แนะพ่อแม่ยุคใหม่ตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ ‘ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย’ ลดความเสี่ยงโรคพันธุกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273032

แนะพ่อแม่ยุคใหม่ตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์  ‘ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย’ ลดความเสี่ยงโรคพันธุกรรม

แนะพ่อแม่ยุคใหม่ตรวจคัดกรองก่อนตั้งครรภ์ ‘ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย’ ลดความเสี่ยงโรคพันธุกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.เกษร เตียวศิริ

“ลูก” คือ สายใยรัก ที่ถักทอความผูกพันของทุกคนในครอบครัวไว้ ทุกครอบครัวมีความฝัน และปรารถนาที่จะมีลูกอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อมาเติมเต็มความรักความอบอุ่นในครอบครัว โดยพ่อแม่ทุกคนล้วนหวังอยากให้ลูกน้อยที่เกิดมา สุขภาพแข็งแรงมีพัฒนาการที่ดี ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง

ดังนั้นศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน จึงได้ริเริ่มโครงการ “ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย” ขึ้น โดยโครงการนี้ได้เกิดขึ้น ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี เพื่อให้ความรู้กับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการมีลูก ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงการมีบุตรไม่ให้เป็นโรคทางพันธุกรรม เพื่อให้เด็กที่เกิดมาปลอดโรค

ดร.เกษร เตียวศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและคัดกรองตัวอ่อน กล่าวว่า ในปัจจุบันโรคทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกมีมากกว่า 1,000 ชนิด อาทิ โรคธาลัสซีเมีย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA โรคดักแด้ และโรคเท้าแสนปมแต่ที่พบมากที่สุด คือ โรคธาลัสซีเมีย จากสถิติตรวจพบว่า คนไทย 10 คน จะเป็นพาหะของโรคนี้ถึง 4 คนซึ่งถือว่าสูงมาก ซึ่งในปัจจุบันพบว่าเด็กป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียเฉลี่ยปีละ 10,000 คน ธาลัสซีเมีย(Thalassemia) คือ โรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติในการสังเคราะห์ฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจะไม่สามารถสร้างโปรตีนโกลบินได้ตามปกติ หรืออาจสร้างได้น้อยลง ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยขาดความยืดหยุ่น และมักจะถูกม้ามทำลาย นำไปสู่ภาวะโลหิตจางหรือภาวะซีด (Anemia) และทำให้เม็ดเลือดแดง ลำเลียงออกซิเจนไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้น้อยลง

พรมสันต์ จิตรนาศิลป์

พรมสันต์ จิตรนาศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร กล่าว ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเกิดโรคพันธุกรรม จึงได้ริเริ่มโครงการ “ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย” ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี เพื่อให้ความรู้กับคุณพ่อ-คุณแม่ที่ต้องการมีลูก ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงการมีบุตรไม่ให้เป็นโรคทางพันธุกรรม เพื่อให้เด็กที่เกิดมาปลอดโรค โดยเล็งเห็นว่า “การป้องกันก่อนการเกิด มีค่ามหาศาลกว่าการแก้ไข” โครงการนี้เกิดขึ้นด้วยเพราะเจตนารมณ์ของศูนย์ที่มีความประสงค์จะลดการถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก รวมทั้งสิ้น4 โรค คือ 1.โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA 2.ภาวะแท้งคุกคาม 3.โรคท้าวแสนปม และ 4.โรคธาลัสซีเมียโดยโรคธาลัสซีเมียนี้ เรามีการคัดกรองก่อนการตั้งครรภ์ และแบบการวางแผนเพื่อช่วยเหลือสำหรับเด็กที่เกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียแล้ว แต่อยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม ก็สามารถมาติดต่อเข้าร่วมโครงการนี้ได้”

ทางด้าน ดร.เกษร เตียวศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและคัดกรองตัวอ่อน กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วพ่อ-แม่ที่เป็นพาหะหรือโรคทางพันธุกรรมจะมีการถ่ายทอดโรคไปสู่ลูก ซึ่งมีมากมายหลากหลายชนิด หรือคุณแม่บางรายมักเจอปัญหาการแท้งซ้ำซาก ดังนั้นการวางแผนการมีบุตรจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันของศูนย์ ทำให้สามารถที่จะตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนจากผลการตรวจอย่างละเอียดในระดับยีนและโครโมโซม เพื่อคัดตัวอ่อนที่มีพันธุกรรมผิดปกติออกไป ก่อนจะย้ายตัวอ่อนที่สมบูรณ์กลับสู่ครรภ์มารดา หรือแม้แต่ในกรณีที่หากพ่อแม่เป็นพาหะแล้วทำให้เด็กที่เกิดมาต้องเป็นโรคธาลัสซีเมีย ที่ศูนย์ก็สามารถช่วยผู้ป่วยเด็กให้มีโอกาสหายได้ด้วยการใช้เซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ที่มีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้มารักษา ด้วยการคัดกรองตัวอ่อนและจับคู่เนื้อเยื่อที่ตรงกัน (HLA-Matching) เพื่อให้แม่ให้กำเนิดบุตรอีกหนึ่งคน แล้วนำเซลล์ต้นกำเนิดจากบุตรคนน้องนำไปปลูกถ่ายรักษาบุตรคนพี่ได้ เพราะเด็กที่เกิดมาได้ผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย และผ่านกระบวนการตรวจความเข้ากันของเนื้อเยื่อมาแล้ว โครงการ “ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย” จึงถือเป็นโครงการช่วยเหลือสังคมเพื่อช่วยลดปัญหา และลดภาวะความเสี่ยงในการเกิดโรคทางพันธุกรรมได้เป็นอย่างมาก

