อสมท – ธอส. เชิญชวนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ‘หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273838

อสมท - ธอส. เชิญชวนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ‘หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี’

อสมท – ธอส. เชิญชวนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ‘หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหาร อสมท และ ธอส. เขมทัตต์ พลเดช, ฉัตรชัย ศิริไล

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (บมจ. อสมท)ร่วมกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แถลงข่าวโครงการ “หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี” ผลิตสารคดีสั้น พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ 1 ล้านดอก โดยมี เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท, ฉัตรชัยศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. ผู้ประกาศข่าวสำนักข่าวไทยร่วมงาน ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่

“หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี” เป็นโครงการที่ ธอส. และ บมจ.อสมท จัดขึ้นเพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ จำนวน1 ล้านดอก เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดอกไม้จันทน์แต่ละดอกที่ประดิษฐ์ขึ้น จะเป็นการบันทึกเจตจำนงอันเปรียบเสมือนสัญญาใจที่จะร้อยเรียงร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และประเทศชาติอย่างยั่งยืนสืบไป เพื่อถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้  ได้เลือกดอกดารารัตน์เป็นสิ่งแทนความจงรักภักดีและความระลึกถึงของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งดอกดารารัตน์  หรือ ดอกแดฟโฟดิล (Daffodil) เป็นดอกไม้ที่ ในหลวง รัชกาลที่ 9ทรงโปรดและพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ขณะประทับ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อันเป็นที่มาของความรักความผูกพันระหว่างทั้งสองพระองค์ โดยส่วนหนึ่งของการรวมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ของพสกนิกรชาวไทย จะถูกนำมาร้อยเรียง ในสารคดีสั้น“หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี” ความยาว 1 นาที จำนวน 100 ตอน ออกอากาศทางสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ของ อสมท

ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า “โครงการ” หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์จะให้สาขาของธนาคารทั่วประเทศ เป็นจุดรับมอบดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนประดิษฐ์ขึ้นเองโดยใช้วัสดุธรรมชาติของแต่ละท้องถิ่นตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน-31 สิงหาคม 2560 และส่งมอบดอกไม้จันทน์ทั้งหมดให้สำนักพระราชวัง กรุงเทพมหานคร นำไปใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป”

เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บมจ.อสมท กล่าวว่า “การร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือของ 2 หน่วยงานรัฐเพื่อร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้จัดทำสารคดีสั้น “หนึ่งดอกไม้ร้อยสัญญา ล้านภักดี” ความยาว 1 นาที จำนวน 100 ตอน โดยร้อยเรียงเจตจำนงที่เป็นดั่งสัญญาใจของตัวแทนประชาชนจากหลากหลายกลุ่ม หลายวัย หลายสาขาอาชีพจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 100 คน  มาผลิตเป็นเนื้อหาสารคดี พร้อมเชิญชวนให้คนไทยร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้ได้ 1 ล้านดอกแทนความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่า ซึ่งจะเริ่มออกอากาศวันที่ 1 มิถุนายนนี้  ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30  และ MCOT FAMILY ช่อง 14 รวมทั้ง MCOT RADIO NETWORK เครือข่ายสถานีวิทยุ อสมท ทั่วประเทศ”

ทั้งนี้ ตั้งเป้ารวบรวมดอกไม้จันทน์จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1 ล้านดอก ที่ประชาชนประดิษฐ์ขึ้นเองโดยใช้วัสดุธรรมชาติของแต่ละท้องถิ่นตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จำนวนกว่า 60 สาขา เป็นจุดรับมอบดอกไม้จันทน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-31 สิงหาคม2560 และส่งมอบดอกไม้จันทน์ทั้งหมดให้สำนักพระราชวังนำไปใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป

และส่วนหนึ่งของการรวมใจพสกนิกรชาวไทยในวาระสำคัญนี้ ได้ถูกนำมาทำเป็นสารคดีสั้น“หนึ่งดอกไม้ ร้อยสัญญา ล้านภักดี” โดยร้อยเรียงเจตจำนงที่เป็นดั่งสัญญาใจของตัวแทนประชาชนจากหลากหลายกลุ่ม หลายวัย หลายสาขาอาชีพจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 100 คน มาผลิตเป็นเนื้อหาสารคดี ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ในข่าวเที่ยง สำนักข่าวไทย ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30  และ MCOT FAMILYช่อง 14 รวมทั้ง MCOT RADIO NETWORKเครือข่ายสถานีวิทยุ อสมท ทั่วประเทศ เริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273834

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2560

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll เติ้ง เสี่ยวผิง อดีตผู้นำสูงสุดของจีนเคยลั่นอมตะวาจา “เหนื่อยหน่ายคนขยันไม่ถูกที่ทาง” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าฯการกีฬาแห่งประเทศไทยปัจจุบันโดดโชว์วิสัยทัศน์ว่าจะเสนอรัฐบาลขอให้การกีฬาเป็นเจ้าภาพจัดการถ่ายทอดสดทีวีฟุตบอล WORLD CUP 2018 โดยมีงบประมาณ 2 พันล้านบาท ถ่ายทอดสดทั่วประเทศคาดว่าจะขาดทุน 30%-50% ถือว่าเป็นการคืนกำไรให้สังคมก็แล้วกัน…คนในวงการฟังแล้วก็ปลง การถ่ายทอดสดWORLD CUP ในไทยเขาทำกันมาหลายครั้งโดยเป็นปฏิบัติการร่วมของสถานีโทรทัศน์หลักโดยมี “โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ” เป็นผู้ประสานงาน ปรากฏผลสำเร็จและผลกำไรมาตลอด ดังนั้นถ้าท่าน รมว. อยากทราบรายละเอียดอาจเชิญผู้รู้ ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ อดีตรองผอ.อสมท มารายงานให้ทราบ…

ll ถ้าเป็นธนาคารเอกชนรับรองว่าต้องล้มละลายไปแล้ว ธนาคารอิสลามฯ (I-BANK) โดย ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการก็ยังคงเป็นปัญหาของรัฐบาลจนต้องมีมติอัดฉีดเงินจำนวนมากเป็นสภาพคล่องตามแผนฟื้นฟู ปัญหาของแบงก์สรุปได้ว่ามีทรัพย์สินรวม 1 แสนล้าน แต่มีหนี้เสียสูงถึง 53,000 ล้านและที่คนไม่เชื่อหูในจำนวนนี้เป็นหนี้เสียของธุรกิจ NON-MUSLIM ตั้ง 50,000 ล้าน ส่วนของธุรกิจชาว MUSLIM เพียง 3,600 ล้าน…เราเคยรายงานแล้วว่าบิ๊กอดีตผู้บริหารสายการเมืองมีส่วนทำเสียหายเป็นเงินหลายหมื่นล้าน แบงก์ชาติรู้ดีแก่ใจแต่ก็ไม่มีอะไรจะบังคับให้แบงก์ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด เขาจึงรอดตัวไป ส่วนประธานแบงก์ปัจจุบันดูสภาพทั่วไปแล้วไม่น่าจะมีบารมีที่จะดำเนินการให้ประชาชนได้รับคำตอบ…

