‘ALONG WITH THE GODS’ โปรเจคต์ยักษ์สานต่อ ‘Train to Busan’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310145

‘ALONG WITH THE GODS’ โปรเจคต์ยักษ์สานต่อ ‘Train to Busan’

‘ALONG WITH THE GODS’ โปรเจคต์ยักษ์สานต่อ ‘Train to Busan’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 13.24 น.

ปีที่แล้วผู้ชมคอหนังเมืองไทยต่างยังต้องจดจำปรากฏการณ์ฝ่าฝูงนรกซอมบี้คลั่ง ระทึกโบกี้ต่อโบกี้กับขบวนรถด่วน โซล มุ่งหน้า ปูซาน ด้วยการนำแสดงของ กงยู  “Train to Busan” ว่าที่หนังเอเชียที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในประเทศไทย! ได้เป็นอย่างดี

ล่าสุดในปลายปีนี้ กับโปรเจคต์ยักษ์สานต่อ ‘Train to Busan’ กับแอคชั่น-แฟนตาซีฟอร์มยักษ์  “ALONG WITH THE GODS: THE TWO WORLDS ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า” กับการผจญภัยสั่นสะเทือนโลกมนุษย์จนสุดปรโลก

นำโดยยมทูตซูเปอร์สตาร์หนุ่มหล่อ “จูจีฮุน” จากซีรี่ย์สฮิต Princess Hours ที่ต้องมาพิทักษ์ดวงวิญญาณคนดีที่ขอพิสูจน์ตนเองอย่าง คิมจาฮง ที่รับบทโดย “ชาแทฮยอน” นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดีจาก My Sassy Girl ร่วมด้วยป๊อปสตาร์จากบอยแบนด์ที่ดังสุดขีด “โด คยองซู หรือ ดี.โอ. จากวง EXO” ในบทของพลทหารวอน, “ฮา จองอู” นักแสดงมือรางวัลจาก The Yellow Sea และ The Handmaiden ในบทของยมทูตคังลิม, “คิม ฮยางกี” สาวน่ารักมาแรงจากSnowy Road ในบทของยมทูตดัคชุน, “อี จุงแจ” หนุ่มมาดเข้มจาก New World ในบทของราชันย์ยอมรา และ “คิม ดงอุค” จากทีวีซีรีย์ยอดฮิต  Coffee Prince ในบทของซูฮง น้องชายของคิมจาฮง

งานนี้ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นที่ทะยานไปข้างหน้า แต่การผจญภัยฝ่านรกใน  ALONG WITH THE GODS ยังเสริมด้วยเรื่องราวความผูกพันอันลึกซึ้งของนักดับเพลิงหนุ่ม “คิมจาฮง” กับคนรอบตัว ที่รับรองว่าได้ซึ้งกินใจ ไม่แพ้ Train to Busan ที่เคยทำให้ผู้ชมต้องเสียน้ำตากันมาแล้ว

“ALONG WITH THE GODS: THE TWO WORLDS ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า” ต้อนรับปีใหม่ 28 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์    

‘ไมค์’สปิริตแรง! ร่วมวิ่งกับ’ตูน’แม้หอบกำเริบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310135

'ไมค์'สปิริตแรง! ร่วมวิ่งกับ'ตูน'แม้หอบกำเริบ

‘ไมค์’สปิริตแรง! ร่วมวิ่งกับ’ตูน’แม้หอบกำเริบ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.47 น.

ออกสตาร์ทร่วมวิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” กับร็อกเกอร์ใจบุญ”ตูน – อาทิวราห์” หรือ “ตูน – บอดี้สแลม” ที่จังหวัดลำปาง สำหรับนักแสดงหนุ่ม “ไมค์ – พิรัชต์” แต่ระหว่างที่วิ่งก็ได้มีอาการหอบกำเริบเนื่องจากปอดชื้น โดยในช่วงหลังนักแสดงหนุ่มแข็งแรงขึ้นเยอะ และไม่ค่อยมีอาการหอบให้เห็น

โดยผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงหนุ่มเปิดเผยกับ “ไนน์เอ็นเตอร์เทน” สั้นๆ ว่า ได้สอบถามไปยังเจ้าตัวและได้รับคำยืนยันว่า ตอนนี้ “โอเคแล้ว” ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องปกติของหนุ่มไมค์ที่จะมีอาการในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบ้าง นอกจากนี้ในส่วนของงานโกอินเตอร์ของหนุ่มไมค์จะเป็นงานที่ร่วมทุนระหว่างจีนกับอเมริกา และไมค์จะเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำโปรเจ็กต์นี้ ส่วนจะเป็นงานอะไรนั้นต้องรอติดตาม

‘วีเจจ๋า’พูดถึงโรคซึมเศร้า! หลังสูญเสียน้องสาวด้วยโรคนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310132

'วีเจจ๋า'พูดถึงโรคซึมเศร้า! หลังสูญเสียน้องสาวด้วยโรคนี้

‘วีเจจ๋า’พูดถึงโรคซึมเศร้า! หลังสูญเสียน้องสาวด้วยโรคนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.33 น.

นับเป็นข้อคิดดีๆ จากประสบการณ์ตรง ของการพูดถึง “โรคซึมเศร้า” หลังสูญเสียน้องสาวไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง วีเจจ๋า ดร.ณัฐฐาวีรนุช ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มีคนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคนี้ ถึงแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ก่อนที่จะสายเกินไป เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีข่าวคราวการสูญเสียด้วยการฆ่าตัวตาย จากอาการป่วยของโรคซึมเศร้าอยู่ทุกปี และวันนี้ วีเจจ๋า คนนึงที่เคยสูญเสีย ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า….

น้องจ๋าเป็นคนหนึ่งซึ่งปฏิเสธการทานยา เพราะบอกว่าทานแล้วปวดหัวมาก แล้ววันหนึ่ง เราก็ช่วยเค้าไม่ได้ เราช่วยเค้าไม่ทัน และเราก็เสียใจมาก และไม่มีทางที่เราจะเหมือนเดิมกรณีน้องสาวของจ๋า สาเหตุของน้องเกิดจากความเจ็บป่วยทางกายที่รุมเร้ามาหลายๆ โรค ซึ่งเรามองว่ามันรักษาได้ แต่ตัวเค้าเอง เคยมีร่างกายที่แข็งแรง เคยไปเที่ยวรอบโลก อยากทำอะไรก็ได้ทำ แต่การที่เค้าต้องพักงานเป็นเวลานาน เป็นเหตุผลหนึ่งที่เค้าเครียดมากจนมีผลให้สารเคมีในสมองไม่ปกติ และเป็นโรคซึมเศร้า และกำลังทำการรักษา อะไรที่เราอยากทำ คนอื่นก็ทำไปหมดแล้ว อะไรที่เป็นความฝัน ก็มีคนที่ทำได้ดีกว่า โลกโซเชียลมันดึงให้เราดาวน์ได้ง่ายมากจริงๆ หรือแม้แต่อีกด้าน เราเสพข่าวความโหดร้าย ความหดหู่ของสังคม เราก็จิตตก ทุกอย่างมันถาโถมประดังเข้ามาไม่หยุดในยุคนี้ เราต้องรู้ให้ทันมัน อย่าให้ตัวเองเป็นเหยื่อของการไหลของตัวเราเอง ทุกวันนี้ เราเศร้ากันง่ายขึ้น

