พระมหากษัตริย์นักออม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/464109

พระมหากษัตริย์นักออม

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา, วรธาร ทัดแก้ว

หนึ่งในพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เป็นที่ประจักษ์ใจพสกนิกรชาวไทยมาตลอด คือ ทรงเป็นต้นแบบของความเรียบง่าย ความประหยัด และความพอเพียง พระองค์พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้คนไทยรู้จักที่จะดำเนินชีวิตในสังคมด้วยความสามารถที่จะอุ้มชูตัวเองได้ โดยที่ตัวเองและคนอื่นนั้นไม่เดือดร้อน อีกทั้งต้องดูแลตัวเองและครอบครัวให้มีความพอมี พอกิน พอใช้ ไม่หวังที่จะร่ำรวยแต่เพียงอย่างเดียว หากทำได้จะเกิดความสุขถ้วนทั่วกัน

พระมหากษัตริย์นักออม

ครั้งหนึ่ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เขียนคำนำไว้ในหนังสือ “ตามรอยพระยุคลบาท…ครูแห่งแผ่นดิน” ว่า “พระองค์ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเล่าให้ผมฟังเองว่า ตอนเด็กๆ นั้นทรงได้รับการสั่งสอนจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอย่างเข้มงวดอย่างยิ่ง ไม่ได้ทรงสอนให้ฟุ่มเฟือย ไม่ได้ทรงสอนให้ใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลือง

มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเล่าให้ฟังว่า ทรงอยากได้ของเล่นชิ้นหนึ่ง แต่เงินไม่พอ เพราะว่า Pocket Money ที่ทรงได้รับนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเก็บภาษีด้วย โดยในแต่ละอาทิตย์ทั้งสามพระองค์ทรงถูกหักเงินที่ได้รับเพื่อใช้จ่ายออกไป 10% ซึ่งจะต้องนำใส่กระป๋องไว้ที่กลางบ้าน กลางที่ประทับที่ตำหนักโลซาน พระองค์รับสั่งว่า พวกเราทั้งสามเรียกกระป๋องนี้ว่า ‘กระป๋องคนจน’

เพราะเมื่อเต็มกระป๋องแล้ว สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะทรงเรียกประชุมเพื่อให้ทั้งสามพระองค์นั้นตัดสินพระทัยว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พระองค์ทรงได้รับการอบรมฝึกปรือให้ประหยัด ให้นึกถึงประโยชน์ของส่วนรวม ให้รู้จักเสียสละมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ มีอยู่วันหนึ่งทรงอยากได้ของเล่นชิ้นหนึ่ง แต่เงินที่จะซื้อไม่พอ จึงทรงยืมเงินจากองครักษ์

 

เมื่อทรงถือของเล่นกลับมาที่ประทับ สมเด็จพระศรีนครินทราฯ รับสั่งถามว่าได้ของเล่นมาจากไหน รับสั่งตอบว่าไปซื้อมา สมเด็จพระศรีนครินทราฯ รับสั่งถามต่อว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ เพราะทรงทราบว่ามีเงินไม่พอ รับสั่งตอบว่ายืมเขา สมเด็จพระศรีนครินทราฯ รับสั่งให้เอาของเล่นไปคืนเดี๋ยวนี้เลย และเอาเงินที่ยืมไปคืนเขาเสียด้วย แล้วถ้าหากอยากได้ของเล่นต้องเก็บหอมรอมริบเอง จนกระทั่งมีเงินพอแล้วจึงไปซื้อ”

ดร.สุเมธ ถ่ายทอดไว้ด้วยว่า นี่คือชีวิตของพระองค์ที่ทรงถูกฝึกถูกอบรมมาอย่างนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรับสั่งเล่าว่า ของเล่นแต่ละชิ้นนั้นพระองค์ทรงสร้างเองทั้งสิ้น ทรงอยากเล่นรถไฟก็ทรงต่อเอง ทรงนึกอยากเล่นอะไรก็ต้องทรงทำเองทั้งหมด

สอดคล้องกับข้อความตอนหนึ่งจากนิทรรศการตามรอยเสด็จฯ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถ่ายทอดถึงการเป็นต้นแบบการออมของพระองค์ท่านไว้อย่างประทับใจ…

“ในช่วงวัยพระเยาว์ที่เจ้านายน้อยทั้งสามพระองค์ประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยพระราชฐานะแล้วน่าจะทำให้พระองค์สามารถใช้จ่ายได้มากเท่าที่พระทัยต้องการ แต่ทว่า…ค่าขนมที่ทรงได้รับทุกสัปดาห์กลับเป็นเงินจำนวนเล็กๆ ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป สมเด็จย่าทรงปลูกฝังเรื่องการออมเงินอยู่เสมอ และไม่ทรงต้องการให้พระโอรสและพระธิดาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

หากทรงอยากได้จักรยานสักคันหนึ่ง ก็จำต้องหยอดกระปุกเก็บเงินซื้อด้วยพระองค์เอง เข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาวะเศรษฐกิจฝืดตัวกระทบทุกประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่สวิตเซอร์แลนด์ ที่แม้จะวางตัวเป็นกลางในสงครามและไม่ได้รับความเสียหายจากสงคราม ในหลวงทรงตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมค่าใช้จ่าย ทรงปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างให้แก่ประชาชนด้วยการใช้จักรยานแทนรถยนต์เพื่อลดการใช้น้ำมัน ซึ่งถือเป็นของหายากและราคาแพงในยุคนั้น”

