Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แสงเทียน’ภปร ในดวงใจ’ สว่างไสวในแคลิฟอร์เนีย

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297170

แสงเทียน'ภปร ในดวงใจ' สว่างไสวในแคลิฟอร์เนีย

แสงเทียน’ภปร ในดวงใจ’ สว่างไสวในแคลิฟอร์เนีย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 09.19 น.

12 ต.ค.60 สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯแห่งแคลิฟอร์เนีย ได้จัดการแปรอักษรและแปรแสงเทียน ‘ภปร ในดวงใจ’ จำนวน 3,999 ดวง และงานสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่วัดไทย ลอสแองเจลิส เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา

โดยมี นายเลิศ เดชวรกิจ วศ.57/CU 16 อุปนายกของสมาคมฯ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการแปรแสงเทียน

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : Sirisak Borisutsawat

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไล่ล่าระทึก! ตร.ขับรถตามคนร้ายหนีคดีซิ่งกระบะหนี (ชมคลิป)

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297168

ไล่ล่าระทึก! ตร.ขับรถตามคนร้ายหนีคดีซิ่งกระบะหนี (ชมคลิป)

ไล่ล่าระทึก! ตร.ขับรถตามคนร้ายหนีคดีซิ่งกระบะหนี (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 08.54 น.

12 ต.ค. 60 เพจเฟซบุ๊ด “หมายข่าวจันทบุรี” เผยแพร่คลิปนาทีระทึก เป็นเหตุการณ์ ตำรวจสืบสวน สภ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี ขับรถกระบะไล่ล่าผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในท้องที่หลายอำเภอในจันทบุรี ขณะพยายามขับรถกระบะ ได้พุ่งชนรถตำรวจที่จอดขวางและขับรถหลบหนีไปตามถนนสายกระทิง-วังแซ้ม ก่อนเข้า เข้าไปจนมุมในสวนผลไม้ชาวบ้าน ยังพยายามกระโดดทิ้งตัวจากรถและวิ่งหนีต่อ แต่ไม่รอด ถูกตำรวจวิ่งตามไปจับกุมได้ในที่สุด ขณะนี้ได้นำตัวคนร้าย พร้อมของกลาง

“นาทีระทึก ตำรวจสืบสวน สภ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี ขับรถกระบะไล่ล่าผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในท้องที่หลายอำเภอในจันทบุรี ขณะพยายามขับรถกระบะ ได้พุ่งชนรถตำรวจที่จอดขวางและขับรถหลบหนีไปตามถนนสายกระทิง-วังแซ้ม เข้าไปจนมุมในสวนผลไม้ชาวบ้าน ยังพยายามกระโดดทิ้งตัวจากรถและวิ่งหนีต่อ แต่ไม่รอด ถูกตำรวจวิ่งตามไปจับกุมได้ในที่สุด ขณะนี้ได้นำตัวคนร้าย พร้อมของกลาง มาแถลงข่าวที่กองบังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สพฐ.นำ”ผ้าพระกฐินพระราชทาน”ถวายพระ วัดกลาง บุรีรัมย์ 19 ตุลา

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297127

สพฐ.นำ”ผ้าพระกฐินพระราชทาน”ถวายพระ วัดกลาง  บุรีรัมย์ 19 ตุลา

สพฐ.นำ”ผ้าพระกฐินพระราชทาน”ถวายพระ วัดกลาง บุรีรัมย์ 19 ตุลา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ณรงค์ แผ้วพลสง, ดร.รัตติมา พานิชอนุรักษ์

nn…ผ่านพ้น “วันออกพรรษา” 5 ตุลาคมนี้ แล้ว เข้าสู่งานทำบุญทอดกฐิน ประจำปี 2560 “ณรงค์ แผ้วพลสง” รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เผยว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำ “ผ้าพระกฐินพระราชทาน” ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดกลางพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 16.00 น. สมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 09.39 น. พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน…ขอเชิญ ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมอนุโมทนาถวาย “ผ้าพระกฐินพระราชทาน” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1, 2, 3 และ 4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 และโรงเรียนทุกแห่งในจังหวัดบุรีรัมย์…ขอร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ…nn

nn…และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม “ณรงค์ แผ้วพลสง” รองเลขาธิการ สพฐ.ได้กล่าวแสดงความยินดีกับดร.รัตติมา พานิชอนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 (บุรีรัมย์) ในโอกาสที่เดินทางมารับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2 (กรุงเทพฯ)…โดยเชื่อมั่นและหวังว่า ดร.รัตติมาจะเป็นหัวเรือใหญ่ หัวเรือหลัก เป็นกลไกในการนำพาชาว สพฐ. ปฏิรูปการศึกษาที่สามารถตอบโจทย์ ผู้เรียน ครู ผู้บริหาร รวมทั้งตอบโจทย์นโยบายกระทรวงศึกษาธิการได้…ที่ผ่านมา สพม. 32 บุรีรัมย์ เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุจริต จำนวน 91 เขต…ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คเครื่องยนต์‘EEC’ พร้อมไหม?..พาไทยสู่ยุค4.0

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297070

เช็คเครื่องยนต์‘EEC’ พร้อมไหม?..พาไทยสู่ยุค4.0

เช็คเครื่องยนต์‘EEC’ พร้อมไหม?..พาไทยสู่ยุค4.0

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“..บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทยถือเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และมีความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางถนน รถไฟ ท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม รัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจในแถบภาคตะวันออกของประเทศไทย เพื่อให้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงไปยังแหล่งเศรษฐกิจอื่นๆ ได้..”

