คุณแหน : 8 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274231

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต9 มิ.ย. 14.30 น. ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 8อาคาร “อปร” รพ.จุฬาฯ…

ll เชิญชวนชาวไทยร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร พร้อมพิธี เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ วันที่ 9 มิ.ย. เวลา 16.00 น.ณ พระลานพระราชวังดุสิต ครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเบาะสวดมนต์สำหรับการนั่งราบและบทสวดมนต์ฉบับใหม่ เพิ่มเนื้อหาบทสวดมนต์37 บท หรือดาวน์โหลดบทสวดมนต์ได้จากเว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์www.prd.go.th  ถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บริเวณสวนอัมพร มีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ตั้งแต่ 8 มิ.ย.…

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุทรงพระกรุณาประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสยาม ประจำปีการศึกษา2559 วันที่ 19 มิ.ย.  14.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์…

ll พล.ท.สุพจน์-อัญชลี เทพหัสดิน ณ อยุธยา ปลาบปลื้มใจที่หลานสาวคนเล็ก รภัสสา ได้รับคัดเลือกจากคุณครู รร.นานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส(สามัคคี) ให้แสดงเป็น เชเฮราซาดนางเอกของละครเวทีมิวสิคัล เรื่อง พันหนึ่งทิวา โดยจะมีการแสดงที่รร. 7-8 มิ.ย….

ll คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ สร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี ปลื้มไม่หยุด ล่าสุดสาขาด้านบัญชีและการเงิน และสาขาด้านธุรกิจและการจัดการ จุฬาฯคว้าอันดับ 1 ของไทยประจำปี 2017 จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings by Subject ประเทศอังกฤษ…

llยินดีกับ รศ.วรรณศิริ เดชะคุปต์ ในโอกาสได้รับพระราชทานเข็มเกียรติคุณอนุรักษ์มรดกไทยจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พิพิธภัณฑสถานพระนคร…

llนักบริหารหญิงคนเก่ง เมธ์วดี ประเสริฐสินธนา เอ็มดี บลจ.บางกอกแคปปิตอล นำความรู้และประสบการณ์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดหัวข้อ Smart Saving เตรียมตัวอย่างไรให้เกษียณสุข ในงานMD Network Seminar ครั้งที่ 1 เคล็ดไม่ลับในฐานะศิษย์เก่าให้ รร.มาแตร์ เดอีฯ…

ll ตอ.รุ่น 16 ปรีชา อรรถวิภัชน์, กัลยา ตลับนาค, เนาวรัตน์ศรีรัตโนภาส, พญ.อรศรี รมยะนันทน์, อรนุช โอสถานนท์, อาชว์ เตาลานนท์, วิศิษฎ์ชมเชิงแพทย์ ร่วมระลึกถึงความหลังสมัยเรียนอยู่เตรียมอุดมเมื่อ 44 ปีที่แล้ว 11 มิ.ย.11.00 น. รร.อโนมา ราชดำริ…ll

น้อง

ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ จัด ‘ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ’ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 พ่อแห่งแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274218

ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ จัด ‘ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ’ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 พ่อแห่งแผ่นดิน

ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ จัด ‘ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ’ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 พ่อแห่งแผ่นดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ กองงานในพระองค์ร่วมกับส่วนราชการ จัดนิทรรศการหมุนเวียนชุด เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการทรงงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยมาตลอดกว่า 70 ปี เปิดตัวด้วย นิทรรศการชุดแรก “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ” จัดแสดงไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2560 ณ ลานพระราชวังดุสิต (ด้านหน้าสวนอัมพร)

นิทรรศการชุด “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ” มีกรอบแนวคิดในการแสดงคือ เผยแพร่ พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการน้ำ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการไขปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ประกอบด้วย ฝนหลวง, ป่าไม้, ฝาย, อ่างเก็บน้ำ, หญ้าแฝก, เขื่อน, ทฤษฎีใหม่, แก้มลิง, ทางน้ำผ่าน ลดน้ำหลากและช่วยภัยแล้ง, กังหันน้ำชัยพัฒนา, คลองลัดโพธิ์ และ ป่าชายเลน

โดยได้มีการสร้าง แบบจำลอง ตั้งแต่การทำฝนหลวงเมื่อฝนตกลงมาแล้ว ป่าไม้จะช่วยกักเก็บน้ำ การสร้างฝายเพื่อช่วยชะลอน้ำ อ่างเก็บน้ำช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้อย่างไร ตลอดจนการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่นอกจากจะสร้างความยั่งยืน มั่นคงให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นการใช้น้ำเพื่อการเกษตรอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงปลายน้ำคือทะเล แบบจำลองการสร้างฝาย และ กังหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนและเด็กๆ ได้เข้าใจง่าย โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติม

ภายในนิทรรศการยังมีการจัดประมวลภาพ “70 ภาพประทับใน…ดวงใจราษฎร์” ซึ่งเป็นภาพพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489-2555, มุมฉายวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจด้านน้ำกว่า 50 เรื่อง และมุมหนังสือพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ให้นักเรียน หรือผู้สนใจสามารถค้นคว้าได้

และจัดแสดงแอพพลิเคชั่น “สุขพอที่พ่อสอน” ที่ได้อันเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท โดยแบ่งหมวดหมู่ ได้แก่ การศึกษา ความยุติธรรม รู้รักสามัคคี ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประโยชน์ส่วนรวม การพัฒนา ความพอเพียง คุณธรรมจริยธรรม ความสุขและความปรารถนาดี รวมถึงคำราชาศัพท์

ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ มีหน่วยงานราชการที่สนองพระราชดำริ เข้าร่วมจัดนิทรรศการ อาทิ กองโครงการในพระราชดำริและราชพัฒนา สำนักพระราชวัง, สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.), กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น

นอกจากนิทรรศการดังกล่าวแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จัดเตรียม “ดอกไม้พระราชทาน” เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมรูปทรงม้า และร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่องานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และหน่วยแพทย์พระราชทานให้บริการประชาชนในช่วงเย็น ในบริเวณเดียวกับเต็นท์นิทรรศการ

ทั้งนี้ นิทรรศการชุด “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ”ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2560 และจะได้มีนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยประชาชน หรือสถานศึกษาที่สนใจนำนักเรียนมาชมนิทรรศการได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ลานพระราชวังดุสิต (ด้านหน้าสวนอัมพร)

แบรนด์ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ ‘ทำสิ่งที่ชอบ เป็นอาชีพที่ใช่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274193

แบรนด์ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ ‘ทำสิ่งที่ชอบ เป็นอาชีพที่ใช่’

แบรนด์ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ ‘ทำสิ่งที่ชอบ เป็นอาชีพที่ใช่’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แบรนด์ซุปไก่สกัด เปิดตัวแคมเปญ “ทำสิ่งที่ชอบ เป็นอาชีพที่ใช่…ดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัด” พร้อมเปิดตัว 6 Passion Icons ตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก 6 สาขาอาชีพ นำโดย เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ด้านดนตรี, แพรี่พาย ด้านบิวตี้และแฟชั่น, อองตวน ปินโต ด้านกีฬา, มิ้นท์–มณฑล ด้านท่องเที่ยว, แป้ง-นัยรัตน์ ด้านเกมส์ และ พริมา-จักรพันธุ์ ด้านอาหาร ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าโอกาสและความสำเร็จ ไม่ได้มีแค่ในออฟฟิศ แต่มีอยู่ทุกที่ แค่เราต้องสามารถคิดต่างและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อต่อยอดให้กลายเป็นอาชีพที่ใช่ และสร้างรายได้จากสิ่งที่รักได้ งานจัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 3 โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแคมเปญ “ทำสิ่งที่ชอบ เป็นอาชีพที่ใช่…ดื่มแบรนด์ซุปไก่สกัด” ว่าเป็นแคมเปญเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานและทำสิ่งที่ตัวเองชอบไปด้วยกัน ทำให้ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้และเป็นที่ยอมรับ โดยไม่ว่าความชอบของคุณคืออะไร แบรนด์ซุปไก่สกัดก็พร้อมจะอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจ และสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้พร้อมคิด พร้อมทำสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ทุกวัน จนประสบความสำเร็จ เพราะแบรนด์เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะคิดต่าง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และเปลี่ยนความชอบเป็นอาชีพได้

ทั้งนี้ แบรนด์ ซุปไก่สกัด ได้นำกลยุทธ์ทางด้านเทคโนโลยีและดีไซน์มาใช้เป็นจุดขาย โดยเริ่มจากตัวโปรดักส์เป็นอันดับแรก ซึ่งจะเน้นการออกแบบและปรับแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้มีดีไซน์และความพิถีพิถันดูล้ำและทันสมัยมากขึ้น พร้อมจัดทำภาพยนตร์โฆษณาเรื่องใหม่ “ทำสิ่งที่ชอบเป็นอาชีพที่ใช่” โดยนำเสนอเนื้อเรื่องของ 6 Passion Icons จากตัวแทนคนรุ่นใหม่ จาก 6 สาขาอาชีพ ที่สามารถใช้ไอเดียและความคิดที่แตกต่าง สร้างอาชีพสร้างรายได้จากสิ่งที่พวกเขาชอบได้ ไม่ว่าจะเป็น ด้านดนตรี เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ศิลปินไทย ที่คว้า 27 รางวัลจากเวทีโลก, ด้านบิวตี้และแฟชั่น แพรี่พาย–อมตา จิตตะเสนีย์ เมคอัพอาร์ติสท์ระดับอินเตอร์, ด้านกีฬา อองตวน ปินโต แชมป์มวยไทยชาวฝรั่งเศส เจ้าของ Pinto Fight Studio, ด้านท่องเที่ยว มิ้นท์-มณฑล กสานติกุล เจ้าของเพจและเว็บไซต์สร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง “I Roam Alone” เดินทางมาแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก, ด้านเกมส์ แป้ง-นัยรัตน์ ธนไวทย์โกเศส เกมส์แคสเตอร์ที่มียอด subscriber กว่า 3 ล้านคน และ ด้านอาหาร ติ๊บ-พริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยา เจ้าของร้าน IceDea ไอศกรีมดีไซน์ที่ไม่มีใครเหมือน

“สำหรับภาพยนตร์โฆษณาเรื่องใหม่ “ทำสิ่งที่ชอบเป็นอาชีพที่ใช่” ได้ออกอากาศให้ชมกันแล้วทั้งทางโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ อาทิ Facebook YouTube LINE เพื่อมุ่งสร้างพลังและแรงบันดาลใจให้กับคนดูที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ให้เป็นอาชีพที่ใช่ ซึ่งเรามั่นใจว่ากลุ่มเป้าหมายของเราที่เป็นคน Gen Y ในยุค Millennial จะชอบ เพราะตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเขาที่ชอบแสดงออก มีความเป็นตัวเองสูง ไม่ชอบถูกบังคับให้อยู่ในกรอบ กล้าที่จะคิดต่าง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ”

แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์ เมคอัพอาร์ติสท์ระดับอินเตอร์ เผยว่า จุดเริ่มต้นอาชีพของตนนั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว สมัยที่เรียนอยู่อังกฤษ ตอนนั้นตนเป็นคนไม่แต่งหน้า หน้าก็จะจืดๆ เมื่อลองเปรียบเทียบกับฝรั่งเห็นเขาแต่งหน้าเบาๆ ก็สวย เลยทำให้ตนหันมาลองแต่งหน้า บางทีก็ลองอะไรใหม่ๆ ด้วยการทาปากสีม่วงเข้มบ้าง และเริ่มค้นหาตัวเองด้วยเครื่องสำอาง จากจุดเริ่มต้นตอนนั้น ทำให้เรามีความสุข และมีพลัง จากการชอบทีละนิด เก็บสะสมจนกลายเป็นความรัก ลองหยิบจับวัตถุต่างๆ ที่ไม่ใช่เครื่องสำอาง มาทำเป็นเครื่องสำอางก็ได้ เพราะการแต่งหน้าถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง ที่สามารถสร้างผลงานได้ ปัจจุบันตนไม่เคยหยุดที่สร้างผลงาน และแรงบันดาลใจใหม่เลย จึงอยากให้คนรุ่นใหม่ได้ลองค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร อยากจะมีอาชีพอะไร เมื่อพบแล้วขอให้เต็มที่กับอาชีพนั้นๆ แล้วเราก็จะมีความสุขกับงานของเรานั่นเอง

ติ๊บ-พริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยา เจ้าของร้าน IceDea เผยว่า ตนเป็นคนชอบงานออกแบบ และจบด้านดีไซน์มาอยู่แล้ว และตอนเด็กๆ มีความผูกพันกับเรื่องของกิน และขนมต่างๆ ซึ่งคุณย่าจะชอบทำขนมทำไอศกรีม โดยมีคุณพ่อเป็นลูกมือ เมื่อคุณพ่อมีลูก เลยทำไอศกรีมให้เราทานบ้าง ทำให้เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ พอเรียนจบมหาวิทยาลัยมีความรู้สึกว่า การออกแบบไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่การออกแบบชิ้นงานต่างๆ หรือออกแบบบ้าน ตกแต่งภายใน แต่ตนมองว่าการออกแบบสามารถนำมาประยุกต์ในเรื่องของอาหารได้ และในช่วงที่เรียนจบ ตอนนั้นธุรกิจไอศกรีมกำลังเป็นที่นิยม แต่ในเรื่องของดีไซน์ และรสชาติของไอศกรีมยังมีตัวเลือกน้อยอยู่ ตนจึงนำความผูกพันตอนเด็กๆ และความรู้ที่เรียนมาสร้างเป็นอาชีพของเราเอง และเป็นอาชีพที่รัก

เอ็ม บี เค กรุ๊ป เชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในกิจกรรม ‘จันทน์แทนรัก ภักดีจิต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274197

เอ็ม บี เค กรุ๊ป เชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในกิจกรรม ‘จันทน์แทนรัก ภักดีจิต’

เอ็ม บี เค กรุ๊ป เชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในกิจกรรม ‘จันทน์แทนรัก ภักดีจิต’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และ กลุ่มธุรกิจในเครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป นำโดย สุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน และกลุ่มผู้นำชุมชนเขตปทุมวัน ร่วมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในกิจกรรม “จันทน์แทนรัก ภักดีจิต” ที่จัดขึ้นเพื่อเชิญชวนจิตอาสาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ เอ็ม บี เค กรุ๊ป เลือกสอนประดิษฐ์ “ดอกดารารัตน์” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีเรื่องราวความรักระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นดอกไม้สีเหลืองสดอันเป็นสีประจำของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

ประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น G โซน B เวลา 12.00-19.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน ถึง 9 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ติดตามรายละเอียดกิจกรรม “จันทน์แทนรัก ภักดีจิต” เพิ่มเติมได้ที่ http://www.mbk-center.co.th หรือ http://www.facebook.com/mbkcenterth

‘ม.ล.ปนัดดา’ ปาฐกถาพิเศษ งานสาธิตวิชาการ ครั้งที่ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274236

‘ม.ล.ปนัดดา’ ปาฐกถาพิเศษ งานสาธิตวิชาการ ครั้งที่ 6

‘ม.ล.ปนัดดา’ ปาฐกถาพิเศษ งานสาธิตวิชาการ ครั้งที่ 6

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร เป็นประธานเปิดงาน “โรงเรียนสาธิตวิชาการ ครั้งที่ 6” จัดโดย โรงเรียนสาธิต 21 สถาบัน อาทิ สาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น, สาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง, สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน, สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร, สาธิตพิบูลบำเพ็ญ, มหาวิทยาลัยบูรพา, สาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร เป็นต้น ภายใต้หัวข้อเรื่อง “สาธิตก้าวล้ำ นวัตกรรมก้าวไกล สร้างคลื่นลูกใหม่ สู่ประเทศไทย 4.0” และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ศาสตร์พระราชากับพัฒนาการทางการศึกษา” ณ หอประชุมธำรงบัวศรีมหาวิทยาลัยบูรพา อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมี คณาจารย์นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไปเข้าฟังปาฐกถาแน่นห้องประชุม

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่ได้รับชมการแสดงของลูกหลานเยาวชนในพิธีเปิดงานสาธิตวิชาการในครั้งนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกปลื้มใจ ดีใจ และภาคภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่ และครูอาจารย์ เพราะสิ่งนี้คือข้อเท็จจริงของความสำเร็จของสถานศึกษา คุณธรรมที่แสดงให้เห็นถึงการที่ “ครูรักเด็ก และเด็กรักครู” โดยเป็นไปตามพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงเป็นที่รักและรำลึกถึงยิ่งของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมากตราบจนนาทีนี้ และก็ไม่ทราบว่าความคิดถึงอย่างที่สุดดังกล่าวจะสิ้นสุดลงไปเมื่อใด