ชาติชาย พยุหนาวีชัย

น้อมนำพระราชดำรัสสู่การออมอย่างยั่งยืน

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เราได้ยกย่องพระองค์ท่านว่าเป็น “พระมหากษัตริย์นักออม” ด้วยเพราะพระองค์ทรงสั่งสอนให้ประชาชนรู้จักเก็บ อดออม แล้วก็นำเงินที่ออมได้ไปใช้สร้างอนาคต ทำให้ประชาชนเรามีความกินดีอยู่ดีและมีความสุข ดังนั้นที่ผ่านมาธนาคารออมสินจึงได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาสานต่อให้ประชาชนคนไทยรู้จักอดออม พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน

“จากนี้ต่อไปธนาคารออมสินจะเน้นในสองเรื่อง คือ เรื่องการออม และการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาพยายามเผยแพร่ให้ประชาชนคนไทยได้นำไปปฏิบัติจริงตามที่พระองค์ท่านมีเจตจำนงและตั้งปณิธานให้กับคนไทยไว้ ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ได้ทรงทำให้กับคนไทยทุกคน เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของไทยดีขึ้นเป็นอย่างมาก”

ด้าน ลิซ่า-อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ผู้ประกาศข่าวสาวชื่อดัง กล่าวถึงการน้อมนำพระราชจริยวัตรดังกล่าวมาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เมื่อไรที่เรารู้ว่าความพอเพียงคืออะไร รู้จักพอ อย่าใช้มากกว่าที่มี และรู้จักอดออม เมื่อนั้นเราก็จะมีอนาคตที่มั่นคง

“ด้วยพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่าน ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรไทยมากมาย อย่างเรื่องราวที่หลายคนอาจได้รับฟังบ่อยๆ เช่น เรื่องราวของหลอดยาสีพระทนต์ ดินสอไม้ ฉลองพระบาท ความจริงแล้วด้วยฐานะของพระองค์จะทรงใช้ของหรูหราก็ได้ แต่ท่านทรงเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เพื่อเป็นตัวอย่างให้ประชาชน ส่วนตัวลิซ่าว่าการออมในที่นี้ พระองค์ไม่เพียงเป็นตัวอย่างเรื่องการออมเงิน แต่ยังรวมถึงการออมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการออมเวลา ทั้งที่พระองค์ทรงมีพระราชกิจมากมาย แต่ก็ออมเวลาเพื่อมาเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่าเสมอ”

ลิซ่า ยังบอกด้วยว่า เธอเองเป็นคนหนึ่งที่กำลังมุ่งมั่นน้อมนำสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเป็นแบบอย่างมาปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิต โดยเริ่มต้นง่ายๆ จากการสุขกับสิ่งที่มี รู้จักกับคำว่า “พอ”

ลิซ่า-อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์

 

ขณะที่ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงชื่อดัง นอกจากได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในที่นาของตัวเองแล้วก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับรู้ถึงความเป็นยอดนักออมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นอย่างดี พร้อมทั้งได้น้อมนำแบบอย่างการออมของพระองค์มาใช้ในชีวิตอีกด้วย

“แพนได้รับการปลูกฝังเรื่องการออมตามแบบอย่างพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็ก จากการพร่ำสอนของคุณยายของแพนที่เป็นครูและคุณตาซึ่งก็รับราชการเหมือนกัน ทั้งสองมักจะเล่าถึงพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงทำให้แก่ประเทศชาติและประชาชนของพระองค์ รวมถึงพระราชจริยวัตรส่วนพระองค์ให้ฟังอยู่เนืองๆ หนึ่งในนั้นก็คือวิธีการออม การประหยัดและการใช้จ่ายที่คำนึงถึงคุณค่าและประโยชน์ของการใช้สอยเป็นสำคัญ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

พระองค์ทรงได้รับการปลูกฝังเรื่องการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์จากสมเด็จย่าที่มักจะสอนทั้งพระองค์ พระบรมเชษฐา และพระเชษฐภคินีอยู่เสมอเกี่ยวกับว่า หากอยากได้อะไรต้องรู้จักเก็บหอมรอมริบเพื่อเอาเงินที่เก็บนั้นไปซื้อ ไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรจะต้องได้มาง่ายๆ รวมถึงของที่ได้มาแล้วต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์และเห็นคุณค่า ซึ่งสิ่งที่สมเด็จย่าทรงสอนนั้นได้อยู่ในพระราชหฤทัยของพระองค์เสมอมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์มาตลอดพระชนม์ชีพ จากการออม สู่การประหยัด สู่การรู้จักคุณค่าของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และสู่ความพอเพียงดังที่คนไทยเราประจักษ์ทุกวันนี้”

แพนเค้ก เล่าต่อว่า ด้วยการมีบุคคลต้นแบบการออมที่ยิ่งใหญ่นี้ ประกอบกับได้รับการปลูกฝังจากคุณยาย เธอจึงเริ่มต้นการออมเล็กๆ ด้วยการหยอดกระปุกออมสิน โดยวันไหนที่ไปโรงเรียนก็จะเหลือเงินมาหยอดกระปุกทุกวัน และเมื่อถึงโอกาสหนึ่งถ้าอยากได้อะไรก็จะรวบรวมเอาเงินจากกระปุกนี้ไปซื้อ บ้างก็เหลือไว้ทำบุญในบางโอกาส แต่พอโตขึ้นรูปแบบการออมก็แตกต่างออกไป แต่ก็ยังยึดมั่นในแนวทางที่พระองค์ทรงใช้คือความพอเพียงอยู่เสมอ

