รวมสุดยอดงานดีไซน์สไตล์อีโค่ ในงาน ECO Creative Design Expo 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275600

รวมสุดยอดงานดีไซน์สไตล์อีโค่ ในงาน ECO Creative Design Expo 2017

รวมสุดยอดงานดีไซน์สไตล์อีโค่ ในงาน ECO Creative Design Expo 2017

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ จัดงาน ECO Creative Design Expo รวมสุดยอดงานดีไซน์และสินค้าสไตล์อีโค่สุดสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 20-26 มิถุนายน 2017 ณ บริเวณลานโปรโมชั่นชั้น 1 เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เพื่อร่วมส่งเสริมสินค้าอนุรักษ์พลังงาน และสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาและหน่วยงานต่างๆ

ภายในงานพบกับสินค้า D.I.Y จากวัสดุเหลือใช้ และเศษวัสดุจากธรรมชาติ อาทิ โครงสร้างบูธที่ผลิตจากกระดาษครั้งแรกในศูนย์การค้าฯ,กระเป๋าทำจากถุงน้ำยาล้างไต จากร้านScrap shop ร้านรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,ของตกแต่งบ้าน จากวัสดุเหลือใช้จากร้านไขแสง, เศษกระจกนำมาทำเป็นสินค้าหอมระเหยจากแบรนด์ Bugbeat, กระเป๋าผลิตจากกระดาษห่อปูน

สินค้า Lifestyle จากของเหลือใช้ที่ได้รับรางวัลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, สถาปัตยกรรมความคิดสร้างสรรค์ แปรรูปวัสดุเหลือใช้จากเหล่า นิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย และพบกับการเนรมิตฟาร์มผักในศูนย์การค้าฯ ในรูปแบบอีโค่ฟาร์มสัมผัสสวนผักสุขภาพ HydroponicsBy Hydrohobby รวมผักที่คัดสรรสดใหม่พร้อมเทคนิคการสอนที่ยกฟาร์มผักมาตั้งในศูนย์การค้าฯ ให้ได้ช็อปและชิลล์กันแบบใกล้ชิด พร้อมโปรโมรชั่นสุดพิเศษภายในงานนี้เพียงใช้จ่ายครบ 3,000 ขึ้นไป รับฟรีกระเป๋า Eco – Friendly Tote Bags (Limited Edition) สุดเก๋ฟรี 1 ใบ จำนวนจำกัด/1 สิทธิ์/ท่าน/วัน

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275621

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2560

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานการประชุมสามัญประจำปีมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 2 และพระราชทานเลี้ยงน้ำชา ณ ศาลาดุสิดาลัย เสาร์ที่ 17 มิ.ย. เวลา 14.00 น. …

ll พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมให้เป็นมรดกแก่ชาวไทยเป็นอันมาก ราชสกุลในในหลวงรัชกาลที่ 2 มีอาทิ มาลากุล, ปราโมช, สนิทวงศ์, อรุณวงษ์, กุญชร ฯลฯ เมื่อแรกก่อตั้งมูลนิธิ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ได้รับเลือกตั้งเป็นประธาน…

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นกรรมการเมื่อสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…และทรงเป็นองค์ประธานตั้งแต่พ.ศ. 2540…

ll คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เป็นเจ้าภาพเลี้ยงน้ำชางาน มร.ลีซองดร์ เซ เซไรดารีส ผู้แต่งหนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์” มาเล่าเรื่องพระอัจฉริยภาพของในหลวงร.8 และร.9 จากบันทึกของคุณพ่อ มร.เกลย์อง เซ เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ของยุวกษัตริย์กว่า 20 ปี…Mr.Sebastien Troyon ผู้แทนโรงเรียนที่ยุวกษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ทรงศึกษา Ecole Nouvelle De La Suisse Romande ร่วมแนะนำโรงเรียนสวิสที่ดีที่สุดในโลซานน์และยุโรป…

llทำโรงงานและไร่สับปะรดอยู่สามร้อยยอดจนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คุณนายประทุมพร กิจเถกิง เกิดติดใจทุเรียนป่าละอู เลยซื้อไว้กินเองและแจกเพื่อนทั้งสวน แถมปลูกบ้านรับรองพักฟรีอีก 9 หลัง…ตอนนี้ใครๆ ก็อยากเป็นเพื่อนคุณนายซึ่งอดีตเคยปลอมตัวเป็นคนงานหนีหนี้แบงก์มาแล้ว…ที่รอดมาได้เพราะ 2 วัดดัง คือ วัดหลวงพ่อจรัญ อัมพวัน และ “วัดดวง”…

ll ให้ความร่วมมือกับรองนายกฯ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตที่ปรึกษากลุ่มสหกรุ๊ปเต็มที่ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานสั่งลุยเร่งขยายโรงงานใหม่กับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นเต็มสูบ…ส่วน “ลูกหม้อ” เก่าแก่อย่าง พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ถึงเหลือปอดข้างเดียวก็ยังสนุกกับการทัวร์ต่างประเทศฟรีๆ จากงานสมาคมว่ายน้ำโลกและงานดูแล “มาม่า” ส่งออก…

ll ศรัทธาแรงกล้า ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา พิชิตคำแฝง กระโดดเกาะเครื่องบินไปขอนแก่นส่งพระอาจารย์กลับวัดป่า แบบไม่ทันบอกภรรยาสักคำ…อาศัยที่รู้ทางหนีทีไล่ว่าคุณนายเป็นคนโกรธไม่นาน…และชอบการให้อภัยรอลงอาญา…

ll กลับมาดูแลคุณแม่ที่พักฟื้นหลังผ่าตัดไส้ติ่ง พี่ใหญ่ พญ.สุวิมล จิราธิวัฒน์ ฮิลล์ ได้ร่วมอีกหลายงานของตระกูลตั้งแต่เปิดโรงแรมหรู Park Hyatt ที่ Central Embassy และงานแต่งงานหลานสาว วรลักษนัย ลูกน้อง ยุวดี จิราธิวัฒน์ ฯลฯ…ปล่อยให้สามี ดร.ไมค์ ฮิลล์ เพลินกับรถ Maserati เปิดประทุนหน้าร้อนที่ Potomac Dc…ll