“โครงการ “ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย” ถือเป็นโครงการต้นแบบ ที่อยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่คิดอยากมีลูกทุกคนว่า ไม่จำเป็นต้องมีโรคถ้ารู้สึกว่าตนเองมีบุตรยาก ก็สามารถเข้ามาปรึกษาที่ศูนย์ฯ ได้ เพราะอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พบว่าแม้จะไม่มีโรคก็อาจจะมีภาวะอื่นแทรกซ้อนอยู่ เช่น ภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้เป็นแม่มักไม่เคยทราบมาก่อน ดังนั้นการเข้ามารับคำปรึกษาจึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ต่อไป” สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.081-6226444 หรือส่งรายละเอียดมาที่อีเมล์ pgd_assist@thai-superiorart.com

ปาร์ตี้ฉลอง 10 ปีแว่นกันแดดแบรนด์ดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273037

ปาร์ตี้ฉลอง 10 ปีแว่นกันแดดแบรนด์ดัง

ปาร์ตี้ฉลอง 10 ปีแว่นกันแดดแบรนด์ดัง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพ็ญธิดา พลพิพัฒนพงศ์

เซเลบริตี้หลากรุ่น อาทิ กฤษฎิ์ จิระเกียรติวัฒนา, พิมพิศา-ชนัดดาจิราธิวัฒน์, กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์,ศศิวรรณ เอี่ยมลำเนา, ประภัสสรวิริยะกิจนุกุล ฯลฯ ร่วมงานปาร์ตี้ฉลองครบรอบ 10 ปี แบรนด์แว่นกันแดดสุดคูลในตำนานสัญชาติอิตาลี อย่างSUPER by RETROSUPERFUTUREโดย บริษัท มาร์เวล วิชชั่น จำกัด ตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตาแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมเผยโฉมคอลเลคชั่นสปริง 2017 เป็นครั้งแรกในเมืองไทยและแนะนำแบรนด์น้องใหม่ในเครือ กับแบรนด์แว่นกันแดดเปรี้ยวจี๊ดอย่างKAREN WALKER คอลเลคชั่น Transformerส่งตรงจากนิวซีแลนด์ และ VEDI VEROแบรนด์เกาหลีที่โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยรูปแบบงานดีไซน์อันเต็มเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่บิลบอร์ด คาเฟ่ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่

เพ็ญธิดา พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทมาร์เวล วิชชั่น จำกัด กล่าวว่า จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการเปิดตัวแบรนด์SUPER by RETROSUPERFUTUREแบรนด์แว่นตาสัญชาติอิตาลีของ 2 พี่น้องแดเนียลและไซมอน เบคเคอร์แมน ภายใต้การนำเข้าของ มาร์เวล วิชชั่น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ล่าสุดทั้งคู่ยังได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นสปริง 2017 ที่โดดเด่นด้วยสีสันมากมายให้ผู้ใส่ได้เล่นสนุกกับการแต่งตัวได้อย่างเต็มที่และมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และครั้งแรกของการเปิดตัวแบรนด์ KAREN WALKER และแบรนด์ VEDI VERO เป็นหนึ่งในครอบครัว มาร์เวล วิชชั่น เพื่อแสดงถึงศักยภาพของบริษัท ที่พร้อมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

คู่แม่ลูก แพร์-พิมพิศา และ ส้ม-ชนัดดาจิราธิวัฒน์

ในงานเหล่าเซเลบริตี้ยังเผยถึงไลฟ์สไตล์การเลือกแว่นกันแดดเพื่อสุขภาพตา เริ่มที่ แม่ลูกนักเดินทางอย่างแพร์-พิมพิศา และ ส้ม-ชนัดดา จิราธิวัฒน์เผยว่า “ในแต่ละปีครอบครัวเราจะต้องนัดรวมตัวกันไปท่องเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และยังเป็นการใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เราต้องเจอกับมลภาวะ และแสงแดดตัวการทำร้ายดวงตาของเรา ดังนั้น แพร์และคุณแม่จึงต้องมีแว่นกันแดดเป็นไอเท็มติดตัวไปด้วยตลอด แค่นี้ก็เที่ยวสนุก แถมได้รูปสวยๆ กลับมาเพียบเลยค่ะ”

ด้านหนุ่มไฮเปอร์อย่าง กฤษฎิ์จิระเกียรติวัฒนา กล่าวว่า “แต่ละวันของก้องเต็มไปด้วยงาน วิธีรีแล็กซ์ของก้องคือพักสายตาด้วยการหลับตาสัก 10-15 นาที แต่ด้วยหน้าที่การทำงานที่เร่งรีบในแต่ละวัน เราต้องพบเจอกับฝุ่น ควันและแสงแดดอย่างเลี่ยงไม่ได้เลย โดยเฉพาะอากาศเมืองไทยที่แดดแรงมากทุกฤดู เพราะฉะนั้นแว่นกันแดดที่บ้านก้องเลยมีเยอะมากเพราะเราทำงานตรงนี้ได้คลุกคลีอยู่กับวงการแฟชั่น เห็นอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด ดีไซน์จึงเป็นปัจจัยแรกที่ก้องมองหา แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจเรื่องคุณภาพของแว่นด้วยนะครับ”

สัมผัสความเท่ของแว่นตามัลติแบรนด์ อาทิ Retrosuperfuture, Karen Walker และ Vedi Vero ได้แล้ววันนี้ที่ SUPER SHOP ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์(ฝั่งขวาติดตรงทางเชื่อม Siam Paragon)ที่ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft สื่อถึงความร่วมสมัยในสไตล์ที่แตกต่างเพื่อสร้างความโดดเด่น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-658-1148 หรือที่ร้าน GLASSAHOLIC และร้านแว่นชั้นนำทั่วประเทศ