อีกทั้ง เป็นการแสดงออกถึงความสามารถ ความวิริยะอุตสาหะ และความตั้งใจจริงที่ลูกหลานนักเรียนประสงค์จะทำให้การแสดงและการนำเสนอนิทรรศการทางวิชาการดังกล่าวออกมาเป็นเลิศ ซึ่งก็สอดคล้องและตรงกับชื่อของงานสาธิตวิชาการ ครั้งที่ 6 ที่ว่า “สาธิตก้าวล้ำ นวัตกรรมก้าวไกล สร้างคลื่นลูกใหม่ สู่ประเทศไทย 4.0” สำหรับคำว่า 4.0 นั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันนิยามควบคู่ไปด้วย เพราะบางทีคนรุ่นเดิมๆ อาจจะไม่เข้าใจคำนี้ แต่ในข้อเท็จจริงหมายถึงความเป็นเลิศ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความซื่อตรง และความครบถ้วน โดยครูอาจารย์ต้องการที่จะเห็นลูกศิษย์ได้รับความรู้ความเข้าใจทางวิทยาการ อบรมสั่งสอนให้ศิษย์มีทั้งคุณธรรมจริยธรรม และมีความรอบรู้ในทางวิชาการหลากหลายสาขา เพื่อก้าวให้ทันสู่โลกในแต่ละยุคสมัย อาทิ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น

ในส่วนของเรื่องจริยธรรมคุณธรรมก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่ทุกชาติทุกประเทศจะต้องมีเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความเจริญรุ่งเรือง สังคมมีความร่มเย็น มิใช่เกิดการเอารัดเอาเปรียบและการทุจริตคดโกง ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องดีที่ครูอาจารย์และลูกหลานเยาวชนได้มาร่วมกันแสดงบนเวทีแห่งนี้ และได้แสดงออกถึงความรู้รักสามัคคีในความเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิต โดยส่วนตัวเมื่อครั้งเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร เมื่อหลายสิบปีก่อน ก็ได้เห็น หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนสาธิตฯ รวมทั้งโรงเรียนแห่งอื่นๆ จำนวนมาก อีกทั้ง ท่านยังได้ประพันธ์โคลงสี่สุภาพ ที่กล่าวถึงความงดงามของกล้วยไม้ว่า “กล้วยไม้เลี้ยงดูยากฉันใด ก็เปรียบกับการดูแลศิษย์ให้มีความสำเร็จฉันนั้น”

ท้ายสุด รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการ กล่าวฝากต่อคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ จากโรงเรียนสาธิตทั้ง 21 แห่ง ให้ช่วยกันขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรมตามพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นไปตามพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ลูกหลานเยาวชน คุณพ่อคุณแม่และประชาชนชาวไทย ร่วมกันเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมชนกนาถ

ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวแสดงความยินดีกับโรงเรียนสาธิตทั้ง 21 แห่ง และขอให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จบริบูรณ์หรือความเป็น 4.0 และนำพามาซึ่งความเป็นเลิศของโรงเรียนสาธิตทั้ง 21 แห่ง ผสานความเป็นแบบอย่างแก่กันให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร ในการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมและสร้างความรู้รักสามัคคีให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ อีกทั้ง ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงผลงานทางวิชาการของนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานครบทั้ง 21 สถาบันอีกด้วย

ราชประสงค์วอล์ก เดินสักการะองค์เทพ เส้นทางเดินไหว้เทพแห่งแรกในใจกลางเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274190

ราชประสงค์วอล์ก เดินสักการะองค์เทพ เส้นทางเดินไหว้เทพแห่งแรกในใจกลางเมือง

ราชประสงค์วอล์ก เดินสักการะองค์เทพ เส้นทางเดินไหว้เทพแห่งแรกในใจกลางเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ราชประสงค์วอล์ก (Ratchaprasong Walk) โดย สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างสรรค์กิจกรรม RATCHAPRASONG SHRINE & CULTURE WALK 2017 เปิดเส้นทางเดินพลังศรัทธาแห่งมหาเทพทั้ง 8 พระองค์ นำนักท่องเที่ยวสู่บริบทแห่งการสักการะและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใจกลางย่านราชประสงค์ ซึ่งสามารถเดินสักการะได้ภายใน 30 นาที ด้วยความสะดวกสบายกับป้าย “Cultural signage” ที่บอกรายละเอียดขององค์มหาเทพทั้ง 8 พระองค์ พร้อมข้อมูลสำคัญของแต่ละองค์

พระพิฆเนศวร แห่งห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จและการเริ่มต้น ซึ่งต้องบูชาก่อนเริ่มพิธีใดๆ เพื่อเป็นการคารวะในฐานะบรมครูผู้ประสาทปัญญาและความสำเร็จ สามารถขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้หมดสิ้นไป เคียงข้างกันคือ พระตรีมูรติ แห่งห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีความศักดิ์สิทธิ์ด้านการประทานพรให้พบเจอคู่ครองที่เหมาะสม และครองคู่กัน ซึ่งเป็นองค์เทพที่เก่าแก่ที่สุดในย่านนี้ เนื่องจากได้มีการสร้างตั้งแต่ครั้งยังเป็นวังเพชรบูรณ์

พระแม่อุมาเทวี แห่งบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ พระแม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเทียบ ประทานชัยชนะเหนือศัตรู ทำลายสิ่งชั่วช้า และพระองค์ยังประทานพรด้าน ความผาสุกทางการครองเรือนอีกด้วย