สังเกตไหม เราดาวน์กันง่ายมาก จากทั้งสารเคมีในสมอง จากทั้งจิตใจตัวเองที่อ่อนแอ จากการเปรียบเทียบ รู้มั้ย การเล่นโซเชียลมากๆ ก็ทำให้เราจิตตกได้ง่าย หลายต่อหลายครั้ง ที่เราเห็นภาพความสุขของคนอื่นผ่าน facebook IG แล้วคิดว่า ทำไมชีวิตเราไม่ดีเหมือนเขา เห็นคนสวยคนหล่อเต็มโลกโซเชียล แล้วเห็นว่าตัวเองด้อย เห็นคนประสบความสำเร็จ มีเงินร่ำรวย แล้วเห็นตัวเองเป็นคนขี้แพ้ ชีวิตไม่มีค่า… หาหมอค่ะ รักษา ใช้ยา บำบัด กำลังใจ เล่นกีฬา ทำทุกอย่าง ทำให้สม่ำเสมอ อย่าปล่อย อย่าตามใจ ว่าเออ ไม่ต้องกินยาก็ได้ อย่าไปตามใจเค้าถ้าเค้าบอกไม่อยากหาหมอ เดี๋ยวก็ดีขึ้น อย่าไปเชื่อ อย่าใจอ่อน อย่าไปให้เค้าทนให้อะไรๆมันผ่านไปเอง มันไม่ดีขึ้นค่ะ บทเรียนมีให้เห็นมากมาย และมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ จ๋าเอง เป็นคนหนึ่งซึ่งทุกข์ทรมานกับการโทษตัวเองหลังจากที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้ จ๋าเคยเป็นคนหนึ่งซึ่งเคย เอาแต่ให้กำลังใจ และช่วยหาทางแก้ นำเสนอมุมมองในแง่บวก อาสาช่วยเหลือในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เค้าดีขึ้น ซึ่งมันไม่พอ…..

เพราะสิ่งที่เราเห็น ปัญหาเค้ามันไม่ได้ใหญ่อะไรสักหน่อย เราอาจแค่พูดว่า… สู้ๆนะแก เอาน่าเดี๋ยวก็ดี ช่างแม่งเหอะ เดี๋ยวก็ผ่านไป คิดเรื่องอื่นดิวะ หรือร้ายไปกว่านั้น… มึงบ้ารึเปล่า? คนที่เป็นโรคซึมเศร้าเราอาจเคยมองว่า เฮ้ย มันจะอะไรขนาดนั้น เว่อร์ไปไหม ที่จะมาเศร้าดิ่งอะไรกับเรื่องเล็กๆ ทำไมถึงลุกขึ้นมาใหม่ไม่ได้วะ ชีวิตแกก็ดีอยู่แล้ว ไร้สาระว่ะ คนอื่นทุกข์กว่าตั้งเยอะเค้ายังผ่านไปได้ บางคน คงเคยเจอเพื่อนมาปรับทุกข์ มาดาวน์ใส่ มาร้องไห้ มาบ่นว่าอยากตาย บางคน อาจคิดว่า เค้าแค่เรียกร้องความสนใจ และยิ่งตกใจ เมื่อรู้ว่า คนรอบตัวของจ๋า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หลายคน เพื่อนเรา น้องที่เราสนิท น้องของเพื่อน ญาติเรา… ทำไมคนถึงเป็นโรคนี้กันมากมาย แล้วเราต้องทำยังไง???

สิ่งที่จ๋าเขียน ไม่ได้อิงบทความทางวิชาการ แต่บอกเล่าจากเรื่องที่เกิด และสิ่งที่เคยอ่าน คำตอบตอนนั้น จ๋ามืดแปดด้าน จ๋าไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงไปได้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง จ๋าแทบจะไม่ค่อยมีความรู้หรือได้ยินคนพูดหรือให้ความสำคัญเรื่องโรคซึมเศร้ามากนัก แต่พอเกิดกับตัวเรา และมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของเราและเรื่องของคนอื่นๆ จ๋าก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับโรคนี้มาอย่างต่อเนื่องน้องจูน เป็นคนน่ารัก สดใส ร่าเริง เป็นที่รักของคนทั่วไปและเพื่อนๆทุกคนรักน้องมาก น้องเป็นคนเรียนเก่ง ทำงานดี พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและเยอรมันอย่างแตกฉาน น้องมีคนรักที่ดี เป็นถึงกัปตันสายการบิน ดูแลดีมาก ไม่เจ้าชู้เลย และมีแพลนจะแต่งงานกัน แล้วทำไม น้องจูนถึงตัดสินใจทำแบบนั้น?

แต่วันนี้ จ๋าขอจะแชร์ เพื่อจะให้ความรู้กับทุกคนที่อาจต้องรับมือกับโรคนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม จ๋ามีน้องคนเดียว ครอบครัวเราสนิทกันมาก รักกันมาก และพวกเรา ดูแลกันดีเหมือนดูแลชีวิตของตัวเอง ไม่มีอะไรที่น้องอยากได้ แล้วพวกเรา พ่อ แม่ พี่ จะไม่ให้ หรือไม่ช่วยกันทำ ถ้ามันเป็นเรื่องที่ดี ที่ควร เพราะฉะนั้นทุกคน มองว่าชีวิตของน้องสมบูรณ์แบบ หลายคนคงจำได้ ว่าจ๋าได้ผ่านการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมาเมื่อปีที่แล้ว น้องสาวที่จ๋ารักที่สุดฆ่าตัวตาย… ก่อนหน้านี้ จ๋าคงเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน จ๋าไม่พูดหรอกคำนี้ มันเศร้าค่ะ พูดทุกครั้ง มันสะเทือนใจมันเสียน้ำตา มันเจ็บ “ถ้าจะมีใครสักคนพูดถึงเรื่องโรคซึมเศร้า ที่มีกรณีน่าเศร้าเกิดขึ้นหลายๆกรณี ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จ๋าคิดว่า จ๋าน่าจะเป็นคนหนึ่งที่เหมาะสมที่สุด

จ๋าขอฝากไว้นะคะ นี่เป็นครั้งแรก ที่จ๋าพูดถึงเรื่องนี้ จากคนที่ทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ซึ่งมีอีกหลายคน ที่กลายเป็นซึมเศร้าเองด้วย ไม่ว่าคุณจะเข้าใจเค้าหรือไม่ก็ตาม อยากให้คุณรู้ว่า สิ่งที่เค้าเป็น มันไม่ได้เล็ก มันไม่ได้เป็นเรื่องปกติ ที่ก้าวข้ามเองได้ มันไม่ได้หายการให้แค่กำลังใจ มันมากกว่านั้น ใหญ่กว่านั้น ซีเรียสกว่านั้น รู้ให้ทันมัน แก้ไขเรื่องให้ทันเวลา อย่าให้มันสายเกินไปนะคะ” วีเจจ๋า

ว่าที่คุณพ่อ’ชาคริต’อัพเดทพัฒนาการ’น้องโพธิ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310129

ว่าที่คุณพ่อ'ชาคริต'อัพเดทพัฒนาการ'น้องโพธิ์'

ว่าที่คุณพ่อ’ชาคริต’อัพเดทพัฒนาการ’น้องโพธิ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.16 น.