ll ยินดีด้วยกับม.ล.ภัทรชาติประวิตร บุตร ม.ร.ว.สุชาติจันทร์ ประวิตร จบพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเข้ารับประทานจาก สมเด็จพระสังฆราชฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

ll ศันสนีย์ ทุติยะโพธิ์ ปลื้มปริ่มเป็นที่ยิ่งเมื่อทราบว่า นีโม-นนทัช หลานย่าคนเดียวสอบคณิตศาสตร์ได้เต็ม 100 คะแนน ในผลโอเนตครั้งล่าสุด เพื่อนๆ คุณย่าก็พลอยตื่นเต้นกับความเก่งของหลานคนนี้ด้วย…

ll อดีตนักข่าวสำนักข่าวไทย บุรีรัตน์ สามัตถิยะไปจัดรายการวิทยุเกี่ยวกับกฎหมายกับทนาย วินัย วงศ์เมฆ ทุกค่ำวันเสาร์ ตอนทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่ม ทาง FM 95 คลื่นมหานคร ให้ความรู้ด้านกฎหมาย และให้ผู้ฟังโฟนอินมาถามข้อข้องใจทางกฎหมายได้อีกต่างหาก…

ll ได้รับคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สวท.เชียงราย ธนวรรณ ชุมแสง ทั้งดีใจและอาลัยที่ทำงานเก่า สวท.เชียงใหม่ เพราะอยู่มานานเกือบ 20 ปี…

ll นิศากร โฆษิตรัตน์ โดดลงไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถ่ายรูปโฆษณา ผงปรุงรส Becky ที่เธอเป็นเจ้าของกิจการเอง โดยไม่ต้องจ้างใครให้เปลืองงบประมาณ แถมประชาสัมพันธ์ผ่านเพื่อนๆอีกว่า ตอนนี้มีทั้งรส ไก่ หมู ผัก วางขายที่แม็กซ์แวลูด้วย…วางแผนจัดการได้เยี่ยมมาก…

ll อดีตนักจัดรายการฯ สัมโพธิ์ เทียนทอง นิเทศฯ จุฬาฯรุ่น 4 เป็นพิธีกรอ่านประวัติ คุณแม่นฤมล แย้มสรวล มารดาของภรรยา ในงานฌาปนกิจเมื่อวันก่อนแบบไม่ต้องมีสคริป แสดงถึงความเป็นนักพูดมืออาชีพตัวจริง เสียงจริงกันเลยทีเดียว…

ll ปิยะพันธ์ จัมปาสุต สิงห์ดำรุ่น 19 เป็นประธานน้องใหม่จุฬาฯ 2509 มี รศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, รศ.พชวรรณ จันทรางศุ, บุญทิพา สิมะสกุลเป็นกรรมการ ร่วมทำกิจกรรมทั้งปี เพื่อให้เพื่อนมีความสุข !!…ll

บารอนเนส

เอไอเอส ทริป อันซีน เมืองตราด มหัศจรรย์หาดทรายดำ 1 ใน 5 ของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273827

เอไอเอส ทริป อันซีน เมืองตราด มหัศจรรย์หาดทรายดำ 1 ใน 5 ของโลก

เอไอเอส ทริป อันซีน เมืองตราด มหัศจรรย์หาดทรายดำ 1 ใน 5 ของโลก

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มหัศจรรย์ธรรมชาติสร้างกลางทะเลตราด เอไอเอส ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัด “เอไอเอส ทริป ครั้งที่ 22 อันซีน เมืองตราด มหัศจรรย์หาดทรายดำ 1 ใน 5 ของโลก” พาลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ อันซีน ไทยแลนด์ กับสถานที่อันซีนในจังหวัดตราด เกาะกระดาด ซาฟารีกลางทะเลตราด หาดทรายดำ 1 ใน 5 หาดทรายดำของโลก และที่เที่ยวอีกมากมาย ให้ลูกค้าทุกคนได้ชื่นชมความงดงาม พร้อมเรียนรู้เทคนิคเก็บภาพสวยจากช่างภาพมืออาชีพ นภดล อาชาสันติสุข จากนิตยสาร Camerart และ สมโภช แตงไทย ช่างภาพอิสระ

ภูมิใจ กฤติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารสิทธิประโยชน์ลูกค้า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส ทริป องศาความพิเศษจากแคมเปญ “AIS LIVE 360°” (เอไอเอส ลีฟ 360) เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่เอ็กซ์คลูซีฟแบบสุดๆ สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ เอไอเอส ได้จับมือกับ ททท. พาลูกค้าไปสัมผัสมหัศจรรย์ธรรมชาติสร้างในเส้นทาง อันซีน เมืองตราด จากโครงการท้าเที่ยวข้ามภาค ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้คนไทยหันมาเที่ยวในประเทศให้มากยิ่งขึ้น พร้อมเก็บความประทับใจลงบนภาพถ่ายแบบที่ไม่เหมือนใครด้วยเทคนิคการถ่ายภาพจาก นภดล อาชาสันติสุข และ สมโภช แตงไทย ช่างภาพมืออาชีพที่คอยให้คำแนะนำตลอดทริป