พระแม่ลักษมี แห่งเกษรวิลเลจ ผู้ได้ชื่อว่าเทพีแห่งความงดงาม ความมั่งคั่ง ร่ำรวย และโชคลาภ พระองค์มักประทานความสำเร็จ ในการประกอบกิจการ การเจรจาต่อรอง การทำมาค้าขาย ตลอดจนประทานโภคทรัพย์ แก่ผู้หมั่นบูชาพระองค์และประกอบความดีอยู่เป็นนิตย์ ในบริเวณเดียวกันยังมี ท้าวจตุโลกบาล เทพที่รักษาทุกข์ สุข ของมนุษย์โลกไว้ทั้ง 4 ทิศ และทำหน้าที่ป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่มนุษย์โลกทั้งหลาย ซึ่งนับว่าเป็นเทพองค์ล่าสุดของย่านราชประสงค์ ซึ่งเทพทั้งสององค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่ ชั้น 4 เกษรวิลเลจ

พระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ แห่งโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ หนึ่งในสามมหาเทพ มีอำนาจประทานความสุข ความสำเร็จในหน้าที่การงาน ช่วยแก้ไขปัญหาให้ผู้บูชาฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ พร้อมทั้งประทานอำนาจบารมี และคุ้มครองชีวิตให้ปลอดภัยร่มเย็นเป็นสุขตลอดไปอีกด้วย

ท้าวอัมรินทราธิราช แห่งศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า เทพผู้ผดุงไว้ซึ่งความดี อำนาจของพระองค์จะช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายหรือสิ่งไม่ดีทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็นพร้อมทั้งปกป้องรักษาธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งท่านจะคอยคุ้มครองผู้ที่กระทำความดีอยู่เสมอ

ท้าวมหาพรหม แห่งโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ หนึ่งในสามเทพสูงสุดซึ่งเป็นผู้สร้างและลิขิตความเป็นไปของสรรพสิ่ง และพระองค์ยังทรงเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ทรงสามารถประทานพรทุกประการ

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะมาสักการะองค์เทพ จึงได้มีการจัดทำหนังสือคู่มือสักการะเทพและแผนที่เส้นทางการเดินสักการะ 2 ภาษา พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.tourismthailand.org/thaifest และเว็บไซต์ของย่านราชประสงค์ http://www.bkkdowntown.com หรือสามารถรับหนังสือได้ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวใจกลางย่านราชประสงค์ (Ratchaprasong Tourist Information Center) ชั้น 2 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่าและ ชั้น 1 เกษรวิลเลจ ซึ่งศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวนี้ ยังรวบรวมข้อมูลสำคัญของย่าน ของที่ระลึก รวมทั้งแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างๆ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน พร้อมบริการทัวร์ไหว้เทพไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย

เอส แอนด์ พี เปิดตัวเมนูใหม่พร้อมทาน ส่งออกอาหารไทยแท้ หนุนครัวไทยสู่ครัวโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274234

เอส แอนด์ พี เปิดตัวเมนูใหม่พร้อมทาน ส่งออกอาหารไทยแท้ หนุนครัวไทยสู่ครัวโลก

เอส แอนด์ พี เปิดตัวเมนูใหม่พร้อมทาน ส่งออกอาหารไทยแท้ หนุนครัวไทยสู่ครัวโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “อาหารไทยแท้เพื่อสุขภาพ” (Simply Thai Taste) ทั้งอาหารมังสวิรัติพร้อมทาน เครื่องแกงไทย และขนมทานเล่น เพื่อส่งออกให้นักชิมที่ชื่นชอบอาหารไทยทั่วโลก ได้ลิ้มรสอาหารไทยที่มีรสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจจากนักธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มจากนานาชาติเป็นอย่างมาก จัดขึ้นภายใน “THAIFEX-World of Food Asia 2017” ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งงานนี้มีนักธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลกเข้าร่วมงานจำนวนมาก

เกษสุดา ไรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอส แอนด์ พี เป็นเหมือนบ้านเล็กในป่าใหญ่ ปัจจุบันเรามีร้านอาหารเอส แอนด์ พี กว่า 500 ร้านทั่วประเทศ และอีกหลายแบรนด์ที่รุ่นลูกรุ่นหลานของเราได้สร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของเราที่ได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ด้านอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้บริโภค และอีกหนึ่งความภูมิใจคือ เอส แอนด์ พี เป็นผู้นำผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้พัฒนาสูตรอาหาร พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค รวมถึงการสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น “ครัวไทยครัวโลก”

“เป็นที่ทราบกันดีว่าอาหารไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยส่วนหนึ่งก็ต้องการมาชิมอาหารไทยแท้ อีกทั้งการหาอาหารไทยแท้ๆ นั้นหากินได้ยาก ในฐานะผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบอาหารแช่แข็ง และขนมขบเคี้ยวรสชาติใหม่ ภายใต้แนวคิด Simply Thai Taste หรืออาหารไทยแท้เพื่อสุขภาพ เพื่อการส่งออกโดยได้คัดสรรวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยโดยตรงที่มีคุณภาพได้มาตรฐานของเอส แอนด์ พี มาใช้ในการผลิต เช่น ข้าวกล้องออร์แกนิค ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ตลอดจนเครื่องเทศต่างๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่ง”

