Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2560(2017)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โรฮิงญา ชนชาติที่ถูกสาป

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/292023

โรฮิงญา  ชนชาติที่ถูกสาป

โรฮิงญา ชนชาติที่ถูกสาป

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 08.47 น.

เป็นปัญหาที่ยาวนานและเป็นเรื่องที่ชาวโลกจับตามอง กับกรณีความขัดแย้งใน เมียนมา ระหว่าง “รัฐบาลพม่า” กับกลุ่มชนชาว “โรฮิงญา” (“โรฮีนจา” หรือที่ทางการเมียนมาพยายามให้เรียกว่า “เบงกาลี”) ที่ปรากฏเป็นข่าวเสมอว่ารัฐบาลเมียนมามีนโยบายค่อนข้างรุนแรง เพื่อกดดันให้กลุ่มชนดังกล่าวออกไปจากประเทศ ทำให้เกิด “คลื่นผู้อพยพ” เข้าไปยังบังกลาเทศบ้าง หรือเป็น “มนุษย์เรือ” /ฝ่าคลื่นลมทะเลมาแวะใน “ประเทศไทย” ก่อนเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือไปไกลถึงออสเตรเลีย

ชนชาวโรฮิงญาที่เป็นรู้จักของสังคมไทย เมื่อปรากฏหลุมศพขนาดใหญ่ของชาวโรฮิงญาในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยนำไปสู่การสืบสวนจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์กับผู้ต้องหาหลายราย อาทิ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตนายทหารสังกัด กองอำนวยการรักษาความสงบภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีนี้ไปเมื่อ 19 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ทว่ารัฐบาลไทย ฝ่ายความมั่นคงไทย และสังคมไทย ต้องกลับมาอยู่ในภาวะกังวลกับผู้อพยพโรฮิงญาอีกครั้ง หลังรัฐบาลพม่าดำเนินการปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างรุนแรง ช่วงปลายเดือน ส.ค. 2560

บ่ายวันที่ 13 ก.ย. 2560 ที่งานเสวนาเรื่อง “โรฮิงญา : เรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาคนหนึ่งของไทยอย่าง รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ บอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ฟังแล้วคงไม่ผิดนัก หากจะบอกว่าชาวโรฮิงญานั้นเป็น “ชนชาติที่ถูกสาป” เพราะอยู่ในดินแดนที่ไม่มีใครต้องการ และไปที่ไหนก็ไม่ค่อยจะมีใครอยากอ้าแขนรับ


รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์

อาจารย์สุเนตร เล่าถึง “ประวัติศาสตร์กระแสหลัก” ของเมียนมา ที่มองว่าชาวโรฮิงญาเป็น “คนนอก” (Foreigner) เป็นชาวต่างด้าวต่างชาติ ไม่ใช่ “ชนดั้งเดิม” ในแผ่นดินเมียนมาอย่างกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อาทิ มอญ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง ว้า ฯลฯ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ชาวโรฮิงญาอยู่อาศัยนั้น เรียกว่า “อาระกัน” (Arakan) หรือ “ยะไข่” เดิมก็เป็นรัฐอิสระเช่นกัน กระทั่งในปี 2327 (ค.ศ.1784) อาณาจักรพม่าจึงสามารถยึดครองดินแดนอาระกันได้สำเร็จ ซึ่งก็มีเรื่องเล่าว่า ชาวอาระกันที่นับถือศาสนาอิสลาม “หนีตาย” ออกจากเมืองไปเป็นจำนวนมาก

แผนที่ดินแดน “อาระกัน” (Arakan) หรือ “ยะไข่” (Rakhine)

ภาพจากเว็บไซต์ https://joshuaproject.net/people_groups/13207/BM

แต่นั่นก็ตามมาซึ่ง “ปัญหาใหม่” นั่นคือกลายเป็นว่าพม่ามีพรมแดนติดกับ “เอเชียใต้” ซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลของ “อังกฤษ” มหาอำนาจโลกตะวันตกขณะนั้น และเมื่อเกิดเหตุกระทบกระทั่งจนพม่ากับอังกฤษทำสงครามกันในปี 2367 – 2368 (ค.ศ.1824 – 1825) ผลคือพม่าเป็นฝ่ายแพ้ และต้อง “เสียอาระกัน” ให้กับอังกฤษ โดยถูกผนวกรวมเข้ากับอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งช่วงนี้เองที่การโยกย้ายถิ่นฐานไปมาของผู้คนระหว่างบังกลาเทศกับอาระกันเกิดขึ้นทั่วไป

“ช่วงที่เข้ามากันมาก คือช่วงต้นคริสตศวรรษที่ 20 (ค.ศ.1900 หรือ พ.ศ.2443 เป็นต้นมา) อังกฤษต้องการใช้แรงงานคนแขกซึ่งก็มีหลายเผ่า แต่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม จึงมีการนำคนจากฝั่งโน้น (บังกลาเทศ) เข้ามาจำนวนมาก จะรู้ได้อย่างไรว่าโรฮิงญากลุ่มไหนอยู่เก่าแก่ หรือกลุ่มไหนอังกฤษนำเข้ามา แต่รัฐบาลพม่าเหมาเอาทั้งหมดว่าเข้ามาหลัง ค.ศ.1824” อาจารย์สุเนตร ระบุ

นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เมียนมาท่านนี้ เล่าต่อไปว่า เมื่ออังกฤษนำคนแขกมุสลิมเข้ามา ก็มีปัญหาระหองระแหงกระทบกระทั่งกันบ้างกับชาวพื้นถิ่นที่เป็น “ชาวพุทธ” แต่เหตุการณ์ที่เป็น “รอยร้าว” ระหว่างชน 2 กลุ่ม อยู่ในช่วง “สงครามโลกครั้งที่ 2” เมื่อพม่าที่ขณะนั้นตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ “ขบวนการกู้เอกราชพม่า” ได้จับมือกับ “ญี่ปุ่น” เพื่อหวังให้กองทัพลูกพระอาทิตย์มาขับไล่มหาอำนาจตะวันตกออกไป ในทางตรงกันข้าม กองทัพอังกฤษก็ได้ทิ้งอาวุธจำนวนมากไว้ให้ชาวโรฮิงญาในอาระกัน เพื่อต่อสู้กับญี่ปุ่นเช่นกัน

“อังกฤษทิ้งอาวุธให้โรฮิงญา เพื่อจะเอาไว้เป็นกันชนไม่ให้ญี่ปุ่นตามเข้าไปถึงอินเดีย สถานการณ์นี้เป็นรอยแผลสำคัญเลยที่เกิดขึ้น ส่วนรอยแผลอันที่ 2 คือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีปรากฏการณ์การแยกประเทศ เช่นมีปากีสถานตะวันตก ปากีสถานตะวันออก (ปัจจุบันคือบังกลาเทศ) โรฮิงญาก็มีกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อแยกประเทศเช่นกัน อย่างที่มีชื่อออกมาคือ Arakanistan ในช่วงนั้น ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายที่รัฐบาลพม่าจะยอมให้เกิด” อาจารย์สุเนตร กล่าว

“สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ทางรถไฟที่สร้างขึ้นจากชีวิตเชลยศึกในกองทัพญี่ปุ่น มุ่งให้เป็นเส้นทางเดินทัพเข้าสู่พม่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ท่าทีของพม่าหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษใหม่ๆ ในปี 2491 (ค.ศ.1948) รัฐบาลพม่าในขณะนั้น “แม้จะยังไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นชนเผ่าหนึ่งของประเทศ แต่ก็ได้ให้สิทธิเสรีภาพพอสมควร” ชาวโรฮิงญาตั้งสมาคม ชมรมต่างๆ อย่างเปิดเผย ถึงขนาดมีสถานีวิทยุเป็นของตนเอง ทว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไป เมื่อเกิดการยึดอำนาจในปี 2505 (ค.ศ.1962) โดยผู้นำฝ่ายทหาร นายพล “เน วิน” (Ne Win) จากนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่า แผ่นดินพม่าได้เข้าสู่ “ยุคมืด” เพราะมีการ “ปิดประเทศ” และเปิดฉากสมัยแห่ง “ระบอบเผด็จการ” ยาวนานนับทศวรรษ

นายพล “เน วิน” (Ne Win) ผู้นำพม่าเข้าสู่ยุคเผด็จการปิดประเทศ

อาจารย์สุเนตร กล่าวว่า เมื่อ เน วิน ขึ้นครองอำนาจ ท่าทีของรัฐบาลพม่าต่อชนชาวโรฮิงญาได้เปลี่ยนไปแบบ “จากยืดหยุ่นสู่กวาดล้าง” โดยเฉพาะในปี 2521 (ค.ศ.1978) รัฐบาลทหารพม่าได้ใช้นโยบาย Operation Nagamin เข้าควบคุมพื้นที่อาระกัน โดยอ้างว่า “เพื่อรักษาความสงบ” หรือก่อนหน้านั้น ในปี 2517 (ค.ศ.1974) มีการออกกฎหมาย “ยกเลิกบัตรประชาชน” ของชาวโรฮิงญา และในปี 2525 (ค.ศ.1982) ได้ยกระดับสู่การ “ยกเลิกทุกสิทธิ” ที่ชาวโรฮิงญาเคยมีเหมื่อนชนกลุ่มอื่นๆ หรือก็คือการไม่ยอมรับ “การมีตัวตน” ของโรฮิงญาบนแผ่นดินพม่าอีกต่อไป

นั่นคือเรื่องราวในอดีต แต่ในวันนี้ที่ประชาคมโลกถามหา “อองซานซูจี” (Aung San Suu Kyi) ว่าหายไปไหน? ทำไมไม่พูดอะไรเกี่ยวกับวิกฤติโรฮิงญาบ้าง ทั้งที่เคยถูกยกย่องเป็น “วีรสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” จนได้รับ “รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ” (Nobel Peace Prize) ในปี 2534 (ค.ศ.1991) ในขณะที่ถูกรัฐบาลทหาร SLORC และ SPDC สั่งจองจำในบ้านพักของเธอเอง กระทั่งในเวลาต่อมาถูกปล่อยตัวและกลับมามีบทบาทสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อพม่าปฏิรูปการเมืองสู่ประชาธิปไตย และพรรค NLD ของเธอชนะเลือกตั้งในปี 2558 (ค.ศ.2015)

“อองซานซูจี” (Aung San Suu Kyi)

นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เมียนมาท่านนี้ อธิบายสภาพสังคมเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ คือ “2 พรรคใหญ่” ในการเมืองเมียนมา คือ พรรค NLD ของนางอองซานซูจี กับ พรรค USDP หรือพรรคการเมืองของ “ฝ่ายทหาร” ซึ่งถือเป็น “คู่แข่ง” ของพรรค NLD โดยตรง แน่นอนว่าในสังคมประชาธิปไตย “ฐานเสียง” จากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ทว่านั่นคือ “โชคร้าย” เพราะชนชาวพม่า “ส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และไม่ชอบโรฮิงญา” ประเด็นโรฮิงญาจึงเป็นเรื่อง “ต้องห้าม” ที่นักการเมืองทุกรายไม่ควรเอ่ยปากพูดถึง