เอไอเอส ทริป ครั้งที่ 22 อันซีน เมืองตราด มหัศจรรย์หาดทรายดำ 1 ใน 5 ของโลก

ประเดิมครั้งแรกในเส้นทาง อันซีน ไทยแลนด์ กับ เอไอเอส ทริป อันซีน เมืองตราด ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่ เกาะกระดาด อันซีน ซาฟารีกลางทะเลตราด แต่เดิมบนเกาะนี้จะมีต้นกระดาดอยู่เป็นจำนวนมากและรูปร่างของเกาะมีลักษณะแบนเหมือนแผ่นกระดาษที่ลอยอยู่กลางทะเล จึงได้ชื่อว่า เกาะกระดาด นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งฉายา คือ ซาฟารีกลางทะเล เพราะเป็นเกาะหนึ่งเดียวในไทยที่มีฝูงกวางอาศัยอยู่เกือบพันตัว และหลังจากที่ได้ไปชื่นชมทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว กันแล้ว ก็ไปกันต่อที่อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ หาดทรายดำ 1 ใน 5ของโลก และเป็นหนึ่งเดียวในไทย สัมผัสความมหัศจรรย์ของเม็ดทรายสีดำที่ชาวบ้านเชื่อว่า มีแร่ไลโมไนต์ (Limonite) หากได้ลองทำสปาเท้าที่หาดทรายดำจะทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ช่วยให้ผ่อนคลายเหมือนได้ทำสปาธรรมชาติ อีกทั้ง บนหาดทรายดำยังมีสะพานไม้และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1 กิโลเมตร ทอดยาวไปในผืนป่า

นอกจากนี้ ในทริปนี้ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย อาทิ เกาะขาม, ดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาในหมู่เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะยักษ์เล็ก และเกาะช้างที่ให้ลูกค้าทุกคนได้ชื่นชมความงดงาม และฝึกมือในการถ่ายภาพตามเทคนิคที่ 2 ช่างภาพได้แนะนำเอาไว้ เก็บเป็นความประทับใจที่สวยงาม

หาดทรายดำ 1 ใน 5 หาดทรายดำของโลก

“สำหรับลูกค้า เอไอเอส ที่สนใจ เรายังมีสถานที่สวยงามในเมืองไทยอีกมากมายที่จะพาลูกค้าไปท่องเที่ยวพร้อมเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพเซลฟี่ (Selfie), ภาพอาหารและมุมสวยๆ เพื่อให้ลูกค้าแชร์ในโซเชียล มีเดียอย่างสนุกสนานและสวยงาม โดยสามารถติดตาม เอไอเอส ทริป ครั้งถัดไปที่จังหวัดเพชรบุรี กอดสายหมอก ที่พะเนินทุ่ง และสามารถร่วมกิจกรรม เพื่อรับสิทธิ์ร่วมทริปได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 11 มิถุนายน ทาง http://aistrip.ais.co.th/” ภูมิใจ กล่าวปิดท้าย

ฝึกถ่ายรูปกับกวางบนเกาะกระดาด

ไอเท็มสุดฮิตรับหน้าฝน ไม่สะดุดทุกกิจกรรมในวันฝนพรำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273828

ไอเท็มสุดฮิตรับหน้าฝน ไม่สะดุดทุกกิจกรรมในวันฝนพรำ

ไอเท็มสุดฮิตรับหน้าฝน ไม่สะดุดทุกกิจกรรมในวันฝนพรำ

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อฤดูฝนเข้ามาถึง สาวๆ หลายคนเริ่มกังวลถึงการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เพราะนอกจากจะทำอะไรไม่ค่อยสะดวกแล้ว สาวๆ ยังต้องคอยระวังไม่ให้เครื่องสำอางหลุดลอกเป็นคราบเวลาที่โดนละอองฝน หรือแม้แต่ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งของที่พกติดตัว โดยเฉพาะพวกแก็ดเจ็ตต่างๆ “ช้อปปี้” จึงได้รวบรวมไอเท็มสุดฮิตสำหรับฤดูฝน มาให้ขาช็อปได้เตรียมความพร้อม และชวนเซเลบริตี้รุ่นใหม่ แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ มาแชร์ไอเท็มที่ต้องมีติดตัวไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกไปเผชิญสายฝน

อากาธา โซห์

อากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ “ช้อปปี้”เป็นแอพพลิเคชั่นซื้อขายออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ที่มีสินค้าจากหลากหลายหมวดหมู่ให้ทุกคนได้เลือกช็อปได้ตามไลฟ์สไตล์และโอกาสต่างๆ และเมื่อฤดูฝนเข้ามาถึงช้อปปี้ จึงได้รวบรวมไอเท็มสุดฮิตสำหรับฤดูฝนเพื่อให้ทุกคนสนุกไปกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างไม่สะดุดตลอดฤดูฝนนี้

“เครื่องสำอางกันน้ำ” สวยสตรองแม้อากาศไม่เป็นใจ ไม่ว่าเป็นฤดูไหน สาวๆก็ต้องไม่หยุดสวย เช่นเดียวกับในฤดูฝน ดังนั้นเครื่องสำอางกันน้ำ เช่น ลิปสติกรองพื้นอายไลเนอร์ และมาสคาร่า จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะจะช่วยคีพลุคสาวๆ ให้ดูดีได้ตลอดทั้งวัน และช่วยป้องกันไม่ให้เมคอัพหลุดจนกลายเป็นคราบเมื่อโดนฝน

หมดกังวลเมื่อมี “แก็ดเจ็ตกันน้ำ” เมื่อต้องออกไปไหนมาไหนในวันฝนตก แก็ดเจ็ตที่สามารถกันน้ำได้น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ลองมองหากล้องหรือโทรศัพท์มือถือที่สามารถกันน้ำได้ หรืออุปกรณ์เสริมๆ ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ อาทิ เคสโทรศัพท์แบบกันน้ำ เพื่อไม่ให้วันที่ต้องไปทำธุระหรือการไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อนของคุณต้องหมดสนุก

อย่าให้สายฝนทำให้หมดสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ไอเท็มโดนใจตามสไตล์ของตัวเอง ในวันที่ฝนตกหนักก็หยิบ “เสื้อกันฝน”
สีสันสดใสเพื่อช่วยปรับอารมณ์ของคุณให้แจ่มใสในวันที่อากาศไม่เป็นใจหรือหากวันไหนที่ฝนตกปรอยๆ “หมวกปีกกว้าง” ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

ส่วน “รองเท้า” ก็ควรเลือกแบบหัวเปิดรัดส้น หรือรองเท้าที่ทำจากพลาสติกหรือโฟม นอกจากนี้ อย่าลืมพก “ร่ม” ที่แข็งแรงพอและสามารถต้านลมได้ และใส่ของทุกอย่าง “กระเป๋ากันน้ำ” เพราะว่ากระเป๋าผ้าหรือกระเป๋าหนังอาจจะเกิดริ้วรอยจากน้ำรวมถึงเกิดกลิ่นอับจากฝนด้วย

แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์

ด้าน แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ เซเลบริตี้สาวคนเก่ง แนะนำไอเท็มที่มักจะพกติดตัวไว้เสมอเมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน ว่าถ้าเตรียมไอเท็มเหล่านี้ไว้กับตัว ไม่ว่าฟ้าจะครึ้มฝนจะเท ก็ไม่มีปัญหากวนใจอย่างแน่นอน

“แพร์เชื่อว่าช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนรู้สึกว่า ไปไหนมาไหนลำบาก ต้องคอยระวังของที่พกติดตัวจะเปียกฝนจนเกิดความเสียหาย แต่เราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องออกไปทำงานแม้ว่าฝนจะตก เพราะฉะนั้น แพร์จะเตรียมพร้อมอยู่เสมอและไม่ลืมพกไอเท็มเหล่านี้ติดตัวไว้ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราหมดกังวลเรื่องการเดินทางไปไหนมาไหนในช่วงหน้าฝนแล้ว ยังช่วยให้เราสนุกกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้เหมือนเดิมอีกด้วย

สำหรับไอเท็มที่แพร์จะพกติดตัว หรือเก็บไว้ในรถช่วงหน้าฝนมีอยู่หลายอย่าง ไอเท็มหลักและขาดไม่ได้สำหรับแพร์เลยก็คือ เครื่องสำอาง ที่สำคัญคือต้องเป็นเครื่องสำอางที่กันน้ำได้ด้วยนะคะ เพราะคงไม่โอเคสำหรับสาวๆ แน่ๆ ที่จะต้องออกไปพบปะผู้คนแบบอายไลเนอร์หรือมาสคาร่าเลอะรอบดวงตาแบบนั้น นอกจากนี้ แพร์มักจะใช้โทรศัพท์มือถือที่กันน้ำได้ด้วย เผื่อว่าวันไหนต้องใช้โทรศัพท์ติดต่องานหรือถ่ายรูปเก็บไว้ จะได้ไม่ต้องพะวงว่าจะโดนฝนจนเกิดความเสียหาย ส่วนของใช้อื่นๆ เช่น ร่มลายเก๋ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่กันน้ำได้ เช่น กระเป๋ากันน้ำดีไซน์สวยๆ ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เหมือนกันเพราะช่วยป้องกันไม่ให้ของที่พกมาโดนละอองฝน หรือเกิดความชื้นจนเกิดความเสียหายได้ค่ะส่วนรองเท้าแพร์ก็จะเลี่ยงรองเท้าผ้าใบ แต่จะใส่รองเท้าแตะรัดส้น หรือเลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่กันน้ำแทนค่ะ”

การเตรียมพร้อมอยู่เสมอไม่ว่าวันที่ฝนตกหรือแดดออก จะทำให้คุณมีความมั่นใจและสนุกไปกับทุกกิจกรรมได้อย่างไม่สะดุด ทั้งนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเท็มสำหรับใช้ในฤดูฝนอยู่สามารถเข้าไปเลือกช็อปกันได้ที่“Shopee”แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนไลน์บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันฝน หมวกปีกกว้าง เครื่องสำอางกันน้ำ กระเป๋ากันน้ำและอีกมากมาย สามารถดาวน์โหลดแอพฯ Shopee ได้ฟรีทาง App Store และ Google Play Store และติดตามอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Shopee ได้ที่ http://www.shopee.co.th

แอดคิวอาร์โค้ดรับส่วนลด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273824

แอดคิวอาร์โค้ดรับส่วนลด

แอดคิวอาร์โค้ดรับส่วนลด

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เดอร์มาลิงค์ ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพในไทย ชวนแอดคิวอาร์โค้ดเป็นเพื่อนในไลน์ เพื่อรับส่วนลดพิเศษมากถึง 30 % กับผลิตภัณฑ์ รีจูวีเน็กซ์ ครีม(Rejuvenex®Cream) เวชสำอางเพื่อการฟื้นฟูบำรุงผิวอย่างล้ำลึก จากประเทศเกาหลี ในรูปแบบของเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นสูง ช่วยในการสมานแผล ด้วยส่วนผสมที่สกัดจากดีเอ็นเอปลาแซลมอน และดอกคาโมมายล์ ช่วยลดการอักเสบของผิวและจากสิวได้เป็นอย่างดี พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีกทั้ง รีจูวีเน็กซ์ ยังเป็นครีมอเนกประสงค์ ที่วงการศัลยกรรมความงามใช้ลดความเจ็บปวดจากแผลที่ถูกเบิร์น หรือการทำเลเซอร์ รวมถึงแผลหลังการผ่าตัดที่ทำให้สภาพผิวเสียหาย พร้อมซ่อมแซมผิวที่เสื่อมโทรม

สามารถแอดคิวอาร์โค้ดของผลิตภัณฑ์ เพื่อรับสิทธิพิเศษจากราคาปกติ 1,690 บาท เหลือเพียง 1,190 บาท หรือโทร.สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 09-49628964 หรือ www.dermalink.co.th,https://www.facebook.com/Rejuvenex.th

ปลุกจิตสำนึก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273836

ปลุกจิตสำนึก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

ปลุกจิตสำนึก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กิจกรรม workshop ย้อมครามย่ามน้อย จากกลุ่มสกลเฮ็ด

ตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญต่อการใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน  “Siam Discovery Eco Wanderlust” (สยามดิสคัฟเวอรี่ อีโค่ แวนเดอร์ลัสต์) เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (วันที่ 5 มิถุนายน) เปิดให้คอมมูนิตี้คนรักสิ่งแวดล้อมมาสนุกกับหลากหลายกิจกรรมเพื่อปลุกจิตสำนึกรักษ์โลก ณ ดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายกิจกรรมการตลาด และธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ให้ความสำคัญและใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (5 มิถุนายน) จึงจัดงาน “Siam Discovery Eco Wanderlust” งานกรีนมาร์เก็ตที่จัดขึ้นเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม รวบรวมผลิตภัณฑ์อีโค่เฟรนด์ลี่  ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากหลากหลายร้านค้าชื่อดังมาจำหน่าย ทั้งสินค้าแฟชั่น, สกินแคร์และบิวตี้, อาหารออร์แกนิค, เครื่องเขียนและเฟอร์นิเจอร์ มากมาย มาเอาใจนักช็อปหัวใจอีโค่ให้ได้ เลือกซื้อสินค้ากันอย่างจุใจ

