วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310882

วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX

วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(ซ้าย) กฤษณ์ รุยาพร, สุชาดา ธีรวชิรกุล และนพ.อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร

ดูเหมือนว่ากระแสการวิ่ง จะเป็นเทรนด์การออกกำลังกายที่ง่าย สะดวก และประหยัดมากที่สุด แถมยังช่วยสร้างความฟิตให้แก่ร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อและหัวใจอีกด้วย ล่าสุดผลิตภัณฑ์ beyonde M-EX (บียอนด์ เอ็ม-เอ็กซ์) โดยยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ได้จัดแคมเปญ “วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนโครงการ “Stronger Than Cancer 1,000,000 กิโลเมตร เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” ที่จัดขึ้นโดย APIC (Asia Pacific Innovation Center) ร่วมกับชมรมเพื่อนมะเร็งไทย พร้อมสร้างแนวคิดใหม่จากสังคมแห่งการวิ่งสู่สังคมแห่งการให้ ต่อยอดสู่ผู้ให้ได้มีสุขภาพที่แข็งแรง

แคมเปญ “วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX” ชวนทุกคนมาร่วมบริจาคเงินด้วยการออกกำลังกาย โดยนำสถิติการออกกำลังกายของตัวเราเอง มาเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค ทุกๆ 1 กิโลเมตรจะเท่ากับ 1 บาท หยอดลงในกระปุกออมสินหมู โดยในวันที่ 14 มกราคม 2561 จะมาร่วมแสดงพลังด้วยการวิ่ง และชั่งน้ำหนักกระปุกออมสินหมู พร้อมเตรียมส่งมอบเงินบริจาคกระปุกออมสินหมูกว่า 1,000 กระปุกทั้งแคมเปญ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ให้แก่ชมรมเพื่อนมะเร็งไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และรณรงค์ให้ผู้ป่วยมะเร็งได้ตื่นตัวในการออกกำลังกาย เพื่อสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายในระยะยาว

งานนี้มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมแคมเปญฯ พร้อมรับกระปุกออมสินหมูไปแล้วกว่า 1,000 กระปุก โดย สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ริเริ่มแคมเปญฯ ดังกล่าว เผยว่า แคมเปญ วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX เป็นหนึ่งในโครงการที่ช่วยสนับสนุนโครงการ “Stronger Than Cancer 1,000,000 กิโลเมตร เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” โดยชวนคนแข็งแรงอย่างพวกเรามาร่วมกันออกกำลังกาย แล้วนำสถิติของตัวเองมาเปลี่ยนเป็นเงินหยอดลงในกระปุกหมู โดยรวมกันให้ได้ 1,000,000 กม. หรือเท่ากับ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ของโครงการ เพื่อสมทบทุนมอบให้แก่ชมรมเพื่อนมะเร็งไทย โดยโครงการ “Stronger Than Cancer” ได้ทำโครงการร่วมกับศูนย์มะเร็งมาแล้วหลายแห่ง ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง โดยมีการสร้างความเชื่อใหม่ว่า เป็นมะเร็งไม่จำเป็นต้องตาย สร้างกำลังใจด้วยการให้ผู้ป่วยมะเร็งหันมาออกกำลังกาย พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกให้คนแข็งแรงที่ยังไม่ป่วยหันมาใส่ใจในเรื่องของการออกกำลังกาย และยังได้ช่วยเหลือ เติมเต็มชีวิตให้ผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย เป็นการตอกย้ำพันธกิจของธุรกิจยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ในการเติมเต็มชีวิต สรรค์สร้างอนาคตให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีครบทุกมิติ และมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ

ด้าน กฤษณ์ รุยาพร ซีอีโอแห่ง APIC (Asia Pacific Innovation Center) ผู้ก่อตั้งและสร้างโครงการ Stronger Than Cancer เผยว่า โครงการ Stronger Than Cancer เกิดขึ้นจากการสัมมนาของทางบริษัทฯ โดยในงานนั้นได้เชิญอดีตผู้ป่วยติดเตียง ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอน มาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนที่มาสัมมนาในงาน ซึ่งมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ร่วมงานด้วย และเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่อยากนำไปใช้กับผู้ป่วยมะเร็ง จึงเกิดเป็นโครงการนี้ขึ้นโดยมี 4 เสาหลัก ได้แก่ 1) สร้างความเชื่อใหม่ว่าเป็นมะเร็งแล้วไม่ต้องตาย 2) เน้นให้ออกกำลังกายโดยการเดินหรือวิ่ง 3) เน้นเรื่องอาหารการกิน 4) สร้างทีมเพื่อช่วยยกระดับจิต

จากการดำเนินโครงการส่งผลให้ผู้ป่วยมะเร็งหันมาออกกำลังกาย และขยายวงกว้างไปสู่ทีมแพทย์ พยาบาล และพนักงานในโรงพยาบาล หันมาออกกำลังกาย จนกลายเป็นกระแสที่ปลุกให้คนในจังหวัดอุดรธานีมาร่วมออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่ง จากจุดเริ่มต้นของโครงการนี้เอง นำไปสู่การต่อยอดเป็น “Stronger Than Cancer 1,000,000 กิโลเมตร เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” ที่ต้องการสร้างความแข็งแรงให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง รวมไปถึงสร้างกระแสให้คนปกติแข็งแรงหันมาใส่ใจในสุขภาพด้วยการออกกำลังกายกัน ที่เปลี่ยนจากการบริจาคเงินธรรมดา มาเป็นการออกกำลังกายร่วมกัน

และ นายแพทย์อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร ที่ปรึกษาชมรมเพื่อนมะเร็งไทย เผยว่า ปัจจุบันสถิติของผู้ป่วยเป็นมะเร็งมีมากขึ้นเป็นหลักแสนคนต่อปี ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 6-7 หมื่นรายต่อปี โดยผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง จะเหมือนถูกพิพากษาว่าต้องตาย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่นอกเหนือจากการรักษาด้วยการผ่าตัด ให้ยา ฉายแสงทำคีโม กำลังใจและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างทัศนคติ ความเชื่อใหม่ว่า เป็นมะเร็งไม่ต้องตาย ด้วยการออกกำลังกายและเน้นเรื่องอาหารการกิน ซึ่ง 2 ปัจจัยหลักนี้ คนที่ไม่ป่วยก็สามารถนำไปทำได้เช่นกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายในการต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้ โดยโครงการ “Stronger Than Cancer 1,000,000 กิโลเมตร เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทุกคนสามารถมาร่วมช่วยกันได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่คุณมีขา และรองเท้าแล้วออกมาวิ่งกัน เพียงเท่านี้คุณก็สามารถช่วยเหลือและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง

แล้วมารวมตัวกันออกกำลังกายด้วยการวิ่งครั้งใหญ่ และชั่งกระปุกออมสินหมูในวันที่ 14 มกราคม 2561 พร้อมส่งมอบเงินบริจาคกระปุกหมูทุกกระปุกทั้งแคมเปญ “วิ่งหมูๆ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง กับ beyonde M-EX” ให้แก่ชมรมเพื่อนมะเร็งไทย ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561

เนรมิตดวงตาคู่สวยให้ได้ลุคอินเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310885