“ทุกวันนี้เงินจากการทำงานของแพนคุณแม่เป็นคนดูแลค่ะ ซึ่งก็จะมีส่วนที่เก็บเป็นหลัก ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน อีกส่วนก็แบ่งไว้สำหรับช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาตามโอกาสที่มาถึง

เรื่องการใช้จ่ายส่วนตัวด้วยความที่ทำงานด้านนี้ในการซื้อของใช้ก็จะคำนึงถึงความจำเป็นมาเป็นที่หนึ่ง และเลือกใช้ของคุณภาพดีที่ใช้ได้นานและเกิดประโยชน์แก่ตัวเองมากที่สุด แล้วเวลาใช้ก็ใช้อย่างรู้คุณค่า แพนว่าภาพการใช้ยาสีฟันของในหลวงชัดเจนมากนะในการใช้ของอย่างรู้คุณค่า ทรงใช้จนหลอดยาสีฟันบิดเบี้ยวไปหมด พระองค์ทรงเป็นต้นแบบการออมและการอยู่อย่างพอเพียงจริงๆ ค่ะ” ดาราสาวทิ้งท้าย

 

แนะรัฐป้องผู้ใช้เน็ต ดันไทยสู่ยุค4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤศจิกายน 2559 เวลา 06:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465720

แนะรัฐป้องผู้ใช้เน็ต ดันไทยสู่ยุค4.0

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การใช้งานอินเทอร์เน็ตนับวันจะมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันคนยุคปัจจุบันมากขึ้น ยิ่งไทยประกาศนโยบายประเทศไทย 4.0 นำพาประเทศก้าวข้ามจากประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วโดยใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อินเทอร์เน็ตก็ยิ่งสำคัญขึ้น

นาวีด ฮาค ผู้จัดการพัฒนาภาคี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อินเทอร์เน็ต โซไซตี้ องค์กรอิสระด้านข้อมูลเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต เปิดเผยว่า การที่หน่วยงานภาครัฐของไทยมีนโยบายประเทศไทย 4.0 พยายามผลักดันเศรษฐกิจด้วยดิจิทัลถือเป็นแบบอย่างให้ประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งยังไม่มีนโยบายชัดเจนเช่นที่ไทยทำ และเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเมื่อการขับเคลื่อนเริ่มจากรัฐมนตรี ก็ทำให้เอกชนตื่นตัวยกระดับการพัฒนาเรื่องดิจิทัลมากขึ้นเช่นกัน

“การพัฒนาประเทศไทย 4.0 ต้องเกิดจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมมือกันมากขึ้น สิ่งแวดล้อมสำคัญมาก โดยเฉพาะต้องทำให้คนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมใช้งานอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น เช่น บริการต่างๆ ควรเพิ่มเนื้อหาภาษาไทย ให้คนท้องถิ่นที่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเข้าถึง เป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดน่าสนใจเข้ามาเติมเต็ม” ฮาค กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล คือ การใช้งานอินเทอร์เน็ต จากสถิติช่วงต้นปีนี้พบว่ามีหมายเลขประจำอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต(ไอพี แอดเดรส) ในไทยถึง 2 ล้านรายที่ถูกซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย (มัลแวร์) พยายามโจมตี สูงติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก หากภาครัฐใส่ใจดูแลเรื่องนี้จะสร้างความเชื่อมั่นกลุ่มผู้ใช้งานได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกมีกว่า 3,000 ล้านคน หมายความว่ายังมีประชากรในโลกอีกกว่า 4,000 ล้านคนเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต คาดว่าในจำนวนนี้มี 1,000 ล้านคน เข้ามาใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่ม 4 ปีข้างหน้า ด้านสัดส่วนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันคิดเป็น 48% ของทั้งโลก และคาดว่า 4 ปีข้างหน้าสัดส่วนจะเพิ่มเป็น 53% ถือเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทด้านอินเทอร์เน็ตสูงมาก

ภูมิภาคนี้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษา และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต มีทั้งกลุ่มประเทศที่เป็นผู้นำพัฒนาอินเทอร์เน็ต เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ในเวลาเดียวกันก็มีประเทศที่อยู่ในขั้นกำลังพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ต เช่น เมียนมา เวียดนาม ฟิจิ บังกลาเทศ ปากีสถาน ทั้งนี้อินเทอร์เน็ต โซไซตี้ ทำผลสำรวจประเด็นนโยบายการใช้งานอินเทอร์เน็ตในเอเชียแปซิฟิกปีนี้ พบว่า สิ่งที่ผู้ใช้งานกังวลมี 3 ประเด็นใหญ่ คือ การเข้าถึง การเชื่อมต่อ และความปลอดภัย

แคทเธอรีน บราวน์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินเทอร์เน็ต โซไซตี้ กล่าวว่า ปีนี้อินเทอร์เน็ต โซไซตี้ ให้ความสำคัญเรื่องขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปสู่ผู้ที่ยังเข้าถึงไม่ได้ และเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครือข่ายเพื่อคุ้มครองผู้ใช้งาน สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมมือ เชื่อว่าโครงสร้างอินเทอร์เน็ตที่ดีจะมาจากผู้ใช้งานทุกส่วนพูดคุยวางแนวทาง มากกว่าบริหารจัดการแบบบนลงล่างคือเริ่มจากรัฐบาลตัดสินใจลงไปสู่ผู้ใช้งาน

