ชาวมาแตร์เดอีฯ เตรียมรวมพลัง ทำภารกิจเพื่อครู ในงาน ‘MD RUN 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275434

ชาวมาแตร์เดอีฯ เตรียมรวมพลัง ทำภารกิจเพื่อครู ในงาน ‘MD RUN 2017’

ชาวมาแตร์เดอีฯ เตรียมรวมพลัง ทำภารกิจเพื่อครู ในงาน ‘MD RUN 2017’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุดถนอม กรรณสูต นายกสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ พร้อมด้วย ศกร ทวีสิน นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และชาวมาแตร์ จุฬาลักษณ์ สยามวาลา,อรนุช ว่องปรีชา,สินีนารถ เองตระกูล,อรดี ณ ระนอง,ภัทศา งามจิตสุขศรี รวมพลัง ทำภารกิจเพื่อครู ในงาน “MD RUN 2017”

หลังจากรวมพลังพิชิตภารกิจ “เพื่อครู” สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเมื่อปีที่แล้วในงาน“MD RUN 2016” สุดถนอม กรรณสูตนายกสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ศกร ทวีสินนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย เตรียมรวมตัวเหล่าเพื่อนพ้อง-น้องพี่ เลือดเซอร์เวียม มาทำหน้าที่นักเรียนที่ดีของครูอีกครั้ง ในปีนี้ กับงานเดิน-วิ่งการกุศล “MD RUN 2017” เพื่อนำรายได้ทั้งหมดร่วมสมทบทุนสวัสดิการและสร้างความมั่นคงให้คุณครูอาวุโสหลังเกษียณอายุ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20สิงหาคม 2560 เวลา 05.00 น. ณ บริเวณโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

อ.สุมิตรา พงศธร และตัวแทนสมาคมนักเรียนเก่าและสมาคมผู้ปกครอง

สุดถนอม กรรณสูต นายกสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ เผยว่า “ในปีนี้ เราจะแบ่งเป็นการวิ่ง 3 ระยะทาง คือ Super Fun Run ระยะ7 ก.ม., Fun Run ระยะ 3.5 ก.ม. และ Kids Run ระยะ200 เมตร ซึ่งจะไม่เน้นการแข่งขันเช่นเคย เพราะเราต้องการให้พี่น้องเลือดเซอร์เวียมมารวมพลังเพื่อครูของเรา โดยรายได้ทั้งหมดจะสมทบทุน เพื่อสร้างความมั่นคง ให้ครูอาวุโสช่วงหลังเกษียณอายุ และที่สำคัญมากกว่านั้น พี่น้องมาแตร์ ยังได้มาทำกิจกรรมพร้อมพบปะพูดคุยสังสรรค์กันแบบครอบครัวที่จะมีแต่ความรักและความอบอุ่นให้กันตลอดไป”

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2560 ณ ห้องการเงิน โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลาทำการ) หรือสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ที่ http://www.ourmaterdei.com/mdrun

ศกร ทวีสิน นายกสมาคมผู้ปกครองฯ, โสมวรรณฃ เลาหะพันธุ, ปิติ อนนตพันธ์ กก.สมาคมฯ,
อภิชาติ เจริญพิวัฒพงษ์ กก.สมาคมฯ

รวมพลังพิชิตภารกิจ “เพื่อครู” นำโดย สุดถนอม กรรณสูต นายกสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีฯ, อรดี ณ ระนอง,
สินีนารถ เองตระกูล,อรนุช ว่องปรีชา และ ภัทศา งามจิตสุขศรี

พลังแห่ง ‘การให้’ ที่ช่วยสร้างภาพแห่งชีวิต…ชัดเจนอีกครั้ง กับโครงการ ‘เปิดตาดีสู่สังคมไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275436

พลังแห่ง ‘การให้’ ที่ช่วยสร้างภาพแห่งชีวิต...ชัดเจนอีกครั้ง กับโครงการ ‘เปิดตาดีสู่สังคมไทย’

พลังแห่ง ‘การให้’ ที่ช่วยสร้างภาพแห่งชีวิต…ชัดเจนอีกครั้ง กับโครงการ ‘เปิดตาดีสู่สังคมไทย’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“การให้” ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ควรมอบให้แก่กัน โดยเฉพาะการให้แสงสว่างแก่ผู้ป่วยโรคตาที่ยากไร้และด้อยโอกาสอีกกว่าแสนชีวิตในถิ่นทุรกันดาร ได้กลับมามองเห็นภาพบุคคลที่รัก ดูแลตัวเองและคนรอบข้าง และกลับมาทำประโยชน์เพื่อสังคมอีกครั้ง ล่าสุด หน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และบริษัท บิ๊ก คาเมร่าคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สานต่อ “การให้”กับโครงการ “เปิดตาดีสู่สังคมไทย” ปีที่ 5 กิจกรรมระดมทุนสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลที่มีปัญหาโรคตา ให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

พญ.อุไรวัลย์ ตินนังวัฒนะ หรือ “หมอทราย” ประธานหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ เล่าว่า “เป็นคนชอบทำงานแบบลุยๆ ชอบกิจกรรมอาสา หลังเรียนจบปี พ.ศ. 2538 ก็เริ่มต้นการเป็น “ผู้ให้” ด้วยการเข้าร่วมเป็นแพทย์อาสากับหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ เวลานั้นบริเวณแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีผู้ป่วยโรคตาจำนวนมาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับรู้ถึงความเดือดร้อนและทรงมีรับสั่งให้สภากาชาดไทย จัดจักษุแพทย์ลงพื้นที่ทำการรักษา เมื่อดำเนินการไปในระยะหนึ่งทำให้ทราบว่า ผู้ป่วยที่มารักษาไม่ใช่เฉพาะคนในจังหวัด แต่ยังมีผู้ป่วยในจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ รวบรวมเงินกันเหมารถเดินทางมารักษา ทำให้พบว่ายังมีผู้ป่วยโรคตาในถิ่นทุรกันดารอีกจำนวนมากที่การรักษายังเข้าไม่ถึง ปีพ.ศ. 2543 จึงเสนอเรื่องจัดตั้งหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ขึ้นมา เพื่อลงพื้นที่ไปรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ขณะเดียวกันก็มีผู้บริจาครถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ฯ สำหรับใช้ในการตรวจรักษาและผ่าตัดภายในรถได้ทันที จึงทำให้การลงพื้นที่รักษานั้นเข้าถึงผู้ป่วยทั่วประเทศได้มากขึ้น”

