คุณแหน : 14 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275219

คุณแหน : 14 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 14 มิถุนายน 2560

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ทำประโยชน์ให้สังคมหลายท่าน อาทิ  นพ.พูลพงศ์ อิทธิพงศ์ อดีตผอ.โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ มีพิธีฌาปนกิจไปแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่12 มิถุนายน…ศ.ประภาศน์อวยชัย ราชบัณฑิต อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติอดีต รมว.กระทรวงยุติธรรม อดีตรองประธานศาลฎีกา อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตเลขาธิการเนติบัณฑิตยสภา อดีตกรรมการกฤษฎีกา อดีตประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และอดีตนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีพิธีสวดพระอภิธรรม ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ถึง 21 มิ.ย. ขอให้ทุกท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ…

ll เรื่องของป้าๆ อีกแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่าท่านทูต อัจฉรา เสริบุตรไปกินอาหารกลางวันกับเพื่อนๆ ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ต่อด้วยของหวานคือไอศกรีมกับเค้ก ร้านอร่อย ต่อด้วยไปเดินเล่นนั่งเล่นนั่นนี่จนได้เวลาไปตามนัดอีกนัด เหตุการณ์ระทึกใจเกิดขึ้นเมื่อเธอหารถไม่เจอ ทั้งๆ ที่มั่นใจเต็มร้อยว่าจำที่จอดรถได้ พลันพนักงานจอดรถนายหนึ่งก็เดินเข้ามาหาป้าๆ ที่กำลังหน้าตาเลิ่กลั่ก พนักงานจำได้ว่า“คุณผู้หญิง”จอดรถไว้ที่ไหน! เพราะเขาจำสายสร้อยของเธอได้! หาใช่จำได้เพราะสวยไม่…อันนี้น่าเสียใจนิดหน่อย…

ll รศ.ดร.กัณฑาทิพย์ สิงหะเนติ ได้รับมอบหมายให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับแคชเมียร์ เพื่อลงพิมพ์ในหนังสือ Sense&Sceneในหัวเรื่องว่า มนต์เสน่ห์แคชเมียร์ ถึงกับต้องทุ่มทุนหลบไปซุ่มเขียนอยู่ที่แคชเมียร์จริงๆ ตอนที่ 1 ได้ตีพิมพ์เรียบร้อยแล้วแฟนหนังสือติดตามอ่านได้เลย…

ll มณฑาทิพย์ กฤษณามระ เกษียณอายุการทำงานจาก U.of Michigan มาได้หนึ่งปีแล้ว เลยมีเวลาเล่นเฟซบุ๊คมากขึ้น และจะดำริจะย้ายออกจากดินแดนที่มีหิมะปีละ 6 เดือนด้วย…

ll โรคแปลกๆ เกิดกับ ต่อภัสสร์ ยมนาค ที่นั่งทำงานอยู่ดีๆ ตาก็เบลอไปข้างเดียว หมอบอกว่าเป็นโรค Ocular Migraines หรือไมเกรนขึ้นตา ใครที่ชอบอัดกาแฟ นอนน้อยกินช็อกโกแลตบ่อยๆ เป็นได้ทุกคน เกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาชักกระตุกชั่วคราว ทางแก้คือไปนอนซะ…

ll กำหนดพระราชทานเพลิงศพ วัลลี ยุกตะเสวี ณ วัดธาตุทอง 15 มิ.ย. เวลา 14.00 น. …

ll มีดีต้องอวดค่ะ…ทั้งหล่อทั้งเก่งทั้งดี คุณแม่เกศินี ส่ง“เป๊ป”กัญจน์ ตันประเสริฐ ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก จนจบปริญญาตรี แต่ลูกชายก็มีความเป็นไทยสูงทั้งไลน์ อีเมล์ เฟซบุ๊ค พิมพ์ภาษาไทยได้คล่อง ไปเรียนนักบินก็สอบ TOEIC ได้เต็ม และสอบวิชาของนักบินก็ได้คะแนนสูงลิ่ว ไม่ต้องสอบอีกตลอดชีพ อย่างนี้ไม่ปลื้มยังไงไหวคะ…

ll และแล้ว โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ก็ได้ขึ้นเป็นนักกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลก สมใจชาวไทย ดาราณีย์ ตันชัยสวัสดิ์ ถึงกับรำพึงว่า…“แกพัตต์เบอร์ดี้สามสิบฟุตลงหลุม?? เราพัตต์สามสิบเซ็นต์ ยังไม่ลงเลย”…

ll เนตรนฤมล ศิริมณฑล เป็นแขกรับเชิญจากเพื่อนรัฐศาสตร์ ไปมอบทุนการศึกษาที่นครสวรรค์และพิษณุโลก เพื่อนพาเข้าสวนทุเรียน ทั้งชิมทั้งซื้อ สารภาพว่าไม่เคยกินทุเรียนมากขนาดนี้มาก่อนเลย ก็ 10 คนต่อทุเรียน 20 กก. สิ้นเข่งใส่เปลือกไป 2 เข่งใหญ่ๆ น่ะ…ll

หนูภาฯ

องค์การสวนสัตว์เตรียมเปิดแอพพลิเคชั่นปลายปี สร้างห้องเรียนผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275188

องค์การสวนสัตว์เตรียมเปิดแอพพลิเคชั่นปลายปี สร้างห้องเรียนผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

องค์การสวนสัตว์เตรียมเปิดแอพพลิเคชั่นปลายปี สร้างห้องเรียนผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุริยา แสงพงค์

เพื่อเป็นการเชิญชวนให้เยาวชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมสวนสัตว์เพิ่มมากขึ้น หลังจากซบเซามาพักใหญ่องค์การสวนสัตว์ ได้เตรียมจัดทำแอพพลิเคชั่นขึ้นมาเพื่อเป็นจุดขายให้ผู้มาเยี่ยมเยือนสามารถเรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ชนิดต่างๆ ทั้ง 7 สวนสัตว์ ในระหว่างเดินเที่ยวชมเป็นการสร้างสีสัน และความทันสมัยในคราวเดียวกัน

