Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘พิธีผู่’รับลูกสาวกลับบ้าน ยุติเรื่องเศร้าสาวม่ายชาวม้ง

Posted on July 2, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/295957

‘พิธีผู่’รับลูกสาวกลับบ้าน ยุติเรื่องเศร้าสาวม่ายชาวม้ง

‘พิธีผู่’รับลูกสาวกลับบ้าน ยุติเรื่องเศร้าสาวม่ายชาวม้ง

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“วัฒนธรรม” น. สิ่งที่ทำความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ เช่น วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมในการแต่งกาย วิถีชีวิตของหมู่คณะ เช่น วัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวเขา, “จารีต” น. ประเพณีที่ถือสืบต่อกันมานาน, “ขนบ” น. แบบอย่าง แผน ระเบียบ, “ธรรมเนียม” น. ประเพณี แบบแผน แบบอย่าง, “ประเพณี” น. สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบๆ กันมา จนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี (ที่มา : “พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554” จากเว็บไซต์ http://www.royin.go.th/dictionary สำนักงานราชบัณฑิตยสภา)

สำหรับมนุษย์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะไม่อาจแยกตัวไปอยู่โดดเดี่ยวลำพัง คำทั้ง 5 ข้างต้นนี้ถือเป็น “หลักยึด” ร้อยรัดผูกพันหมู่ชนในสังคมนั้นๆ ไว้ด้วยกัน วัฒนธรรม จารีต ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น “การทำพิธีกรรมทางศาสนา” ในโอกาสต่างๆ อาทิ วันเกิด วันขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน และงานศพ หรือ “วันรวมญาติ” อาทิ เทศกาลตรุษจีน คริสต์มาส สงกรานต์ ที่คนในครอบครัวมักจะกลับมารวมตัวกัน มีการฉลองสังสรรค์หลังแยกย้ายห่างหายกันไปเรียนหรือทำงานในที่ต่างๆ ตลอดทั้งปี
เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น “ความไม่สมบูรณ์” ย่อมมีเป็นธรรมดา หลายเรื่องที่คนในอดีตเคยปฏิบัติมา เมื่อเวลาผ่านไปพบว่าเป็นสิ่งที่ “ไม่ถูกไม่ควร” ก็ย่อมจะถูกปรับปรุงแก้ไขไปตามกาลเวลา เช่น การ “ยิงปืนขึ้นฟ้า” เมื่อเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคา ด้วยเชื่อกันว่า “ราหูอมพระอาทิตย์หรือพระจันทร์” จึงต้องทำเสียงดังเพื่อขับไล่ราหูออกไป กระทั่งมนุษย์รู้ว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ อีกทั้งการยิงปืนขึ้นฟ้า กระสุนปืนอาจไปตกใส่ใครก็ได้จนเกิดการบาดเจ็บล้มตาย จึงมีการรณรงค์ให้เลิกการกระทำดังกล่าว

ไม่นานนี้ ทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” มีโอกาสเดินทางไปยังพื้นที่ ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งมีการจัดงาน “พิธีผู่ : รับลูกสาวกลับบ้าน” ของชาวไทยเชื้อสาย “ม้ง” โดยมี วิชิต อำพลรุ่งโรจน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมไทยพัฒนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.สุชาดา ทวีสิทธิ์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายประชาชนรวม 400 คน ร่วมเป็นสักขีพยาน

ประวัติศาสตร์ของชาวม้ง อ้างอิงจากเว็บไซต์ สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.) ระบุว่า ชาวม้งตั้งรกรากอยู่บนแผ่นดินที่เป็นประเทศไทย มาตั้งแต่ก่อนปี 2480 ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงทางภาคเหนือ ชาวม้งนั้นมีระบบ “แซ่” หรือตระกูลเป็นเครื่องยึดโยงความเป็นครอบครัว ปัจจุบันคาดว่ามีชาวม้งมากกว่า 13 แซ่ในประเทศไทย ขณะที่สังคมชาวม้งจะเป็นแบบใช้จารีตประเพณี เมื่อเกิดปัญหาข้อพิพาทจะใช้กลไก “ผู้หลักผู้ใหญ่” ที่คนในแซ่เดียวกันเคารพนับถือเป็น“คนกลาง” ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้น

นอกจากนั้น ชาวม้งยังมีกฎที่เคร่งครัดประการหนึ่งคือ “จะไม่แต่งงานกับคนแซ่เดียวกันเด็ดขาด” โดยเมื่อชายหญิงชาวม้งตกลงปลงใจจะร่วมชีวิตกันแล้ว ฝ่ายหญิงก็จะต้องย้ายออกจากบ้านของตนเข้าไปอยู่ในครอบครัวของฝ่ายชาย อีกทั้งยังต้อง “ถูกตัดขาดจากตระกูลเดิมของตน” เพราะถือว่าได้กลายเป็นคนของตระกูลฝ่ายชายไปแล้ว ความเชื่อนี้ดูเหมือนจะไม่ต่างจากสังคมอื่นๆ ทั่วโลก แต่สำหรับชาวม้ง กลับทำให้เกิด “เรื่องเศร้า” นั่นคือเมื่อสามีของหญิงเหล่านี้เสียชีวิต หรือมีการหย่าร้าง หญิงที่อยู่ในสถานะ “ม่าย” จะไม่สามารถกลับไปบ้านเดิมที่ตนจากมาได้อีก

รัชดา วชิรญาณ์ อายุ 60 ปี ประธานเครือข่ายสตรีม้งประเทศไทย และเป็นตัวแทนชาวม้งจากพื้นที่ ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เล่าว่า หญิงชาวม้งที่แต่งงานแล้วแต่เป็นม่าย เมื่อกลับมาอยู่ในครอบครัวแซ่เดิมของตน จะถูกมองว่า “ผิดผี” ทำให้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆ ของครอบครัว อีกทั้งยัง “ไม่ยอมให้เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตในบ้าน” เพราะเปรียบเสมือน “น้ำที่เขาสาดออกไปแล้ว ระเหยไปกับดินแล้วกลับมาให้เต็มขันไม่ได้” หรือก็คือหญิงดังกล่าวได้ “กลายเป็นสมาชิกของตระกูลอื่น” ไปแล้วนั่นเอง

กระทั่งในเวลาต่อมา มีการค้นพบว่า นานมาแล้วเคยมี “พิธีผู่” อันเป็นพิธีดั้งเดิมของชาวม้งในการรับลูกสาวที่หย่าร้าง เป็นม่าย หรือถูกทอดทิ้ง ให้กลับมาเป็นสมาชิกของตระกูลแซ่เดิม และคืนสู่ความคุ้มครองของผีบรรพบุรุษของตระกูลพ่อแม่เดิมได้ ทว่าพิธีกรรมดังกล่าว “ถูกหลงลืมจนเกือบจะหายสาบสูญไป” นี่จึงเป็น “ความหวัง” ที่จะช่วย “คลี่คลาย” ชะตากรรมอันน่าเศร้าของหญิงม่ายชาวม้งได้ โดยได้รับคำแนะนำจาก บล่าท่อ แซ่โซ้ง ผู้นำพิธีกรรมที่ได้รับความเคารพนับถือในหมู่ชาวม้งเป็นอย่างมาก

เช่นเดียวกับ รัศมี ทอศิริชูชัย สมาชิกเครือข่ายสตรีม้ง เปิดเผยว่า ในช่วงแรกครอบครัวชาวม้งเกือบทั้งหมดไม่ค่อยเชื่อมั่นในพิธีผู่ รู้สึกกังวลเป็นอย่างมากในการประกอบพิธีซึ่งจะ “ขัดจารีต” ของชาวม้ง และอาจส่งผลกระทบจากการกระทำที่ผิดผี (ตามความเชื่อของชาวม้ง) นั้นได้ จึงแสวงหา “ครอบครัวตัวอย่าง” ที่มีความต้องการและมั่นใจในการจัดพิธี พบว่ามีผู้สมัครใจเข้าร่วมจำนวน
3 ครอบครัว ประกอบด้วยครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ พุทธ และนับถือผีบรรพบุรุษ อย่างละ 1 ครอบครัว และได้เชิญผู้นำชาวม้งในชุมชนร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

