Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ทรงคุณค่า! ชาวสุโขทัยวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงร.9บนเครื่องสังคโลก

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297417

ทรงคุณค่า! ชาวสุโขทัยวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงร.9บนเครื่องสังคโลก

ทรงคุณค่า! ชาวสุโขทัยวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงร.9บนเครื่องสังคโลก

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.38 น.

13 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ร้าน “สังคโลก อาร์ต” ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ได้มีการประดิษฐ์ชามสังคโลกลายประยุกต์สวยงาม และทรงคุณค่าทางจิตใจ เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบกับลวดลายสังคโลกโบราณ รุ่นพิเศษ “น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และทรงสถิตอยู่ในดวงใจปวงชนชาวไทยตลอดไป”

นางจันทรา อ่วมพรม อดีตอาจารย์สอนวิทยาลัยอาชีวะฯ เปิดเผยว่า ตัวเธอกับสามี คือ นายคำรน อ่วมพรม ได้ร่วมกันผลิตเครื่องชามสังคโลก และวาดเขียนลวดลายประยุกต์ เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีทั้งหมดจำนวน 12 แบบ เป็นภาพวาดประกอบกับลวดลายสังคโลกโบราณ พร้อมข้อความระบุ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย 26 ตุลาคม 2560 และทรงสถิตอยู่ในดวงใจปวงชนชาวไทยตลอดไป เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เธอกล่าวอีกว่า ตั้งแต่เดินตามรอยพ่อในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ชีวิตตรงนี้มีความสุขมาก เพราะเราอยู่อย่างพอเพียง และประกอบธุรกิจท้องถิ่นตามความรู้ความสามารถที่มี จนทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ พร้อมยังถ่ายทอดภูมิปัญหาให้คนรุ่นต่อไปได้ด้วย สำหรับผู้สนใจชามสังคโลกลวดลายพิเศษชิ้นนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก สามารถโทรสั่งจองได้ที่หมายเลข 083-163-6976

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชุมชนวัดจันทร์รักษ์ป่า…ด้วยสำนึกนี่คือ‘แผ่นดินของพ่อ’

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297285

ชุมชนวัดจันทร์รักษ์ป่า...ด้วยสำนึกนี่คือ‘แผ่นดินของพ่อ’

ชุมชนวัดจันทร์รักษ์ป่า…ด้วยสำนึกนี่คือ‘แผ่นดินของพ่อ’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.27 น.

“พวกเราอยู่ดีกินดีทุกวันนี้ ก็ด้วยในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์เคยเสด็จมาที่นี่เมื่อหลายสิบปีก่อน ท่านรักชาวดอยชาวเขามาก มาแต่ละครั้งท่านก็สอนให้รักในผืนดิน ผืนป่า ให้ประกอบอาชีพสุจริตพออยู่พอกิน พวกเราก็ยึดถือปฏิบัติกันสืบมา”

“วิจิตร์ พนาเกรียงไกร” แกนนำเครือข่ายลุ่มแม่ละอุป อดีตพ่อหลวง ชุมชนวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ยกมือท่วมหัว น้ำตาคลอเบ้า เมื่อพูดถึงเหนือหัวรัชกาลที่ 9 ที่ย่างพระบาทยาตรามาที่ “วัดจันทร์” เมื่อหลายสิบปีก่อน

แม้ตัวเองจะไม่ได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้ารับเสด็จ แต่ปู่ย่าตายายได้เล่าขานกันไม่รู้จบ ด้วยพระเมตตาที่พระองค์มีต่อชาวดอย ชาวเขา เช่น “ชาวปกาเกอะญอ” อย่างพวกเขา

วิจิตร์ บอกว่า สิ่งที่เห็นจนชินตาทางโทรทัศน์ตั้งแต่เด็ก คือ ภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เดินถือ“แผนที่” ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงเยี่ยมราษฎรในทุกพื้นที่ ที่เสด็จพระราชดำเนิน

แน่นอนว่า ไม่เฉพาะวิจิตร์เท่านั้นที่เห็นจนชินตา แต่พสกนิกรทั่วประเทศก็เห็นเช่นเดียวกัน เพราะแผนที่นี้เองที่ทำให้พระองค์ทรงรู้จักประเทศไทยทุกตารางนิ้วอย่างลึกซึ้ง ด้วยทรงหาข้อมูลที่แท้จริงและทรงสำรวจสภาพภูมิประเทศไปพร้อมๆกัน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ “จิสด้า” เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มุ่งมั่นสนองพระราชดำริตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2543 จวบกระทั่งปี 2547 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยมีพระกระแสรับสั่งให้ “จิสด้า” จัดเตรียมภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ดำเนินการเหนือ “อ่างเก็บน้ำยางชุม” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2 แสนไร่ ครอบคลุมลุ่มน้ำกุยบุรี ซึ่ง จิสด้า ได้สนองพระราชดำริ โดยสั่งถ่ายภาพรายละเอียดสูง IKONOS และได้น้อมเกล้าฯถวายในเวลาต่อมา

แผนที่นับเป็นเครื่องมือที่สำคัญเป็นอย่างมาก และถือเป็น “ต้นแบบ” ที่สำคัญที่ จิสด้า ได้น้อมนำแนวปฏิบัติของพระองค์ท่านมากำหนดเป็นภารกิจหลักขององค์กร ในด้านการนำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์ และจัดทำเป็นแผนที่พร้อมใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่แก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ในพื้นที่ อ.กัลยาณิวัฒนา ก็เช่นเดียวกัน ที่ จิสด้า ได้น้อมนำพระราชดำริมาใช้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และเพื่อยุติปัญหาการบุกรุกผืนป่าเพื่อทำกินแบบเลื่อนลอย พระองค์ทรงเปลี่ยนป่าฝิ่นเป็นป่าพืชเศรษฐกิจ ทั้งสตรอเบอรี่ และพืชผลอื่นๆที่นำรายได้มาเลี้ยงครอบครัว