หากต้องการให้อินเทอร์เน็ตสร้างประโยชน์ให้ประเทศมากขึ้น ภาครัฐก็ควรเพิ่มความมั่นใจให้ประชาชนเรื่องการปกป้องภัยคุกคามที่จะเจาะเข้ามาหาผู้ใช้งานมากขึ้นด้วย

 

ทีโอทีคาดต้นปี60อินเตอร์เน็ทหมู่บ้านได้ใช้งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465633

ทีโอทีคาดต้นปี60อินเตอร์เน็ทหมู่บ้านได้ใช้งาน

ทีโอทีคาดไตรมาสแรกปี60อินเตอร์เน็ตหมู่บ้านใช้งานได้ก่อน2,000แห่ง

นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที เปิดเผยว่า โครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน 24,700 แห่งภายใต้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท กำลังอยู่ระหว่างปรัปปรุงทีโออาร์คาดว่าจะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ภายในเดือนนี้ จากนั้นจะจัดหาอุปกรณ์และเริ่มติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านในช่วงต้นปีหน้า โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6-8 เดือน ก่อนแล้วเสร็จครบทั้ง 24,700 หมู่บ้านในช่วงต้นไตรมาสที่สี่ของปี 2560 อย่างไรก็ตามคาดว่าในไตรมาสแรกปีหน้าจะดำเนินการได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 แห่ง

ทั้งนี้ ภายหลังจากการติดตั้งทีโอที จะทำหน้าที่บำรุงรักษา และให้บริการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งรัฐบาลต้องอนุมัติงบเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาอีกราว 750-1,500 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5-10 ของวงเงินค่าติดตั้ง 15,000 ล้านบาท ส่วนค่าอินเตอร์เน็ต คิดตามราคามาตรฐานที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ทีโอทียังมีแผนที่จะขยายการติดตั้งอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมหมู่บ้านห่างไกลหากงบประมาณโครงการดังกล่าวยังคงเหลืออยู่

นายมรกตกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์สำหรับติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่ประกอบไปด้วยสายไฟเบอร์ออพติกจากสายหลักเพื่อกระจายไปยังบ้านต่างๆ รวมถึงการจัดซื้อฮอตสปอตเพื่อเชื่อมต่อไวไฟ หมู่บ้านละ 1 จุด โดยที่โครงการจัดซื้อดังกล่าวจะเริ่มต้นทันทีภายหลังจากครม.อนุมัติภายในเดือนพย.นี้โดยใช้วิธีประกวดราคาตามปกติ คาดว่าจะจัดหาอุปกรณ์ทั้งหมดได้ภายในเดือนมกราคมปี 2560

อย่างไรก็ตามกระทรวงดิจิทัลได้ตั้งคณะกรรมการติดตามการทำงานสองชุด ได้แก่ คณะกรรมการกำกับกรอบการทำงานและคณะกรรมการติดตามผลงานเพื่อตรวจสอบและเร่งรัดโครงการดังกล่าว

“ขณะนี้ทีโอทีมีความพร้อมลงมืออยู่แล้วทั้งด้านอุปกรณ์และพื้นที่ติดตั้งเพียงแต่รอการอนุมัติที่ชัดเจนจากรัฐบาลเพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป โดยจะใช้เวลาการเตรียมอุปกรณ์ไฟเบอร์ออฟติคและชุมสายราว 45-60 วัน” นายมรกตกล่าว

 

เลือกซื้อบ้านอย่างไรให้ถูกใจสมาชิกในบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/property/news/465249

เลือกซื้อบ้านอย่างไรให้ถูกใจสมาชิกในบ้าน

ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด “บ้าน” ยังคงเป็นสถานที่สำคัญที่ให้ความปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวเสมอ ทำให้ตลาดบ้านมีการแข่งขันสูง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กรายใหญ่ต่างงัดกลยุทธ์ พยามสร้างความแตกต่างของสินค้า เพื่อสร้างจุดขายให้กับโครงการ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกันอย่างคึกคัก

แต่ในฐานะผู้บริโภค การจะเลือกบ้านสัก 1 หลัง คงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าปัจจุบันจะมีบ้านออกมาให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์ จากหลายโครงการทั้งรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ลด แลก แจก แถม ที่ออกมาจูงใจผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่การจะเลือกบ้านให้ถูกใจผู้อยู่นั่น ต้องมีปัจจัยหลายๆอย่างประกอบเข้าด้วยกัน เพราะคงไม่บ่อยนักที่คนเราจะมองหาซื้อบ้าน ดังนั้นการจะมีบ้านสัก 1 หลัง คงต้องเลือกกันอย่างรอบคอบ และถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน องค์ประกอบหลักๆที่หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ คือ ทำเลที่ตั้งของโครงการเพราะแต่ละคนแต่ละครอบครัวจะคุ้นชินกับแหล่งหรือสถานที่ที่ต่างกัน โดยส่วนใหญ่ผู้ซื้อบ้านมักจะเลือกบ้านในโซนเดียวกับที่ตนเองเคยอยู่ หรือใกล้ที่ทำงาน เพื่อการเดินทางที่สะดวก ดังนั้นเส้นทางคมนาคม ที่สะดวกสบายและมีความหลากหลายของเส้นทางและทางเลือกในการเดินทางจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ

แบบบ้าน ราคา และคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างออกแบบบ้านมาให้ตรงใจกับคนรุ่นใหม่ ทั้งสร้างครอบครัวใหม่ หรือขยายสมาชิกครอบครัว ในรูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวเฮ้าส์ ทาวโฮม แต่สิ่งที่สำคัญที่ทุกคนต้องคำนึงคือ แบบบ้านตรงใจ พื้นที่ใช้สอย และขนาดที่ดินที่มีความเหมาะสมกับราคาและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว นอกจากนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายในโครงการ บริการสาธารณะต่างๆ ความกว้างของถนน ระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่า “บ้าน” ที่ตัดสินใจซื้อจะเป็นบ้านหลังที่อยู่แล้วมีความสุข ปลอดภัย คุ้มค่า