เนรมิตดวงตาคู่สวยให้ได้ลุคอินเตอร์

เนรมิตดวงตาคู่สวยให้ได้ลุคอินเตอร์

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไม่ว่าจะเทรนด์แต่งหน้าหลากหลายสไตล์ที่กำลังอิน หรือเทรนด์เอเชี่ยนลุค การแต่งหน้าก็ยังเน้นดวงตาให้แลดูสวย แลดูโดดเด่น ล่าสุด Make Up Factory (เมคอัพ แฟคทอรี่) เครื่องสำอางจากประเทศเยอรมนี เอาใจสาวๆ ให้ได้แต่งเติมดวงตาคู่สวย ให้แลดูโดดเด่นในสไตล์อินเตอร์ลุค กับผลิตภัณฑ์ใหม่ Make Up Factory International Eye Palette (เมคอัพ แฟคทอรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล อายส์ พาเล็ตต์) อายแชโดว์ พาเล็ตต์ 6 ลุค 6 สไตล์ ที่มี 8 เฉดสีในตลับเดียว ได้แก่ Slavic ดวงตาแลดูคมเข้มในลุคสโมคกี้, Savanna ดวงตาแลดูสดใสกับสีสันคัลเลอร์ฟูล, Oriental ให้ดวงตาแลดูเย้ายวนดั่งต้องมนต์, Latin ความงามแห่งดวงตาที่แลดูเปล่งประกาย, Nordiac เผยดวงตาที่แลดูสว่าง และ Asia ดวงตาแลดูสวยละมุน

ไม่ควรพลาดกับไอเท็มชิ้นเด็ดที่สาวๆ ควรมีติดกระเป๋า Make Up Factory International Eye Palette (เมคอัพ แฟคทอรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล อายส์พาเล็ตต์) วางจำหน่ายแล้ว ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางMake Up Factory สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม และท่าอากาศยานดอนเมือง หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.02-6789791 ถึง 2

Wa Theater แบ่งปันความสุข และรอยยิ้ม ให้เด็กนักเรียนอนุบาลดวงประทีป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310894

Wa Theater แบ่งปันความสุข และรอยยิ้ม  ให้เด็กนักเรียนอนุบาลดวงประทีป

Wa Theater แบ่งปันความสุข และรอยยิ้ม ให้เด็กนักเรียนอนุบาลดวงประทีป

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สนิทพิมพ์ เอกชัย, กณพ เชาว์วิศิษฐ, สมบัษร ถิระสาโรช, ประภา เมืองคำมูล และปณิสรา อารยะสกุล

Wa Theater Premium Fruits (วะ เธียเตอร์ พรีเมียม ฟรุ้ตส์) ผู้นำเข้าผลไม้เกรดพรีเมียมที่ได้มาตรฐาน คัดสรรจากฟาร์มประเทศญี่ปุ่นส่งตรงสู่ประเทศไทย นำโดย กณพ เชาว์วิศิษฐ, สมบัษร ถิระสาโรช, ปณิสราอารยะสกุล และ สนิทพิมพ์ เอกชัย ได้จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบผลไม้นำเข้าจากญี่ปุ่นให้กับนักเรียนโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป สังกัดมูลนิธิดวงประทีป ประจำปี 2560 กว่า 200 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการแบ่งปันความสุข มอบรอยยิ้มและให้โอกาสทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ รักการกินผลไม้ เพื่อนำไปสู่สุขภาพที่ดีและสร้างความสุขให้กับเด็กๆ รวมถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและประทับใจ กิจกรรมจัดขึ้นที่ โรงเรียนอนุบาลดวงประทีป สังกัดมูลนิธิดวงประทีปเมื่อเร็วๆ นี้

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการมอบความสุขเล็กๆ น้อยๆ เชื่อว่าเด็กทุกคนสมควรได้รับความสุขความสนุกสนาน ทั้งนี้ ประภา เมืองคำมูล เลขานุการโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป สังกัดมูลนิธิดวงประทีป กล่าวว่า “ขอขอบคุณที่ได้สละเวลามาเลี้ยงอาหารกลางวันและนำผลไม้มามอบให้เด็กๆ ในวันนี้ รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นเด็กๆ มีรอยยิ้มและได้รับประทานผลไม้ที่ดีมีคุณภาพดี”

สมบัษร ถิระสาโรช กล่าวว่า “เราเชื่อว่าเรื่องหลักของเราคือต้องการให้คนไทยได้รับประทานผลไม้ที่ดีมีคุณภาพ เราเน้นเรื่องคุณภาพและต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในทุกๆ ขั้นตอน เช่นเดียวกันกับผลไม้ที่นำมาเลี้ยงเด็กๆ ในวันนี้ก็เป็นผลไม้ที่ดีมีคุณภาพ มีความตั้งใจที่จะแบ่งปันและสนับสนุนเด็กๆ ทั้งด้านการศึกษา จิตใจ ผลไม้ที่มีคุณภาพของเราก็ถือเป็นการมอบสิ่งดีๆ ให้เด็กๆ รู้สึกอิ่มบุญและอิ่มใจมากๆ”

ด้าน โอปอล์-ปณิสรา อารยะสกุล กล่าวว่า “วันนี้ดีใจมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันผลไม้ให้เด็กๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าแอปเปิ้ลลูกนี้ที่เอามาให้อาจจะเป็นการต่อยอดไปในอนาคตของเด็กๆ ก็เป็นได้ เพราะปอล์เองก็เคยทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้สำเร็จ ด้วยแรงบันดาลใจเล็กๆ จากภาพในหนังสือห้องสมุดตอนเด็กๆ มาแล้วเหมือนกัน อยากฝากให้ทุกคนหันมาแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยกันเยอะๆ นะคะ ยังมีอีกหลายคนที่รอคอยการแบ่งปันอยู่ค่ะ”

Wa Theater ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ สังคมไทยในวันนี้ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ขาดแคลนสิ่งของและต้องการโอกาสในการเติบโตเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โรงเรียนอนุบาลดวงประทีป สังกัดมูลนิธิดวงประทีป เพื่อการศึกษาเด็กยากจนและพัฒนาคนยากไร้ มีเด็กตั้งแต่วัยแรกเกิดถึง 6 ปี มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เด็กมีความสุข สนับสนุนการเรียนรู้และมีสุขภาพดี สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมได้

ประภา เมืองคำมูล เลขานุการโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป

ประภา เมืองคำมูล เลขานุการโรงเรียนอนุบาลดวงประทีป
โอปอล์-ปณิสรา อารยะสกุล

โอปอล์-ปณิสรา อารยะสกุล

บิ๊กซีอาสาเป็นสะพานความสุข ชวนส่งรอยยิ้มสู่เด็กสถานสงเคราะห์ 101 แห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310896

บิ๊กซีอาสาเป็นสะพานความสุข  ชวนส่งรอยยิ้มสู่เด็กสถานสงเคราะห์ 101 แห่ง

บิ๊กซีอาสาเป็นสะพานความสุข ชวนส่งรอยยิ้มสู่เด็กสถานสงเคราะห์ 101 แห่ง

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะผู้บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์

เพราะความสุขแบ่งปันกันได้ และควรค่าที่จะแบ่งปัน “บิ๊กซี” จึงอาสาเป็นสะพานความสุข ด้วยแคมเปญ “ปันรัก ปันสุข กับบิ๊กซี” ให้ลูกค้าได้มอบแก่คนพิเศษ แล้วยังส่งต่อความสุขสู่เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ 101 แห่งทั่วประเทศในวันเด็กที่จะถึงนี้ด้วยหลากหลายวิธี ตั้งแต่การเลือกซื้อของขวัญให้เด็กๆ ที่บิ๊กซีทุกสาขา แล้วนำมาส่งต่อ ณ จุดมอบของขวัญหรือรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเช้าของขวัญสุดพิเศษมอบให้แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

คณะผู้บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี โดย วิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า การมอบของขวัญ ถือเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และการคัดสรรสิ่งดีๆ ให้แก่กัน และถือเป็นโอกาสดีที่ได้พบปะกัน การมอบกระเช้าของขวัญเปรียบเสมือนการแสดงออกถึงความตั้งใจในการเลือกสรรสิ่งที่ดีให้แก่ผู้รับ