ชนิสา แก้วเรือน

สำหรับ Eco Market พบกับร้านค้ารักษ์โลกสุดเทรนดี้ อาทิ “ใบเมี่ยง” แหล่งรวมสินค้าสุขภาพคุณภาพเยี่ยม ที่เลือกสรรสินค้าที่ปลอดสารเคมี และเป็นออร์แกนิกอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “natural & organic from around the world และ friendly to farmers”เน้นการคัดเลือกผลิตภัณฑ์และแบรนด์สินค้าที่มี มาตรฐานและไม่มีสารเคมี, “ลาบราดอร์” แบรนด์ที่มีความโดดเด่นจากวัสดุ ที่นำมาผลิตสินค้า อาทิ วัสดุหนังรีไซเคิล กระดาษรีไซเคิล ที่นำมาทำเป็นเครื่องเขียน กระเป๋าที่มีดีไซน์เก๋ไก๋ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, “Cosmos Harmony” แบรนด์ผลิตภัณฑ์สบู่ที่ ทำมาจากธรรมชาติ  ผสานไอเดียเก๋ๆ จนเกิดเป็นสบู่ออร์แกนิก สบู่ข้าว สบู่เชีย บัตเทอร์ และอีกมากมาย  และ “Run Ga Run & Homlom” แบรนด์ที่เริ่มมาจากความสนใจและใส่ใจเกี่ยวกับการใช้สิ่งทอที่ผลิตมาจากเส้นใยธรรมชาติที่เรียบง่ายและลงตัว มีการออกแบบที่เรียบง่ายลดปริมาณการศูนย์เสียของผ้าให้มากที่สุด โดยใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติและย้อมสีธรรมชาติ เป็นต้น

ภายในงานยังมีกิจกรรมเชิญชวนร่วมปั่นจักรยานรณรงค์การลดใช้พลังงานกับกลุ่มปั่นจักรยานอิสระ และพบกับการตรวจสุขภาพและตรวจสุขภาพผิวหน้าจากโรงพยาบาลพญาไท พร้อมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อป D.I.Y. จากเศษวัสดุ  ที่เหลือใช้  โดยในวันที่ 6 มิถุนายน 2560 สนุกไปกับกิจกรรม สมุดทำมือจากกาบกล้วยที่จะทำให้สมุดของคุณไม่เหมือนใครและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และวันสุดท้ายของกิจกรรม 7 มิถุนายน 2560 พบกับเวิร์กช็อปการทำกระเป๋าจากถุงไต โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นำวัสดุไร้ค่า ถุงน้ำยาล้างไตจากเศษขยะเหลือทิ้งจากโรงพยาบาลกลายมาเป็นกระเป๋าแฟชั่นทันสมัยที่สวยและทนทานต่อการใช้งาน สร้างมูลค่าได้อีกด้วย

เวิร์กช็อป สมุดทำมือจากกาบกล้วย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “Trash for Plant” เชิญชวนให้ทุกคนนำขวดพลาสติกและกระป๋องอะลูมิเนียมมาแลกกับต้นไม้ ได้แก่ ปาล์มชวา และโป๊ยเซียน โดยสยามพิวรรธน์จะนำขยะเหล่านี้ ส่งต่อให้มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ร่วมปั่นจักรยาน ช็อปสนุกไปกับกรีนมาร์เก็ต และนำขยะมาแลกต้นไม้ พร้อม D.I.Y. รีไซเคิลแนวรักษ์โลก ในงานนี้ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 5-7 มิถุนายน 2560 เวลา 11.00-20.00 น. ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม

ทำกระเป๋าจากถุงน้ำยาล้างไต

ผลิตภัณฑ์สบู่ จาก Cosmos Harmony

Nike+ Run Club แอพฯ ใหม่สำหรับวิ่งทุกสาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273795

Nike+ Run Club แอพฯ ใหม่สำหรับวิ่งทุกสาย

Nike+ Run Club แอพฯ ใหม่สำหรับวิ่งทุกสาย

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แอพฯ Nike+ Run Club พาร์ทเนอร์ที่ดีที่สุดสำหรับนักวิ่งทุกคน

กีฬาวิ่งในประเทศไทยกำลังบูมสุดๆ เห็นได้จากรายการวิ่งมาราธอนในบ้านเรามีเพิ่มมากขึ้นและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และนับวันจะมีผู้สนใจหันมาวิ่งกันมากขึ้น รวมถึงมีการรวมกลุ่มสร้างคอมมูนิตี้สำหรับนักวิ่งมากมายหลายกลุ่ม ล่าสุด ไนกี้ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกจัดงาน Nike+ Run Club Open House เปิดตัว NRC BKK ชุมชนของนักวิ่งอย่างเป็นทางการ โดย Nike+ Run Club Bangkok นำทีมโดยโค้ชที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลและกลุ่มเพเซอร์เพื่อคอยดูแลนักวิ่งอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำแนะนำในการวิ่งที่ถูกต้องและการเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งให้ดีขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนหันมาสนใจวิ่งในเมืองแห่งนี้มากขึ้นอีกด้วย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.เซดดริคเฮอร์นานเดซ กัปตันทีมวิ่ง NYC BridgeRunners ผู้ริเริ่มเทรนด์การวิ่งแบบสตรีทรันในมหานครนิวยอร์ก และ บอย-อริย์ธัช พลตาลนักร้องนำวง Lomosonic ผู้ชื่นชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ มาร่วมพูดคุยและแชร์ประสบการณ์การวิ่งและแลกเปลี่ยนรองเท้าไนกี้ แอร์ เวเปอร์ แม็กซ์ (Nike Air VaporMax) ที่ออกแบบในสไตล์ของตัวเอง เพื่อเป็นการต้อนรับการมาเยือนของกลุ่ม NYC BridgeRunners สู่ประเทศไทยอย่างอบอุ่น ก่อนที่จะออกวิ่งร่วมกับนักวิ่งกว่า 100 คน ด้วยระยะทาง 5 กิโลเมตร ภายในสวนลุมพินี

พรรณี ศานติวิวัฒน์กุล

พรรณี ศานติวิวัฒน์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า จุดประสงค์หลักของ Nike+ Run Club คือการให้คำแนะนำและการพัฒนาศักยภาพของนักวิ่งทุกประเภทที่กระจายตัวอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก เช่น นิวยอร์กเมลเบิร์น กรุงโซล และกรุงมะนิลา ซึ่ง NRC BKK นั้น เป็นการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรก ต่อจากกรุงมะนิลาและจาการ์ตา นอกเหนือจาก NRC BKK แล้ว ไนกี้ยังมีแอพพลิเคชั่น Nike+ Run Club ที่ช่วยบันทึกข้อมูลการวิ่ง สร้างโปรแกรมการฝึกซ้อมที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานโดยเฉพาะ ไม่ว่าผู้ใช้งานนั้นจะเป็นนักวิ่งประเภทไหนก็ตาม อีกทั้ง ยังสามารถแชร์ข้อมูลการวิ่งเพื่อเปรียบเทียบตัวเลขข้อมูลหรือแข่งขันกับเพื่อนๆ ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย

มร.เซดดริค เฮอร์นานเดซ กัปตันทีมวิ่ง NYC BridgeRunners ได้พูดถึงประสบการณ์การวิ่งในกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกว่า “กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอากาศแจ่มใส เมืองหนึ่งของโลก ซึ่งทำให้เราสามารถออกไปวิ่งตามที่ต่างๆ ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะหรือตามท้องถนนต่างๆ รวมถึงสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนประเทศอื่นๆ ในฐานะสตรีทรันเนอร์แล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาวิ่งในประเทศไทยเป็นครั้งแรกและรู้สึกประทับใจมากที่ได้พบปะกับเพื่อนนักวิ่งชาวไทยและกลุ่มนักวิ่งขนาดใหญ่หลายๆ ทีม ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการวิ่งนั้นเป็นกิจกรรมยอดนิยมของชาวกรุงเทพฯ ความทรงจำและประสบการณ์อันมีค่าที่ได้รับจากประเทศไทยในคราวนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ผมวิ่งต่อไป และในอนาคตอันใกล้นี้ ผมหวังว่าจะได้กลับมาวิ่งที่นี่อีก รวมไปถึงจังหวัดอื่นๆ ในประเทศที่สวยงามแห่งนี้ด้วย”

มร.เซดดริค เฮอร์นานเดซ และ บอย Lomosonic

สำหรับ NRC BKK นั้นจะมีการอบรมการวิ่งโดยโค้ชและเพเซอร์จากไนกี้ในทุกๆ วันพุธ โดยสามารถเลือกชมรองเท้าวิ่งไนกี้รุ่นใหม่ ล่าสุดเพื่อสวมใส่และสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ที่www.nike.com/bangkok หรือผ่านแอพฯ Nike+ Run Club หรือที่ร้านไนกี้ ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ สาขาสยามสแควร์วันและสาขาสยามดิสคัฟเวอรี่

ค้นหาครอบครัวผู้โชคดี ผ่านหนังสั้นสุดประทับใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273823

ค้นหาครอบครัวผู้โชคดี ผ่านหนังสั้นสุดประทับใจ

ค้นหาครอบครัวผู้โชคดี ผ่านหนังสั้นสุดประทับใจ

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งเสริมสายสัมพันธ์รักภายในครอบครัว จัดแคมเปญ “Ford Everest : Bring Love Back Home เติมเต็มรักสู่ครอบครัว” ผ่านหนังสั้นสุดประทับใจ และกิจกรรมร่วมสนุกกับผู้บริโภค ลุ้นรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ 3.2 ลิตร ไทเทเนียมพลัส ไปสร้างความสุขในครอบครัวฟรี1 เดือนเต็ม พร้อมร่วมปฏิบัติภารกิจสุดคูล เพื่อชิงรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2560

นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า“แคมเปญ “Ford Everest : Bring Love Back Home เติมเต็มรักสู่ครอบครัว” จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างความรักและความอบอุ่นให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว พร้อมให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของเวลาและการอยู่ร่วมกัน โดยเราได้จัดทำหนังสั้นสุดประทับใจเรื่อ “Bring Love Back Home” ที่สะท้อนภาพความจริงของครอบครัวในปัจจุบัน ผ่านความรักของพ่อในบทบาทผู้นำครอบครัว ที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างหนักให้ประสบความสำเร็จเพื่อครอบครัวอันเป็นที่รัก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่สร้างมาเพื่อเป็นหนึ่งและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มความสุขของทุกคนในครอบครัว นำพาครอบครัวที่คุณรักไปในทุกๆ ที่ ด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย พร้อมสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงสุด”

ในหนังสั้นเรื่อง “Ford Everest : BringLove Back Home เติมเต็มรักสู่ครอบครัว”ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เป็นตัวช่วยในการดำเนินเรื่องไปพร้อมๆ กับตัวเอก ผู้ซึ่งเป็นผู้นำครอบครัวและมีบทบาทของความเป็นพ่อ โดยในชีวิตจริงของผู้บริโภคในปัจจุบัน รถยนต์ถือเป็นส่วนสำคัญในการทำงานและสร้างความสำเร็จให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงช่วยปกป้องชีวิตจากภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

นอกจากนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมออนไลน์ให้ผู้บริโภคได้ร่วมสนุก เพื่อส่งเสริมความรักและการใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่นของครอบครัว เพียงคุณอัพโหลดภาพครอบครัวอันเป็นที่รักของคุณที่www.fordbringlovebackhome.com พร้อมอธิบายสั้นๆ ว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ จะช่วยเติมเต็มความรักและความสุขให้ครอบครัวคุณได้อย่างไร พร้อมใส่ #BringLoveBackHome #FordEverest โดยภาพของ 5 ครอบครัวที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก จะได้รับฟอร์ด เอเวอเรสต์ 3.2 ลิตร ไทเทเนียม พลัส ไปสร้างความสุขให้กับครอบครัวฟรี 1 เดือนเต็ม พร้อมได้เข้าร่วมภารกิจสุดคูลเพื่อชิงรางวัลมูลค่า 100,000 บาท

ทั้งนี้ คะแนนจะมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ คะแนนจากการโหวต ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเข้ามาโหวตภาพของตนหรือชักชวนเพื่อนให้มาร่วมโหวตได้ทุกวันจวบจนวันสิ้นสุดกิจกรรมบน http://www.fordbringlovebackhome.com และคะแนนจากคณะกรรมการ ซึ่งจะพิจารณาจากรูปภาพ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คำบรรยาย และความครบถ้วนของการดำเนินการตามขั้นตอน โดยฟอร์ดจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี 5 ครอบครัวบนเฟซบุ๊ค Ford Thailand ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 ผู้สนใจสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2560 สำหรับรายละเอียดการร่วมสนุกกับกิจกรรม “Ford Everest : Bring Love Back Home เติมเต็มรักสู่ครอบครัว” สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fordbringlovebackhome.com

หนังสั้นเรื่อง “Ford Everest : Bring Love Back Home เติมเต็มรักสู่ครอบครัว” สามารถรับชมได้ที่เฟซบุ๊ค และยูทูบ Ford Thailand หรือที่ http://www.facebook.com/FordThailand และ http://www.youtube.com/user/FordThailand