ภิญญ์สิรี

แดปเปอร์ House of Dapper หลังที่ 12

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275598

แดปเปอร์ House of Dapper หลังที่ 12

แดปเปอร์ House of Dapper หลังที่ 12

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหารแดปเปอร์ ศิริทิพย์ ศรีไพศาล และ ภมรทิพย์ ศรีไพศาล กับเหล่านายแบบ-นางแบบ
ในกิจกรรม Houses of Dapper ฉลองเปิดบ้านหลังที่ 12 ที่ จันทบุรี โดยมี พาฝัน กองโสภี
ผจก.ทั่วไป โรบินสัน จันทบุรี ร่วมแสดงความยินดี

แดปเปอร์ จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการเปิดจุดขายใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เรียบง่ายแต่สนุกสนาน ในกิจกรรม Houses of Dapperบ้านหลังใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้การสนับสนุน Dapper ด้วยดีเสมอมา

ภมรทิพย์ ศรีไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แดพเพอร์ เจ็นเนอรัลอะแพเร็ล จำกัด กล่าวว่า A Journey to 12 Houses of Dapper เริ่มออกเดินทางจาก House of Dapper ที่โรบินสัน สาขาพระราม 9 และมาจบที่ House of Dapper สาขาจันทบุรี ซึ่งเป็นสาขาใหม่ล่าสุด ใช้เวลาในการจัดกิจกรรมรวม 3 เดือน โดยภายในงานจะมีการจัดมินิแฟชั่นโชว์ “The Smooth Contradiction Collection 2017” และการมอบโปรโมชั่นพิเศษ นับว่าประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าของเรา


มินิแฟชั่นโชว์ “The Smooth Contradiction Collection 2017”

สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จของ House of Dapper นั้น ภมรทิพย์ กล่าวต่อว่า เป็นแนวคิดการนำเสนอรูปแบบใหม่ด้วยการรวมพื้นที่เกือบ 100 ตร.ม. ที่มีทั้ง เสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องหนัง บุรุษและสตรี เข้าด้วยกันในรูปแบบ SHOP แต่อยู่ในห้างสรรพสินค้า โดยเน้นความสมบูรณ์แบบเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ให้เข้าถึงและสัมผัสได้จริง ตกแต่งออกแบบภายในให้มีเอกลักษณ์อย่างเรียบหรู แต่อบอุ่น โดยแต่ละสาขาจะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน แต่ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสถานที่นั้นๆ House of Dapper จะพบได้ที่ โรบินสัน ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

“การเติบโตของ แดปเปอร์ เรามีการขยายสาขาเกิดอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ปีจนครอบคุมห้างหลักเกือบทั่วประเทศ อาทิ ในกรุงเทพฯได้แก่ สาขาพระราม 9 และฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ส่วนในต่างจังหวัด แบ่งเป็นภาค ได้ดังนี้ ภาคกลาง ได้แก่ สาขาสระบุรี ภาคตะวันออก ได้แก่ สาขาจันทบุรี, ระยอง ภาคเหนือ ได้แก่ สาขาพิษณุโลก, ลำปางภาคอีสานได้แก่ สาขาอุดร,อุบล และบุรีรัมย์ภาคใต้ ได้แก่ สาขานครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานีในอนาคตจะมีการเพิ่มสาขา House of Dapperที่ขอนแก่นและสุพรรณบุรี อีกด้วย” ภมรทิพย์ กล่าวในที่สุด


House of Dapper @ โรบินสัน จันทบุรี


House of Dapper @โรบินสัน พระรามเก้า

แบบอย่างไม่มี..เด็กดีเกิดยาก! มองทุจริตผ่าน‘หนัง-เกม-โพลล์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275602

แบบอย่างไม่มี..เด็กดีเกิดยาก! มองทุจริตผ่าน‘หนัง-เกม-โพลล์’

แบบอย่างไม่มี..เด็กดีเกิดยาก! มองทุจริตผ่าน‘หนัง-เกม-โพลล์’

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พูดถึงคำว่า “คอร์รัปชั่น-ทุจริต” นึกถึงอะไร? หลายคนคงตอบทำนอง “ข้าราชการเรียกรับสินบน”, “นักธุรกิจเอกชนจ่ายใต้โต๊ะให้ได้งานประมูล”, “นักการเมืองซื้อเสียงเพื่อหวังชนะการเลือกตั้ง” แล้วก็คงสรุปว่า “ไม่เกี่ยวกับฉัน” เพราะวันนี้ฉันเป็นเพียงประชาชนทั่วไป ไม่ได้มียศมีตำแหน่ง ไม่ร่ำไม่รวยไม่มีอำนาจใหญ่โต ไม่ได้ทำธุรกิจกับทางราชการ “ฉันไปจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร?” ทว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว ไม่ว่า “ยากดีมีจน” เรา (แทบ) ทุกคน ตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้ต้องเคยผ่านการทำเรื่องไม่ค่อยจะดีเท่าไรกันมาบ้าง