กฤษฎิ์ จิระเกียรติวัฒนา

คอลเลคชั่นสปริง 2017

ปกป้องลูกน้อยต้อนรับเปิดเทอม… ด้วยการดื่มน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273031

ปกป้องลูกน้อยต้อนรับเปิดเทอม... ด้วยการดื่มน้ำ

ปกป้องลูกน้อยต้อนรับเปิดเทอม… ด้วยการดื่มน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ความกังวลของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมมักจะเป็นความกังวลว่าในขณะที่ลูกๆ อยู่ที่โรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถดูแลและเตือนลูกให้ดื่มน้ำได้ตลอดเวลา เด็กๆ จะเป็นอย่างไร จะได้รับน้ำอย่างเพียงพอหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ คิดส์ น้ำดื่มคุณภาพที่คุณแม่ไว้วางใจ จึงได้จัดงาน “แบ็ค ทูสคูล กับ ฮีโร่เติมความสดชื่น” ขึ้น โดยมี รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมมาให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่ในการสร้างนิสัยลูกให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันเพราะร่างกายประกอบด้วยน้ำถึง 60%

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม เปิดเผยว่า“ความกังวลของพ่อแม่ที่มีลูกเล็กในวัยเรียนคือห่วงว่าลูกอยู่ที่โรงเรียนจะเป็นอย่างไรบ้างทั้งเรื่องของการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมถึงการเจ็บป่วยบ่อยๆ เมื่อไปโรงเรียน เพราะเด็กในวัยนี้มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยไม่สบายจากการติดเชื้อจากเพื่อน หรือเป็นลมแดดจากการอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน โดยโรคทางเดินหายใจเป็นปัญหาสุขภาพของลูกที่คุณพ่อคุณแม่กังวลเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ภูมิแพ้ หวัด ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะหายเป็นปกติ นอกจากนี้ หากเด็กๆ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการหรือการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งเรื่องไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำไม่ดี ไม่คล่องแคล่ว และอารมณ์ไม่คงที่อีกด้วย”

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์

“โดยอาการเหล่านี้ สามารถป้องกันได้หรือหากเป็นแล้วก็สามารถบรรเทาได้ด้วยธรรมชาติบำบัดด้วยการดื่มน้ำคุณภาพในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายของเด็กในวัยเรียนประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน โดยแนะนำให้จิบน้ำเรื่อยๆ ระหว่างวัน เริ่มตั้งแต่หลังตื่นนอน หลังมื้ออาหาร 3 มื้อ เติมความสดชื่นระหว่างช่วงพักเรียน ระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างอ่านหนังสือ และก่อนเข้านอนเพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของเซลล์ในร่างกาย หากได้รับในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยสร้างสมดุลในร่างกาย เช่น เมื่อเป็นไข้ น้ำสามารถช่วยขับความร้อนออกมากับปัสสาวะ นอกจากการดื่มน้ำแล้ว การรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ครบถ้วน5 หมู่ การพักผ่อนและการออกกำลังกายอย่างเพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญ”

เพื่อลดความกังวลของคุณพ่อ-คุณแม่เรื่องของการดื่มน้ำให้เพียงพอเมื่อลูกไปโรงเรียน รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ จึงได้แนะนำเคล็ดลับ ดังนี้

1.ปลูกฝังให้ลูกดื่มน้ำเปล่าจนเป็นนิสัยตั้งแต่ยังเด็กๆ ด้วยการที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ

2.คืนความสดชื่นให้กับร่างกายด้วยการเตรียมน้ำดื่มให้ลูกพกติดตัวไปโรงเรียน ด้วยภาชนะที่พกพาสะดวก เช่น น้ำดื่มบรรจุขวดขนาดกะทัดรัดพกพาได้สะดวก หรือกระติกน้ำลวดลายการ์ตูนดึงดูดความสนใจเด็ก

3.เน้นย้ำให้คุณครูช่วยกระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำระหว่างคาบเรียน พร้อมกับสอนให้เด็กๆ สังเกตตนเองว่าดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่อย่างง่ายๆ ด้วยการดูที่ผิวหนังว่า ผิวแห้งหรือปากแห้งหรือไม่ หากผิวแห้งปากแห้งควรรีบดื่มน้ำให้เพียงพอโดยทันที หรือดูจากสีของปัสสาวะหากสีเหลืองเข้มแสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ

4.สอนให้ลูกเลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ เช่น นม ต้มจืด ข้าวต้ม หรือซุป เพื่อให้ได้รับน้ำและสารอาหารจากอาหารที่หลากหลาย

คุณพ่อคุณแม่มีส่วนสำคัญในการสร้างวินัยการดื่มน้ำให้กับลูกตั้งแต่ยังเด็กด้วยการเลือกน้ำดื่มคุณภาพที่คุณแม่ไว้วางใจเพื่อปกป้องลูกน้อยจากความเจ็บป่วย จึงเป็นการวางรากฐานของสุขภาพร่างกายที่ดี และพัฒนาการที่เป็นไปตามวัยเพื่อเตรียมพร้อมลูกในวัยเรียนให้ออกไปเจอโลกกว้าง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่