“ป่าสนวัดจันทร์” ดินแดนเงียบสงบอันไกลโพ้น คือ หนึ่งในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใน อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ พื้นที่ติดกับ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ถนนหนทางแต่ก่อนทุรกันดาร รถราแทบเข้าไม่ถึง ยิ่งเป็นช่วงฤดูฝน ยิ่งเดินทางด้วยความยากลำบาก แต่ไม่ใช่อุปสรรคที่ “พ่อหลวง” ของแผ่นดินจะเดินทางมาเยี่ยมพสกนิกรของพระองค์

ป่าสนวัดจันทร์ ถือเป็นพื้นที่ “ป่าสน” ที่มีจำนวนมากและสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นเป็นเพราะชาวบ้านร่วมมือร่วมใจกันรักษา ที่สำคัญปัญหา “หมอกควัน ไฟป่า” ณ ที่แห่งนี้ บอกได้เลยว่าชาวบ้านจัดการกันได้แบบเอาอยู่ และไม่มี Hot spot เลยแม้แต่จุดเดียว

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็น “ชาวปกาเกอะญอ” ที่แปลว่า “กลุ่มชนที่เรียบง่าย” ต้องเผชิญกับนายทุนรุกป่าที่พยายามยัดเยียดวิถีชุมชนเมือง เพื่อซึมซับบรรยากาศแบบชุมชนชาวป่า แบบลุ่มๆดอนๆ และจ้องทำลายผืนป่า มารุกรานวัฒนธรรมชุมชน คนที่นี่จึงมักบอกว่า “แถวนี้ไม่มีอะไรน่าชมหรอก ไม่น่าอยู่ อย่ามาเลย”

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมชาวบ้านแถบนี้จึงมักพูดย้ำเสมอ เพราะในอดีตพวกเขาเคยประสบกับการบริหารงานของรัฐและนายทุน ที่ร่วมมือกันเปิดพื้นที่เพื่อให้ชุมชนเมืองเข้ามารุกคืบผืนป่าที่พวกเขารัก จนต้องออกมาปกป้อง และกลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึกถึงการต่อสู้ของ “ชาวปกาเกอะญอ” บ้านวัดจันทร์ ปกป้องผืนป่า ชูธงรบรัฐและนายทุนด้วยวิถี “ธรรมชาติยาตรา” เดินเท้า 750 กิโลเมตร จากป่าสู่เมืองด้วยสันติวิธี จนนำไปสู่การทำ MOU ระหว่างชาวบ้านและราชการ ที่มีมติร่วมกันว่าจะไม่บุกรุกทำลายป่าเขาและพื้นที่ทำกิน

แกนนำคนสำคัญเมื่อสิบกว่าปีก่อน หลายคนคงจำเขาได้ “พ่อหลวง จอนิ ออเดอโช” สมัยเป็นกรรมการปฏิรูปประเทศไทย กับทีมอาจารย์หมอประเวศ ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า “ชาวปกาเกอะญอ” จะมีการอพยพย้ายถิ่นบ่อย แต่เขาจะบอกว่าเขามิใช่ไปเปิดพื้นที่ใหม่ๆ แต่จะทำเป็นแบบหมุนเวียน ในที่อยู่ที่ทำกิน คือ ย้ายไปย้ายมาก็กลับมาแถบพื้นที่เดิม เขามีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีแบบแผนจารีตประเพณี  วัฒนธรรมที่มีวิถีชีวิตค่อนข้างชัดเจน เชื่อเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน มีพิธีกรรมหลายอย่างเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เช่น พิธีเลี้ยงผีป่า ผีเจ้าที่ ผีน้ำ ผีหมู่บ้าน เด็กแรกเกิดผู้เป็นพ่อจะเอารก หรือสะดือไปผูกกับต้นไม้

“ชาวปกาเกอะญอ” ยังเชื่อว่าวิญญาณของมนุษย์มี  37 ตัว อยู่ในร่างคน 5 ตัว และอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวอีก เช่น สัตว์ป่าทั้งหลาย ทั้งเก้ง กวาง เสือ ไม่เว้นแม้แต่ กุ้ง หอย ปู ปลา รวมแล้ว 32 ตัว

“บรรพบุรุษให้ความสำคัญกับวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ  มีความรักธรรมชาติเป็นที่สุด เป็นวิถีชีวิตที่น่าศึกษา กับเสน่ห์อันล้ำลึกของคนที่อยู่ในผืนป่า ผืนสุดท้ายที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

จากเดิมที่ชาวบ้านตกอยู่ในสภาพ Dad Syndrome หรือคุณพ่อเท่านั้นที่รู้ดี กลับมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อบริหารป่าชุมชนร่วมกัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังปรากฏว่ามีการ “รุกป่า” อยู่เนืองๆ ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ด้วยข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมของ จิสด้า ที่ให้การสนับสนุนอำเภอ โดยมีการตรวจสอบพบมีการรุกป่าจริง จนนำไปสู่การสืบค้นข้อมูลถึงเหตุผลและข้อเท็จจริง

แต่การรุกป่าของชาวบ้านกลับกลายเป็นคนละเหตุผลกับที่นายทุนเคยทำ ซึ่ง จิสด้า ได้ใช้เครื่องมือสำคัญ คือ ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเป็นจุดชี้บอกสำคัญว่าพื้นที่ไหนถูกบุกรุกบ้าง

นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา “บุญลือ ธรรมธรานุรักษ์” บอกว่า แผนที่ของจิสด้าช่วยทางการและช่วยชาวบ้านได้มาก จากพื้นที่ป่า กว่า 9,500 แปลง ที่เราต้องเดินสำรวจและใช้คนมหาศาล จากแผนที่ของจิสด้าชี้เป้าว่า มีเพียง 800 กว่าแปลงเท่านั้นที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่ามีการบุกรุกเปิดพื้นที่ทำกินใหม่ ทางอำเภอ ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านและเจ้าของพื้นที่ได้ออกสำรวจพื้นที่จริง และพบว่า พื้นที่นั้นปีที่ผ่านมาเกิดไฟป่า กิ่งไม้ ใบไม้ถูกไฟไหม้ จึงทำให้ดูเหมือนว่ามีการบุกรุกแผ้วถาง หากเราเชื่อเฉพาะแผนที่โดยไม่สำรวจ ก็จะเกิดความผิดพลาด เราต้องผสมผสานการทำงานเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้แบบมีระเบียบ กติกา