ดังรายงาน คนไทยมอนิเตอร์ 2557 ที่สำรวจความคิดเห็นของเยาวชน 4,000 คน ทั่วประเทศ ในหมวด การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง สะท้อนมุมมองคนรุ่นใหม่ต่อเรื่อง “เทาๆ ดำๆ” ไว้อย่างน่าเป็นห่วง อาทิ เรื่องผิดๆ ที่ทำมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ลอกข้อสอบเพื่อนหรือให้เพื่อนลอก ร้อยละ 81 รองลงมา อันดับ 2 เซ็นชื่อเข้าเรียนแทนเพื่อนหรือให้เพื่อนเซ็นชื่อแทนให้ ร้อยละ 63 อันดับ 3 ใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ร้อยละ 38 และ อันดับ 4 จ่ายเงินติดสินบนตำรวจเพื่อหลีกเลี่ยงใบสั่ง ร้อยละ 18 ชี้ให้เห็นว่าหลายเรื่องกลายเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนักก็ตาม

เมื่อเดือน พ.ค. 2560 ที่ผ่านมา มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ถูกพูดถึงมาก คือ “ฉลาดเกมส์โกง” ซึ่งสามารถทำรายได้ไปถึงหลักร้อยล้านบาทในระยะเวลาราวเดือนเศษก่อนจะลาโรงไป โดย นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ กล่าวในเวทีเสวนา “คุยเรื่องโกงผ่านหนัง” ที่จัดโดย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ห้างสยามพารากอน กรุงเทพฯ ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษา เป็นเรื่องที่เราต่างก็รู้กันอยู่ “คุ้นเคย” จนกลายเป็นความ “ชินชา” ไม่รู้สึกอะไร

อาทิ เรื่องการลอกและให้ลอกข้อสอบ การจ่าย “แป๊ะเจี๊ยะ” ในชื่อสวยๆ ว่า “ค่าบำรุงการศึกษา” หรือการที่ครูบางคนเปิดสอนพิเศษในลักษณะ “บอกข้อสอบล่วงหน้าสำหรับคนจ่ายเงินเรียน” เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องในภาพยนตร์ก็ไม่ได้เป็นการ “ฟันธง” กำหนดให้ผู้ชมต้องเลือกทางเดินชีวิตแบบใด แต่เป็นการ “ทิ้งประเด็น” ไว้ให้คิดว่า ในชีวิตคนเราต้องผ่าน “บททดสอบ” มากมาย แน่นอน “ทุกคนมีทางเลือก” ซึ่งเมื่อเลือกไปแล้วก็ต้อง “เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน” และมันจะมี “ผลลัพธ์” ที่ติดตัวไปตลอด

“สิ่งเหล่านี้พอเราโตขึ้นแล้วถอยห่างมาจากมัน แล้วมันก็ทำให้ผมเกิดคำถามว่า เราอยู่กับมันจนเรารู้สึกคุ้นเคยหรือเคยชินกับมันมากเกินไปหรือเปล่า? ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าถามว่าถูกต้องไหม? มันก็คงไม่ถูกต้อง แล้วมันก็ทำให้ผมย้อนกลับมามองว่า สังคมที่เราอยู่ความขาวกับดำมันเริ่มเลือนราง มันกลายเป็นสังคมสีเทาๆ จนเราไม่รู้ว่าจะสามารถชี้ถูกชี้ผิดกับใครได้อย่างชัดเจน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมได้จากการทำวิจัย หนังเรื่องนี้นอกจากจะทำให้มันสนุกสนานแล้ว เราสามารถสร้างมิติบางอย่างที่พูดถึงสังคมและเยาวชนได้” นัฐวุฒิ กล่าว

แม้ภาพยนตร์จะว่าด้วยเรื่องราวของวัยรุ่น 4 คน ที่มารวมหัวกันทำเรื่องไม่ค่อยดีอย่างการโกงสอบระดับโลก แต่จุดเริ่มต้นก่อนหน้านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ผู้ใหญ่” ก็มีส่วนไม่น้อย เช่น ครูออกข้อสอบเหมือนกับที่สอนพิเศษนอกเวลาเรียน ทำให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างเด็กที่จ่ายเงินเรียนกับครูคนดังกล่าวกับเด็กที่ไม่ได้เรียน “เมื่อเห็นผู้ใหญ่ทำแบบนี้ได้ไม่มีใครทักท้วง” ย่อมไม่แปลกที่เยาวชนจะคิดว่าตนเองก็สามารถทำได้บ้าง

ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ อดีตนักร้องดังที่เคยฝากผลงานอย่าง “ซ้ำเติม”, “ทำใจลำบาก”, “อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ” รวมถึงเคยทำค่ายเพลง “Music Bugs” อยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย กล่าวว่า บทบาทของตนในภาพยนตร์เป็นทั้ง “พ่อ” และประกอบอาชีพ “ครู” ว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่ จะมีอิทธิพลกับชีวิตของคนเป็นลูกค่อนข้างมาก แต่ไม่ใช่จาก “คำพูด” หากแต่เป็น “การกระทำ” ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พ่อ-แม่ทุกคนสอนลูกเสมอว่า “จงเป็นคนดี” แต่ในความเป็นจริงลองถามตนเองว่า แต่ละวันเราได้แสดงอะไรให้ลูกหลานได้เห็นบ้าง?