“ในเทศกาลแห่งความสุขนี้ บิ๊กซี จึงเชิญชวนให้ลูกค้าส่งมอบความสุขให้แก่กัน และส่งต่อแก่เด็กๆ ใน แคมเปญ “Big C Big Celebration : ปันรัก ปันสุข กับบิ๊กซี” โดยบิ๊กซีได้เตรียมกระเช้าของขวัญและสินค้ารับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองมากกว่า 1,000 รายการโดยเฉพาะกระเช้าคุณภาพรวม 40 รุ่น บรรจุทั้งสินค้าทั่วไป สินค้านำเข้า สินค้าออร์แกนิค และสินค้าเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากโครงการหลวงและโครงการในพระราชดำริทั้งกระเช้าดอยตุง กระเช้าดอยคำ เป็นต้น ในราคาพิเศษสุด มาให้ลูกค้าได้เลือกส่งความสุขและแสดงความขอบคุณในเทศกาลสำคัญที่กำลังจะมาถึงได้ที่บิ๊กซีทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่ามีกระเช้าที่เหมาะกับผู้รับทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งเราได้จัดเซตของขวัญหลายแบบ หลายสไตล์ ให้ผู้ซื้อเลือกได้อย่างง่ายดายและหลายช่วงราคาที่สำคัญแต่ละกระเช้ามีลูกเล่นและใช้ประโยชน์ได้ คือ

เน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด กระเช้าหลายรุ่นแสดงออกถึงการรักษ์โลกอย่างสร้างสรรค์ เช่น กระเช้าดอยคำ มีโบที่แปลงเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์ หรือผ้ากันเปื้อนได้และมีกระเช้าที่ผู้รับนำมาใช้ต่อเป็นกล่อง-กระเป๋า-ตะกร้า อเนกประสงค์ได้ ทั้งสวยงามและมีประโยชน์

สุขยิ่งขึ้นกับโลกแห่งความพอเพียง ด้วยการแจกเมล็ดพันธุ์ ผัก 3 ชนิด ประกอบด้วย กวางตุ้ง ผักบุ้ง และ ผักกาดขาว ในทุกกระเช้าของ Big C (ยกเว้นกระเช้าดอยตุง และกระเช้าดอยคำ) เพื่อให้ผู้รับทดลองปลูกผักรับประทานเองเพื่อสุขภาพที่ดี และสุขใจที่ได้ลงมือทำ

มากกว่าของขวัญ คือการส่งมอบความรู้สึก เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าบิ๊กซีจะส่งความรู้สึกดีๆ พร้อมของขวัญได้ทันที โดยรับ QR Code หลังจากเลือกซื้อของขวัญ Scan QR Code และทำตามขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน เท่านี้ก็เหมือนได้ส่งมอบของขวัญด้วยตนเอง

รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเช้า จะนำไปมอบให้แก่มูลนิธิ บีเจซี บิ๊กซี เพื่อนำไปใช้ในโครงการซ่อมแซมโรงเรียนและพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล และอีกส่วนยังมอบให้กับสถานสงเคราะห์ 101 แห่งอีกด้วย ซึ่งสถานสงเคราะห์เหล่านี้ รับผิดชอบดูแลเด็กจำนวนมากกว่า 20,000 คน และเด็กๆ เหล่านี้รอคอยการสนับสนุน ทั้งด้านสิ่งของ การดูแล ความรักและความเอาใจใส่ บิ๊กซีจึงขอเป็นสื่อกลางนำความรักและความสุขไปมอบให้เด็กๆ เพื่อเติมรอยยิ้ม โดยเฉพาะในวันเด็กปี 2561 ที่เราจะนำของจากลูกค้าทุกท่านไปสร้างความสุขให้แก่เด็กๆ”

ด้วยความที่กระเช้าของขวัญมีหลายแบบและชวนให้ซื้อทั้งนั้น แต่ใช่ว่าทุกกระเช้าจะดีมีคุณภาพเหมือนกัน บิ๊กซีจึงแนะนำเทคนิคดีๆ ที่จะทำให้คุณได้กระเช้าดีมีคุณภาพ ดังต่อไปนี้ 1.กระเช้าของขวัญทุกกระเช้าจะต้องมีฉลากรายการสินค้าระบุไว้อย่างชัดเจน 2.ต้องแจ้งราคาสินค้าตรงตามความเป็นจริง 3.สินค้าที่นำมาจัดใส่กระเช้าต้องไม่หมดอายุภายใน 6 เดือน 4.ต้องระบุวันเปลี่ยนคืนสินค้าไว้ที่กระเช้า

ซึ่งกระเช้าคุณภาพแบบนี้หาซื้อได้ที่บิ๊กซีทุกสาขา ทั้งได้ของดีไปมอบแทนความรู้สึกดีๆ แล้วยังได้บุญอีกต่อหนึ่งด้วย

วิภาดา ดวงรัตน์

วิภาดา ดวงรัตน์

ฉลองเปิดโรงแรมหรูรองรับไลฟ์สไตล์คนดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310888

ฉลองเปิดโรงแรมหรูรองรับไลฟ์สไตล์คนดัง

ฉลองเปิดโรงแรมหรูรองรับไลฟ์สไตล์คนดัง

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ครอบครัวนกหงษ์ น้องธัญญา-สมควร-จันทรา-ปัทมาพร-ธัญธร นกหงษ์

ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ ถือฤกษ์ดีจัดงาน Exclusive Grand Opening of Holiday Inn & Suites Rayong City Centre (เอ็กซ์คลูซีฟ แกรนด์โอเพนนิ่ง ออฟ ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์) ฉลองเปิดโรงแรมระดับพรีเมียมและแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองระยอง รองรับนักธุรกิจชั้นนำและนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก วิรัช ชินวินิจกุล องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 7 โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ภายในงานเต็มไปด้วยเหล่าคนดังที่พร้อมใจมาร่วมแสดงความยินดี อาทิ สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, กำลังใจอบอุ่นจาก ครอบครัวนกหงษ์ นำโดย คุณพ่อสมควร-คุณแม่จันทรา นกหงษ์, ธัญธร-ธัญญา นกหงษ์, ณฤทธิ์ เจียอาภา, อิสระ-กันต์ฤทัย ว่องกุศลกิจ, ฉัตรอนงค์-ธนฤทธิ์โทวรรธนะ, บุญชัย-วรวรรณ คงปักไพศาล, เอกสิทธิ์-กอบกุลรชา งามพิเชษฐ์, ณัฏฐนันท์ คุณาจิระกุล, นพ.อนุศักดิ์ วัชรากร, พญ.พลอย ศุภนันตฤกษ์, ธัชญา จวงสันทัด, ธนอรรถ การศินันท์ ฯลฯ

บรรยากาศของงาน เอ็กซ์คลูซีฟ แกรนด์โอเพนนิ่ง ออฟ ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ เป็นไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น เน้นความเป็นธรรมชาติในโทนสีขาว, สีเขียว, สีพาสเทลให้ความรู้สึก สะอาด ผ่อนคลาย, โทนสีฟ้า ให้ความปลอดโปร่ง สบายตา เหมือนสีของท้องทะเล ไฮไลท์อยู่ที่แฟชั่นโชว์เครื่องเพชรสุดหรูจาก เจมส์ พาวิลเลี่ยน โดยเฉพาะเครื่องเพชรชุดฟินาเล่ ซึ่งแสดงแบบโดย ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ดีไซน์เรียบง่ายแต่แฝงความหรูหรา ด้วยสร้อยคอตัวเรือนไวท์โกลด์ 18k ประดับด้วยเพชรทรงกลมเหลี่ยมเกสร เพชรทรงรูปไข่ และเพชรทรงหยดน้ำ น้ำหนัก 63.28 กะรัต สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้หญิงแกร่งและสง่างาม พร้อมกับทีมนางแบบนายแบบกว่า 10 ชีวิต ร่วมสะกดสายตา ท่ามกลางบทเพลงไพเราะของวงออร์เคสตร้า เพื่อฉลองในค่ำคืนแห่งความสุข