สุริยา แสงพงค์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสวนสัตว์อยู่ในความดูแล รับผิดชอบทั้งหมด 7 แห่ง มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการให้การศึกษา การอนุรักษ์และขยายพันธุ์ และการจัดสวนสัตว์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป มีกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทยเป็นหลัก โดยสร้างจุดขายและกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวคนไทยเป็นแบบครอบครัว มี พ่อ แม่ ลูกเข้ามาเที่ยว

ทั้งนี้ ทางองค์การสวนสัตว์เอง ได้ระดมทีมงานเข้าไปช่วยจัดทำแผนบูรณาการทุกสวนสัตว์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งเรื่องของการทำแผนการตลาด การจัดทำโปรโมชั่นต่างๆ และในส่วนของผู้บริหารองค์การสวนสัตว์เองก็ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและได้เข้ามาให้การสนับสนุนเรื่องของงบประมาณต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดให้แต่ละสวนสัตว์เพิ่มขีดความสามารถเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้กลับเข้ามาเที่ยวชมสวนสัตว์ทั้ง 7 แห่งในปริมาณที่มากขึ้น ขณะเดียวกันทางองค์การสวนสัตว์โดยฝ่ายสำนักงานพัฒนาธุรกิจ ได้มีความร่วมมือกับสถานศึกษาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียน นักศึกษา เช่น การลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) กับมหาวิทยาลัยต่างๆ

นอกจากนี้เป้าหมายสำคัญขององค์การสวนสัตว์คือ การเพิ่มมูลค่าทางสังคม คือการมีภารกิจร่วมกับการศึกษาอนุรักษ์และวิจัยการถ่ายทอดองค์ความรู้ สิ่งแวดล้อม ซึ่งหากองค์การสวนสัตว์สามารถดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของโรงเรียนเข้ามาจะเป็นส่วนหนึ่ง
จริงๆ แล้วมูลค่าทางเศรษฐกิจและการศึกษาแม้คิดเป็นตัวเงินอาจจะได้ไม่มากแต่มูลค่าทางสังคมนั้นมหาศาลเพราะถ้าเราเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยส่งนักเรียน นักศึกษาเข้ามาศึกษาความรู้แล้วอีกด้านหนึ่งจะช่วยให้สวนสัตว์มีความคึกคักมากขึ้นด้วย

“เรามองว่าถ้าเด็กได้เข้ามาเรียนรู้ในสวนสัตว์ได้มาเห็นสิ่งต่างๆ ในสวนสัตว์แล้วองค์การสวนสัตว์ได้คาดหวังการถ่ายทอดการประชาสัมพันธ์ของเด็กนักเรียน นักศึกษา จากปากต่อปากเชิญชวนผู้ปกครองเพื่อนหรือญาติพี่น้องให้เข้ามาเที่ยวที่นี่ ซึ่งจะช่วยดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาเที่ยวที่นี่ได้มาก”

นายสุริยา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสังคมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ในส่วนของการใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะการใช้สื่อ Social media เป็นเครื่องมือสื่อสารและประชาสัมพันธ์เรื่องราวขององค์การสวนสัตว์ไปยังประชาชนทั่วไปผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนนั้น มีความสำคัญมาก ทางองค์การสวนสัตว์จึงได้ปรับการสื่อสารตามกระแสสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วย

ซึ่งล่าสุดทางองค์การสวนสัตว์ กำลังจัดทำแอพพลิเคชั่นของสวนสัตว์ขึ้นมาเพื่อเป็นจุดขายและให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวสามารถเรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ชนิดต่างๆ ทั้ง 7 สวนสัตว์ผ่านแอพพลิเคชั่น ในระหว่างเดินเที่ยวชมสัตว์ต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น การยืนหน้ากรงสัตว์ชนิดหนึ่ง จะทราบผ่านแอพฯได้ว่า สัตว์ชนิดนี้ชื่ออะไร ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร มีถิ่นกำเนิดมาจากที่ไหน ชอบกินอาหารอะไร กินอย่างไร ฯลฯ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นและกิจกรรมร่วมสนุกผ่านแอพฯมากมาย อาทิ การถ่ายภาพประทับใจร่วมกับสัตว์ที่ชื่นชอบแล้วแชร์ต่อ การร่วมกิจกรรมไฮไลท์ในแต่ละสวนสัตว์แล้วบอกต่อฯลฯ คาดว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวจะดาวน์โหลดใช้งานได้ในปลายปีนี้ นับเป็นการสร้างระบบการเรียนรู้แบบสมัยใหม่ เป็นห้องเรียนในมือถือสมาร์ทโฟนที่อยู่ในสถานที่จริง

ส่วนสวนสัตว์ทั้งหมด 7 แห่งประกอบด้วย สวนสัตว์ดุสิตหรือสวนสัตว์เขาดิน, สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่, สวนสัตว์นครราชสีมา, สวนสัตว์สงขลา, สวนสัตว์อุบลราชธานี, สวนสัตว์ขอนแก่น

วีอายแวร์ ดีไซน์เท่ไม่ซํ้าใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275222

วีอายแวร์ ดีไซน์เท่ไม่ซํ้าใคร

วีอายแวร์ ดีไซน์เท่ไม่ซํ้าใคร

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

V EYEWEAR (วีอายแวร์)แบรนด์แว่นตาและแว่นกันแดดภายใต้เครือ Jaspal(บริษัท ยัสปาล จำกัด)ที่สร้างผลงานอันเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์“Wear Your Independence”หรือการสวมใส่อิสระภาพทางความคิดได้สร้างผลงานออกแบบอันโดดเด่นด้วยการจับมือสร้างสรรค์แว่นตาดีไซน์เท่กับกลุ่มนักดนตรีอิสระอย่างขวัญใจวัยรุ่นอย่างScrubbและ Kidnappers ในปีที่ผ่านมาคราวนี้ V EYEWEARกลับมาอีกครั้งกับV EYEWEAR x Mafia Factory: Special Edition (วีอายแวร์ Xมาเฟีย แฟคทอรี รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด) นำเสนอแว่นกันแดดรุ่นล่าสุดที่ออกแบบร่วมกับ Mafia Factory กลุ่มนักออกแบบของเล่นไทยในรูปแบบของตุ๊กตาโมเดลที่เรียกกันว่า Platform toy หรือ DIY Toy อันกำลังเป็นที่นิยมของดีไซเนอร์และนักสะสมในวงการ