ในแต่ละปีหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ ลงพื้นที่รักษาและทำการผ่าตัดผู้ป่วยทั่วประเทศไทยเฉลี่ย 20 ครั้งต่อปี
ผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส มารอรับรักษาประมาณ 800-1,000 คน ทีมจะต้องทำงานกันแบบ 24 ชั่วโมง เช้าจรดค่ำ เพื่อให้บริการรักษาคนไข้ได้ครบ “เราเหนื่อยแค่ไหน กลับมาถึงบ้านนอนพักก็หาย แต่สิ่งที่พวกเราทิ้งไว้บนดอยที่หมู่บ้าน หรือที่ตำบลต่างๆ มันคือความสุขอันยิ่งใหญ่ของการเป็นผู้ให้โอกาสให้การรักษา จนชาวบ้านเหล่านั้นสามารถกลับมามองเห็นใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง เมื่อเรามองเห็นถึงความสุขที่เกิดขึ้น ความเหน็ดเหนื่อยก็จะหายไปทันที”

“มีเหตุการณ์หนึ่งที่ยังคงอยู่ในใจของทีมจักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย คือ การปฏิบัติงาน ณ อ.แม่ระมาด จ.ตาก มีคุณลุงชาวกะเหรี่ยงเดินเท้า 2 วัน 2 คืนข้ามภูเขาและต่อรถจนมาถึงจุดตรวจ เพื่อมารับการรักษาโรคต้อ บอกว่าอยากมองเห็นหน้าภรรยา
ภายหลังการผ่าตัดสิ่งแรกที่คุณลุงทำคือการหยิบรูปภาพภรรยาที่พกติดตัวมาด้วยขึ้นมามองด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทำให้เราทราบว่าภรรยาของคุณลุงเสียชีวิตไปนานแล้วเหลือไว้เพียงรูปถ่ายให้ดูเมื่อคิดถึง แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ คุณลุงล้วงมือไปในย่าม พร้อมกำธนบัตรสิบบาทขึ้นมาใส่ในมือหมอ และพูดว่า “ฝากคุณหมอช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไปด้วยนะ” ไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกตื้นตันที่เกิดขึ้น แต่มันคือความยิ่งใหญ่ที่คุณลุงพร้อมจะเป็นผู้ให้โอกาสต่อไปยังผู้รับอีกมากมาย”

กว่า 22 ปี ที่หน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ ให้การรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคตามาแล้วกว่า 185,000 ราย และผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคตามาแล้วกว่า 53,000 ราย แต่ละปีจำเป็นต้องใช้งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับการช่วยเหลือจาก บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการช่วยจัดหาเงินทุนส่วนหนึ่ง ผ่านการจัดโครงการ “เปิดตาดีสู่สังคมไทย” ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และได้น้ำใจจากคนไทย ร่วมกันเป็น “ผู้ให้” อย่างไม่ขาดสาย

ชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ บริษัท บิ๊ก คาเมร่าคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดวงตา”เป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้สามารถมองสิ่งต่างๆ รอบตัว เก็บบันทึกเป็นเรื่องราวความทรงจำ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญแก่ดวงตาของผู้สูงอายุ ที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกลความเจริญเพียงลำพัง เนื่องจากลูกหลานเข้ามาทำงานในเมืองหลวง และมีเพียงภาพถ่ายให้มองดูเมื่อยามคิดถึง แต่เมื่อดวงตาเริ่มเสื่อมสภาพตามช่วงวัย ทำให้ความสามารถในการมองภาพแห่งความทรงจำถดถอยลง หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นได้

บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ สานต่อโครงการ “เปิดตาดีสู่สังคมไทย” สู่ปีที่ 5 ภายใต้แนวคิด “Begin Again : ภาพแห่งชีวิต…ชัดเจนอีกครั้ง” รณรงค์เชิญชวนคนไทยมาร่วมเป็น “ผู้ให้” ด้วยการบริจาคสมทบทุนให้หน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ นำไปเป็นค่าดำเนินงานในการตรวจรักษาและผ่าตัดโรคตา นอกจากนี้บริษัทยังได้มุ่งเน้นสร้างการรับรู้ถึงการเป็นผู้ให้อย่างยั่งยืน ผ่านการทำ Viral Clipหรือ คลิปวีดีโอออนไลน์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้ป่วยและการทำงานของหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยฯ การจัดทำไมโครไซต์ (Microsite) http://www.bigcamera.co.th/beginagain เพื่อรวบรวมเนื้อหาการดำเนินงานในครั้งต่างๆ ที่ผ่านมา อีกทั้งยังใช้เป็นช่องทางบริจาคออนไลน์หลักที่สามารถแชร์ประสบการณ์เปิดตาดีผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อเชิญชวนผู้อื่นร่วมบริจาคได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถร่วมสมทบทุนได้ด้วยการบริจาคผ่านกล่อง “Love Sharing Box” ที่ บิ๊ก คาเมร่า กว่า 230 สาขาทั่วประเทศ และบริจาคตรงผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-2-62588-8
สอบถามเพิ่มเติมได้ ที่ บริษัท บิ๊ก คาเมร่าคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โทร.02-8099956 ต่อ 2222 และฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทร. 02-2564440, 02-2559911 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ ไมโครไซต์ (Microsite) http://www.bigcamera.co.th/beginagain

นักธุรกิจรุ่นใหม่เทใจให้ ‘ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275407

นักธุรกิจรุ่นใหม่เทใจให้ ‘ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด’

นักธุรกิจรุ่นใหม่เทใจให้ ‘ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พฤทธิ์ บุปผาคำ และ โดมินิค โวเล็ค

นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่หลงใหลการท่องเที่ยว อาทิ นาขวัญ รายนานนท์, อรชุมา ดุรงค์เดช, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล และ ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์ ร่วมงานเปิดแผนบุกตลาดโลกและลงนามในสัญญา เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ระหว่างบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ผู้ดำเนินงานโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ “ไทยแลนด์พริวิเลจ คาร์ด” หรือ ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด โดย นายพฤทธิ์ บุปผาคำ ผู้จัดการใหญ่ กับ นายโดมินิค โวเล็ค ผู้บริหาร บริษัทเฮนลีย์แอนด์พาร์ทเนอร์ฯ ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