คุณแหน : 1 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273042

คุณแหน : 1 มิถุนายน 2560

คุณแหน : 1 มิถุนายน 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ… และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ กิตติรัต ศรีวิสารวาจา 4 มิ.ย.17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส ..ท่านผู้หญิงสมสุข ศรีวิสารวาจาพร้อมบุตรธิดา เชิญร่วมอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย…

llฝากประชาสัมพันธ์มาว่า ถ้าอยากใส่บาตรกับ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชที่วัดราชบพิตร ท่านจะเสด็จออกรับบาตรทุกวันเวลา 06.50-07.20 น. และทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือน เวลา 09.30 น. จะเสด็จออกรับสังฆทานที่พระอุโบสถ..หากผู้ใดตั้งใจไปกราบสมเด็จพระสังฆราช ให้ไปกราบได้ง่ายมาก และภายในวัดมีสุสานหลวงของพระมหากษัตริย์หลายรัชกาล รวมเชื้อพระวงศ์หลายสกุล…

llพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดีอดีต ผู้บัญชาการทหารบก 4 มิ.ย. 17.00 น. ณฌาปนสถานวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน ..เปิดสวด 3 มิ.ย. 18.30 น. พญ.คุณหญิงสุมนา หนุนภักดีและ พ.อ.ทรงวิทย์-ปัญญดา หนุนภักดีฝากเรียน…

ll ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมอัสสัมชัญ จัดพิธีทำบุญเลี้ยง 4 ศาสนา เพื่อแสดงมุทิตาจิตอุทิศส่วนบุญกุศลแก่คณะศิษย์เก่า ผู้ก่อตั้งสมาคมอัสสัมชัญ คณะกก. ครูอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว 1 มิ.ย. 09.00 น. ณ ห้องประชุมวัลลภเจียรวนนท์ สมาคมอัสสัมชัญ ถ.พระราม4…

ll ทุ่มเททั้งแรงกาย กำลังทรัพย์กว่าพันล้าน อ.มัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ นำประสบการณ์ด้านบริหารการศึกษาจากสาธิตเกษตรอินเตอร์กว่า 20 ปี เปิดโรงเรียนนานาชาติ ไทยอินเตอร์เนชั่นแนลสกูล บนเนื้อที่กว้างขวาง ถ.รังสิต-ปทุมธานี อากาศดี อาหารอร่อยเป็นโรงเรียนอินเตอร์ หัวใจไทยพร้อมเปิดให้ชมโรงเรียนกันเต็มๆ ตา ในวันที่ 10 และ 24 มิ.ย. …

llนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ รองปธ.กก.บริหารทุนการศึกษาเป็นประธานมอบทุนการศึกษา เครือเจริญโภคภัณฑ์ประจำปีการศึกษา 2559 แก่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 246 ทุนโดยมีผู้บริหารเก่ง  ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมให้โอวาท  1 มิ.ย.เวลา 08.00-11.00 น. ณ ห้อง Auditorium สถาบันพัฒนาผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ อ.ปากช่องจ.นครราชสีมา โดยผู้ได้รับทุนจะได้ฝึกงานภาคฤดูร้อนกับบริษัทต่างๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อให้มีโอกาสนำความรู้สู่การปฏิบัติจริง…

ll กำธร วังอุดม ประธานจัดงานสังสรรค์ธรรมศาสตร์รุ่น 2510 ครบ 50 ปี ที่สมาคมธรรมศาสตร์ฯซอยงามดูพลี วันอังคาร 27 มิ.ย. 11.00 น….ll

น้อง

เรียนรู้อย่างไม่เพียงพอ เพื่อชีวิตที่พอเพียง ครั้งที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273012

เรียนรู้อย่างไม่เพียงพอ เพื่อชีวิตที่พอเพียง ครั้งที่ 2

เรียนรู้อย่างไม่เพียงพอ เพื่อชีวิตที่พอเพียง ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “เรียนรู้อย่างไม่เพียงพอ เพื่อชีวิตที่พอเพียง ครั้งที่ 2” ให้กับนิสิต-นักศึกษาในโครงการ Learn & Earn กว่า 30 คน โดยได้รับเกียรติจาก กวิน คุณวิศาล วิศวกรและช่างภาพอิสระ มาร่วมแบ่งปันการวางแผนเป้าหมายชีวิตสำหรับคน Gen Y การเตรียมตัวสู่โลกของการทำงานและวิธีการรับมือกับการสัมภาษณ์งานให้ได้ผล พร้อมเปิดให้น้องๆ ได้เรียนรู้เคล็ดลับการออกแบบประวัติ (Resume) ที่จะช่วยนำเสนอความสามารถและบุคลิกภาพออกมาได้อย่างน่าสนใจ กระชับ ทันสมัย และไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ กับบริษัท “Creative C” ณ “เคทีซีป๊อป” อาคารสมัชชาวานิช 2 สุขุมวิท 33

แอพฯ อสม.ออนไลน์เพื่อสุขภาพคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273035

แอพฯ อสม.ออนไลน์เพื่อสุขภาพคนไทย

แอพฯ อสม.ออนไลน์เพื่อสุขภาพคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พัชนี อ้ายเหมย, ศิริเพ็ญ ไทวะศุภกุล, ชาญชัย ผิวสอาด, นายแพทย์ วัชรพงษ์ คำหล้า, พรรัตน์เจนจรัสสกุล, วิไล เคียงประดู่ และ อำภา โยนิจ

AIS ต่อยอดแนวคิด “Digital for Thais” ด้านสาธารณสุข ด้วยการขยายแอพพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ สร้างการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพของคนในชุมชนให้สามารถดูแลป้องกันตนเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ รวดเร็ว มั่นใจปีนี้สามารถขยายการใช้งานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยในทุกด้าน เพื่อสร้างประโยชน์ สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ชุมชนและสร้างประเทศชาติให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Digital for Thais” โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข เพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นอสม.ออนไลน์ มีหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เปิดใช้งานแล้ว 219 แห่งทั่วประเทศ สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือได้ขยายการใช้งานสู่กลุ่มเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนอีกด้วย โดยโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้เริ่มใช้แอพพลิเคชั่นอสม.ออนไลน์ตั้งแต่ปลายปี 2559 และปีนี้เอไอเอส ตั้งใจจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น”