“การจัดพิธีผู่ ช่วยคลายความกังวลของชาวม้งจำนวนมาก ถือเป็นการเปิดประตูสู่การแก้ไขปัญหากฎจารีตที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวชาวม้งอย่างสำคัญ ซึ่งมีครอบครัวชาวม้งในประเทศไทยให้การต้อนรับ และจัดพิธีผู่ เพื่อต้อนรับ ลูกสาวที่หย่าร้าง เป็นม่าย ถูกทอดทิ้ง หรือมีลูกนอกสมรส รวมทั้งแม่สูงอายุที่ต้องการมาอยู่กับลูกสาว หรือแม่ที่แต่งงานใหม่และภายหลังต้องการกลับมาอยู่กับลูกจากสามีเดิม ให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเปิดเผย และเป็นที่ยอมรับในชุมชน มากกว่า 40 ราย จาก 13 หมู่บ้าน ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ” รัศมี ระบุ

บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะกับหญิงม่ายที่ครั้งหนึ่ง “ไม่มีตัวตน” ไม่ได้รับการยอมรับ ถูกกีดกันจากครอบครัวและชุมชน ในเบื้องต้นพบว่า ม้งตระกูล “แซ่มัว” ประกาศสนับสนุนพิธีผู่ มีการจัดประชุมให้การรับรอง และจัดพิธีรับลูกสาวกลับบ้านรวมสำหรับคนทั้งตระกูล ขณะที่มีอีก 3 ตระกูล สนับสนุนให้สมาชิกในตระกูลแซ่จัดพิธีกรรมดังกล่าวได้ตามความสมัครใจของแต่ละครอบครัว

ถือเป็นเรื่อง “น่ายินดี” ที่ชะตากรรมสุดสะเทือนใจของหญิงม่ายชาวม้ง..ได้รับการคลี่คลาย!!!


การแต่งงานของชาวม้ง นอกจากการสู่ขอแล้ว ในอดีตชาวม้งบางส่วนยังใช้วิธี “ฉุด” โดยชายหนุ่มจะลักพาตัวหญิงสาวที่หมายปองไปอยู่ด้วยกัน ก่อนจะกลับมาจัดพิธีแต่งงานในภายหลัง แต่ต่อมาด้วยความที่ชาวม้งได้รับการศึกษามากขึ้น ทราบว่าการฉุดหญิงสาวที่ไม่ยินยอมไปเป็นภรรยานั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง ทำให้มีการออกประกาศห้าม โดยชมรมม้งในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2536 และย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งในปี 2551 ว่าการแต่งงานต้องเกิดขึ้นด้วย “ความสมัครใจ” ของทั้งชายและหญิงเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ททท.ร่วมกับ UNDP น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

Posted on July 2, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/296004

รายงานพิเศษ : ททท.ร่วมกับ UNDP น้อมนำศาสตร์พระราชา  พัฒนาชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

รายงานพิเศษ : ททท.ร่วมกับ UNDP น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนาชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) จัดโครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยน้อมนำแนวคิดด้านการพัฒนามนุษย์ การพัฒนาเศรษฐกิจตามหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และหลักการทรงงาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนามาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่อง 4 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร, ชุมชนการท่องเที่ยวบ้านหนองส่านจังหวัดสกลนคร, ชุมชนริมน้ำจันทบูร จังหวัดจันทบุรี และชุมชนบ้านปงห้วยลาน จังหวัดเชียงใหม่

โดยได้รับเกียรติจาก คุณอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณวิสุทธิ์ตันตินันท์ หัวหน้าทีมส่งเสริมธรรมาภิบาลและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นประธานในการทำกิจกรรมลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร

คุณอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร เป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้านของทั้ง 4 ชุมชนในอำเภอปะทิว ที่รวมตัวกันเป็นชุมชนเครือข่ายท่องเที่ยว อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งเสริมให้แก่ชุมชน โดยสมาชิกมีการร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน อาทิ โรงรับจำนำปู ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการลดลงของจำนวนปูตามธรรมชาติ ทั้งแนวคิดในการส่งเสริมให้คนชุมพรปลูกข้าว ทำนา เพื่อการบริโภค โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวนาพื้นเมืองของจังหวัดชุมพรอย่าง ข้าวเหลืองปะทิวและพันธุ์ข้าวไร่พื้นเมือง ที่ทนต่อโรคและสามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่มีน้ำน้อย นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนและทรัพยากรสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่ขยับขยายต่อยอดเป็นการท่องเที่ยววิถีชุมชน พร้อมนำเสนอความสวยงามของพื้นที่ วิถีชีวิตชุมชน และการเป็นชาวประมงพื้นบ้านที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเรียนรู้”

และยังกล่าวอีกว่า “โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ เป็นโครงการ ตามพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทาน เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตเมืองชุมพร ในการดำเนินการขุดคลองหัววัง-พนังตัก เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำท่าตะเภาออกสู่ทะเล โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 18 ล้านบาท ให้ใช้ในการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันก่อนจะเกิดพายุลินดา และด้วยพระอัจฉริยภาพด้านวิศวกรรมชลประทาน พระองค์ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประกอบด้วย การขุดลอกแก้มลิงหนองใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำ การขุดคลองละมุให้เชื่อมกับคลองท่าแซะ ซึ่งแก้มลิงในพื้นที่หนองใหญ่นั้น ถือเป็นแก้มลิงธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้งยังติดตั้งประตูระบายน้ำราชประชานุเคราะห์ การติดตั้งระบบ เตือนภัยที่คลองท่าแซะ ซึ่งหลังจากการดำเนินการสำเร็จชาวบ้านในจังหวัดชุมพรก็ลดพ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมต่อเนื่องมา 12 ปี”

คุณวิสุทธิ์ ตันตินันท์ หัวหน้าทีมส่งเสริมธรรมาภิบาลและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กล่าวว่า “จากที่โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP เข้ามาดำเนินการด้านการส่งเสริมการพัฒนาในประเทศไทยมามากกว่า 50 พบว่าหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีการน้อมนำหลักคำสอนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ ทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง เป็นเหตุให้ UNDP เข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนในโครงการตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนชุมชนที่มีความเชื่อมโยงกับศาสตร์ของพระราชา อาทิ โรงรับจำนำปู ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ที่มีการนำแม่ปูไข่นอกกระดองมาเลี้ยงจนแม่ปูสลัดไข่
จึงนำลูกปูไปปล่อยคืนสู่ท้องทะเล ซึ่งลูกปูไข่ที่จะถูกนำไปปล่อยสู่ทะเลนั้น มีจำนวนอย่างน้อย 70,000 ตัวต่อแม่ปูหนึ่งตัว และแม่ปูที่สลัดไข่แล้วก็สามารถนำไปขายได้ต่อ นอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณของปูไปพร้อมกับการอนุรักษ์แล้ว ยังส่งผลต่ออัตราการจับสัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้แก่ชาวประมงท้องถิ่นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ”

ซึ่งหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมในโครงการตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะมีการนำสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวของทั้ง 4 ชุมชน จัดแสดงในวันที่ 4-8 ตุลาคม 2560 ณ เอ็มโพเรียม แกลอรี่ (Emporium Gallery) ชั้น M ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและนักท่องเที่ยวหัวใจธรรมชาติ เข้ามาสัมผัสความงาม และรับข้อมูลเพื่อออกเดินทางครั้งใหม่ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชนทั้ง 4 แห่ง