ปัทมาพร นกหงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลิซิตี้ แอสเซท จำกัด หญิงเก่งผู้ปลุกปั้นโรงแรม Holiday Inn & Suites Rayong City Centre (ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์) กล่าวว่า ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ เป็นแบรนด์โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ โมเดลแรกในประเทศไทยที่มีการให้เช่าแบบระยะยาว ด้วยบริการมาตรฐานของโรงแรมในเครือ ไอเอชจี (IHG) หรือ InterContinental Hotels Group (อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป) จากประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่บนโลเกชั่นใจกลางเมืองระยอง ได้รับการออกแบบโดย PIA Interior (พีไอเอ อินทีเรีย)ดีไซน์ตกแต่งสไตล์คอนเทมโพรารีผสมผสานความเป็นเฟมินีนเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการใช้สีโรสโกลด์สอดแทรกดีเทลของการตกแต่งด้วยรูปทรงที่ โค้งมนคล้ายกลีบดอกไม้ให้มีความพลิ้วไหวและเส้นสายจากเครื่องจักสาน ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิราศเมืองแกลงของสุนทรภู่ กวีเอกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระยองนำมาสอดแทรกเป็นดีเทลตามความตั้งใจของเรา นอกจากนั้น ยังเพิ่มความหรูหราด้วยหินอ่อนนำเข้าจากประเทศอิตาลี ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนการได้พักผ่อน ที่บ้านเรียกว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวได้ครบทุกมิติ

โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว รายละเอียดเพิ่มเติม www.holidayinn.com/rayong หรือ เฟซบุ๊คแฟนเพจ Holiday Inn & Suites Rayong  City Centre  โทร.038-978789

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310893

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2560

วันอังคาร ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ถามกันมาว่า พระพรหมมังคลาจารย์(เจ้าคุณธงชัย) ไปไหน บ้างก็ลือกันว่าสถานการณ์ของทีมฟุตบอลเลสเตอร์ไม่มั่นคง จึงถูกนิมนต์ด่วนโดยท่านเจ้าสัวให้บินไปช่วยแผ่เมตตา ความจริงแล้วช่วงนี้ท่านในฐานะประธาน “สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลในประเทศไทย” ได้รับเชิญไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ของสถาบันขงจื่อโลกที่เมืองซีอานประเทศจีน ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังได้รับเกียรติขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่ซึ่งว่าเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ มีผู้กล่าวชมว่าท่านเจ้าคุณนำเสนอวิสัยทัศน์ครอบคลุมพัฒนาการทั้งด้านศาสนา-การศึกษา-สังคม ได้อย่างครบถ้วนถูกใจผู้แทนนับพันคนจาก 146 ประเทศ…

llสมศักดิ์ศรีเจ้าของกิจการร้านจิวเวลรี่ชั้นนำ ในงานแกรนด์โอเพนนิ่ง ร้านสาขาศิรินภาไดมอนด์แห่งใหม่ที่ศูนย์การค้าพารากอน ศิรินภา สว่างล้ำ สวมโชว์เครื่องเพชรชุดใหญ่ ทั้งสร้อยคอ-ตุ้มหู-แหวน มูลค่าแปดหลักแก่ๆ พร้อมด้วยการนำเสนอไดมอนด์แคตวอล์ก คราวนี้มูลค่านับพันล้าน โดยทีมนางแบบไฮแฟชั่น ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด ส่วน รมณีย์ เธียรประสิทธิ์, จิราพร พงษ์เสถียร และ รุ่งทิวา ศรีวรกุล มาชื่นชมความสำเร็จเพื่อน…

ll คริสต์มาสที่ผ่าน รัชนี เอมะรุจิ ไปฉลองกับครอบครัวที่ญี่ปุ่น ส่วนเพื่อนๆ ราชินี 63 เลือกไป เว้ ดานัง เวียดนาม นำขบวนโดย ท.พญ.โฉมไฉไล เอกจิตต์ สนุกสนานกลับมากันแล้ว…

ll ไม่ว่าจะจัดงานสังสรรค์ศิษย์เก่าเตรียมอุดมฯ รุ่น 24 ครั้งใดสองเพื่อนรัก ดนยา หงสกุล กับ พล.ต.อ.เฉลิมเดช ชมพูนุช จะโชว์เต้นร็อกทุกครั้ง สร้างสีสันให้งานไม่น่าเบื่อได้จริงๆ…

ll อนุชา โมกขะเวส หัวหน้าเพื่อนๆ รัฐศาสตร์ 21 อยู่ระหว่างสะสมสรรพกำลังทุกสิ่งของเพื่อนๆ เพื่อเตรียมจัดงานฉลองบัณฑิต เมื่อ 50 ปีก่อน เรียกว่าย้อนหลังไปนานแสนนานมาก…

ll อมรา หรือ ลุงแอ๊ด ถาวรมาศ จัดคลิปหนังสั้นเรื่อง “คืนข้ามปี” ลงใน FB เนื้อหาน่าชมยิ่ง เน้นความรักที่เจ้าตัวมีต่อภรรยา แม้อีกฝ่ายจะลาจากโลกนี้ขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้วก็ตาม…ทำเอาผู้ติดตามพลอยซาบซึ้งน้ำตาซึมไปด้วย…

ll ทั้งสาวและสะใภ้ในตระกูล“จิราธิวัฒน์” แต่งกายสวยงามตามท้องเรื่องในงานฉลองวิวาห์ของ ป๊อก-มาร์กี้ เมื่อคืนคริสต์มาสอีฟที่ผ่านมา และที่น่าจับตา “รุ่นใหญ่” ซึ่งสวยไม่มีใครเทียบเทียมได้คือ มารดาของเจ้าบ่าว อาภัสรา หงสกุล อดีตนางงามจักรวาลคนแรกของเมืองไทย…

ll ตั้งแต่เข้าไปอยู่บ้านริมคลองแถวตลิ่งชันเพลิดเพลินมีความสุขอยู่กับการปลูกพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิดไว้ทานเองและแจกจ่ายแก่ญาติพี่น้องคนคุ้นเคย โดยไม่ได้ไปไหนมาแรมปี พล.อ.ท.เจริญ-ดุษฎี อยู่เจริญ ตอบรับคำเชิญของหลานสาว แพรพลอย มหาวิจิตร ไปส่งท้ายปีเก่าที่หัวหิน แต่มีข้อแม้ว่าขอกลับมารับปีใหม่ที่บ้านกรุงเทพฯ เนื่องจากเกรงว่าการจราจรจะติดขัด…

ll วันที่ 26 ธ.ค.นี้ ท่านว.วชิรเมธี จัดงานบายศรีสู่ขวัญให้ ตูน-อาทิวราห์ และคณะ ที่ไร่เชิญตะวัน…คำคมที่น่าประทับใจมากๆ ของ ท่านว.วชิรเมธี ที่มีต่อ ตูนได้รับการเผยแพร่ทั่วไปยามนี้คือ “อยู่เพื่อตัวเอง แค่สิ้นใจ อยู่เพื่อคนทั่วไป อยู่ชั่วฟ้าดินสลาย”…สาธุ !!…ll

บารอนเนส

เปิดตัวลิมิเต็ดเอดิชั่น รุ่นล่าสุด “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล แคปซูล ซีรีย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310889

x

เปิดตัวลิมิเต็ดเอดิชั่น รุ่นล่าสุด “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล แคปซูล ซีรีย์”

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 20.30 น.