กระบวนการดังกล่าวนี้ ก่อให้เกิดความเข้าใจ ความชัดเจน ได้ข้อตกลงร่วม และประหยัดเวลา และงบประมาณจากภาครัฐเป็นอย่างมาก ผลที่ได้ตามมาคือ อ.กัลยาฯ ได้พื้นที่คืนเพื่อปลูกป่าหรือ “ฟื้นคืนป่า” เกือบ 5,000 ไร่ ในระยะเวลาเพียงแค่ 8 เดือน หลังจากนี้ต้องมีการติดตามตรวจสอบต่อไป อย่างน้อยปีละ1ครั้ง และที่สำคัญการหนุนเสริมจากทุกหน่วยงานก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับชาวบ้าน ทั้งในด้านการเกษตร การจัดการน้ำ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ก็ยังต้องดำเนินต่อไป

“ชาวบ้านปรับตัวตามเทคโนโลยีได้ ไทยแลนด์4.0ก็ไม่ไกลเกินฝันที่จะเป็นจริง เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คนบนดอยก็พร้อมจะรักษาป่าต้นน้ำ ป่าคือชีวิต น้ำคือจิตใจ ดินคือกาย หลอมรวมกันได้

“คน ดิน น้ำ ป่า” ทรัพยากรธรรมชาติจะยังคงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย

จากการพูดคุยกับชาวบ้านที่นี่ ทำให้รู้ว่าที่นี่จะทำนาปลูกข้าวไร่ ปลูกพืช ปลูกผัก ทุกอย่างเอง ชาวบ้านกว่าครึ่งนับถือคริสต์นิกายโปแตสแตนท์ “ลุงศิลา” ก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น และได้ดูงานได้ดูวิถีชีวิตอีกหลายประเทศ จนท้ายที่สุดก็กลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่ผืนป่าสนสุดท้ายของประเทศที่นี่

จากปากคำของชายวัยล่วง 70 ปี ทำให้เราได้เห็นถึงปัญญาของ “ชาวปกาเกอะญอ” ในเรื่องการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

“ลุงศิลา” เล่าว่า มีคนจากภายนอกพื้นที่เห็นว่ามีไม้สนมาก จึงสั่งเครื่องแปรรูปไม้มาจากฟินแลนด์ ชาวบ้านทราบข่าวมาต่อต้านไล่ออกนอกพื้นที่ เพราะเขารักป่า เวลาลูกเกิดมาก็จะเอารกมาผูกกับต้นไม้ ให้รู้ว่าเขามีความผูกพันกับธรรมชาติ ชาวปกาเกอะญอมีวิถีชีวิตเป็นของตัวเอง ใช้ภาษาปกาเกอะญอในการสื่อสาร ป้ายบอกทาง สถานที่ต่างๆก็ใช้ภาษาปกาเกอะญอ

แสงสุดท้ายของวันลาลับ…

ความมืดโรยตัวเข้ามาแทนที่…

ขณะที่หลายคนหลับใหล ด้วยอากาศที่เย็นสบาย ปกคลุมด้วยความสงบเงียบ ต้นสนยืนตระหง่าน ปล่อยให้ทุกสรรพสิ่งดำเนินไปตามวิถี การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางผืนป่าที่สมบูรณ์ของที่นี่ ผุ้คนเลยดูมีจิตใจดี หน้าตาผ่องใส ลุงศิลาและครอบครัวคือตัวชี้วัดที่ดี แต่ถึงกระนั้นกระแสโลกร้อนที่รุกคืบไปทั่วโลก รวมถึงวัดจันทร์แห่งนี้ด้วย

“เมื่อก่อนเดือนเมษายน ที่นี่ยังใส่เสื้อกันหนาวผิงไฟกันอยู่เลย แต่ตอนนี้เริ่มร้อน เราต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติกันไว้ เพื่อไม่ให้ลูกหลานเดือดร้อน”

ก่อนจะลาจาก ลุงศิลายังได้ชวนพวกเรามาเที่ยวอีก เพราะอีก 3 ปี เจ้าต้นมะคาเดเมีย ที่ลุงลงแปลงไว้ ก็จะให้ผลพอดี

ป่าสนวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา ชาวบ้านช่วยกันพิทักษ์รักษา ด้วยเพราะเป็น “ป่าของพ่อ แผ่นดินของพ่อ”

# ภาพโดย “วสันต์ วณิชชากร”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮาวงดนตรี-สาวแดนเซอร์เซ็กซี่ เต้นหาเงินช่วยลุงบ้านไฟไหม้วอด

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297284

ฮือฮาวงดนตรี-สาวแดนเซอร์เซ็กซี่ เต้นหาเงินช่วยลุงบ้านไฟไหม้วอด

ฮือฮาวงดนตรี-สาวแดนเซอร์เซ็กซี่ เต้นหาเงินช่วยลุงบ้านไฟไหม้วอด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.06 น.