สาธิต ศรีหฤทัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“วัน อยู่บำรุง”จัดงานเลี้ยงแฟนคลับ“รวมพลคนใจถึง”วันที่ 11 เดือน 11

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/296028

“วัน อยู่บำรุง”จัดงานเลี้ยงแฟนคลับ“รวมพลคนใจถึง”วันที่ 11 เดือน 11

“วัน อยู่บำรุง”จัดงานเลี้ยงแฟนคลับ“รวมพลคนใจถึง”วันที่ 11 เดือน 11

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…ถึงไม่มีงานการเมือง ตอนนี้มุ่งมั่นลุยทำงานในพื้นที่ “หนุ่ม” วัน อยู่บำรุง หลังจัดตั้งกลุ่ม“ใจถึง…พึ่งได้” ตลอดที่ผ่านมาได้ให้ทีมงานฯออกไปฉีดพ่นหมอกควัน กำจัดยุงลายให้หลายพื้นที่ย่านเขตบางบอนและเขตหนองแขม และจัดทำเสื้อแจกให้ผู้ที่สนใจ “หนุ่ม” ได้เล่า บอกว่าเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ ยอดผู้ติดตาม ในเฟซบุ๊คส่วนตัว มาต่อเนื่อง มีประมาณ 7.3 หมื่นกว่า ก็เลยนั่งคิดว่าถ้ายอดแฟนคลับถึง 1 แสนคน เมื่อไหร่ จะจัดมีทติ้งแฟนคลับ..เพราะมีมากขึ้นเรื่อยๆ พอออก ไลฟ์สดเฟซ บอกไป ปรากฏว่ามียอดแฟนคลับถึง 1 แสนภายใน 1 เดือน ในวันที่ “กาโม่” บวชพอดี 14 ก.ค.แต่จนถึงปัจจุบันนี้ ยอดแฟนคลับ ทะลุถึง 135,000 แล้ว เพราะแฟนคลับหนุ่ม มีหลากหลายทั่วประเทศ…หนุ่ม จึงกำหนดจัดงาน “มีทติ้ง” ในวันที่ 11 เดือน 11 เพราะหมดหน้าฝน เข้าสู้หน้าหนาวพอดี เป็นงาน Meeting fanclub # วัน อยู่บำรุง ใจถึง…พึ่งได้“รวมพลคน…คนใจถึง” ครั้งที่ 1 สถานที่จัดงานที่ร้านรถบ้าน บางบอน ถนนเอกชัย ซอยเอกชัย 126 บางบอน อยู่ตรงข้ามซอยหน้าบ้าน…“งานเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืน รูปแบบการจัดงาน เหมือน งานวัด มีกิจกรรมมากมายเพื่อคนร่วมงานได้ร่วมสนุกกันอย่างเต็มที่…ไฮไลท์จะอยู่ที่บนเวที จะมีการแสดงดนตรี หนุ่มจะพูดแนะนำเล่าประวัติ จะมีจัดเวที 500-1,000 คน ก็ดีใจ…เบื้องต้น มีการแจ้งความจำนง จะมากว่าพันคนแล้ว จะมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาร่วมงาน ร่วมร้องเพลง และ ยังจะมี เนตไอดอล 2 คน มาร่วม “เลย์ ตัวแสบ” กับ “เสี่ยปุ๊ก ล้อแม็ค” จะมาต่อยมวย แล้วยังจะมี“เสี่ยโป้”ขึ้นต่อยอีกคู่…ในงานยังจะมีนำของที่ระลึกส่วนตัว มาประมูล ยอดรายได้ที่เป็นกำไร จะนำไปทำบุญ ได้สั่งจัดทำนาฬิกา รุ่นพิเศษ ยี่ห้อคาซิโอ จีช็อต จะมีข้อความ “ใจถึง พึ่งได้” จำนวน 11 เรือน โดยทุนเก็บไว้ ส่วนกำไร จะนำไปทำบุญ โดย “หนุ่ม วัน” ตั้งเป้าจะบริจาคเงิน 5 หมื่นบาท เป็น“ขวัญถุง”และรายได้ส่วนหนึ่งหลักจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปมอบให้แก่เด็กผู้ยากไร้ แต่ยังไม่กำหนดว่าจะนำเงินไปบริจาคที่ใดจะแจ้งอีกที…วัตถุประสงค์ เป้าหมาย หลัก ก็คือ ต้องการให้แฟนคลับทุกคนได้เข้ามาใกล้ชิด“วัน อยู่บำรุง”มาเห็นตัวจริงตัวเป็นๆ”…น่าปลื้มใจแทน ตอนนี้มีแฟนคลับแจ้งความประสงค์จะมาร่วมงานเพียบเกินเป้าไปแล้ว… ท้ายนี้ ขอเชิญชวนมาทำบุญร่วมกัน กับครอบครัว“อยู่บำรุง”ญาติสนิท มิตรสหาย เป็นเจ้าภาพทอดกฐิน วัดบางบอน ในวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคมนี้เวลา 15.00 น. ด้วยนะครับ…nn

nn…มีเรื่องดีๆ บอกข่าวงานบุญ…เสี่ยอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ฝากแจ้ง กำหนดงาน“เททองหล่อพระ”ในวันอังคารที่ 24 ตุลาคม “วันธงไชย” ขึ้น 5 ค่ำเดือน 12 หลังจาก ออกพรรษาแล้ว เจ้าตัวบอกว่าเป็นวัน ดีมากครับ เวลาเททองเป็น ปฐมฤกษ์ 13.25 น. ให้เททองทันที เป็นฤกษ์ มหาไชย ดีนักครับ และเป็นมหาฤกษ์ด้วยครับ และ มีเวลาเตรียมงาน ส่วนเรื่องเครื่องหล่อพระ ได้ให้บอกญาติโยมช่วยกัน อย่าทำคนเดียวให้ มีทองเหลือง ทองแดง คนละเล็กน้อย ตามความประสงค์ในบุญกุศล ถ้าได้คนหล่อมากยิ่งดี จะได้เป็นมหากุศลครับ ที่วัดจันทร์เจริญสุข จ.สมุทรสงคราม…หากใครสนใจ หรือ ว่างขอเชิญนะครับ…nn

nn…“ยกยอ”เป็นตำนาน ห้องอาหารของบางกอก เปิดมา ตั้งแต่ปี 2526 เริ่มแรกเดิมที ตั้งอยู่ที่ท่าเรือท่าเกษม ปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ข้างแบงก์ชาติ ขายอาหารไทยเน้นไปทางอาหารทะเล เข้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมา “ห้องอาหารยกยอ” ย้ายมาอยู่บริเวณคลองสาน แยกเป็นสองร้าน อยู่ใกล้ๆกันคือห้องอาหารยกยอมารีนาดำเนินธุรกิจทางด้านเรือภัตตาคารและงานจัดเลี้ยง อีกร้านชื่อว่า “ยกยอซีฟูด” อยู่ข้างสำนักงานการศึกษา กทม.จุดเด่นของ“ยกยก”นอกเหนือจาก“ทะเลเผา”น้ำจิ้มรสเด็ดแล้วยังจัดเต้นรำลีลาศเพื่อสุขภาพ ตามจังหวะบอลรูม เป็นที่โด่งดังนิยมของบางกอกยุคก่อน บรรดานักเต้น เท้าไฟรุ่นเก่า คุณน้า รุ่นคุณป้า รู้จักกันดีแต่ระยะหลังก็แผ่วลงไปตามภาวะเศรษฐกิจ..แต่บัดนี้“ยกยอ”ยุคใหม่ ภายใต้การบริหาร “มนูญ พุฒทอง” จึงฟื้นตำนานการเต้นรำลีลาศ เพื่อสุขภาพ บริการชาวกรุง มีทั้งเวทีเล็ก เวทีใหญ่จะไปหัดเต้นก็ได้ จังหวะบีกิน วอลซ์ แทงโก้ ชะชะช่า มีครบครันสอบถามได้ที่ 0-2437-1121 และ 0-2437-3791 facebook : YokYor SeaFood…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตามรอยศาสตร์พระราชา ชวนเที่ยวนาขั้นบันไดบ้านน้ำจวง

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295950

ตามรอยศาสตร์พระราชา ชวนเที่ยวนาขั้นบันไดบ้านน้ำจวง

ตามรอยศาสตร์พระราชา ชวนเที่ยวนาขั้นบันไดบ้านน้ำจวง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.21 น.