“ไม่ว่าจะ NLD หรือ USDP ต่างคาดหวังว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นพุทธ ดังนั้นถ้ารัฐบาลแสดงทีท่าเห็นอกเห็นใจมุสลิมโรฮิงญา ก็จะถูกต่อต้านจากประชาชน หมวกที่อองซานซูจีสวมอยู่ขณะนี้คือหมวกนักการเมือง ไม่ใช่หมวกของผู้ชนะรางวัลโนเบลสันติภาพ ฉะนั้นเขาก็ต้องระวัง ถ้าไปทำอะไรมากคะแนนเสียงจะเสีย” อาจารย์สุเนตร กล่าว

นอกจากพรรคการเมืองใหญ่ระดับชาติแล้ว ยังมี “ตัวแปร” อื่นๆ เช่น พรรคการเมืองท้องถิ่นรัฐอาระกัน แน่นอนว่ามีแนวทางแบบ “พุทธหัวรุนแรง” ไม่ต่างจากชนชาวพม่าส่วนใหญ่ที่มองโรฮิงญาเป็นคนนอก ความสำคัญของพรรคการเมืองนี้ต่อรัฐบาลกลางเมียนมา คือ “พรรครัฐบาลเอาชนะเลือกตั้งที่อาระกันไม่ได้” ทำให้ขั้วการเมืองรัฐบาลต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก หรือแม้แต่ “ภาคประชาชน” ในรัฐอาระกัน ที่จำนวนมากก็เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวของชาวพุทธที่ไม่เอาชาวโรฮิงญา แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ และยังมีกลุ่มย่อยอื่นๆ ออกไปอีก

“โรฮิงญายังเป็นปัญหาเรื่องสีผิว เพราะมีสีผิวต่างจากคนพม่าชัดเจน ภาษาก็คนละภาษา แถมศาสนายังแตกต่าง ปัญหาของโรฮิงญาจึงเห็นภาพว่ามีกลุ่มยะไข่พุทธกับโรฮิงญาที่ขัดแย้งกัน ทั้งๆ ที่ในอาระกันไม่ได้มีแค่ 2 ชาติพันธุ์ แต่กลุ่มที่เด่นๆ คือยะไข่พุทธกับมุสลิมโรฮิงญา พอเป็นแบบนี้รัฐก็วางตัวยาก จะเอนเอียงสนับสนุนไปทางไหน? แน่นอนก็ต้องทางพุทธ แล้วพอเป็นแบบนี้มันก็ข้ามพรมแดนแล้ว ไม่ได้อยู่แต่ในรัฐยะไข่เท่านั้น แต่กระจายไปพม่าส่วนอื่นๆ ที่เป็นชาวพุทธด้วยกัน ก็มีความเคลื่อนไหวต่อต้านโรฮิงญา” อาจารย์สุเนตร กล่าวย้ำ

สุดท้ายเมื่อถามหา “กลไกระหว่างประเทศ” เช่น ประชาคมอาเซียน อาจารย์สุเนตร ระบุว่า รัฐบาลพม่ายืนยันเสมอว่า “นี่คือเรื่องภายในของฉัน คนอื่นอย่าเข้ามายุ่ง” ดังนั้นแล้ว ชะตากรรมของชาวโรฮิงญา จึงต้อง

“เคว้งคว้าง” อย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยกระดับเซรามิกไทย สู่มาตรฐานโลกด้วยนวัตกรรม

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291928

ยกระดับเซรามิกไทย สู่มาตรฐานโลกด้วยนวัตกรรม

ยกระดับเซรามิกไทย สู่มาตรฐานโลกด้วยนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประชารัฐ…ยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวคิดของรัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สาระสำคัญคือมุ่ง “สานพลัง” ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนา“เศรษฐกิจฐานราก” ให้เติบโตอย่าง “เข้มแข็ง-สมดุล- ยั่งยืน” ภายใต้ 3 เป้าหมาย คือลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาคุณภาพคน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจาก 3 ภาคส่วนข้างต้นแล้ว สถาบันการศึกษา ยังเป็นอีกแรงหนึ่งที่เข้ามาช่วยได้ ดังตัวอย่างโครงการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค้นคว้าและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เซรามิก” แก่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ย่านภาคกลาง จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสาคร 2 จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตขึ้นชื่อในภูมิภาค

สุเทพ จันทน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและออกแบบ มจพ. กล่าวว่า ทางคณะได้นำองค์ความรู้ด้านการวิจัยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่ มจพ. มีความพร้อมมากที่สุด มาพัฒนาทำให้ผู้ประกอบการได้รับการถ่ายทอดเทคนิค วิธีการ องค์ความรู้ด้านการพัฒนากระบวนการผลิตและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์เซรามิก โดยการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการ หารือความเป็นไปได้ในด้านการพัฒนาให้คำปรึกษา รวมถึงการออกแบบและการทำตลาดของอุตสาหกรรมเซรามิก

ที่ผ่านมามีการนำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในโครงการไปทำการตลาดสองครั้ง ในงาน BIG-BIH และงานASEAN CERAMIC ทั้ง 2 ครั้งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมไบเทค พบว่าผลงานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี “บางกลุ่มได้รับการสั่งผลงานในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน คิดมูลค่าเป็นเงินถึง 1 ล้านบาท” เลยทีเดียว ชี้ให้เห็นว่า การต่อยอดพัฒนาดังกล่าวมีผลดีต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย

“ที่สำคัญยังเป็นโครงการที่บูรณาการระหว่างผลิตภัณฑ์โอ่งมังกรของจังหวัดราชบุรี กับผลิตภัณฑ์เซรามิกประเภทเบญจรงค์ของจังหวัดสมุทรสาคร อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการเซรามิกกลุ่มจังหวัดภาคกลางสามารถออกแบบและพัฒนารูปแบบและลวดลายใหม่ๆ ให้มีความโดดเด่นและแตกต่างกันเพื่อเพิ่มมูลค่าในการส่งออกของประเทศมากยิ่งขึ้น” อาจารย์สุเทพ กล่าว

ขณะที่ แน่งน้อย เวทยพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวในงานปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรามิกเพื่อการส่งออกของผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลาง ณ รร.เซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิลเลียน ประตูน้ำ กทม. ว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิกของกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV คือกัมพูชา ลาว เมียนมา(พม่า) และเวียดนาม ซึ่งแหล่งผลิตสำคัญในไทยมีอยู่ 3 จังหวัด คือ ลำปาง ราชบุรี และสมุทรสาคร ทั้งหมดล้วนเป็นแหล่งผลิตเก่าแก่มีประวัติยาวนาน

“โครงการนี้กรมวิทยาศาสตร์บริการ และ มจพ. ประเมินแล้วว่าประสบความสำเร็จ ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมเซรามิกของไทยสามารถเพิ่มยอดการส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศได้ ปัจจุบันตลาดใหญ่ของเซรามิกไทยอยู่ที่สหราชอาณาจักรและประชาคมยุโรป รองลงมาก็คือกลุ่มอาเชียนโดยเฉพาะ CLMV มียอดส่งออกปีละ 790 ถึง 800 ล้านดอลลาร์อเมริกัน หรือ 26,400 ล้านบาท” รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ระบุ

ไม่เฉพาะตลาดต่างประเทศเท่านั้น รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวต่อไปว่า เซรามิกไทยยังมีการจำหน่ายในประเทศเองปีละนับหมื่นล้านบาท เพราะเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผานั้นนำมาผลิตสินค้าต่างๆ ได้มากมาย อาทิ ลูกถ้วยไฟฟ้า (Electrical Insulator) ใช้ปีละนับพันๆ ล้านบาท ถ้วย ชาม “โอ่งมังกร” สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี แก้วน้ำ เครื่องเรือนประดับบ้าน วัสดุก่อสร้าง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนของยานยนต์ต่างๆ มากมาย

ดังนั้นรัฐบาลโดย 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นว่าเซรามิกเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่อยู่คู่กับไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน หากโรงงานผู้ผลิตเซรามิกมีความรู้เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว อุตสาหกรรมนี้ก็จะเติบโตเป็นมูลค่าของการส่งออกเป็นแสนล้านบาทได้ไม่ยาก

ตอบโจทย์อีกยุทธศาสตร์ของรัฐบาล นั่นคือ “Thailand 4.0” ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาทำให้สินค้าที่อาจจะดูธรรมดาๆ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น!!!

สุเทพ จันทน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและออกแบบ มจพ.

สุเทพ จันทน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและออกแบบ มจพ.
“เซรามิก” (Ceramic) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณคือ “Keramos” แปลว่า“สิ่งที่ถูกเผา” หรือก็คือ “เครื่องปั้นดินเผา” ซึ่งพบได้ในอารยธรรมต่างๆ ทั่วโลก ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเครื่องปั้นดินเผาของจีน เซรามิกกับอารยธรรมไทยนั้นที่คุ้นหูกันดีคือ “เครื่องสังคโลก” สมัยอาณาจักรสุโขทัย หรือเมื่อกว่า 700 ปี ส่วนเซรามิกยุคใหม่ของไทย เริ่มต้นที่ จ.ราชบุรี และ จ.ลำปาง เมื่อเกือบร้อยปีก่อน จากช่างชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาตั้งรกรากในประเทศไทย และได้รับการพัฒนาสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

“เซรามิก” (Ceramic) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณคือ “Keramos” แปลว่า“สิ่งที่ถูกเผา” หรือก็คือ “เครื่องปั้นดินเผา” ซึ่งพบได้ในอารยธรรมต่างๆ ทั่วโลก ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเครื่องปั้นดินเผาของจีน เซรามิกกับอารยธรรมไทยนั้นที่คุ้นหูกันดีคือ “เครื่องสังคโลก” สมัยอาณาจักรสุโขทัย หรือเมื่อกว่า 700 ปี ส่วนเซรามิกยุคใหม่ของไทย เริ่มต้นที่ จ.ราชบุรี และ จ.ลำปาง เมื่อเกือบร้อยปีก่อน จากช่างชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาตั้งรกรากในประเทศไทย และได้รับการพัฒนาสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สส.ผ่องศรี’ดอดลงทะเบียนจิตอาสา สวมบท’พีอาร์’พระเมรุมาศจำลองลพบุรี

Posted on June 26, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291966

'สส.ผ่องศรี'ดอดลงทะเบียนจิตอาสา สวมบท'พีอาร์'พระเมรุมาศจำลองลพบุรี

‘สส.ผ่องศรี’ดอดลงทะเบียนจิตอาสา สวมบท’พีอาร์’พระเมรุมาศจำลองลพบุรี

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.