“ชาคริต แย้มนาม” ออกมาอัพเดทพัฒนาการ “น้องโพธิ์” ลูกชายในครรภ์ของ “แอน ภัททิรา” ภรรยาสาว พร้อมออกมาเผยถึงกระแสดราม่าหลังมีชาวเน็ตตั้งคำถาม ทำไมไม่ลบรูปอดีตภรรยา วุ้นเส้น วิริฒิพา ออกจากอินสตาแกรม  ล่าสุดในงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนต์ คิดถึงทุกปี  ณ เอสพลานาด โดยเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า

“อายุครรภ์ 20 สัปดาห์แล้ว เริ่มดิ้น ตามลำดับที่หมอบอกว่าเข้าช่วง 4 เดือนครึ่ง เดือนที่ 5 มีอาการถีบช่วงตี 2 ด้วย คุณแม่ตื่น น้องจะหลับ พอคุณแม่พยายามจะหลับ น้องจะตื่น ผมก็จับท้องเขาตลอด สัมผัสลูก คุยกับเขาทุกวัน เราอาจจะคิดไปเอง แต่มันก็เป็นความชื่นใจอย่างหนึ่งว่า พอเขาได้ยินเสียงเรา เขาจะดิ้นเป็นพิเศษเหมือนกำลังแดนซ์ตลอด ก็บอกเขาเป็นลูกพ่อนะลูก ปกป้องพ่อด้วย อย่าให้แม่มาทำอะไรพ่อ

“ส่วนภาพอัลตร้าซาวด์น้อง มันเป็นจังหวะการหันของเงามากกว่า เลยดูเหมือนจมูกโด่งมาก ถ้าดูดีๆ มันจะเป็นกะโหลกกับเนื้อเยื่อหุ้มชั้นแรก เป็นเด็กที่โครงกระดูกใหญ่มาก ต้อง 28 อาทิตย์ถึงจะเห็นรายละเอียดหน้าตาของเขาจริงๆ เขาก็แบ่งความเหมือนหน้าตาพ่อแม่คนละครึ่ง ผู้ชายก็ให้เหมือนแม่ ผู้หญิงเหมือนพ่อ ยังไงก็ลูกเรา”

“ผมตั้งชื่อเล่นให้ลูกว่า น้องโพธิ์ ส่วนชื่อจริงยังทะเลาะกันอยู่ ยังคิดกันอยู่ ลองเอาชื่อมาผสม หรืออาจจะลองไปถามพระ ชื่อจริงก็ยังมีเวลาอยู่ ส่วนชื่อเล่น แอนให้เกียรติผมเป็นคนตั้ง เพราะคิดไว้นานแล้ว ถ้าเกิดผมมีลูก ผมอยากให้ลูกชื่อนี้”

สุขภาพคุณแม่เป็นยังไงบ้าง ? “แข็งแรงขึ้นมากครับ เขาไม่ได้พูดกับเรา ไม่ได้สื่อสารเป็นคำพูด แต่เขาโชว์ให้เห็นทั้งในเรื่องการลุกขึ้นมาเดิน กินข้าวเองได้ ไม่กินอาหารปั่นแล้ว กลับมาเคี้ยวอาหารใหม่ กล้ามเนื้อดีขึ้น เวลาไปเยี่ยมคุณแม่ที่บ้าน เขาจะโผมากอดลูกสะใภ้ จะกอดหลาน จับท้องแอน ผมก็ยืนอยู่ข้างๆ เห็นแม่ลูบท้องแอน บางครั้งนานถึง 10 นาทีเลยทีเดียว แม่มีความสุขมากจนเดี๋ยวนี้เหมือนลืมลูกไปแล้ว พอเราถามว่าไม่กอดลูกบ้างหรอ เขาก็หันมาตบๆ แบบขอไปที แล้วก็หันไปเล่นกับหลานในท้องต่อ”

คุณย่าเห่อหลานมาก ? “เห่อครับ ต้องบอกว่าเด็กมหัศจรรย์จริงๆ เขามากับสิ่งดีๆ เขาได้รับความรักจากทุกๆ คน และเขาทำให้เกิดสิ่งปาฏิหาริย์กับคุณแม่และหลายคน อย่างเพื่อนที่ไม่คิดจะแต่งงาน อยู่ดีๆ กลับมาเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต เฮ้ยกูอยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว คือทั้งๆ ที่เขายังไม่เกิดเลย แต่ความสุขที่เขาสร้างให้กับเรา สร้างให้กับสิ่งที่เราใช้ชีวิตปกติๆ เรียบง่าย มันทำให้คนอื่นเริ่มมั่นใจในความรักมากขึ้น แล้วก็ดีใจที่เด็กคนนี้วิเศษจริงๆ”

อยากให้แม่แข็งแรงขึ้น ? “เป็นสิ่งที่เราคิดไว้ตลอดว่าน่าจะเป็น เพราะอย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนแรกก็ยังเคยคุยเล่นๆ คุณแอนเขาบอกว่าถ้าเกิดมีลูก คุณย่าต้องหาย เราก็เฮ้ย ไม่ใช่พูดเล่นๆ พูดปุ๊บมาปั๊บ บางคนก็ปีสองปี แต่นี่มาเลย ก็แปลกๆ ตั้งแต่ตรงนั้นแล้ว พอติดเสร็จปุ๊บ บอกคุณแม่ คุณแม่ก็ดีขึ้น วิถีชีวิตเขาเปลี่ยน คือกำลังใจของเขาก็เปลี่ยน จากที่เขาท้อไม่อยากเป็นภาระ ตอนนี้เขามีจุดหมายใหม่ คือเขาต้องอยู่เพื่อจะได้เล่นกับหลาน กอดหลาน บางคนเห็นอาการแล้วถึงกับบอกว่า เผลอๆ เห็นแบบนี้ถ้ากลับมาเป็นปกติได้จะหนาวจะตกใจ”