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระบาท โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “น้ำจวงโมเดล” ชมนาขั้นบันไดชนเผ่าม้ง

5 ต.ค.60 นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) พิษณุโลก พร้อมด้วยนายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผวจ.พิษณุโลก , นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.พิษณุโลก ร่วมกันเปิดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระบาท โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “น้ำจวงโมเดล” ขึ้น ที่บริเวณบ้านน้ำจวง หมู่ 13 ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

ทั้งนี้ หมู่บ้านดังกล่าวได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบสัมผัสธรรมชาติ และวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้งที่บ้านน้ำจวง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เป็นภูเขาสูง สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งวัน และเป็นหมู่บ้านที่มีโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในศาสตร์ของพระราชา เรื่องการทำนาขั้นบันได แนวทางของโครงการลดการใช้พื้นที่ป่า แสดงหาวิธีการปลูกข้าวแบบใหม่ที่ขณะนี้มีพื้นที่ปลูกข้าวแบบขั้นบันได จำนวนกว่า 1,000 ไร่

นายภัคพงศ์ กล่าวว่า จากลักษณะภูมิประเทศและทรัพยากรท่องเที่ยว เช่น นาขั้นบันได น้ำตก และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ทำให้บ้านน้ำจวง เป็นสถานที่น่าสนใจในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งอนาคตจะมีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมศาสตร์ของพระราชา ทำนาขั้นบันได ที่ช่วยพิทักษ์ป่าเขาอนุรักษ์ดินน้ำและป่า พร้อมศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่าม้งที่น่าสนใจ และจุดชมธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นนาขั้นบันไดกว่าพันไร่ อ่างเก็บน้ำ และน้ำตกตาดปลากั้ง น้ำตกตาดปลาขาว เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้มีพิธีบันทึกข้อตกลงส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร สู่ Thailand 4.0 ระหว่างภาควิชาการแพทย์แผนไทยสมุนไพรและแพทย์ทางเลือกวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.พิษณุโลก กับวิสาหกิจชุมชนบ้านน้ำจวง , โรงพยาบาลกรุงเทพ-พิษณุโลก, กลุ่มเพื่อนสามจังหวัด และสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือพิษณุโลกอีกด้วย

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวราชบุรีร้องไห้โฮ เก๋งคันใหม่โดนฝูงหมาขย้ำพังทั้งคัน

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295943

สาวราชบุรีร้องไห้โฮ เก๋งคันใหม่โดนฝูงหมาขย้ำพังทั้งคัน

สาวราชบุรีร้องไห้โฮ เก๋งคันใหม่โดนฝูงหมาขย้ำพังทั้งคัน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.13 น.

5 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลได้มีการแชร์เรื่องราวของหญิงสาวชาวจ.ราชบุรี ที่นำเรื่องราวของตนเองที่ถูกสุนัขพันธุ์ไทย 6-7 ตัว รุมกัดจนมีสภาพเละยับเชิญบริเวณช่วงหน้ารถยนต์เก๋ง ร้องผ่านแหม่มโพธิ์ดำ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2560 เวลาประมาณ 17.00 น. โดยระบุข้อความว่า “#เจ้าของรถร้องไห้โฮจอดรถไว้หมาจรกัดกระจาย #สภาพเหมือนไอ้เข้แทะ สวัสดีคะควีน คือฉันอยากให้ทางแหม่ม โพธิ์ดำช่วยฉันหน่อยคะ เรื่องมันมีอยู่ว่าฉันมาเช่าหอพักอยู่ในเขตตัวเมืองราชบุรีคะ แล้วฉันก็จอดรถยนต์อยู่หน้าหอแล้วเวลาประมาณตี 3 ของวันที่สามตุลา อยู่ๆ มีเสียงสัญญาณรถยนต์ดังขึ้น ฉันเลยออกไปดู ผลคือเป็นรถของฉันเองที่ร้อง เพราะหมาจรมากัดรถเละไปหมด นี่คือภาพสภาพรถหลังมันโดนหมากัดค่ะ รถฉันเละมาก ฉันหมดแรงร้องไห้โฮเลย ฉันไม่เกลียดหมาจรนะ แต่พอเกิดปัญหาแบบนี้ ใครจะรับผิดชอบ?” ทำให้เรื่องราวดังกล่าวมีการแชร์ออกไปจำนวนมากและมีการออกมาแสดงความคิดเห็นกันหลายฝ่ายโดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุนัข และกลุ่มผู้รักรถ ที่ออกมาโต้เถียง และถามหาข้อเท็จจริงดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปไปพบกับหญิงสาวรายนี้ ทราบชื่อคือนางสาวสมนึก แสมดำ หรือ แอนนี่ อายุ 35 ปี เป็นชาวอ.บ้านคา จ.ราชบุรี ปัจจุบันเป็นพนักงานขายเสื้อผ้าแฟชั่นอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองราชบุรี โดยคุณแอนนี่เล่าถึงเหตุการณ์วินาทีที่สุนัขรุมกัดแทะรถยนต์ของตัวเองว่า

เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนนั้นตนเองกำลังนอนพักอยู่ภายในห้องพัก ภายในอาคารหอพักซอยศรีสุริยวงศ์ 2 จ.ราชบุรี ได้จอดรถเก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า ยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน กน-1105 ราชบุรี ไว้ที่บริเวณกำแพงด้านหน้าหอพักของตนเอง ซึ่งเป็นที่จอดรถประจำมาตลอด 3 ปี และได้ยินเสียงสัญญาณกันขโมยรถยนต์ดังขึ้นและมีสัญญาณไฟเหลืองกระพริบ ครั้งแรกก็ยังไม่คิดว่าเป็นรถยนต์ของตนเอง แต่เมื่อมันดังนานขึ้นจึงได้ชะโงกไปดูจนพบว่าเป็นรถของตนเอง จึงได้รีบลงไปดู โดยครั้งแรกนึกว่ามีรถถอยมาชนจนพังเสียหาย แต่เมื่อดูตามชิ้นส่วนมีรอยเขี้ยวรอยฟันกัดจนพังเสียหายหลุดออกมากองที่พื้นหลายชิ้นบริเวณช่วงด้านหน้าของรถ และที่บนฝากระโปรงรถมีรอยเท้าสุนัข รวมไปถึงที่บริเวณด้านข้างรถมีรอยฉี่ของสุนัขอยู่ จึงมั่นใจว่า เป็นสุนัขจรจัดกัดอย่างแน่นอน

คุณแอนนี่ เล่าต่อว่า หลังจากที่ทราบแน่ชัดว่าเป็นสุนัขจรจัด ที่อาศัยอยู่ภายในซอยแถวที่พักอย่างแน่นอน จึงได้พาผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ตลอด พบว่ามีสุนัขจรจัดจำนวน 6-7 ตัว ได้เข้ามารุมกัดแยกชิ้นส่วน ทั้งกันชนหน้ารถ กระจก สายไฟ ถูกรื้อกระจัดกระจายเกลื่อน สภาพแบบยับเยินบริเวณช่วงหน้ารถ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าพวกสุนัขเหล่านี้มารุมกัดทำไม แต่คาดว่าน่าจะมีหนู หรือ งู เข้ามาที่บริเวณหน้ารถ ทำให้สุนัขตามมารุมกัดเพื่อจะหาตัวของสัตว์ที่วิ่งหลบเข้าไปบริเวณหน้ารถดังกล่าว และเมื่อสัญญาณกันขโมยดังขึ้นจึงได้พากันวิ่งหนีไป ซึ่งตนได้ไปแจ้งให้ทางเทศบาลเมืองมาช่วยจับหมาจรจัดเหล่านี้ เพราะกลัวว่าจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก แต่ก็ยังไม่มีผู้รับผิดชอบมาจับสุนัขจรจัดพวกนี้ไปแต่อย่างใด ส่วนรถยนต์ได้แจ้งให้ทางบริษัทประกันภัยที่ได้ทำประกันชั้นหนึ่งไว้นำไปตรวจสภาพและทำการซ่อมแซมเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายต่อไป