แว่นกันแดดรุ่นล่าสุดนี้มีชื่อว่า Milton ซึ่งมาพร้อมกับความชัดเจนในสไตล์เรียบง่ายแต่โดดเด่นตัวแว่นทำจาก Italian acetate 100% ซึ่งมีน้ำหนักเบายืดหยุ่นและทนทานนำเสนอในโทนสีดำ Night Out ตัดกับเลนส์กันแดดคุณภาพสูงจาก ZIESS LENS สี Coral Solid การจับคู่สีและรูปทรงนี้ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสไตล์ Unisex สวมใส่ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง และยังนำเสนออักษรสลักV Eyewear x Mafia Factory บนขาแว่นเน้นดีเทลความเป็น limited edition ที่ไม่เหมือนใคร นอกเหนือจากการผลิตในจำนวนจำกัดแล้ว สำหรับการCollaboration ในครั้งนี้ยังได้จัดทำตุ๊กตาโมเดลรุ่นพิเศษเฉพาะขึ้นมาเท่ากับจำนวนแว่น จึงเป็นที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบทั้งในเรื่องของแฟชั่นและการออกแบบ

หากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบสไตล์เท่ไม่ตามใครและสนใจในดีไซน์ใหม่ๆที่มาพร้อมกับคุณภาพคุ้มราคาแว่น Milton จาก V EYEWEAR สามารถเป็นเพื่อนคู่ใจที่ตอบโจทย์ทั้งด้านรูปลักษณ์และไลฟ์สไตล์อย่างไม่มีวันตกยุคอย่างที่ทางแบรนด์กล่าวไว้ว่า “แฟชั่นมักแปรผันไปในแต่ละซีซั่นแต่สิ่งที่ยังคงอยู่เสมอคือสไตล์เฉพาะตัวของผู้ที่สวมใส่แต่ละคน V EYEWEAR จึงตั้งใจสร้างทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าที่รักแฟชั่นแต่ยังต้องการความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ว่าจะอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้า ก็ไม่มีวันตกเทรนด์แน่นอน”

พบกับ V EYEWEARX Mafia Factory special collaboration project (Limited Edition) ที่ร้าน V EYEWEAR ทั้ง 7 สาขาทั่วประเทศ

พิชิตหลุมสิวด้วยนวัตกรรม ‘อากาศแรงดันสูง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275178

พิชิตหลุมสิวด้วยนวัตกรรม ‘อากาศแรงดันสูง’

พิชิตหลุมสิวด้วยนวัตกรรม ‘อากาศแรงดันสูง’

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ

ปัญหาผิวหน้าที่สร้างความหนักใจให้กับคนหนุ่ม-สาวคงหนีไม่พ้นเรื่องปัญหาแผลเป็นและหลุมสิว อันเป็นผลพวงมาจาก “สิว” เจ้าปัญหา เป็นที่รู้กันว่าวงการแพทย์ความงามได้พัฒนาเทคโนโลยีมากมายเพื่อรักษาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผลพวงของสิว และล่าสุดกับนวัตกรรมการรักษาด้วยการใช้อากาศแรงดันสูง หรือ “Intradermal air Dissection” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมในประเทศเกาหลี

นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เอไอซีคลินิก (AIC Clinic) ผู้บุกเบิกด้านการร้อยไหมละลายเกาหลีในเมืองไทยและผู้บุกเบิกเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกระดูกด้วยเข็มปลายทู่ อีกทั้ง ยังเป็นแพทย์วิทยากรและแพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ระดับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวถึงสาเหตุของการเกิดแผลเป็นและรอยหลุมสิวว่า ปัญหาหลุมสิวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลไกซ่อมแซมตัวเองของผิวหนัง เพราะธรรมชาติของผิวหนังมนุษย์ ประกอบด้วยหนังกำพร้าและหนังแท้ โดยระหว่างชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ จะมีชั้นเซลที่เรียกว่า Basal Cell Layer (ชั้นเบซัลเซล) ทำหน้าที่ซ่อมแซมเซลผิวที่สึกหรอ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเกิดแผลเป็นของผิวหนัง เนื่องจากหากเกิดบาดแผล หรืออาการบาดเจ็บของชั้นผิวหนังที่ลึกจนทำลายชั้น Basal Cell Layer จะส่งผลให้ร่างกายผลิตเซลใหม่ หรือ พังผืดขึ้นมาเพื่อยึดเกาะผิวไว้กับเนื้อเยื่อข้างใต้นั่นเอง

ขณะที่แนวทางการรักษารอยแผลเป็นและหลุมสิวนั้น นิยมรักษาด้วยการทำเลเซอร์ ซึ่งบางครั้งความร้อนจากเลเซอร์ทำให้ผิวหนังบางลง และไวต่อแสง ยิ่งทำหลายๆ ครั้งผิวก็จะบางลงจนเห็นเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ใต้ผิว และดำคล้ำเมื่อถูกแสงแดด

สำหรับการรักษาแผลเป็นหลุมสิวด้วยฟิลเลอร์นั้นมักไม่ค่อยได้ผลเพราะแผลหลุมสิวมีจะพังผืดใต้ผิวดึงรั้งไว้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างที่ประเทศเกาหลี มีนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ “Intradermal air Dissection” (อินทราเดอมอลแอร์ดีสเซคชั่น) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เข็มขนาดเล็กมากๆ สะกิดลงใต้ผิวบริเวณที่มีพังผืดเกาะ จากนั้นปล่อยแรงอัดอากาศที่มีความเร็วสูงลงไป เพื่อเลาะพังผืดที่ยึดระหว่างเซลผิวและชั้นผิวออกจากกัน โดยวิธีนี้จะไม่ทำลายเซลผิวและยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวสร้างเซลผิวใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะสามารถรักษาแผลเป็น หลุมสิวและร่องลึกบนใบหน้าแล้ว ยังรักษารอยแตกลายของผิวให้ค่อยๆ หายไป อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง เสมือนได้ผิวใหม่พร้อมหน้าใสอีกด้วย เพราะพังผืดสามารถเกิดขึ้นได้ตามร่องหว่างคิ้ว หรือร่องติดบริเวณหน้าผาก ซึ่งเกิดจากการหักพับของผิวเป็นเวลานานส่งผลให้เซลผิวขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง จึงเกิดเป็นพังผืดดึงรั้งผิว และกลายเป็นริ้วรอยนั่นเอง