12 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนหน้าสถานีรถไฟ ต.คลองมะพลับ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย มีกลุ่มนักร้อง นักดนตรี และทีมแดนเซอร์อีก 30 กว่าคน จากหลายวงในสุโขทัย ได้มารวมตัวกันแสดงดนตรีเปิดหมวก พร้อมโชว์เต้นในชุดสุดเซ็กซี่ จนสร้างความฮือฮา น่าสนใจ แก่ประชาชนที่สัญจรผ่านและมาจับจ่ายซื้อของกันในตลาดนัดอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยเห็นดนตรีเปิดหมวกที่มีโชว์อลังการแบบนี้มาก่อน

เมื่อสอบถามสาวแดนเซอร์ ที่มาร่วมโชว์เต้นสร้างสีสันในครั้งนี้ ว่ามาเต้นขอรับบริจาคเงินจะเอาไปทำอะไร พวกเธอบอกว่าจะนำไปมอบช่วยเหลือครอบครัวของ คุณลุงเสน่ห์ พุ่มกลับ ชาวบ้านหมู่ 4 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง ซึ่งถูกไฟไหม้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลังไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลย ทำให้หลายคนถึงกับซาบซึ้ และประทับใจในความเสียสละของสาวแดนเซอร์ นักร้อง นักดนตรีชาวสุโขทัยกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

ด้านนาย เริง เสรีภาพ ประธานกลุ่มหนุ่ม-สาวจิตอาสา “คนสุโขทัยไม่ทิ้งกัน” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การแสดงดนตรีพร้อมโชว์เต้นครั้งนี้ ไม่มีใครได้ค่าตัวแม้สักบาทเดียว ทุกคนมาด้วยใจที่เสียสละ เพื่อโชว์ความสามารถแลกกับเงินบริจาคที่ได้ 17,500 บาท รวมกับที่เล่นเปิดหมวกก่อนหน้านี้ ทั้งหมดเป็นเงิน 34,000 บาท บวกกับสิ่งของบริจาคอื่นๆอีก 5,000 จะนำไปมอบช่วยเหลือครอบครัวของคุณลุงเสน่ห์ ที่ถูกไฟไหม้บ้านต่อไป

“การรวมตัวของหนุ่ม-สาวจิตอาสาชาวสุโขทัยในครั้งนี้ นอกจากช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้ว ยังเป็นการทำความดีตามรอยพ่อ และขอน้อมถวายความดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์จะคงอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป” นายเริง กล่าว

พร้อมขอขอบคุณพี่น้องคนดนตรีสุโขทัย ทั้งทีมงานบูรพา , พีบีคอมโบ้ , เข็มทอง , มือเบสอิสระ , มือคีย์บอร์ดวงมันดาเลย์ , มือกลองวงคอนกรีต , คุณอุ๊วงแก้วมณี , คุณภาพวงประวัติศาสตร์ , คุณเติ้ลการไฟฟ้าทุ่งเสลี่ยม , คุณเปิ้ลครัวรื่นรมย์ , น้องน้ำหวาน วก.ศรีสำโรง , อ๊อฟแดนซ์ , น้องอีฟแดนซ์ , ลูกหมูแดนซ์ , อังคารแดนซ์ , ชมพู่แดนซ์ รวม 5 ทีมแดนเซอร์ กว่า 30 ชีวิต รวมทั้งร้านเฮียปาน และอีกหลายคนหลายกลุ่มที่มีจิตอาสาร่วมกันในครั้งนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มหนุ่ม-สาวจิตอาสา “คนสุโขทัยไม่ทิ้งกัน” ที่นำโดย “เริง เสรีภาพ” มีการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน พร้อมนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และระดมเงิน-สิ่งของจำเป็นช่วยเหลือเหยื่อไฟไหม้บ้านที่หมู่ 3 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง มูลค่ากว่า 81,000 บาท ล่าสุดเป็นการช่วยเหลือครอบครัวคุณลุงเสน่ห์ ซึ่งถูกไฟไหม้บ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยเช่นกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บึ้ม เรื่องนี้อย่าพูดพล่อยๆ อำแกล้งให้ตกใจ ระวังได้ไปนอนคุก

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297274

บึ้ม เรื่องนี้อย่าพูดพล่อยๆ อำแกล้งให้ตกใจ ระวังได้ไปนอนคุก

บึ้ม เรื่องนี้อย่าพูดพล่อยๆ อำแกล้งให้ตกใจ ระวังได้ไปนอนคุก

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 17.30 น.

มนุษย์นั้นมีความสนุกสนานอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือการได้ “แกล้ง” ทำอะไรพิเรนทร์ๆ ให้คนอื่นตกใจเล่น ดังที่ภาษาอังกฤษมีคำว่า “Prank” ซึ่งหากนำคำดังกล่าวไปค้นหาในเว็บไซต์รวมคลิปวีดีโอดังอย่าง Youtube ก็จะพบคลิปทำนองบุคคลหรือกลุ่มคนเที่ยวตระเวนเดินสาย “ป่วน” ชาวบ้านชาวช่องที่กำลังใช้ชีวิตตามปกติ ด้วยวิธีการต่างๆ อยู่เนืองๆ ขณะที่ภาษาไทยนั้นก็มีคำว่า “อำ” ที่ความหมายตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ระบุว่าหมายถึง “พูดหลอกเพื่อให้ตกใจหรือขบขัน” เป็นต้น และไม่ว่าไทยหรือฝรั่ง ยิ่งเป้าหมายแสดงอาการ “ตกใจ – ตื่นกลัว” เท่าไร คนแกล้งก็ยิ่งรู้สึกสนุกสนานเป็นทวีคูณ ก่อนจะเฉลยภายหลังว่าสิ่งที่เห็นที่บอกนั้นโกหกล้วนๆ

ทว่าไม่กี่ปีมานี้ บรรดา “สายอำ” ชอบกุเรื่องหลอกเพื่อแกล้งชาวบ้านให้ตกใจเล่น อาจจะต้อง “ระวังปาก” มากขึ้น ดังล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ต.ค. 2560 มีรายงานว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างกฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ฉบับใหม่ ด้วยมติเสียงข้างมาก 201 ต่อ 1 คะแนน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ ซึ่งสาระสำคัญประการหนึ่ง ระบุว่า

“..ในกรณีที่ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ โดยการขู่เข็ญหรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่า วัตถุหรือสิ่งของนั้นเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิด หรือแจ้งข้อความหรือส่งข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่า เป็นเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่า มีผู้พาไปหรือมีการวางวัตถุระเบิดในชุมนุมชนหรือสถานที่แห่งใด และเป็นเหตุให้ผู้อื่นที่อยู่ในชุมนุมชนหรือสถานที่แห่งนั้นตื่นตกใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 77/3..”