นางสาวสมนึก กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากให้ทางหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพราะสุนัขจรจัดที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุมีอยู่นับสิบตัว บางตัวมีอาการดุร้ายและไล่กัดคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ภายในซอยหลายครั้งต่อหลายครั้งแต่โชคดีที่ยังไม่มีใครโชคร้ายถูกสุนัขจรจัดกัด มีแต่รถของตนเองที่โดนรุมกัดจนได้รับความเสียหายและเอาผิดกับใครไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตนเองก็รักสุนัขอยู่แล้ว แต่เมื่อมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวกับตนเองทำให้ต้องมีความระวังในการจอดรถมากขึ้น และอยากฝากเป็นรายสุดท้ายสำหรับเหตุการณ์นี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

World Teacher Day 5ตุลาคม วันครูสากล

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295924

World Teacher Day 5ตุลาคม วันครูสากล

World Teacher Day 5ตุลาคม วันครูสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 13.02 น.

“ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้ อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น”

บทเพลง “พระคุณที่สาม” 1 ในผลงานการประพันธ์ของ สุเทพ โชคสกุล ครูและนักการศึกษาผู้บุกเบิกวิธีการ “สอนด้วยเพลง” ในช่วงทศวรรษที่ 2490’s ถึงทศวรรษที่ 2510’s ซึ่งถือเป็น “นวัตกรรม” ครั้งสำคัญของแวดวงการศึกษาไทย เพราะการใช้บทเพลงในการเรียนการสอนเป็น “เรื่องใหม่” ของสังคมไทยยุคนั้น ด้วยความที่เคยมีอาชีพเป็นนักดนตรีมาก่อน ครูสุเทพ ได้แต่งเพลงสำหรับประกอบบทเรียนวิชาต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก และหลายบทเพลงยังคงเป็น “อมตะ” มาจนถึงปัจจุบันแม้ ครูสุเทพ จะจากโลกนี้ไปตั้งแต่ปี 2530 แล้วก็ตาม

สุเทพ โชคสกุล (2470 – 2530) ครูและนักแต่งเพลงประกอบการสอน

คำว่า “ครูบาอาจารย์” สำหรับคนไทยแล้วเปรียบได้กับ “พ่อแม่คนที่ 2” เนื่องด้วยไม่ได้มีหน้าที่เพียงสอนหนังสือ – ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังต้องดูแลลูกศิษย์ลูกหาราวกับตนนั้นเป็น “ผู้ปกครอง” อีกคนหนึ่ง แทนพ่อแม่จริงๆ ที่อาจจะไม่มีเวลาดูแลลูกเพราะต้องออกไปทำงานหารายได้ ซึ่งประเทศไทยได้กำหนดให้ “วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี เป็นวันครู” มาตั้งแต่ปี 2499 โดยยึดเอาตามวันที่ 16 ม.ค. 2488 อันเป็นวันที่ พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ขณะที่ในทางสากล องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กำหนดให้ “วันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันครูสากล (World Teacher Day)” สืบเนื่องจากในวันที่ 5 ต.ค. 2509 UNESCO ได้ร่วมกับ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) นำเสนอ “หลักการว่าด้วยสถานะของผู้ประกอบอาชีพครู” (1966 UNESCO/ILO Recommendation concerning the Status of Teachers) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris , France) โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “สิทธิ – หน้าที่” เพื่อให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทำการสอนได้อย่างเป็นมืออาชีพ

จากนั้นอีก 28 ปีต่อมา ในปี 2537 UNESCO จึงได้รับรองให้มีวันครูสากลดังกล่าว และในปี 2540 UNESCO นำเสนอ “หลักการว่าด้วยสถานะของผู้ประกอบอาชีพครูในระดับอุดมศึกษา” (1997 UNESCO Recommendation concerning the Status of Higher-Education Teaching Personnel) เพิ่มขึ้นมาอีกฉบับหนึ่งเพื่อให้การจัดการศึกษาทุกระดับมีคุณภาพ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประเด็นเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ที่สอนในมหาวิทยาลัย ไม่ค่อยถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายมากเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นการเรียนในระดับสูงซึ่งผู้สอนต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ อย่างแท้จริง

กิจกรรมสำคัญในวันครูสากล ในทุกๆ 2 ปี จะมีการมอบรางวัล “Hamdan Prize” ซึ่ง UNESCO ตั้งชื่อรางวัลนี้เป็นเกียรติแก่ Sheikh Hamdan Bin Rashid Al Maktoum รองผู้ว่าการนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Dubai , UAE)  ผู้ให้ทุนสนับสนุนการมอบรางวัลนี้มาตั้งแต่เริ่มแรกในปี 2541 เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาคุณภาพระบบการศึกษา ริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความเป็นเลิศทั้งในทางวรรณกรรมและวิทยาศาสตร์

แรกเริ่มนั้นการมอบรางวัลจำกัดเฉพาะในนครดูไบ ก่อนขยายวงออกไปในทั่วทั้ง UAE และกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางตามลำดับ ขณะเดียวกันเมื่อมีผู้ร่วมบริจาคทุนสนับสนุน UNESCO มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ UNESCO เข้าไปสนับสนุนรางวัล Hamdan Prize ให้เป็นรางวัลระดับโลก ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา โดยการมอบรางวัลครั้งล่าสุดในปี 2559 มอบให้กับ 1.มหาวิทยาลัยมาลายา ประเทศมาเลเซีย (The University of Malaya , Malaysia) และ 2.โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประถมในชนบท ประเทศกัมพูชา (See Beyond Borders , Cambodia)

สำหรับวันครูสากลประจำปี 2560 UNESCO กำหนดคำขวัญไว้ว่า “สอนอย่างเสรี ครูมีศักยภาพ” (Teaching in Freedom , Empowering Teachers) เพื่อให้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อันเป็นกรอบการพัฒนาที่ องค์การสหประชาชาติ (UN) ส่งเสริมให้รัฐชาติต่างๆ นำไปพัฒนาประเทศของตน ระหว่างตั้งแต่ปี 2558 – 2573 แบ่งเป็น 17 เป้าหมายย่อย ซึ่งเรื่องของการศึกษานั้นอยู่ใน “เป้าหมายที่ 4” (Quality Education)  ซึ่งตัวชี้วัดคือ

ทุกคนไม่ว่าจะอายุ เพศ หรือฐานะใด ต้องมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน!!!