แต่ทั้งนี้ การดูแลผิวหน้าที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นโดยเฉพาะผู้ที่มีสิวมากและอักเสบบ่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง อาทิ การรับประทานยา และการฉีดยาลดการอักเสบเข้าที่หัวสิว เพราะแผลเป็นหลุมสิวจะเกิดกับหัวสิวที่อักเสบระยะปานกลางหรือมากเท่านั้น เมื่อรักษาสิวให้หายแล้ว ก็ต้องป้องกันการเกิดสิวใหม่ด้วย โดยหมั่นทำความสะอาดผิวหน้าสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องสำอางก็ควรใช้ Cleanser (คลีนเซอร์) เช็ดเครื่องสำอางออกให้หมด เพื่อลดโอกาสการอุดตันของรูขุมขนอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

สามารถอ่านบทความให้ความรู้หรือศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.aic-clinic.com และ http://www.facebook.com/aicclinic หรือ โทร.02-2871200

พลิกตำรา!! รู้ทันเทรนด์รักษาสุขภาพ ‘กาย – ใจ’ยุคพ.ศ.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275312

พลิกตำรา!! รู้ทันเทรนด์รักษาสุขภาพ 'กาย – ใจ'ยุคพ.ศ.นี้

พลิกตำรา!! รู้ทันเทรนด์รักษาสุขภาพ ‘กาย – ใจ’ยุคพ.ศ.นี้

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 22.34 น.

จากสถิติล่าสุด ประเทศไทยนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งคาดว่าในอีกประมาณ 8 ปีข้างหน้า จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และอาจส่งผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สอดคล้องกับสิ่งที่เจ้าแม่สมุนไพรของเมืองไทย คุณมุ่ย – สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ แห่งมี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “ฮาร์ติก้า” นวัตกรรมใหม่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า “ปัจจุบันปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทยมักเกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเร่งรีบ มีไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ซึ่งโรคที่คนส่วนใหญ่ที่กลุ่มผู้สูงอายุมักจะเป็นกันนั้น เรียกว่า “โรค3 สหาย” อันได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง ซึ่งนับเป็นโรคท็อปฮิตที่ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่จะมีอาการที่มีความต่อเนื่องกัน หากเกิดอาการใดอาการหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยคนนั้นต้องทานยาไปตลอดชีวิต”

คุณมุ่ย – สลิลาพร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในอดีตโรคเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไป ทำให้โรคเหล่านี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีอายุน้อยลง จากเมื่อก่อน เรามักจะเห็นกลุ่มผู้ป่วยโรคเหล่านี้ ในช่วงวัยอายุ 40 ปี ขึ้นไป แต่จากการสำรวจพบว่า มีกลุ่มผู้ที่เกิดโรคนี้ ในกลุ่มอายุเพียง 30 ปี เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ที่เราทุกคนตั้งแต่กลุ่มวัยทำงานที่มีความเสี่ยงทั้งจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น”

จากปัญหาสุขภาพดังกล่าว นพ.สมโภช นิปกานนท์ แพทย์ผู้ก่อตั้งสถาบันทางการแพทย์ อีลิท ไลฟ์ อินทิเกรทเตท เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Elite Life Integrated Medical Center) กล่าวว่า “เทรนด์การดูแลสุขภาพในช่วงระยะหลังมานี้ เรียกว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเทรนด์ของยุค พ.ศ. นี้ คือ การที่เราหันมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดีที่สุด ตั้งแต่ยังไม่เกิดโรคหรือความเจ็บป่วยกับร่างกายเป็นอันดับแรก บางอย่างอาจไม่สามารถเห็นได้ด้วยอาการภายนอก แต่อาจทราบหลังจากการตรวจร่างกาย หรือการเช็คอัพประจำปี ดังนั้น เพื่อให้การเช็คอัพร่างกายประจำปี ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว เราทุกคนจึงควรต้องดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด”

“นอกจากนั้น ความเชื่อในแบบเดิมๆ ที่ทุกคนเคยรู้มา อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียกับสุขภาพตามมาโดยไม่รู้ตัว อาทิ 1) การทานอาหารมื้อเช้า คนส่วนใหญ่มักเข้าใจกันว่า การทานอาหารมื้อเช้าต้องทานในปริมาณที่เยอะที่สุด ซึ่งในความจริงแล้ว การทานอาหารหนึ่งมื้อหนักๆ จะทำให้ระบบของร่างกายทำงานหนัก ซี่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ดังนั้น การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ควรมีปริมาณที่พอเหมาะ โดยสามารถทานได้บ่อยครั้ง แต่ควรแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ หลายๆ มื้อ เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่

2) การออกกำลังกายอย่างหักโหมในตอนเช้า แต่ก่อนมักเชื่อกันว่าออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี ซึ่งในความเป็นจริง เราไม่ควรออกกำลังกายหนักจนเกินไป เช่น การวิ่งติดต่อกันเป็นเวลานานๆ แต่ควรเลือกออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เพื่อเป็นการวอร์มร่างกายในช่วงเช้า ให้ทำงานอย่างมีสมดุลตลอดทั้งวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิดกันมาตลอด แต่เพียงแค่เรารู้จักปรับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ก็สามารถช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นด้วย นอกจากนั้น การดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างง่ายๆ นั้น สามารถทำได้โดยการบำรุงสุขภาพโดย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตออกมาในตลาดเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคก็ควรต้องเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุด จากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ” นพ.สมโภช กล่าวเพิ่มเติม

จากข้อมูลข้างต้น หากเรารู้จักที่จะเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีเสียตั้งแต่วันนี้ ก็ไม่น่าจะสายไป ที่จะไม่ให้ปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมารังควานสุขภาพกาย และถ้าสุขภาพกายของเราดี ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัว ทำให้สุขภาพใจป่วยตามไปด้วย!!!