อสม. ลงพื้นที่แนะนำประชาชนใช้ แอพฯ อสม.ออนไลน์

ชาญชัย ผิวสอาด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัว และชุมชน โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ผมนำแอพพลิเคชั่นอสม.ออนไลน์มาใช้ในการ แจ้งข่าวสารประกาศโรคระบาดในพื้นที่ อีกทั้งช่วยให้ อสม.ได้รับข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ในการป้องกัน เมื่อก่อนกว่าเครือข่าย อสม.จะได้รับทราบข้อมูลต้องรอวันประชุมที่โรงพยาบาลเท่านั้น ถ้าเป็นเรื่องด่วนก็จะโทร. แจ้งกับประธานในแต่ละหมู่ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ทันการ อย่างหมู่ 8 มีระยะทางไกลถึง 40 กิโล และมีประชากรที่อยู่อาศัยถึง 2,000 คน แต่มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประจำเพียง 1 คนเท่านั้นดังนั้นการติดต่อสื่อสารเพื่อแจ้งข่าวสารสาธารณสุข หรือประกาศโรคระบาดที่รวดเร็ว แม่นยำ เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก”

พัชนี  อ้ายเหมย อสม.หมู่ 4โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า“แอพพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ เข้ามาช่วยในการทำงานในเรื่องของการส่งรายงานและการถ่ายภาพอาการของผู้ป่วย เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวินิจฉัยอาการได้ทันทีขณะที่ อสม.ลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ถ้ามีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทันที นอกจากนี้อสม.ในแต่ละหมู่ที่เห็นการปฏิบัติงานลงพื้นที่ของอสม.ด้วยกันก็เหมือนเป็นการกระตุ้นการทำงานให้อสม.แต่ละหมู่ขยันลงพื้นที่เยี่ยมคนในชุมชนและจัดการรณรงค์ต่างๆ ในพื้นที่อีกด้วย”

อสม. ให้บริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน

เอไอเอส ได้พัฒนานวัตกรรม “แอพพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์” เมื่อปลายปี 2558ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นบริการสังคม เพื่อเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ รพ.สต. และ อสม. ให้สามารถติดตามรับรู้ข่าวสารข้อมูลและเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว แม่นยำทันต่อสถานการณ์ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ให้คำแนะนำแก่ชาวบ้านในชุมชนให้รู้จักดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและป้องกันโรคระบาด ซึ่งจะช่วยส่งเสริมงานด้านสาธาณสุขของชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงคนในชุมชนจะมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

เผย 100 ชีวิตตัวอย่าง เลิกสูบ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273045

เผย 100 ชีวิตตัวอย่าง เลิกสูบ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ

เผย 100 ชีวิตตัวอย่าง เลิกสูบ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล

การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ในทุกสังคมทุกเพศทุกวัย พฤติกรรมของการสูบบุหรี่ส่วนใหญ่จึงเริ่มต้นจากกลุ่มวัยรุ่นกลุ่ม 11-24 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อน ซึ่งจะนำไปสู่การมีพฤติกรรมของ การเสพติดบุหรี่เป็นนิสัยและต่อเนื่องไปยังวัยผู้ใหญ่ จากสถิติพบว่าเยาวชนไทย 10 คนที่ติดบุหรี่ มี 7 คนจะติดไปตลอดชีวิต และใน 3 คนที่เหลือต้องสูบบุหรี่เฉลี่ย 20 ปีก่อนที่จะเลิกได้ ส่วนคนที่ไม่สูบมีโอกาสที่จะได้รับอันตรายจากการสูดดมควันบุหรี่มือสอง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและสตรีที่ได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้าน ทำให้ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลคนป่วยที่เกิดจากโรคจากการสูบบุหรี่ และยังส่งผลกระทบต่อสังคมสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

เนื่องในโอกาส วันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ หรือมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และ ศูนย์บริการการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์ 1600 จัดโครงการ “100 ชีวิตตัวอย่าง เลิกสูบ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ” เชิญชวนคนไทยหลากวัย หลายอาชีพทั้งผู้ที่มีชื่อเสียงและคนทั่วไปจากทั่วประเทศร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จในการเลิกสูบบุหรี่โดยไม่คิดกลับไปสูบอีก เพื่อเผยแพร่ความรู้และแรงบันดาลใจในการเลิกบุหรี่รวมทั้งชี้ให้เห็นโทษของการสูบบุหรี่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น

หนุ่ม วงกะลา

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หน่วยงานเจ้าของโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้จะรวบรวมข้อมูลจาก 100 คนไทยทั่วประเทศทุกเพศทุกวัยทุกสาขาอาชีพ ที่ประสบความสำเร็จในการเลิกสูบบุหรี่ ถ่ายทอดเรื่องราวการเลิกบุหรี่เพื่อเป็นกำลังใจหรือเป็นแรงบันดาลใจในการเลิกบุหรี่

“ในโครงการนี้ เราต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมให้มีสุขภาวะที่ดีโดยเปิดโอกาสให้บุคคลตัวอย่างเลิกสูบบุหรี่ 100 คน ได้ภาคภูมิใจกับการแบ่งปันประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ ต่อผู้อื่น ส่วนเยาวชนหรือนักสูบที่ได้อ่านก็จะมีแรงบันดาลใจแนวคิดและพฤติกรรมในการสร้างเสริม สุขภาวะของตน สู่การมีสุขภาวะที่ดีในอนาคต รวมทั้งเป็นอีกแรงที่จะสนับสนุน ให้คนใกล้ตัวเลิกบุหรี่ อีกด้วย”

