คริสต์มาสสูงเสียดฟ้า ณ เดอะ เพนท์เฮาส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307507

คริสต์มาสสูงเสียดฟ้า ณ เดอะ เพนท์เฮาส์

คริสต์มาสสูงเสียดฟ้า ณ เดอะ เพนท์เฮาส์

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 19.00 น.

ทะยานสู่ท้องฟ้าในเทศกาลคริสต์มาสนี้ ณ เดอะ เพนท์เฮาส์ บาร์ แอนด์ กริล (The Penthouse Bar & Grill) ของโรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ (Park Hyatt Bangkok) บนชั้น 34 เหนือใจกลางเมืองอันเปี่ยมไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา

สร้างโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองให้กลายเป็นช่วงเวลาอันแสนพิเศษ เริ่มต้นด้วยอาหารค่ำเย้ายวนใจของ คริสต์มาส อีฟ (Christmas Eve) หรือคริสต์มาส ดินเนอร์ (Christmas Dinner) ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเชฟเดอคิวซีนชาวแคนาดา แอนดรู ดิคกี้ (Canadian Chef de Cuisine Andrew Dickie) และทีมผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหลของเขา ที่พร้อมจะกดปุ่มสตาร์ทการเดินทางแห่งรสชาติให้กับทุกๆ เมนูแห่งเทศกาลการเฉลิมฉลองนี้

ดินเนอร์เซ็ต 5-คอร์ส คริสต์มาส อีฟเริ่มต้นเฉลิมฉลองคริสต์มาสของคุณด้วยออยสเตอร์คาโดเรท์สดใหม่ ตกแต่งด้วยแอปเปิ้ลเขียว ขิง และทับทิมมิกโนเนต กับอาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกที่เสิร์ฟด้วยสแกลลอปฮอกไกโดกับไข่ปลาคาเวียร์เซฟรูกรา เยรูซาเล็มอาร์ติโชกและสาลี่นาชิ ตามมาด้วยจานที่สองเป็นซุปเวลูเตเกาลัดเนื้อละเอียดดุจกำมะหยี่และหอมละมุนสไตล์ฤดูหนาว พร้อมด้วยแบล็คทรัฟเฟิล ขณะที่เมนคอร์สเป็นอีกหนึ่งตำรับอาหารอันละเมียดละไมของเทศกาลคริสต์มาส แต่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่: ของเนื้อเวลลิงตันกับพาร์มาแฮมและพอร์ตไวน์ซุส ปิดท้ายดินเนอร์คริสต์มาสอันแสนเลิศรสด้วยเหล่าขนมหวานฉาบน้ำตาลของเทศกาล และเค้กขอนไม้ (Bouche de Noël) กับกรองด์ครูส์ช็อกโกแลต และอมารีนาเชอร์รี่ ราคา 4,950++บาทต่อท่าน และ6,950++บาทต่อท่าน กับการจับคู่ไวน์

เมนูอะลาคาร์ทเทศกาลวันคริสต์มาสเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาชั่วโมงสุดท้ายของวันคริสต์มาสในบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและหรูหราแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองของ เดอะ เพนท์เฮาส์ โดยได้คัดสรรซึ่งเมนูจานที่คุณชื่นชอบจากการสร้างสรรค์อันเป็นต้นตำรับดั้งเดิมของเชฟ ทั้งเริ่มต้นเฉลิมฉลองคริสต์มาสของคุณด้วยออยสเตอร์คาโดเรท์สดใหม่ ตกแต่งด้วยแอปเปิ้ลเขียว  ขิง และทับทิมมิกโนเนต (620 บาท); สแกลลอปฮอกไกโดกับไข่ปลาคาเวียร์เซฟรูกรา (1350 บาท); ซุปเวลูเตเกาลัดแบล็คทรัฟเฟิล (880 บาท); เนื้อเวลลิงตันกับพาร์มาแฮมและพอร์ตไวน์ซุส (1850 บาท); และขนมหวานสุดคลาสสิคของเค้กขอนไม้ (450 บาท)

นับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ที่จะช่วยยกระดับสู่จุดสูงสุดของประสบการณ์การรับประทานอาหารแห่งเทศกาลเฉลิมฉลอง ณ เพนท์เฮาส์ กริล ด้วยเอกลักษณ์่การตกแต่งของมอเตอร์ไบค์วินเทจ หรือ ณ หัวใจอันสง่างามของ กริล ที่โดดเด่นด้วยหินอ่อนสีขาวและครัวแบบเปิดโชว์ รวมถึงยังได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศเสมือนการล่องเรือเดินทางสู่เทศกาลคริสต์มาสสุดหรู ภายใต้การตกแต่งและสะพานซึ่งทอดตัวกลางเมืองใหญ่และเผยความสวยงามของทิวทัศน์บนเรือลำนี้ ทุกอย่างล้วนบอกเล่าถึงห้วงเวลาอันน่าจดจำที่เป็นบรรยากาศของเทศกาลแห่งความสุขในวันคริสต์มาสที่ส่งต่อจากครอบครัว เดอะ เพนท์เฮาส์ สู่คุณ

ราคาทั้งหมดเป็นไทยบาท และมีค่าบริการ 10% รวมถึงภาษี 7% กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร. +66 2 011 7429 ระหว่างวันอังคารถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9.00น.-18.00น. หรืออีเมล์ chalikarn.singsamroeng@hyatt.com

‘สยามไวเนอรี่’เปิดตัวสปาร์คกลิ้งไวน์ ดื่มด่ำรสชาติแห่งความสุขรับลมหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307505

'สยามไวเนอรี่'เปิดตัวสปาร์คกลิ้งไวน์ ดื่มด่ำรสชาติแห่งความสุขรับลมหนาว

‘สยามไวเนอรี่’เปิดตัวสปาร์คกลิ้งไวน์ ดื่มด่ำรสชาติแห่งความสุขรับลมหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.30 น.