เชื่อไหมว่าที่แม่ดีขึ้นเพราะหลาน ? “เขาบอกว่าเรื่องแบบนี้อย่าไปลบหลู่ แต่การที่เขากลับมาขนาดนี้ที่เราประคองจะ 2 ปี มันมหัศจรรย์เหลือเกิน ทำให้เรายิ้มไปกับเหตุการณ์กับทุกสิ่งทุกอย่างกับสถานการณ์ ตั้งแต่แอนเดินไปที่บ้าน ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาเจอกันครั้งแรก มาเรื่อยๆ เขาก็เหมือนเริ่มแข็งแรงขึ้น พยายามควบคุมอารมณ์ คือตอนนี้ต้องบอกว่าด้วยอายุ ด้วยความเหนื่อยล้าของสมองบางทีควบคุมไม่อยู่ เศร้าคือดิ่งเลย เวลาจะเอาอะไรเหมือนเด็ก ปรี๊ดก็ปรี๊ดลั่นเลย เหมือนเขารู้ว่าเขาเป็นอย่างนี้ได้แค่เฉพาะคนในบ้าน แต่กับคนอื่นเหมือนเขาต้องการให้แอนเข้าใจเขา”

“แม่ผมเขาเป็นคนไม่เคยสนใจอะไรในโลกอยู่แล้ว เขาแมนๆ แต่ตอนนี้คือเห็นความพยายามจะอยากอยู่ ตอนแรกเราก็ยังไม่เข้าใจ แต่คิดกลับไปว่าคนเป็นแม่ ถึงเขาอาจจะยังไม่ปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เซนส์ของคนมันบ่งบอกอะไรได้บางอย่าง แล้วเขาก็บอกถูกด้วย เราเห็นพัฒนาการของเขาที่ลุกขึ้นเดินเหิน กลับไปปั่นจักรยานออกกำลังกายอยู่กับที่ ปั่นจนต้องบอกว่าพอเถอะ พอได้แล้ว พอพูดแล้วเขาฟังก็โอเค คือเราจะเห็นพัฒนาของเขาที่มีการเปลี่ยนอารมณ์ทุกอย่างดี สำหรับลูกคนหนึ่งคงไม่ขออะไรที่มันมากไปกว่านี้แล้ว โดยเฉพาะมันเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับความรักครอบครัว กับลูกที่กำลังจะมาอะไรแบบนี้ สำหรับตอนนี้ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด”

เริ่มซื้อของเตรียมไว้บ้างหรือยัง ? “ยังครับ มีคนเบรคไว้เยอะเหมือนกันเพราะเขาไม่อยากให้ซื้อของเกินจำเป็น ดังนั้นเราขอดูกันตามระยะดีกว่า แล้วถ้าจะต้องเตรียมจริงๆ ก็ค่อยซื้อ ณ เวลานั้น ยังมีเวลาอีก 4-5 เดือนเลยครับ”

เตรียมห้องไว้ให้น้องแล้วหรือยัง ? “จริงๆ บ้านที่กำลังจะสร้างมีห้องเตรียมไว้อยู่แล้วครับ แต่ว่าคอนโดที่อยู่กันตอนนี้คงไม่พอ ดังนั้นก็อาจจะต้องหาบ้านที่มีเนื้อที่หน่อยในช่วงระยะนี้”

ยังตั้งใจจะทำกองทุนสำหรับลูกอยู่ไหม ? “ทำครับ เดี๋ยวก็ต้องเปิดบัญชีเอาเข้าทุกเดือน (ยิ้ม) ส่วนของเล่นของผมก็ตัดออกไปบ้างแล้ว ทั้งรถ ทั้งอะไรต่างๆ ก็เบาลง เจอสัจธรรมชีวิตแล้วครับ”

มีชาวเน็ตตั้งคำถามว่าทำไมไม่ลบภาพอดีตภรรยา วุ้นเส้น วิริฒิพา ในอินสตาแกรม ? “ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของความรู้สึกเนอะ เรื่องการให้เกียรติคน แต่ถามว่ามีลบบ้างไหม ก็มีบ้างรูปที่ลบไป ส่วนรูปไหนยังอยู่ก็คือยังอยู่ เพราะเราไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาลบขนาดนั้น”

“ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตต่อไปมากกว่า อย่าไปมองให้มันเป็นประเด็นเลย เพราะพวกผมก็จบลงด้วยดี ทุกอย่างมันเป็นความรู้สึกดีๆ และการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตครั้งนี้เราก็มีแต่คำอวยพรดีๆ ให้กัน ดังนั้นอย่าทำให้มันเป็นกระแสเลยครับ”

เราเห็นที่คนเขาเข้ามาเขียนถึงเรื่องนี้บ้างไหม ? “ผมยังไม่เห็นเลยครับ แต่มันก็สุดแล้วแต่เนอะ เพราะผมเองก็ไม่เข้าใจว่าคุณทำไปทำไม เราไม่ได้รู้จักกัน และคุณเองก็ไม่ได้รู้จักผมจริงๆ ว่าผมเป็นยังไง ทำแล้วมันรู้สึกดีเหรอ อยากถามเหมือนกันว่าทำแล้วรู้สึกยังไง”

‘เป้-อารักษ์’ปล่อยโฮน้ำตาพราก…’สายป่าน’เผยเรื่องลับทวงบัญชีแค้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310123

'เป้-อารักษ์'ปล่อยโฮน้ำตาพราก...'สายป่าน'เผยเรื่องลับทวงบัญชีแค้น

‘เป้-อารักษ์’ปล่อยโฮน้ำตาพราก…’สายป่าน’เผยเรื่องลับทวงบัญชีแค้น

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.56 น.

หลั่งน้ำตาลูกผู้ชายราวกับก๊อกแตก สำหรับนักแสดงหนุ่ม “เป้-อารักษ์” ที่โดนนักแสดงสาว “สายป่าน-อภิญญา” แก้เผ็ด ทวงบัญชีแค้น ในซีรีส์เรื่อง “BangkokรักStories  ตอน “เก็บรัก” ค่าย จีเอ็มเอ็ม บราโว่ ภายใต้การบริหารของครีเอเตอร์มาแรง  “เอกชัย เอื้อครองธรรม”  ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ดีกรีอินเตอร์.โดยฉากนี้เป็นตอนที่ “หมอก” (เป้)แอบปลอมตัวเป็นหุ่นยนต์มาแอบเซอร์ไพร์ส “อินดี้” (อั่งเปา) ที่คิดว่าเป็นลูกชายตัวเองบนเวทีงานวันของเกิดอินดี้ แต่ดันเข้าไปช่วยอินดี้เล่นเปียโน อินดี้กลับจำหมอกได้ ความลับเลยแตก จนแม่อย่าง “เจน”(สายป่าน) เดินขึ้นบนเวทีต่อว่าหมอกทั้งน้ำตา พร้อมเผยความลับที่ทำให้หมอกถึงกับน้ำตาพรากหมดแรงกันไปทีเดียว โดย “เป้-อารักษ์” เผยถึงฉากนี้ว่า