หมายเหตุ : ที่มาของข้อมูล

https://www.gotoknow.org/posts/631825 “ย้อนรอยอดีตศึกษานิเทศก์ เมื่อคราแรกเริ่ม… อาจารย์สุเทพ โชคสกุล : ผู้ริเริ่มการสอนหนังสือด้วยเพลงเป็นคนแรกของเมืองไทย”

http://en.unesco.org/themes/teachers/world-teachers-day “World Teachers’ Day – 5 October 2017”

http://en.unesco.org/events/world-teachers-day-0 “World Teachers’ Day”

http://en.unesco.org/teachers/hamdan-prize/about “About Hamdan Award”

http://en.unesco.org/teachers/Hamdan-prize “UNESCO Hamdan Prize”

http://en.unesco.org/teachers/hamdan-prize/2016 “Hamdan Prize 2016”

http://www.manpattanalibrary.com/newsdetail.php?id=48 “Sustainable Development Goals (SDGs) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”

http://osthailand.nic.go.th/files/image/sdgs/SDG_19_2_59.pdf “ตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) Globel Indicators”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คู่กรรม’ขนานแท้ 2ตายายลำบากใช้ชีวิตในตึกร้าง

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295890

'คู่กรรม'ขนานแท้ 2ตายายลำบากใช้ชีวิตในตึกร้าง

‘คู่กรรม’ขนานแท้ 2ตายายลำบากใช้ชีวิตในตึกร้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.25 น.

‘คู่กรรม’ขนานแท้! 2ตายายสุดลำบากใช้ชีวิตบั้นปลายในตึกร้าง ไร้บัตรประชาชน เหตุหลักฐานถูกไฟไหม้ วอน จนท.ช่วย

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครพนม ได้รับรายงานว่าพบ 2 สามีภรรยาวัยชรา ใช้ชีวิตร่วมกันในตึกร้างทางไปวัดถ้ำช้าง ใกล้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จ.นครพนม ต.นาแก อ.นาแก จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ ดร.เขมิกา ทองเรือง , นายสมคิด จันโทวาท ผู้นำกลุ่มจิตอาสาประชารัฐฯ

เมื่อไปถึงพบ 2 สามีภรรยา อาศัยอยู่ในตึกร้าง 2 ชั้น ซึ่งเดิมเจ้าของตั้งใจสร้างเป็นหอพักให้เช่าสำหรับนักศึกษา ม.รามคำแหง เลขที่ 98 หมู่ 12 บ้านดานสาวคอย ต.นาแก โดย 2 สามีภรรยาสร้างเพิงเล็กๆอยู่หน้าตึกดังกล่าว มีนายยุทธชัย วังทะพันธ์ อายุ 77 ปี และนางสมพร ศรีสมุทร อายุ 75 ปี ที่เดินโขยกเขยกออกมาต้อนรับ

นายยุทธชัย เปิดเผยว่า พื้นเพเป็นคน อ.นาแก เรียนจบ มศ.5 ก่อนจะไปบวชจำพรรษาอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ถึง 12 ปี จนอายุได้ 28 ปี มีคนรู้จักชักชวนลาสิกขาบท เพื่อไปทำงานที่ประเทศอเมริกา โดยเขาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เดินทางโดยสารไปกับเรือพาณิชย์ เป็นโรบินฮู๊ดหลายปี และยังเร่ร่อนไปอีกหลายประเทศ มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น

ก่อนเข้าสู่วัยชราจึงหวนกลับมาอยู่บ้านเกิด และพบรักครั้งล่าสุดกับนางสมพร ตกลงปลงใจอยู่กินด้วยกันมาถึง 13 ปี โดยอาศัยตึกร้างเป็นรังรัก มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรง 50-100 บาท ซึ่งทั้ง 2 คนไม่มีบัตรประชาชนยืนยันการเป็นคนไทย แต่ตนได้รับการช่วยเหลือจากนายทัศพร เชื้อตาพลอย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 คนใหม่ เดินเรื่องให้จนได้รับบัตรประชาชนครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา รู้สึกดีใจที่มีบัตรประชาชนในบั้นปลายชีวิต ที่ผ่านมาตนไม่เคยเห็นความสำคัญของบัตรฯ รู้ตัวว่าคิดผิดมาตลอดตอนเจ็บไข้ได้ป่วยนี่เอง ส่วนนางสมพร เป็นคน จ.เลย ต้องค้นหาหลักฐานพิสูจน์หน่อเนื้อว่ามีอะไรยืนยันว่าเป็นคนไทยต่อไป

ด้านนางสมพร ที่ต้องนั่งยองๆกับพื้นตลอดเวลา เนื่องกระดูกขาด้านซ้ายหลุด การทรงตัวไม่ดี และยืนนานๆจะปวด เล่าว่า เป็นคน อ.เชียงคาน จ.เลย บิดาเป็นตำรวจพลสมัครชื่อ ประหยัด ศรีสมุทร รับราชการประจำอยู่ ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง ส่วนมารดาชื่อนางสงวน ศรีสมุทร อาชีพทำนา เรียนจบชั้น ป.3 โรงเรียนศรีสะอาด อายุ 18 ปี ออกจากบ้านมารับจ้างทำงานใน จ.ขอนแก่น และไม่เคยกลับบ้านเกิดอีกเลย

“พอครบกำหนดทำบัตรประชาชน ก็ไม่เคยสนใจ ใช้ชีวิตไปในหลายจังหวัด จนมาพบรักกับนายยุทธชัย ร่วมหอลงโรงมากกว่า 10 ปี รู้สึกอยากได้บัตรประชาชนตอนที่ลื่นล้มที่บ่อน้ำ ทำให้กระดูกก้นกบกระแทกจนข้อต่อหลุด ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รู้จะทำวิธีไหนที่พิสูจน์สัญชาติได้” นางสมพร กล่าว

ขณะที่นายทัศพร เชื้อตาพลอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านดานสาวคอย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพิ่งเข้ารับการเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านไม่ถึง 6 เดือน เห็นครอบครัวของ 2 ตายายมานานหลายปี หลังได้ตำแหน่งก็สอบถามนายยุทธชัยว่าเคยมีบัตรประชาชนมาก่อนหรือไม่ ได้คำตอบว่าไม่เคยทำบัตรฯแม้แต่ครั้งเดียว แต่เป็นคน อ.นาแก โดยกำเนิด จึงนำตัวไปให้เจ้าหน้าที่ซักประวัติ ทราบต่อมาว่านายยุทธชัยมีชื่ออยู่ในสารบบจริง แต่ถูกจำหน่ายเป็นบุคคลสาบสูญไปอยู่ทะเบียนกลางเมื่อปี 2547 ตนจึงหาหลักฐานจากญาติพี่น้องยืนยันตัวบุคคลชัดเจน กระทั่งนายยุทธชัยได้บัตรประชาชนครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

ส่วนนางสมพร กำลังหาช่องทางช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับบัตรประชาชนเช่นเดียวกับสามี แต่สอบถามไปที่โรงเรียนศรีสะอาด ปรากฏว่าหลักฐานถูกไฟไหม้หมดแล้ว ประกอบกับ 2 ตายายดำรงชีวิตด้วยความทุกข์ลำบาก บางวันไม่มีข้าวกินต้องเข้าป่าไปขุดมันมาต้มประทังชีวิต หรือไปขอข้าวที่วัดถ้ำช้างมากิน จึงต้องขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแนะนำหนทางช่วยเหลือ 2 ตายายผู้ยากไร้

ขณะที่ จ.ส.ต.ถิรพัฒน์ บุญญชัยศิลป์ ข้าราชการบำนาญ อายุ 72 ปี อดีตตำรวจ สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม ชี้ช่องทางว่า แม้หลักฐานการยืนยันตัวบุคคลของนางสมพร ที่โรงเรียนถูกไฟเผาไหม้ไปแล้ว แต่ที่กองบังคับการตำรวจจังหวัดเลย จะมีประวัติของตำรวจเก็บรักษาไว้ ทุกนายจะมีสมุดบันทึกประวัติเป็นเล่มๆ หากนางสมพรมีพ่อเป็นอดีตข้าราชการตำรวจจริง น่าจะมีหลักฐานอยู่ที่นี่ ปัญหาอยู่ที่ไม่มีเงินค่าดำเนินการเท่านั้น ผู้ใจบุญท่านใดต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระหว่างตรวจสอบประวัตินางสมพร สามารถติดต่อประสานมาได้ที่หมายเลขของนายทัศพร 081-3479034 เพื่อให้มีสิทธิรับการช่วยเหลือจากรัฐขั้นพื้นฐานต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ’ครูจุ้ย’ก้มกราบลาโรงเรียน…ชีวิตหลังวางไม้พาย (ชมคลิป)

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295888

เปิดใจ'ครูจุ้ย'ก้มกราบลาโรงเรียน...ชีวิตหลังวางไม้พาย (ชมคลิป)

เปิดใจ’ครูจุ้ย’ก้มกราบลาโรงเรียน…ชีวิตหลังวางไม้พาย (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.03 น.