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “อาหารไทยแท้เพื่อสุขภาพ” (Simply Thai Taste) ที่เปิดตัวในงาน THAIFEX 2017 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอาหารมังสวิรัติ ภายใต้แบรนด์ S&P Vegan ในรูปแบบอาหารแช่แข็ง มี 5 เมนู ได้แก่ ข้าวกล้องงอกแกงเขียวหวาน, ข้าวแกงเผ็ด, ผัดไทย(ไม่ใส่ไข่), ข้าวผัดแปดเซียน และ บะหมี่ผัดซอส กลุ่มอาหารมังสวิรัติมาคู่กับข้าวกล้องงอกออร์แกนิคและข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิค มี 6 เมนู ได้แก่ ข้างกล้องงอกออร์แกนิคแกงเขียวหวาน, ข้าวกล้องงอกออร์แกนิคแกงเผ็ด, ข้างกล้องออร์แกนิคผัดแปดเซียน, ข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิคแกงเขียวหวาน, ข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิคแกงเผ็ด และ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ออร์แกนิคแปดเซียน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารด้วยตัวเองก็มี กลุ่มเครื่องแกงไทยอาทิ ชุดอาหารไทยน้ำแกงเขียวหวาน, ชุดอาหารไทยน้ำปรุงผัดไทย,ชุดอาหารไทยน้ำแกงมัสมั่น, ชุดอาหารไทยน้ำแกงแดง และชุดอาหารไทยน้ำแกงพะแนง เป็นต้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่สะดวกในการนำมาประกอบอาหาร เก็บไว้ได้นาน ไม่ได้ใส่ผงชูรส ไม่เจือสีและสารสังเคราะห์ และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มขนมทานเล่น ประกอบด้วย กลุ่มคุกกี้และเค้กบัทเทอร์ได้แก่ คุกกี้ทุเรียน คุกกี้รสต้มยำ คุกกี้ดอกคำฝอย เค้กบัทเทอร์ทุเรียนเค้กบัทเทอร์อัญชันตะไคร้มะนาว เค้กบัทเทอร์ตะไคร้ต้มยำ และกลุ่มแปรรูปผลไม้อบแห้ง ได้แก่ ทุเรียน และขนุน

“ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้พัฒนาขึ้นนี้ ได้มีการสำรวจตลาดมาแล้วว่าเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อย่างขนมทานเล่นรสชาติไทย เค้กบัทเทอร์ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของ เอส แอนด์ พี ที่ทุกคนรู้จักดี ยอมรับในรสชาติความอร่อย พอนำมารวมกับรสชาติของอาหารไทย อย่าง เค้กบัทเทอร์อัญชันตะไคร้มะนาว และเค้กบัทเทอร์ตะไคร้ต้มยำ ก็นับว่าเป็นความแปลกใหม่และเป็นแบรนด์แรกที่กล้าเอารสชาติของกับข้าวมาทำเป็นขนม ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ จะทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของผู้บริโภคทั่วโลกมากขึ้นอย่างแน่นอน”

สำนักงาน ป.ป.ส. จัดกิจกรรม ‘ทำดีเพื่อพ่อสานต่อแก้ปัญหายาเสพติด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273998

สำนักงาน ป.ป.ส. จัดกิจกรรม ‘ทำดีเพื่อพ่อสานต่อแก้ปัญหายาเสพติด’

สำนักงาน ป.ป.ส. จัดกิจกรรม ‘ทำดีเพื่อพ่อสานต่อแก้ปัญหายาเสพติด’

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรมถวายความอาลัยในการเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงนำแนวทางในแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยพ้นภัยจากยาเสพติด รวมทั้งเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 จัดกิจกรรม ประกวดออกแบบสื่อInfographic และ Clip VDO (ความยาวไม่เกิน 1 นาที) ภายใต้แนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา ตามนโยบายรัฐบาล เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกประจำปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด”

และด้วยในวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก โดยมีหน่วยงาน/องค์กรภาคี ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์พิเศษต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2530 จนถึงปัจจุบันสำหรับปีนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรมในฐานะหน่วยงานกลางในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดและต้องการให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังปัญหาตลอดจนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษายาเสพติดเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนด้วยการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในการออกแบบสื่อInfographicเพื่อใช้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ Infographic และคลิปวีดีโอ (ความยาวไม่เกิน 1 นาที) ชิงเงินรางวัลรวม 360,000 บาท ตัดสินผลงานโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ต่าย-นัฐฐพนธ์, อ.มนต์ชัย สันติเวส อาจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และอีกหลายท่าน

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.facebook.com/ Oncbcontest2017 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มิ.ย. 2560

เสียงข้อ…บอกสุขภาพกระดูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274015

เสียงข้อ…บอกสุขภาพกระดูก

เสียงข้อ…บอกสุขภาพกระดูก

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เคยได้ยินเสียงจากข้อกันไหม เวลาทำกิจกรรมบางอย่างแล้วอาจจะได้ยินเสียงตามข้อต่างๆดังกรอบแกรบ เช่น เสียงจากเข่าขณะลุกเดินหรือยืดขาเสียงจากข้อเท้าเวลาขยับข้อเท้า หรือเสียงจากข้อไหล่เมื่อเอื้อมหยิบของ หากเคยได้ยิน คุณคิดไหมว่าเสียงเหล่านั้นอาจจะกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเราก็เป็นได้