คุณแหน : 13 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275014

คุณแหน : 13 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 13 มิถุนายน 2560

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในการออกเมรุ ร้อยโท หม่อมหลวงพลายชุมพล กิติยากร 18 มิ.ย. เวลา 18.00 น.ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ 18 มิ.ย. เวลา 17.00 น. …

ll พี่น้องคู่ขวัญช่วงระวี และ วิวรรณ กรรณสูต แห่งบริษัทMaximage กลับมาจาก Cannes Film Festivalแล้วด้วยความสำเร็จเกินคาด ครั้งนี้นำทีมงานชุดใหญ่ซึ่งสนับสนุนโดยกระทรวงพาณิชย์ไปจัดงานครั้งสำคัญ Thai Night ที่ รร. Intercon Carlton เมือง Cannesรวมถึงประกอบกิจกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อีกทั้งอาทิตย์ ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยโดยมีบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ไทยยกทีมไปร่วมโปรโมทผลงานกว่า 30 บริษัท ซึ่งต่างชื่นมื่นได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นอย่างดี…

ll ประเด็นร้อนที่กลายเป็นหนังชีวิตเรื่อง ซูเปอร์คาร์-DSI โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร และ บอย ยูนิตี้ เมืองไทยเต็มไปด้วยเศรษฐี Nuvo Rich พร้อมควักตังค์จ่ายซื้อซูเปอร์คาร์เพื่อเสริมบารมี ในเมื่อรถลัมโบกินีราคาคันละ 40 ล้าน เขาซื้อโดยไม่คิดเลยเมื่อราคาขายอยู่ที่ 9 ล้าน ทุกวันนี้ในกทม.มีซูเปอร์คาร์มากมายหลายพันคัน แต่สังเกตบ้างไหมระยะนี้บนท้องถนนแทบไม่มีให้เห็น เจ้าของรถไม่กล้านำรถคันงามมาขับโชว์เพราะกลัวด่านตรวจตำรวจนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อทางการจับกุมยึดรถเถื่อนแล้วนำไปประมูลขายทอดตลาดมักจะมีขบวนการถอดอุปกรณ์ชิ้นสำคัญรถออก เช่น เครื่องเสียง, กล่องสมองกล มูลค่าหลายล้าน ในที่ประมูลบ่อยครั้ง คนนอกจึงไม่กล้าสู้ราคาปล่อยให้พวกขาใหญ่รู้เส้นสนกลในช้อนซื้อได้ไปแบบสุดเนียน…

ll ก่อนรับยศจริงเป็น “พ.ต.ต.” ร.ต.อ.เอกพล ปัญจมานนท์ขอให้บิดา พล.ต.ท.อดิเทพ และมารดา วรินทร์ทิพย์ติดยศให้ที่บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต…

ll ปลายเดือนนี้ พล.ต.หญิง ชุลีกร ไชยศิริ พาลูกชายคนเล็ก นันทพล ไปทัวร์รัสเซียกัน ทริปนี้คุณแม่ได้สวมหมวกแบบชาวรัสเซียนสมใจ…

ll ส่วน พล.อ.ต.เสนาะ กับ พล.อ.ต.หญิงยลสรวย วาริทสวัสดิ์ ไปท้วร์ตุรกี ช่วงเวลานี้…

ll จรัสพร จันทร์น้อย ฝากขอบคุณ สกาวรัตน์ ต่อใจ, ธนัทจารุวิจิตร และประสิทธิ์ จำปาแขก แห่งโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ที่จัดเลนส์สติ๊กเกอร์ปริซึมแว่นตาพิเศษเห็นชัดแจ๋วโดย พญ.ปานฉัตร ภัครัชพันธุ์ แห่งรพ.จุฬาลงกรณ์ประสานให้ เป็นนวัตกรรมใหม่ไม่ต้องใช้เลนส์หนาเตอะ…

ll ซุ่มเรียนตัดผมชายมาหลายเดือนแล้ว แพรวลัย ตามประทีป ออกสนามตัดผมจริง ให้ทหารกล้าที่ ม.พัน 29 รอ. กองพันทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ แบบฟรีๆ งานนี้คนสวยใจดีบอกตัดคนเดียวเล่นทหารไป 15 หัว ออกมาหล่อสกินเฮดกันถ้วนทั่ว…เก่งจริงๆ ค่ะ!!…ll

บารอนเนส

โก้หรูและมีเสน่ห์ ในแบบฉบับของ‘คานิท’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275015

โก้หรูและมีเสน่ห์ ในแบบฉบับของ‘คานิท’

โก้หรูและมีเสน่ห์ ในแบบฉบับของ‘คานิท’

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร

ความงดงามตามแบบฉบับของหญิงสาวผู้หลงใหลในความโก้หรูและมีเสน่ห์ของ “คานิท” (Canitt) ได้ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นพรี-ฟอล 2017 ที่มีชื่อว่า “ลอว์ส ออฟ แอทแทรคชั่น” (LAWS OF ATTRACTION) กับผลงานการดีไซน์เสื้อผ้าที่สื่อสารผ่านเส้นสายและทรวดทรงจากหญิงสาวในจินตนาการของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบ “นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร” ถูกถ่ายทอดเป็นความสมบูรณ์แบบของอาภรณ์ที่สามารถสร้างแรงดึงดูดอันน่าค้นหา พร้อมขับเน้นความงดงามของหญิงสาวผู้สวมใส่ในทุกท่วงท่าของการใช้ชีวิต ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ยลโฉมพร้อมกันแล้ววันนี้

ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ กล่าวว่าคอลเลคชั่นนี้ทางทีมดีไซน์ได้นำเสนอห้วงอารมณ์อันวาบหวามและอ่อนไหว ตลอดจนความเป็นธรรมชาติของหญิงสาวในยามผ่อนคลาย ผ่านซิลลูเอทอันโค้งเว้าที่ขับเน้นเรือนร่างของผู้หญิงได้อย่างน่าค้นหา ด้วยเส้นสายสุดโมเดิร์นที่สอดแทรกด้วยลูกเล่นของเนื้อผ้า พร้อมเทคนิคการตัดเย็บอันแยบยลที่ช่วยเน้นจุดเด่นและปิดจุดด้วยที่มาพร้อมฟังก์ชั่นสวมใส่สบาย สามารถถ่ายทอดความเป็นเฟมินีนออกมาได้อย่างทันสมัย โดยมีชิ้นเด่นอยู่ที่บราลูกไม้ดีไซน์เก๋ที่ช่วยเผยผิวสวยได้อย่างน่าหลงใหล เพิ่มความเซ็กซี่อย่างมีระดับด้วยเสื้อสายเดี่ยวตัวโคร่งให้สาวๆ ได้สนุกกับมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างไม่รู้จบ

และอีกหนึ่งความงดงามที่ทางแบรนด์ได้บรรจงถ่ายทอดออกมาให้หญิงสาวในแบบฉบับของ “คานิท” (Canitt) ได้สัมผัส นั่นก็คือการเลือกใช้โทนสีอันนุ่มนวล โรแมนติก และคลาสสิก ด้วยการไล่เฉดสีนู้ดให้เข้ากับทุกสีผิวของผู้หญิง เพิ่มความหวานด้วยสีชมพู และสีดำ ที่สะท้อนถึงความโก้หรูได้เป็นอย่างดี

15 แบรนด์ดังส่งมาสเตอร์พีซร่วมประมูลการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275002

15 แบรนด์ดังส่งมาสเตอร์พีซร่วมประมูลการกุศล

15 แบรนด์ดังส่งมาสเตอร์พีซร่วมประมูลการกุศล

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอลิส ก็องเนต์-ป็อง และ แคทเธอริน เรนิเยร์ ผู้บริหารแบรนด์ แวน คลีฟ&อาร์เปลส์

นิตยสาร โว้ก ประเทศไทย (VOGUE Thailand) คัมภีร์ แฟชั่นระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์ในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากล จัดงานกาลาดินเนอร์ การกุศล “Vogue Gala” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4เพื่อยกระดับผ้าไทยท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ผ่านการรังสรรค์เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก 15 แบรนด์ดังระดับโลก พร้อมนำไปประมูลเพื่อระดมเงินทุนสนับสนุนดีไซเนอร์ไทยผู้มีความสามารถให้มีโอกาสพัฒนาและต่อยอดในเชิงธุรกิจผ่านโครงการ Vogue Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก 15 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก จำนวน 22 ชิ้น ได้แก่ บิยัน (Biyan), ดี วี เอฟ (DVF), ยูแจน ริกอนโน (EugèneRiconneaus), จิมมี่ ชู (Jimmy Choo), เคทสเปด (Kate Spade), ลูลู่ กินเนส (LuluGuinness), มานิช ออโรร่า (Manish Arora), ณัชชา (Nasha), เพนตา จาก โมทีฟ เฟอร์นิเจอร์ (Penta, MotifFurniture), โรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier), ร็อคแซม (Roxherm), ทอดส์ (Tod’s), ทอรี่ เบิร์ช (Tory Burch) แวน คลีฟ&อาร์เปลส์ (Van Cleef and Arpels) และ วทานิกา (Vatanika) โดยแต่ละแบรนด์ได้รังสรรค์ผ้าไทยท้องถิ่นจากหลากหลายแห่งทั่วประเทศออกมาได้อย่างร่วมสมัยและแตกต่างน่ามอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกาและโคมไฟ ซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจมากที่คนไทยจะได้เห็นผ้าไทยปรากฏเป็นผลงานที่มีชิ้นเดียวในโลก โดยผลงานเหล่านี้ได้จัดแสดงนิทรรศการไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ฮอลล์ออฟเฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา สวยสง่าในชุดผ้าไทยและเครื่องประดับ แวน คลีฟ&อาร์เปลส์

หนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีซจากแบรนด์ แวน คลีฟ&อาร์เปลส์ (Van Cleef and Arpels) ได้ร่วมรังสรรค์เรือนเวลารุ่นพิเศษที่มาพร้อมสร้อยคอเข้าเซตในคอลเลคชั่น Alhambra (อัลลองบรา) ที่สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 1968 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากดอกประดับพื้นผนังบนป้อมปราสาทอัลลองบราในแคว้นแอนดาลูเชียมาออกแบบแผ่นโมทีฟได้รับการยกย่องให้เป็นเครื่องประดับนำโชค และเป็นหนึ่งในตัวแทนมรดกวัฒนธรรมหัตถศิลป์จากผู้ผลิตเครื่องประดับชั้นสูงแห่งนี้

สำหรับนาฬิกาถูกออกแบบมาให้อยู่เหนือความนิยมของยุคสมัยในงานออกแบบสัญลักษณ์ประจำเมซง หน้าปัดนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษนี้ ทำจากแผ่นแม่มุกหรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ล เพื่อเน้นความเรียบง่ายทางรูปทรงแผ่นโมทิฟภายในตัวเรือนกรอบหน้าปัดทรงอัลลองบราทำจากทองคำ ฝังเพชรรอบหน้าปัดเพื่อเติมเต็มความหรูหรา วิจิตรบรรจงได้อย่างลงตัวให้แก่ผลงานสร้างสรรค์หนึ่งเดียวในโลกอันเป็นบทหลอมรวมระหว่างศิลปะการผลิตนาฬิกาข้อมือและไหวพริบความชำนาญด้านการออกแบบเครื่องประดับอัญมณี โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสายนาฬิกาที่ทำขึ้นจาก ผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งได้รับการถักทอมาเป็นพิเศษจากทางภาคอีสานของประเทศไทยรองรับตัวเรือนสุดหรูหราเคียงคู่มากับสร้อยในคอลเลคชั่นอัลลองบราทั้งนี้ งานกาลาดินเนอร์การกุศล “Vogue Gala” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรม พาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ นั้น เงินที่ได้จากการประมูลผลงานมาสเตอร์พีซจำนวน 22 ชิ้น จาก 15 แบรนด์ จะนำไปสนับสนุนโครงการ Vogue Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund เพื่อเป็นการยกระดับและความสามารถของวงการดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ชุดสร้อยคอและนาฬิกา คอลเลคชั่นอัลลองบรา