“ทุกคนลองมองตัวเอง ไม่ต้องมองคนอื่น ว่าจริงๆ แล้วเราทำตามที่พูด เป็นตัวอย่างให้ลูกหรือเปล่า? เราพูดอย่างไรมันไม่สำคัญเท่ากับที่เราทำ เพราะฉะนั้นอิทธิพลอยู่ที่เรา” ธเนศ ฝากข้อคิด

ตัวอย่างที่เด็กเห็นและ “ซึมซับ” จากสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่ทุกวัน มีผลต่อการประพฤติตนแตกต่างไปจากสิ่งที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา เรื่องนี้มีข้อค้นพบจากเกม “Corrupt” ซึ่งเป็นผลงานฝีมือคนไทย เกมนี้เป็นเสมือน “แบบทดสอบ” ให้ผู้เล่นได้เลือก “เส้นทางเดินชีวิต” เมื่อพบกับเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป โดย ปฏิพัทธ์ สุสำเภา ผู้ก่อตั้งบริษัท Opendream ในฐานะผู้พัฒนาเกมนี้ เปิดเผยว่า

วิธีการสอนคนอาจแบ่งได้ 3 แบบ คือ “สอนให้จำ-ทำให้ดู-ให้รู้เอง” ในส่วนของสอนให้จำ คงจะใช้กับคนรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยได้นัก แต่การทำให้ดูและให้รู้เองจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า เป็นที่มาของความพยายาม “สอดแทรก” ประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่นไว้ในเกม ทั้งนี้ ข้อค้นพบหลังมีผู้สนใจเข้ามาเล่นเป็นจำนวนมาก คือ “อายุที่มากขึ้น” มีผลต่อการตัดสินใจเลือกว่าจะ “หยุดยั้ง” หรือ “ปล่อยไป” เมื่อผู้เล่นพบกับการคอร์รัปชั่นประเภทต่างๆ

“เราเก็บข้อมูลตัวเลือกของผู้เล่นไว้ แล้วพบว่าเด็กอายุสิบกว่าๆ กับผู้ใหญ่อายุสามสิบกว่าๆ มีวิธีการตัดสินใจไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าให้เลือกว่าจะโกหก เด็กจะเลือกโกหกช้ากว่าผู้ใหญ่ หรือถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกพ้อง เด็กจะเลือกพวกพ้องน้อยกว่าผู้ใหญ่” ปฏิพัทธ์ กล่าว

ย้อนกลับไปที่รายงาน คนไทยมอนิเตอร์ มีการจำลองสถานการณ์ โดยถามว่า “หากไปสอบใบขับขี่รถยนต์แล้วไม่ผ่าน แต่มีทางเลือกให้จ่ายเงินติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ใบขับขี่มา จะยอมจ่ายหรือไม่?” แม้มุมหนึ่งจะพบว่า เยาวชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 75 ตอบว่าไม่จ่าย มีเพียงร้อยละ 25 เท่านั้นที่ตอบว่าจ่าย แต่อีกมุมหนึ่ง “หากเจาะลึกเป็นกลุ่มๆ” จะพบว่า “ครอบครัว” เป็นตัวแปรที่สำคัญมากในการเลือกตอบว่าจ่ายหรือไม่จ่าย

เช่น ในกลุ่มที่ตอบว่า “จ่าย” มาจากครอบครัวประเภท “ตามใจ” มากที่สุด ร้อยละ 33 รองลงมาเป็นครอบครัวประเภท “ทอดทิ้ง” ร้อยละ 30 อันดับ 3 เป็นครอบครัวแบบ “ควบคุม” ร้อยละ 29 ส่วนครอบครัวประเภท “รักและเอาใจใส่” มีเยาวชนที่ตอบว่าจ่ายน้อยที่สุด เพียงร้อยละ 24 ในทางกลับกัน กลุ่มที่ตอบว่า “ไม่จ่าย” มาจากครอบครัวประเภทรักและเอาใจใส่มากที่สุด ร้อยละ 76 รองลงมาคือครอบครัวประเภทควบคุม ร้อยละ 71 อันดับ 3 ครอบครัวประเภททอดทิ้ง ร้อยละ 70 และครอบครัวประเภทตามใจ มีเยาวชนที่ตอบว่าไม่จ่ายอยู่น้อยที่สุด เพียงร้อยละ 67

ขณะที่ภาคการศึกษา ผลการสำรวจของ สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) ที่เปิดเผยเมื่อปลายเดือน เม.ย. 2560 ชี้ว่า สถาบันการศึกษาไทยมีปัญหาทุจริตในทุกระดับ โดยระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) เป็นสถาบันการศึกษาที่มีการทุจริตมากที่สุด ได้ 7.30 จาก 10 คะแนน รองลงมาเป็น อาชีวศึกษา 7.25 คะแนน และการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถม-มัธยม) 7.18 คะแนน อีกทั้งประชาชนยังไม่ค่อยมั่นใจว่า รัฐบาลปัจจุบันโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะแก้ปัญหาได้ โดยให้คะแนนเพียง 6.86 จากเต็ม 10 เท่านั้น

บทสรุปของเรื่องนี้..ผู้ใหญ่ทั้งหลายโดยเฉพาะคนเป็นพ่อ-แม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ คงต้อง “ย้อนมองตนเอง” เช่นกัน เพราะในขณะที่ต่างคาดหวังให้ลูกหลาน ให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นมา “ไม่คดไม่โกง-ซื่อสัตย์สุจริต” เป็นคนดีของสังคม เป็นพลเมืองที่ดีต่อเพื่อนร่วมชาติร่วมโลก ท่านได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ “เอื้อ” ต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชน

ให้ไปในแนวทางที่ถูกที่ควรแค่ไหน?