ลมหนาวมาพร้อมกับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง สยาม ไวเนอรี่ จำกัด (Siam Winery) ผู้ผลิต ไวน์มอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley Wines) สุดยอดไวน์คุณภาพดีที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีรางวัลระดับโลกจากหลายสถาบันเป็นเครื่องการันตี พร้อมเปิดตัว“มอนซูน แวลลีย์บรุท เพรสทีจ สปาร์คกลิ้ง ไวน์”  (Monsoon Valley Brut Prestige Sparkling Wine) สปาร์คกลิ้งไวน์รสชาติละมุนที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจในค่ำคืนสุดพิเศษ ณ ไร่องุ่น มอนซูน แวลลีย์อ.หัวหิน ในวันศุกร์ที่1 ธันวาคมศกนี้

ไวน์มอนซูน แวลลีย์(Monsoon Valley Wines)ไวน์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นโครงการ เมื่อปี 2544 ทำการผลิตไวน์ด้วยองุ่นจาก ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ที่หัวหิน ซึ่งสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เหมาะสมกับการปลูกองุ่นสายพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลก ทำให้มีวัตถุดิบหลากหลายในการผลิตไวน์คุณภาพ และภายใต้การดูแลอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนโดย คุณศุภเชษฐ์ สะสมสิน Winemaker & Innovation Managerผู้มากประสบการณ์ของสยามไวเนอรี่ ทำให้ไวน์มอนซูน แวลลีย์มีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์จนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับโลกมาแล้วมากกว่า 200 รางวัล

“เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลแห่งการความสุขและการเฉลิมฉลอง สยาม ไวเนอรี่  จึงเปิดตัว “มอนซูนแวลลีย์บรุท เพรสทีจ สปาร์คกลิ้ง ไวน์” (Monsoon Valley Brut Prestige Sparkling Wine) สปาร์คกลิ้งไวน์รสชาติละมุนมีสีเหลืองแกมเขียว หอมกลิ่นซีตรัส เหมือนเลมอน หรือ ผลไม้เมล็ดแข็งจำพวกเชอร์รี่ พีช มีความหวานเล็กน้อยซึ่งช่วยสร้างความสมดุล ให้รสชาติสดชื่นและฟองซาบซ่าได้พอดี ชวนให้นึกถึงรสชาติผลไม้ที่แสนสดชื่น จึงเหมาะที่จะเป็นเครื่องดื่มในช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่แสนพิเศษ”ศุภเชษฐ์ สะสมสินกล่าว

สำหรับภายในงานเปิดตัวครั้งนี้ ถูกเนรมิตบรรยากาศไว้อย่างอบอุ่น แต่เปี่ยมด้วยความโรแมนติกกลางไร่องุ่นที่โอบกอดด้วยขุนเขา โดยผู้มีเกียรติทุกท่านจะได้รับการต้อนรับทันทีเมื่อมาถึง เดอะ ศาลา ซึ่งเป็นบริเวณจัดงาน ด้วยไวน์แดงระดับพรีเมียมตัวใหม่ของ“มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรด”(Monsoon Valley Signature Red) และไวน์ขาว “มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์”พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารว่างและสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ ชื่นชมไร่องุ่นแบบ 360 องศา และเรียนรู้เรื่องราวการทำไวน์ , สร้างสรรค์จินตนาการลงบนขวดไวน์ตามสไตล์ที่ชื่นชอบตลอดจนถ่ายภาพสุดชิคในมุมต่างๆ ภายในงาน หรือจะเพลิดเพลินกับร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากไร่องุ่น มอนซูน แวลลีย์จากนั้นจึงร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดตัว “มอนซูน แวลลีย์บรุท เพรสทีจ สปาร์คกลิ้ง ไวน์” (Monsoon Valley Brut Prestige Sparkling Wine) ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ ภายใต้แสงดาวและแสงเทียน พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารค่ำรสชาติเยี่ยมและสุนทรีย์ไปเสียงเพลงที่จะขับกล่อมทุกท่านให้สมเป็นค่ำคืนสุดพิเศษที่จะประทับอยู่ในความทรงจำไปตราบนานเท่านาน

ขอเชิญร่วมดื่มด่ำกับรสชาติแสนพิเศษของ “มอนซูน แวลลีย์บรุท เพรสทีจ สปาร์คกลิ้ง ไวน์”เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึง โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.monsoonvalley.comหรือติดตามได้ทางเฟสบุ๊คที่ http://www.facebook.com/monsoonvalley

 

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307381

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 7 ธันวาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ สายจิตร กฤษณามระ ภริยา ศ.กิตติคุณเติมศักดิ์ กฤษณามระ ผอ.สถาบันบัณฑิตบริหาธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาฯณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส(เมรุด้านใต้) 23 ธ.ค.17.30 น. …และมีพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน 22 ธ.ค.10.00 น..

●● นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.รพ.ราชวิถี  แถลงข่าวเปิดโครงการ “รพ.ราชวิถีดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” ชวนร่วมบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์รพ.ราชวิถี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศ มี ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา,ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ,หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา,ศรัยฉัตร จีระแพทย์ พร้อมดาราศิลปินใจบุญร่วมด้วย 8 ธ.ค.10.00-12.00 น. บริเวณหน้าตึกสิรินธร รพ.ราชวิถี..