บทนำจากรายงาน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development : EEC) โดยสำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยแพร่ในจุลสารวิชาการ Academic Focus ฉบับเดือน ต.ค. 2559 อธิบายถึงที่มาที่ไปที่รัฐบาลกำหนดให้3 จังหวัดภาคตะวันออกอย่าง “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี- ระยอง” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เรียกกันติดปากว่า“EEC” โดยมีเป้าหมายว่าจะยกระดับให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ทันสมัยที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่านี่คือการ “ต่อยอด” จากของเดิมเมื่อ 3 ทศวรรษก่อน ดังที่รายงานฉบับนี้ อ้างถึงคำอธิบายของ กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะนักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ว่าแนวคิดการพัฒนาภาคตะวันออก ต้องย้อนไปสมัยนายกฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ดำรงตำแหน่ง 2523-2531) ที่มีโครงการ “Eastern Seaboard” เกิดท่าเรือแหลมฉบัง-นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมีการลงทุนด้านยานยนต์และปิโตรเคมีอย่างมหาศาล ทำให้ประเทศไทยเจริญขึ้นไปอยู่ในระดับกลุ่มนำของภูมิภาค

และ EEC ที่ถือเป็น “เฟส 2” ของ Eastern Seaboard นั้น ได้รับการรับรองโดย มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2559 สาระสำคัญคือ “ดึงดูดเอกชนให้มาลงทุน” อาทิ ให้สิทธิพิเศษทางภาษี การตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เร่งรัดขั้นตอนด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมืองและการออกใบอนุญาต และอื่นๆ อีกหลายประการ โดยมอบหมายให้รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นเจ้าภาพหลัก นอกจากนี้ EEC ยังเชื่อมโยงกับ “Thailand 4.0” ด้วยการเน้นให้ลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงเทคโนโลยีชั้นสูง

ตลอดระยะเวลาปีเศษๆ ที่ผ่านมา EEC กลายเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันมากว่าจะตอบโจทย์ Thailand 4.0 ได้จริงหรือไม่? รวมถึงจะสร้างผลกระทบอะไรแก่ชุมชนโดยรอบหรือเปล่า?ดังที่ปรากฏกับทั้งโครงการ Eastern Seaboard รวมถึงโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 พื้นที่ ที่หลายจุดยังมีคดีฟ้องร้องระหว่างรัฐกับชาวบ้าน รวมถึงบางแห่งแทบไม่มีใครสนใจมาลงทุน เช่น นครพนม หนองคาย

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในเวทีสัมมนาสาธารณะ “เช็คเครื่องยนต์ EEC พร้อมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0?” ณ อาคาร TDRI ซ.รามคำแหง 39 ย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ ว่า การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำโครงการ EEC นั้น“มาถูกทางแล้ว” หลังจากที่หลงทางอยู่กับโครงการอื่นๆ ก่อนหน้า โดยจาก 10 อุตสาหกรรมใน EEC กลุ่มที่จะมีการลงทุนมาก น่าจะเป็นกลุ่มที่ไทยมีพื้นฐานแข็งอยู่แล้ว อาทิ ยานยนต์ ท่องเที่ยว และบริการสุขภาพ

ปธ.TDRI วิเคราะห์ความคุ้มค่าเมื่อแยกเป็นรายอุตสาหกรรม ไล่ตั้งแต่ 1.ยานยนต์สมัยใหม่ เชื่อว่านักลงทุนจะยังเน้นไปที่การผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนผสม 2 ระบบระหว่างน้ำมันกับไฟฟ้า หรือรถยนต์ Hybrid มากกว่ารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน หรือ BEV เนื่องจากรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนเทคโนโลยียังไม่นิ่ง การผลิตจึงยังคงอยู่เฉพาะภายในประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเท่านั้น 2.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อาจมีการขยายการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนอยู่แล้วขณะนี้ เนื่องจากได้ประโยชน์เฉพาะสิทธิทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น

3.การท่องเที่ยวและสุขภาพ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเนื่องจากเป็นจุดแข็งของไทยอยู่แล้ว ประกอบกับรัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องไว้รองรับ เช่น การขยายสนามบินอู่ตะเภา โครงการถนนมอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ อย่างไรก็ตาม “โครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมระหว่าง 3 สนามบินหลักในละแวกเดียวกัน คือดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา คาดว่าคงเกิดขึ้นได้ยาก” เนื่องจากเป็นโครงการประเภท PPP หรือการให้เอกชนเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงทั้งหมด คงหานักลงทุนมาดำเนินการไม่ง่ายนัก

