ทริกเลือกสปอร์ตบราที่ใช่ ใส่สวยมั่นใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274014

ทริกเลือกสปอร์ตบราที่ใช่ ใส่สวยมั่นใจ

ทริกเลือกสปอร์ตบราที่ใช่ ใส่สวยมั่นใจ

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แม้ว่าไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของสาวๆ ยุคนี้จะมีแต่ความเร่งรีบ แต่ก็ไม่ละเลยที่จะดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสมํ่าเสมอ อีกทั้ง ปัจจุบันรูปแบบการออกกำลังกายก็มีหลากหลาย ที่นอกจากจะมอบสุขภาพดีแล้ว ยังทำให้สาวๆ มีรูปร่างที่ดีขึ้นอีกด้วย แต่การออกกำลังกายที่ดีสาวๆ ไม่ควรละเลยตัวช่วยคนสำคัญอย่าง “สปอร์ตบาร์” หรือชุดชั้นในที่ถูกออกแบบมาเพื่อสวมใส่ขณะออกกำลังกาย

สโรชา ซบินเด้นท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ชุดชั้นในไทรอัมพ์ ให้ข้อมูลว่า จากการวิจัยพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น ไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในแบบสปอร์ต ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดการหย่อนคล้อยของหน้าอกได้ เนื่องจากหน้าอกประกอบด้วยเพียงแค่ผิวหนังชั้นนอกและเส้นเอ็นที่รองรับรูปร่างหน้าอกของผู้หญิง (เมื่อเส้นเอ็นยืดออก จะไม่สามารถหดกลับมาคืนสู่สภาพเดิม) ในระหว่างการออกกำลังกาย หากไม่ได้มีการใส่เสื้อชั้นในที่เหมาะสม จะทำให้หน้าอกสามารถเด้งขึ้นไปได้ถึง 14 ซม. มีการพิสูจน์แล้วว่า การสวมเสื้อชั้นในแบบสปอร์ตจะช่วยลดการกระเพื่อมของหน้าอกได้มากถึง 78%

สโรชา ซบินเด้นท์

ค้นหาสปอร์ตบราที่ใช่เพื่อตัวตนในแบบของคุณแบบง่ายๆ โดย สโรชา แนะนำว่า ในการหาสปอร์ตบราที่เหมาะกับประเภทของการออกกำลังกายแต่ละกิจกรรม ควรทำการวัดไซส์และลองสวมใส่ สามารถทดสอบความแน่นกระชับได้โดยการกระโดดหรือยกมือขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อให้รู้สึกมั่นใจขณะออกกำลังกาย สปอร์ตบราที่ดีที่สุด คือสปอร์ตบราที่ทำให้สาวๆ ที่รักการออกกำลังกายสวมใส่แล้วรู้สึกสบายตัวไม่ว่าจะมีรูปร่างแบบใด สปอร์ตบราจะต้องสามารถรองรับและกระชับลำตัวได้ดีสำหรับทุกๆ การเคลื่อนไหวขณะออกกำลังกาย

“ผู้หญิงแต่ละคนต้องการสปอร์ตบราที่แตกต่างกัน ความยืดหยุ่นของผิวหนังจะลดลงไปตามช่วงวัย ดังนั้นสำหรับผู้หญิงที่มีอายุจะต้องการเก็บกระชับลำตัวมากขึ้น การออกกำลังที่ยิ่งใช้การขยับเคลื่อนไหวของขาอย่างรวดเร็ว จะยิ่งทำให้เกิดการกระเพื่อมของทรวงอกซึ่งควรจะต้องใช้เสื้อชั้นในแบบสปอร์ตที่ช่วยยกกระชับมากขึ้นและยิ่งคัพไซส์ใหญ่ ยิ่งต้องการความกระชับมาก ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สปอร์ตบราแบบมีเต้าทรงสามารถช่วยยกกระชับได้ดีกว่าสปอร์ตบราแบบรัดทรง

ข้อแนะนำในการสวมใส่สปอร์ตบรา ควรให้แน่นพอดีตัวกว่าเสื้อชั้นในที่ใส่อยู่ปกติ โดยที่ไม่ต้องแน่นจนเกินไป ไม่กดรัดใต้วงแขน สายบ่า และตะเข็บ สายบ่าควรปรับให้พอดี สวมใส่ได้สบาย ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เพื่อตรวจสอบว่าบราที่เลือกนั้นขนาดถูกต้องหรือไม่ ให้ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ ถ้าขอบบรารอบลำตัวเลื่อนขึ้น คุณควรเลือกบราที่ตัวเล็กกว่าหรือปรับสายบ่าให้พอดี เมื่อสวมใส่เนื้อผ้าตรงเต้าทรงควรจะเนียนเรียบลื่น ไม่มีรอยย่นที่บ่งบอกว่าเต้าทรงนั้นหลวมหรือใหญ่เกินไป ถ้าสวมใส่แล้วมีเนื้อส่วนเกินแสดงว่าคัพไซส์นั้นเล็กเกินไป คุณควรลองไซส์ที่ใหญ่ขึ้น และทดสอบความกระชับลำตัวด้วยการกระโดดและวิ่งไปรอบๆ ว่าสามารถรองรับแรงกระแทกจากการออกกำลังกายได้หรือไม่”

อีกทั้ง สาวๆ เป็นแฟชั่นนิสต้ากันทุกคน แบรนด์ชุดชั้นในจึงมีการออกแบบสปอร์ตบราที่ไม่ได้มีเพียงแค่นวัตกรรมที่รองรับแรงกระแทก สวมใส่สบายเท่านั้น แต่รวมถึงดีไซน์ที่มีความสวยงาม ให้สาวๆ ใส่โชว์ได้อย่างมั่นใจ ช่วยให้มีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้นอีกด้วย

‘Vogue Gala’ ประมูลมาสเตอร์พีซ จาก 15 แบรนด์ดังระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274041

‘Vogue Gala’ ประมูลมาสเตอร์พีซ จาก 15 แบรนด์ดังระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากล

‘Vogue Gala’ ประมูลมาสเตอร์พีซ จาก 15 แบรนด์ดังระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากล

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิตยสาร โว้ก ประเทศไทย คัมภีร์แฟชั่นระดับโลก สานต่อเจตนารมณ์ในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่เวทีสากล จัดงานกาลาดินเนอร์การกุศล “Vogue Gala”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อยกระดับผ้าไทยท้องถิ่นจากทั่วประเทศผ่านการรังสรรค์เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก 15แบรนด์ดังระดับโลก พร้อมจัดงานประมูลเพื่อระดมเงินทุนสนับสนุนดีไซเนอร์ไทย ผู้มีความสามารถให้มีโอกาสพัฒนาและต่อยอดในเชิงธุรกิจ ผ่านโครงการ Vogue Who’son Next, The Vogue Fashion Fund ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมพาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ บรรยากาศภายในงานตระการตาด้วยดอกไม้สุดอลังการโดยมีเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ของเมืองไทย อาทิ พาสินี ลิ่มอติบูลย์, ชฎาทิพ จูตระกูล, อินทิราธนวิสุทธิ์, กรณ์ ณรงค์เดช, ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์, จิตติมาวรรธนะสิน, อติชาต รักษะจิตร, บุปผา กิ่งชัชวาลย์ มาร่วมงานอย่างคับคั่งโดยก่อนที่ผู้มีเกียรติจะเข้าร่วมซิทดาวน์ดินเนอร์สุดหรู ต่างชื่นชมกับผลงานมาสเตอร์พีซทั้ง 22 ชิ้นที่จัดแสดงไว้บริเวณหน้างาน พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการ“Thai Fabric to the World” ที่นิตยสารโว้ก ประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นประกอบกับสารคดีสั้นถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของผ้าไทยจากหมู่บ้านทอผ้าไทยท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตจนสำเร็จเป็นผืนผ้าและส่งต่อไปยังเหล่าดีไซเนอร์ระดับโลกเพื่อรังสรรค์ออกมาเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก นอกจากนี้ยังมีโชว์เคสพิเศษของเครื่องสำอางแบรนด์ดัง โซลวาซู โดยมีกระเป๋าที่ทำจากผ้าไทยที่ออกแบบมาเป็นบรรจุภัณฑ์ สำหรับพรีเซรั่มของผลิตภัณฑ์ โซลวาซู อีกด้วย

สิรี อุดมฤทธิรุจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซเรนดิพิตี้ มีเดีย จำกัด ผู้ตีพิมพ์นิตยสารโว้ก กล่าวว่า “การจัดงาน Vogue Gala ตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดีใจและภูมิใจมากที่ดีไซเนอร์ชั้นนำของโลกเห็นความสำคัญในสิ่งที่โว้ก ประเทศไทยทำและสนับสนุนเรามาในทุกๆ ปี ที่สำคัญคือภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความงดงามของผ้าไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นจากชาวบ้านทั่วประเทศให้คนในวงการแฟชั่นได้สัมผัสถึงคุณค่าและเสน่ห์ของผ้าไทย และทำให้หลายคนเห็นว่าผ้าไทยสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เคยเห็น”ด้าน กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย กล่าวว่า “ปีนี้มีผลงานระดับมาสเตอร์พีซจาก 15 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก 22 ชิ้นได้แก่ บิยัน, ดีวีเอฟ,ยูแจน ริกอนโน, จิมมี่ ชู,เคท สเปด, ลูลู่ กินเนส, มานิช ออโรร่า,เพนตา จาก โมทีฟ เฟอร์นิเจอร์, โรเฌร์ วิวีเยร์, ร็อคแซม,ทอดส์, ทอรี่ เบิร์ช,แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์, วทานิกาและ ณัชชา แต่ละแบรนด์ได้รังสรรค์ชิ้นงานโดยใช้ผ้าไทยท้องถิ่นจากหลากหลายแห่งทั่วประเทศออกมาได้อย่างร่วมสมัย และแตกต่างน่ามอง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา และโคมไฟ ซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจมากที่คนไทยจะได้เห็นผ้าไทยปรากฏเป็นผลงานที่มีชิ้นเดียวในโลก”

 

งานนี้นอกจากเหล่าเซเลบริตี้จะอิ่มเอมกับอาหารรสเลิศและดื่มด่ำกับบรรยากาศซิทดาวน์ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว ต่างร่วมประมูลผลงานชิ้นเอกจนได้ยอดเงินเข้าโครงการ Vogue Who’s on Next, The Vogue Fashion Fund สูงถึง 2,305,000 บาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปสนับสนุนเหล่าดีไซเนอร์ไทยที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลต่อไป

 

 

 

ศิริราชดรีม #SirirajDream ตามรอยพระราชปณิธาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273991

ศิริราชดรีม #SirirajDream ตามรอยพระราชปณิธาน

ศิริราชดรีม #SirirajDream ตามรอยพระราชปณิธาน

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กับผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษา

โรงพยาบาลศิริราช ก้าวข้ามผ่านทุกยุคสมัย ด้วยความรู้ วิทยาการและประสบการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ที่ถ่ายทอดส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นบอกเล่าถึงคำมั่นสัญญา ความหวัง และความฝันของโรงพยาบาลแห่งนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งสถานะโรงพยาบาลของแผ่นดิน อันหมายความถึงการเป็นที่พึ่งพิงของคนไทยทั่วทั้งแผ่นดินโดยการปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมและมองเห็นคุณค่าของทุกชีวิตจากวันนั้นถึงวันนี้ พันธกิจใหม่ๆ ทางการแพทย์รออยู่ข้างหน้าอย่างท้าทาย

รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดตั้งโครงการ“ศิริราชดรีม” ว่าโรงพยาบาลศิริราช เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย ดำรงเคียงคู่คนไทยมากว่า 129 ปี ก่อกำเนิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ในการรักษาอาการเจ็บป่วยเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร อีกทั้งพระบรมราชชนก พระราชบิดาแห่งวงการการแพทย์ ได้ทรงอุทิศทั้งพระราชทรัพย์และพระวรกาย เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุขของไทยมีความก้าวหน้า ทรงพระราชทานทุนการศึกษาและค้นคว้า และก่อสร้างตึกขยายพื้นที่โรงพยาบาลศิริราช

รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์

ด้วยความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์เสมอมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร.9 ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการจราจรและน้ำท่วมซ้ำซากจนต้องปิดโรงพยาบาลพระองค์จึงได้รับสั่งให้จัดทำแผนที่สำหรับการปรับปรุงระบบการจราจรโดยรอบฝั่งธนบุรี จัดทำเป็นโครงการพระราชดำริเพื่อให้ประชาชนและผู้สัญจรทั่วไปสามารถเดินทางและใช้บริการทางการแพทย์อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังทรงพระราชทานนามตั้งชื่ออาคารในศิริราชหลายอาคาร อาทิ อาคารสยามินทร์, อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา

ด้วยพระราชปณิธานของทุกพระองค์ที่มีต่อศิริราช บุคลากรของศิริราชทั้งหมด จึงจัดได้ทำโครงการ “ศิริราชดรีม” (#SirirajDream) เพื่อตามรอยพระราชปณิธานที่จะให้การรักษาแก่คนไข้อย่างดีที่สุด ด้วยความรัก อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ย่อท้อ เป็นการตอบแทนคุณแผ่นดิน พร้อมกับพัฒนาคุณภาพการวินิจฉัยและการรักษาโรคให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ถูกต้อง และทันท่วงทีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด

“ศิริราชดรีมคือความฝันของบุคลากรทุกคนใน รพ.ศิริราช มีการวางแผน เสนอวิสัยทัศน์ และวางนโยบายเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพันธกิจหลักของศิริราช คือ 1.การรักษาพยาบาล 2.การเรียนการสอน 3.การวิจัย”

รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ ได้กล่าวถึงบริการทางการแพทย์ในอนาคต ตามแผนของ SirirajDreamที่จะให้การรักษาผู้ป่วยคนไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อาทิ 1.ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุ 2.ศูนย์ดูแลวิกฤติฉุกเฉิน 3.ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการศึกษาพันธุกรรมคนไทย ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าแต่ละคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรและยังไม่มีการศึกษาพันธุกรรมในคนไทยอย่างเป็นกิจจะลักษณะรวมทั้งแผนการดูแลชุมชนแบบเชิงรุก ( community engagement) อีกด้วย

ที่ผ่านมาโรงพยาบาลศิริราชรองรับผู้ป่วยคนไทยที่เป็นคนไข้ด้อยโอกาสไม่มีกำลังจ่ายมากที่สุด ศิริราชรักษาผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนในแต่ละปีมีคนไข้ที่ไม่มีจ่ายปีละประมาณ 700 ล้านบาทจึงต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาภาวะขาดทุนตรงนี้ ด้วยเงินอุดหนุนจากคลินิกพิเศษ และอาคารปิยะการุณย์ซึ่งชดเชยได้ประมาณ 250 ล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาผ่านมูลนิธิศิริราช

“ทุกการใช้จ่ายของคนไข้ในการรักษาที่คลินิกนอกเวลาและอาคารปิยะการุณย์จึงเท่ากับได้ทำบุญให้กับผู้ป่วยด้อยโอกาส มารักษาที่นี่ไม่มีตังค์ขอให้บอก เรามีช่องทางที่จะช่วยเหลือจากกองทุนศิริราช มูลนิธิศิริราช ศิริราชพร้อมช่วยเหลือคนด้อยโอกาสแพทย์ทุกคนมีความสุขในการทำงาน เพราะการทำงานตรงนี้ทำให้เรามีโอกาสที่จะช่วยคนไข้ในทุกมิติ สำหรับผู้สนใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อชีวิตคนนับล้าน ติดต่อได้ที่ ศิริราชมูลนิธิโทร.02-4197658-60”

สำหรับโครงการอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา เป็นอาคารที่จะรองรับผู้ป่วยด้อยโอกาส รวมถึงผู้ป่วยทุกระดับให้เข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมสามารถรับผู้ป่วยนอก 500,000 รายต่อปี ผู้ป่วยใน18,000 รายต่อปี จะแล้วเสร็จในปี 2562 ต้องใช้เงินทุนทั้งหมด 5,000 ล้านบาท รัฐสนับสนุน 2,000 ล้านบาท ต้องหาทุนเพิ่ม 3,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้มาแล้ว 2,400 ล้านบาท ยังขาดอีก 600 ล้านบาทและยังมีค่าครุภัณฑ์อีก 1,800 ล้านบาท แม้จะมีทรัพยากรจำกัด แต่ชาวศิริราชทุกคนยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา พร้อมที่จะระดมทุนจากภาคส่วนต่างๆเพื่อให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

ส่งความสวยด้วยนวัตกรรมความงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274002

ส่งความสวยด้วยนวัตกรรมความงาม

ส่งความสวยด้วยนวัตกรรมความงาม

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ยูนิเวิร์ส บิวตี้ ริช จำกัด ภายใต้ แบรนด์ “MERCURY CLINIC” คลินิกสุขภาพความงามครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านเดินหน้าเอาใจสาวๆ และคนยุคใหม่ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพความงาม จัดงาน “To Be Proud of Mercury” เปิดตัวคลินิกความงามสาขาล่าสุด พร้อมแนะนำพรีเซ็นเตอร์สาวสวย “คริส หอวัง” ณ ศูนย์การค้าอยุธยา ซิตี้ พาร์ค

ปัญญา พิมพ์โพธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวิร์ส บิวตี้ ริช จำกัด เผยว่า “MERCURY CLINIC คลินิกสุขภาพความงามครบวงจร ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน สามารถตอบโจทย์ปัญหาของผู้ใช้บริการได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยระดับ International ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา USF-DA เน้นการเห็นผลชัดเจนและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด โดยให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกที่ต้องมีผลวิจัยและเอกสารรับรองคุณภาพ รวมทั้งการสร้างมาตรฐานและคุณภาพที่ดี เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจความงามในระดับแนวหน้าของประเทศต่อไป ในโอกาสนี้ทาง MERCURY CLINIC ได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์นักแสดงแถวหน้าอย่าง คริส หอวัง เป็นตัวแทนนำเสนอภาพลักษณ์และตัวตนของคลินิก