●● จากกิจกรรมดีๆ ของโครงการ ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เกิดปรากฏการณ์ของ “ตูน บอดี้สแลม”สร้างความรักความสามัคคีกำลังใจและแง่มุมดีๆ ได้รับคำชื่นชมจากคนทั้งประเทศรวมถึงส่งเสริมให้ออกกำลังกาย เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้บริการโรงพยาบาล วันก่อน “โจนูโว” ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ชลบุรี มีผู้ชมฝากเงินสมทบทุนให้ “พี่ตูน” โจรีบโอนเข้ามูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์(โครงการก้าวคนละก้าว) เป็นเงิน 50,115 บาท ด้วยความปลื้มปริ่ม..

●● วิวรรณ สารกิจปรีชา เป็นแม่งานใหญ่จัดนิทรรศการ Project Approachรวบรวมผลงาน การเรียนรู้แบบโครงงานของลูกศิษย์เด็กน้อยชั้นเตรียมอนุบาลถึง อ.3 จะเปิดให้บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ชม 16 ธ.ค.ส่วนผู้ปกครองให้กำลังใจลูกหลาน ที่จะผลัดกันพรีเซนต์ผลงานด้วย  17 ธ.ค. รร.อนุบาลกุ๊กไก่..

●● ยินดีกับ พ.ต.อ.(พิเศษ)ชัยทัศน์ รัตนพันธุ์,ดร.เฉลิมชัย ผู้พัฒน์ สังกัดสำนักงาน  กสทช. เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พล.อ.อ.กำธน  สินธวานนท์ ผู้แทนพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นพ่อดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2560เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 9 5 ธันวาคม ณ หอประชุมใหญ่ กองบัญชาการทหารเรือ..

●● กัปตันสนอง มิ่งเจริญ แห่งการบินไทยในฐานะนายกสมาคมนักบินไทย รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานฟุตบอลนักบินอาเซียน ที่ กรุงเทพฯ ณ สนาม Superkick ลาดพร้าว ในวันที่ 6-7 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีทีมจากชาติต่างๆ ในอาเซียนเข้าร่วมแข่งขันรวม 8 ทีม…

●● สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)เชิญดาวน์โหลดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อประโยชน์แก่ชีวิตประจำวัน การศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบธุรกิจ http://www.tistr.or.th/ristrblog/?cat=771..●●

น้อง

สุดยอดนักออกแบบรุ่นใหม่ ‘ปั้นยางให้เป็นงาน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307382

สุดยอดนักออกแบบรุ่นใหม่ ‘ปั้นยางให้เป็นงาน’

สุดยอดนักออกแบบรุ่นใหม่ ‘ปั้นยางให้เป็นงาน’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทีม “Group” คว้ารางวัลชนะเลิศ

รับเบอร์แลนด์ (Rubberland) อุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับยางพาราของไทย จัดงานประกาศผลสุดยอดนักออกแบบรุ่นใหม่ ในโครงการ “รับเบอร์แลนด์ ดีไซน์ คอนเทสต์” โชว์ผลงานที่ดีที่สุด 10 ผลงาน จากกว่า 277 ผลงานของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ที่ตอบโจทย์ที่ท้าทายจากวัสดุโฟมยางพารา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Future Living ปั้นยางให้เป็นงาน ผลิตภัณฑ์เพื่อวิถีชีวิตแห่งอนาคต โดยมี นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

นายวันจักร โชติชัยชรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านปฏิบัติการและการบริหารสินค้า รับเบอร์แลนด์ กล่าวว่า ภาพรวมการจัดการประกวดในครั้งนี้ แม้จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีเกินคาด ด้วยจำนวนผลงานที่ส่งเข้ามาถึง 277 ทีมจากทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาของโครงการ รับเบอร์แลนด์ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดสินค้าจากยางพาราด้วยงานดีไซน์ ผ่านการอบรมและกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ เพื่อปูพื้นฐานให้กับเยาวชนไทยเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักออกแบบมืออาชีพในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการต่อยอดทางธุรกิจ ตามแผนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด รับเบอร์แลนด์ เผยว่า รับเบอร์แลนด์ ได้ตระหนักถึงเรื่องการต่อยอดของยางพารา และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อสังคม เราจึงนำงานดีไซน์มาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มมูลค่าของยางพารา อีกทั้ง ยังสร้างเวทีให้เด็กยุคใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเป็นโอกาสสำคัญในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมการออกแบบ และเติบโตไปพร้อมแนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยผู้ชนะการประกวดจะได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงาน และเซ็นสัญญาในเชิงพาณิชย์เพื่อผลิตและจำหน่ายผลงานจริงในพื้นที่ของรับเบอร์แลนด์

ทั้งนี้ โครงการ RUBBERLAND Design Contest ในปีนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการออกแบบ ที่มาร่วมเป็นกรรมการ ได้แก่ ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ดร.สุรพิชญ ลอยกุลนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และ นายภูเบศ วิทยาสุข ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

ผลการตัดสิน ผู้ชนะที่เป็นสุดยอดนักออกแบบ รางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ ทีม “Group” นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับผลงานที่มีชื่อว่า “Kid and Attentive เพราะชีวิตคือการเดินทาง” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม “ปริปริสตูดิโอ” นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง กับผลงานที่มีชื่อว่า “ปริปริ” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม “DEP’ON” นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับผลงานที่มีชื่อว่า “UNITS” ผู้ชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท และโอกาสในการเซ็นสัญญารับส่วนแบ่งในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากทางรับเบอร์แลนด์เป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนผู้ชนะเลิศรองอันดับ 1 ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท และผู้ชนะเลิศรองอันดับ 2 ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท โดยทั้งหมดจะได้รับถ้วยรางวัลสำหรับทีม และประกาศนียบัตรสำหรับผู้ร่วมประกวด รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้นกว่า 100,000 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมผลงานของผู้เข้าประกวดและข้อมูลเพิ่มเติม www.thairubberland.com

ฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์

ฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1
วันจักร โชติชัยชรินทร์

วันจักร โชติชัยชรินทร์

ถ้วยชาลงลาย ชาเขียว ของดีเมืองเกียวโตเปิดตัวในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307384

ถ้วยชาลงลาย ชาเขียว ของดีเมืองเกียวโตเปิดตัวในไทย

ถ้วยชาลงลาย ชาเขียว ของดีเมืองเกียวโตเปิดตัวในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชุดของขวัญ“โจซุอิโทงะเอ็น”

ประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในหลายๆ ด้าน ทั้งศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอาหารการกิน ประเทศญี่ปุ่นได้ชื่อว่ามีวัฒนธรรมการกินที่เป็นระเบียบแบบแผนชัดเจน รวมไปถึงภาชนะที่ใช้ในการกินอาหารและเครื่องดื่มแต่ละประเภทก็แตกต่างกัน ซึ่งส่วนวิถีการกินดื่มของญี่ปุ่นจะใช้ภาชนะที่เป็นเครื่องปั้นดินเผาและมีลวดลายสวยงาม แบรนด์ “โจซุอิโทงะเอ็น” สำนักคะโต แห่งเมืองเกียวโต ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาลงลายดั้งเดิมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ปัจจุบันมี คุนิกิ คะโต เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ เตรียมเปิดตัวให้ผู้ชื่นชอบงานศิลปะได้เป็นเจ้าของเร็วๆ นี้

คุนิกิ คะโต เผยว่า สำนักคะโต เป็นผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาลงลายสำหรับใช้บนโต๊ะอาหารทั้งหมด ด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมจากยุคก่อตั้งโดย โยะฌิคะซึ คะโต ผู้เป็นปู่ตั้งแต่ปีค.ศ.1845

“ภาชนะที่ใช้ในวัฒนธรรมการกินดื่มของญี่ปุ่น จะแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทอาหารและฤดูกาล เช่น ถ้วยชา ในฤดูร้อนถ้วยชาจะมีขนาดใหญ่เพื่อให้ความร้อนระเหยเร็ว แต่ในฤดูหนาวถ้วยชาจะมีขนาดเล็ก ถ้วยโซบะที่จะมีรูปทรงเหมาะกับการยกซดได้ไม่หกเลอะเทอะ ส่วนลวดลายก็จะวาดด้วยเทคนิคดั้งเดิมที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ สัตว์ หรือรูปคนที่มีสีสันสวยงาม ไม่มีลวดลายตายตัวขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้วาด”

ทั้งนี้ คุนิกิ มาท่องเที่ยวประเทศไทย เมื่อหลายปีก่อน และสนใจในงานเบญจรงค์ของไทยมาก เนื่องจากเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีความใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างกันอยู่ที่การวาดลวดลาย เนื่องจากลายเบญจรงค์ของไทยจะเป็นลวดลายที่มีแบบแผนตายตัว กระทั่งเขาได้มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ Sister city หรือโครงการบ้านพี่เมืองน้อง อยุธยา-เกียวโต ซึ่งเป็นโครงการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจัดทำขึ้นเพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการจัดการธุรกิจวัฒนธรรมท้องถิ่น คุนิกิ จึงเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาลงลายผสมผสานไทย-ญี่ปุ่นขึ้น โดยได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Exclusive Party ซึ่งจัดขึ้นที่ร้านอาหาร 88 Shokudo ห้างอิเซตัน ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

“การออกคอลเลคชั่นนี้ นับว่าเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะไทยและศิลปะญี่ปุ่น โดยใช้ดินเหนียว กรรมวิธีการปั้น การเผา แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่นำมาผลิตที่ประเทศไทย และวาดลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น และลายเบญจรงค์ของไทย ซึ่งถือว่าเป็นความแปลกใหม่ของแบรนด์โจซุอิโทงะเอ็น”

นอกจากแบรนด์ “โจซุอิโทงะเอ็น” สำนักคะโต แห่งเมืองเกียวโต ที่เป็นผลสำเร็จจากโครงการ Sister city ทำให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอีกหลายรายของเมืองเกียวโต สนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในประเทศ เช่น ชาจาก Kyoto Obubu Tea Farms ซึ่งเป็นฟาร์มที่ผลิตชาเขียวเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดเกียวโต ที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก ที่ฟาร์มแห่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตชา แต่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เรียนรู้กระบวนการผลิตใบชา ตั้งแต่การปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว ไปจนกระทั่งการอบใบชาเพื่อนำออกจำหน่าย รวมไปถึงสอนศิลปะการชงและดื่มชาตามแบบวิถีญี่ปุ่นดั้งเดิม

เพื่อเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบรนด์ให้คนได้รู้จัก จึงได้มีการจัดทำชุดของขวัญ ประกอบด้วย ชาเขียวมัชชะจาก Kyoto Obubu Tea Farms พร้อมด้วย ถ้วยชาจาก โจซุอิโทงะเอ็น 1 ใบ กล่องบรรจุชา ช้อนตักชาและไม้ชงชาที่ผลิตจากไม้ไผ่ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งตรงมาจากจังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วีรนุช กงกะนันท์ โทร.093-9086423