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ผู้นำแบรนด์วิสกี้ระดับโลกภูมิใจนำเสนอ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ล่าสุดต้อนรับเดือนธันวาคม “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล แคปซูล ซีรีย์” (Johnnie Walker Blue Label Capsule Series) ผลงานการออกแบบของ ทอม ดิกซัน (Tom Dixon) นักออกแบบชื่อดังชาวอังกฤษ สะท้อนเอกลักษณ์ ความหรูหรา ทันสมัยและความละเมียดละไมในการผลิตวิสกี้ของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล โดยนำแรงบันดาลใจจากหม้อกลั่นวิสกี้ที่ใช้กันมายาวนานถึงปัจจุบันมาออกแบบขวดและอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ในโทนสีทองแดง โดยมีการเผยโฉมครั้งแรกไปแล้วในงาน มิลาน ดีไซน์ วีค 2017 ประเทศอิตาลี

พอล สิริสันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเบลนด์วิสกี้ชื่อดังระดับโลก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ (Johnnie Walker) กล่าวว่า “จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล แคปซูล ซีรีย์ เป็นการนำศิลปะในการผลิตวิสกี้ซึ่งเสมือนมรดกอันล้ำค่า มาผสานกับศิลปะการออกแบบของดีไซเนอร์หนุ่มไฟแรงสัญชาติอังกฤษ ทอม ดิกซัน ผู้คิดนอกกรอบการดีไซน์ที่เคยมีมาจนเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพื่อแสดงออกถึงความโดดเด่นของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ที่พรั่งพร้อมด้วยความหรูหราและทันสมัย และเป็นสุดยอดแห่ง เบลนด์ สก๊อตช์ วิสกี้ ชั้นยอดที่บ่มจากมอลต์คุณภาพ ซึ่งให้กลิ่นรสหอมหวานเคล้าดาร์กช็อคโกแลต และสัมผัสถึงกลิ่นควันจางๆ”

ผลงานการออกแบบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล แคปซูล ซีรีย์ โดย ทอม ดิกซัน ประกอบไปด้วยขวด ที่ทำขึ้นพิเศษในศิลปะแบบร่วมสมัย ใช้สีทองแดงเป็นโทนหลัก “ผมยังเชื่อว่าสิ่งสำคัญ คือ การไม่หยุดนิ่ง” ทอม ดิกซัน เอ่ยถึงแนวคิดการออกแบบ “เหมือนกับโลโก้รูปคนเดินของจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ (Striding Man)  ที่บ่มเพาะด้วยชื่อเสียงและความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ไว้ทั้งหมด ซึ่งยังคงความร่วมสมัย เป็นตัวแทนของการก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่อนาคต หม้อกลั่นทองแดง ถังไม้โอ๊ค และความเชี่ยวชาญในการผลิตวิสกี้สุดคลาสสิค คือ สิ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อแนวคิดของผม หากคุณมองในแง่ของการนำเอาวัตถุดิบอันล้ำเลิศและความอุตสาหะ รวมถึงการทดลองอย่างจริงจัง เพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ลือชื่อจนได้รับการกล่าวขวัญเสมอมา คุณก็จะเริ่มเข้าใจ”

จิม เบเวอร์ริดจ์ มาสเตอร์ เบลนเดอร์ ของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กล่าวถึงการร่วมงานกันกับ ทอม ดิกซัน ในครั้งนี้ว่า “สิ่งที่ทอมและผมทำในการรังสรรค์ผลงานของพวกเรา เริ่มต้นมาจากแนวคิดและแรงกระตุ้น เพื่อสร้างสรรค์บางอย่างที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ส่วนที่เป็น ‘แนวคิด’ นั้นง่าย แต่ความท้าทายจริง ๆ คือ การพยายามและการทดลองอย่างไม่ลดละ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหลอมรวมกันในที่สุด สำหรับผมนี่เป็น ประสบการณ์และการอุทิศตนให้กับงานฝีมือของเรา ที่ทำให้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล และทอม ดิกซัน รู้สึกได้ถึงความลงตัวเข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ”

ขณะที่ จอห์น วิลเลียม (John William) จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลบอล แบรนด์ ไดเรกเตอร์ เผยว่า “ความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์เชิงศิลป์ของทอม ได้สร้างให้เขาเป็นบุคคลที่เหมาะสม ที่่จะได้ฝากผลงาน ของเขาไว้ในการออกแบบครั้งล่าสุดสำหรับเบลนด์ชั้นยอดของเราซึ่งจะนำเสนอให้กับเหล่าผู้หลงใหล
ในวิสกี้ในปีนี้”

จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล แคปซูล ซีรีย์ โดย ทอม ดิกซัน นักออกแบบไฟแรง ชาวอังกฤษชื่อดังระดับโลก พร้อมให้คนไทยทุกคนได้ดื่มด่ำในรสชาติ และเสพงานออกแบบ ร่วมสมัยอันหรูหรา ในเดือนธันวาคม 2560 นี้ เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.johnniewalkerstyle.com

พิธีมอบโล่พระราชทาน รางวัลวรรณกรรม ‘วรรณศิลป์อุชเชนี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310880

พิธีมอบโล่พระราชทาน  รางวัลวรรณกรรม ‘วรรณศิลป์อุชเชนี’

พิธีมอบโล่พระราชทาน รางวัลวรรณกรรม ‘วรรณศิลป์อุชเชนี’

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 15.11 น.

ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นับเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสดีๆ ให้กับนักเขียนทั่วประเทศ สำหรับ “การประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” หัวข้อ “มิ่งมิตร” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 โดย สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ร่วมกับ สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย, คณะภคินีเซอร์ปอล เดอ ชาร์ตร, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดขึ้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ ภายในงานประกาศผลผู้ที่ได้รับรางวัล ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานในพิธีขึ้นเปิดกรวยดอกไม้ และเป็นประธานมอบรางวัลในงาน พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการ ขึ้นกล่าวรายงาน ณ ห้องอโนมาแกรนด์ ชั้น 3 โรงแรมอโนมาแกรนด์กรุงเทพ เมื่อวันพุธที่ 20 ธันวาคม 2560 จากนั้น พิบูลศักดิ์ ละครพล ศิลปินนักเขียนที่เคารพนับถือ เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา หรือที่รู้จักในนามปากกาว่า “อุชเชนี” มาร่วมเล่าความรู้สึกถึงอุชเชนี ก่อนจะไปฟังเสวนาในหัวข้อ “รางวัลวรรณกรรมวรรณศิลป์อุชเชนีกับสังคมไทย” จาก ณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์, บาทหลวงอนุชา ไชเดช, อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ อ.ชไมพร แสงกระจ่าง

