแขวะหรือกันท่าเหมือนกลัวใครจะเด่นกว่า ท่านควรจะคิดบวกว่ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการช่วยเหลือชาวนา มีแต่ไล่ให้ชาวนาไปทำมาหากินอย่างอื่น ทั้งๆ ที่ ข้าวและชาวนาคือสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติที่ควรต้องได้รับการอนุรักษ์ส่งเสริม อีกทั้งยังเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของประเทศ แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับอยากให้ชาวนาละทิ้งอาชีพที่เป็นรากเหง้าของตัวเอง แถมยังปล่อยให้ปัญหาของชาวนาลุกลามบานปลายจนกระทั่งข้าวหลุดจากมือชาวนาไปตกอยู่ในมือของพ่อค้าคนกลางหมดแล้วจึงมีมาตรการออกมาช่วยเหลือ ทำให้ชาวนาตัวจริงไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวอย่างเต็มที่ พอมีชาวนาเครียดจนฆ่าตัวตายก็ปล่อยให้ลิ่วล้อมาอ้างว่าผู้เสียชีวิตเป็นช่างซ่อมแอร์ ไม่ใช่ชาวนา เหมือนจะปัดความรับผิดชอบว่าไม่เกี่ยวกับการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล วันนี้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและด้วยความจริงใจ อย่าใช้ลมปากแก้ปัญหาไปวัน ๆ ที่สำคัญ ควรเลิกท่องว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเก่าได้แล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์ก็บริหารประเทศมานานพอสมควรแล้ว หากไม่พร้อมจะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนก็สมควรจะลาออกไป ไม่ใช่ตีหน้าเศร้าว่าอยากลาออก แต่เอามือกอดเก้าอี้ไว้ซะแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแกเกาะข้างฝา

“ยิ่งลักษณ์”จัดขายข้าววันนี้4 โมงเย็นที่แฟชั่นฯรามอินทรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247899

แฟชั่นฯรามอินทรา, จัดขายข้าวพรุ่งนี้, พรุ่งนี้, ห้าโมง, แฟชั่นไอส์แลนด์, ขายข้าว, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์, จัด, ขาย, ข้าว, วันนี้, โมง, เย็น, ที่, แฟชั่น, รามอินทรา

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  5 พ.ย. 2559

“ยิ่งลักษณ์”จัดขายข้าววันนี้4 โมงเย็นที่แฟชั่นฯรามอินทรา

“ยิ่งลักษณ์”จัดขายข้าววันนี้ 4 โมงเย็น ที่แฟชั่นฯรามอินทรา กิโลฯละ 20 บาท

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Yingluck Shinawatra  ระบุว่า “เมื่อวานดิฉันได้ไป จ. อุบลราชธานีและ จ. สุรินทร์ เพื่อสอบถามถึงปัญหาของชาวนา โดยชาวนาได้เล่าถึงความเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำและขอให้ดิฉันช่วยซื้อข้าวเปลือกและข้าวสารหอมมะลิ จากพี่น้องชาวนาโดยตรง ดิฉันจึงได้ซื้อข้าวมาจำนวนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่มากพอที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวนาทั้งหมดได้ แต่ดิฉันก็ซื้อด้วยใจค่ะ”

“ข้าวที่ซื้อมานั้นเป็นข้าวที่เพิ่งสีใหม่ ไม่ผ่านการรมยา  ดังนั้นเพื่อเป็นการให้กำลังใจช่วยเหลือชาวนา ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องชาว กทม. ร่วมกันซื้อข้าวสารหอมมะลิในราคาที่ซื้อมา คือ กิโลกรัมละ 20 บาท โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติมที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ถนนรามอินทรา ในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 16.00 น. ค่ะ”