“โหดมากเลยครับซีนนี้ เป็นซีนนี้ที่ต้องใช้อารมณ์มาก เพราะสถานการณ์นั้นหมอกเค้าเข้าใจมาตลอดว่าอินดี้เป็นลูกตัวเอง แต่เจนหรือสายป่านกลับเผยเรื่องราวที่กระทบกระเทือนใจหมอกอย่างแรงมาก จนหมอกเสียใจแทบล้มทั้งยืน ตอนเล่นฉากนี้กับสายป่าน ผมรู้ว่าเรื่องร้องไห้นี่สายป่านโปรมาก สั่งได้ตลอดอยากให้มาตอนไหน ทำให้ผมตอนเล่นยิ่งต้องตามอารมณ์ที่เธอส่งมาให้ทัน แต่ก็โชคดีที่สายป่านเวลาเล่น เป็นนักแสดงที่ส่งอารมรณ์ไปสู่อีกคนได้ลึก ผมเลยรับเอาฟีลลิ่งนั้นกลับมาแบบเต็มๆ น้ำตามันเลยไหลออกมาได้ไม่ยาก และก็รู้สึกอินกับซีนนี้มาก เพราะหมอกเหมือนโดนหักหลังอย่างแรง ทำให้หมอกเสียใจหนักมาก อยากให้ลองติดตามชมกันว่า ความลับที่เจนนั้นกำอยู่ในมือเพื่อแก้แค้นหมอกนั้นมันคืออะไรครับ”ติดตามชมซีรีส์  “BangkokรักStories ตอน “เก็บรัก” ค่ำวันเสาร์ที่ 23 ธ.ค. นี้ ทางช่อง   GMM 25  เวลา 17.00-18.00 น.  และทาง LINE TV เวลา  19.00-20.00 น.

‘วุธ-อัษฎาวุธ’นำทีมนักแสดง “เล่ห์รักยาใจ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310121

'วุธ-อัษฎาวุธ'นำทีมนักแสดง “เล่ห์รักยาใจ”

‘วุธ-อัษฎาวุธ’นำทีมนักแสดง “เล่ห์รักยาใจ”

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.51 น.

 หลังจากผู้จัดฯ ผู้กำกับฯ ไฟแรง วุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร จากค่ายดูมันดี ริเริ่มกิจกรรม “GIVE#6 เล่ห์รักยาใจ ขายเสื้อแลกเงิน มอบเงินให้บ้านพักฉุกเฉิน” นอกจากจะเป็นการโปรโมทละครแล้ว ยังทำงานการกุศลเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยชักชวนนักแสดงจากละคร “เล่ห์รักยาใจ” และนักแสดงจิตอาสากว่า 10 ชีวิต มาร้องรำทำเพลงขายเสื้อที่สวนจตุจักร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน จนถึงวันนี้ก็ได้ฤกษ์นำเงินจากการขายเสื้อ “มดแดง” โดยไม่หักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงิน 112,680 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสองพักหกร้อยแปดสิบบาท) มามอบให้ คุณสุดาวัลย์ คมธรรม ผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดยมีเหล่านักแสดงมาร่วมแจกข้าวมื้อเย็น ขนม ผลไม้ และน้ำดื่ม รวมทั้งให้กำลังใจกับน้องๆ ที่บ้านพักฉุกเฉิน อาทิ  เกรซ พัชร์สิตา, เบน สันติราษฎร์, ไอซ์ อธิชนัน, แอปเปิ้ลโชว์, หนึ่ง มาฬิศร์ และดาราจิตอาสา แบงค์-กฤษฎี พวงประยงค์ ก็มาร่วมกิจกรรม ณ บ้านพักฉุกเฉิน อาคาร2-3 ดอนเมือง ในครั้งนี้ด้วย

‘ดำรง พุฒตาล’เปิดใจหลังตัดสินใจปิดตำนาน 38 ปี นิตยสารคู่สร้างคู่สม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310120

'ดำรง พุฒตาล'เปิดใจหลังตัดสินใจปิดตำนาน 38 ปี นิตยสารคู่สร้างคู่สม

‘ดำรง พุฒตาล’เปิดใจหลังตัดสินใจปิดตำนาน 38 ปี นิตยสารคู่สร้างคู่สม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 10.47 น.

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดีกับนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 38 ปี เป็นนิตยสารที่เล่าเรื่องราวของชีวิตคน ที่มีนักเขียนจากทั่วทุกมุมโลกส่งเรื่องราวของตนเองเข้ามา แต่ล่าสุดผู้ก่อตั้งนิตยสารเล่มนี้ ดำรง พุฒตาล ได้ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ เนื่องมาจากสู้โลกออนไลน์ไม่ไหว อีกทั้งถ้าอยู่ต่อไปอาจทำให้ตัวหนังสือนั้นขาดทุนก็เป็นได้ โดย ดำรง ได้บอกว่าในช่วงระยะหลัง 3 มานี้ ตัวของคู่สร้างคู่สมเริ่มขาดทุน เลยทำให้ตัดสินใจปิดตัวลงก่อนที่จะเจ็บหนักไปมากกว่านี้ ซึ่งล่าสุด ดำรง พุฒตาล ผู้ก่อตั้งนิตยสารคู่สร้างคู่สม ได้มาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มี บุ๋ม ปนัดดา,หนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

ที่มาของนิตยสารคู่สร้างคู่สม? “มาจากรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2519 ที่ชื่อคู่สร้างคู่สมเพราะคู่ที่มาออกรายการโทรทัศน์ต้องเป็นคู่รัก แต่ละคู่ที่จะมาออกต้องเขียนจดหมายมา เดือนนึงออก 1 ครั้ง ครั้งละ 4 คน แต่มีจดหมายส่งมามาก ทั้งๆ ที่รางวัลก็แค่ตู้เย็น แต่ว่าต้องพูดพูดๆ เป็นรายการที่สนุกที่สุด ฮอตที่สุดเพราะเป็นรายการทอล์คโชว์รายการแรกๆ ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์

ที่เอาประชาชนมาออกรายการ เพราะในสมัยนั้นดาราไม่เปิดตัวสามีหรือภรรยา คู่แรกที่เอามาออกรายการแล้วประสบความสำเร็จก็คือคุณสมบัติ เมทะนี กับภรรยา แต่ตัวผมชอบคุยกับชาวบ้าน เพราะความบริสุทธิ์ของชาวบ้านไม่มีลับลมคมในในชีวิตคู่ แล้วเป็นรายการที่ถามปัญหาง่ายๆ สมัยนั้นคนชอบมาก จนกลายเป็นหนังสือ เพราะว่ามีข้อมูลของผู้ชมส่งเข้ามาเป็นกระสอบๆ”