ทั้งหมดนี้ บริษัท แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้าน ด้วยโครงการ H-CAPE SERENE บ้านเดี่ยวคุณภาพ ย่านสุขาภิบาล 2 ( บางนา-อ่อนนุช ) บนพื้นที่ 56 ไร่ ด้วย จำนวนเพียง 250 ยูนิต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปิดประสบการณ์ความสุขไซต์ใหญ่ ไปไหนก็ใกล้บ้าน” ที่จะมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว ด้วยการนำเสนอบ้านไซต์ใหญ่พิเศษที่มีให้เลือกถึง 6 แบบ 6 ขนาด และเพิ่มพื้นที่ใช้สอบให้กับทุกคนในครอบครัว ในทำเลที่ดีกว่า บนพื้นที่ที่กว้างกว่า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้มีความสุขที่มากกว่า ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมให้คุณสูดอากาศบริสุทธิ์กับสวนส่วนกลางขนาด 6 ไร่ นอกจากนี้โครงการยังมอบความมั่นใจให้กับลูกบ้านด้วยการรับประกันโครงสร้างเหล็กและรากฐานนานถึง 10 ปี และบริการตรวจเช็คสภาพบ้านตลาดระยะเวลาการรับประกัน

พร้อมมอบความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าโครงการบ้าน ด้วยการตัดตั้งระบบเข้าออกด้วย KEY CARD ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และ Double gate และติดตั้ง CCTV รอบโครงการ แวดล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงพยาบาล และแหล่งการค้าที่สำคัญ ทำให้คุณรู้สึกถึงคำว่า “ไปไหนก็ใกล้บ้าน” ได้อย่างแท้จริง

สอบถามเพิ่มเติม 02-726-5222

 

ดิจิทัลคอนเทนต์รุ่ง โดดลุยเกม-การ์ตูน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 พฤศจิกายน 2559 เวลา 12:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465570

ดิจิทัลคอนเทนต์รุ่ง โดดลุยเกม-การ์ตูน

ดิจิทัลคอนเทนต์ดาวรุ่ง คนไทยเริ่มสร้างคอนเทนต์เองบุกธุรกิจเกม-แอนิเมชั่น สร้างรายได้เข้าประเทศ

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์มูลค่า 12,745 ล้านบาท มีทิศทางเติบโตและเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยพบว่า อุตสาหกรรมแอนิเมชั่นมูลค่า 3,851 ล้านบาท ปีนี้เติบโต 2.8% ปีหน้าโต 5% ส่วนอุตสาหกรรมเกมมูลค่า 8,894 ล้านบาท เติบโต 9.5% และปีหน้าเติบโต 22.3%

ทั้งนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมยังถูกขับเคลื่อนการนำเข้าแอนิเมชั่นและเกมจากต่างประเทศ ต้วเลขนำเข้าแอนิเมชั่นปีที่ผ่านมามีสัดส่วน 59.25% ส่วนเกมนำเข้า 80.38% อย่างไรก็ตามมูลค่าการผลิตงานที่มีทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากตลาดแอนิเมชั่น 601 ล้านบาท ปีที่ผ่านมาโต 123.9% ปี 2559 โต 10.9% ปีหน้าโต 13.1% ส่วนตลาดเกม 1,210 ล้านบาท ปีที่ผ่านมาโต 107.31% ปี 2559 โต 9.11% ปีหน้าโต 26.7%

นายกฤษณ์ ณ ลำเลียง นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย กล่าวว่า แอนิเมชั่นและเกมมีศักยภาพในตลาดส่งออก จากการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อส่งออกปีที่แล้ว 1,545 ล้านบาท เป็นแอนิเมชั่นมูลค่า 499 ล้านบาท เกม 1,046 ล้านบาท ซึ่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยต้องวางตำแหน่งและคอนเทนต์ที่ดี ส่วนปัญหาที่ภาครัฐเผชิญคือ เกมต่างประเทศเข้ามาทำธุรกิจโดยไม่ผ่านตัวแทนส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้ เบื้องต้นกำลังหาแนวทางแก้ปัญหา

ภาพจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น “คุณทองแดง ดิ อินสไปเรชั่น”

 

กสทช.ส่งงบกว่า4พันล้านเข้ารายได้รัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 พฤศจิกายน 2559 เวลา 06:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465506

กสทช.ส่งงบกว่า4พันล้านเข้ารายได้รัฐ

กสทช.นำเงิน 4,578.61 ล้าน ส่งรัฐเพื่อเป็นรายได้แผ่นดินประจำปี 2558

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบรับรองงบการเงินของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2558 เรียบร้อยแล้ว โดยสำนักงาน กสทช. จะนำส่งรายได้แผ่นดินให้กระทรวงการคลัง ประจำปี 2558 เป็นจำนวน 4,578,610,922.50 บาท โดยมีหนังสือนำส่งกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการต่อไป

สำหรับการนำเงินส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินของสำนักงาน กสทช.นั้น เป็นการดำเนินการตามมาตรา 65 (2) วรรคหนึ่งและวรรคสอง ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่กำหนดให้รายได้ของสำนักงานเมื่อหักค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงาน กสทช. ค่าภาระต่างๆ ที่จำเป็น เงินที่จัดสรรเพื่อสมทบกองทุนตามมาตรา 52 และกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2559 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับร่างพระราชบัญญัติที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ไปพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมในคราวเดียวกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 โดยสาระสำคัญว่าด้วยเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ

 

ดีแทคผลักดัน4แนวคิดดิจิทัลเพื่ออนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 พฤศจิกายน 2559 เวลา 12:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465350

ดีแทคผลักดัน4แนวคิดดิจิทัลเพื่ออนาคต

ดีแทคชู 4 แนวคิดดิจิทัล ทั้งด้านเน็ตเวิร์ก อินโนเวชั่น ดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ก้าวสู่อนาคต

นายภารไดย ธีระธาดา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผยว่า แนวคิดในการพัฒนาด้านดิจิทัลแบบ 24/7 จะแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ เน็ตเวิร์ก อินโนเวชั่น ดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และดิจิทัลสู่อนาคต

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล หรือนำพาประเทศไทยสู่ยุค 4.0 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการใช้งานและส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ เศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันธุรกิจระดับภูมิภาคเพื่อเดินหน้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในปี 2563

ขณะที่ การจัดแสดงบูธในงาน ITU Telecom World 2016 จะแสดงนวัตกรรมทางดิจิทัล แบ่งเป็น ดิจิทัลเน็ตเวิร์ก เพื่อแสดงศักยภาพเกี่ยวกับโครงข่ายจุดแข็งของคลื่นดีแทคบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ คลื่นเดียวบนแบนด์วิธ 20 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อรองรับมือถือ 4จี ให้แก่ลูกค้าทุกระดับไม่จำกัดเฉพาะเครื่องแบบไฮเอนด์  รวมทั้งพัฒนาเพื่อรองรับ 5จี และอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลงทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง

ด้านอินโนเวชั่น ผลักดันกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อบ่มเพาะธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างการเติบโตเฉลี่ย 500% มูลค่าบริษัทลงทุนรวมกันกว่า 1,700 ล้านบาท และลงทุนในโครงการอย่างต่อเนื่องกว่า 150 ล้านบาท จากนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการทำสมาร์ทฟาร์มเมอร์ด้วยการนำไอโอทีมาใช้งานผ่านการแจ้งเตือนที่เชื่อมต่ออุปกรณ์รดน้ำเพื่อคำนวณค่าที่เหมาะสมในการเพาะปลูก เพื่อการทำเกษตรกรรมอย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยดิจิทัล ดีแทคสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่องในเรื่องของเน็ตอาสา เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์เพื่อแนะนำการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน สร้างศักยภาพในการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้กับชุมชนเชิงเศรษฐกิจและสังคม ก้าวสู่การซื้อขายออนไลน์เพื่อความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ยังมีการเก็บข้อมูลเพื่อเป็นแหล่งความรู้ให้แก่ภาครัฐด้วยการผลักดันศูนย์ดิจิทัลชุมชน เชิญชวนให้คนในชุมชนร่วมกันสำรวจและจัดทำข้อมูลเพื่อเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ของชุมชนในระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ดิจิทัลแต่ละแห่งเพื่อให้บริการแก่ประชาชนหรือผู้ที่สนใจมาใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลหรือให้บริการข้อมูลทางออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกอีกช่องทางหนึ่ง

“เพื่อก้าวเข้าสู่ดิจิทัลแบบอนาคต ดีแทคยังมุ่งนำเสนอเกี่ยวกับการรักษาทางการแพทย์ ขนส่ง รถยนต์และเกษตรกรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ใช้ดิจิทัลและเปิดโอกาสมุ่งสู่นวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า”

 

จ่อคลอดกฎหมายดีอีปี’60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 พฤศจิกายน 2559 เวลา 06:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465280

จ่อคลอดกฎหมายดีอีปี'60

“พล.อ.อ.ประจิน” หวังคลอดกฎหมายดีอีต้นปี 2560 พ่วงสำนักงานกำกับดูแล หวังเดินหน้าพัฒนาระบบสื่อสาร

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพยายามเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับระบบการสื่อสารของประเทศ โดยเฉพาะด้านการกำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัยไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยหารือกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) และประเทศสมาชิกเพื่อวางแผนระบบบริหารจัดการร่วมกัน

ด้านการพิจารณา พ.ร.บ.การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างหารือ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้าก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ช่วงปลายปี 2559 และเริ่มบังคับใช้เป็นกฎหมายช่วงต้นปี 2560 ควบคู่ไปกับการจัดตั้งหน่วยงานและสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลหลังมีการบังคับกฎหมายดังกล่าว

นายฮูหลิน เจา เลขาธิการไอทียู กล่าวว่า ไทยก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร ล่าสุดไทยได้ถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 18 จาก 166 ประเทศ ในอันดับพัฒนาการระบบไอซีทีของโลก นับว่าเป็นพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดหลังจากที่ปี 2558 ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 74

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารของไทยที่ดีขึ้นเกิดจากการเปิดตลาดให้แข่งขันกันอย่างเสรี และการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งทำให้ผู้กำกับดูแลสามารถแบ่งหน้าที่การควบคุมอย่างมีเสถียรภาพ ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการและประชาชนเป็นอย่างดี