“นอกจากการนำเสนอภาพลักษณ์ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในมุมมองของรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง ที่เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัวแล้วนั้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสั้นและกิจกรรม Ford Everest : Bring Love Back Home เติมเต็มรักสู่ครอบครัว จะช่วยสะท้อนถึงคุณค่าของเวลาและความรักในครอบครัว พร้อมส่งมอบความสุข รอยยิ้มและความอบอุ่นไปสู่ทุกคน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวทิ้งท้าย

‘ส.ค.อ. ซินโดรม’ โรคใหม่ของผู้สูงวัยยุค 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273658

‘ส.ค.อ. ซินโดรม’ โรคใหม่ของผู้สูงวัยยุค 4.0

‘ส.ค.อ. ซินโดรม’ โรคใหม่ของผู้สูงวัยยุค 4.0

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมบ้านปันรัก จัดเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “ส.ค.อ. (ส่งความสุขออนไลน์) ซินโดรม โรคใหม่ของผู้สูงวัยยุค 4.0” เผยข้อมูลน่าสนใจอันนำไปสู่การเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้น และสร้างความสุขให้ผู้สูงวัยอย่างยั่งยืนผ่านสื่อออนไลน์ โดย ดร.วีรณัฐ โรจนประภา นักวิชาการด้านสังคมผู้สูงวัยและนายกสมาคมบ้านปันรัก และอาจารย์กนกกาญจน์ บัญชาบุษบง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประสานเสียงระบุโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสู่ยุคสังคมออนไลน์เต็มตัว กลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้โซเชียลออนไลน์แต่พอดี ถือเป็นกลุ่มคนที่มีความสุขมากที่สุด พร้อมแนะให้เรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีบ้างเพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร เชื่อมสัมพันธ์ครอบครัวและสร้างสุขอย่างยั่งยืน

ดร.วีรณัฐ โรจนประภา นักวิชาการด้านสังคมผู้สูงวัยและนายกสมาคมบ้านปันรัก กล่าวถึงสถานการณ์ของผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีคนอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบภายใน พ.ศ. 2568 และคาดว่าอีกประมาณ 15 ปี ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุยิ่งยวด
คือ มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ ในสภาพสังคมยุคโซเชียลฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของผู้สูงวัยจึงเป็นประเด็นที่สังคมควรให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดปัญหาช่องว่างระหว่างวัย และช่วยให้ผู้สูงวัยได้อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีและเห็นคุณค่าในตัวเอง นอกจากนี้ เทคโนโลยียังช่วยให้ผู้สูงวัยได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในโลกที่ไร้พรมแดน และยังช่วยลดปัญหาสุขภาพได้อีกด้วย

“ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัยมากยิ่งขึ้นทำให้สามารถพูดคุยกันได้ตลอดเวลาผ่านโซเชียลมีเดียหรือสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมต่างๆ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้สูงวัยควรจะเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เป็นและนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อได้พูดคุยกับคนในครอบครัว อย่างไรก็ดี ยังมีผู้สูงวัยบางส่วนที่ยังมีปัญหาอยู่ อาจจะเป็นเพราะไม่สามารถที่จะเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ เพราะไม่มีใครสอน หรือบางกลุ่มไม่เปิดใจยอมรับก็สุดแท้แต่ ทว่าในกลุ่มผู้ที่ใช้เป็นแล้วแต่กลับติดโซเชียลมากเกินไป ก็ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเช่นกัน”

ด้าน อาจารย์กนกกาญจน์ บัญชาบุษบง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า กลุ่มผู้สูงอายุ เมื่อเกษียนอายุจากการทำงานก็จะเป็นกลุ่มที่มีเวลาว่างมาก จนทำให้เกิดความเหงา หรือมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นกลุ่มที่ต้องการการพูดคุย การเอาใจใส่และต้องการสื่อสารกับคนในครอบครัวมากกว่ากลุ่มคนอื่นๆ ทำให้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไลน์ เป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มคนเหล่านี้ ทั้งนี้ สำหรับผู้สูงอายุนั้น สื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางการสื่อสารที่ช่วยให้คลายความเหงา ความคิดถึงลูกหลาน ที่อาจมีเวลามาพบปะกันไม่บ่อยนัก การสื่อสารของกลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะถนัดในการส่งภาพ คลิปวีดีโอ หรือการคุยแบบเห็นหน้ากันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มากกว่าการพิมพ์ข้อความ ดังนั้นลูกหลาน เมื่อจะสื่อสารกับผู้สูงอายุในครอบครัว จึงควรเลือกใช้วิธีดังกล่าว มากกว่าพิมพ์ข้อความ ที่ผู้สูงอายุอาจจะติดขัดด้านการอ่าน

“อย่างไรก็ตาม ลูกหลานก็ไม่ควรละเลยการดูแลผู้สูงอายุในบ้านโดยใช้สื่ออนไลน์เข้ามาทดแทน เพียงอย่างเดียว แต่ควรนำมาใช้ในการพบปะพูดคุยกัน โดยอาจหยิบยกเอาเรื่องในสื่อสังคมออนไลน์มาพูดคุย หรือการตั้งโจทย์ง่ายๆ เช่น การถ่ายภาพ ส่งภาพ ถ่ายวีดีโอ แล้วส่งให้กันในกลุ่มครอบครัว เพื่อเป็นกิจกรรมในการสร้างความสุขและความสัมพันธ์ระหว่างลูกหลานและ
ผู้สูงอายุ ทั้งนี้ เพราะการพัฒนาผู้สูงอายุให้เป็นผู้สูงวัย 4.0 ที่สามารถอยู่กับเทคโนโลยีได้จะช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย เพราะสภาพสังคมปัจจุบันเป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร การดำเนินชีวิตทุกอย่างถูกผลักดันให้ดำเนินไปผ่านเทคโนโลยี นี่จึงเป็นส่วนเติมเต็มให้ผู้สูงวัยก้าวทันโลกทันเหตุการณ์ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และช่วยฝึกความจำ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย เพราะการใช้โซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลตผู้สูงอายุต้องใช้ทักษะสูง ทำให้ได้ฝึกสมองด้วยเช่นกัน”