คุนิกิ คะโต

คุนิกิ คะโต

เครื่องปั้นดินเผาลงลายผสมผสานไทย-ญี่ปุ่น

เครื่องปั้นดินเผาลงลายผสมผสานไทย-ญี่ปุ่น

ซอนต้ารณรงค์ยุติความรุนแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307383

ซอนต้ารณรงค์ยุติความรุนแรง

ซอนต้ารณรงค์ยุติความรุนแรง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซอนต้า รณรงค์ยุติการกระทำรุนแรงต่อสตรี เด็ก และคนชรา เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมของทางองค์การสหประชาชาติ ที่กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันแห่งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงในสตรีและเด็กทั่วโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.มนวิภา ประชัญคดี ผู้อำนวยการเขต 6 ภูมิภาค 17 สโมสรซอนต้าสากล ประเทศไทย จัดงานรณรงค์ยุติการกระทำรุนแรงต่อสตรี เด็ก และคนชรา โดยนำสมาชิกซอนต้าเดินรณรงค์บนถนนสุขุมวิท และจัดเสวนาคิดดี พูดดี ทำดี ณ สำนักงาน เอสวิส ลิฟท์อัพ ถนนเพลินจิต

ทั้งนี้ สโมสรซอนต้าสากลในประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในอันที่จะดำรงไว้ซึ่งสถานภาพและบทบาทของสตรีและเด็ก ที่ควรได้รับการปกป้องดูแลและมีสิทธิในการแสดงออก ตลอดจนอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากสถิติเกี่ยวกับการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็กในประเทศไทย พบว่าปัญหาการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็กมีมากขึ้นทุกปี จึงจัดทำแคมเปญนี้รณรงค์ดังกล่าวขึ้น เพราะเชื่อว่าทุกหนึ่งเสียงของคนไทยที่มีส่วนร่วมและรับรู้ น่าจะสามารถลดปัญหาการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็กได้ในที่สุด

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307377

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยน้ำพระทัยที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอันเกิดจากผลที่ได้รับทางด้านกฎหมายและสังคม นั่นคือผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา หรือ “ณภาฯ” จึงก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งสร้างความตระหนักแก่สังคมให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มคนเหล่านี้

มูลนิธิ ณภาฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ต้องขังหญิง-ชาย และกลุ่มผู้พ้นโทษหญิง-ชาย เป็นกลุ่มแรก โดยมีการจัดโครงการเข้าฝึกอบรมวิชาชีพและการผลิต ภายในเรือนจำและภายในมูลนิธิ ณภาฯ เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นการแสดงศักยภาพและความสามารถของพวกเขาผ่านทางผลิตภัณฑ์ ตลอดจนนำไปจัดจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ของ ณภาฯ อันก่อให้เกิดรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้

มูลนิธิ ณภาฯ ให้ความสำคัญกับการให้ “โอกาส” เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นผู้ให้โอกาสได้ไม่สิ้นสุด  ดังจะเห็นได้จากนัยสำคัญของตราสัญลักษณ์ประจำองค์กร คือ สัญลักษณ์คล้าย เครื่องหมายอินฟินิตี้ ที่แสดงถึงการให้โอกาสที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะเดียวกัน คำว่า ณภาฯ ก็สามารถสื่อถึงนัยสำคัญได้สองประการ ประการแรก คือ ณภาฯ ที่เป็นคำพ้องเสียงกับ คำว่า นภา อันหมายถึงท้องฟ้า แสดงให้เห็นถึงความกว้างใหญ่ไพศาล เปรียบเสมือนจิตใจที่พร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสเสมอ ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า “ที่แห่งนี้จะมองเห็นและให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีที่สิ้นสุด” สำหรับประการที่สอง เมื่อนำความหมายของคำว่า ณ (อันหมายถึง อยู่ที่นี่) และ ความหมายของคำว่า ภาฯ (อันเป็นพระนามโดยย่อของ พระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) มารวมกัน จึงมีความหมายโดยนัยว่า “อยู่กับพระองค์ท่าน ก้าวไปพร้อมกันกับพระองค์ท่าน ณ ที่แห่งนี้ ที่ ณภาฯ” อันแสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง

มูลนิธิ ณภาฯ ต้องการให้สังคมได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการให้โอกาส ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาส สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยเริ่มต้นจากการสร้างคุณค่าในตัวเองและการยอมรับจากสังคม ณภาฯ จึงสนับสนุนให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้ฝึกฝนอาชีพ และเข้าอบรมองค์ความรู้ที่สำคัญในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมเปิดใจ ให้อภัย ให้โอกาส และยอมรับพวกเขา ผ่านผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่แสดงถึงศักยภาพ ความสามารถที่มีอยู่ในตัวของเขา อันจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าในตัวเขาเอง ทำให้พวกเขาเหล่านี้อยากทำความดีเพื่อสังคมต่อไป

มูลนิธิ ณภาฯ มุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่สนับสนุนด้านการจัดฝึกอบรมวิชาชีพ และทักษะชีวิตในด้านต่างๆ เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้ ผ่านการทำงานในด้านต่างๆ ตามทักษะที่ถนัด รวมทั้งผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของตนเอง อันจะส่งผลให้พวกเขาสามารถเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวได้ รวมทั้งยังเป็นที่ต้องการของสังคมและตลาดแรงงานต่อไป

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้น ก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบันได้แก่ จัน ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้น ไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้น ได้เห็นว่า สังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2560 ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชันษายิ่งยืนนาน