คอนเซ็ปต์ของคู่สร้างคู่สมเกี่ยวกับเรื่องความรัก? “ในชั้นแรก ส่วนฟร้อนท์ที่เป็นเอกลักษณ์นั้น มีมาตั้งแต่แรกเริ่มทำเล่มแรกเลยครับ จนถึงเล่มสุดท้าย เล่มแรกคือ 1 ม.ค. 2523 จนเล่มสุดท้ายคือฉบับที่ 1,005 เล่มแรก 8 บาทแล้วขึ้นมาเป็น 12, 20 แล้วก็เล่มปัจจุบัน 30 บาท คนที่ขึ้นปกแรกเลยคือคุณทาริกา ธิดาทิตย์”

เคยมีเล่มไหนที่หน้าปกไม่ได้เป็นคนคู่กันมั้ย? “มีครับ ฉบับสุดท้ายคือหน้าปกผมเอง ส่วนคอนเซ็ปต์ที่จะขึ้นปกได้ก็คือต้องแต่งตัวเรียบร้อย จะไม่มีโป๊ไม่มีนุ่งขาสั้น การเลือกหน้าปกของเราก็คือเลือกจากละครที่กำลังดัง แล้วเจ้าของผู้ผลิตละครก็จะยินดี เพราะเหมือนละครของเค้าได้เผยแพร่ไปทั่ว”

ทำไมเล่มสุดท้ายต้องเป็นภาพคุณดำรง? “เนื่องจากที่ทำหนังสือเพราะอยากลงรูปตัวเอง”

เคยคิดมั้ยว่า หนังสือที่เราสร้างมากับมือจะต้องมาปิดตัวลง? “ไม่เคยคิดนะครับ กับเคยคิดว่าถ้าเราตายลงไปใครจะรับช่วงต่อ คือตลอดชีวิตผม ผมทำงานหนักมาก ทำงานจริงจัง ทั้งโทรทัศน์และบริษัททัวร์ ทีนี้การทำหนังสือมันต้องทุ่มเทอย่างมาก ทั้งกินนอน ก็ต้องนึกถึงแต่หนังสืออย่างเดียว พอถึงจุดหนึ่งเมื่ออายุ 70 ก็คิดว่าปีนี้จะเลิกแล้ว ก็ตั้งใจจะเลิก คนใกล้ชิดก็เห็นด้วย แล้วมาติดขัดว่าแล้วลูกน้องเราล่ะ ที่มีทั้งหมด 10 กว่าคน ซึ่งเรามีเท่านี้จริงๆ เราบอกได้เลยว่าสิ่งที่คู่สร้างคู่สมดังเพราะเรามีนักเขียนอยู่ทั่วประเทศไทยและทั่วโลก ใครเขียนเรื่องมาก็ได้ เพราะเข้าทางคู่สร้างคู่สม ทุกฉบับที่ส่งมาเราอ่านหมด ผมมีความพิเศษว่า คนอ่านรู้จักเรา เป็นแฟนเรามาก่อนจากรายการโทรทัศน์ เค้าอยู่ทุกทั่วประเทศทั่วโลก เค้ามีอะไรก็อยากเล่าให้เราฟัง”

ยอดขายเริ่มตกมาตั้งแต่เมื่อไหร่? “มันเริ่มตกมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วครับ มันลงไม่ฮวบฮาบ มันลงมาตลอด ค่อยๆ ลง เนื่องจากมนุษย์ในโลกนี้ ณ ปัจจุบันนี้ไม่อ่านหนังสือที่พิมพ์ในกระดาษ แต่ไปอ่านหนังสือที่พิมพ์อยู่ในออนไลน์”

เห็นบอกว่าที่เสียใจมากที่สุด ก็คือคอลัมน์ดูดวงที่แม่นที่สุดในประเทศไทย ถูกก๊อปปี้ไปลงออนไลน์? “ใช่ครับ คนที่ติดคอลัมน์นี้ก็รอดูว่าดวงจะเป็นยังไง คนขายก็เล่าให้ฟังว่า ทำไมหนังสือถือมีหนีบไว้ หรือเอาถุงใส่ เพราะคนไปยืนอ่านแล้วก็ไป พอมันก๊อปลงโซเชียลเราก็ทำอะไรไม่ได้ครับ แล้วจะขอบคุณเราสักคำก็ไม่มีเลยครับ”

ต่อจากนี้คนที่ติดคอลัมน์นี้ เค้าจะไปหาอ่านเรื่องดวงได้จากที่ไหน? “ผมตอบไม่ได้เพราะอาจารย์อัมพรที่เป็นคนดูดวงเค้าจะเขียนให้มั้ย แล้วอีกอย่างเค้าเป็นเพื่อนรักที่เรียนหนังสือมาด้วยกันกับผม แล้วก็ 30 กว่าปีที่เค้าทำมากับผม ก็ทำกันมาอย่างสนุกสนาน แล้วเค้าจะไปอยู่คนอื่นมั้ยก็ไม่รู้ แต่ผมสนับสนุนให้เค้าไป ตอนนี้ก็เลยตอบไม่ได้”

เป็นแชมป์มาทั้งหมดกี่ปี? “38 ปีครับ”

นิตยสารคู่สร้างคู่สมขายดีมาเป็นอันดับหนึ่ง แล้วทำไมถึงปิดตัวลง? “คือผมเหนื่อย อยากตื่นมาแล้วใช้ชีวิตแบบคนอื่นเค้า”

หรือเราจะรักษาศักดิ์ศรีตัวเองด้วยรึเปล่า? “ผมว่าไม่ใช่ว่าจะหยุดเอาก็ต่อเมื่อขาดทุนแล้ว ก็รู้สึกเสียหน้า ขณะนี้เรายังไม่ได้ขาดทุนอะไรเลย นอกจากกำไรน้อยลงแล้วก็ทำงานหนักขึ้น”

ทำไมไม่ให้ลูกทำ? “ถ้าไม่ใช่ ดำรง พุฒตาล ไม่มีใครทำได้ เพราะมันมาจากประสบการณ์”

ยืนยันว่า ที่ตัดสินใจปิดตัวหนังสือ เพราะเราไม่ได้ขาดทุน? “ไม่ขาดทุนครับ”

ทำไมถึงไม่ไปอยู่ในโลกออนไลน์ ทั้งๆที่คอนเทนต์มันดีมาก? “ถ้าอยู่ในโลกออนไลน์ ไอ้ดำรงก็ต้องทำงานอีก ก็ต้องเหนื่อยอีก และที่ผมทำหนังสือเล่มนี้ ผมทำด้วยใจรัก ผมรักการอ่าน ชอบอ่านหนังสือ พอมีข้อมูลจากรายการทีวี มันก็นึกอยากทำหนังสือ ถ้าทำออนไลน์มันเป็นเชิงธุรกิจแล้ว มีส่วนได้ส่วนเสียเท่าไหร่ พอมันเป็นหนังสือคู่สร้างคู่สม เล่มแรกเราไม่ได้ลงทุนแม้แต่บาทเดียว เราลงทุนสมองกับต้นฉบับ แล้วเราก็ไปหาโรงพิมพ์ที่ไว้ใจได้ เค้าก็พิมพ์ให้เราก่อนเลย ไม่ต้องไปหาค่าพิมพ์ เล่มแรกพิมพ์ถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกพิมพ์ 35,000 ครั้งที่ 2 พิมพ์ 35,000 และครั้งที่ 3 พิมพ์ 30,000 ทั้งหมดแสนเล่ม ซึ่งไม่มีนิตยสารใดพิมพ์เยอะเท่านี้มาก่อนเลย