เดอะ เทอเรส จับมือมูลนิธิเตียงฯช่วยเหลือชุมชน เปิดตัวเมนูสุดสร้างสรรค์จากข้าวสังข์หยด พัทลุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275017

เดอะ เทอเรส จับมือมูลนิธิเตียงฯช่วยเหลือชุมชน เปิดตัวเมนูสุดสร้างสรรค์จากข้าวสังข์หยด พัทลุง

เดอะ เทอเรส จับมือมูลนิธิเตียงฯช่วยเหลือชุมชน เปิดตัวเมนูสุดสร้างสรรค์จากข้าวสังข์หยด พัทลุง

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมกมล เวชชาชีวะ, วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ และฉัตรฤดี ศุขตระกูล

เดอะ เทอเรส (The Terrace) ร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในเครือบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)ร่วมกับ มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ในโครงการ “เซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน” สนับสนุนผลิตผล ข้าวสังข์หยด ของเด่นจากจังหวัดพัทลุง ซึ่งชาวใต้รู้จักกันมานานนับ 100 ปี เพื่อสร้างให้เป็นผลิตผลเกษตรเฉพาะถิ่น และเป็นมรดกวัฒนธรรม เพื่อความยั่งยืนและสร้างรายได้ของชุมชน โดยเปิดตัวเมนูสุดพิเศษ“ข้าวสังข์หยด เมล็ดพันธุ์… แห่งความสุข” ที่ เดอะ เทอเรสได้นำข้าวสังข์หยดที่เป็นข้าวกล้องมาพัฒนาเป็นเมนูคาว-หวานให้ได้ลิ้มลอง ตั้งแต่ วันนี้-20 สิงหาคม 2560

วันทนีย์ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวถึงการทำงานของ มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ รวมถึงที่มาของโครงการ เซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน(ประชารัฐ) ว่า “มูลนิธิเตียงฯ ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่หวังผลประโยชน์  โดยมีวัตถุประสงค์ ช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เยาวชนที่ยากจนและโรงเรียนสังกัด สพฐ./ตชด.ปีละ 3-4 โรงเรียน รวมถึงการฝึกวิชาชีพเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวได้, ส่งเสริมการสาธารณสุข, ช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย และร่วมกับหน่วยราชการ หรือองค์อื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

สาธิตทำเมนูสมูทตี้

โดยเมื่อปี 2553 การดำเนินการของมูลนิธิฯ จะมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทุกพื้นที่ เราจึงได้น้อมนำพระราชดำรัสความพอเพียงในรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำเนินการรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม เพราะเราเชื่อว่าการช่วยสนับสนุน “ด้านเศรษฐกิจพอเพียง” นี้แข็งแรง ก็จะทำให้บ้านหลังใหญ่ยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเราเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่ชุมชนในด้านผลผลิตทางการเกษตร เพื่อความยั่งยืน สามารถเพิ่มรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคือ เกษตรกรต้องลด ละ เลิก การใช้สารเคมี, ต้องอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ GI (GI-Geographical Indication) โดยขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทุกคนจะต้องผ่านขั้นต่ำที่สุดคือ ได้รับการรับรองคุณภาพจากกรมวิชาการเกษตรให้ได้มาตรฐานของผู้ปลูก ที่เรียกว่า การผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม หรือ GAP (Good Agriculture Practices) รวมทั้งจะบอกกับทุกชุมชนว่า โครงการเราจะผลิตแต่ผลผลิตที่มีคุณภาพและตรงความต้องการของตลาด”

สมกมล เวชชาชีวะ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และ มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนในการสนับสนุนปลูกข้าวสังข์หยดที่จังหวัดพัทลุง ว่า “เพื่อเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างชุมชนต้นแบบ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ทางมูลนิธิฯ เราสร้างโรงแปรรูปสินค้าให้แก่กลุ่มเกษตรกร โดยโรงแปรรูปจะต้องได้รับมาตรฐาน Good Manufacturing Practice (GMP) เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานของเกษตรกรทุกคนในโครงการ ตั้งแต่เรื่องการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ พัฒนาผลผลิต เช่น จัดตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์ กองทุนซื้ออุปกรณ์ในการแปรรูป ทำโรงบรรจุภัณฑ์สินค้าที่ได้มาตรฐาน เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตของเกษตรกรก็จะดีขึ้น ทุกวันนี้เรานำธุรกิจมารองรับผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อมาจำหน่ายแต่ไม่ได้ผูกขาด ใครต้องการซื้อผลผลิตก็สามารถติดต่อได้โดยตรงที่กลุ่ม

ข้าวสังข์หยดของเด่นจากจังหวัดพัทลุง

ปัจจุบันมีชุมชนข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง ที่มูลนิธิเตียงฯ ให้การสนับสนุนทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มศูนย์สาธิตวิสาหกิจชุมชนท่าช้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน, กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรใสยาว-มวลชน ต.โตนดด้วน อ.ควนขนุน และวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง ต.ปันเต อ.ควนขนุน รวมจำนวนสมาชิกทั้งหมด 252 คน มีจำนวนพื้นที่รวม 1,339 ไร่

ส่วน ฉัตรฤดี ศุขตระกูล ผู้อำนวยการอาวุโส แบรนด์ เดอะ เทอเรส บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) กล่าวว่า “ปีนี้ทางมูลนิธิเตียงได้ส่งเสริมให้ชุมชนนำผลิตภัณฑ์ข้าวมาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์เส้นหมี่ และอื่นๆ และพัฒนาเมนูมาเป็นรายการอาหารใหม่ๆ ให้เปลี่ยนรูปแบบจากการบริโภคเป็นเมล็ดข้าวเท่านั้น จึงทำให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหาร, ขนมหวาน จากผลิตภัณฑ์ข้าวสังข์หยดได้โดยไม่รู้สึกจำเจ
ในรสชาติ และหน้าตาอาหาร สำหรับรายการอาหารที่จะแนะนำมีทั้ง เส้นหมี่ข้าวสังข์หยด-แกงเขียวหวานปลากะพงทอด หรือจะเป็นอาหารจานเดียว ข้าวสังข์หยดผัดแจ่ว-ไก่ย่าง, สเต๊กปลากะพงเพสโต้ไรซ์-ข้าวสังข์หยดผัดกระเทียม และเมนูทานเล่นลาบวุ้นเส้น-แครอททอดกรอบ อีกทั้งขนมหวาน กล้วยไข่สาคูครีมข้าวสังข์หยด และเครื่องดื่มสมูทตี้สังข์หยดไรซ์”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทย ด้วยการลิ้มลองเมนูจากผลิตผล ข้าวสังข์หยด ของเกษตรกรชาวพัทลุง กับ ข้าวสังข์หยด เมล็ดพันธุ์… แห่งความสุข ได้ตั้งแต่ วันนี้-20 สิงหาคม 2560 ที่ร้าน เดอะ เทอเรส สาขาที่ร่วมรายการ 13 สาขา สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม CRG Call Center โทร.02-6633888