‘ยูไนเต็ดฟูดส์’ ยิ่งใหญ่ จัดหนัก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บิ๊กนอยส์ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์สุดเฟี้ยว เอาใจวัยมันส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307387

'ยูไนเต็ดฟูดส์' ยิ่งใหญ่ จัดหนัก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บิ๊กนอยส์ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์สุดเฟี้ยว เอาใจวัยมันส์

‘ยูไนเต็ดฟูดส์’ ยิ่งใหญ่ จัดหนัก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บิ๊กนอยส์ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์สุดเฟี้ยว เอาใจวัยมันส์

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) นำโดย อจลา สุทธิสัมพัทน์ รองประธานกรรมการ บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้าวโพดกรอบ ตรา Big Noise (บิ๊กนอยส์) 2 รสชาติ รสดั้งเดิม หอมข้าวโพดอร่อย และรสบาร์บีคิว เข้มข้นถึงใจ พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ หนุ่มหล่อ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ที่มาในลุคใหม่สุดเฟี้ยว เอาใจวัยโจ๋ และการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุดที่แรกก่อนใคร ณ ชั้น 1 ลาน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ รับหน้าที่พิธีกร

ภายในงานพบกับการเปิดตัว “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” พรีเซ็นเตอร์คนแรกของข้าวโพดกรอบ ตรา Big Noise กรอบเฟี้ยวเคี้ยวมันส์ ที่มาในสไตล์หนุ่มร็อกแอนด์โรล สุดเฟี้ยว สร้างความสนุกสุดมันส์พร้อมร่วมพูดคุยเรียกเสียงกรี๊ดภายในงานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ทุกท่านยังได้พบกับการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของบิ๊กนอยส์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์สุดพิเศษจากพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม

ไปร็อกกับบิ๊กนอยส์ ข้าวโพดกรอบ ทั้ง 2 รสชาติ กันได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร และร้านค้าใกล้บ้านคุณ

แพทย์แนะนอนอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง เคล็ดลับเลือก ‘หมอน’ ที่ใช่ เพื่อสุขภาพที่ดีในการนอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307349

แพทย์แนะนอนอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง เคล็ดลับเลือก ‘หมอน’ ที่ใช่ เพื่อสุขภาพที่ดีในการนอน

แพทย์แนะนอนอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง เคล็ดลับเลือก ‘หมอน’ ที่ใช่ เพื่อสุขภาพที่ดีในการนอน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของคนเรานั้นจะดีได้ ต้องได้รับการนอนหลับพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละวัน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าการนอนหลับพักผ่อนที่ดีนั้น ยังต้องคำนึงถึงหมอนที่ใช้หนุนนอนอีกด้วย หมอนที่ว่านี้จะส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีได้อย่างไร และรับกับท่านอนของเราอย่างไรบ้าง ลองมาฟังคำตอบจาก นายแพทย์วุฒิวัธ อนุพรรณสว่าง ศัลยแพทย์โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ที่จะมาให้ความรู้เรื่องการเลือกหมอนอย่างไรให้ตรงกับท่านอนที่ถนัด เพื่อให้การนอนเป็นช่วงเวลานอนหลับพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

นายแพทย์วุฒิวัธ อนุพรรณสว่าง กล่าวว่า ถึงแม้จะไม่มีท่านอนสากลที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด แต่ท่านอนที่สบายที่สุดคือท่านอนที่ไม่ทำให้ข้อต่อของร่างกายถูกกดทับ ไม่ทำให้กล้ามเนื้อยืดหรือหดตัวค้างไว้นานๆ การได้นอนหลับในท่วงท่าที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลับสนิทได้ตลอดคืน ท่านอนจึงสามารถเปลี่ยนสลับกันได้เพื่อความสบายตัวของผู้นอน ท่านอนหลักๆ อาจแบ่งได้ด้วยกันอยู่ 3 ท่านอน

ท่านอนหงาย : ท่านอนหงายเป็นท่านอนที่คนทั่วไปนิยมนอน สามารถตอบโจทย์ได้ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง การนอนหงายในท่าที่สบายจะทำให้กระดูกสันหลังเรียงตัวได้ดี ไม่คดโค้ง แต่ทั้งนี้เตียงก็ต้องไม่แข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดแรงกดทับที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้แผ่นหลังจมลงไปตามน้ำหนักไม่เหยียดตรงอย่างที่ควรจะเป็น ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบรัดเส้นประสาท (Lumbar spinal stenosis) ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เว้นแต่จะได้นอนด้วยท่างอเข่าขึ้น โดยนำหมอนมารองใต้เข่าในท่านอนหงาย นอนตะแคงโดยยกเข่าก่ายหมอนข้าง หรือนอนในท่าเด็กทารก (fetal position) คู้ตัวและงอเข่าขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้

ดังนั้น ควรเลือกหมอนที่มีความหนาระดับปานกลาง ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป จะช่วยทำให้คออยู่ในระดับที่สมดุลกับแผ่นหลังส่วนบนและกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี ถ้าให้แนะนำหมอนที่เหมาะและสอดรับกับท่านอนหงายหรือผู้ที่มีอาการปวดหลังมากที่สุด จึงเหมาะกับหมอนประเภทยางพารา เพราะหมอนชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีส่วนโค้งเว้า รับศีรษะต้นคอและกระดูกสันหลัง ทำให้ลดอาการปวดให้ทุเลาลง

ท่านอนตะแคง : แนะนำว่าควรนอนตะแคงด้านขวามากกว่าด้านซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะไม่ทำให้น้ำหนักไปกดทับอวัยวะที่อยู่ด้านซ้าย ช่วยให้หัวใจเต้นสะดวก ท่านอนตะแคงนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่ เพราะจะทำให้ไหล่ที่ปวดเจ็บหนักกว่าเดิม