นายพฤทธิ์ บุปผาคำ ผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) กล่าวว่า บัตรไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด จะช่วยตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งด้านสิทธิพิเศษและบริการอำนวยความสะดวกสบายในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับการตรวจคนเข้าเมือง การท่องเที่ยว การประกอบธุรกิจการลงทุน สันทนาการ ด้านการกีฬา อาหาร การแพทย์ และสุขภาพ โดยปัจจุบันบัตรไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด มี 7 ประเภท ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งชาวต่างชาติที่มีฐานะปานกลางจนถึงฐานะร่ำรวย รวมถึงกลุ่มที่เข้ามาเป็นครอบครัว ที่ต้องการอยู่อาศัย และลงทุนในประเทศไทย จากการซื้อ หรือเช่าที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯ และบ้าน ซึ่งการใช้จ่ายในประเทศไทย นับเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปใช้ระยะเวลาแค่ไม่กี่วันในประเทศไทย ในขณะที่กลุ่มสมาชิกพำนักหลายปี รวมถึงมีการลงทุนในรูปแบบต่างๆ (Investment Immigration) ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย

“ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด เปิดขายให้กับกลุ่มลูกค้าต่างชาติทั่วไป ไม่จำกัดชนชั้น ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 4,348 คน ซึ่ง ททท. มีส่วนช่วยในการสร้างความเชื่อมั่นให้ไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด ว่า เป็นสินค้าของรัฐบาล ทำให้ต่างชาติมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะบัตร “อีลิทซูพีเรียริตี้เอ็กซ์เทนชั่น” วีซ่า 20 ปี สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในประเทศไทยในระยะยาว และบัตร “อีลิทแฟมิลี เอ็กซ์เคอร์ชั่น” วีซ่า 5 ปี ในราคาพิเศษสำหรับกลุ่มครอบครัว 2 คนขึ้นไป ซึ่งได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ” นายพฤทธิ์ กล่าว

(ซ้าย) ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, อรชุมา ดุรงค์เดช, นาขวัญ รายนานนท์, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์

นอกจากนี้ นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ได้แชร์มุมมองเกี่ยวกับบัตรไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด เริ่มที่ หม่อมโก้-ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์ กล่าวว่า “ผมว่าไอเดียของบัตรนี้ดีมากครับ ผมทำธุรกิจร้านเสื้อผ้ามา 5 ปี ขยายสาขาได้ 9 แห่งในกรุงเทพฯ มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาเยอะมาก ส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย ล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย ผมว่าบัตรอีลิทคาร์ดค่อนข้างจะตอบโจทย์คู่ค้าเหล่านี้ เพราะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรม ยานยนต์ เครื่องจักรสิ่งทอ จะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสำหรับนักลงทุนรายใหม่ที่จะเข้ามา เมื่อนักลงทุนรายย่อยต่างๆ เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นได้รับความสะดวก และเห็นว่าการเข้ามาทำธุรกิจในบ้านเราไม่ใช่เรื่องยากก็จะมีแรงกระตุ้นให้เขามาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในบ้านเราให้ดีขึ้นได้ การเข้ามาติดต่อ หรือทำธุรกิจต่างๆ ก็จะรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วย”

หญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นคนมีครอบครัว ก็จะนึกถึงนักลงทุนต่างชาติที่ต้องเข้ามาทำงานคนเดียวเป็นเวลานาน ก็คงจะเหงา เมื่อมีบัตรอีลิทคาร์ดเข้ามาเป็นตัวช่วยซัพพอร์ตในด้านครอบครัวก็ช่วยได้มาก ทำให้ครอบครัวได้เข้ามาอยู่ด้วยกัน กำลังใจในการทำงานก็จะดี เงินหมุนเวียนที่จะเข้าประเทศจากการใช้จ่ายของครอบครัวนักลงทุนต่างๆ ก็จะมีมากขึ้นทั้งจากการ เช่า หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย และสำหรับธุรกิจร้านเสื้อผ้าของแอร์เองก็มีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อ เข้ามาชมอยู่เรื่อยๆ ทำให้เราได้มีโอกาสพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา การบอกปากต่อปากของลูกค้าต่างชาติ ทั้งจากการโพสต์ หรือแชร์รูปต่างๆ ก็ช่วยต่อยอดธุรกิจของเราได้มาก ลูกค้าต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้นด้วย”

ขณะที่นักธุรกิจสาวสวย อย่าง เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช มองว่า “ทุกวันนี้เฟย์ต้องทำงานติดต่อกับชาวต่างชาติค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจน้ำแร่ ระบบน้ำ และสถาบันการเงิน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ และอเมริกา หลายคนก็เข้าๆ ออกๆ ประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง การที่มีบัตรอีลิทเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ก็จะช่วยให้สภาพคล่องทางการเงินหมุนเวียนเข้ามาในประเทศมากขึ้น เมื่อมีเงินเข้ามา การพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็จะดีขึ้น นับว่าเป็นไอเดียที่ดี สำหรับการติดต่อธุรกิจ ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักลงทุน”

กินโยเกิร์ต ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275421

กินโยเกิร์ต ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

กินโยเกิร์ต ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากสถิติปี 2558 พบว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่ถูกวินิจฉัยพบมากที่สุดในเพศหญิง สูงเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มโรคมะเร็ง และถูกวินิจฉัยพบมากที่สุดในเพศชายสูงเป็นอันดับที่ 2ในกลุ่มของโรคมะเร็ง และนับเป็นโรคที่ ตรวจพบในระยะแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) มากเป็นอันดับ 1 แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่ ทำให้เกิดโรค

ทางเดินอาหาร ระบบสำคัญที่หล่อเลี้ยงร่างกาย

จากการศึกษาพบว่าถ้าเรามีระบบการย่อยอาหารที่ดี สุขภาพก็จะดีตามไปด้วยซึ่งกระบวนการย่อยอาหารจะเริ่มต้นจากการเปลี่ยนอาหารที่กินเข้าไปให้ มีโมเลกุลขนาดเล็กลงและจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ส่วนที่เหลือจะเป็นกากอาหาร โดยลำไส้ใหญ่จะเก็บกากอาหารไว้นาน 12-24 ชั่วโมงถ้าเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก็จะช่วยลดภาระของระบบย่อย ลดปัญหาอาหารไม่ย่อย ลดของเสียคั่งค้างในร่างกายนานเกินไป ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุโรคร้ายอื่นๆ

กว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคนเราอยู่ที่ระบบทางเดินอาหาร