4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ สำหรับผู้ลงทุนอยู่แล้วอาจขยายการลงทุน แต่คงไม่มากนักเพราะอุตสาหกรรมประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ EEC ก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกับ 5.การแปรรูปอาหาร ที่บางส่วนเริ่มมีการลงทุนด้านนวัตกรรมอาหาร หรือ Food Innopolis ไปบ้างแล้ว 6.การซ่อมบำรุงอากาศยาน เชื่อว่าน่าจะเติบโตได้ดีเพราะได้รับอานิสงส์จากโครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา เห็นได้จาก “Airbus” ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเครื่องบินโดยสาร สนใจเข้ามาลงทุนใน EEC หวังให้ศูนย์ซ่อมเครื่องบินที่อู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

7.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ คาดว่าไม่น่าจะเติบโตเท่าใดนัก เพราะตลาดในประเทศมีไม่มาก เห็นได้จากปี 2559 มียอดสั่งซื้อเพียง 2,000 ตัวเท่านั้น และการผลิตเพื่อส่งออกคงไม่สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนได้ อย่างไรก็ตามพบว่ารัฐบาลได้ปรับตัวด้วยการหันไปส่งเสริมด้าน Automation แทน นอกจากนี้หุ่นยนต์เพื่องานบริการ เช่น การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เป็นอีกอุตสาหกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้

8.เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี เชื่อว่าไม่น่าจะมีการลงทุนมากนักเพราะไทยยังไม่มีต้นทุนพอจะแข่งขัน โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ 9.การแพทย์ครบวงจร เป็นอีกอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ แต่ยังติดปัญหา เช่น การขึ้นทะเบียนยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน และ 10.ธุรกิจดิจิทัล คาดว่าคงไม่มีผู้มาลงทุนมากนักเพราะทำที่ไหนก็ได้ เว้นแต่บางรายที่ต้องการใช้บริการอินเตอร์เนตความเร็วสูงพิเศษ เช่น สตูดิโอรับจ้างตัดต่อภาพยนตร์ที่รับงานจากต่างประเทศ ซึ่งต้องส่งข้อมูลวันละมากๆ

“สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ ไม่ใช่คิดว่า EEC ต้องมีทั้ง 10 อุตสาหกรรม เน้นอุตสาหกรรมที่มีเหตุผล มีความได้เปรียบ มีความสอดคล้องกับพื้นที่และอุตสาหกรรมที่มีอยู่” ดร.สมเกียรติ กล่าว

ปธ. TDRI ยังกล่าวอีกว่า ถึงกระนั้น EEC ยังมีความท้าทาย 2 เรื่อง คือ 1.ทรัพยากรน้ำจะเพียงพอหรือไม่? หากขยายอุตสาหกรรมออกไปเพราะทุกวันนี้นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในภาคตะวันออกก็ยังต้องใช้วิธีบริหารจัดการน้ำกันอยู่แล้วโดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง กับ 2.ไทยมีแรงงานฝีมือเพียงพอหรือไม่? สถาบันการศึกษาในไทยพร้อมผลิตกำลังคนส่งให้กับภาคอุตสาหกรรมเพียงใด? ทั้งนี้การดึงสถาบันการศึกษาระดับโลกมาอาจเป็นเรื่องยากและมีต้นทุนสูง แต่หากเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ก็อาจจะพอเป็นไปได้

“EEC จะนำเอาหน่วยงานของรัฐที่ต่างคนต่างทำมาทำงานร่วมกัน เป็นเอกภาพ เป็น One Stop Service จริงๆ ถ้าตรงนี้ทำได้สำเร็จ ถอดบทเรียนไปตอบโจทย์ของประเทศได้ ประเทศไทยจะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น แล้วข้อกล่าวหาที่บอกว่า EEC สร้างแต่การเติบโตแต่ไม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ก็จะลดน้ำหนักลงไป รัฐบาลจึงควรถอดบทเรียนจาก EEC ไปขยายผลทั้งประเทศ ทั้งการปฏิรูปกฎระเบียบ การเปิดเสรีบริการต่างๆ การให้บริการประชาชนอย่างครบวงจร”ดร.สมเกียรติ ให้ความเห็น

อีกด้านหนึ่ง ดร.เสาวรัฐ รัตนคำฟูนักวิจัยอาวุโส TDRI กล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จของ EEC ไม่ควรวัดจากพื้นที่หรือการลงทุน แต่ควรวัดจากความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศว่าเพิ่มขึ้นและแรงงานไทยมีทักษะสูงขึ้น” ที่ผ่านมาเราสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมาแล้วแต่ปัญหาคือไม่ได้เชื่อมโยงกับบริบทประเทศไทย การพัฒนา EEC จะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า คือต้องเชื่อมโยงเทคโนโลยีและพัฒนาคนในประเทศให้ได้ โดยเชื่อมระหว่างธุรกิจ EEC กับธุรกิจไทย

ที่ผ่านมาทำกันน้อยไป และตอนนี้ไม่มีเวลาอีกแล้ว!!!

ประเทศไทยสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ถูกเรียกว่าเป็นยุค“โชติช่วงชัชวาล” เนื่องจากมีการพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในพื้นที่อ่าวไทย ในปี 2524ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) แต่ภาคอุตสาหกรรมของไทยขยายตัวแบบสุดขีดในยุครัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ดำรงตำแหน่งนายกฯ ปี 2531-2534) ถึงขนาดที่เกิดกระแสว่าประเทศไทยกำลังจะเป็น “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย”ในฐานะประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NICs)

ประเทศไทยสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ถูกเรียกว่าเป็นยุค“โชติช่วงชัชวาล” เนื่องจากมีการพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในพื้นที่อ่าวไทย ในปี 2524ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) แต่ภาคอุตสาหกรรมของไทยขยายตัวแบบสุดขีดในยุครัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ดำรงตำแหน่งนายกฯ ปี 2531-2534) ถึงขนาดที่เกิดกระแสว่าประเทศไทยกำลังจะเป็น “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย”ในฐานะประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NICs)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำป่าซัดถนนขาด กะเหรี่ยงไม่งอมือเท้าลงแรงสร้างสะพานไม้สู้

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297152

น้ำป่าซัดถนนขาด กะเหรี่ยงไม่งอมือเท้าลงแรงสร้างสะพานไม้สู้

น้ำป่าซัดถนนขาด กะเหรี่ยงไม่งอมือเท้าลงแรงสร้างสะพานไม้สู้

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 20.49 น.

ชาวกะเหรี่ยงไม่งอมืองอเท้า ลงแรงช่วยกันสร้างสะพานไม้ เปิดทางสู่ภายนอก ก่อนหัวสับปะรดเน่าเสีย

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2560 เกิดน้ำป่าที่ไหลลงมาเทือกเขามโนราห์ ในป่าห้วยขาแข้ง ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว และไหลมาตามคันคลองระบายลงสู่ หมู่ 3 บ้านป่าอ้อ อ.ลานสัก โดยน้ำได้กัดเซาะจนถนนขาด ทำให้กลุ่มกะเหรี่ยงอีซา หมู่ 3 บ้านอีซา ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี 25 ครัวเรือน รวมกว่า 80 ชีวิต ที่ใช้สัญจรเส้นทางเข้าออกไปมาถูกตัดขาด เหมือนติดอยู่เกาะ ไม่สามารถออกมาได้ และหัวสับปะรดที่ปลูกไว้หลายร้อยไร่จะออกสู่ตลาด ก็ไม่สามารถออกมาได้ และมีชาวบ้านรายที่เจ็บป่วยก็ไม่สามารถออกไปโรงพยาบาลได้อีกนั้น

ความคืบหน้า วันที่ 11 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายประเวท อยู่รอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ทองหลาง ว่า ตนเองได้รายงานให้ทางอำเภอห้วยคตทราบแล้ว และอยู่ระหว่างรอการดำเนินของทางอำเภอ ตนคิดว่าถ้ารองบประมาณรัฐที่จะเข้ามาช่วย หรือแก้ไขเกรงว่าจะล้าช้า จึงได้ตัดสินใจเรียกประชุมกับชาวบ้านเป็นการเร่งด่วน เพื่อขอดอกเบี้ยเงินล้านที่ปล่อยให้ชาวบ้านกู้ยืมไปที่เก็บมาแต่ละปี ซึ่งทางคณะกรรมการเงินล้านได้กันเงินไว้เป็นเงินพัฒนาหมู่บ้าน จึงนำมาใช้สร้างสะพาน 5 พันบาท โดยขอแรงพี่น้องกลุ่มกะเหรี่ยง และที่อื่นๆ 100 กว่าคนมาช่วยกันทำสะพาน พร้อมกับขอไม้แต่ละบ้านที่มี มาช่วยกันทำสะพาน ซึ่งยาวประมาณ 15 เมตร โดยใช้เวลา 1 วัน แล้วเสร็จชั่วคราวไปก่อน เพื่อนำสับปะรดหลายสิบตัน และอื่นๆ มาส่งยังจุดที่พ่อค้ารถนำรถยนต์มารับอีกต่อหนึ่ง ก่อนที่หัวสับปะรดจะเน่าเสียหายไปมากกว่านี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉปล่อยทิ้งแมว-หมาเกลื่อน8แสนตัว จี้รัฐตีทะเบียน-ทำหมัน

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297150

แฉปล่อยทิ้งแมว-หมาเกลื่อน8แสนตัว จี้รัฐตีทะเบียน-ทำหมัน

แฉปล่อยทิ้งแมว-หมาเกลื่อน8แสนตัว จี้รัฐตีทะเบียน-ทำหมัน

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 20.23 น.

สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ เปิดข้อมูลพบแมว-หมาจรจัดทั่วประเทศเกลื่อน 8 แสนตัว แนะรัฐขึ้นทะเบียน-ทำหมัน

11 ต.ค.60 สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย(TSPCA) นำโดย ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล นิติกรสมาคม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอบ้านโป่ง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดูแลเลี้ยงดูสุนัขจรจัดเกือบ 200 ตัว ในบริเวณวัดโพธิโสภาราม ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยท่านพระครูเมตตานุศาสก์ เจ้าคณะตำบลคุ้งพยอมบ้านม่วง เจ้าอาวาสวัดโพธิโสภาราม ได้แบกรับภาระการเลี้ยงดูสุนัขจรจัด  ซึ่งเกิดจากการนำสัตว์มาปล่อยในบริเวณวัด

สมาคมฯ มีความห่วงใยในกรณีดังกล่าวจึงได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือในด้านการจัดสวัสดิภาพที่เหมาะสม โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ร่วมดำเนินงานแบบบูรณาการ การให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชนในพื้นที่ และรณรงค์การหยุดทิ้งสัตว์ ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 23 ประกอบมาตรา 32 ต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งสมาคมเป็นผู้นำภาคประชาชนในการผลักดันพรบ.ดังกล่าว