หมอนที่แนะนำจึงควรเป็นหมอนที่สอดรับกับช่องว่างระหว่างคอและไหล่ให้พอดี อย่างหมอนเมมโมรี่โฟม ที่ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ รองรับกับทุกท่วงท่ารวมถึงท่านอนตะแคงด้วย

นอนคว่ำ : จริงๆ แล้วเป็นท่านอนที่ไม่แนะนำเพราะจะทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโค้งไปทางด้านหน้ามากเกินไป นอกจากนี้เวลานอนคว่ำก็ต้องตะแคงหน้าไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระดูกต้นคอบิดไปด้วย อาจเป็นอันตรายและสะสมจนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพราะจะทำให้กระดูกต้นคอเกิดแรงกดทับมาก ควรเปลี่ยนมานอนหงายหรือนอนตะแคงแทน

จะเห็นว่า เราควรเลือกหมอนให้ตรงกับท่านอนที่เราถนัด และหลีกเลี่ยงการนอนในท่าที่จะทำให้เกิดผลเสียตามมา คุณหมอยังแนะนำทิ้งท้ายว่าชนิดและรูปทรงของหมอนก็มีหลายแบบ โดยช่วงแรกอาจจะต้องทดลองใช้หมอนแต่ละแบบสักประมาณ 2-3 เดือนเพื่อประเมินหาหมอนที่รับกับสรีระและนิสัยการนอนของตัวบุคคลเพื่อให้ได้หมอนที่ถูกสรีระมากที่สุด

เพราะหมอนสุขภาพที่จำหน่ายกันอยู่โดยทั่วไป มีหลากหลายรูปทรงหลากหลายขนาด ในส่วนนี้ เอกลักษณ์ รุ่งอนันต์ชัยกรรมการ บริษัท ทีแอลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายชุดเครื่องนอนทิวลิป ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การเลือกหมอนที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงวัสดุที่จะอำนวยให้ท่านอนนั้นหลับสบายและเต็มอิ่มมากที่สุดตื่นเช้ามาก็จะไม่เกิดอาการเมื่อยล้า โดยมีการแบ่งประเภทของหมอนไว้ 3 ประเภท คือ

หมอนเมมโมรี่โฟม: หมอนชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงไปตามอุณหภูมิ ช่วยรองรับสรีระการนอนได้ดีเยี่ยม ช่วยลดอาการปวดคอไหล่และหลังให้ความรู้สึกสบายขณะหลับและยังไม่มีสารพิษที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

หมอนยางพารา: หมอนที่มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบให้มีรูปร่างโค้งเว้า เพื่อเป็นเบ้ารองรับศีรษะและต้นคอ ช่วยจัดวางตำแหน่งของศีรษะ คอ ไหล่ และหลัง ขณะนอนหลับได้เป็นอย่างดี ผ่อนคลายขณะหลับด้วยปุ่มนูนเล็กๆ ที่รองรับในการนวดศีรษะด้วยความนุ่มและยืดหยุ่นที่พอเหมาะ และโครงสร้างด้านล่างของตัวหมอนที่เป็นรูพรุน จึงสามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้หมอนไม่อับชื้น รู้สึกสดชื่น หลับสบายตลอดคืน

หมอนใยสังเคราะห์: ด้วยคุณสมบัติเส้นใยสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกเหมือนนอนหมอนขนห่าน นิ่ม นอนหลับสบาย หุ้มด้วยผ้าคอตตอน สามารถช่วยรับน้ำหนักคอได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีความเย็นตามธรรมชาติด้วย

เลือกหมอนให้เหมาะกับตัวผู้นอน เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ นั่นเอง

นายแพทย์วุฒิวัธ อนุพรรณสว่าง

นายแพทย์วุฒิวัธ อนุพรรณสว่าง

แชริตี้ คอนเสิร์ต An Evening with Engelbert Humperdinck รายได้มอบให้ มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน สำหรับบ้านตะวันใหม่ สมุทรปราการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307172

แชริตี้ คอนเสิร์ต An Evening with Engelbert Humperdinck รายได้มอบให้ มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน สำหรับบ้านตะวันใหม่ สมุทรปราการ

แชริตี้ คอนเสิร์ต An Evening with Engelbert Humperdinck รายได้มอบให้ มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน สำหรับบ้านตะวันใหม่ สมุทรปราการ

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจ้าภาพ ต้อนรับ รศ.ดร.อรชุมา-ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์, พญ.อัญชลี-ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล และคณะธนาคารกสิกรไทย

กลินท์ สารสิน ประธาน มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ร่วมกับ ไบรอัน มาร์คาร์ แห่ง บีอีซี เทโร จัด “Charity Concert: An Evening with Engelbert Humperdinck” เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน สำหรับบ้านตะวันใหม่ ซึ่งงานนี้ได้ผู้สนับสนุน ทั้งหมด32 โต๊ะ มาร่วมงานกาลาดินเนอร์การกุศล พร้อมชมคอนเสิร์ตเองเกลเบิร์ต ฮัมเพอร์ดิงค์ นักร้องเพลงป๊อป ณ ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

สำหรับคอนเสิร์ต เองเกลเบิร์ต ฮัมเพอร์ดิงค์ นักร้องเพลงป๊อปชาวอังกฤษ ผู้มีเสียงร้องที่ทุ้ม นุ่มลึก โรแมนติก จนได้รับฉายาว่า King of Romance ได้รวมรวบบทเพลงอันไพเราะ อาทิ QUANDO QUANDO QUANDO RELEASE ME DE BELSLZE SPANISH EYES และบทเพลงอีกมากมายมาร่วมโชว์ในครั้งนี้