ตัวอย่างอดีตนักสูบที่หันหลังให้บุหรี่ได้สำเร็จและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ณพสิน แสงสุวรรณ หรือ หนุ่ม วงกะลา นักร้องหนุ่มขวัญใจวัยรุ่น เผยว่า ที่สูบบุหรี่ไม่ใช่เพราะความเท่แต่เป็นเพราะทำตามเพื่อน จนมาเข้าวงการเป็นนักร้อง ต้องไปร้องเพลงในผับซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติไปมีทั้งเหล้าบุหรี่ ตนเองสูบปกติวันละซองแต่ถ้ามีดื่มด้วยก็มากกว่าวันละ 2 ซอง ซึ่งการสูบบุหรี่มันมีผลต่อเสียง จนถึงวันหนึ่งที่ไอเป็นเลือดแต่ก็ยังไม่คิดหยุดสูบ ไปหาหมอยังไม่เชื่อหมอเลย

“สำหรับผมสาเหตุที่เลิกได้ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่เป็นเพราะกฎหมายที่ออกมาด้วย กำหนดสถานที่ในจำหน่ายและการสูบบุหรี่ เมื่อหาซื้อยากขึ้น ที่สูบก็ไม่มี เมื่อก่อนตึก GMM เข้าห้องน้ำก็สูบได้แล้ว พอมีกฎหมายออกมา บริษัทก็ออกกฎว่าห้ามสูบภายในอาคาร หรืออย่างสนามบินหาห้องสูบบุหรี่แทบจะไม่มีแล้ว สรุปคือมันหาที่สูบบุหรี่ได้ยากขึ้นมันก็ลดปริมาณการสูบไปเอง เวลาไปเล่นดนตรีในสถานศึกษา จริงๆ โรงเรียนเขาจะเตรียมห้องไว้ให้สูบได้ แต่ผมตระหนักว่าตัวเราต้องเป็นตัวอย่างให้เยาวชนนะ ฉะนั้นก็จะไม่สูบบุหรี่เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตในโรงเรียน ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเออเราก็ทำได้นะ

ณัทนิธิกรกช ปนวงษ์

จุดที่ทำให้เลิกจริงๆ คือ จะแต่งงานเพราะให้สัญญากับภรรยาไว้ตั้งแต่ยังเป็นแฟนกันว่าถ้าวันไหนเราได้แต่งงานกัน ผมจะเลิกสูบบุหรี่ดังนั้น พอ 1 ปี ก่อนจะแต่งงานผมตัดสินใจหักดิบ เพราะคิดว่าการที่ทำให้เขาภูมิใจในตัวเรา ได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขจริงๆ ของเขามันคุ้มค่า มันทำให้การหักดิบไม่ทรมานอย่างที่คิด วันที่ตัดสินหักดิบคือไม่แตะอีกเลย ไม่ต้องพึ่งหมากฝรั่งด้วย จนเพื่อนๆเดินเข้ามาถามว่าทำได้อย่างไร ทุกวันนี้เลิกมาได้9 ปี ต่อให้มาสูบพ่นควันใส่หน้าก็ไม่มีผลอะไรกับผมแล้วครับ”

โปรดิวเซอร์สาวเจ้าของรางวัลทางดนตรีและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักร้องมากมาย ณัทนิธิกรกช ปนวงษ์ จากคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ แต่เมื่อเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานท่ามกลางคนที่สูบบุหรี่ ในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเธอก็ตกเป็นทาสบุหรี่ไม่ต่างจากคนรอบข้าง จากปี 2536- 2535 เป็นเวลา 18 ปีที่เธอกลายเป็นสิงห์อมควันผ่านเหตุการณ์เฉียดตายเพราะพิษบุหรี่มาก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยคิดเลิกสูบ แม้แต่เพื่อนรุ่นน้องมาขอว่าให้เลิก เพราะเขาเป็นห่วงเราและตัวเขาเองก็แพ้ควันบุหรี่ ก็หยุดสูบได้แค่วันสองวันจากนั้นก็แอบสูบ น้องเขาได้กลิ่นแต่เขาก็ไม่ว่าอะไร

“เหตุการณ์ที่ทำให้เลิกคือ ปลายปี 2553 ลาออกจากงาน แล้วตั้งใจว่าวันที่ 30 ธันวาคมจะไปปฏิบัติธรรมสวดมนต์ข้ามปี ก็จะสูบบุหรี่ไม่ได้ก็คิดว่างั้นขอสูบไว้ให้เต็มปอดก่อนแล้วกัน เพราะจะไม่ได้สูบหลายวัน แต่พอกลับจากปฏิบัติธรรมถึงบ้าน ก็คีบบุหรี่มวนแรกขึ้นมาสูบได้ครึ่งมวนเท่านั้นแหละ มันก็เกิดคำถามในใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมทำตัวอย่างนี้ อยู่วัดไม่ได้สูบตั้งหลายวันไม่เห็นเป็นอะไรเลย ก็เลยบอกกับตัวเองว่าฉันจะเลิกสูบบุหรี่ ครึ่งมวนที่เหลือก็ทิ้งไปเลย จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 7 ปีแล้วที่ไม่ได้แตะบุหรี่อีกเลย ก็มีสัญญาณสุขภาพที่ดีขึ้น ทำให้คิดได้อย่างหนึ่งว่าเงินที่เราเสียไปกับบุหรี่ตลอด 18 ปีที่ผ่านมันเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ ฝากถึงคนที่สูบหรือคิดจะเลิกอยู่ กล้าพูดได้ว่าการเลิกบุหรี่ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ แต่มันอยู่ที่คุณจะเลิกหรือไม่ มันอยู่ที่ในตัวของคุณเอง”