ดร.สาธิต เปิดเผยว่าการปล่อย หรือการละทิ้งสัตว์นั้น มีแนวโน้มสูงขึ้นจากสถิติในปี พ.ศ. 2559 พบว่าจำนวนสุนัขและแมวที่ไม่มีเจ้าของทั้งประเทศมีมากกว่า 800,000 ตัว แต่การควบคุมประชากรด้วยวิธีทำหมันได้เพียงร้อยละ 10 ของจำนวนทั้งหมด นำมาสู่การร้องเรียนในปัญหาการสร้างความเดือดร้อนรำคาญเฉพาะสุนัขในกรุงเทพมหานครในปี 2558 กว่า 2,900 เรื่อง รวมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์สู่คน ปี2558 จำนวน 5 คนและในปี 2559 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คน

ทั้งนี้ สุนัขและแมวเป็นสัตว์ควบคุมตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 หากพบในที่สาธารณะ พนักงานเจ้าหน้าที่ (กรมปศุสัตว์) หรือพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจจับและกักขังเพื่อหาเจ้าของและให้เจ้าของมารับคืน และมีอำนาจในพิจารณาตามหลักวิชาการว่าสัตว์นั้นมีอาการของโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่  ถ้ามีก็ให้อำนาจในการทำลายสัตว์ควบคุมนั้นได้ ตามมาตรา 9 และมาตรา 15

อีกทั้ง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 กำหนดห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใดๆ ให้สัตว์นั้นพ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และมาตรา 22 เจ้าของสัตว์ต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ของตนให้เหมาะสม ถ้าไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท ตามมาตรา 32 ถ้าผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในประการที่อาจจะทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 377 เช่นกัน

ดร.สาธิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมฯ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ได้จัดโครงการสำคัญรณรงค์ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในเรื่องความเมตตากรุณาต่อสัตว์ให้แก่เยาวชนของชาติ โครงการรักสัตว์ในโรงเรียนเพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์  การเสริมสร้างจิตสำนึกแห่งความรัก ความเมตตาต่อสัตว์แก่เยาวชน รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทารุณสัตว์ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ  การเลี้ยงสุนัข แมวและสัตว์อื่นๆนั้นต้องเริ่มจากผู้เลี้ยงต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องมีความรับผิดชอบและวุฒิภาวะอันเหมาะสมและมีความพร้อมในการเลี้ยงตลอดอายุขัย สัตว์ที่เลี้ยงต้องได้รับอาหารและน้ำที่มีคุณภาพเพียงพอโดยปราศจากความหิวกระหาย ได้รับความสะดวกสบายในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน มีสุขภาพอนามัยที่ดีและได้รับการรักษาเมื่อเจ็บป่วยโดยไม่ชักช้า และต้องมีการดูแลไม่ให้เกิดความเครียด หวาดกลัว หรือทุกข์ทรมาน

อีกทั้งต้องได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เป็นต้นผู้เลี้ยงต้องมีความเข้าใจในกฎ กติกา มาตรฐานทางสังคมเพราะนอกจากกฎหมายจะรับรองและคุ้มครองสิทธิในการเลี้ยงให้ แต่กฎหมายก็กำหนดหน้าที่ความรับผิดและบทลงโทษแก่ผู้เลี้ยงเช่นกัน

สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ควรจะ 1. ออกกฎหมายลำดับรองให้ครบถ้วน เช่น การจัดสวัสดิภาพสัตว์ การขนส่งสัตว์ การแสดงสัตว์ และบังคับกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่ออำนวยความยุติธรรมและเพื่อประโยชน์สุขของสังคม เป็นต้น

2.ควรมีมาตรการขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวและการติดตามสัตว์ในครอบครองแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย และมีการส่งเสริมการเลี้ยงให้ถูกต้องถูกวิธีและถูกสถานที่ มีการจัดทำฐานข้อมูลที่มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

3. การทำหมันสุนัขและแมวในทุกภาคส่วน ด้วยการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบและคนในชุมชนร่วมกัน และระดมทรัพยากรด้านงบประมาณ บุคลากร สัตวแพทย์ หน่วยงานสถานที่ อาสาสมัคร ร่วมกันในการจัดทำหมันสัตว์เลี้ยงในทุกภาคส่วน การทำหมันต้องถูกต้องถูกวิธีตามหลักมาตรฐานสากลอย่างมีคุณภาพจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ

4. การสร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดกระบวนการร่วมแก้ปัญหาเชิงบูรณาการอย่างสันติวิธีโดยเฉพาะการร่วมพลังกันดำเนินการ ตั้งแต่ร่วมวางแผนกำหนดวิธีการและแนวทางร่วมกัน  การดำเนินการตามขั้นตอนที่วางแผน การแก้ปัญหา การติดตามประเมินผล อีกทั้งการร่วมชื่นชมผลสำเร็จร่วมกัน ถ้าปัญหาดังกล่าวได้รับการยอมรับและร่วมกันในการแก้ปัญหาทุกภาคส่วนมีการบูรณาการทั้งหน่วยงาน ทรัพยากรการบริหาร และวิทยาการการจัดการก็จะทำให้ปัญหาลดลง โดยเฉพาะชุมชนและท้องถิ่นควรต้องเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