ซึ่งนี่ไม่ใช่กฎหมายฉบับเดียวที่บัญญัติให้การอำการแกล้งหลอกว่ามีวัตถุระเบิด ย้อนไปเมื่อปี 2550 ประเทศไทยได้มี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งใน มาตรา 14 (2) ระบุถึงข้อห้าม “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” โดยผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“Fake” or “Hoax” : “ข่าวลือ – เรื่องหลอกลวง” ข้อมูลทำนองนี้พบได้ทั่วไปบนโลกออนไลน์ 

จากนั้น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีการแก้ไข และ “ประกาศฉบับแก้ไขใหม่ในปี 2560” โดยในส่วนของมาตรา 14 (2) ปรับถ้อยคำเป็นดังนี้ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ส่วนบทลงโทษยังคงเดิม คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หรือกับ “ระบบอากาศยาน” ไม่ว่าในสนามบินหรือบนเครื่องบิน ซึ่งก็มี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 โดยใน มาตรา 22 ระบุถึงข้อห้าม “แจ้งข้อความหรือส่งข่าวสารซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุหรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยานหรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบินตื่นตกใจ” ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่หากการกระทำนั้น “เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน” ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 แสน – 6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งที่ผ่านมา มีบรรดา “นักอำ” ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกดำเนินคดีไปแล้วหลายราย อาทิ กรณีโด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นหนุ่มไทยรายหนึ่งกำลังจะขึ้นเครื่องบิน เมื่อเห็นแอร์โฮสเตสสาวสวยเดินมาก็พูดจาไปตาม “ธรรมชาติของผู้ชายที่เห็นสาวสวยต้องแซว” แต่เผอิญว่าไปพูด “ผิดกาลเทศะ” โดยบอกว่า “ระวังมีระเบิดนะ” ขณะที่สาวแอร์ฯ กำลังช่วยยกกระเป๋าเก็บสัมภาระบนเครื่องบิน หนุ่มรายนี้ก็เลยถูกดำเนินคดีไปตามระเบียบ

“บนเครื่องบิน – ในท่าอากาศยาน” สถานที่ห้ามแกล้งอำเรื่องระเบิด

ฉะนั้นต่อไปนี้ เรื่องของ “ระเบิด” ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด หรือแม้แต่บนโลกออนไลน์ “อย่าพูดพล่อยๆ” สนุกเอาคะนอง เพราะถ้าไปทำอะไรคึกคะนองเกินเลยเข้ามีสิทธิไปทัวร์ “ห้อง (กรง)” ติดคุกตะรางได้เพราะทำผิดอาญาแผ่นดิน อย่างที่ภาษิตโบราณเข้าว่า

ปลาหมอตายเพราะปาก!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจพ่ออุ้มลูกสาวเข้าสอบ! ปัดเลี้ยงเดี่ยวยันรักกับภรรยาดี

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297262

เปิดใจพ่ออุ้มลูกสาวเข้าสอบ!  ปัดเลี้ยงเดี่ยวยันรักกับภรรยาดี

เปิดใจพ่ออุ้มลูกสาวเข้าสอบ! ปัดเลี้ยงเดี่ยวยันรักกับภรรยาดี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.36 น.

12 ต.ค. 60 จากกรณีภาพที่ได้รับกระแสชื่นชมจากชาวโซเชียล สำหรับภาพคุณพ่อที่หอบลูกน้อยมานั่งสอบด้วย โดยให้เหตุผลว่าลูกสาวยังเล็ก ติดพ่อมาก และเรามีกันแค่ 2 คน จึงจำเป็นต้องพามาเข้าห้องสอบด้วยนั้น

ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV ได้สัมภาษณ์ นายสุทธิรักษ์ โพธิบัลลังค์ อายุ 22 ปี ชายในภาพ เผยว่า ภาพดังกล่าวคือตอนที่ตนเองเข้าสอบกศน. วันสุดท้าย ตนเองมีลูกตั้งแต่อายุ 18 ปี ตอนนี้ลูกสาวอายุ 2 ขวบแล้ว ชื่อว่า น้องต้นหอม ซึ่งวันนั้นที่บ้านไม่มีคนว่างดูแล จึงได้พาลูกสาวไปเข้าห้องสอบด้วย โดยที่ได้มีการขออนุญาตครูที่คุมสอบ และครูที่คุมสอบก็อนุญาต

ทั้งนี้ภาพดังกล่าวที่เผยแพร่ออกไปมาจากพี่สาวที่ถ่ายรูปแล้วนำไปโพสต์ลงโซเชียล ไม่ได้คิดอะไร ตนไม่นึกว่าจะดังและมีคนพูดถึงเยอะขนาดนี้ และขอแก้ข่าวหน่อยเพราะที่จริงแล้วตนเองไม่ใช่พ่อเลี้ยงเดี่ยว ตนยังไม่ได้เลิกรากับภรรยา เพียงแต่ตอนนี้ภรรยาต้องไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ตนเองและภรรยามีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย คิดว่าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบ ต้องเลี้ยงดูลูกตัวเองให้ได้ ซึ่งความเหนื่อยก็มีบ้าง เพราะปัจจุบันตนเองเป็นช่างซ่อมรถ แต่พอได้อุ้มลูก ตนก็มีความสุขและหายเหนื่อยเอง

“ลูกผู้ชาย ทำได้ก็ต้องรับผิดชอบได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้ สถานการณ์มันจะบีบให้เราทำเป็นเองครับ”

ขอบคุณข้อมูล คลิป : Amarin TV

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ซัดนักคิดด่า’ตูน’วิ่งช่วยรพ. ‘บัง สังกะสี’บอกเริ่มทำ ดีกว่านั่งพูดแล้วไม่ทำ (ชมคลิป)

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297253

ซัดนักคิดด่า'ตูน'วิ่งช่วยรพ. 'บัง สังกะสี'บอกเริ่มทำ ดีกว่านั่งพูดแล้วไม่ทำ (ชมคลิป)

ซัดนักคิดด่า’ตูน’วิ่งช่วยรพ. ‘บัง สังกะสี’บอกเริ่มทำ ดีกว่านั่งพูดแล้วไม่ทำ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.37 น.