เปิดใจ‘ครูจุ้ย’ก้มกราบลา-ขออโหสิกรรมโรงเรียน เผยชีวิตหลังวางไม้พายเรือจ้าง พร้อมช่วยงานโรงเรียนแม้เกษียณ  

5 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ราชบุรี ว่า หลังจากที่ได้มีคลิปภาพของ “ครูจุ้ย” หรือนายไพฑูรย์ เรืองจุ้ย วัย 61 ปี ชาว ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม ปัจจุบันอาศัยอยู่ใน ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่นั่งคุกเข่ายกมือพนมไหว้และก้มลงกราบพื้นแผ่นดินภายในโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่ออำลาชีวิตราชการครูที่ทำหน้าเป็นเรือจ้างนำลูกศิษย์ขึ้นถึงฝั่งมากว่า 39 ปี จนเป็นความความประทับใจและเรียกน้ำตาจากความซาบซึ้งของคนทั้งประเทศ โดยมีการเข้ามาชมล่าสุดเมื่อเวลา 03.15 น.วันนี้(5 ต.ค.60) 3,328,325 ครั้ง และมีการแชร์เรื่องราวออกไปจำนวนมาก ขณะที่สื่อต่างๆยังคงให้ความสนใจเสนอเรื่องราวชีวิตของ “ครูจุ้ย” กันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ “ครูจุ้ย” ขณะที่กำลังเก็บสิ่งของต่างๆที่โต๊ะทำงาน รวมไปถึงการเคลียร์งานเพื่อส่งมอบต่อให้กับครูคนต่อไป ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนตนเองเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ครูจุ้ย” เพื่อสอบถามถึงความรู้สึกในการที่ทำหน้าที่เป็นครูผู้สอนศิษย์ภายในรั้วโรงเรียนแห่งนี้มาตลอดอายุที่รับราชการรวมแล้ว 39 ปีเศษ และจะทำอะไรต่อหลังวัยเกษียณ

“ครูจุ้ย” เปิดใจว่า หลังจากที่ตนเองบรรจุเข้ารับราชการเป็นครูครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2521 mujโรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และไม่เคยย้ายไปสอนที่อื่นเลย โดยสอนในวิชาหลักสูตรช่างยนต์ และวิชาลูกเสือ ในปี 2521-2536 จากนั้นมาสอนหลักสูตรวิชาคอมพิวเตอร์ และวิชาลูกเสือ ในปี 2537-2560 และตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ เป็นครูชำนาญการพิเศษ จากผลงานวิชาลูกเสือ จนครบเกษียณอายุราชการครู เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2560 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลาในการสอนทั้งสิ้น 39 ปี 4 เดือน 14 วัน

“ตลอดชีวิตรับราชการครูของผม สิ่งแรกคือความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจ สั่งสอนศิษย์ด้วยความตั้งใจและด้วยจิตใจของความเป็นครู นอกจานี้ผมยังคอยช่วยเหลืองานต่างๆภายในโรงเรียน คอยช่วยเหลือเพื่อนครูสม่ำเสมอ ประการสำคัญเราต้องมาโรงเรียนให้เช้าที่สุด และกลับหลังสุดเพื่อเตรียมพร้อมในการสอนลูกศิษย์ในวันถัดไป” ครูจุ้ย กล่าว

ส่วนภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ในขณะที่ตนเองก้มกราบโรงเรียนนั้น เพราะว่าตนเองนั้นสำนึกในบุญคุณของโรงเรียน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้มาเพราะระบบราชการ ปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นมาเพราะจากโรงเรียนนี้ทั้งนั้น เป็นสิ่งที่มากมายมหาศาลในชีวิตของผม ไม่มีอะไรจะทดแทนได้ นอกจากจะกราบขออโหสิกรรมทุกอย่างที่เราได้ทำไป ซึ่งตนเองจะขอกราบให้ทางโรงเรียน ทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทราบว่าตนซาบซึ้งและสำนึกในบุญคุณของโรงเรียนอย่างสูงสุด

“หลังจากเกษียณราชการไปแล้ว ผมจะกลับไปอยู่บ้านใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใช้ชีวิตหลังเกษียณราชการให้เป็นประโยชน์มากที่สุด บำเพ็ญกุศลจิตอาสาต่างๆ คอยช่วยเหลืองานสังคม ประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด และหากโรงเรียนหรือเพื่อนร่วมงานอยากให้มาช่วยถ่ายรูป ซึ่งเป็นงานที่ถนัดก็ยินดี หรือลูกศิษย์อยากมาหาความรู้หรือทบทวนวิชาผมก็ยินดีเช่นกัน” ครูจุ้ย กล่าว

ครูจุ้ย กล่าวอีกว่า สุดท้ายก่อนที่ตนจะกลับออกจากรั้วโรงเรียนแห่งนี้ไปใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ ซึ่งวันนี้ครูทำหน้าที่เรือจ้างที่คอยพายเรือพาให้เยาวชนของชาติขึ้นสู่ฝั่ง จนกระทั่งวันนี้ครูได้วางไม้พายและต้องหยุดพายเรือไว้เพียงเท่านี้ เพราะหน้าที่ของครูหมดลง ตนเป็นคนรักโรงเรียนแห่งนี้มาก อยู่มากว่า 39 ปี รักนักเรียนทุกคนขอให้นักเรียนโชคดี ให้มีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง ส่วนคุณครูขอให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ให้โรงเรียนมีความภาคภูมิใจให้โรงเรียนมีความเจริญก้าวหน้าไปเป็นที่รักของประชาชนทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครูวัยเกษียณก้มกราบลาโรงเรียน ขออโหสิกรรมครั้งสุดท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