กลินท์ สารสิน ประธานมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน พร้อมด้วย เพชรพริ้ง สารสิน ร่วมต้อนรับ โพธิพงษ์ ล่ำซำ, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และคณะกรรมการหอการค้าไทย

ทั้งนี้ บ้านตะวันใหม่ จัดตั้งขึ้นที่ตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับความอนุเคราะห์ที่ดินจาก ปิ่นทอง ศาลยาชีวิน จำนวน 88 ไร่ 2 งาน 96 ตารางวาเพื่อใช้เป็นสถานที่ฟื้นฟูและการพัฒนาสมรรถภาพเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาการติดยาเสพติดซึ่งได้รับการบำบัดรักษาเบื้องต้นแล้ว และได้ดำเนินการตั้งแต่ เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมาในระยะแรกบ้านตะวันใหม่ มุ่งเน้น การดำเนินการแก้ไขไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาการติดยาเสพติด โดยใช้แนวคิดชุมชนบำบัด เพื่อฟื้นฟูและ พัฒนาสมรรถภาพด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ให้กลับตัวกลับใจมาเป็นคนดีของสังคมเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป แต่ต่อมา มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน พิจารณาเห็นว่าการที่บ้านตะวันใหม่เปิดให้บริการฟื้นฟูและพัฒนาสมรรถภาพ โดยเน้นไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาติดยาเสพติดเพียงกลุ่มเดียวไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการติดยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น มูลนิธิฯ จึงได้ปรับนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินการใหม่โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาไปที่การดำเนินการป้องกันปัญหาในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด ซึ่งมูลนิธิฯคิดว่าน่าจะทำให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบัน มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด โดยบ้านตะวันใหม่ได้นำเอาแนวคิดทักษะ ชีวิต (Life Skills) มาใช้ในการเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ให้มีร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่สมบูรณ์ สามารถเป็นภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับตัวเองได้ และในขณะเดียวกันก็ให้เด็กและเยาวชนเข้ารับการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและในระดับสูงขึ้นตามศักยภาพของเด็กและเยาวชนแต่ละบุคคล รวมทั้งส่งเสริมให้มีการฝึกอาชีพตามความถนัดของแต่ละบุคคล ด้วยมีคุณภาพที่ดี และเจริญเติบโตเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติต่อไป

กลินท์  สารสิน ประธาน กก.มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน  กล่าวเปิดงาน

กลินท์ สารสิน ประธาน กก.มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน กล่าวเปิดงาน
พลภัทร สุวรรณศร และภรรยา

พลภัทร สุวรรณศร และภรรยา
ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ กับบุตรชาย นดล ไชยเจริญ

ทพ.พิทักษ์ ไชยเจริญ กับบุตรชาย นดล ไชยเจริญ
อุทยาน- พรรณิศา อุทยานะกะ และ ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์

อุทยาน- พรรณิศา อุทยานะกะ และ ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์
อมเรศ ศิลาอ่อน กับบุตรชาย กำธร-วิทูร ศิลาอ่อน และหลานสาว

อมเรศ ศิลาอ่อน กับบุตรชาย กำธร-วิทูร ศิลาอ่อน และหลานสาว
คุณหญิงณัฐิกา- สนั่น อังอุบลกุล

คุณหญิงณัฐิกา- สนั่น อังอุบลกุล
ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ กับ กลินท์ สารสิน

ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ กับ กลินท์ สารสิน
น พ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร, รศ.นพ.อัษฏา- ศุภวรรณ ตียทันธ์, รศ.ดร.อรพรรณ- ศ.เกียรติคุณ นพ. ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ  รศ.นพ.ณรงค์-ศ.พญ.จริยา เลิศอรรฆยมณี, บุญศรี-นพ.พิชิต กังวลกิจ

น พ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร, รศ.นพ.อัษฏา- ศุภวรรณ ตียทันธ์, รศ.ดร.อรพรรณ- ศ.เกียรติคุณ นพ. ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ รศ.นพ.ณรงค์-ศ.พญ.จริยา เลิศอรรฆยมณี, บุญศรี-นพ.พิชิต กังวลกิจ
กลินท์ สารสิน กับคณะสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่น 17

กลินท์ สารสิน กับคณะสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่น 17
กลินท์- เพชรพริ้ง สารสิน พร้อมด้วย โรเบิร์ต โปรดูเรอร์ ในฐานะผู้จัดงาน กับแขกผู้มีเกียรติ    สมชาย- นุชนาถ บุลสุข และ ฐิติวุฒิ์ บุลสุข

กลินท์- เพชรพริ้ง สารสิน พร้อมด้วย โรเบิร์ต โปรดูเรอร์ ในฐานะผู้จัดงาน กับแขกผู้มีเกียรติ สมชาย- นุชนาถ บุลสุข และ ฐิติวุฒิ์ บุลสุข
โพธิพงษ์- ยุพา ล่ำซำ กับบุตรสาว นวลพรรณ ล่ำซำ

โพธิพงษ์- ยุพา ล่ำซำ กับบุตรสาว นวลพรรณ ล่ำซำ
อาสา – ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน

อาสา – ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน
ส่วนหนึ่งของการแสดงคอนเสิร์ต “เองเกลเบิร์ต ฮัมเพอร์ดิงค์”

ส่วนหนึ่งของการแสดงคอนเสิร์ต “เองเกลเบิร์ต ฮัมเพอร์ดิงค์”