ไม่ใช่ว่าผมงอนนะ แต่ว่าบทความดีๆ ถูกก๊อปปี้ไปลงออนไลน์หมดเลย แล้วไม่ได้ให้เครดิตเรา ผมเป็นคนที่โง่ในระบบออนไลน์ ผมก็เลยหยุดทำ”

มีคนเม้าท์ว่า ที่หยุดเพราะเรามีเงินมากกว่าร้อยล้าน ก็เลยหยุดทำ? “ถ้ารู้จะพูดอย่างนี้ไม่มารายการนี้หรอก ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาแทบตายตั้ง 50 ปีมีเงินแค่ 100ล้านเหรอ(ยิ้ม)”

มีคนบอกว่า ปิดตัวก็ดีแล้ว เพราะเนื้อหาในคู่สร้างคู่สมช่วงหลังไม่ค่อยดีเลย? “เสียแค่ 30 บาทนี่นะ คุณจะเอาอะไร ผมเสียค่าเครื่องบินไปสัมภาษณ์หม่อมชลิตาที่อาร์เจนติน่า ค่าเครื่องบินชั้นพิเศษ 3 คนก็เกือบล้านแล้ว ไปอยู่นั่นเดือนนึง ลงอยู่ 13-14 ตอน คุณจะเอาอะไร 30 บาท เพราะหนังสือทั่วไปก็เป็นร้อยแล้ว”

พนักงาน 10 กว่าคนทำยังไง? “พนักงานบางส่วนก็ได้งานใหม่แล้ว”

วิเคราะห์ผู้อ่านในช่วงระยะหลัง? “คนไทยในปัจจุบันอ่านหนังสือมากกว่าเดิมหลายเท่า แต่ว่าไปอ่านในอินเตอร์เน็ต ไปอ่านในโทรศัพท์มือถือ เพราะมีรูปภาพ โต้ตอบได้ แต่ถ้าส่งมาให้คู่สร้างคู่สม ดำรงจะเอาลงรึเปล่า หรือกว่าจะเอาลงก็อีกสองเดือน แต่เนี่ยเขียนลงออนไลน์ แล้วกดโพสต์ลง คนก็ได้อ่านกันเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นคำพูดที่ผิดนะครับ ที่คนไทยอ่านหนังสือน้อยลง แต่เค้าอ่านหนังสือเยอะขึ้น แต่เค้าไม่ได้อ่านหนังสือที่เป็นเล่มๆ และก็บอกได้เลยว่าอนาคตนิตสารที่มีทั้งโลกนี้ ก็อาจจะอยู่ไม่ได้ เพราะอย่างนิตยสารชื่อดังที่อยู่มาเป็นร้อยๆ ปีก็ปิดตัวลง”

เพราะเหตุนี้เลยแนะว่า ถ้ามีลูกห้ามให้เรียนนิเทศศาสตร์? “ผมไม่ได้พูดคำนี้นะครับ แต่ผมพูดว่าเดี๋ยวนี้คนที่จะทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเรียนนิเทศศาสตร์ และผมก็บอกลูกว่า ถ้าลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ไม่ต้องเสียใจเลย เพราะเดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ระบบการศึกษามันก็เปลี่ยนไปหมด คนที่ไม่ได้เรียนนิเทศศาสตร์มาบางคน แค่เค้ามีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวเค้าก็ทำรายการออกมาได้ดีแล้ว เพราะฉะนั้นนิเทศศาสตร์ต้องเปลี่ยนหลักสูตร ต้องออกไปลุยงานนอกห้องเรียนมากกว่าเรียนทฤษฎี”

ฝากถึงแฟนคลับคู่สร้างคู่สม? “ก็กราบเรียนแฟนคลับว่า โลกนี้มันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ระบบดิจิตอลมันเข้ามาป่วนโลก วิถีชีวิตมันเปลี่ยนไปหมดเลย ที่อยากจะเตือนก็คือโลกใหม่มันปรับตัว เราต้องอยู่กับมันให้ได้”

ติดตามรายการ “คุยแซ่บShow” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow และรับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mamaคลิปสัมภาษณ์ เปิดทุกซอก แหวกทุกมุม “ดำรง พุฒตาล” หลังประกาศปิดตัว “คู่สร้างคู่สม” พร้อมลั่นไม่หันเข้าออนไลน์! https://www.facebook.com/KUIZAPSHOW/videos/247747815761920/

‘เปิ้ล-หัทยา’ จัดโบนัสใหญ่ ขอบคุณคนฟัง 88.5 EDS

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/309973

‘เปิ้ล-หัทยา’ จัดโบนัสใหญ่   ขอบคุณคนฟัง 88.5 EDS

‘เปิ้ล-หัทยา’ จัดโบนัสใหญ่ ขอบคุณคนฟัง 88.5 EDS

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผ่านร้อนผ่านหนาวเข้าสู่ปีที่ 2 คลื่นเพลงไทย  88.5 EDS (EVERYDAY STATION) ภายใต้การบริหารของบิ๊กบอส เปิ้ล-หัทยา

วงษ์กระจ่าง และเหล่าดีเจ อาทิดีเจนัน-สุนันทา ยูรนิยม, ดีเจโอปอล์ประพุทธ์ พิมพามา, ดีเจเอม-สาธิดาปิ่นสินชัย, ดีเจนะ-ธนบูลย์ วัลลภศิรินันท์, ดีเจฟางข้าว-ณัชชาจิตตานนท์, ดีเจอู๋-ธีรยุทธ เธียรชัยบัณฑิต, ดีเจเจน-เมขลา เมฆวัฒนา,ดีเจแม๊กซ์-เจนมานะ, ดีเจนุ่น-ณัชชานันท์ พีระณรงค์ จึงเตรียมจัดโบนัสใหญ่ แจก รถยนต์ BMW พร้อมของรางวัลร่วม 3 ล้านบาท !! ขอบคุณคนฟัง 88.5 EDS