In trend : SPRING 2017 COLOURFUL ATHLETIC BLOCKED TRACK

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275610

In trend : SPRING 2017 COLOURFUL ATHLETIC BLOCKED TRACK

In trend : SPRING 2017 COLOURFUL ATHLETIC BLOCKED TRACK

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ความทะมัดทะแมงของเทรนด์เสื้อผ้าในลุคสปอร์ต มีให้เห็นเกือบทุกฤดูกาล และในซัมเมอร์นี้สีสันสดใสตัดกันอย่างสนุกสนาน ทั้งหลายสีสดในชิ้นเดียวหรือจับคู่ชิ้นที่สีตัดกัน แฝงสไตล์วินเทจย้อนยุคได้กลิ่นอายของแฟชั่นแห่งยุค 90 ในรูปแบบที่ดูทันสมัยขึ้น


Alexander Wang 8


Alexis Mabille 


Alexis Mabille 2


Barbara Bui


Chanel 


Chanel 


Cynthia Rowley


Deveaux


DKNY 3


Fenty x Puma


Gypsy Sport 2


Gypsy Sport


Haider Ackermann 3


Joseph 2 4


Joseph 7


Kahle


Koché 


Koché 2


Lacoste 5


Sandro

น้ำสมุนไพร ส้มควาย ผสมน้ำผึ้ง เจ้าแรกของไทยดังไกลไปต่างแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275601

น้ำสมุนไพร ส้มควาย ผสมน้ำผึ้ง  เจ้าแรกของไทยดังไกลไปต่างแดน

น้ำสมุนไพร ส้มควาย ผสมน้ำผึ้ง เจ้าแรกของไทยดังไกลไปต่างแดน

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

น้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้ง

“ส้มควาย” ไม้ยืนต้นพืชพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต พบมากในพื้นที่ราบและแนวป่าเชิงเขา มีสรรพคุณทางยา ชาวบ้านนิยมนำมาทำอาหารประเภทแกงส้ม ต้มยำ เนื่องเพราะมีรสชาติที่เปรี้ยวมากที่ผ่านมามีการพัฒนานำไปแปรูปในหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องเวชสำอางการแปรรูปเป็นอาหาร แต่ผลิตภัณฑ์เด่นดังสุดๆ อยู่ในขณะนี้ต้องยกให้“น้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้ง” ของ ธนพนธ์ บุญยวรรณ ผู้บริหาร ธนพนธ์ ฟูดส์ ที่นำมาพัฒนาต่อยอด กระทั่งกลายเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และยังได้สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ธนพนธ์ บุญยวรรณ เล่าว่า เดิมผลิต กะปิหวาน น้ำสมุนไพรมะกรูดผสมน้ำผึ้ง ออกมาจำหน่าย แต่หลังจากที่ได้เข้ารับการอบรมจากพัฒนาชุมชนของจังหวัดภูเก็ต ในการนำวัตถุดิบ อย่าง ส้มควาย พืชสมุนไพรท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการนำไปแปรรูปเป็นอาหาร และเวชสำอางผมจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า น่าจะนำไปพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำสมุนไพรพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพได้ จึงได้ทำน้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้งขึ้น

“ตอนนั้นผมเริ่มต้นจากการทำน้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้ง ด้วยเงินทุนประมาณ 50,000 บาท แต่ปัจจุบันนี้ ผมคว้าเงินล้านได้แล้วนะครับ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ผมคิดขึ้นมา มันมีสิ่งมหัศจรรย์มากก็คือว่า ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานของภาครัฐ จากจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนให้ ส้มควาย เป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับชุมชนชาวภูเก็ตอีกทางหนึ่งด้วย”


ธนพนธ์ บุญยวรรณ

จากงานวิจัยพบว่า ส้มควาย ช่วยลดไขมันส่วนเกินของร่างกาย ช่วยยับยั้งไม่ให้อาหารจำพวกแป้ง น้ำมัน และโปรตีนที่รับประทานเข้าไปกลายเป็นไขมัน จึงเป็นจุดขายให้กับ “น้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้ง”

ซึ่งทุกขั้นตอนการผลิต ธนพนธ์เล่าต่อว่า ได้คิดค้นสูตรขึ้นเองทั้งหมดและเป็นผู้ริเริ่มเจ้าแรกในประเทศไทยวัตถุดิบคือ ส้มควายที่นำมาใช้ล้วนคัดกรองคุณภาพเกรดเอมาผลิตเป็นสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้ง รสชาติถูกใจลูกค้าจึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ติดตลาดเร็ว

ขณะนี้ น้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้ง ได้กลายเป็นสินค้าเบอร์หนึ่ง และขายดีที่สุดของ ธนพนธ์ฟูดส์ โดยล่าสุดได้นำไปวางจำหน่ายที่ ศูนย์จำหน่ายประจำ เมืองคุนหมิง ประเทศจีน

“จริงๆ แล้วการทำธุรกิจจะมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นตลอด แต่ผมไม่คิดว่าอุปสรรคต่างๆ คือปัญหา เช่น ยอดการจำหน่ายช่วงแรกอาจจะน้อยเพราะตอนแรกนำสินค้าไปฝากขายในห้างสรรพสินค้า แต่กว่าจะได้เงินต้องใช้เวลาหลายเดือน ก็เลยเลิก แล้วนำมาขายเอง และให้รับช่วงไปขายต่อบ้าง แบบนี้เราจะได้เงินเร็วกว่า นอกจากนี้ ยังทำให้น้ำสมุนไพรส้มควายผสมน้ำผึ้งเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ สามารถส่งออกไปจำหน่ายที่เมืองคุนหมิงประเทศจีน หลังจากได้มีโอกาสร่วมออกบูธกับหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาชุมชน พาณิชย์ อุตสาหกรรม ทำให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนจีนชอบดื่มกันมากครับ และได้เตรียมขยายตลาดไปใน กว่างโจว เซียะเหมิน ประเทศจีน”