สำหรับเป้าหมายของ กสทช.ในปี 2560 ต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลในเรื่องเทคโนโลยีระบบโครงข่ายเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ (บล็อกเชน) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนธุรกรรมดิจิทัลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการตั้งหน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ร่วมกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การจัดงาน ITU Telecom World 2016 ปีนี้ได้ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยและสตาร์ทอัพ ตามแนวทางรวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ทั้งการให้องค์ความรู้ สร้างโอกาสเครือข่ายธุรกิจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีเพื่อการแข่งขันในตลาดโลกอีกด้วย โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงาน 2.5 หมื่นคน มีเงินสะพัดในงานไม่น้อยกว่า 715 ล้านบาท

 

อี-คอมเมิร์ซปีหน้าระอุ ใช้ดาต้าลุยเพอร์ซันนัลไลซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 พฤศจิกายน 2559 เวลา 07:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/465108

อี-คอมเมิร์ซปีหน้าระอุ ใช้ดาต้าลุยเพอร์ซันนัลไลซ์

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยปีหน้าจะเกิดอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อรายใหญ่อย่างอาลีบาบาเข้ามาเทกโอเวอร์ลาซาด้าเพื่อทำตลาดในอาเซียน ขณะที่เซ็นทรัลต่อยอดธุรกิจจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ด้วยการซื้อกิจการซาโลร่า ส่วนปัจจัยเสริมผลักดันให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เติบโตก้าวกระโดดมาจากทรูจับมือกับอาลีบาบาเพื่อรุกธุรกิจฟินเทคทั่วเอเชีย

ธนานันท์ อรุณรักษ์ติชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์ WeLoveshopping.com กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซปีหน้าจะเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นสงครามราคามาสู่เน้นด้านบริการ ตัวสินค้าเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ทุกค่ายนำดาต้าเบส หรือนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละราย พร้อมกับนำเสนอสินค้าให้ตอบสนองความต้องการมากที่สุด

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวเว็บไซต์อเมซอน เริ่มปรับตามเพอร์ซันนัลไลซ์หรือตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะบุคคล จากข้อมูลการเข้าไปหาซื้อสินค้า หรือกระทั่งการซื้อสินค้าประเภทนั้นๆ ขณะที่การทำโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ยังคงกลยุทธ์ที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่กลยุทธ์หลักเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ปี เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่ต้องการเจ็บตัว

ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่อีกหนึ่งรายจะเข้ามาเปิดตลาดกลางเดือน ธ.ค. คาดว่าจะยิ่งเพิ่มความร้อนแรง “อีเลฟเว่น สตรีท” จากค่ายเทเลคอม ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่อันดับ 2 จากเกาหลี สำหรับเหตุผลที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยเนื้อหอม มาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มีความพร้อมแล้ว ทั้งกลุ่มคนเมืองและต่างจังหวัด ยิ่งการบุกของทรูกับอาลีบาบาในธุรกิจฟินเทค ผลักดันให้พฤติกรรมของคนใช้เงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดมากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโต

ธนานันท์ กล่าวอีกว่า แผนธุรกิจปีหน้า บริษัทจะเดินหน้าปรับตำแหน่งร้านค้าของตัวเองให้มีความชัดเจน โดย WeMall.com จะเป็นเว็บไซต์ของผู้ผลิตสินค้าหรือแบรนด์เนมแตกต่างกับ WeLoveshopping.com ที่จะเป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยจำหน่ายสินค้าทั่วไป พร้อมกับบริษัทจะเน้นสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้ง เพื่อรองรับการแข่งขันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่มีความรุนแรงยิ่งขึ้น

“กลุ่มสินค้าขายดียังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับความสวยและความงาม รองลงมาคือกลุ่มสินค้าแฟชั่น แกดเจ็ตอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้ากับร้านค้าของบริษัท ปัจจุบันพบว่ายังคงจับจ่ายต่อเนื่อง หรือต่อบิลอยู่ที่ 3,000 บาท/บิล สำหรับ WeMall.com และ 650 บาท/บิลสำหรับ WeLoveshopping.com”

ส่วนรายได้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการเติบโตเฉลี่ยต่อเดือนที่ 80% ปัจจุบันมีจำนวนร้านค้ากว่าแสนราย โดยมีร้านค้าที่แอ็กทีฟกว่า 50% สำหรับรายได้ทั้งปีคาดว่าจะรักษาได้เท่ากับปีที่ผ่านมา หรือเติบโต 1% หรือมูลค่าการซื้อขายราว 2,500 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแข่งขันธุรกิจมีความรุนแรง

ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสินค้าผ่านโมบายก็เข้มข้นขึ้นเช่นกัน เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น การซื้อสินค้าทางโมบายเริ่มเติบโต 10% หลังจากแอพพลิเคชั่นไลน์เข้ามาทำตลาด ขณะที่ซีพีเดินหน้าสร้างช่องทางโมบายจำหน่ายสินค้าบุกจีน โดย อำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง กล่าวว่า ความร่วมมือล่าสุดได้เข้าไปร่วมมือกับวีแชท แอพพลิเคชั่นในจีน เพื่อนำสินค้าไทยไปจำหน่ายผ่านทาง 24 วีแชท แค็ตตาล็อก โดยมองว่าจีนเป็นตลาดใหญ่และนิยมใช้วีแชทในโลกของโซเชียล

ด้าน ปฐม เวชสุภาพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดิจิทัล บริษัท ทีวี ไดเร็ค กล่าวว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านโมบายมากขึ้น โดยจะเปิดโฉมใหม่ของแอพพลิเคชั่นทีวี ไดเร็ค เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งเข้าถึงลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนซื้อสินค้า จากปัจจุบันบริษัทมีช่องทางหลากหลาย ทั้งค้าปลีก ทีวี และเว็บไซต์