nn…นับวันแล้วเหลืออีกเดือนเศษๆ จะถึงวันที่คนไทยทุกหมู่เหล่าจะได้รวมพลังร่วมพิธีสำคัญ…ผ่องศรี ธาราภูมิ อดีต สส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของพสกนิกร ประชาชนชาวลพบุรีทุกหมู่เหล่าสอบถามกันมามาก อยากจะทราบความคืบหน้า ขออนุญาตเผยแพร่ข้อมูล เบื้องต้นทราบว่า “โครงสร้างพระเมรุมาศจำลอง” ที่จัดสร้างจากโรงงานที่จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาถึง ณ บริเวณวัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร (พระอารามหลวง) ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี…ในยามดึกประมาณตีสอง เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. โดยการอำนวยการรับผิดชอบโดย “ทีมงานโยธาธิการและผังเมือง” ของ จ.ลพบุรี และวันที่ 12 ก.ย. ชิ้นส่วนต่างๆ ได้ถูกยก และประกอบเป็นโครงสร้างแล้ว…ซึ่งพระเมรุมาศ กว้าง 16 เมตร ยาว 16 เมตร สูง 23 เมตร ยังมีกำหนด ประกอบชิ้นส่วนคลุมภายนอกที่งดงามอีกหลายขั้นตอน รวมทั้งการทำฉากบังหน้าอาคาร และการประดับตกแต่งต้นไม้ จัดภูมิทัศน์ให้งดงามสมพระเกียรติ…ทุกคนทุกฝ่ายพร้อมใจเต็มที่…โดย จ.ลพบุรี จะจัดพิธีบวงสรวงก่อนการประกอบ “พระเมรุมาศจำลอง” ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ เวลา 07.09 น. …nn

nn…อดีต สส.ผ่องศรี ได้บอกว่าในฐานะที่ไปลงทะเบียนเป็น “จิตอาสา” แผนกประชาสัมพันธ์มาแล้ว จึงขอส่งข่าวและภาพเบื้องต้นให้ชาวเมืองลพบุรี ได้รับทราบและในนามของ “ชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี” ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “กรรมการร่วมตกแต่งบริเวณพระเมรุมาศจำลอง” จะมีโอกาสมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญอย่างนี้ในบางส่วน…โดย ผศ.วิบูล จันทร์แน้ม มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและคณะ จะเป็นผู้ออกแบบการตกแต่งบริเวณโดยรอบ…และชมรมผู้รักต้นไม้ฯร่วมจัดตกแต่ง…ฝ่ายออกแบบ กำหนดอย่างไร จะให้ช่วยจัดเตรียมจัดหาอะไร…ขอให้บอกมา…สมาชิกชมรมผู้รักต้นไม้ฯต่างยินดี เต็มใจ พร้อมใจทำกันอย่างเต็มที่…รู้สึกเป็นบุญที่มีโอกาสมีส่วนร่วมได้ทำงาน ร่วมเตรียมพระเมรุมาศจำลอง …ทำงานถวายพระองค์ท่านด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้… เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องของทุกคน..หัวใจคนไทยทุกดวง….nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องเป็ด’คนสู้ชีวิต หาบเร่ขึ้นรถไฟข้ามจังหวัดขายทุกอย่าง20 (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291998

'น้องเป็ด'คนสู้ชีวิต หาบเร่ขึ้นรถไฟข้ามจังหวัดขายทุกอย่าง20 (ชมคลิป)

‘น้องเป็ด’คนสู้ชีวิต หาบเร่ขึ้นรถไฟข้ามจังหวัดขายทุกอย่าง20 (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 20.42 น.

‘น้องเป็ด’ ชาว อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ แม่ค้าหาบเร่ขึ้นรถไฟฟรีจากอุทุมพรพิสัย ตั้งแต่เช้าตรู่มุ่งหน้ามาลงที่สถานีรถไฟสุรินทร์ โดยใช้คานไม้ไผ่ หาบตะกร้าไม้ไผ่สานและหอบหิ้วตะกร้าเพื่อตระเวนเดินขายดักแด้ทอดข้าวหลาม ไข่ทรงเครื่อง แม่สะดิ้งทอด ข้าวเม่า ฯลฯ ทุกอย่าง 20 บาท หรือ 3 อย่าง 50 บาท  ตามสถานที่ราชการ โรงพยาบาล ห้างร้าน หรือสถานที่มีผู้คนเยอะๆ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ระยะทางการเดินแต่ละวันกว่า 20 ก.ม. แต่น้องเป็ด แม่ค้าหาบเร่ คนสู้ชีวิต ก็ไม่เคยท้อถอย บากหน้าเพื่อขายสารพัดสินค้าที่จนหมดเกลี้ยงทุกวันก่อนเวลา 14.00 น. แล้วก็นั่งรถไฟฟรีกลับบ้านพร้อมกับผู้เป็นพ่อ ซึ่งในแต่ละวันจะมีกำไรประมาณ 500-600 บาท เลยทีเดียว

คนส่วนใหญ่ที่พบเห็น ‘น้องเป็ด’ แม่ค้าหาบเร่ ก็ช่วยกันอุดหนุนดักแด้ทอด ข้าวหลาม ไข่ทรงเครื่อง แม่สะดิ้งทอด ข้าวเม่า คนละถุงสองถุง ถุงละ 20 บาท ได้ช่วยต่อชีวิตและกำลังใจให้คนสู้ชีวิตหาบของขายอย่างน้องเป็ดและผู้เป็นพ่อได้มีแรงสู้ต่อไป