ทั้งสองคนนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วม โครงการ “100 ชีวิตตัวอย่างเลิกสูบ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ” ยังมีคนดังที่ประสบความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ ที่เข้าร่วมโครงการอีกหลายท่าน อาทิ แร็พเปอร์ชื่อดัง กอล์ฟฟัคกลิ้ง ฮีโร่, เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ(เก่ง เดอะ วอยซ์) และ อาต้อย-เศรษฐาศิระฉายา นักร้องนักแสดงชื่อดัง ฯลฯ ที่พร้อมจะส่งต่อแรงบันดาลใจและกำลังใจให้กับผู้ที่คิดจะเลิกบุหรี่อย่างถาวร

สสส. ขอเชิญชวนทุกท่านที่ประสบความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในโครงการ “100 ชีวิตตัวอย่าง เลิกสูบ เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ” โดยเขียนเรื่องราวของตัวเองประกอบด้วย 1.จุดเริ่มต้นของการสูบบุหรี่ 2.ระยะเวลาที่สูบ 3.ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนรอบข้างที่เกิดจากการสูบบุหรี่ 4.แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้เลิกบุหรี่ 5.ใช้วิธีใดบ้างสำหรับการเลิกบุหรี่โดยเขียนเรื่องเล่า ไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ เอ 4ส่งมาที่ https://www.facebook.com/smokefreethailand ภายใน 31 สิงหาคม 2560 เรื่องราวของคุณอาจจะเป็น 1 ในตัวอย่างที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ต้องการเลิกบุหรี่

KATE TOKYO ฉลองครบรอบ 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273044

KATE TOKYO ฉลองครบรอบ 20 ปี

KATE TOKYO ฉลองครบรอบ 20 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มร.มาซาทากะ อิมูระ

KATE TOKYO ความสวยนอกกรอบ (No more rules)ครองอันดับหนึ่งในใจสาวๆ ด้วยการผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ COOL&SHARP จนเป็นที่ยอมรับอย่างต่อเนื่องและยาวนานตลอด 20 ปี จัดงาน “20th ANNIVERSARY of KATE TOKYO & OFFICIAL LAUNCH OF KATE TOKYOSpring & Summer Makeup Collection 2017” ฉลองครบรอบ 20 ปี KATE TOKYO แบรนด์เครื่องสำอางชั้นแนวหน้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากสาวๆชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์

มร.มาซาทากะ อิมูระ ประธานกรรมการ บริษัท คาเนโบคอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “KATE TOKYO Spring & Summer 2017 เมคอัพคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด นำเสนอความเก๋ที่มีเสน่ห์ชวนมองของ ดวงตากับประกายแสงของ DarkMetallic อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับ Pentel บริษัทเครื่องเขียนยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ออกแบบพู่กันให้กับ KATE SUPER SHARP LINER รุ่น EXTRAORDINARY ด้วยนวัตกรรมและคุณภาพ ทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งตั้งแต่เดือนแรกที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ยืนยันอีกหนึ่งความสำเร็จของ KATE TOKYO ได้เป็นอย่างดี”

ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ และ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

ปิดท้ายความสุขด้วยมินิคอนเสิรต์จาก Room 39 ที่มามอบเสียงเพลงให้แก่ผู้เข้าร่วมงานและแฟนคลับอย่างสนุกสนาน โดยมน-ชุติมน วิจิตรทฤษฏี นักร้องสาวหนึ่งเดียวของวงเผยถึงการแต่งหน้าของตัวเองว่า “ปกติมนไม่ใช่สาวหวานนะ แต่จะแต่งหน้าแบบเบาๆ สไตล์ญี่ปุ่น ดวงตาต้องเข้มไว้ก่อน เวลาขึ้นคอนเสิร์ตจะดูดี เราไม่ใช่ professional ถ้าได้อายไลเนอร์ดีๆ อย่าง KATE เขียนง่ายติดทน ก็ถือว่าตรงใจเลยค่ะ”

สัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ที่เคาน์เตอร์ KATE TOKYO ใน เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์, วัตสัน, ยูเอฟเอ็ม ฟูจิ, ซูรูฮะ, อีฟแอนด์บอย, บิวเทรี่ยม ดิจิตอล เกทเวย์, สตาร์ดัสท์, มัทสึโมโตะ คิโยชิและซันคอสเมท ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ http://www.katethailand.com หรือ http://www.facebook.com/katenomorerulesthailand

มน-ชุติมน วิจิตรทฤษฏี

สมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยฯ รวมพลังสตรี อบรมทำดอกไม้จันทน์ ‘กุหลาบรักนิรันดร์ Love Forever Rose’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273013

สมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยฯ รวมพลังสตรี อบรมทำดอกไม้จันทน์ ‘กุหลาบรักนิรันดร์ Love Forever Rose’

สมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยฯ รวมพลังสตรี อบรมทำดอกไม้จันทน์ ‘กุหลาบรักนิรันดร์ Love Forever Rose’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบญจมาศ รุจิรวงศ์ นายกสมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยฯ และคณะ กก. อบรมทำดอกไม้จันทน์ “กุหลาบรักนิรันดร์ Love Forever Rose”

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชน เพื่อรองรับให้เพียงพอกับประชาชน โดย เบญจมาศรุจิรวงศ์ นายกสมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และคณะกรรมการ ร่วมอบรมการทำดอกไม้จันทน์ “กุหลาบรักนิรันดร์ Love ForeverRose” แก่ตัวแทน 16 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสนับสนุนจัดการอบรม นำทีมวิทยากร 10 ท่านจากสมาคมโดย ดร.สมใจ วิชัยดิษฐ จัดขึ้นเพื่อร่วมกันถ่ายทอดความรู้และทักษะฝีมือทำดอกไม้จันทน์ (ดอกกุหลาบรักนิรันดร์) เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ หอประชุมโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยความหมายของดอกกุหลาบ เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักอันบริสุทธิ์ด้วยอานุภาพแห่งความจงรักภักดีของทวยราษฎร์ที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในองค์พระประมุขของชาติ เพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้เป็นกษัตริย์ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