จากนั้นเป็นการประกาศผลรางวัล การประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” หัวข้อ “มิ่งมิตร” ครั้งที่ 1 โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ “ประเภทกลอนสุภาพ ระดับประชาชน” ได้แก่ บทกลอนชื่อ “เธออยู่บนชิงช้าสวรรค์” ของ สาวิตรี ทนแสน (นามปากกา “นิตา มาศิริ”) จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลชมเชย 2 รางวัล พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ บทกลอนชื่อ “มิ่งมิตร” ของ จุไรรัตน์ แสนใจรักษ์ (นามปากกา “วันรวี รุ่งแสง”) จากกรุงเทพมหานคร บทกลอนชื่อ “มิ่งมิตร” ของ นนทพันธ์ หิรัญเรือง จากจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ“ประเภทกลอนสุภาพ ระดับนักเรียน” ได้แก่ พิริยภูมิ หง่อยกระโทก โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา บทกวีชื่อ “รอยหวังกำลังใจ” ได้รับรางวัลเงินสด 30,000 บาทพร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, รางวัลชมเชย 2 รางวัล พร้อมใบประกาศเกียรติคุณได้แก่ บทกลอนชื่อ “มิ่งมิตร” ของ ณรงค์ชัย แสงอัคคี จากโรงเรียนระโนดวิทยา จังหวัดสงขลา และบทกลอนชื่อ “มิ่งมิตร”ของ เมธาวี ก้านแก้วจากโรงเรียนกระทุ่มแพ้ววิทยา จังหวัดปราจีนบุรี ส่วน “ประเภทความเรียง ระดับประชาชน “ ผู้ที่ได้รับความเรียงรางวัลดีเด่น ได้แก่ ความเรียงชื่อ “มิ่งมิตร” ของ วาสนา อุตเมืองเพีย (นามปากกา “วันนา วนาดิน”) จากจังหวัดนครราชสีมา ได้รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ความเรียงรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ความเรียงชื่อ “มิ่งมิตร” ของ ขนิษฐา วชิราพรพฤฒ (นามปากกา “จิตประภัสสร”) จากกรุงเทพมหานคร และความเรียงชื่อ “จดหมายถึงมิ่งมิตร” ของ เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสกี้จาก คนไทยในสหรัฐอเมริกา ความเรียงระดับนักเรียน และ รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ความเรียงชื่อ “มิ่งมิตร” ของ ณิชาภา บัวสัมฤทธิ์ จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย จังหวัดเชียงราย ความเรียงชื่อ “มิ่งมิตร” ของ ธัญพรภัส กนกกรมงคล จากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

“เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา” หรือที่เรารู้จักในนามปากกา “อุชเชนี” มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แม้จำนวนไม่มากแต่ทรงคุณค่าและโดดเด่นทางด้านวรรณศิลป์อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกวีนิพนธ์ อย่าง “ขอบฟ้าขลิบทอง”, “ดาวผ่องนภาดิน” หรือความเรียงร้อยแก้ว อย่าง “เพียงแค่เม็ดทราย” ในนามปากกา “นิด นรารักษ์” นอกจากผลงานการเขียน ซึ่งก่อเกิดแรงบันดาลใจมากมายสำหรับผู้ที่รักทางด้านวรรณศิลป์แล้ว การใช้ชีวิตเรียบง่ายอ่อนโยนเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น ยังเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการดำเนินรอยตามอีกด้วย

“อุชเชนี” ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติในปี พ.ศ. 2536 และยังได้รับรางวัลอื่นๆ ทั้งรางวัลด้านวรรณกรรม อาทิ รางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ จากรัฐสภาร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย หรือรางวัลในหน่วยงานของศาสนา อาทิ รางวัล “Achievement Awards” จากสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย และเครื่องประดับเกียรติยศของสมเด็จพระสันตะปาปาซิลแวสเตอร์ ขั้นอัศวินกางเขนใหญ่ อุชเชนีถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนบ่งบอกถึงผลงานและชีวิตอันน่าจดจำ และสานต่อคุณงามความดีของอุชเชนีที่ได้อุทิศตนไว้

ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกก.อำนวยการ, พ.ต.ปานสรวง ชุมสายฯ, มาแมร์มีเรียม กิจเจริญ, บาทหลวงอนุชา ไชเดช และ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ

ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกก.อำนวยการ, พ.ต.ปานสรวง ชุมสายฯ, มาแมร์มีเรียม กิจเจริญ, บาทหลวงอนุชา ไชเดช และ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ
ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน

ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะ มะเร็งเต้านม’กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะถ้าแย่เดี๋ยวจะแก้ไม่ทัน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310815

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะ มะเร็งเต้านม'กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะถ้าแย่เดี๋ยวจะแก้ไม่ทัน'

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะ มะเร็งเต้านม’กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะถ้าแย่เดี๋ยวจะแก้ไม่ทัน’

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.23 น.

“กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะถ้าแย่เดี๋ยวจะแก้ไม่ทัน”สุภาษิตโบราณนี้เข้ากับทุกยุคสมัย โดยเฉพาะแนวนิยมด้านสุขภาพในปัจจุบันที่เน้นเชิงป้องกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย อาหารการกิน อาหารเสริม และการตรวจสุขภาพประจำปีหนึ่งในหัวข้อสำคัญสำหรับการตรวจสุขภาพได้แก่ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง (การตรวจคัดกรองหมายถึงการตรวจหาโรคแม้มิได้มีอาการ)คำถามแรกที่ควรจะต้องได้คำตอบก่อนตัดสินใจต่อไปคือ โรคใดบ้างที่ควรได้รับการตรวจคัดกรอง และเหตุผลคืออะไร ซึ่งองค์การอนามัยโลกให้คำอธิบายและหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจนดังนี้เป็นโรคที่พบบ่อย ,เป็นโรคที่มีระยะเวลาที่ไม่แสดงอาการยาวนาน ,เป็นโรคที่สามารถรักษาได้, วิธีการตรวจมีความแม่นยำและเชื่อถือได้,วิธีการตรวจเป็นที่ยอมรับโรคที่มีคุณสมบัติครบถ้วนชัดเจนคือมะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเพศหญิง และเป็นโรคเงียบกล่าวคือมีระยะเวลาที่ไม่แสดงอาการยาวนานจากรอยโรคเล็กๆใช้เวลาเจริญเติบโตจนกระทั่งเป็นก้อนที่คลำได้เฉลี่ยถึงสองปี ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เต้านมจะช่วยให้เริ่มวินิจฉัยและรักษาได้เร็วขึ้นมาก ส่งผลถึงความยุ่งยากในการรักษาและอัตราการหาย ในขณะเดียวกันการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันได้ผลดีมาก มากกว่า70%ของผู้ป่วยสามารถหายขาดจากโรคได้

ผศ.นพ ประกาศิต จิรัปปภาผู้ช่วยศาสตราจานย์ แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลรามาธิบดีและคณะกรรมการและเหรัญญิก สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (TBS)กล่าวว่ารายละเอียดวิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมวิธีการตรวจที่เป็นมาตรฐานได้แก่การทำแมมโมแกรม ซึ่งก็คือการเอ็กซเรย์เต้านมนั่นเอง แต่เป็นเครื่องมือที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อการตรวจเต้านม มีสองขั้นตอนได้แก่การบีบเนื้อเต้านมและการเอ็กซเรย์ เป้าหมายของการบีบเนื้อเต้านมคือการทำให้ความหนาของเนื้อที่จะเอ็กซเรย์บางลง เพื่อลดการทับซ้อนกันของเนื้อเยื่อเต้านมส่งผลให้ตรวจพบก้อนได้ง่ายมากขึ้นและใช้รังสีน้อยลง ซึ่งในปัจจุบันกล่าวได้ว่าปริมาณรังสีที่ได้รับน้อยมากๆจนไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ความผิดปกติที่อาจเกิดจากมะเร็งและสามารถเห็นในแมมโมแกรมได้แก่ ก้อนในเต้านม, หินปูนเกาะผิดปกติในเนื้อเต้านมและโครงสร้างที่ผิดรูปไปของเต้านม อย่างไรก็ตามในบางกรณีอาจส่งผลให้ความแม่นยำในการตรวจเต้านมด้วยการทำแมมโมแกรมลดลงเช่น ในผู้ที่มีความหนาแน่นของเนื้อเต้านมสูง เต้านมจะมีความทึบรังสีมากขึ้นและอาจซ้อนทับกันจนบังก้อนที่มีอยู่ได้ในกรณีที่เนื้อเต้านมมีความหนาแน่นสูงนี้ อาจส่งผลให้ความแม่นยำในการตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมอย่างเดียวลดลงมากถึง 50% ซึ่งการตรวจเสริมด้วยอัลตราซาวด์จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