แพทย์หญิงธัญวรินทร์ โชติชอบประดิษฐ์

ขณะที่ แพทย์หญิงธัญวรินทร์ โชติชอบประดิษฐ์ หรือ คุณหมอแอน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาญด้านเวชศาสตร์ความงามของ “MERCURY CLINIC” ให้ความรู้ว่า “ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ทำให้ผู้ที่มีสภาพผิวมันมักพบกับปัญหาสิวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ โดยการหลีกเลี่ยงอากาศร้อน เลี่ยงแสงแดด กางร่ม ใส่หมวกและทายากันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้าน อยู่ในสถานที่ระบายอากาศได้ดี รักษาความสะอาด ไม่เอานิ้วมือไปจับหรือถูบริเวณใบหน้าบ่อยครั้งและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะสม pH เป็นกลาง เพื่อลดการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ ส่วนในคนที่มีสิวอยู่แล้ว สิ่งที่จะต้องทำเพิ่มเติมคือ เข้าพบแพทย์ เพื่อดูแลรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสม อาจมีการทำทรีทเมนต์เพื่อบำรุงลดรอยแดงรอยดำ ลดความมันของใบหน้า เพื่อผลการรักษาที่หน้าพอใจและที่สำคัญ อย่าลืมดื่มน้ำสะอาด และผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อช่วยให้ผิวขับสารพิษ ดีท็อกซ์ และซ่อมแซมตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกเหนือจาการดูแลปัญหา สภาพผิว สิว ฝ้าแล้วเราพบว่าปัญหาความหย่อนคล้อยไม่กระชับ เป็นปัญหาหลักของผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป จริงๆ แล้ว ผิวหน้าเราจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจน อีลาสติน เมื่อเราอายุ 25 ปี เป็นต้นไป ใครที่ดูแลตัวเองดี ทานผัก ผลไม้โปรตีนเพียงพอ มีการออกกำลังกายเหมาะสม และมีการดูแลผิวพรรณแต่เนิ่นๆ ก็จะหย่อนคล้อยช้ากว่าคนที่ไม่ได้ดูแล”

ทั้งนี้ ข้อมูลสุขภาพและความงาม สามารถสอบถามได้ที่ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ MERCURY CLINIC สาขา ศูนย์การค้า อยุธยา ซิตี้ พาร์ค และสาขาอื่นๆ รวม 8 สาขา รายละเอียดเพิ่มเติมที่www.mercuryclinicth.com

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273986

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 7 มิถุนายน 2560

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ธีระชัย เชมนะสิริ ได้รับทราบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ระหว่างท่องเที่ยวอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่าได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2560 เป็นต้นไป…

ll จิตติมา แพ่งสภา เพิ่งกลับจากภูฏาน ถึงบ้านเขาใหญ่ ก็เจอกระถินต้นยักษ์ล้มครืนลงมาฟาดสายไฟเฉียดบ้านคนสวนไปหน่อยเดียว เนื่องจากฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน บุญของคนสวนและเมียที่ไม่โดนต้นไม้ใหญ่ยักษ์ฟาดลงกลางบ้านขณะเขากำลังนอนหลับ เธอเชื่อเรื่องเจ้าป่าเจ้าเขาที่คอยมาอารักขาผู้ที่มาขออาศัยอยู่ในบริเวณนี้และใส่บาตรครูบาอาจารย์ทุกเช้าก็อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขาทุกครั้ง จึงแคล้วคลาดไปได้…

ll นักเขียนอาวุโสรางวัลนราธิป พ.ศ.2554 “บุษยมาส” สมนึก สูตะบุตร ถึงแก่กรรมจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือดด้วยอาการสงบวันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. เวลา 11.05 น. ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะสวดพระอภิธรรม 7 คืน จนถึงวันเสาร์ที่ 10 มิ.ย. เวลา 18,30 น. วัดพระศรีมหาธาตุ และเก็บศพไว้ 100 วัน สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อาจจะไม่รู้จักเธอ“บุษยมาส”มีนวนิยายยอดนิยมที่สร้างเป็นละครวิทยุ ภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์มากมายเช่น สลักจิต หนึ่งในทรวง ทับเทวา หัวใจเถื่อน ดงผู้ดีมัตติกา หงส์เหิน เจ้าจอม ในม่านเมฆ หนึ่งนุช นางฟ้าซาตานสกุลกา สุริยาที่รัก ในอ้อมอกสวรรค์ เป็นต้น…

ll แม้จะยุ่งเรื่องการตามจับฆาตกรฆ่าหั่นศพตามชายแดนเมียนมาร่วมกับทางการเมียนมา แต่ ร้อยเอกสันติ จันทร์สูงหัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-พม่า(TBC)ประจำพื้นที่ 1 ก็ยังไม่วาย

ขออ้อนคุณแม่บุญธรรม สมัยสมาน ไกรฤกษ์ ขอกินผัดเผ็ดกบหน่อย ฝ่ายคุณแม่ระยะนี้ก็ไม่กล้ากรายไปทางแม่สาย เพราะกลัวจะโดนจับผิดตัว นึกว่าเป็น“เปรี้ยว”ภาคอนาคต…

ll หลังจากท่องอังกฤษ สุดจิต ทิวารี ก็มาถึง Duesseldorf แล้วไม่พลาดที่จะกินขาหมู ร้านที่นโปเลียน เคยมากิน โชคดีได้มี Asparagus สีขาว ของชอบที่กำลังออกมามากตอนนี้ อร่อย ถูกใจทุกคน นำเสนอโดย สุภาษรัตน์ จุลสมัย…

ll ยินดีด้วยกับเด็กไทยคนเก่ง“โปรเม”โปรมือ 2 โลกขวัญใจชาวไทย ผงาดขึ้นครองตำแหน่งนักกอล์ฟหญิงมืออันดับ1 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย หลังคู่แข่งอย่าง เรียว โซ ยอน จากเกาหลีใต้ ไม่ผ่านการคัดตัวในศึกกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการช็อปไรท์ แอลพีจีเอ คลาสสิกที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา…แต่ดีใจได้ไม่นานก็ต้องขอแก้ข่าวว่า Lydia Ko ยังครองอันดับ 1 ต่อด้วยคะแนนที่ต่าง 0.01 “โปรเม”เอรียา จุฑานุกาล ยังเป็นที่สอง LPGA มีแถลงการณ์แถลงออกมากลางดึกคืนวานนี้ว่าคำนวณผิด แต่อย่างไรเสีย “โปรเม”ก็เป็นหนึ่งในดวงใจของคนไทยอยู่ดี แล้วไม่ช้าไม่นานเธอก็คงได้เป็นอันดับ 1 แน่นอน…

ll สภาวิชาชีพบัญชีจะจัดเลือกตั้งนายกสภาฯ ในวันที่10 มิ.ย. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มี ไพฑูรย์ ทวีผล รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม…

ll ว่าจะกล่าวบทไปถึงสองป้าที่สวิตเซอร์แลนด์ที่กินยาเหมือนกัน เมื่อ อมรา ศิลปิกุล ประกาศหาเจ้าของยาที่ตัดไว้แล้วครึ่งเม็ดมี จิราพร เชมนะสิริ มาเคลมว่าเป็นของเธอที่ตัดไว้แล้วลืมกิน อีกสักพัก อ้อย เรมองต์ ก็มาตามหายาที่ตัดแล้ว และวางลืมไว้ แต่สายเสียแล้ว ยาลงไปอยู่ในท้อง“คุณจุ๊บ-จิราพร”เรียบร้อย…ll