12 ต.ค. 60 จากกรณี นักร้องหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม ที่เตรียมออกมาวิ่งอีกครั้งจากใต้สุดสูดเหนือสุดเป็นระยะทางกว่า 2,191 กิโลเมตร เป้าหมาย 700 ล้านบาท เพื่อระดมทุนช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 25 ธ.ค. 60 ภายใต้โครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ทำให้มีนักวิชาการหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การวิ่งดังกล่าวว่า เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ จนเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์

ล่าสุด โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอ ของนาย ไพรัช คำนวนแสง หรือที่ชาวโซเชียลรู้จักกัน ว่า “บัง สังกะสี” นักวาดการ์ตูน ได้ออกแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนักวิชาการดังกล่าวว่า

“บางคนได้แต่คิด คิดแล้วทำอะไรบ้าง นักวิชาการต้องดูฉลาด ต้องทำให้ดูแตกต่าง อย่างงั้นเหรอ เป็นนักคิด นักวิชาการ แต่ไม่เห็นทำอะไรเลย ถามจริงๆ ก่อนที่เขาจะมามีข่าววิ่งเพื่อนำเงินบริจาคไปสร้างโรงพยาบาล พวกคุณไปอยู่ไหนกัน ทำอะไรกันอยู่ แล้วบอกการวิ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แล้วต้นเหตุมันอยู่ไหนหละ นักวิชาการทำไมไม่แก้กัน”

“การวิ่งเพื่อนำเงินไปให้โรงพยาบาลในภาครัฐ มันจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่มันก็ได้ทำ ได้เริ่ม มันก็ต้องทำแบบนี้หรือเปล่า? เพราะต้นเหตุไม่เห็นทำอะไร แล้วมาบอกว่าโง่ วิ่งไปก็เท่านั้น แต่คนฉลาดดันไม่ทำอะไรเลย มันก็เท่านั้นแหละ เขาวิ่งเพื่อนำเงินบริจาคไปช่วยโรงพยาบาล เขาทำในสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่ค่อยได้ช่วย เราไม่มีอำนาจ เราก็ต้องช่วยกัน ผมคนถ่อย ผมยังรู้เลยว่าเราต้องเริ่ม ถ้าไม่เริ่มก็ไม่มีใครทำสักที เริ่มทำให้ผู้มีอำนาจได้รู้สักทีว่าพวกคุณทำอะไรกันอยู่ ไม่ใช่คิดอย่างเดียว แต่ไม่ทำ อยากให้ไปวิ่งด้วยกันเลย”

“ฝากถึงพวกนักคิดทั้งหลาย คิดแต่ไม่ได้ทำ ผมก็เคยคิดและไม่ได้ทำ แต่พอเห็นเขาทำมันก็รู้สึกว่าโอเคที่ได้เริ่มทำกันแล้ว ก็มีคำๆหนึ่งที่ฝากถึงนักคิดทั้งหลาย ว่า ………???” 

ขอบคุณภาพ : ก้าว

ขอบคุณคลิป : ไพรัช คำนวนแสง

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครุศาสตร์DPUผนึกกำลังมูลนิธิศึกษาฯ-สสส. ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กชายแดนใต้

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297245

ครุศาสตร์DPUผนึกกำลังมูลนิธิศึกษาฯ-สสส. ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กชายแดนใต้

ครุศาสตร์DPUผนึกกำลังมูลนิธิศึกษาฯ-สสส. ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กชายแดนใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.12 น.

12 ต.ค. 2560 วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับมูลนิธิศึกษาธิการ ร่วมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน โครงการการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายการมีส่วนร่วมสู่โรงเรียนสุขภาวะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ผศ.ดร.พิณสุดา สิริธรังศรี อาจารย์วิทยาลัยครุศาสตร์ DPU ในฐานะผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า การทำงานแบบเครือข่ายโรงเรียนที่มีการรวมตัวเป็นชุมชนการจัดการเรียนรู้ ร่วมมือกันเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชนโดยมีโรงเรียนแม่ข่ายที่มีโรงเรียนเครือข่ายประมาณ 8-10 โรง ซึ่งรวมตัวกันด้วยความสมัครใจในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งสังกัดเดียวกัน ระดับการศึกษาเดียวกัน พื้นที่ชุมชนเดียวกัน หรือมีปรัชญา ทัศนะและความเชื่อเดียวกัน

โดยยึดหลักและวิธีการตามแนวคิด 8 ร่วม ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมติดตามประเมินผลและสุดท้ายคือนวัตกรรมที่เห็นชัดคือ ร่วมชื่นชมผลสำเร็จ ซึ่งประเด็นที่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นั้นมีความชัดเจน ดังนั้นการร่วมกันคิดและทำ แก้ปัญหาร่วมกันของเครือข่าย ก่อให้เกิดความรัก สุดท้ายมีผลกระทบเกิดการต่อยอดงานร่วมกัน ไม่ได้แข่งขันกัน

ผศ.ดร.พิณสุดา สิริธรังศรี

ผศ.ดร.พิณสุดา กล่าวต่อไปว่า จุดเด่นของโครงการนี้ คือไม่มีการสั่งการ แต่เกิดจากการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาร่วมกันใน 5 เรื่องหลัก คือ 1.อาหาร โภชนาการ 2.ความตระหนักเรื่องเหล้า บุหรี่ 3.สุขภาวะทางเพศ 4.คุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ความสื่อสัตย์ การเรียนรู้ศาสนาที่จะส่งผลให้เด็กเป็นคนดี และ 5.ความเชื่อมโยงสู่คุณภาพการศึกษา สุดท้ายเด็กต้องมีร่างกายที่ดี สุขภาพอนามัยที่ดี มีจิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่ดี