แพทย์หญิงสุมาภา ชัยอำนวย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อ จาก http://www.haijai.com และwww.bumrungrad.com ให้ข้อมูลว่า จากข้อมูลทางวิชาการ มีการระบุถึงสาเหตุของการเกิดเสียงตามข้อต่างๆ ว่ามาจากหลายปัจจัย ได้แก่ เกิดจากก๊าซในน้ำไขข้อกลายเป็นฟอง เช่น เมื่อหักข้อนิ้วมือทำให้ปลอกหุ้มข้อต่อขยายออก ในขณะที่แรงดันในข้อลดลง ก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำไขข้อจึงผุดเป็นฟองแล้วรวมตัวกันเป็นฟองก๊าซขนาดใหญ่ เมื่อยืดข้อต่อออกไปอีก น้ำไขข้อจะไหลกลับเข้าสู่ข้ออีกครั้ง ทำให้ฟองก๊าซขนาดใหญ่เหล่านั้นยุบลงเป็นฟองขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดเสียงดังภายในข้อ เกิดจากการเคลื่อนไหวของข้อ กระดูกอ่อน และเอ็นรอบๆ ข้อ ซึ่งมักจะเป็นบริเวณข้อเข่าและข้อเท้า ข้อเสื่อมจนทำให้พื้นที่ผิวข้อขรุขระ เมื่อมีการเสียดสีกันจึงทำให้เกิดเสียง

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ “ข้อเสื่อม” อันเป็นผลมาจากกระดูกอ่อนที่เชื่อมต่อข้อต่างๆ ผุพังหรือบางลง ทำให้กระดูกข้อต่อเสียดสีกันจนเกิดการอักเสบ จึงรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อต่อจนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ปกติซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วอาการข้อเสื่อมมักมีสาเหตุมาจากวัยที่สูงขึ้นและการใช้งานข้อต่อต่างๆ อย่างหนักหรือหักโหมจนเกินไป จากสถิติคนไทยเป็นโรคข้อเสื่อมมากถึง 7 ล้านคน หรือร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด และมักจะพบในผู้ที่มีอายุ40 ปีขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าผู้สูงวัยจะหลีกหนีจากโรคนี้ไม่ได้ เพราะศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอาการปวดข้อนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แค่ดูแลร่างกายเป็นอย่างดีและถูกวิธี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักจะได้ยินเสียงข้อต่อดังกรอบแกรบ ลองปฏิบัติตามข้อแนะนำ4 ข้อนี้ แล้วโรคข้อเสื่อมจะไม่มากล้ำกราย

1.ควบคุมน้ำหนัก เพราะหนึ่งในสาเหตุใหญ่ของอาการข้อเสื่อมคือความอ้วน ยิ่งคุณมีน้ำหนักตัวมากเท่าไร ข้อต่อต่างๆ ในร่างกายยิ่งต้องรับภาระอันหนักอึ้งมากขึ้นเท่านั้น การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นการช่วยทะนุถนอมข้อกระดูกทางหนึ่งด้วย

2.อย่าอยู่ในท่าเดิมนานๆ ให้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ้างโดยเฉพาะท่าทางที่ผิดและส่งผลเสียต่อข้ออย่างการนั่งยองๆ หรือบางคนชอบยืนทิ้งน้ำหนักตัวไปด้านเดียว ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้ข้อข้างนั้นรับน้ำหนักเพียงด้านเดียว รวมไปถึงการนั่งหลังงอและก้มหน้าทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานๆ ก็เป็นผลเสียต่อข้อต่อบริเวณคอและกระดูกสันหลังส่วนเอว ดังนั้นไม่ว่าจะนั่ง นอนหรือยืนก็ควรอยู่ในท่าทางที่ถูกต้อง และหมั่นขยับเขยื้อนตัวยืดแขนยืดขาบ้างเพื่อบริหารข้อต่อให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

3.ไม่หักโหมออกกำลังกายจนเกินไป และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพราะหากออกกำลังกายหนักเกินไปจะส่งผลโดยตรงต่อข้อและกระดูก แต่หากอยากออกกำลังกายจริงๆ ควรทำควบคู่ไปกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อจะช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ ของข้อต่อ เมื่อร่างกายต้องเคลื่อนไหวรุนแรงโดยเฉพาะการมีกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังที่ดี จะทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังรับภาระการเคลื่อนไหวและแรงต่างๆ น้อยลง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสื่อมได้มาก

4.หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดบ่อยเกินความจำเป็น เช่น สเตียรอยด์แบบฉีดเพื่อลดการอักเสบของข้อเพราะหากใช้บ่อย ๆ อาจมีผลต่อข้อกระดูก ทำให้ข้อเสียและกระดูกบางลงได้

โรคข้อเสื่อม หากไม่ป้องกันนอกจากจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดทรมานและทำให้การใช้ชีวิตประจำวันผิดเพี้ยนไปแล้ว ยังเป็นโรคที่ยากจะรักษาให้หายขาดหรือกลับคืนสู่สภาพปกติ ดังนั้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ เริ่มดูแลรักษาข้อให้อยู่ในสภาพดีตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

ดูแลสุขภาพเท้าในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/274008

ดูแลสุขภาพเท้าในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ดูแลสุขภาพเท้าในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถ้ากล่าวถึงโรคเบาหวาน ทุกคนจะทราบดีว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่จะสามารถควบคุมอาการของโรคได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยการดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย ระมัดระวังโรคแทรกซ้อน และใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การดูแลเรื่องบาดแผลที่เท้าในผู้ป่วยโรคเบาหวานก็สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแผลของผู้ป่วยจะหายช้ากว่าปกติ และหากดูแลรักษาไม่ดีอาจมีโอกาสถูกตัดขา แต่ถ้ารู้จักวิธีการดูแลสุขภาพเท้าอย่างถูกต้องก็จสามารถป้องกันการเกิดแผลที่เท้าได้ ทีมแพทย์เบาหวานและเมตาบอลิกโรงพยาบาลพระรามเก้า แนะนำขั้นตอนในการดูแลเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนี้