หนูภาฯ

มุมนี้มีนัด : 7 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273993

587585

มุมนี้มีนัด : 7 มิถุนายน 2560

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

l กอล์ฟการกุศล

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานนักศึกษาสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจรุ่นที่ 6 (ABC รุ่นที่ 6) มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัด “การแข่งขันกอล์ฟการกุศล ABCรุ่นที่ 6” โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดหาทุนเพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ โดยนำไปช่วยเหลือโรงเรียนบ้านปางหลวง จ.เชียงราย ที่ตั้งอยู่บนดอยสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ทั้งการปรับปรุงอาคารเรียน, ห้องเรียน, โรงอาหาร และห้องสุขา รวมถึงจัดสร้างลานกิจกรรม ตลอดจนสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาและสื่อการเรียนการสอน เพื่อเป็นการมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยในถิ่นทุรกันดาร ในวันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2560 ที่สนามกอล์ฟ เดอะรอยัล เจมส์ ซิตี้ จ.ปทุมธานี ลงทะเบียนเวลา 10.00 น. และเริ่มตีเวลา12.00 น. สนใจร่วมแข่งขันกอล์ฟการกุศล กรุณาติดต่อ เบญจพร เหรียญนิมิตร โทร.02-5026000 ต่อ 8721

l ทุนวิจัยลอรีอัล

บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสนับสนุนบทบาทของสตรีนักวิทยาศาสตร์ไทยเป็นปีที่ 15 ประกาศเปิดรับสมัครนักวิจัยสตรีไทยเข้าร่วมชิงทุนโครงการ “ทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทยเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2560 โดยการสนับสนุนของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เพื่อรับวิจัยทุนละ 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ  (รวมไม่เกิน 5 ทุน) โดยผู้สมัครต้องมีอายุระหว่าง 25-40 ปี เป็นเจ้าของผลงานวิจัยอิสระ ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวัสดุศาสตร์ และสาขาวิทยาศาสตร์เคมีและงานวิจัยดังกล่าวต้องอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายนนี้ สอบถามรายละเอียดของโครงการและสมัครได้ที่ 02-6843000, 02-6841942 และ 02-6843192 หรืออี-เมล์ที่beauty@th.loreal.com

l เทศกาลทำดีหวังผล

กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ และมูลนิธิเพื่อคนไทยพร้อมทั้งภาคีเครือข่ายกว่า 80 องค์กร ขอเชิญเที่ยวงาน Good Society Expo 2017 เทศกาลทำดีหวังผล เทศกาลงานเพื่อสังคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีชวนคนไทยมาร่วมทำดี เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม ร่วมแก้ไขปัญหาสังคมใน 5 ประเด็นหลัก คือ การศึกษา, ต่อต้านคอร์รัปชั่น, สุขภาพ, สิ่งเเวดล้อม, คนพิการเเละผู้สูงอายุ โดยกลไกการอย่างมีนวัตกรรมเพื่อใหัคนได้สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมได้ง่ายมากขึ้น เทศกาลทำดีหวังผลGood Society Expo 2017 9-11 มิ.ย. 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และย่านราชประสงค์

‘Eathai’ (อีทไทย) จัดเมนูเด็ด พร้อมกิจกรรมสร้างสีสัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273990

‘Eathai’ (อีทไทย) จัดเมนูเด็ด พร้อมกิจกรรมสร้างสีสัน

‘Eathai’ (อีทไทย) จัดเมนูเด็ด พร้อมกิจกรรมสร้างสีสัน

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“Eathai” (อีทไทย) ที่สุดแห่งอาณาจักรอาหารไทย ในบรรยากาศไทยร่วมสมัย จัดเทศกาล “Eathai celebrates the completion of Central Embassy” (อีทไทย เซเลเบรท เดอะคอมเพลชั่น ออฟ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่) ร่วมฉลอง ชวนอร่อยกับเซตเมนูคัดสรรโดยสุดยอดเชฟของไทย พร้อมร้านอาหารหมุนเวียนชื่อดังและเพลินช็อปฯสินค้า ของฝาก ตลอดจนกิจกรรมสร้างสีสันมากมาย วันนี้ ถึง 2 ก.ค. 2560 ณ ชั้น LGศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่

สิริเกศ จิรกิติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ “Eathai” ยังได้รับรางวัล “ชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยมประจำปี 2016” จาก TripAdvisor เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า “Eathai” สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักชิมทั่วทุกมุมโลกอย่างแท้จริง และในโอกาสนี้ เราได้จัดให้มีกิจกรรมสร้างสีสันและความพิเศษหลากหลาย จึงไม่อยากให้ทุกท่านพลาดงานนี้ เชิญแวะมาชิม มาช็อปฯ กันได้

สำหรับความพิเศษแรกเริ่มที่ “มุมอร่อย” โซนร้านหมุนเวียนได้เนรมิตให้เป็น Eathai’s King of Street Food Pop-Upที่นักชิมจะได้พบกับความอร่อยจากสตรีตฟู้ดชื่อดัง ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชาข้างถนน” แวะเวียนมาเสิร์ฟความอร่อย อาทิ ข้าวหมูแดงสีมรกต, เจ๊โอว ฯลฯ

ไฮไลท์ต่อมา “Eathai Chef’s Choice” เมนูเซตที่ต้องลอง โดยได้รับเกียรติจากสุดยอดเชฟของไทยมาแนะนำความอร่อย เริ่มที่เชฟเอียน-พงศ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย แนะนำเมนูซีฟู้ด คือ ออลั่วะ (หอยนางรมทอดแบบกรอบ) ร้านหอยทอดชาวเล, ขนมจีนน้ำยาปูไข่สูตรใต้ ร้านขนมจีนน้ำยาปูแม่ติ๋ม, ปลาเส้นต้มยำ ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตึกเพชร, ข้าวเกรียบปากหม้อ ร้านของว่างไทย และไอศกรีมมะพร้าวอ่อนในลูกมะพร้าว โซนหวานเย็น พร้อมเผยว่า “อาหารทะเลไทยขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุดิบที่สดใหม่ และรสชาติดี ยิ่งนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารไทยยิ่งส่งผลให้รสชาติของอาหารดียิ่งขึ้น”