“เราจะไม่ทำงานแบบโดดเดี่ยว แต่จะใช้กระบวนการเครือข่ายการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ ผู้ปกครองและชุมชน เพราะการพัฒนาเด็กหนึ่งคน ไม่ใช่เรื่องของพ่อแม่เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายอย่างบูรณาการ” ผศ.ดร.พิณสุดา กล่าว

ขณะที่ นายประเสริฐ แก้วเพ็ชร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการฯ ใช้การทำงานแบบเครือข่าย เนื่องจากบริบทของโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบปัญหาที่ความแตกต่างกัน จึงเกิดการรวมตัวของโรงเรียนที่มีปัญหาใกล้เคียงกัน เพราะบางปัญหาไม่สามารถแก้ได้โดยลำพัง ต้องอาศัยเพื่อนร่วมพูดคุย ร่วมคิด ปรึกษาหารือ ดังนั้นเมื่อส่งเสริมการทำงานเป็นเครือข่ายโรงเรียน โดยใช้ปัญหาเป็นตัวตั้งจึงก่อให้เกิดประโยชน์ในการร่วมกันพัฒนาช่วยกันดึงขึ้นมา ซึ่งถือเป็นการสร้างกลไกในการรวมพลัง ได้พลังที่ใหญ่ขึ้น

ประเสริฐ แก้วเพ็ชร

“สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชนและเครือข่าย ต้องการพัฒนามากที่สุดคือ การให้ลูกเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ อ่านออก เขียนได้ มีพฤติกรรมดี ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยได้เรียกร้องเรื่องการสอนศาสนาในโรงเรียน เพราะต้องการให้ลูกอยู่ในหลักของศาสนาอิสลามด้วย ดังนั้น ผลลัพธ์เป้าหมายของโครงการ คือการช่วยยกจุดด้อยให้เกิดการพัฒนา ส่งเสริมในสิ่งที่โรงเรียนต้องการ ให้เวที โอกาสและกลไกที่ดี เพื่อเสริมศักยภาพให้เท่าเทียมกันของทุกโรงเรียน” ปธ.คกก.มูลนิธิศึกษาธิการ ระบุ

ด้าน น.ส.นินูรไอนี หะยีนิเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะเยาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการในเครือข่ายลูโบ๊ะเยาะ โดยข้อดีของการทำงานเป็นเครือข่ายคือการร่วมกันแชร์ประสบการณ์ เพราะถ้าทำโรงเรียนเดียวก็มีบริบทแค่แห่งเดียว แต่การทำเป็นเครือข่ายจะมีจุดเด่นของแต่ละโรงเรียนที่มาทำงานร่วมกัน ได้เห็นปัญหาบางอย่างที่เป็นจุดต่าง ทำให้ประสานการทำงานร่วมกันได้ อีกทั้งยังได้ความยั่งยืน ได้ความร่วมมือเพิ่ม

นินูรไอนี หะยีนิเลาะ

โดย 3 ปีที่เข้าร่วมประสบความสำเร็จมากในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เพราะทุกวันนี้การดำรงชีวิตประจำวันเด็ก คนในชุมชน ศาสนาไปทางคนไปทาง การดำเนินการตามเป้าหมายและแนวทางใน 5 เรื่องนี้ เชื่อมโยงได้กับทุกเรื่องและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาการโดยเฉพาะเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ทุกศาสนาดีหมดแต่การประพฤติตัวของคนและลักษณะนิสัยทำให้ศาสนาเสียไป

“จุดที่ควรพัฒนามากที่สุดขณะนี้ คือเด็กมีปัญหาเรื่องภาวะทุพโภชนาการ ขาดสารอาหาร ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ปกครองไปกรีดยางตั้งแต่ตีสาม กว่าจะกลับมาก็สายๆ เด็กก็ไม่ได้ทานอาหารเช้า บางคนเกิดจากกรรมพันธุ์และเด็กบางคนขาดจิตสำนึกไม่ตระหนักว่าอาหารเช้ามีความสำคัญ เมื่อเข้าโครงการนี้ เด็กก็เข้าใจมากขึ้นว่าต้องทานอาหารเช้าและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ทั้งนี้ โครงการมีเป้าหมาย แต่ไม่ได้บังคับให้เราทำหนึ่ง สอง สาม แต่เป็นการให้โรงเรียนทำตามบริบทของตนเองและชุมชนที่ต้องการ” ผอ.ร.ร.บ้านลูโบ๊ะเยาะ กล่าว

โดย 3 ปีที่เข้าร่วมประสบความสำเร็จมากในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เพราะทุกวันนี้การดำรงชีวิตประจำวันเด็ก คนในชุมชน ศาสนาไปทางคนไปทาง การดำเนินการตามเป้าหมายและแนวทางใน 5 เรื่องนี้ เชื่อมโยงได้กับทุกเรื่องและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาการโดยเฉพาะเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ทุกศาสนาดีหมดแต่การประพฤติตัวของคนและลักษณะนิสัยทำให้ศาสนาเสียไป

“จุดที่ควรพัฒนามากที่สุดขณะนี้ คือเด็กมีปัญหาเรื่องภาวะทุพโภชนาการ ขาดสารอาหาร ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ปกครองไปกรีดยางตั้งแต่ตีสาม กว่าจะกลับมาก็สายๆ เด็กก็ไม่ได้ทานอาหารเช้า บางคนเกิดจากกรรมพันธุ์และเด็กบางคนขาดจิตสำนึกไม่ตระหนักว่าอาหารเช้ามีความสำคัญ เมื่อเข้าโครงการนี้ เด็กก็เข้าใจมากขึ้นว่าต้องทานอาหารเช้าและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ทั้งนี้ โครงการมีเป้าหมาย แต่ไม่ได้บังคับให้เราทำหนึ่ง สอง สาม แต่เป็นการให้โรงเรียนทำตามบริบทของตนเองและชุมชนที่ต้องการ” ผอ.ร.ร.บ้านลูโบ๊ะเยาะ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มใหญ่ไอเดียเจ๋ง! เนรมิตรรถทัวร์เก่าเป็นร้านต้มเลือดหมู

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297216

หนุ่มใหญ่ไอเดียเจ๋ง! เนรมิตรรถทัวร์เก่าเป็นร้านต้มเลือดหมู

หนุ่มใหญ่ไอเดียเจ๋ง! เนรมิตรรถทัวร์เก่าเป็นร้านต้มเลือดหมู

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.04 น.