การตรวจอัลตราซาวด์เต้านม เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบเดียวกับการอัลตราซาวด์ช่องท้องที่เราคุ้นเคยนั่นเอง การทำงานของการเครื่องมือนี้คล้ายกับโซนาร์ที่ใช้หาปลาทะเลแต่ภาพที่ได้มีความละเอียดมากกว่า โดยหัวตรวจอัลตราซาวด์จะปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงออกมาและรับคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับเอามาประมวลผลสร้างเป็นภาพ โดยมีหลักการว่าเนื้อเยื่อแต่ละชนิดจะสะท้อนเสียงกลับได้ไม่เท่ากัน จากนั้นเอาข้อมูลที่ได้ทั้งความลึกและปริมาณเสียงที่สะท้อนกลับมาสร้างเป็นภาพ อัลตราซาวด์สามารถตรวจหาก้อนในเต้านมได้แม้เนื้อเยื่อจะมีความหนาแน่นมากจนไม่สามารถตรวจด้วยแมมโมแกรมได้ อย่างไรก็ตามการตรวจคัดกรองยังจำเป็นต้องใช้การตรวจแมมโมแกรมเพราะลักษณะหินปูนที่เกาะในเนื้อเต้านมและโครงสร้างที่ถูกดึงบิดไปยังเป็นรอยโรคที่พบโดยแมมโมแกรมและแทบจะไม่เห็นในอัลตราซาวด์เลย

สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในยุโรปตะวันตกหรือสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่จะเป็นบริการที่จัดโดยรัฐให้ตรวจได้ฟรีและเป็นการตรวจแมมโมแกรมเพียงอย่างเดียว จนเมื่อพบความผิดปกติจึงจะเรียกกลับมาตรวจซ้ำด้วยอัลตราซาวด์ แต่ในประเทศไทยเรามักพบผู้หญิงที่เต้านมมีความหนาแน่นสูง(เต้านมเล็กกว่าแต่ปริมาณต่อมน้ำนมเท่ากัน)ซึ่งมีผลให้ความไวของแมมโมแกรมในการตรวจหาก้อนลดลง ดังนั้นในประเทศไทยเราจึงตรวจทั้งแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เต้านมไปพร้อมๆกันจากรายงานการวิจัยพบว่าการตรวจแมมโมแกรมเพียงอย่างเดียวมีความไวในการวินิจฉัยความผิดปกติได้ประมาณ 85-90% แต่ในเต้านมที่มีความหนาแน่นสูงความไวในการตรวจจะลดลงเหลือเพียง 35-50% แต่ถ้าได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ร่วมด้วยความไวในการตรวจพบความผิดปกติจะเพิ่มกลับไปเป็น 90-95%เกณฑ์ที่มีเหตุผลทางวิชาการเป็นที่ยอมรับทั่วโลกสำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมคือ ควรได้รับการตรวจคัดกรองทุกปีโดยเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปี และตรวจไปเรื่อยๆตราบใดที่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันปกติได้

เครื่องมืออื่นๆที่มีความพยายามนำมาใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแต่ยังพบว่าไม่เหมาะสมนัก ได้แก่การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้่า(MRI Breast) การตรวจวิธีนี้มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติสูงมากกว่าแมมโมแกรมมาก แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่าความไวที่มากเกินไปนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องได้รับการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นเพิ่มมากขึ้น อาจพูดได้ว่าการตรวจวิธีนี้มีความไวมากเกินไปจนทำให้มองเห็นรอยโรคที่ไม่ใช่มะเร็งเป็นรอยโรคที่มีความน่าสงสัย ดังนั้นการนำวิธีการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามาใช้ในผู้ป่วยทั่วไปยังเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น แต่สามารถนำมาใช้ได้ด้วยความระมัดระวังหรือใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เช่นทราบแน่นอนว่ามีพันธุกรรมผิดปกติการตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง สารบ่งชี้มะเร็งคือสารที่สร้างโดยเซลล์มะเร็งและไม่สร้างโดยเซลล์ปกติหรือสร้างในปริมาณต่ำมากๆ ถ้ากล่าวเพียงแค่นี้โดยคำจำกัดความแล้วสารบ่งชี้มะเร็งน่าจะใช้ในการตรวจหามะเร็งได้และมีความสะดวกในการใช้อย่างมากเพราะใช้แค่การตรวจเลือด แต่ในความเป็นจริงสารต่างๆเหล่านั้นแม้ไม่สร้างโดยเซลล์ปกติ แต่กลับมีการตรวจเลือดพบสารบ่งชี้มะเร็งต่างๆได้สูงมากขึ้นในภาวะที่มีการอักเสบในอวัยวะต่างๆของร่างกายสารบ่งชี้มะเร็งเกือบทั้งหมดมีความไวต่ำและมีความจำเพาะต่ำ กล่าวคือแม้ขณะเป็นมะเร็งก็อาจตรวจไม่พบสารบ่งชี้มะเร็ง โชคร้ายไปกว่านั้นบางขณะแม้ไม่เป็นมะเร็งก็ยังอาจตรวจพบสารบ่งชี้มะเร็งสูงขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากอย่างมากกว่าจะสามารถวินิจฉัยได้แน่นอนว่าไม่ได้เป็นมะเร็งและยังเสียสุขภาพจิตอย่างร้ายแรงอีกด้วย

‘กระดูกพรุน’ ภัยร้ายคนสูงวัย สะสมแคลเซียมป้องกันได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310680

‘กระดูกพรุน’ ภัยร้ายคนสูงวัย  สะสมแคลเซียมป้องกันได้

‘กระดูกพรุน’ ภัยร้ายคนสูงวัย สะสมแคลเซียมป้องกันได้

วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบันเรามักได้ยินว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคม “ผู้สูงอายุ” แล้ว ทำให้มีคำแนะนำหรือข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผู้สูงอายุว่ามีโรคอะไรที่จะเกิดขึ้นเมื่อพยาธิสรีระมีการเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ควรต้องระมัดระวังให้มากที่สุดในผู้สูงอายุ เป็นภัยร้ายที่อาจตามมานั่นคือ“กระดูกพรุน” ที่รอวันหักในเวลาที่เกิดพลัดหกล้ม จนกลายเป็น“วงจรเศร้าสลด” และต้องทนทุกข์ทรมานก่อนจากโลกนี้ไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สมบัติ โรจน์วิโรจน์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยว่า “กระดูกพรุน” มีสาเหตุเกิดจากการสูญเสียมวลกระดูก ทำให้กระดูกบางลง หากนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงเปลือกไข่เปราะๆ บางๆ แตกหักง่าย ทำให้บางคนตัวเตี้ยลง เนื่องจากกระดูกโปร่งบางและยุบตัวช้าๆ ที่น่าเป็นห่วง คือผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมีโอกาสเกิดกระดูกแตกหักง่ายกว่าคนทั่วไป จะทราบได้อย่างไรว่าตัวเองมีภาวะ “กระดูกพรุน” โดยทั่วไปกระดูกที่พรุนหรือมวลกระดูกบางลงจะไม่มีอาการแสดงออก เรียกว่าเป็นภัยเงียบที่ซ่อนเร้นอยู่ ซึ่งมีวิธีการตรวจ คือการสกรีนด้วยอัลตร้าซาวนด์ที่ข้อมือ และข้อเท้า เพื่อเป็นการตรวจคัดกรอง หากพบความผิดปกติก็จะต้องตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องตรวจวัดมวลกระดูก ซึ่งผู้สูงอายุเวลามีกระดูกพรุนจะไม่ได้พรุนเฉพาะจุด จึงต้องตรวจวัดที่สะโพกและกระดูกสันหลัง เพราะเป็นจุดที่เห็นชัดที่สุดที่ถือเป็นมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก สำหรับค่าการวัดที่ได้เราจะเปรียบเทียบกับคนปกติทั่วไปวัย 35 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่มวลกระดูกหนาแน่นที่สุด ถ้าใครผลออกมาเป็นผล บวก จนถึง ลบ 1 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าต่ำกว่าลบ 1 ถึง ลบ 2.5 แสดงว่ากระดูกบางลง เนื่องจากมวลกระดูกลดลง แต่ถ้าใครตรวจแล้วพบว่าต่ำว่า ลบ 2.5 จะถูกวินิจฉัยว่า “กระดูกพรุน” ต้องได้รับการรักษา