นอกจากนี้ น้ำสมุนไพรส้มควายพร้อมดื่ม ของ ธนพนธ์ ฟูดส์ ยังได้รับรางวัลเครื่องดื่มนวัตกรรมสมุนไพรแห่งชาติปี 2558 และเป็นเจ้าแรกที่ได้รับรองจาก สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.อีกด้วย

ค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275405

ค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์

ค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ช่อทิพย์ ประมูลผล สาวเก่งผู้ริเริ่มโครงการสานฝันเยาวชนไทยที่มีใจรักการทำอาหาร จัดโครงการประกวดการประกอบอาหาร
ระดับเยาวชน เพื่อ ค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ร่วมแข่งขันประกอบอาหารในโครงการ “New Zealand Young Genius Chef Culinary Competition” จัดโดยหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ร่วมกับ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ชิงรางวัลการศึกษาดูงานหลักสูตรการประกอบอาหารที่สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2560 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.satitprasarnmit.ac.th/

คุณแหน : 15 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275446

คุณแหน : 15 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 15 มิถุนายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานพระวโรกาสให้ ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์นำ คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์ พร้อมครอบครัวเฝ้าถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระกุศลสมทบกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ 15 มิ.ย.เวลา 15.00 น. ณ ศาลาดุสิดาลัยสวนจิตรลดา…

ll งานพยากรณ์การกุศล โดย คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ และ อารยา จิตตโรภาสจัดงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” นำทีมงานสิริวัฒนาพยากรณ์กว่า 40 คน มาเอาใจเหล่าคนรักโหราศาสตร์ เพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ฯ เพื่อคนพิการ 17-25 มิ.ย. ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน…

ll ขอปรบมือดังๆ…ให้เหล่าศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนสาธิต มศวปทุมวันผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมประเทศชาตินำโดย ดิสทัต โหตระกิตย์, ดร.ปรเมธี วิมลศิริ,ดนุชา สินธวานนท์, ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ,ดร.สุภัทร จำปาทอง, ดร.วิรไท  สันติประภพ,ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ เข้ารับโล่เกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2560 จาก ผศ.ชัยศักดิ์ลีลาจรัสกุล ผอ.โรงเรียน สาธิต มศว ปทุมวันในพิธีไหว้ครู 22 มิ.ย. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…

ll ครบรอบ 60 ปี ของโตโยต้า ทูโช(ไทยแลนด์) 2 ผู้บริหาร ณิณี-อนุษฐา เชาว์วิศิษฐและ มร.คิโยโยชิ โอบะ จัด “โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล” เทศกาลรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่นเพื่อคนรัก ญี่ปุ่น จะแถลงข่าวโชว์ไฮไลต์และร้านเด็ดโดนใจ 15 มิ.ย. 10.30 น. ณ สำนักงานใหญ่โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) ถ.อโศก-ดินแดง…

ll มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนร่วมโลก โดย เจ เอส แอล โกลบอล มีเดียจัดละครเวทีรื่นอารมณ์แห่งปี ลำดับที่ 6 “ขอพบในฝัน สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล” รอบการกุศล18 มิ.ย. เวลา 14.00 น….

ll สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ จะจัดรายการโทรทัศน์การกุศล “วันรวมใจประชา เมตตาปัญญาอ่อน”ในโอกาสครบ 55 ปี ทางช่อง 5 วันพุธ 12 ก.ค. 22.30-00.30 น. สมทรง ยนตรรักษ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเด็กพิเศษ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ เชิญชวนร่วมบริจาคสมทบสร้างศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสติปัญญา แบบครบวงจร โทร.02-2493168…

ll คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จัดโครงการศิริราชจิตอาสา..ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยหัวใจ น้อมถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 12-23 มิ.ย. 13.00-16.00 น. ณ ศาลาศิริราช 100 ปี (เว้นวันหยุดราชการ)…ll

น้อง

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ นำเครื่อง SMART Checking Kiosk พัฒนางานบริการจ่ายยาให้สะดวก รวดเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275424

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ นำเครื่อง SMART Checking Kiosk พัฒนางานบริการจ่ายยาให้สะดวก รวดเร็ว

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ นำเครื่อง SMART Checking Kiosk พัฒนางานบริการจ่ายยาให้สะดวก รวดเร็ว

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ สร้างประสบการณ์ใหม่ในการรอรับยาแก่ผู้ป่วยนำเครื่อง SMART Checking Kiosk ในการจ่ายยา สะดวก รวดเร็ว ทราบเวลารอรับยาทันที ยกระดับคุณภาพงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยอย่างมีมาตรฐาน

ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “เนื่องจากระบบการอนุมัติสิทธิ์อัตโนมัติของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในกลุ่มผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพทั่วหน้าและประกันสังคมมีจำนวนมากทำให้ผู้ป่วยทุกสิทธิ์ใช้เวลาในการรอรับยานาน และผู้ป่วยไม่สามารถทราบสถานะการรอรับยาของตนเองได้ทำให้ต้องนั่งรอรับยานานๆ ผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการผ่านสิทธิอัตโนมัติยาจะถูกจัดเสร็จและเรียกรับยาก่อนในขณะที่ผู้ป่วยยังมาไม่ถึงห้องยา เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางจากห้องตรวจ ทำให้ผู้ป่วยต้องรอนานขึ้นเพื่อรอเรียกซ้ำในรอบถัดไปโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงได้นำเครื่อง SMART Checking Kiosk& Queue presenting monitor (ตู้ตรวจเช็คคิวรับยาพร้อมจอแสดงผล) มาใช้หน้าห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการจ่ายยาสำหรับผู้ป่วยนอก เพิ่มความรวดเร็วความถูกต้องของการส่งมอบยาและเพิ่มความพึงพอใจในระหว่างการรอรับยามากขึ้น”