12 ต.ค. 60 เวลา 12.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในกลุ่มวัยรุ่น-คนใช้แรงงาน ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่างกล่าวขวัญกันถึงรถทัวร์ปรับอากาศมาดัดแปลงเป็นร้านต้มเลือดหมู ฅ.เหล็ก สูตรเยาวราช ตั้งอยู่ริมถนนสายเก้ากิโล ฝั่งขาเข้าเครือสหพัฒน์ ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มผู้ใช้แรงงานพากันมาใช้บริการกันจำนวนมากทุกวัน

สำหรับเจ้าของร้านแปลกแหวกแนวรายนี้ คือ นายอมรเทพ ราชสีมา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 267/179 ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา กล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ซื้อรถทัวร์ปรับอากาศมือสองในราคา 6 แสนบาท มาวิ่งรับส่งพนักงานโรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา แต่ประสบภาวะเศรษฐกิจไม่มีงานวิ่งต้องจอดไว้ที่หน้าบ้านเฉยๆ ต่อมาจึงเกิดความคิดดัดแปลงรถทัวร์ปรับอากาศที่จอดอยู่มาทำเป็นร้านต้มเลือดหมู ใช้งบประมาณกว่า 1 แสนบาท โดยถอดเบาะออกไปบางส่วนแล้วติดตั้งโต๊ะเข้าไปแทน และใช้เครื่องปรับอากาศแบบติดในบ้านติดเข้าไปในรถแทน

โดยภายในรถตั้งโต๊ะได้จำนวน 12 โต๊ะ รับลูกค้านั่งรับประทานในรถได้จำนวน 40 คน ส่วนต้มเลือดหมูก็ใช้สูตรเยาวราชที่โด่งดัง ส่วนราคาก็ขายในราคาไม่แพง ธรรมดา ชามละ 40 บาท พิเศษ ชามละ 50 บาท หลังจากเปิดร้านตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านกันเป็นจำนวนมาก โดยร้านเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. หยุดทุกวันพุธ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดูชัดๆคลิปต้นต่อฝรั่งหยิบมีดไล่ฟันเสี่ยร้านทอง ก่อนถูกต่อยร่วง

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297198

ดูชัดๆคลิปต้นต่อฝรั่งหยิบมีดไล่ฟันเสี่ยร้านทอง ก่อนถูกต่อยร่วง

ดูชัดๆคลิปต้นต่อฝรั่งหยิบมีดไล่ฟันเสี่ยร้านทอง ก่อนถูกต่อยร่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 12.03 น.

12 ต.ค. 60 จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนและชาวต่างชาติได้ใช้มีดอีโต้ไล่ทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะขับหนีเข้ามาในโรงเรียน โรงเรียนอักษรศึกษา ในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ ก่อนที่นายสุเมธ รุ่งรัตนพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของห้างทอง 99 ย่านตลาดวัดชัยมงคล ปรี่เข้าไปต่อยหน้าชาวต่างชาติจนร่วง

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “ข่าวพัทยาอีสเทิร์นนิวส์” ได้มีการเผยแพร่คลิปที่เป็นสาเหตุ คือ เหตุการณ์เฉี่ยวชน ซึ่งจะเห็นว่า หลังจากฝรั่งจอดรถได้ลงไปหยิบมีดจากท้ายรถ และกลับมาขับรถเฉี่ยวหนุ่มร้านทองอีกครั้ง

ขอบคุณคลิป : ข่าวพัทยาอีสเทิร์นนิวส์

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รับอะไรดีครับพี่! เด็กเสิร์ฟเต้นสุดกวน รับออเดอร์แบบนี้ จะอยู่ได้กี่ปี (ชมคลิป)

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297179

รับอะไรดีครับพี่! เด็กเสิร์ฟเต้นสุดกวน รับออเดอร์แบบนี้ จะอยู่ได้กี่ปี (ชมคลิป)

รับอะไรดีครับพี่! เด็กเสิร์ฟเต้นสุดกวน รับออเดอร์แบบนี้ จะอยู่ได้กี่ปี (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.37 น.

12 ต.ค. 60 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Khanchai Mengoen” ได้แชร์คลิปที่กำลังฮือฮาเป็นอย่างมากในโลกโซเชียลในเวลานี้ คือเด็กเสิร์ฟที่มารับออเดอร์ด้วยลีลาท่าทางสุดประหลาดที่ทำเอาคนทั้งโซเชียลนั้นนั่งดูอมยิ้ม หัวเราะ และคลายเครียกให้กับลูกค้า โดยชาวเน็ตต่างพากัยแซวเด็กเสิร์ฟ ว่า ท่าทางแบบนี้ จะอยู่รับออเดอร์ลูกค้าได้กี่วัน

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,914,958 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
‘จ๊ะ นงผณี'เก็บอัฐิคุณพ่อแฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ
อินเดียวิจารณ์เดือด ศิลปินจับช้างทาสีชมพูทั้งตัวเพื่อถ่ายแบบ ก่อนที่ช้างจะตายใน 3 เดือนต่อมา
ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท

Recent Posts

  • ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท
  • รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
  • ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
  • ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d