เทคนิคใหม่สวยปลอดภัย ลดไขมันยกกระชับใบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273030

เทคนิคใหม่สวยปลอดภัย  ลดไขมันยกกระชับใบหน้า

เทคนิคใหม่สวยปลอดภัย ลดไขมันยกกระชับใบหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าถ้าสาวๆ เกิดอาการ “หน้าบาน แก้มออก เหนียงมา” คงจะหนีไม่พ้นจากการไปฉีดเมโสแฟต ซึ่งเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ครั้งเดียวไม่ได้ลด ต้องฉีดกันเป็นคอร์สไขมันถึงจะสลายไป ส่วนอีกหนึ่งปัญหาของสาวๆ ที่จะเกิดขึ้นตามวัยคือ “ใบหน้าเริ่มหย่อนยาน” แน่นอนว่าต้องไปร้อยไหม เข็มยาวๆ กว่าจะร้อยเข้าไปสุด ยาชาแทบไม่ช่วย แถมทำแล้วยังต้องมานั่งกังวลว่าจะเป็นอันตรายกับเส้นไหมที่จะอยู่ภายใต้ใบหน้าเราไปอีก 1-2 ปี

ล่าสุดมีเทคนิคใหม่ที่เปิดตัวออกมาได้ตอบโจทย์ปัญหาพื้นฐานของสาวๆ ที่อยากสวย หน้าเรียวไร้ไขมัน ตึงกระชับแบบไม่ต้องเจ็บตัวด้วยเทคนิค “การฉีดไหมไลโป” ซึ่งเรื่องนี้หมอเกรซ-พญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร แพทย์ด้านผิวพรรณและความงาม Doctorgrace Clinic ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

พญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร 

ศาสตร์ของการฉีดไหมไลโปนั้นเกิดขึ้นมาจากการใช้แนวคิดวิธีรักษาโรคแบบ “Homeopathic” หรือการรักษาตามแนวธรรมชาติบำบัด ถือเป็นการรวมตัวกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากนานาประเทศทั้งในเอเชีย ยุโรป และฝั่งตะวันตก เพื่อสร้างเทคนิคนี้ขึ้นมา โดย “การฉีดไหมไลโป” ที่ว่านี้จะเป็นการฉีดไหมที่ไม่มีการทิ้งเส้นไหมไว้ภายในร่างกาย ใช้เวลานานกว่าจะสลายไปตัวเส้นไหมผลิตด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่จะก่อให้เกิดการตกค้างภายในร่างกายเลย เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคใหม่ที่ทั้งดีและมีประโยชน์ต่อสาวๆ ที่เค้าคัดสรรมาแล้วว่าดีขึ้นๆ พัฒนาวงการแพทย์ไปอีกขั้น เพราะสามารถตอบโจทย์ปัญหาพื้นฐานที่สาวๆ มีได้ง่ายๆ ไม่เจ็บตัว แถมไม่อันตรายอีกด้วย

“การฉีดไหมไลโปนั้น ปัจจุบันมีคนมาทำเยอะมากๆ ช่วยลดทั้งไขมันสะสมบริเวณแก้ม เหนียง หรือส่วนต่างๆ ของใบหน้า พร้อมยกกระชับผิวที่หย่อนหยานขึ้นในครั้งเดียว ทำเสร็จก็จะรู้สึกเห็นถึงผลลัพธ์และความต่างที่เกิดขึ้นจริงประมาณ 30% และเห็นผลมากที่สุดภายในระยะเวลา 3-4 อาทิตย์ โดยเส้นไหมไลโปจะละลายไปเอง ไม่มีการทิ้งสารเคมีใดๆ ไว้ในร่างกายเลย แตกต่างจากการร้อยไหมธรรมดาที่เส้นไหมจะค่อยๆ สลายไป ทำให้อาจเกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงได้ในคนไข้บางราย และคนไข้ส่วนมากได้บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ไม่เจ็บ ไม่ทรมาน เพราะเป็นการฉีดไหม ไม่ใช่การร้อยไหม หมอไม่ต้องทายาชา ไม่ต้องประคบน้ำแข็งก็สามารถฉีดเข้าไปได้เลย ไม่แสบระหว่างไหมเดินเหมือนกับการฉีดเมโสแฟต และตัวเข็มก็เป็นเข็มชนิดหัวเล็กๆ จิ้มลงไปบริเวณผิวหน้าด้านบนแบบไม่ลึกมาก และก็สามารถฉีดไหมเข้าไปสลายไขมันพร้อมยกกระชับหน้าได้แบบรวดเร็วทันใจจริงๆ”

สำหรับการฉีดไหมไลโปนั้นหลักๆ จะแบ่งผลลัพธ์ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ “การยกกระชับปรับรูปหน้า”ที่จะช่วยลดปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยต่างๆ ของผิวช่วยทำให้หน้าดูเด็กขึ้น เรียบเนียนใสขึ้น และกระชับขึ้น ส่วนที่สองคือ “การสลายไขมันส่วนเกิน” เส้นไหมไลโปจะเข้าไปกระตุ้นทำให้ไขมันแตกตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันให้ถูกกำจัดออกไป ผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะของเรา

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก่อนจะฉีดหรือทำอะไรเกี่ยวกับความสวยความงาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของคนไข้นั่นเอง