ผศ.นพ.วิชัย ชื่นจงกลกุล

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวต่อว่า “เครื่อง SMART Checking Kiosk& Queue presenting monitor นี้ ฝ่ายเภสัชกรรมได้มีการพัฒนาระบบการให้บริการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยสารสนเทศโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในการออกแบบการจัดทำฐานข้อมูลในการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในเครื่อง SMART Checking Kiosk & Queue presenting monitor เพื่อบริการผู้ป่วย พัฒนาและทดสอบระบบความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลบน Barcode การประมวลผลโปรแกรมคำนวณเวลา ชุดข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการแสดงผล และยังได้ออกแบบการแสดงผลที่หน้าจอ monitor รวมถึงรูปแบบและข้อความสื่อสารเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจได้ง่ายอย่างต่อเนื่อง”

โดยปัจจุบันผู้ป่วยสามารถตรวจสอบความเรียบร้อยของการผ่านสิทธิ์การรักษาพยาบาลและทราบเวลารอรับยาได้ในทันที โดยเครื่อง SMART Checking Kiosk มีวิธีใช้งานที่สะดวกและง่าย สมารถใช้งานได้ด้วยตนเอง เพียงผู้ป่วยนำสติ๊กเกอร์ที่มี Barcode และ QR Code ซึ่งติดอยู่ในใบนำทาง (สีฟ้า) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ของผู้ป่วยซึ่งจะได้รับหลังจากพบแพทย์ จากนั้นนำเข้าเครื่อง SMART Checking Kiosk เพื่อยิงระบบ Barcode และ QR Code สถานะการรับยา ความเรียบร้อยของการผ่านสิทธิ์ และช่องรับยาของผู้ป่วยจะแสดงผลที่หน้าจอ monitor ทันที ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้ป่วยเข้าใจง่าย และหากยังไม่ถึงคิวระบบจะแจ้งเวลารอรับยาโดยประมาณให้ผู้ป่วยทราบในทันที นอกจากนี้ยังสามารถลดความคับคั่งของผู้ป่วยบริเวณหน้าห้องจ่ายยาอีกด้วย

นอกจากความก้าวหน้าของการให้บริการแล้ว คุณหมอยังเผยถึง การ ประสบภาวะขาดแคลนเลือด รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ว่า “งานธนาคารเลือดโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ประสบภาวะขาดแคลนเม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด ในโลหิตทุกหมู่สำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้เลือดเพื่อการรักษา เนื่องจากรพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ

มีผู้ป่วยโรคซับซ้อนเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมากอาทิ ผู้ป่วยอุบัติเหตุระดับรุนแรง ผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องใช้เคมีบำบัดในการรักษาอย่างต่อเนื่อง และผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในไขกระดูกเป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวต้องใช้โลหิตและส่วนประกอบของเลือดเป็นจำนวนมากในแต่ละรายทำให้การจัดหาโลหิตไม่เพียงพอต่อการรักษาแม้ว่างานธนาคารเลือดจะพยายามออกหน่วยเคลื่อนที่เป็นประจำทุกสัปดาห์และประสานงานไปที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่เพื่อขอโลหิตและส่วนประกอบของโลหิตมาใช้ในการบริการผู้ป่วยเป็นประจำทุกวันแต่ก็ยังไม่เพียงพอ”

ห้องรับบริจาคโลหิต

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ห้องรับบริจาคโลหิต งานธนาคารเลือด ชั้น 1 อาคารศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ปิดทำการเวลา 12.00-13.00 น.โทรศัพท์ 053-935624 และหากผู้บริจาคโลหิตไม่สะดวกในการเดินทางหรือต้องการบริจาคโลหิตเป็นหมู่คณะ สามารถแจ้งความประสงค์มายังงานธนาคารเลือดได้ โทรศัพท์ 053-935624

ท่านทูตสหรัฐ เปิดบ้านพัก เล่าประวัติ 70 ปี U.S. Ambassador’s Residence

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275447

ท่านทูตสหรัฐ เปิดบ้านพัก เล่าประวัติ 70 ปี U.S. Ambassador’s Residence

ท่านทูตสหรัฐ เปิดบ้านพัก เล่าประวัติ 70 ปี U.S. Ambassador’s Residence

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย มาดาม แจ็คเกอลีน เอ็ม. เดวีส์ ภริยา