“การเลี้ยงสัตว์เป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองคุ้มครองให้ แต่ผู้เลี้ยงก็ยังมีหน้าที่ความรับผิดชอบพร้อมมีบทกำหนดโทษ การกระทำหรือการเลี้ยงดูต่อสัตว์จะต้องไม่กระทบหรือละเมิดสิทธิสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นเช่นกัน ความรักถ้าใช้หัวใจมากกว่าสมอง ความวุ่นวายก็จะเกิดอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ความรักต่อสัตว์ก็เช่นเดียวกันกัน ถ้าใช้แต่ความรู้สึกอารมณ์ บนพื้นฐานผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง จนลืมคิดคำนึงถึงเหตุผลความถูกต้อง ความพอดีความสมดุลทั้งต่อตนเองและผู้อื่นรวมทั้งสังคมส่วนรวม ก็จะเกิดความวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นกัน ขอให้มั่นใจในหลักนิติธรรม และใช้กระบวนการยุติธรรม ในการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นทั้งต่อมนุษย์และสัตว์ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายแรกของพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์เช่นกัน ในอันที่จะต่อสู้กับเจตนาร้ายและความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์เท่านั้น” ดร.สาธิต กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดดีใจ…แม่บ้านได้สร้อยคืน ตร.ขอทำดีถวายพ่อหลวง

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297122

สุดดีใจ...แม่บ้านได้สร้อยคืน ตร.ขอทำดีถวายพ่อหลวง

สุดดีใจ…แม่บ้านได้สร้อยคืน ตร.ขอทำดีถวายพ่อหลวง

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.25 น.

แม่บ้านสุดดีใจ…ได้สร้อยคอทองคำ 1 บาทคืน หลังตำรวจสภ.สิชล พบหล่นคาท่อระบายน้ำ – เผยเป็นน้ำพักน้ำแรง ซื้อไว้เก็บเป็นสมบัติ ยามป่วยไข้จะได้ขายรักษาตัว ด้านตำรวจน้ำดี ขอทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9

ที่สถานีตำรวจภูธรสิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.สิชล มอบสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท คืนให้กับนางโสภาพรรณ ชนะเพชร อายุ 45 ปี อาชีพแม่บ้าน ทั้งนี้เนื่องมาจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา นางโสภาพรรณ ได้ทำสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท ตกหล่นขณะกำลังเดินออกจากธนาคารกรุงเทพ สาขาสิชล แล้วล้วงหยิบกุญแจรถจักรยานยนต์ ซึ่งติดถุงพลาสติกมีสร้อยคอทองคำอยู่ด้านในหล่นลงบนพื้นถนน

จากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสายตรวจรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คน คือ ด.ต.อรุณ คุระแก้ว และด.ต.ทิพย์ชัย แสงจันทร์ ได้มาตรวจตู้แดงบริเวณด้านหน้าธนาคาร จึงพบสร้อยคอทองคำอยู่ในถุงพลาสติกใสวางอยู่บนถนนติดคาอยู่ที่ท่อระบายน้ำเกือบหล่นลงท่อระบายน้ำ ตรวจสอบพบว่าเป็นสร้อยคอทองคำแท้  จึงได้แจ้งเจ้าของร้านทองและร้านค้าละแวกนั้น พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าธนาคารและพบว่านางโสภาพรรณ ชนะเพชร เป็นเจ้าของสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าว

หลังจากนางโสภาพรรณ ชนะเพชร ทราบว่า ทำสร้อยคอทองคำหล่นหายและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้ได้ จึงรีบเดินทางมารับคืนที่ สภ.สิชล พร้อมกับบอกลักษณะและมีรูปถ่ายตอนที่ใส่สร้อยคอเส้นดังกล่าว ซึ่งตรงกับสร้อยคอที่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพบ พ.ต.อ.โชคดี จึงส่งมอบคืนให้ไป ท่ามกลางความดีใจจนน้ำตาไหล พร้อมกับกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่าถ้าไม่ใช่ตำรวจดีๆ แบบนี้ สร้อยคอทองคำอาจหายไปแล้ว ตนคงได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าว เป็นน้ำพักน้ำแรงที่ตนทำงานเป็นแม่บ้าน เก็บหอมรอมริบซื้อมา เพื่อเป็นสมบัติยามเจ็บป่วยจะได้นำไปขายรักษาตัวเอง

ขณะที่ ด.ต.อรุณ คุระแก้ว และ ด.ต.ทิพย์ชัย แสงจันทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ จยย.สภ.สิชล กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ทำความดี ทำหน้าที่ดูแลประชาชน เพราะตำรวจมีหน้าที่หลักดูแลทุกข์สุขของประชาชน การทำความดีครั้งนี้และครั้งต่อๆ ไป ตนขอถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาที่ 9

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เน็ตไอดอลตัวจริง! 4สาวรด.วัย17 กระโจนช่วยชีวิตกระบะพุ่งลงน้ำ

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297115

เน็ตไอดอลตัวจริง! 4สาวรด.วัย17 กระโจนช่วยชีวิตกระบะพุ่งลงน้ำ

เน็ตไอดอลตัวจริง! 4สาวรด.วัย17 กระโจนช่วยชีวิตกระบะพุ่งลงน้ำ

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.02 น.