1.ล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ หลังอาบน้ำเช้า-เย็น เช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาดและนุ่มโดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า โดยหมั่นล้างทำความสะอาดทุกวันจะช่วยป้องกันความอับชื้นซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้

2.ควรตรวจเท้าด้วยตนเองทุกวันเพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น ตาปลา หนังหนาๆ ตุ่มพุพอง รอยแตกของผิวหนัง แผลอักเสบ ผิวคล้ำหรือซีดผิดปกติ เล็บขบ ส่วนบริเวณนิ้วเท้า ซอกนิ้วเท้า ส้นเท้า ฝ่าเท้าที่ยากต่อการดูอาจใช้กระจกช่วยได้ เมื่อพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที (ไม่ควรตัดตาปลาหรือหนังหนาๆ ด้วยตนเอง)

3.ทาโลชั่นเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นหลังอาบน้ำเช้า-เย็น โดยหยดโลชั่นลงบนฝ่ามือแล้วจึงลูบที่เท้าและหลีกเลี่ยงการทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเพื่อป้องกันการหมักหมมส่วนคนที่ผิวหนังชื้น เหงื่อออกง่าย แนะนำเช็ดเท้าให้แห้งและทาแป้งเพื่อลดความอับชื้นควรสวมถุงเท้า หรือถุงน่องทุกครั้งเมื่อสวมรองเท้า และหลีกเลี่ยงการสวมถุงเท้าหรือถุงน่อง ที่รัดแน่นจนเกินไป

4.สวมรองเท้าตลอดเวลาทั้งในบ้านและนอกบ้าน ห้ามเดินเท้าเปล่า รองเท้าต้องไม่หลวมหรือคับจนเกินไป และก่อนใส่ต้องสำรวจดูสิ่งแปลกปลอมด้านในเสมอเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผล

5.หลีกเลี่ยงการแช่เท้า ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพื่อไม่ให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ยง่าย และต้องระมัดระวังในรายที่มือและเท้าชา การแช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัดเกินไปอาจทำให้เกิดการพุพองและติดเชื้อได้ง่าย

6.เมื่อเกิดบาดแผล ควรล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือน้ำเกลือล้างแผลตามด้วย เบตาดีน (หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์ ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) ถ้าแผลไม่หายเริ่มมีการอักเสบ ปวด บวม แดง จับดูร้อนๆ มีหนอง มีไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์

7.ตัดเล็บหลังจากอาบน้ำเสร็จ เพื่อให้เล็บนิ่มและตัดง่ายขึ้น และตัดเล็บอย่างถูกวิธี ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ตัดเล็บให้ตรงพอดีกับความยาวของนิ้ว ไม่ตัดสั้นเกินไปเพื่อป้องกันการเกิดเล็บขบ ตะไบเล็บให้โค้งตามรูปนิ้วด้วยความระมัดระวัง ตะไบไปในทางเดียวกันไม่ย้อนไปย้อนมาเพื่อป้องกันการเสียดสีกับผิวหนังรอบๆ เล็บ ลบคมของเล็บโดยการใช้ตะไบฝนจากบนเล็บและหันปลายตะไบเข้าหาตัวเอง กรณีพบว่ามีปัญหาของเล็บ เล็บหนา แข็ง ยากต่อการตัด เล็บขบ หรือปัญหาใดๆ ที่เกี่ยวกับเล็บ ควรรีบปรึกษาแพทย์

8.บริหารเท้าเป็นประจำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และป้องกันข้อต่อยึดติด การยืดกล้ามเนื้อก่อนการบริหารเท้า สามารถทำได้โดยนั่งเหยียดปลายเท้า กระดกปลายเท้าขึ้น จนรู้สึกน่องตึง ยืน ก้าวขาใดขาหนึ่งไปข้างหน้า เข่าหน้าย่อ เข่าหลังเหยียดตรง ส้นเท้าหลังติดพื้นแล้วตรง การยืดกล้ามเนื้อควรเกร็งค้างไว้ประมาณ 10-15 นาที ประมาณ 3-5 ครั้ง ต่อหนึ่งท่า ท่าที่สามารถใช้ในการออกกำลังกายได้ เช่น เขย่งปลายเท้าขึ้น-ลง กระดกปลายเท้าขึ้น-ลง กระดกปลายเท้าขึ้นสูง เหยียดปลายเท้าลงต่ำ หมุนฝ่าเท้าเข้าด้านใน เหยียดปลายเท้าลง สลับกับหมุนฝ่าเท้าออกด้านนอก กระดกข้อเท้าขึ้นสูง หมุนข้อเท้าในลักษณะตามเข็มนาฬิกา สลับทวนเข็นนาฬิกา กาง-หุบนิ้วเท้า งอ-เหยียดนิ้วเท้า

9.งดการสูบบุหรี่ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญของการเกิดเส้นเลือดตีบตัน และการสูญเสียเท้า

ทั้งนี้ การเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานสามารถป้องกันได้ จากการศึกษาพบว่า ร้อยละ 15 ของผู้ป่วยเบาหวานจะเกิดแผลที่เท้าสามารถนำไปสู่การตัดขา และอัตราเสี่ยงของการถูกตัดขาในผู้ป่วยเบาหวานจะเป็น 15-40 เท่า ของผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน การมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลเท้า จึงสามารถลดโอกาสของการสูญเสียอวัยวะได้ ดังนั้น การตรวจดูเท้าทุกวันเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ประหนึ่งว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน และมีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการดูแลเท้า และไปพบแพทย์ตามนีดอย่างสม่ำเสมอ เชื่อมั่นได้เลยว่าจะไม่ต้องสูญเสียเท้าหรือขาไปอย่างแน่นอน