เปิ้ล กล่าวว่า … “เพราะทุกคนคือคนพิเศษ เพื่อเป็นการขอบคุณคนฟังที่อยู่กับเรามาตลอด 2 ปี เราจึงจัดกิจกรรม E-D-S Big Bonus Special ตามหาสุดยอดคนฟัง EDS เพื่อมอบโบนัสใหญ่รถยนต์ BMW 118i -M Sport มูลค่ากว่า 2 ล้านบาทนับเป็นโบนัสชิ้นใหญ่มากที่สุดที่เราเคยแจก อยากให้ทุกๆ คนเข้ามาร่วมลงทะเบียน เพื่อลุ้นเป็น1 ใน 885 คน เข้ารอบไปชิง Big Bonus
ในวันที่ 18 มกราคม นอกจากนี้ภายในงานทุกคนยังจะได้รับโบนัสอีกพิเศษอีกมากมาย ติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แม่บ้านคนขับแท็กซี่ พนักงานออฟฟิศ ฯลฯ ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์สุดหรู BMW โบนัสชิ้นนี้”

18 มกราคม นี้ 6 โมงเย็น เช็คอินพร้อมกัน!!! ณ ลานลิฟต์แก้ว เซ็นทรัลเวิลด์ สามารถลงทะเบียนลุ้นเป็น 1 ใน 885 คน เพื่อเข้ารอบไปชิง Big Bonus ได้ทาง FB : 88.5 EDS

จับตา!! ‘ใหม่-ดาวิกา’ ร่วมงาน ‘ฮิวโก้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/309978

จับตา!! ‘ใหม่-ดาวิกา’ ร่วมงาน ‘ฮิวโก้’

จับตา!! ‘ใหม่-ดาวิกา’ ร่วมงาน ‘ฮิวโก้’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มาพร้อมกิมมิกเก๋ๆ ว่า “โลกนี้ไม่ใช่ของเราจะทำอะไรก็ต้องระวัง” เมื่อ “ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์” ปล่อยซิงเกิล “ระวัง”  (*492 222 299) จากอัลบั้ม “ดำสนิท” พร้อมมิวสิกวีดีโอที่ได้นางเอกดัง “ใหม่-ดาวิกาโฮร์เน่” มาสวมบทบาทเป็นสายลับ ผ่านฝีมืองานกำกับฯของ “แอ๊ะ-ชาติฉกาจ ไวกวี” ที่ผูกปิ่นโตกันมาตั้งแต่มิวสิกวีดีโอตัวแรกของอัลบั้มนี้ ทาง Youtube Channel : Merecordslabel

“ฮิวโก้” เผยว่า “เนื้อเพลงนี้ ผมใช้เตือนตัวเองให้ใช้ชีวิตแบบระวัง ทำอะไรต้องคิดดีๆ ว่าสิ่งที่ทำจะไปกระทบใครหรือเปล่า และได้คุณแอ๊ะมากำกับฯอีกครั้ง โดยครั้งนี้ผมคิดว่ามิวสิกวิดีโอตัวนี้น่าจะแตกต่างจากหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาครับ เพราะมีการเอาพล็อตหนังเข้ามานิดนึง สำหรับการร่วมงานกับ น้องใหม่-ดาวิกา ผมปลื้มในการทำงานง่ายของน้องใหม่มากครับ เขาเป็นคนที่เป๊ะมาก มาก่อนใคร คือความตรงเวลานี่ซื้อใจผมได้อยู่แล้ว แต่มาก่อนเวลานี่ ผมไม่รู้จะกรี๊ดยังไงแล้ว ผมว่าเขาตีบทแตก โดยบทบาทเขา เขาต้องเล่นเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและอันตรายที่ทุกคนควรระมัดระวังครับ”

ด้าน “ใหม่” เล่าว่า “เป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมงานกับพี่เล็ก ใหม่เป็นแฟนเพลงของพี่ฮิวโก้มาก่อนค่ะ ชอบและติดตามมานานมาก ใหม่ไม่เคยไปดูคอนเสิร์ตใครเลยนะคะ แต่ไปดูคอนเสิร์ตของพี่เขาค่ะ แล้วก็พาทุกคนไปหมดเลย ทุกคนก็งงหมดเลยว่าใหม่เป็นแฟนคลับขนาดนี้เลยเหรอ แต่ชอบมากจริงๆ คือสามารถฟังเพลงพี่เขาทั้งวัน ฟังตั้งแต่สากลจนมาอัลบั้มไทยเลยค่ะ พอมีโอกาสได้มาร่วมงานด้วย ยิ่งสนุก มีหลายมุมที่คิดไม่ถึงว่าพี่เขามีมุมนี้ด้วยเหรอ (หัวเราะ)”

‘เจมส์-เรืองศักดิ์’ แท็กทีม ‘เชน-ธนา’ ปั้นแบรนด์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/309976

‘เจมส์-เรืองศักดิ์’  แท็กทีม ‘เชน-ธนา’  ปั้นแบรนด์ใหม่

‘เจมส์-เรืองศักดิ์’ แท็กทีม ‘เชน-ธนา’ ปั้นแบรนด์ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เดินหน้าสร้างครอบครัวและลุยธุรกิจอีกครั้ง เมื่อ เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ แท็กทีม เชน-ธนา ลิมปยารยะ และภรรยา เจมส์-กณิการ์ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารบริษัทพาวเวอร์ จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มาส์กหน้าทองคำ 24K ภายใต้ชื่อแบรนด์ “MOJO” ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวาลัย สยามพารากอน โดยมี ครูก้อย-นัชชา ภรรยาพร้อมเพื่อนซี้ เวฟ-สาริน บางยี่ขัน ที่ควงเจ้าสาวหมาดๆ บุ้ง-สะธี ใบหยก มาให้กำลังใจ

เจมส์ เผย “จริงๆ ผมผ่านการทำธุรกิจมาค่อนข้างหลากหลายและทำมานานเป็น 10 ปี ก็มีทั้งประสบความสำเร็จและล้ม เรียกว่าผ่านการล้มลุกคลุกคลานมามาก กว่าจะมีวันนี้ ถามว่าท้อมั้ย? ไม่ท้อเลย เพราะผมได้ตกผลึกความคิดจากการทำธุรกิจหลายๆอย่าง เรียกว่าเป็นบทเรียนในการทำงานซึ่งดีนะ กับเชนเรารู้จักกันมานานบวกกับวิสัยทัศน์แนวคิดเราสองคนตรงกันก็เลยตัดสินใจจับมือกันปั้นแบรนด์นี้ขึ้นมาซึ่งเงินลงทุนบอกเลยว่าหลักสิบล้าน คือผมจริงจังมาก ไม่ได้คิดจะลงมาทำเล่นๆ โกยเงินแล้วจบ ความตั้งใจของผมคือการทำธุรกิจแบบยั่งยืน แต่ผมยังไม่ได้คิดอำลาวงการ ยังทำงานควบคู่กันไปเรื่อยๆ แค่เราต้องรู้จักบริหารการจัดการให้ดี ที่ทำงานเยอะก็เพราะเราต้องการสร้างครอบครัวให้มั่นคง เตรียมไว้ให้ลูกในอนาคต ซึ่งกำลังตั้งใจอยู่ครับ (หัวเราะ)”