‘น้องเป็ด’ แม่ค้าหาบเร่ชาว อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เผยว่า อุปกรณ์ก็จะมีตะกร้าพลาสติก คานไม้ไผ่และตะกร้าไม้ไผ่สาน น้ำหนักหลายกิโลฯ ก็ได้แต่ภาวนาให้ขายหมดไวๆ หาบก็จะเบาลงเรื่อยๆ วันหนึ่งเดินตระเวนหาบเร่ขายกว่า 20 ก.ม. เพื่อขายสินค้าหลายอย่าง นำมาจากบ้าน มีดักแด้ทอด ข้าวหลาม ไข่ทรงเครื่อง แม่สะดิ้งทอด ข้าวเม่า ทำเองทุกอย่าง เดินทางโดยการขึ้นรถไฟฟรีเที่ยว 08.00 น. ออกมาจากบ้านที่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มาลงที่สถานีรถไฟสุรินทร์ ส่วนการเดินขายระยะทางก็แล้วแต่วัน อย่างต่ำๆก็ประมาณ 20 ก.ม. สินค้าที่ขายดีมากๆคือ แมงสะดิ้งทอดและดักแด้ทอด ถุงละ 20 บาท นอกจากนี้ก็ยังมีข้าวหลาม ไข่ทรงเครื่อง ก็ขาย 20 บาท หรือ 3 อย่าง 50 บาท ทุกวันตนมีรายได้จากการหาบของขาย วันหนึ่งก็จะมีกำไร 500-600 บาท

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหมาะสมหรือไม่? แฉพระสงฆ์เจ้าที่นั่งรับบิณฑบาต (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291961

เหมาะสมหรือไม่? แฉพระสงฆ์เจ้าที่นั่งรับบิณฑบาต (ชมคลิป)

เหมาะสมหรือไม่? แฉพระสงฆ์เจ้าที่นั่งรับบิณฑบาต (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.12 น.

บนโลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปพฤติกรรมพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่นั่งรับสังฆทานจากญาติโยมที่มาใส่บาตร ริมถนนใจกลางอำเภอทุ่งสง คลิปที่ถูกเผยแพร่จากเพจชื่อดัง “เมือง ทุ่งสง” ความยาวคลิป 42 วินาที พร้อมระบุว่า “การใส่บาตรยุคใหม่นั่งรอแถมมีร้านคอยบริการ เห็นเป็นประจำทุกเช้า พระนั่งรอตั้งจุดขายสังฆทาน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าผิดวินัยของสงฆ์หรือไม่ ?? 13กันยายน 60  แชร์นะถ้าอยากให้ตรวจสอบว่าทำแบบนี้ได้ไหม @ตลาดทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  ที่มา…คน ไม่ใช่เทวดา”

ซึ่งเป็นคลิปพระสงฆ์สูงอายุรูปหนึ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้และมีผู้หญิงนั่งไหว้รับพระหน้าพระสงฆ์รูปดังกล่าว ห่างไม่มากนักมีโต๊ะขนาดเล็กจำนวน 1 โต๊ะที่ถูกตกแต่งคล้ายโต๊ะหมู่บูชา มีเทียนขนาดใหญ่จำนวน 1 เล่มและกระถางธูป ห่างไปอีกมีร้านค้าจำหน่ายเครื่องสังฆทานและของทำบุญหลายชนิด

จากการสอบถามเพจ “เมือง ทุ่งสง” ทราบว่าคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเช้าวันนี้ (13 ก.ย.) ริมถนนใจกลางอำเภอทุ่งสง ด้านทางข้างโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งพฤติกรรมพระสงฆ์รูปดังกล่าวและร้านจำหน่ายสังฆทานที่อยู่ติดกัน มีให้เห็นทุกวันจนเป็นที่ชินตาสำหรับผู้ที่ตื่นเช้า นอกจากนี้นี้บริเวณตลาดสดอำเภอทุ่งสง ยังมีพระสงฆ์อีกหลายรูปและร้านจำหน่ายสังฆทาน ร้านจำหน่ายของทำบุญอีกหลายร้านที่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน

หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตเข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตั้งคำถามว่า พฤติกรรมของพระสงฆ์รูปดังกล่าว ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ พร้อมกับเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตำรวจของพระราชา ทำคลอดสาวท้องแก่บนแท็กซี่

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291957

ตำรวจของพระราชา ทำคลอดสาวท้องแก่บนแท็กซี่

ตำรวจของพระราชา ทำคลอดสาวท้องแก่บนแท็กซี่

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.53 น.

13 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.จร. (ปฏิบัติการพิเศษการจราจร) หรือ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้รับแจ้งว่า มีหญิงใกล้คลอดอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามแยกอโศก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบหญิงคนดังกล่าว คลอดบุตรออกมาแล้วอยู่ในรถแท็กซี่ เขียว-เหลือง ทะเบียน ฌฏ-7308

โดย ร.ต.อ.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง รอง สว.งาน 3 กก.6 คือคนแรกที่เข้าไปช่วยทำคลอดฉุกเฉิน และมีตำรวจเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือและอำนวยการจราจร ได้แก่ รหัส 6137 6142 6311 6206 6209 6106 ภายหลังทราบชื่อ สาวท้องแก่ คือ น.ส.วรรณา สิงหะ อายุ 24 ปี คลอดบุตรเป็นเพศหญิง ทั้งแม่และบุตรปลอดภัยดี ได้อำนวยการจราจร นำส่ง รพ.ตำรวจ เป็นที่สำเร็จ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดนาทีระทึก! สิบล้อเบรกแตกกวาดระนาวกลางสี่แยก’ระยอง’ (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291931

เปิดนาทีระทึก! สิบล้อเบรกแตกกวาดระนาวกลางสี่แยก'ระยอง' (ชมคลิป)

เปิดนาทีระทึก! สิบล้อเบรกแตกกวาดระนาวกลางสี่แยก’ระยอง’ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.37 น.

กรณีเกิดอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกไฟแดงหนองบอน บนถนนสาย 36 เลี่ยงเมืองระยอง กระทิงลาย-ระยอง ม.5 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ฝังขาเข้าเมืองระยองมีรถยนต์เสียหายหลายคันและมีผู้บาดเจ็บหลายราย

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสิบล้อพ่วง ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนส่วนหัว 81-6313 หมวดจังหวัดฉะเชิงเทรา ทะเบียนลูก 82-6399 หมวดจังหวัดฉะเชิงเทรา ในกระบะบรรทุกขยะเต็มทั้งสองส่วน ส่วนหัวกับส่วนหางพับมาอยู่ด้านเดียวกัน พลิกตะแคงข้างติดอยู่หน้าร้านขายรถจักรยานยนต์ เศษขยะที่บรรทุกมาตกกระจายเต็มพื้นที่ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ

คลิปภาพจากกล้องหน้ารถ เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพที่รถบรรทุกพ่วงแม่ลูกวิ่งมาจากทางจังหวัดชลบุรี มีอาการเซและตะแคง ก่อนที่จะถึงสี่แยกไฟแดง พอมาถึงไฟแดงที่มีรถจอดติดไฟแดงกันอยู่ไม่ยอมเบรกพุ่งเข้าชนรถยนต์ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังเร่งตรวจสอบโชเฟอร์รถพ่วงที่ก่อเหตุและจะได้ติดตามตัวคนขับมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สิบล้อเบรกแตก พุ่งชนรถจอดติดไฟแดงพังยับ-เจ็บระนาว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กนก’ซัดแรงยกคดี’บอส’ เทียบเป็นคนจนในไทยคงหนีไม่รอด

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291906

'กนก'ซัดแรงยกคดี'บอส' เทียบเป็นคนจนในไทยคงหนีไม่รอด

‘กนก’ซัดแรงยกคดี’บอส’ เทียบเป็นคนจนในไทยคงหนีไม่รอด

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.36 น.

จากกรณีการติดตามล่าตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ผู้ต้องหาในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 โดยนายวรยุทธ ได้หลบหนีอยู่ในต่างแดน ซึ่งมีรายงานจาก สำนักข่าวต่างประเทศว่าพบเบาะแสของ บอส วรยุทธ ครั้งสุดท้ายที่ประเทศไต้หวันตามที่ได้เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีดังกล่าวสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าทางเว็บไซต์องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล ได้มีการเผยแพร่หมายจับของ บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา แล้ว โดยระบุว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ให้ตำรวจทั่วโลกทั้ง190ประเทศ จับกุมตัวได้ทันที

ขณะเดียวกันบนเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul  ของ กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรชื่อดัง ได้แสดงความคิเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วยว่า

ตำรวจสากลประกาศหมายจับ “บอส อยู่วิทยา” ขับรถชนคนตาย ลงในเว็บไซต์แล้ว เจอตัวที่ไหนจับกุมได้ทันที
ขับรถชนตำรวจตาย หนีคดีมา 5 ปี จน 5 ข้อหาที่โดนนั้น หมดอายุความไป 4 เหลือข้อหาเดียว “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” เหลืออายุความ 10 ปี หมดปี 2570

เมื่อวาน นายกฯ บ่น “..ไม่ใช่มาบอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก มันติดทุกคนแหละ อยู่ที่ว่าจะอยู่ให้ติด หรือจะหนีไป คนจนติดคุก เพราะ..คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ใช่มั๊ย..”.. บลาๆๆ…

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. ไม่มีเงินเป็นใบเบิกทางมังครับท่านนายกฯ

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. ไม่มีนามสกุลที่จะทำให้คนเกรงใจ

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. ไม่มีใครช่วยเตะถ่วงให้คดีหมดอายุความ

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. ไม่มีรถหลายคัน ไม่มีบ้านหลายหลัง

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. ไม่มีรถเก๋งปริศนาพาหนีกลางดึก ไม่เคยมีตำรวจเฝ้าหน้าบ้าน ไม่มีเส้นพอขอคนอย่าง..สารวัตรหนุ่ย มาอารักขา

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว มารอรับที่ประเทศเพื่อนบ้าน

คนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ เพราะ.. คนจนไม่รู้เป็นไง แข็งแรงมาก หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ทนทายาด แค่โรคน้ำในหู หรือน้ำในไหน..ไม่เท่ากัน ทำอะไรคนจนไม่ได้

ทุกประเทศมีทั้งคนจน และคนรวยทำผิด แต่ถ้าประเทศไหน ตำรวจเก่งแต่จับคนจนที่ผิดติดคุกได้ แล้วหมดปัญญาจับคนรวยที่ผิดติดคุก…หน่วยงานทางกฏหมายประเทศนั้น จะมีหน้าสบตาประเทศอื่นหรือ?

ขอถามหน่อย..ในคุกทุกวันนี้ ขังคนจนกี่เปอร์เซ็นต์..แล้วขังคนรวยกี่เปอร์เซ็นต์?

ทำไมคนรวยติดคุกปุ๊บ..มันเครียด เกิดมีโรคนั้นโรคนี้ แสดงอาการขึ้นมา จนต้องส่งตัวไปนอนโรงพยาบาล
ทำไมคนรวยติดคุกปุ๊บ..มันทำความดีความชอบอะไรนักหนา จึงได้เป็น ผู้ช่วยผู้คุมภายในไม่ช้า

ปลายเดือนที่แล้ว ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก ทายาทมหาเศรษฐีบริษัทซัมซุง เป็นเวลา 5 ปี ในความผิดฐานคอร์รัปชัน เห็นเขาถูกใส่กุญแจมือ เดินเข้าเรือนจำทั้งที่ยังใส่เสื้อสูทมั๊ยครับ?

มีคนรวยแบบนี้เดินเข้าคุกประเทศเรามั๊ยครับ ไม่มี..เพราะที่นี่เมืองไทยล่ะสิ!