ใครที่ผ่านไปผ่านมาบนถนนวิทยุ คงจะได้เห็นเรือนไทยประยุกต์ผสมผสานความเป็นตะวันตกสีขาว ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นบนเนื้อที่กว้างขวาง ประตูทางเข้ามีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และไม่ใช่ว่าใครจะเข้าไปได้โดยง่าย เพราะบ้านหลังนี้คือ U.S. Ambassador’s Residence หรือบ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นั่นเอง ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นที่พำนักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามาตั้งปี พ.ศ.2489 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 70 ปีแล้วฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย มาดาม แจ็คเกอลีน เอ็ม. เดวีส์ ภริยา จึงใช้โอกาสนี้เปิดบ้านพักต้อนรับ แขกผู้มีเกียรติ นักศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อเข้าชมและรับฟังประวัติความเป็นมาของบ้านหลังนี้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยความรู้สึกที่มีต่อบ้านหลังนี้ว่า ครั้งแรกที่ย้ายมาพำนักที่บ้านนี้รู้สึกว่าบ้านนี้จะเป็นอย่างไร แต่เมื่ออยู่มาเกือบสองปีรู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ที่ประเทศไทย เพราะเป็นบ้านที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่าร้อยปี และเป็นบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่คนแรกคือ เอกอัครราชทูต เอ็ดวิน สแตนตันที่เข้ามาพำนักบ้านหลังนี้ในปี พ.ศ. 2489 จนถึงตัวเขารวมแล้วถึง 13 คน เป็นระยะเวลา 70 ปี ซึ่งเอกอัครราชทูตแต่ละท่านรวมถึงตัวเขาตระหนักดีว่าบ้านหลังนี้มีความสำคัญไม่ใช่เพียงแค่บ้านพัก แต่บ้านหลังนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพความสัมพันธ์ด้วย ซึ่งเอกอัครราชทูตทุกคนที่ได้มาพักที่บ้านนี้ได้ทำนุบำรุงบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี และพยายามอย่างยิ่งที่จะคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของบ้านไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะเป็นมรดกทางศิลปะสถาปัตยกรรม และตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศสืบไป

พอล ยอเจนเซ่น ชี้ให้เห็นถึงเนื้อไม้ดั่งเดิมของบ้านหลังนี้ที่ผ่านมากว่าร้อยปี

ด้าน พอล ยอเจนเซ่น (Paul Jorgensen) นักทนายความและอาจารย์สอนกฎหมาย สามีนักการทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ได้รวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมาของบ้านหลังนี้ เพื่อจัดทำหนังสือ “Residential Heritage” ได้ทำหน้าที่ไกด์พาชมบ้าน เล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2475 โดย นายโฮเรชีโอ เบลีย์ วิศวกรชาวอังฤกษ และยังได้มีโอกาสถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนเป็นที่พอพระราชหฤทัยได้รับพระราชทินนามว่า “พระปฏิบัติราชประสงค์” จนนายเบลีย์เสียชีวิต รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังได้ซื้อบ้านหลังนี้จากครอบครัวเบลีย์ในปี พ.ศ.2469 และได้ใช้บ้านหลังนี้เป็นที่ทำการสถานทูตเบลเยียมระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ.2465-เดือนตุลาคม พ.ศ.2470 โดยอัครราชทูตที่ปรึกษาเบลเยียมประจำประเทศสยาม Baron de Villenfange de Sorinnes ได้บันทึกในปี 2465 ถึงบ้านหลังนี้ว่า “เป็นบ้านที่สวยที่สุดหลังหนึ่งในพระนครอย่างไม่ต้องสงสัย”

ในปีพ.ศ.2470 บ้านหลังนี้ถูกโอนไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นบ้านพักของ นายเรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์ ที่ปรึกษาชาวอเมริกันคนที่ 4 ของกระทรวงการต่างประเทศ ตามด้วย นายเฟดเดอริค อาร์. โดลแบร์ กระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้เข้ายึดบ้านหลังนี้เพื่อใช้เป็นที่ทำการทางทหาร ซึ่งยังคงมีร่องรอยความเสียหายให้เห็นอยู่บ้าง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2สิ้นสุดลง นายเอ็ดวิน สแตนตัน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนแรก พร้อมด้วย มาดามโจเซฟินสแตนตัน ภริยา ยังไม่มีบ้านพักอย่างเป็นทางการ ต้องพักอยู่ภายในสถานทูตบนถนนสาทรในขณะนั้น จึงได้ทำการสำรวจหาบ้านที่เหมาะสม จนมาพบบ้านหลังหนึ่งบนถนนวิทยุ ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวาง แต่ทว่าตัวบ้านและบริเวณโดยรอบมีสภาพทรุดโทรม เต็มไปด้วยขยะจากสงคราม ไม่ว่าจะเป็นซากรถจี๊ป รถบรรทุก คูน้ำที่ล้อมบริเวณบ้านอยู่ก็เน่าเสียแม้สภาพบ้านไม่อาจจะอยู่อาศัยได้ แต่ทั้งสองกลับถูกชะตาในบ้านหลังนี้ มาดามโจเซฟิน จึงได้ติดต่อขอเช่าบ้านหลังนี้จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย และได้ทำการบูรณะซ่อมแซมจนบ้านกลับมามีความงดงามสวนโดยรอบมีความร่มรื่น และทำให้บ้านหลังนี้กลายมาเป็น U.S.Ambassador’s Residence อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับสถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้ เป็นบ้านทรงไทยประยุกต์ผสมผสานตะวันตกที่เรียกว่าโคโรเนียล ถ้ามองจากมุมบนจะมีลักษณะคล้ายตัว Tเป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูง โครงสร้างหลักเป็นปูน พื้นบ้านและผนังเป็นไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว หน้าจั่ว แต่เดิมในส่วนของห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ประดับด้วยไม้ฉลุเป็นฉากและบังตากั้นห้องต่างๆ ให้เป็นสัดส่วน แต่เปิดโล่งได้ด้วยหน้าต่างลูกฟักบานใหญ่โดยรอบ มีเพียงสองห้องนอนเท่านั้น ก่อนจะมีการปรับปรุงบ้านเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศและกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น มีการกรุกระจก หน้าต่างลูกฟัก ส่วนการตกแต่งภายในก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของเอกอัครราชทูตแต่ละท่านที่แตกต่างกันออกไป

ทั้งนี้ บ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เคยได้รับรางวัล “อาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2527” จาก สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ อีกด้วย