หน่วยกู้ภัยเต็กก่าจีคุงเกาะ หน่วยกู้ภัยพิทักษ์ประชาลำทับ ได้รับแจ้งว่ามีรถเก๋งตกคลองพื้นที่ ม.2 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋ง สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กง 7635 ตรัง ในสภาพหงายท้องจมน้ำครึ่งคัน ทราบคนขับชื่อ นายจิตติกรณ์ มะนะโส อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าไปรษณีลำทับ นายจิตติกรณ์ ได้บอกว่า ตนเองได้ขี่รถจากจังหวัดตรัง ถึงที่เกิดเหตุเป็นหัวโค้งและฝนกำลังตก ทำให้รถเสียหลัก ตกคลองพลิกหายท้อง

ในช่วงนั้น ตนเองพยายามช่วยเหลือตัวเอง เพื่อออกจากรถแต่ทันใดนั้นก็ไดัมีเด็กสาว 4 คน แต่งชุดทหารเข้ามาช่วยเปิดประตูรถ ช่วยพาตนออกจากรถอย่างปลอดภัย ต่อมาผู้สื่อข่าวไดัพบกับนายสมบูรณ์ อึ่งอก ซึ่งเป็นชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กล่าวว่า ตนเองก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก แต่ก็เห็นเด็กสาวขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ลงไปช่วยทันที่ ตนเองเห็นแลัวประทับใจเด็กสาว 4 คนนี้มาก นายสมบูรณ์ กล่าวขอชื่นชมจริงๆสุดยอดมาก

ต่อมาผู้สื่อข่าวไดัพบกับเด็กสาว 2 คน ซึ่งได้ลืมกระเป๋าไว้ที่เกิดเหตุ กลับมาเอากระเป๋าที่เกิดเหตุจึงเข้าสอบถาม ทราบชื่อ น.ส. นิตยา สายสินช์ อายุ 17 ปี เรียนอยู่ รร.ลำทับประชานุเคราะห์ และ น.ส.พกาวรรณ พงษ์ทองเมือง อายุ 17 ปี นส.พิทิต หนูทอง อายุ 17 ปี น.ส.ชฏาพร ปลอดภัย อายุ 17 ปี อยู่รร. คลองท่อมราษรังสรรค์ ไดับอกว่า ตนเองได้ขี่รถมาจากบ้านเพื่อไปเรียนหน้งสือ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเห็นคนติดในรถ เราทั้ง 4 คน จึงลงช่วยทันที่โดยลงไปในน้ำในชุดรด. ซึ่งตอนนั้นถึงจะเปียกก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้คนในรถปลอดภัยก็พอ ส่วนชาวบ้านที่มาพบเห็น ต่างก็ชื่นชมเด็กทั้ง 4 คน เป็นปากเดียวกันว่า “นุ้ย ชาดหรอย” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ๋งสุดๆ! ไทยแลนด์4.0 ‘ไถนาผ่านจอมือถือ’ เตรียมยื่นจดสิทธิบัตร !? (ชมคลิป)

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297086

เจ๋งสุดๆ! ไทยแลนด์4.0 'ไถนาผ่านจอมือถือ' เตรียมยื่นจดสิทธิบัตร !? (ชมคลิป)

เจ๋งสุดๆ! ไทยแลนด์4.0 ‘ไถนาผ่านจอมือถือ’ เตรียมยื่นจดสิทธิบัตร !? (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 17.27 น.

เจ๋งสุดๆ…ไทยแลนด์4.0 “ไถนาผ่านจอมือถือ” หนุ่มนักประดิษฐ์ชาวสุโขทัย เผยต่อยอดจาก “รถไถบังคับวิทยุ” เตรียมยื่นจดสิทธิบัตร !?

หลังจากมีการนำเสนอข่าว “รถไถนาบังคับวิทยุ” ไร้คนนั่งขับ ผลงานของนายอาทิตย์ เพ่งกิจ อายุ 35 ปี หนุ่มนักประดิษฐ์ชาว ต.เกาะตาเลี้ยง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งได้คิดทำในสิ่งที่ชาวบ้านไม่ทำกันคือการประดิษฐ์กลไกและออกแบบชุดไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมรถไถนา โดยไม่มีต้นแบบให้ศึกษา อุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนต้องศึกษาเอง กระทั่งสำเร็จแล้วมีการทดลองเผยแพร่คลิปวีดีโอผ่านสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสโด่งดังตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

ล่าสุด นายอาทิตย์  เพ่งกิจ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นคนที่ชอบคิดสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ และเรียนจบไฟฟ้า มีพื้นฐานความรู้ทั้งไฟฟ้าและช่างยนต์ ปัจจุบันทำงานเป็นช่างปรับอากาศอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในกรุงเทพฯ ส่วนแนวคิดการประดิษฐ์รถไถนาบังคับวิทยุ เพราะตนเป็นลูกชาวนา เคยทำนา จึงอยากใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาประยุกต์ใช้กับรถไถนา เพื่อทุ่นแรงเกษตรกร แบบง่ายๆ และแปลกใหม่ โดยใช้รีโมทรถบังคับวิทยุของเด็กเล่นทั่วไป ส่วนรายละเอียดกลไกควบคุมอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะกำลังจะยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร

นายอาทิตย์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้กำลังทดลองและพัฒนาต่อยอด “รถไถบังคับวิทยุ” ให้ทำงานได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นและจะติดตั้งกล้องเอาไว้ที่ตัวรถไถนาด้วยเพื่อให้เกษตรกรผู้ใช้สามารถบังคับควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอไอแพดหรือโทรศัพท์มือถือ ได้โดยนั่งอยู่ที่บ้านหรือบนห้างนา ไม่ต้องไปยืนตากแดดตากฝนกลางแจ้งเหมือนแต่ก่อนซึ่งในเบื้องต้นทดลองแล้วพบว่าทำได้และขณะนี้กำลังพัฒนาอุปกรณ์กลไกให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ นายอาทิตย์ หนุ่มนักประดิษฐ์ชาวสุโขทัย นอกจากมีผลงานรถไถนาบังคับวิทยุแล้ว ก่อนหน้านี้เขายังมีผลงานประดิษฐ์อีกหลายอย่าง เช่น ใช้เครื่องพ่นยามาติดตั้งกับจักรยานให้วิ่งได้เร็วเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งรถมินิไบค์ที่ทำจากเครื่องสูบน้ำและออกแบบโครงสร้างเอง วิ่งเร็วได้เป็นร้อยเหมือนรถมอเตอร์ไซค์เพื่อใช้ขับขี่ตะลุยไปกลางนาอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำไม’ทุเรียน’ถึงมีกลิ่นหอมฉุน ทีมนักวิจัยสิงคโปร์มีคำตอบ (ชมคลิป)

Posted on July 6, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/297085

ทำไม'ทุเรียน'ถึงมีกลิ่นหอมฉุน ทีมนักวิจัยสิงคโปร์มีคำตอบ (ชมคลิป)

ทำไม’ทุเรียน’ถึงมีกลิ่นหอมฉุน ทีมนักวิจัยสิงคโปร์มีคำตอบ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 17.20 น.

11 ต.ค.60 ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งชาวสิงคโปร์ 5 คน นำโดยศาสตราจารย์บิน เตะห์ จากวิทยาลัยการแพทย์ดยุค-เอ็นยูเอส ร่วมกันทำการศึกษาวิจัยอยู่ 3 ปี จนสามารถทำแผนที่หรือโครงสร้างของกลุ่มพันธุกรรมหรือยีนของทุเรียนสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ตีพิมพ์ผลงานลงวารสารวิชาการ เนเจอร์ เจเนติกส์แล้ว

ผลจากการวิเคราะห์พบว่ามีการผลิตสารกัมมะถันในทุเรียนระดับเข้มข้นโดยเฉพาะช่วงทุเรียนเริ่มสุก ซึ่งตรงกับความเห็นของหลายคนที่ว่ากลิ่นทุเรียนมีลักษณะคล้ายกัมมะถันและที่ทุเรียนมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว ก็เพื่อช่วยดึงดูดสัตว์มากินแล้วช่วยการแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป การวิจัยยังพบภูมิหลังทุเรียนที่นับย้อนกลับไปกว่า 65 ล้านปีก่อนและเป็นพืชสายพันธุ์เดียวกับต้นโกโก้ที่นำผลมาทำชอกโกแลต การศึกษายังพบด้วยว่ากลุ่มยีนที่ควบคุมสารกัมมันมะถัน พบมีมากในทุเรียนพันธุ์มูซาง คิง ที่ปลูกในมาเลเซียมากกว่าทุเรียนพันธุ์หมอนทองของไทย

ศจ.เตะห์ ยังระบุด้วยว่า กลุ่มยีนที่พบในทุเรียนอาจนำไปต่อยอดพัฒนาดัดแปลงสายพันธุ์ทุเรียนให้คุณภาพดีขึ้น ทั้งรสชาติและกลิ่นรวมทั้งมีน้ำตาลน้อยในอนาคต อีกทั้งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ส่งออกสำคัญของภูมิภาคนี้ แม้จะมีการห้ามกินในที่สาธารณะกลางแจ้งบางแห่งและห้ามนำขึ้นระบบขนส่งมวลชนในสิงคโปร์ แต่ความนิยมไม่ได้ลดน้อยลง

ขณะที่ความหวังต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อให้ได้ทุเรียนพันธุ์ใหม่ไร้กลิ่น ทำให้ผู้ชื่นชอบทุเรียนบางคนไม่ค่อยตอบรับมากนัก เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์แสดงความคิดเห็นบอกว่า ทุเรียนไร้กลิ่นก็ไม่ต่างกับผลไม้มีแต่เปลือกไม่มีเนื้อ และยังเทียบทุเรียนที่ไร้กลิ่นฉุนเป็นเอกลักษณ์ว่าไม่ต่างกับคนที่ไร้จิตวิญญาณ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,915,041 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
ยังจับไม่ได้! หมาป่าแหกกรงสวนสัตว์หนีในเกาหลีใต้ ล่องหนนานกว่าสัปดาห์
เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

Recent Posts

  • ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท
  • รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
  • ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
  • ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d