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นาทีเป็นนาทีตาย! หนุ่มน้อยใจภรรยา ขึ้นขอบระเบียงรพ.หวังดิ่งดับ (ชมคลิป)

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291877

นาทีเป็นนาทีตาย! หนุ่มน้อยใจภรรยา ขึ้นขอบระเบียงรพ.หวังดิ่งดับ (ชมคลิป)

นาทีเป็นนาทีตาย! หนุ่มน้อยใจภรรยา ขึ้นขอบระเบียงรพ.หวังดิ่งดับ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.19 น.

13 ก.ย. 60 เกิดเหตุระทึกที่บริเวณอาคาร ชั้น 4 ภายในตึก ผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อมีชายอายุประมาณ 30 ปี เดินไปบริเวณระเบียง ของหอผู้ป่วย และไปยืนอยู่บนขอบระเบียง โดยช่วงนั้นชายคนดังกล่าวจะพยายามกระโดดตึก ลงมาชั้นล่างของโรงพยาบาล

โดยจากคลิปวิดีโอที่มีชาวบ้านถ่ายไว้ได้ จะเห็นได้ว่า ชายคนดังกล่าวยืนตัวตรง อยู่บริเวณริมราวกันตก ภายในหอผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และเตรียมตัวกระโดด จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรวมทั้งญาติบุกเข้าชาร์จตัว และจับขาของชายคนดังกล่าวไว้ได้ทัน ก่อนลากชายคนดังกล่าวเข้าไประเบียงชั้นใน

จากการสอบสวนเบื้องต้นก็ทราบว่า ชายคนดังกล่าว มาเยี่ยมภรรยาซึ่งตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว จากนั้นเกิดการทะเลาะกัน จนเกิดความไม่พอใจ ทำให้ฝ่ายชายคนดังกล่าว รู้สึกโกรธและผิดหวัง จึงเดินมายืนอยู่บนระเบียง ของโรงพยาบาล เพื่อเตรียมที่จะกระโดดตึกหวังฆ่าตัวตาย แต่มีเจ้าหน้าที่แล้ว ชาวบ้านเข้าไปดึงขาและชาร์จตัวได้ทันจึงไม่ได้เกิดเหตุสลดกับชายคนดังกล่าว

ขอบคุณคลิป ภาพ : เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณะจัดงานจ่อแถลงดราม่า’เก่ง เกียร์อาร์’ รับรางวัลอภิชาตบุตร 14 ก.ย.นี้

Posted on June 25, 2018 by SoClaimon
Reply

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/likesara/291858

คณะจัดงานจ่อแถลงดราม่า'เก่ง เกียร์อาร์' รับรางวัลอภิชาตบุตร 14 ก.ย.นี้

คณะจัดงานจ่อแถลงดราม่า’เก่ง เกียร์อาร์’ รับรางวัลอภิชาตบุตร 14 ก.ย.นี้

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 13.23 น.

13 ก.ย. 60 จากกรณีนายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ อดีตเจ้าของสมญานาม “เก่ง เกียร์อาร์” ได้เข้ารับรางวัลอภิชาตบุตรรวมใจภักดิ์ ซึ่งจัดโดยสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ ร่วมกับมูลนิธิเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ มูลนิธิครูของแผ่นดิน ชมรมนะโมพุทธายะ วัดพระบาทน้ำพุ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของดีเจเก่งกับรางวัลดังกล่าวไปทั่วสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็วนั้น

ล่าสุด “กลุ่มสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ” ได้โพสต์ข้อความผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก ระบุ “จากข่าวที่เกิดขึ้นในงาน อภิชาตบุตร ทางคณะกรรมการขอน้อมรับความคิดเห็นของทุกท่าน” โดยในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 9 .30 น. จะมีการนำดีเจเก่ง และคณะกรรมการจัดงานการจัดงานรางวัลอภิชาตบุตรรวมใจภักดิ์ ไปรับโอวาท และกราบนมัสการพระคุณเจ้าอลงกตในเรื่องเกี่ยวกับหัวข้อข่าวที่เกิดขึ้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ และกราบขออภัยเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียนชี้แจงมาตามนี้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2560(2017), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,917,236 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Soft Power ของจริง! งดงามสะกดสายตา ส่องรายละเอียดชุดพิธีวิวาห์ 'ณเดชน์-ญาญ่า'
'บ้านนางรำ'ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง'แอนน่า'ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน
วงการการ์ดมีสะเทือน จ๋าย ไททศมิตร เดือด โพสต์ขู่แฉเบื้องลึกดาร์ค
พิรุธ พรรคส้ม! พบโพสต์เฟซบุ๊กกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พ่วงข้อความว่าจ้าง สเปกเตอร์ ซี ผลิตสื่อ
SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’
World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย
คุณแหน : 18 เมษายน 2569
กรุงเทพประกันภัยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง
โอมานรับปากช่วย เจรจา‘เตหะราน’ เปิดเส้นทางเรือไทย ‘สีหศักดิ์’รับไม่ง่าย
นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.

Recent Posts

  • ทรัมป์ขู่ไม่ต่อเวลาหยุดยิงอิหร่าน หากดีลไม่สำเร็จ ย้ำไม่เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ และจะยึดยูเรเนียม
  • ผึ้งนับล้านบุกทางด่วนสหรัฐฯ หลังรถบรรทุกคนเลี้ยงผึ้งพลิกคว่ำ ต้องปิดทางชั่วคราวในรัฐเทนเนสซี
  • ญี่ปุ่นประกาศใช้คำเรียกใหม่สำหรับวันที่อุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • อิหร่านขู่กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ
  • สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน แต่ยังไม่ชัดวอชิงตัน ตอบรับหรือไม่

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d