ปีนี้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซยังฝุ่นตลบหลังการรุกซื้อกิจการของค่ายใหญ่ๆ และอยู่ในช่วงการจัดทัพปรับโครงสร้างกันอยู่ แต่สมรภูมิอี-คอมเมิร์ซปีหน้า เชื่อว่า การแข่งขันจะดุเดือดแน่นอน เมื่อปัจจัยทุกอย่างพร้อมหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ช่องทางจำหน่ายที่มีมากมาย ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น รวมทั้งระบบการชำระเงินฟินเทค เอื้อให้คนจ่ายง่าย สะดวก ช็อปปิ้งกันอย่างเพลิดเพลินทุกที่ทุกเวลา

 

2 ฟีเจอร์ใหม่จากยูทูบ คมชัด-เพิ่มอรรถรสสนทนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/464936

2 ฟีเจอร์ใหม่จากยูทูบ คมชัด-เพิ่มอรรถรสสนทนา

โดย…นายบอรดแบนด์ mrbroadband@gmail.com, twitter@mrbroadband99

จากผลสำรวจโดยกูเกิล ร่วมกับทีเอ็นเอส แสดงให้เห็นบทบาทของยูทูบ (YouTube) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อไลฟ์สไตล์ของคนไทย จากผลวิจัยที่ระบุว่า ยูทูบคือแพลตฟอร์มวิดีโอที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดย 62% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไทย ใช้เวลาครึ่งหนึ่งในโลกออนไลน์กับยูทูบ

ขณะเดียวกัน ยูทูบเองได้ทำงานอย่างหนักตลอด 11 ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับวิดีโอออนไลน์ เช่น การเพิ่มฟีเจอร์ให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างรูปแบบของวิดีโอและระบบเสียงให้ทุกคนได้พร้อมใช้งาน เริ่มจากวิดีโอแบบ HD เป็น 4K การถ่ายทอดสด วิดีโอ 3 มิติ วิดีโอ 360 องศา และระบบเสียงรอบทิศทาง

จนกระทั่งล่าสุด ยูทูบได้เพิ่มการสนับสนุนวิดีโอแบบ HDR บนยูทูบ โดยวิดีโอ HDR จะช่วยให้วิดีโอมีความคมชัดสูง เพิ่มความแม่นยำในการเก็บรายละเอียดของวัตถุ เงา และให้มิติของแสงเงาที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม สนับสนุนค่าความกว้างของสีแบบ Wide Color Gamut ที่ช่วยให้สีดูสดใสมากยิ่งขึ้น ว่ากันง่ายๆ คือ HDR ช่วยปลดล็อกคุณภาพของวิดีโอให้สวยงามสมจริงกว่าที่เคยมีมาก่อน

ตั้งแต่วันนี้ ผู้ใช้งานสามารถรับชมวิดีโอบนยูทูบที่ให้รายละเอียดภาพแบบ HDR บนอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยีนี้ เช่น เครื่องรับโทรทัศน์แบบ HDR ที่ติดตั้ง Chromecast Ultra รุ่นใหม่และเร็วๆ นี้กับโทรทัศน์ซัมซุงแบบ SUHD และ UHD รุ่นปี 2016 ทุกเครื่อง

แต่ไม่ต้องกังวลถ้าอุปกรณ์หรือเครื่องรับของคุณยังไม่รองรับ HDR เพราะคุณยังรับชมวิดีโอได้ในแบบความคมชัดมาตรฐาน เมื่ออุปกรณ์ HDR แพร่หลายมากขึ้น ยูทูบจะร่วมมือกับผู้ผลิตเพื่อให้คุณชมวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ HDR ได้อย่างทั่วถึง

 

อีกฟีเจอร์น่าสนใจที่ยูทูบแนะนำไปเมื่อเร็วๆ นี้คือ ฟีเจอร์ใหม่เพิ่มอรรถรสการสนทนาในช่องแสดงความคิดเห็นบนยูทูบ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์และชุมชนของเขา คือสิ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับแพลตฟอร์ม ยูทูบทำให้ทุกความคิดเห็นมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน

สำหรับฟีเจอร์สำหรับการแสดงความคิดเห็นใหม่ ประกอบด้วยการปักหมุดความคิดเห็นที่ชื่นชอบ เพื่อโปรโมทความคิดด้วยการปักหมุดไว้บนสุดในหน้าฟีดในช่องแสดงความคิดเห็นของคุณ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณไฮไลต์ความคิดเห็นจากแฟนๆ พร้อมให้คุณแบ่งปันข้อมูลกับเหล่าผู้ชมของคุณเองได้โดยตรง

นอกจากนี้ ยังสามารถแสดงความรู้สึกด้วยรูปหัวใจของครีเอเตอร์ การแสดงความรักด้วยรูปหัวใจไปยังความคิดเห็นที่คุณชื่นชอบ เป็นวิธีการใหม่และแสนสะดวก ที่แสดงว่าคุณรับรู้ความคิดเห็นต่างๆ จากชุมชนบนช่องยูทูบของคุณ รวมถึงการไฮไลต์ชื่อของครีเอเตอร์ การเปิดตัวฟีเจอร์แสดงความคิดเห็นที่ช่วยให้คุณมอบหมายผู้ดูแลที่คุณไว้วางใจเข้ามาจัดการลบความคิดเห็นออกจากวิดีโอของคุณได้ ไปจนถึงการสามารถขึ้นบัญชีดำให้คำและวลีที่ไม่เหมาะสมได้อีกด้วย