เมนูอาหารนานาชนิด

ไขรหัสลับแห่งดวงชะตา สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275003

ไขรหัสลับแห่งดวงชะตา สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ

ไขรหัสลับแห่งดวงชะตา สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อารยา จิตตโรภาส ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, คุณหญิงตรึงใจอิฐรัตน์ และ วารุณวรรณ ตั้งสุวรรณ ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม

มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม จัดงานพยากรณ์การกุศลยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี“สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” พบกับการรวมตัวของสุดยอด 40 นักโหราศาสตร์ชั้นนำ ที่จะมาร่วมทำนายดวงชะตาราศีในศาสตร์ต่างๆ เพื่อนำรายได้จากการดำเนินงานสมทบทุนมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ฯ เพื่อคนพิการ งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 มิถุนายน 2560 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ ประธานมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดงานพยากรณ์ที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่อง และด้วยความอนุเคราะห์อย่างดียิ่งจากสยามพารากอนในด้านสถานที่จัดงาน โดยครั้งนี้จึงใช้ชื่องานว่า “สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” มีจุดประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สนับสนุนการดำเนินมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ฯ เพื่อคนพิการ ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่พิการแขน ขา และลำตัวตลอดชีวิตโดยให้การสนับสนุนการศึกษา ตลอดจนการฝึกอาชีพตามความถนัด และสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถพร้อมที่จะออกไปประกอบอาชีพภายนอกได้อีกด้วย

อาจารย์ชินธิป คงเอกบุญสง่า, อาจารย์ชัญญา สุวรรณคีรี และ อาจารย์พลชยกุลเบญจศิริ

ไฮไลท์ในปีนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การพยากรณ์จากทีมสิริวัฒนาพยากรณ์หลายแขนง อาทิเจ้าของศาสตร์ “เบอร์มงคล” อ.พลชยกุลเบญจศิริ กล่าวว่า ปัจจุบันคนให้ความนิยมเรื่องเบอร์มงคลเป็นอย่างมาก ซึ่งศาสตร์นี้มีมานานแล้วเป็นศาสตร์ไคโรไม่ว่าจะเป็นเลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัญชีหรือทะเบียนรถ ล้วนมีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา แม้กระทั่งตัวเลขจากเบอร์โทรศัพท์ สามารถส่งผลต่อชีวิตที่ก่อให้เกิดพลังงานต่อผู้ใช้ ซึ่งตัวเลขเล่านี้สามารถบอกตัวตนของคนคนนั้น รวมถึงสามารถบอก หรือ วิเคราะห์ได้ทันทีว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ควรใช้ต่อหรือไม่ ส่วนการเลือกจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หรือไม่เปลี่ยนนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล สิ่งสำคัญที่สุดคือการเดินสายกลาง สวดมนต์ และทำดี ละเว้นความชั่ว ทำให้จิตใจผ่องใสจะช่วยบรรเทากรรมที่มีลงได้ ผู้ที่สนใจสามารถมาวิเคราะห์เบอร์โทรศัพท์กับอ.พลชย ภายในงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้าน อ.ชัญญา สุวรรณคีรีนักพยากรณ์ศาสตร์พม่า ที่ใช้ตัวเลข วันเดือนปีเกิด ในการทำนาย ซึ่งความโดดเด่นของศาสตร์นี้ จะให้ความแม่นยำและเจาะรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน “ศาสตร์นี้จะใช้การคำนวณของตัวเลขมีทักษา เป็นตัวบอกเรื่องราว แลกาลโยค เป็นตัวบอกเหตุ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ซึ่งจะใช้ปฏิทินร้อยปีในการคำนวณควบคู่กันโดยจากประสบการณ์ในการพยากรณ์ อ.ชัญญา แนะนำว่า หลายครั้งคนที่มาดูจะมีความทุกข์ใจหรือเรื่องที่ต้องตัดสินใจดังนั้น การทำหน้าที่ของนักพยาการณ์จะพูดอย่างไรให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ ไม่ใช่พูดเพื่อความสะใจ ต้องมีจิตวิทยาในการสื่อสารให้คนดูไม่รู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลเกินไป

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนักพยากรณ์จากทีมงานสิริวัฒนาพยากรณ์หลากหลายศาสตร์ที่มีชื่อเสียงสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำนายโชคชะตาราศีในรูปแบบต่างๆ ตลอดทั้งงาน อาทิ อ.คฑา ชินบัญชร ศาสตร์ไพ่ยิปซี,อ.ดาริฑกา ไพรสณฑ์ ศาสตร์ไพ่ทาโรต์, อ.นงลักษณ์ ศุภผล ศาสตร์ลายเซ็น-ดวง, อ.วงศ์วริศ เอี่ยมสำอางค์ ศาสตร์ไอดินไอธาตุ, อ.ปิยะมาศ ปรัชญาเกรียงไกร ศาสตร์โหราศาสตร์ไทยระบบจักรราศี เป็นต้น

ผู้สนใจเข้ารับการพยากรณ์ สามารถซื้อบัตรพยากรณ์แบบวันต่อวัน ราคาใบละ400 บาท ในงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” ระหว่างวันที่ 17-25 มิถุนายน 2560 ตั้งแต่เวลา 10.30-19.00 น. ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-2516458 หรือสอบถามภายในวันงานโทร.02-6109234