film กระดูกสะโพก

หากเกิดเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิด นั่นคือ ผู้สูงอายุหกล้มกระดูกหัก โดยอวัยวะที่หักพบบ่อยใน 3 ส่วน คือ ข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลัง จากข้อมูลทั่วไปพบว่าหาก“ข้อมือหัก” หรือ “กระดูกสันหลังทรุด” กระดูกจะมีรูปร่างบิดเบี้ยวไป หลังก็ค่อมลงๆ แต่มักจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ยกเว้นกรณีที่ทรุดไปมากหรือมีการกดทับเส้นประสาทก็ต้องรับการรักษาเฉพาะทาง แต่ถ้า “กระดูกสะโพกหัก” ปัญหาคือความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ไม่สามารถลุกยืนเดินได้ ต้องนอนติดเตียงเสี่ยงกับโรคแทรกซ้อนต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งเกินกว่า ร้อยละ 95 ต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน แต่ที่สำคัญคือการรักษาแบบองค์รวมของหลากหลายสาขาอย่างมีระบบจะช่วยให้เกิดความรวดเร็ว ปลอดภัย

ในส่วนวิธีการผ่าตัดในผู้ป่วยแต่ละคนนั้นแพทย์ต้องเลือกว่าเหมาะกับการรักษาวิธีใด เพราะมีรูปแบบการรักษาต่างๆ เช่น ผ่าตัดใส่แท่งโลหะยาวๆ มีสกรูยึด หรือมีเรื่องของการใช้ซีเมนต์เสริม บางรายอาจใช้ข้อสะโพกเทียม หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ววันที่ 2-5 ผู้ป่วยต้องเริ่มทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสภาพ พยายามให้ลุกออกจากเตียง ฝึกการนั่ง ยืน เดิน และการทรงตัว ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญมาก เพราะผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่ที่นอนติดเตียง อาจส่งผลร้ายตามมา

มีข้อมูลที่มีการอ้างอิงออกมาว่า เมื่อกระดูกสะโพกหักแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย 20% มักเสียชีวิต ภายใน 1 ปี 30% พิการถาวร 40% ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงในการเดิน ที่สำคัญคือไม่สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวัน ได้เหมือนเดิม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนปกติก่อนกระดูกหัก ฉะนั้นจึงเน้นย้ำเสมอว่าอย่าให้มีกระดูกหักครั้งแรก เพราะก็อาจจะมีครั้งต่อๆ ไปตามมา จนเข้าสู่ “วงจรเศร้าสลด” หมายความว่า ผู้สูงวัยเมื่อไหร่ที่เริ่มล้ม ก็มีโอกาสที่จะล้มซ้ำได้อีก เมื่อล้มแล้วล้มอีกก็ต้องทนทุกข์ทรมานผ่าตัดซ้ำๆ อยู่แบบนี้ สุดท้ายก็ต้องเสียชีวิตจากโรคอื่นที่แทรกซ้อนและรุมเร้าเข้ามา

ดังนั้น จึงต้องป้องกันไม่ให้ล้มซ้ำ การป้องกันการล้มซึ่งมีหลากหลายวิธี ได้แก่ การฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อมาประคองกระดูกไว้ การฝึกการทรงตัวและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ส่วนออกกำลังกายชนิดที่มีการลงน้ำหนัก ได้แก่ วิ่งเหยาะๆ เดินเร็ว ก็มีส่วนช่วยให้
กระดูกแข็งแรงขึ้น สำหรับการรักษากระดูกพรุนมีหลักการคือ การให้ร่างกายเสริมสร้างโครงกระดูกด้วยการสะสมแคลเซียม เช่น การเสริมอาหารหรือการเสริมแคลเซียมในปริมาณที่พอเหมาะ ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ยาช่วยยับยั้งการสลายแคลเซียมจากกระดูก หรือยาฮอร์โมนบางประเภทร่วมด้วย ยาฉีดที่เป็นฮอร์โมน เรียกว่า “พาราไทรอยด์ฮอร์โมน” ที่ช่วยกระตุ้นในการสร้างกระดูกและช่วยรักษาให้การดูดซึมของแคลเซียมออกจากกระดูกน้อยลง และต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการหัก

สิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเอง และทำให้มวลกระดูกของเรามีความหนาแน่นเหมือนกับตอนอายุ 35 ปี เพราะเมื่อสูงวัยขึ้นมวลกระดูกก็จะลดลงอย่างช้าๆสิ่งสำคัญคือ การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคกระดูกพรุนให้มากขึ้น ถึงสาเหตุหรือองค์ประกอบที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน ไม่ว่าจะพันธุกรรมหรือปัจจัยเสี่ยง รวมถึงพฤติกรรมการบริโภค และการออกกำลังกายซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

ฟิล์มเอกซเรย์ ใส่สกรู

ทั้งนี้ การป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำอีก คือต้องดูแลในเรื่องคุณภาพกระดูกให้แข็งแรงใกล้เคียงกระดูกปกติ ได้แก่เรื่องยาพื้นบ้าน คือ “แคลเซียม” ปริมาณพอเหมาะอยู่ที่ 800-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากรับประทานเกินไปถึง 2,000-3,000 มิลลิกรัม ก็จะดูดซึมได้ไม่หมด อาจเกิดท้องผูกและผลเสียด้านอื่นได้ และทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ อีกตัวหนึ่งคือ “วิตามินดี” ซึ่งผิวหนังร่างกายคนเราสามารถสร้างได้จากการโดนแสงแดด จึงควรตากแดดประมาณ 30 นาที แนะนำให้ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนสั้นไม่ต้องทาครีมกันแดด ในช่วงเวลา 8-9 โมงเช้า

แต่ถ้าใครไม่อยากตากแดดก็มีอีกวิธีหนึ่งคือนำเห็ดสดๆ (เห็ดสดที่บริโภคได้) ไปตากแดดในช่วงแดดจัดๆ ประมาณ 1 ชม. เห็ดสดจะสร้างวิตามินดีเก็บไว้ เมื่อเรานำเห็ดนั้นมาปรุงอาหารรับประทาน ก็จะทำให้เราได้รับวิตามินดีได้แบบเต็มๆ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมมากๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น คะน้า บร็อคโคลี่ นม และผลิตภัณฑ์ของนม ปลาตัวเล็กตัวน้อย เต้าหู้ งาดำ ก็ช่วยเสริมสร้างกระดูกของเราให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนยามเมื่อเรากลายเป็นผู้สูงวัยในอนาคต

ศูนย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลกรุงเทพ มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านการรักษากระดูกหักประจำโรงพยาบาล ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยกระดูกหักทั้งก่อนการรักษา หรือผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามาแล้วแต่ไม่มั่นใจในผลการรักษา ด้วยบริการ Fast Track Fracture Call Center ให้คำปรึกษาตอบปัญหากระดูกหักโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยผู้ป่วยสามารถส่งภาพเอกซเรย์มาเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่ E-mail : BFC@bgh.co.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลกรุงเทพ Call Center โทร.1719