ขณะที่ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เผยถึงเซตเมนูที่แนะนำว่า “เซตอาหารนี้มีหลายรสชาติ และแสดงถึงสตรีตฟู้ดของไทยที่มีหลากหลายสไตล์ ประกอบไปด้วย ราดหน้าหมูคะน้าฮ่องกงร้านแสนยอด, ส้มตำปูปลาร้า ร้านไก่ย่างอีสาน, เกาเหลาทะเลร้านนำชัย, ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ร้านครัวชาววัง ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ และขนมเบื้องจากร้านแม่ประภา

เชฟไก่-ธนัญญา ไข่แก้ว

ปิดท้ายด้วยเซตเมนู แนะนำโดย เชฟไก่-ธนัญญา ไข่แก้ว มีน้ำอัญชัน, ไข่ปลาหมึกย่าง ร้านหมึกสดย่างอ่างศิลา, ก๋วยเตี๋ยวกั้งน้ำใสรวมมิตร ร้านก๋วยเตี๋ยวกั้งบ้านเพ และน้ำแข็งไส จากโซนหวานเย็น โดยเชฟสาวคนเก่งเล่าว่า “เซตนี้กินด้วยกันแล้วลงตัวดีค่ะ มีไข่ปลาหมึกเรียกน้ำย่อย และอิ่มอร่อยกำลังดีกับก๋วยเตี๋ยวกั้ง ดับความเผ็ดและอากาศที่ร้อนด้วยน้ำดอกอัญชัน แล้วตบท้ายด้วย น้ำแข็งไสล้างปาก อิ่มกำลังดีไม่ง่วงนอน สามารถไปเดินช็อปปิ้งต่อหรือดูหนังได้สบายๆ”

ซึ่งนอกจากจะมีความสุขกับอาหารอร่อยแล้ว ภายในอีทไทยยังมีกิจกรรมและความพิเศษ อื่นๆ ไว้ให้ได้มาร่วมสนุกอีกมากมาย

จี-ยู ครีเอทีฟบุกตลาดอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273995

จี-ยู ครีเอทีฟบุกตลาดอาเซียน

จี-ยู ครีเอทีฟบุกตลาดอาเซียน

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(ขวา) ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับงาน JAPAN EXPO THAILAND ปีนี้บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด ก้าวสำเร็จไปอีกขั้น ด้วยการขยายฐานธุรกิจอีเว้นท์เปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยให้นักธุรกิจนักลงทุนชาวญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นลูกค้าหลักของบริษัท ศึกษาลู่ทางการลงทุนในตลาดใหม่ๆ นอกจากประเทศไทยโดยเตรียมเปิดตัวงาน JAPAN EXPO MALAYSIA2017 และ  JAPAN EXPO MYANMAR2017 “TRADE & EXHIBITION” ภายในปีนี้แน่นอน

ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัดกล่าวว่า หลังจากที่เราได้ดำเนินการจัดงานJAPAN EXPO THAILAND มาแล้วตลอดสามปีที่ผ่านมาบวกกับการทำงานอีเว้นท์ในด้านต่างๆ กับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นมากว่า15 ปี เราเป็นคนไทยที่มีความชำนาญในเรื่องญี่ปุ่นมากที่สุด จึงอยากนำเอาประสบการณ์ตรงนี้ไปต่อยอดในประเทศอื่นๆ จากพื้นฐานที่เราถนัด ทางบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสการขยายตัวไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยการนำคอนเท้นต์ที่น่าสนใจของประเทศญี่ปุ่นไปนำเสนอให้เข้ากับแต่ละประเทศ และประเทศที่เจรจาได้สำเร็จคือ มาเลเซีย และพม่า

ในปีนี้นอกจากเป็นโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นแล้ว ที่ประเทศมาเลเซียก็ครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศมาเลเซียและประเทศญี่ปุ่น เช่นกัน โดยเรานำอีเว้นท์ของเราที่เป็นที่รู้จักในตลาดเอเชียไปเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และต่อยอดธุรกิจในประเทศนั้นๆ

โดยรูปแบบการจัดงานจะคล้ายๆ ประเทศไทย โดยจะขนความเป็นที่สุดของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ท่องเที่ยว, อาหาร,ธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีบางประเภทรวมทั้ง Business Matching (B2B) และB2C เพราะตลาดที่นั่นค่อนข้างคุ้นเคยกับสินค้าญี่ปุ่นกันอยู่แล้ว เราเข้าไปเติมเต็มเรื่องการรวบรวมคอนเท้นต์ญี่ปุ่นที่สนุกๆมาให้อยู่ในงานเดียวรวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก (SMEs) ของญี่ปุ่นที่เริ่มขยายตัวออกต่างประเทศได้มาร่วมออกงานของเราทดลองตลาดและเปิดตัวสินค้าของตัวเอง

ในส่วนภาคความบันเทิง ทางจี-ยูยังยกขบวนความสนุก ความอลังการในรูปแบบของแฟชั่น นำทีมโดยแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยหัวใจญี่ปุ่นอย่าง ศรุดา นิ่มพิทักษ์พงษ์ (กุ้งคูนิต้า) นำนางแบบนายแบบ และเซเลบริตี้ชื่อดังจากเมืองไทยรวมทั้งคนดังในมาเลเซียร่วมเดินเฉิดฉายบนเวทีในคอนเซ็ปต์ Harajukuin KL ให้ทุกคนได้เห็นความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริงผ่านแฟชั่นเสื้อผ้าที่ถูกดีไซน์มาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีแฟชั่น Muslim Fashion Show โดยนำผ้ากิโมโนมาทำCollection Hijab (ผ้าคลุมศีรษะสำหรับชาวมุสลิม) อีกด้วย

งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30กรกฎาคม 2560 ณ Pavilion และ Farenheit88ย่าน Bukit Bintan ใจกลางกรุง Kuala Lumpurส่วนในประเทศพม่า จะมีนักลงทุนญี่ปุ่นมากมายที่สนใจจะเข้าไปทำธุรกิจในตลาดนี้โดยตลาดของประเทศพม่า ทางจี-ยูฯจะจัดงานที่เน้นการเชื่อมโยงช่องทางการทำธุรกิจเป็นหลัก และโฟกัสในเรื่องBusiness Matching (B2B) เพราะฉะนั้นที่พม่าเราจะใช้ชื่อ JAPAN EXPOMYANMAR 2017 “TRADE &EXHIBITION” โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 11-13ตุลาคม 2560 ที่โรงแรม Novotel Max Yangon

“ทั้งนี้การจัดงานในพม่านั้น เป็นอีกทางที่เราสามารถส่งเสริมผู้ลงทุนชาวญี่ปุ่นที่มาลงทุนในประเทศไทย สามารถนำเสนอสินค้าและบริการของบริษัทตนเองโดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายตัวได้ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็นการให้บริการทางด้านการขนส่งสินค้า บรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มยอดรายได้ให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่ง” ยุพเรศ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.japanexpomalaysia.comและ http://www.japanexpomyanmar.comได้เร็วๆ นี้ สำหรับผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ info@gyucreative.com

ส.ป.อ.ท. ร่วมกับ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ จัดเสวนา ‘Women in Media’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274047

ส.ป.อ.ท. ร่วมกับ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ จัดเสวนา ‘Women in Media’

ส.ป.อ.ท. ร่วมกับ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ จัดเสวนา ‘Women in Media’

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเซียอาคเนย์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ส.ป.อ.ท.)นำโดย มณฑิยา แพ่งสภา นายกสมาคมฯ ร่วมกับ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ จัดงานจิบน้ำชายามบ่าย พร้อมฟังเสวนาในเรื่อง “ผู้หญิงกับงานสื่อสารมวลชน” (Women in Media) โดยมี พิชายชื่นสุขสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านสื่อสารมวลชน เป็นระยะเวลานาน และเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และผู้ช่วยพิเศษของเลขาธิการอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา โดยปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาให้กับหนังสือพิมพ์ที่ประเทศเมียนมา นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมเสวนาและให้ความเห็น คือ มาดามจูลิ เชกิกูขิ- โดรเฟนิก ภริยาเอกอัครราชทูตประเทศออสเตรเลียประจำประเทศไทย เคยดำรงหลายตำแหน่งที่ธนาคารโลก อาทิ เจ้าหน้าที่บริหารองค์ความรู้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จด้านการอบรมและพัฒนาอย่างยิ่ง, มาดามเควิน ดอริส อีจอนคู่ชีวิตของเอกอัครราชทูตไอริชประจำประเทศไทย เควิน-เป็นนักข่าวสืบสวนของรายการวิทยุและโทรทัศน์ในอูกันดาและเป็นนักข่าวของ Radio Norway และช่องออนไลน์ NRK และปัจจุบันยังรายงานข่าวการพัฒนาการสถานการณ์ในอูกันดา และด้านต่างประเทศ

โดยมี นงนุช เพชรรัตน์ เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยและผู้บริหารสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ให้เกียรติเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้ ได้พูดคุยถึงผู้หญิงกับการทำงานด้านสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์ (Women in Media) ซึ่งเป็นสายงานอาชีพที่ผู้หญิงจำนวนมากใฝ่ฝันที่จะทำงาน อาทิ ในแวดวงโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสารแม้แต่การเป็นผู้สื่อข่าวภาคสนาม งานด้านการสื่อสารมวลชนเป็นงานที่ท้าทาย มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการแข่งขันกับผู้ชายในสายงานเดียวกัน และมักจะพบว่าในความสามารถที่เท่ากัน แต่การได้รับผลตอบแทนจะเป็นฝ่ายชายที่ได้รับพิจารณาดีกว่าทั้งตำแหน่งและค่าตอบแทน

การเป็นผู้สื่อข่าวภาคสนาม เช่น เควิน นั้นมีความเสี่ยงสูง เช่นในประเทศอูกันดา แต่ในหลายๆ กรณีความเป็นผู้หญิงของเธอก็ทำให้ได้เข้าไปทำข่าวกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในอูกันดา และในเขตหวงห้ามที่ยากจะได้รับอนุญาต โดยการใช้สื่อรายการวิทยุที่เธอจัดเป็นช่องทางหนึ่งของการติดต่อ การเป็นผู้สื่อข่าว หรือการทำงานด้านสื่อสารมวลชนทุกสาขา ต้องมีใจที่รักงานพร้อมที่จะทำหน้าที่ได้ในทุกสภาวะ เพื่อส่งข่าวต่างๆ สู่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ การเป็นผู้หญิงก็ยังมีข้อจำกัดในการทำงาน จากหน้าที่การเป็นแม่และภริยา ต่างเห็นพ้องกันว่า อาชีพการสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์ เป็นงานที่สนุก ท้าทาย ที่ยังอยากจะได้กลับเข้าสู่วงการนี้อีก และหวังว่าในอนาคตผู้หญิงบนเส้นทางสายนี้จะได้รับโอกาสมีความเสมอภาคกับผู้ชาย และได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในหน้าที่การทำงาน

‘เหล่าคนดัง’ ตั้งใจเวิร์กช็อปเกินร้อย! เรียนรู้ขับขี่ปลอดภัยไปกับ TPRO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273997

‘เหล่าคนดัง’ ตั้งใจเวิร์กช็อปเกินร้อย! เรียนรู้ขับขี่ปลอดภัยไปกับ TPRO

‘เหล่าคนดัง’ ตั้งใจเวิร์กช็อปเกินร้อย! เรียนรู้ขับขี่ปลอดภัยไปกับ TPRO

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เชื้อชาตินที วงษ์สวัสดิปภา, ลักขณา-กณพ เชาว์วิศิษฐ, มร.ฮิโรชิเงะ คาวาดะ, อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ,
สมบัษร ถิระสาโรช และอภินรา ศรีกาญจนา