กระบวนการย่อยในร่างกายมี 2 วิธีการคือ 1.การย่อยเชิงกล (Mechanical Process) เป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะของระบบทางเดินอาหาร เช่น การรีดอาหารลงไปในหลอดอาหารการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ 2.การย่อยเชิงเคมี เป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลของสารอาหารให้มีขนาดเล็กลงโดยอาศัยเอนไซม์หรือน้ำย่อย

หนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญของระบบการย่อยก็คือ “จุลินทรีย์”

จุลินทรีย์เป็นเพื่อนสนิทติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เจริญเติบโตไปพร้อมกับตัวเรา มีหน้าที่สำคัญคือ เป็นหน่วยรบต่อสู้กับแบคทีเรียตัวร้าย, ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ, สร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

อาหารที่ทำให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดีจะมีอยู่มากในอาหาร 2 ประเภท

1.อาหารจำพวกไฟเบอร์หรือน้ำตาลเชิงซ้อน ประกอบด้วย oligofructose, fructo-oligosaccharides และ inulin นี่แหละอาหารสุดโปรดของแบคทีเรียในลำไส้ หรือที่เราเรียกกันว่าพรีไบโอติกซึ่งจะพบมากในอาหารจำพวกกล้วย เห็ด หน่อไม้ฝรั่งหัวหอม ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์

2.อาหารที่มีโพรไบโอติกหรืออาหารที่มีการใส่จุลินทรีย์เข้าไป เช่น โยเกิร์ต ที่จะช่วยสร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และยังมีข้อมูลวิจัยจากต่างประเทศสนับสนุนว่าอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

ท้องผูก…จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของปัญหาใหญ่

อย่าปล่อยให้อุจจาระค้างในระบบขับถ่ายนานเกิน3 วัน เพราะจะทำให้อุจจาระแข็ง ถ่ายได้ยากขึ้นอุจจาระที่แข็งเมื่อเสียดสีกับทวารหนักบ่อยๆ อาจทำให้เกิดแผล ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงและลำไส้อีกด้วย ฝึกนิสัยขับถ่ายที่ดี หมั่นออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอเลือกกินอาหารที่ช่วยสร้างสมดุลให้จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง หรืออีกทางเลือกง่ายๆ ทานโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่ดีเป็นประจำ จะช่วยปรับระบบสมดุลในลำไส้และลดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

สังเกตความผิดปกติ หยุดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

1.ระบบขับถ่ายอุจจาระผิดปกติไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด 2.ปวดท้อง ปวดเบ่ง หรือปวดทวารเวลาถ่ายอุจจาระ 3.ภาวะซีด เกิดจากมีเลือดออกจากก้อนมะเร็ง 4.เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงทั้งที่ไม่ได้ควบคุมน้ำหนัก 5.อาการของโรคจากการแพร่กระจายไปสู่อวัยวะต่างๆ เช่น เมื่อไปสู่ตับจะปวดชายโครงด้านขวา และไปสู่เยื่อบุช่องท้อง จะเกิดอาการท้องมาน เป็นต้น

เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้ลำไส้ ด้วยโยเกิร์ต

มะเร็งลำไส้ใหญ่กลายเป็นโรคร้ายแรงลำดับต้นๆ เพราะไม่มีสัญญาณบอกเหตุใดๆ หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ใส่ใจดูแลสุขภาพและเติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นประจำ อย่างโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย ที่มีจุลินทรีย์สายพันธุ์แท้ LB81 จากประเทศบัลแกเรีย หรือรับประทานผัก ผลไม้ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แค่นี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันทุกคน

ฉะนั้นนอกจากคุณจะได้ประโยชน์จากการกินโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรียทุกวันแล้ว คุณยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคสนับสนุน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อลดสถิติผู้เสียชีวิตในประเทศไทยได้ ด้วยการซื้อโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย รสชาติใด ขนาดใดก็ได้ 1 ถ้วยหรือ 1 ขวด เท่ากับบริจาค 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน-15 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

สยามพิวรรธน์ ส่งเสริมเยาวชนสู่การก้าวเป็นนักสถาปนิก มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275435

สยามพิวรรธน์ ส่งเสริมเยาวชนสู่การก้าวเป็นนักสถาปนิก มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2560

สยามพิวรรธน์ ส่งเสริมเยาวชนสู่การก้าวเป็นนักสถาปนิก มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปริญญ์ เจียรมณีโชติชัย อาจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง, ผศ.ดร.ไขศรี ภักดิ์สุขเจริญ หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ, วิชา หาญอมรรุ่งเรือง ศาสตราภิชาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ, ที่ปรึกษา บจ.สยามพิวรรธน์ และหัวหน้าโครงการ สยามพิวรรธน์ อคาเดมี, จิตตินี จอมปรัญชา ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บจ.สยามพิวรรธน์ และ อ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธุ์น้อย อาจารย์ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมยินดีกับธีรกานต์ พินิจกุล นิสิตภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ที่ได้รับทุนการศึกษาปี 2560

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้ง สยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ฯลฯ และพันธมิตรใหญ่เจ้าของไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมือง สัญลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย ในฐานะผู้นำนวัตกรรมค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจบนความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมเยาวชนที่เลือกเดินเส้นทางวิชาชีพสถาปัตยกรรม อันจะเป็นกำลังสำคัญสู่การพัฒนาการสิ่งปลูกสร้างรวมถึงโครงสร้างประเทศไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าในอนาคต จัดโครงการมอบทุนการศึกษาสยามพิวรรธน์ประจำปี 2560 ให้แก่นิสิตชั้นปี 1 ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถและมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับประเทศชาติในฐานะนักสถาปนิกที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศสืบต่อไป บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรม ความแปลกใหม่มาสู่ชีวิตผู้คน พร้อมทั้งขับเคลื่อนประเทศสู่ความเจริญก้าวหน้า เราตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรที่จะทำหน้าที่ในการวางโครงสร้างและสิ่งปลูกสร้างของประเทศ จึงได้จัดโครงการมอบทุนการศึกษาสยามพิวรรธน์ มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับจุฬาฯ ได้เริ่มต้นโครงการมอบทุนการศึกษาเมื่อปี 2557 และมหาวิทยาลัยศิลปากรได้เริ่มต้นโครงการมอบทุนการศึกษา เมื่อปี 2559 ซึ่งบริษัทได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษา

ผศ.ดร.ไธพัตย์ ภูชิสส์ชวกรณ์ รองคณบดีฯ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร, ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ หัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร, จิตตินี จอมปรัญชา ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บจ.สยามพิวรรธน์,รศ.ดร. ชัยสิทธิ์ ด่านกิตติกุล คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร และ รศ.ชาตรี ประกิตนนทการ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ถ่ายภาพกับผู้ที่ได้รับทุนปีการศึกษา 2560 รักสิริ แก้วเทวี,พิริยา โพธิมล และ พิชณภัทร วงษ์ศรีสังข์

โครงการทุนการศึกษาสยามพิวรรธน์ เป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ปี สำหรับจุฬาฯ โดยมอบทุนการศึกษาปีละ 1 ทุน มูลค่าทุนละ 510,000 บาท และมหาวิทยาลัยศิลปากร มอบทุนการศึกษาปีละ 3 ทุน มูลค่าทุนละ 500,000 บาท การคัดเลือกเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความประพฤติดี มีความคิดสร้างสรรค์มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับประเทศชาติ เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองที่กว้างไกล และทุนการศึกษานี้นอกจากจะให้การสนับสนุนด้านทุนทรัพย์แก่นิสิตและนักศึกษาต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาแล้ว บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้ผ่านการสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงกับทีมงานของสยามพิวรรธน์อีกด้วย

ธีรกานต์ พินิจกุล นิสิตภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ได้รับทุนการศึกษาสยามพิวรรธน์ ประจำปี 2560 กล่าวว่า “มีความสนใจในเรื่องของการออกแบบและการพัฒนาเมืองมาตลอด ดิฉันมาจาก จ.ชุมพร ซึ่งเป็นเมืองที่สงบ มีสถานที่ธรรมชาติสวยงามเหมาะสำหรับการท่องเที่ยว ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต จึงอยากศึกษาในเรื่องการวางแผนผังเมืองเพื่อกลับมาพัฒนาจังหวัดให้เติบโตไปอย่างยั่งยืน ทุนการศึกษานี้ ทำให้ดิฉันสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ”

พิชณภัทร วงษ์ศรีสังข์ นักศึกษาภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร รับทุนปีการศึกษา 2560

รักสิริ แก้วเทวี นักศึกษาภาควิชาสถาปัตยกรรมคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรผู้แทนนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาสยามพิวรรธน์ ประจำปี 2560 กล่าวว่า “การที่ได้รับทุนการศึกษาทำดิฉันตระหนักถึงความเอื้ออารีที่ควรมีต่อผู้อื่นและต่อสังคม นอกจากจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและมุ่งมั่นที่จะใช้ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าแล้ว มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะส่งต่อความเอื้ออาทรที่ได้รับกลับคืนสู่สังคมเพื่อการพัฒนาประเทศเช่นกัน ภูมิใจมากที่ได้รับทุนการศึกษานี้ค่ะ”

การส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเยาวชนเหล่านี้คือกำลังสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาของประเทศ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืนสืบไป

พิริยา โพธิมล นักศึกษาภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร รับทุนปีการศึกษา 2560

รักสิริ แก้วเทวี นักศึกษาภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร รับทุนปีการศึกษา 2560

โชว์เครื่องประดับเพชรหายาก ที่สุดแห่งศาสตร์และศิลป์อัญมณีล้ำค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275411

โชว์เครื่องประดับเพชรหายาก ที่สุดแห่งศาสตร์และศิลป์อัญมณีล้ำค่า

โชว์เครื่องประดับเพชรหายาก ที่สุดแห่งศาสตร์และศิลป์อัญมณีล้ำค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อัญรัตน์ พรประกฤต

“เพชร” อัญมณีอันดับหนึ่งในใจสาวๆ ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย เพชรก็ยังเป็นเครื่องประดับคู่กายที่สาวๆ ขาดไม่ได้ จนมีคนกล่าวไว้ว่า “เพชร คือ เพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง” คงเป็นเพราะเพชรเป็นเครื่องประดับหรูหราแห่งรสนิยม ที่ช่วยเสริมเสน่ห์ และบ่งบอกสไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” (JUBILEE DIAMOND) ผู้นำในวงการเครื่องประดับเพชรที่อยู่คู่สาวไทยมาครบ 88 ปี เตรียมจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ “Jubilee Mid Year Expo 2017” (ยูบิลลี่ มิด เยียร์ เอ็กซ์โป 2017) รวบรวม 5 ไฮไลต์เครื่องประดับเพชรหายาก พร้อมด้วยเพชรสุดพรีเมียมกว่า 18,000 ชิ้นไว้เอาใจสาวกคนรักเพชรโดยเฉพาะ

อัญรัตน์ พรประกฤต กรรมการบริษัท และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่าในงาน ยูบิลลี่ มิด เยียร์ เอ็กซ์โป 2017 ได้คัดสรรเพชรคุณภาพพรีเมียมหลากหลายดีไซน์หนึ่งเดียวในโลกมาให้คนรักเพชรได้ชมและช็อปในงานนี้ โดยมีไฮไลต์ที่จะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับ 5 อัญมณีล้ำค่า ได้แก่ เพชร Cushion Shape 55.88 กะรัต ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่าเลข 5 กับ เลข 8 เป็นเลขมงคล ก็ไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้เพชรขนาดเท่านี้พอดี โดยเป็นเพชรทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดหน้ากว้างถึง 2.5 เซนติเมตร จากแหล่งเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดในโลก เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ด้วยคุณภาพเหนือมาตรฐาน D Color เป็นเลิศทั้งเรื่องสี และความพิถีพิถันในการเจียระไน ซึ่งยูบิลลี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพชร Jubilee Diamond ของ Queen Victoria ตั้งแต่ ค.ศ. 1897 ซึ่งถือเป็นตำนานของ 1 ในเพชร 100 ชิ้นที่ดีที่สุดในโลก