ดนิตา กมลงาม อายุ 66 ปี หนึ่งใน สว. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เผยว่า จากที่ตนมาได้เข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ความรู้และข้อแนะนำดีๆ สำหรับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะบางครั้งตัวเราเองเพลิดเพลินกับการใช้สื่อเหล่านี้มากเกินไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ด้วยความคิดที่ว่าเราจะต้องตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา แต่บางครั้งก็ลืมไปว่าถ้าหากเราจมอยู่กับโลกโซเชียลมากเกินไปไม่ใช่เฉพาะกับผู้สูงวัยเท่านั้น กลุ่มลูกหลานคนรุ่นใหม่ก็เช่นเดียวกัน จากที่จะใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์กลับส่งผลเสียทั้งในด้านอารมณ์ การปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง รวมถึงด้านร่างกาย อาทิ ปวดหลัง ปวดตา ปวดไหล่ ล้วนเกิดจากการใช้โซเชียลแบบไม่รู้เท่าทัน ในการเสวนาวิทยากรได้ให้ความรู้ที่ดีมาก จึงอยากบอกต่อเพื่อนๆ สว. ว่าหลังจากที่เราเล่นโซเชียลมีเดียเสร็จแล้ว ควรเว้นระยะเวลาในการใช้ออกไปอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆ กับคนครอบครัว และไม่ควรเล่นเกินวันละ 3 ชั่วโมงต่อวัน จากผลงานวิจัยของ ดร.วีรณัฐ โรจนประภา จะทำให้เรามีความสุขในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นความรู้ใหม่และเป็นประโยชน์สำหรับผู้สูงวัยที่ใช้โซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำ ควรนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุขต่อไป

สายสุนีย์ แก้วกาญจนสกุล อายุ 68 ปี ผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า การจัดเสวนาในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งยังมีผู้สูงอายุอยู่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยกิจกรรมที่ตนสนใจมากที่สุดก็คือ กิจกรรมการสอนถ่ายภาพ เพราะเป็นเรื่องที่ตนยังไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งเรื่องการจัดแสง การหามุมกล้อง การตกแต่งภาพอย่างง่าย เป็นต้น ทำให้รู้สึกว่าการเป็นผู้สูงวัยไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดหากเราเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ทันโลกทันเหตุการณ์ก็จะอยู่ในสังคมได้อย่างไม่รู้สึกไร้ค่าและโดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องตั้งอยู่บนทางสายกลางใช้ให้พอดีไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพียงเท่านี้กลุ่มสูงวัยก็จะสามารถพัฒนาเป็น สว. 4.0 ได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขอย่างยั่งยืน

13 วิธีย้อนวัย ทำเองได้ ไม่ต้องใช้ศัลยกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273656

13 วิธีย้อนวัย ทำเองได้ ไม่ต้องใช้ศัลยกรรม

13 วิธีย้อนวัย ทำเองได้ ไม่ต้องใช้ศัลยกรรม

วันจันทร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพียงแค่คุณเริ่มลองเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเดิมๆ มาเป็นการเริ่มต้นดูแลตัวเองให้ดูเด็กกว่าอายุจริงกัน ก็สามารถทำได้แล้ว นายแพทย์วรพล สุขีวัฒนา หรือ ดร.โทนี่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณความงาม และเจ้าของด็อกเตอร์โทนี่คลินิค แนะ 13 วิธีย้อนวัย ที่คุณก็ทำเองได้ โดยไม่ต้องใช้ศัลยกรรม

1.ประเทศไทยใครๆก็รู้ว่าแดดแรง เพราะฉะนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวัน โดยเฉพาะแบบที่ป้องกันมลภาวะและมีส่วนผสมของสาร Antioxidant

2.ผมหนาทำให้ดูเด็ก หลีกเลี่ยงการทำสีผมอ่อนๆ บำรุงให้ผมสุขภาพดีอยู่เสมอ ผมบางใช้วิธีปลูกผมได้

3.บำรุงผิวหน้าแล้วก็อย่าลืมผิวคอและมือ เวลาทาครีมก็ทาลงมาถึงคอด้วยรวมถึงพก Hand cream ติดกระเป๋าไว้ทาระหว่างวัน

4.การล้างหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ควร ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น เพราะจะช่วยลดความบวมของหน้าแถมผิวยังรู้สึกกระชับ

5.หลายคนอาจคิดว่าการกินไขมันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แต่การกินไขมันที่มีประโยชน์ เช่น ไขมันในปลา ถั่วอโวคาโดหรือน้ำมันมะกอกจะช่วยทำให้ผิวมีน้ำมีนวลเหมือนวัยรุ่น

6.ระบบขับถ่ายต้องเป๊ะ การขับถ่ายเป็นประจำทำให้ร่างกายไม่ต้องดูดซึมของเสียเก่าๆ ไปใช้ส่งผลให้ผิวดูสดใสขึ้น

7.เปลี่ยนปลอกหมอน ปลอกหมอนที่เป็นผ้าซาตินหรือผ้าไหมจะนุ่มลื่นและไม่ตึงผิวหน้าให้เกิดริ้วรอย

8.ทำการบ้านบ่อยๆ การมี sex life ที่ดี จะทำให้เราดูเด็กกว่าอายุจริงได้ 5-7 ปีเชียวนะ

9.เราควรหากิจกรรมที่ลดความเครียด เช่น ทำกิจกรรมกับครอบครัว สังสรรค์กับเพื่อน เลี้ยงสัตว์ เล่นโยคะ หรือฝึกสมาธิเป็นประจำ นับเป็นยาคลายเครียดชั้นดี

10.ถ้าเป็นไปได้ควรเลิกสูบบุหรี่ สารในบุหรี่ทำให้ออกซิเจนและเลือดหมุนเวียนได้ลำบากแถมยังเป็นตัวการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินของผิวอีกด้วย

11.ใครๆ ก็อยากมีหุ่นที่ดี แต่ไม่ควรลดน้ำหนักแบบเร่งรัด เพราะจะทำให้ผิวปรับความยืดหยุ่นตามร่างกายไม่ทันและยังส่งผลต่อความเครียด

12.ลดของหวาน อาหารที่น้ำตาลสูงจะส่งผลต่อการทำงานผิดปกติของคอลลาเจนและใยโปรตีนที่ผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ

13.กาแฟ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของคนทำงานในสมัยนี้ แต่การที่เราดื่มกาแฟมากๆ จะทำให้ร่างกายของเราได้รับกาเฟอีนที่มากเกินไป กาเฟอีนขับน้ำออกจากร่างกาย ส่งผลต่อผิวในเรื่องของผิวแห้ง ขาดน้ำ ดูมีริ้วรอย