“ดร.อิ่ม” ธีรรัตน์ ขยันลงพื้นที่ตจว.วันหยุด ติดตามปัญหา ห่วงทำลายป่า

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295845

“ดร.อิ่ม” ธีรรัตน์ ขยันลงพื้นที่ตจว.วันหยุด ติดตามปัญหา ห่วงทำลายป่า

“ดร.อิ่ม” ธีรรัตน์ ขยันลงพื้นที่ตจว.วันหยุด ติดตามปัญหา ห่วงทำลายป่า

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.
nn…ยังฟิตลุยทำงานนอกพื้นที่ตัวเอง ไปลงเยี่ยมเยียนประชาชน ไปติดตามปัญหา ใช้เวลาวันหยุด…วันก่อน “ดร.อิ่ม” ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต สส.กทม. เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ได้มีโอกาสเดินทางมายัง จ.ขอนแก่น ลงสำรวจพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ ที่ได้รับความเสียหายจากการถางป่า ขุดดิน และเกิดเป็นบ่อน้ำขังขนาดใหญ่ หลังรับฟังความทุกข์ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ว่าหลังจากที่รัฐบาลอนุญาตให้เอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่แล้ว ระบบนิเวศวิทยาของที่นี่ ก็เปลี่ยนไป จากป่าที่มีความสมบูรณ์ มีเห็ด มีผลไม้ป่ามีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น…กลับกลาย ต้นไม้ถูกถางเตียน เพื่อการขนส่งของโรงงานเอกชน มีการขุดดิน ทำให้เกิดบ่อจนน้ำท่วมขังรากต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้ตาย เป็นวิธีการปล่อยให้ต้นไม้ยืนตายโดยไม่ต้องโค่นเองเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดด้วย ..เมื่อชาวบ้านเห็นจึงช่วยกันร้องเรียนหน่วยงานรัฐให้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น…และวันนี้มีการเข้ามาสูบน้ำบางส่วนจากบ่อ แต่ก็ยังท่วมต้นไม้ พร้อมกันนี้ มีชาวบ้านได้ช่วยกันเข้ามาทำ “พิธีบวชต้นไม้” เพื่อหยุดการรุกทำลายป่า..แต่ครั้งนี้ ดร.อิ่ม บอกว่า ชาวบ้าน ก็ยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าในพื้นที่อื่นๆใกล้เคียง จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้อีกหรือไม่ อย่างเช่นกรณีนี้ หากยับยั้งไม่ทัน ก็อาจจะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงตามมาได้…จากเรื่องนี้ชาวบ้านยังได้ฝากทวงถามถึงกระบวนการตรวจสอบและการแสดงความรับผิดชอบจากผู้อนุญาตให้เอกชนมาเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะแห่งนี้ จนเกิดความเสียหาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ในป่าที่อื่นๆ อีก…ชาวบ้านยังทิ้งท้าย สะท้อนให้ทราบอีกว่า”พวกเขาเติบโตในพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่เกิด เห็นการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติมาโดยตลอดและในครั้งนี้มีความกังวลใจอย่างยิ่งว่า หากเกิดการทำลายป่าอย่างนี้แล้วลูกหลานพวกเขาจะอยู่กันอย่างไร อยากกระตุ้นจิตสำนึกของคนเมืองให้เห็นความสำคัญของป่าไม้ด้วยว่าหากป่าไม้เหล่านี้ถูกทำลายไปเรื่อยๆ แล้วสักวันปัญหาภัยธรรมชาติ ก็จะเกิดขึ้นกับคนเมืองทุกคนด้วย…เป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป…ทุกๆ คนต้องร่วมปกป้องป่าไม้อย่าให้มีการบุกรุกทำลายไปมากกว่านี้…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รู้จัก’เชฟโต้ง’พ่อครัวไทย หนึ่งเดียวในทำเนียบขาว

Posted on July 1, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.naewna.com/likesara/295873

รู้จัก'เชฟโต้ง'พ่อครัวไทย หนึ่งเดียวในทำเนียบขาว

รู้จัก’เชฟโต้ง’พ่อครัวไทย หนึ่งเดียวในทำเนียบขาว

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 21.48 น.

“ยินดีที่ได้พบคุณนายกรัฐมนตรี และbig thanks to the best photographer in the world Shealah Craighead  and ambassador pisan manawapat สำหรับการเป็นกำลังใจ” 

นี่คือข้อความส่วนหนึ่งในเฟซบุ๊คของ นายเพิ่มสิน คูรประดิษฐ์ ที่ใช้ชื่อในเฟซบุคว่า Tommy Kurpradit ซึ่งมีผู้คนเข้าไปคอมเมนต์แสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน

นายเพิ่มสิน ผู้นี้กลายเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังจากที่เขาได้มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ และร่วมรับประทานอาหารกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยผู้ที่ทำให้ 2 คนไทย ที่มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ได้มาพบกันที่ต่างเมืองในครั้งนี้คือ นายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ที่ได้พาผู้ช่วยกุ๊กคนไทยที่ทำอาหารมื้อกลางวันเลี้ยงนายกรัฐมนตรีและคณะ ในทำเนียบขาว มาพบกับ นายกรัฐมนตรีไทย

การพบกันครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณนายเพิ่มสิน ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการเผยแพร่อาหารไทยและวัฒนธรรมไทยต่อชาวต่างประเทศ รวมถึงได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ในสหรัฐฯ เป็นเวลานาน และอายุของนายเพิ่มสิน แต่ปรากฎว่า นายเพิ่มสิน ในวัย 37 ปี กลับตอบด้วยภาษาไทยที่ไม่แข็งแรงว่าตนอายุ 73 ปี จน พล.อ.ประยุทธ์ เองก็งง แต่ก็เข้าใจได้ในที่สุด

ด้าน นายเพิ่มสินเปิดเผยว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรี และขอขอบคุณการสนับสนุนจาก นายพิศาล ทั้งนี้ ตนทำงานเป็นพ่อครัวในทำเนียบขาวมาเป็นเวลา 16 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2549 สำหรับอาหารที่เสิร์ฟในทำเนียบขาวส่วนใหญ่ ไม่แตกต่างกัน อาหารหลักๆ เป็นสเต็กกับมันฝรั่ง

สำหรับ นายเพิ่มสิน หรือคนไทยที่สหรัฐฯ รู้จักกันในชื่อ“เชฟโต้ง” ขณะที่ เพื่อนฝรั่งเรียกเขาว่า “FRESH” ถือเป็นพ่อครัวคนไทยคนแรกในทำเนียบขาว เขาทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กอยู่ในทำเนียบขาวมานานกว่า16 ปี ผ่านยุคสมัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาหลายคนนับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช และกว่าที่จะได้ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยกุ๊กในปัจจุบัน ก็ต้องเริ่มจากการทำหน้าที่ปลอกกระเทียม หั่นผักอยู่นานเป็นเวลาเกือบ 2 ปี

เมื่อเดือนมีนาคม 2550 หนังสือพิมพ์ ชาวกรุงUSA เคยตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของนายเพิ่มสิน ที่ระบุว่า เป็นเชฟไทยคนแรกที่มีโอกาสโชว์ฝีมือสร้างสรรค์อาหารให้กับผู้นำของประเทศ และบุคคลสำคัญของโลกมาตั้งแต่ปี ค.ศ 2004 และได้รับบรรจุเป็นเชฟอย่างสมบูรณ์เมื่อปลายปี ค.ศ.2006 โดยทางทำเนียบขาวได้เชิญพ่อแม่ของเขา มาเข้าร่วมรับประทานอาหารเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นำความภาคภูมิใจมาให้กับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง และในวัย 26 ปี ที่เริ่มเข้าทำงาน ทำให้เขากลายเป็นเชฟที่มีอายุน้อยที่สุดในทำเนียบ

สำหรับ เชฟโต้ง นับเป็นผลิตผลของเยาวชนไทยในวัดไทยที่ ดี.ซี. ซึ่งในวัยเด็ก เมื่อมีเวลาว่างหรือเทศกาลสำคัญๆ เขาจะแวะเวียนไปที่วัดไทยที่ ดี.ซี.อยู่เป็นประจำ ส่วนที่มาที่ทำให้เขาได้เข้าไปทำงานในทำเนียบขาวจนทุกวันนี้ มาจากการที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานตามร้านอาหารต่างๆ และมาจบลงที่ IMF เป็นเวลา 2 ปี หัวหน้าของเขาได้ถามว่า อยากทำครัวในทำเนียบขาวไหม และนั่นก็คือที่มาของการเป็นเชฟใน WHITE  HOUSE

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค Tommy Kurpradit

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,915,482 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
ยอดตายพุ่ง 19 ศพ เหตุหม้อไอน้ำโรงไฟฟ้าอินเดียระเบิด
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี

Recent Posts

  • นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา
  • เปิดลายแทงร้านดังระดับโลก แลนด์ดิ้งกลางกรุงฯ กับแคมเปญ ‘อร่อยไม่ต้องบิน’
  • ‘KUDTHAI 2026’ ปักหมุด ‘สุขุมวิท-ทรงวาด’ ยกระดับของดีไทยสู่เวทีนานาชาติ
  • เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นองค์ปาฐกถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ณ กรุงเฮก
  • ย้อนรอยมรสุมชีวิตและโรครุมเร้า’แอน อังคณา’เซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ยุค 90

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d