เพชร Cushion Shape 55.88 กะรัต

เพชรกะรัต D Color Flawless และเพชรกะรัต ทุกสี ทุกขนาด มากกว่า 1,000 เม็ด ซึ่งยูบิลลี่ได้คัดสรรเพชรกะรัตคุณภาพดีที่สุด D Color Triple Excellent Cut Grade และคุณภาพเหนือมาตรฐาน D-Flawless ที่มีครบทั้ง 4 C ตามเกณฑ์ในการเลือกเพชรที่ดีนั่นคือ Color สีต้องใส Clarity ไม่มีตำหนิ Cut เจียระไนได้อย่างพิถีพิถันสมบูรณ์แบบ และ Carat น้ำหนักเพชร จึงนับได้ว่าเพชรทุกเม็ดล้วนแต่เป็นสุดยอดแห่งความเป็นเลิศของเพชร ทั้งเรื่องสี ไร้ตำหนิ และการเจียระไน โดยทั้งหมดได้ส่งตรงมาจากเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม พร้อมใบรับประกันระดับสากล ทั้ง GIA และ HRD เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ

สร้อยคอ Emblem of Eternity

Emblem of Eternity สร้อยคอเพชรดีไซน์สุดล้ำ ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากโลโก้ของยูบิลลี่ และด้วยเพชรน้ำงาม D Color Triple Excellent และเป็นสุดยอดเพชร Hearts & Arrows ขนาด 10.96 กะรัต ด้วยเพชร 1,001 เม็ด พิเศษตรงที่เมื่อส่องกล้องด้านหน้าเพชรจะเห็นเป็นรูปลูกศร8 ดอกเท่าๆ กัน และเมื่อส่องกล้องจากด้านหลังจะเห็นเป็นรูปหัวใจ 8 ดวงเท่าๆ กัน เรียกได้ว่าเป็นสร้อยคอดีไซน์พิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ส่วนเรื่องคุณภาพก็หายห่วง เพราะเป็นเพชรที่มาจากสุดยอดการเจียระไน D Color Triple Excellent Cut Grade ที่มีน้ำงามสีขาวใสที่สุด

แหวนเพชร Princess Cut

ส่วนสาวๆ นำเทรนด์ ก็พลาดไม่ได้กับแหวนเพชรรูปทรงแฟนซี Princess Cut ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเป็นแหวนเพชรทรงสี่เหลี่ยม ดีไซน์เป็นรูปทรงมงกุฎ ขนาดกว่า 3 กะรัต ตัวเรือนเป็นทองคำขาว ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กจัดเรียงอย่างประณีตด้วยช่างชำนาญการชั้นสูง และด้วยการดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย ทำให้ผู้สวมใส่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหา และสะกดทุกสายตาที่จ้องมอง

ปิดท้ายด้วย Fancy Yellow Diamond Collection เพชรสีเหลืองแฟนซี ซึ่งถือว่าเป็นไอเท็มเลอค่า ที่ถูกใจนักสะสมเครื่องประดับเพชรอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเพชรขาวใส ในกลุ่มไร้สีแล้ว เพชรสี Fancy โดยเฉพาะ Fancy Yellow ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักสะสมเครื่องประดับเพชรทั่วโลก โดยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1 กะรัตขึ้นไป รวมถึงเครื่องประดับเพชร Fancy Yellow Diamond Collection ที่ถูกดีไซน์เป็นพิเศษ”

นอกจากนี้ ภายในงานยังชวนคนรักเครื่องเพชร มาร่วมเปิดประสบการณ์ความมงคลแห่งเลข 8 ด้วยการเนรมิต 8 โซนสุดพรีเมียม ได้แก่ Wedding Zone (เวดดิ้ง โซน) โซนชุดเครื่องประดับเพชรสำหรับแต่งงานแห่งความรัก นิรันดร์, Carat Diamond Zone (กะรัต ไดมอนด์ โซน) โซนเพชรกะรัตเสริมความมั่งคั่ง, Excellence Zone (เอ็กซ์เซลเล้นท์โซน) โซนสุดยอดเพชร Triple Excellent แห่งความสมบูรณ์แบบ, Fancy Diamond Zone (แฟนซี ไดมอนด์ โซน) โซนเพชรรูปทรงแฟนซี และสีแฟนซีเสริมความสง่างาม, Extraordinary Piece Zone (เอ็กตรอว์ดินารี่ พีซ โซน) โซนเครื่องเพชรพิเศษหายาก, Hot Sale Zone (ฮอต เซลล์ โซน) โซนลด 50% ที่สุดแห่งราคาสุดร้อนแรง, Promotion Zone (โปรโมชั่น โซน) โซนโปรโมชั่นสุดพิเศษซื้อเพชรตามยอดซื้อที่กำหนด แจกเพชรกะรัตฟรี และ Buy 1 Get 1 Free Zone (บายวัน เก็ต วัน ฟรี โซน) โซนสุดคุ้มสินค้าซื้อ 1 แถม 1 พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ ไว้เอาใจลูกค้าอีกมากมาย

งาน “Jubilee Mid Year Expo 2017” (ยูบิลลี่ มิด เยียร์ เอ็กซ์โป 2017) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ห้องบอลรูม ชั้น 38 โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ จี (ถนนสีลม) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Jubilee Customer Center โทร.02-6251111 หรือติดตามข่าวสารได้ที่www.jubileediamond.co.th Facebook : Jubilee Diamond (Thailand), Line : @jubileediamond

เครื่องหนัง กี ลาโรช ฝังคริสตัล เปิดตัวในไทย 5 ใบในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275410

เครื่องหนัง กี ลาโรช ฝังคริสตัล เปิดตัวในไทย 5 ใบในโลก

เครื่องหนัง กี ลาโรช ฝังคริสตัล เปิดตัวในไทย 5 ใบในโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระเป๋าหนัง กี ลาโรช ฝังคริสตัล Swarovski ผลิตเพียง 5 ใบในโลก

แบรนด์กระเป๋าหนังสัญชาติฝรั่งเศส Guy Laroche ภายใต้ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุด Season II ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ยลโฉมอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Night in Paris ค่ำคืนอันงดงามแห่งปารีส” ไฮไลท์อยู่ที่กระเป๋าหนังฝังคริสตัล Swarovski ผลิตเพียง 5 ใบในโลก ณ Fahion Hallชั้น G ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ บางกะปิ

แบรนด์กระเป๋าหนัง Guy Laroche ตัวแทนของคนรุ่นใหม่วัยทำงานที่มีความมั่นใจในตนเอง ชื่นชอบแฟชั่น ทันสมัย มีรสนิยม สำหรับคอลเลคชั่น Season II ใช้คอนเซ็ปต์ Night in Paris โดยมี Inspiration หลักมาจากความงามยามค่ำคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินของเมืองปารีส ที่ส่องประกายแวววาวในมื้อดินเนอร์สุดหรูริมฝั่งแม่น้ำแซน ถือเป็นห้วงเวลาสุดพิเศษที่น่าจดจำ โดยคอลเลคชั่นนี้มีจุดเด่นคือการนำโครงสร้างสถานที่สำคัญของปารีสมหานครแห่งแฟชั่นมาผสมผสาน เพื่อตอกย้ำความเป็น Signature กระเป๋าทรงแข็ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะได้อย่างลงตัว

ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล

สำหรับบิ๊กเซอร์ไพรส์ในงาน พบกับกระเป๋าหนังฝังคริสตัล Swarovski ผลิตเพียง 5 ใบในโลก ที่เปี่ยมไปด้วยความเจิดจรัสหรูหรา ในมหานครแฟชั่นชั้นนำของโลก แนวคิดสำคัญมาจาก “หอไอเฟล” สัญลักษณ์สำคัญของเมืองแสดงความยิ่งใหญ่ ร่ำรวย ความสำเร็จ รวมถึงแสงไฟระยิบระยับ นำถ่ายถอดจินตนาการลงบนกระเป๋าได้อย่างงดงาม พร้อมเสริมด้วยหลากหลายวัสดุที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น หนังวัวคุณภาพชั้นดี งานโลหะฮาร์ดแวร์ ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในสไตล์เฉพาะตัวมากขึ้น เป็นต้น

งานนี้เหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังร่วมอัพเดทเทรนด์กระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น อานันท์ทวีป ชยางกูร ณ อยุธยา, ศวิษฐ์ อุทัยเฉลิม, นุชนารถ ระวีแสงสูรย์, ปุญญพัฒน์ถนอมกุล, ณิชชา บุณยากร, เมย์ริสสรา จันทรรัตน์,นรรัตน์ เชาวน์วิวัฒน์, ปัทมวดี เสนาณรงค์ พร้อมเผยถึงการเลือกกระเป๋าใบโปรด เริ่มที่ณิชชา บุณยากร กล่าวว่า “แบรนด์ กี ราโรชเป็นแบรนด์ที่ต้องบอกว่าอยู่คู่คนไทยมานาน ดังนั้น พอทราบว่าเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ก็เลยอยากมาดู การเลือกกระเป๋าของมิ้นท์ จะชอบกระเป๋าหนัง เพราะมันทนทาน และใช้ได้ยาวนาน รักษาง่ายด้วย สีที่เลือกใช้ ก็จะเป็นหลากหลายสี แล้วแต่ว่าเราสวมใส่ชุดสีอะไรก็จะเลือกใช้กระเป๋าตามสีเสื้อที่สวมใส่ นอกจากนี้ก็ยังชอบซื้อกระเป๋าใบเดียวที่สามารถใช้งานได้หลายโอกาส”

อานันท์ทวีป ชยางกูร ณ อยุธยา

ส่วน อานันท์ทวีป ชยางกูร ณ อยุธยา กล่าวว่า “จะเลือกใช้กระเป๋าเรียบๆ ไม่มีเท็กเจอร์เยอะ หรือไม่ต้องมีลูกเล่นมาก ยิ่งเป็นกระเป๋าที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ต้องเป็นกระเป๋าที่น้ำหนักเบา ใส่ได้กับหลากหลายชุดใช้ได้หลายโอกาส ไม่ใช่ซื้อแล้วใช้ได้ครั้งเดียว นอกจากนี้ ราคาก็ต้องสมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไปนัก เป็นแบรนด์ที่ใครๆ ก็รู้จัก ใช้แล้วไม่เชย เรื่องสีก็สำคัญครับ เราเป็นผู้ชายส่วนใหญ่ก็จะใช้กระเป๋าที่เป็นสีเบื้องต้นที่ใช้กัน เช่น สีดำ หรือสีน้ำตาล หรือสีออกแนวที่ใช้ได้บ่อยๆ ไม่เอาท์”

ณิชชา บุณยากร

บำบัดผิวด้วยเปลือกมังคุด ที่ ดิ โอกุระ สปา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275419

บำบัดผิวด้วยเปลือกมังคุด ที่ ดิ โอกุระ สปา

บำบัดผิวด้วยเปลือกมังคุด ที่ ดิ โอกุระ สปา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยมีประโยชน์มากมาย อาทิ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยมีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระต่างๆ ได้มากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง นอกจากนั้น เปลือกของมังคุดยังมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ฝาดสมานแผลช่วยให้แผลหายเร็ว ยับยั้งการเกิดเชื้อราและใช้รักษาโรคผิวหนังหลายชนิด

ด้วยคุณประโยชน์เหล่านี้ ทำให้ ดิ โอกุระสปา (The Okura Spa) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจกรุงเทพฯ จึงได้แนะนำ “เพอร์เพิล แพมเพอริง”(Purple Pampering) ทรีทเมนท์ใหม่ที่เลือกใช้ “เปลือกมังคุด” มาปรนนิบัติผิวให้เนียน
กระจ่างใสให้บริการเป็นพิเศษระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม- 30 กันยายน 2560 เท่านั้น

เริ่มทรีทเมนท์ “เพอร์เพิล แพมเพอริง”ด้วยการขัดผิวอย่างอ่อนโยนด้วยครีมขัดผิวที่มีส่วนผสมหลักเป็นเปลือกมังคุด (Mangosteen Body Scrub) เพื่อขัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออก และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวแลดูอ่อนโยน เนียนนุ่ม จากนั้นจึงนวดตัวด้วยน้ำมันหอมระเหยเพื่อคลายความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย โดยเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยสูตรเฉพาะ โอกุระ ซิกเนเจอร์ (Okura Signature) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีส่วนผสมของ พืชตระกูลส้ม ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง และมีกลิ่นหอมสดชื่นจากเปปเปอร์มิ้นท์ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เมื่อจบขั้นตอน ดิ โอกุระ สปา จะมอบผลิตภัณฑ์จากหาญ (Harnn) เป็นสบู่เปลือกมังคุด 1 ก้อน เพื่อนำไปใช้ดูแลผิวพรรณต่อที่บ้าน

ใครอยากให้ผิวนุ่มเนียน ดูผ่องใส สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาเข้ารับบริการได้ที่หมายเลขโทร.02-6879000 หรือ spa@okurabangkok.com

วิจัยชี้ ‘บ้าน’ ไม่ปลอดภัย แหล่งแพร่ ‘ควันมือสอง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275423

วิจัยชี้ ‘บ้าน’ ไม่ปลอดภัย แหล่งแพร่ ‘ควันมือสอง’