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคม ให้กลายเป็นถนนปลอดอุบัติเหตุ สำหรับกิจกรรมเวิร์กช็อป “เรียนรู้ขับขี่ปลอดภัยไปกับ TPRO”ที่จัดโดย บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับ TPRO(ทีโปร) ศูนย์ฝึกอบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยที่มีสนามฝึกขนาดใหญ่ในรูปแบบต่างๆ โดยงานนี้ 2 ผู้บริหาร อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ และ กณพ เชาว์วิศิษฐ คู่พี่น้องเจเนอเรชั่น 3
แห่งโตโยต้า ทูโช นำทีมเหล่าคนดัง ที่ตั้งใจมาร่วมเรียนรู้แบบเกินร้อย อาทิ อภินราศรีกาญจนา, สมบัษร ถิระสาโรช,เชื้อชาตินที วงษ์สวัสดิปภา, ลักขณา เชาว์วิศิษฐ, ธนัตถ์ รัตนโกสุมภ์ กับวิธีการขับขี่แบบปลอดภัยบนท้องถนน โดยมี มร.ฮิโรชิเงะ คาวาดะ ผู้บริหารสนามขับขี่TPRO ร่วมต้อนรับ ณ สนาม TPROTraining Center (ทีโปร เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์)จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันอังคารที่ 30 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา

งานนี้ ณิณี-อนุษฐา เชาว์วิศิษฐกล่าวว่า “สำหรับสนาม TPRO (ทีโปร) เป็นการริเริ่มของบริษัท TTK Asia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท โตโยต้า ทูโช(ไทยแลนด์) จำกัด โดยเริ่มแรกเล็งเห็นถึงความสำคัญการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนและเราในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานจราจร จึงมีการฝึกพนักงานของบริษัทในเครือ รวมทั้งปัจจุบันบริษัทอื่นๆ ทั่วไป ก็สามารถเข้ามาร่วมฝึกได้เช่นกันเนื่องจากที่ผ่านมา ประเทศไทย นับเป็นประเทศอันดับ 2 ของโลก ที่ติดอันดับการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด รองจากประเทศนามิเบีย จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะเริ่มที่ตัวเราในการใส่ใจตัวเอง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคมด้านการขับขี่ จึงตั้งใจจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป เรียนรู้ขับขี่ปลอดภัยไปกับ TPRO ขึ้น โดยจะเรียนรู้ใน 2 ด้าน ทั้งจากทฤษฎี และปฏิบัติจริง โดยจำลองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริงเพื่อให้เราพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ซึ่งเราเริ่มนำร่องจากผู้ที่สนใจก่อนในครั้งนี้ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมมากๆ”

ด้าน ก้อง-กณพ เชาว์วิศิษฐ เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมว่า “สำหรับสนามนี้ในช่วงแรกที่เริ่มต้นพัฒนาที่นี่และมีการเทรนนิ่งพนักงานในภาคทฤษฎีอย่างเดียวนั้น พบว่าจำนวนอุบัติเหตุยังไม่ได้มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบเป็นสถิติ แต่เมื่อมีการนำภาคปฏิบัติมาใช้ในการอบรม พบว่าอุบัติเหตุลดลงกว่า 50% จึงคิดว่าโปรเจกท์นี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนขับขี่รถยนต์บนท้องถนน โดยปัจจุบัน ได้รับการตอบรับจากทั้งภาคเอกชน บุคคลทั่วไป รวมทั้งองค์กรจากต่างประเทศ ทั้ง ประเทศสาธารณรัฐเช็ก, มาเลเซีย ฯลฯ ที่ให้ความสนใจมาร่วมอบรมกันบนพื้นที่สนามอบรมกว่า 40,000 ตารางเมตรแห่งนี้”

สำหรับเวิร์กช็อปในครั้งนี้ เหล่าคนดัง ที่มาร่วมกิจกรรมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ตั้งใจมาเรียนรู้เกินร้อย” โดยต้องร่วมเรียนรู้จาก 3 สเตชั่น เริ่มด้วยด้วย สเตชั่น Break (เบรก) เรียนรู้การเบรกในพื้นที่เปียก มีการจำลองสถานการณ์ลื่นไถล ที่เรียกว่าอันตรายที่สุด จำลองให้เหล่าคนดังได้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการลื่นไถล โดยต้องใช้สติของแต่ละคน จากนั้นจึงไปในสเตชั่นที่ 2ซึ่งคือการขับในสภาพมึนเมา โดยใส่แว่นจำลองที่ทำให้รู้สึกมึนเมาและเริ่มต้นจากการเดิน จากนั้นจึงได้ทดลองขับขี่กันจริงๆ โดยมีครูฝึกผู้ชำนาญให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และสเตชั่นสุดท้าย กับการขับและการตอบสนอง ที่ฝึกการสังเกตเมื่อเห็นสัญญาณไฟ ต้องมีการหักหลบอย่างทันท่วงที เรียกว่ามาทดลองฝึกกันครั้งเดียวแต่ได้ความรู้พร้อมประสบการณ์จริงกลับบ้านกันไปแบบเต็มๆ

ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา

โดยงานนี้ ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนาเซเลบฯสาวที่มาร่วมเวิร์กช็อปในครั้งนี้ และเป็นผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่นYou drink I drive (ยู ดริ้งค์ ไอ ไดรฟ์) บอกเล่าว่า “จากการเข้าร่วมในครั้งนี้ รู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์เพื่อสังคมมากๆ โดยส่วนตัวเชื่อว่าทุกอุบัติเหตุเริ่มต้นที่ตัวเรา เวลาเราขับรถและมีสติก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น ยิ่งถ้าเราไม่มีสติจากแอลกอฮอล์ ย่อมมีความเสี่ยงมากขึ้น สำหรับกิจกรรมที่ได้มาเรียนรู้วันนี้ก็เชื่อว่า แค่เพียงเราเริ่มที่ตัวเอง ตั้งใจขับในทุกขณะที่มีสติก็จะช่วยลดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังตั้งใจร่วมส่งพนักงานขับของ You Drink I Drive มาร่วมอบรมเพิ่มเติมจาก TPRO แห่งนี้เร็วๆ นี้อีกด้วย”

สำหรับกิจกรรมดีๆ แบบนี้ บริษัทโตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด จะยังคงสานต่อเพื่อให้ถนนทุกเส้นทาง อุบัติเหตุลดน้อยลงหรือปลอดไปจากประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจ/องค์กรใด ต้องการติดต่อสมัครเข้าอบรม สามารถติดต่อได้ทาง 038-578802-8 หรือทาง http://www.ttkasia.co.th/tpro