วิจัยชี้ ‘บ้าน’ ไม่ปลอดภัย แหล่งแพร่ ‘ควันมือสอง’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำรวจสุขภาพประชาชนไทย เผย คนไม่สูบบุหรี่ แต่ได้รับควันมือสองที่ “บ้าน” มากสุด นักวิจัย ระบุ “เด็ก-ผู้หญิง-ผู้สูงวัย” ถูกทำร้ายทางอ้อม ส่งผลเสี่ยงหอบ-หืด ป่วยง่ายแนะเร่งรณรงค์ห้ามสูบบุหรี่ที่บ้าน พร้อมศึกษาข้อมูลกฎหมายควบคุมสูบบุหรี่ในบ้าน อีกทางเลือกเพื่อปกป้องคนไม่สูบ

รายงานผลสำรวจระบุ 34 ล้านคน “เสี่ยงทั้งๆ ที่ไม่สูบบุหรี่” เผย “บ้าน” แหล่งรับควันมากสุด ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 (พ.ศ.2557) โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมมือกับสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ สำรวจประชากรจาก 20 จังหวัด ในทุกภูมิภาค รวมถึงกรุงเทพฯ โดยการเก็บข้อมูลภาคสนาม ในกลุ่มตัวอย่างอายุ 15 ปีขึ้นไป รวม 19,468 คน

ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร

ประเด็นการสำรวจในหัวข้อ “การได้รับควันบุหรี่มือสองของคนไทย” โดยการวิจัยได้ใช้กลุ่มประชากรตัวอย่างจำนวน 19,468 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป คิดเป็นประชากรที่ไม่สูบบุหรี่จำนวน 48 ล้านคน คนสูบบุหรี่จำนวน 10 ล้านคน โดยพบว่า มีคนที่ไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่นสูงถึง 72.6% หรือคิดเป็นประชากรกว่า 34 ล้านคน ที่ได้รับควันบุหรี่จากผู้ที่สูบบุหรี่

โดยสถานที่ได้รับควันบุหรี่บ่อยที่สุดคือ บ้าน 56.3% หรือคิดเป็นประชากรกว่า 19 ล้านคนรองลงมาคือ ที่ทำงาน 46.1% ที่ร้านอาหาร 35.6% และสถานที่ขนส่งสาธารณะ 25% โดยผู้หญิงได้รับควันบุหรี่ที่บ้านมากกว่าผู้ชาย 68.5% และ 44.1% ตามลำดับ ซึ่งพบว่าจำนวนนี้ไม่แตกต่างจากที่เคยสำรวจ เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยสถานที่ได้รับควันบุหรี่ของผู้ได้รับควันบุหรี่บ่อยที่สุดคือที่บ้าน เช่นเดียวกัน คือ 55%

ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล เครือข่ายนักวิจัยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ให้ความเห็นต่อรายงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 5 ถึงผลการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนบุคคลนั้น กำลังกลายเป็นแหล่งสำคัญที่ทำร้ายคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง/แม่บ้าน ผู้สูงอายุ ซึ่งถ้าคนในบ้านมีผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ก็จะยิ่งส่งผลให้อาการป่วยแย่ลงหรือฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เด็ก จากงานวิจัยต่างประเทศระบุชัดเจนว่า ควันบุหรี่ส่งผลให้เด็กมีโอกาสเป็นโรคหอบ หืด โรคภูมิแพ้ และมีโอกาสเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่ นอกจากนั้นยังส่งผลให้เด็กเกิดความเคยชินจนมองเรื่องการสูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติ และอาจตกเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะสูบบุหรี่ในอนาคตได้

ทั้งนี้ ศ.นพ.วิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์ของทีมวิจัยสรุปสาเหตุของปัญหาได้ว่า การรณรงค์ห้ามสูบบุหรี่ในบ้านของประเทศไทยยังน้อยมาก รวมไปถึงการสื่อสารของคนในครอบครัวที่ยังมีความเกรงใจกัน เช่น พ่อสูบบุหรี่ คนเป็นลูกก็ไม่กล้าที่จะบอก หรือคนเป็นแม่เองก็อาจจะรู้สึกว่ามีอำนาจในการต่อรองน้อย จึงไม่กล้าที่จะห้ามปรามอย่างตรงไป ตรงมา เพราะอาจจะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง ขณะเดียวกันกฎหมายในบ้านเรามุ่งเน้นห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและถือว่าเป็นจุดแข็ง แต่ในทางกลับกันการศึกษาครั้งนี้พอจะบอกได้ว่า “บ้าน” ซึ่งเป็นที่ส่วนบุคคลและน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่กลับกลายเป็นจุดอ่อนจากการเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ เพราะเมื่อนโยบายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะเข้มงวด บ้านจึงเสมือนจุดผ่อนปรนของคนสูบบหรี่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายควบคุมผลกระทบตามมาจึงเกิดกับคนใกล้ชิดโดยตรง

สำหรับแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ในบ้านของประเทศไทยนั้น ศ.นพ.วิชัย เสนอว่า ควรรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนถึงพิษภัยที่เกิดจากบุหรี่ในบ้านให้เข้มข้นขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเกิดความตื่นตัวในเรื่องนี้ โดยยํ้าให้เห็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบเป็นคนในครอบครัวไม่ใช่คนอื่นไกล รวมถึงผู้ที่อาศัยในบ้าน คอนโด แฟลต เป็นต้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ฯลฯ สามารถเป็นผู้นำในการสร้างความตระหนักรู้ได้ดี ตลอดจนการรณรงค์ให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ให้มีภูมิความรู้เป็นเกราะป้องกันปัญหาสุขภาพจากการสูบบุหรี่ในบ้านของผู้ปกครอง สามารถที่จะสื่อสารบอกถึงความไม่ต้องการรับควันจากคนสูบบุหรี่ได้

ส่วนมาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมการสูบบุหรี่ในบ้านนั้น มองว่า อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหา แต่เป็นประเด็นละเอียดอ่อน จะบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ ยังจำเป็นต้องมีข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุน ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป

‘All for love 41’ ฉลอง 100 คู่ จองงานวิวาห์ภายในวันเดียว ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275204

‘All for love 41’ ฉลอง 100 คู่ จองงานวิวาห์ภายในวันเดียว ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

‘All for love 41’ ฉลอง 100 คู่ จองงานวิวาห์ภายในวันเดียว ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.