นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและชะลอวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304518

นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและชะลอวัย

นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและชะลอวัย

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เอ็มควอเทียร์ เฮลท์ โซไซตี้ เอ็กซ์โป 2017” ที่สุดแห่งปีกับนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความงามพร้อมเคล็ดลับเพื่อการชะลอวัยกับเซเลบริตี้สายสุขภาพ

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ รายการ Health Society ทางช่อง 3 Family และบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ จัดงาน “เอ็มควอเทียร์ เฮลท์ โซไซตี้ เอ็กซ์โป 2017” (EmQuartier Health Society Expo 2017) รวบรวมความรู้ศาสตร์และเคล็ดลับการชะลอวัยจากภายใน และที่สุดแห่งองค์ความรู้ รวมถึงนวัตกรรมสุขภาพจากกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพชื่อดังและเซเลบริตี้สาย Healthy เผยเคล็ด (ไม่) ลับ “สุขภาพดี”อาทิ ดร.กอบกุล สุดสวนศรี, นายแพทย์โอฬารเปี่ยมกุลวนิช, นายแพทย์สมนึก ศิริพานทอง, ยุรนันท์ ภมรมนตรี, สาธินี โมกขะเวส, ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์, เมจิ – อโมนา คุ๊ก, ครูหนุ่ม-ยอดชาย ยมะคุปต์ กูรูซุมบ้าชื่อดัง, โค้ชมิกกี้  The Face Men  อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร และพระเอกสุดฮอต “เวียร์” ศุกลวัฒน์ คณารศ พร้อมเพลิดเพลินกับการสาธิตเมนูเอาใจคนรักสุขภาพจาก ปาล์ม ควิซีน (Palm Cuisine) นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมบริจาคสมทบทุน กับน้องๆ มูลนิธิไลฟ์ อิมแพค ไทยแลนด์ มูลนิธิช่วยไร้พรมแดนได้ภายในงาน

อีกทั้ง ยังมีสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำมากมายที่คัดสรรนำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Panacee MedicalCenter), ของขวัญคลินิก (Khongkwan Clinic), อิมเมจินี่คลินิก (Immagini Clinic), เซลฟิกส์สหคลินิก (CellFix Clinic & Lab), สกรีนดอร์ คลินิก (Skeyndor Clinic), เล่อคังคลินิก (Lekang Clinic), แดทโซ (THAT’SO), มี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย), ดร.โบพลัส (Dr.Boplus), บาลานซ์ บาย ไฮโดรเฮลท์ (BALANZE by HydroHealth), เวอร์จิ้นแอ๊กทีฟ (Virgin Active)และการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยเครื่องอีลิเซ่ (The Elise Pelvic Floor Exerciser) ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ สถานีรถไฟฟ้า พร้อมพงษ์

การใช้ยาและสมุนไพร อย่างไรให้ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304517

การใช้ยาและสมุนไพร อย่างไรให้ปลอดภัย

การใช้ยาและสมุนไพร อย่างไรให้ปลอดภัย

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบันได้มีการนำยาสมุนไพรมาใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรคมากขึ้น โดยมีความเชื่อที่ว่าสมุนไพรมาจากธรรมชาติ ดีต่อร่างกาย ไม่ตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดพิษ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพร จะมีทั้งประโยชน์ในการรักษาโรค แต่ก็อาจก่อให้เกิดโทษได้ถ้าใช้ไม่ถูกต้องใช้ไม่ถูกกับอาการ ไม่ถูกกับโรค หรือปริมาณขนาดที่ใช้ไม่เหมาะสม ก็อาจเกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมีนายกสภาเภสัชกรรม แนะนำว่า เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้ยารักษา ผู้ใช้ควรยึดหลัก 5 ถูก คือ 1.ถูกคน 2.ถูกโรค 3.ถูกขนาด 4.ถูกวิธี และ 5.ถูกเวลา โดยก่อนใช้ยาหรือยาสมุนไพรทุกครั้ง ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจ อ่านให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับยาต่อเนื่อง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง หากจำเป็นต้องใช้ยาสมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ก็ควรที่จะปรึกษาเภสัชกร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุดเพราะบางครั้ง ยากับสมุนไพรอาจมีผลกระทบกันภายในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการเพิ่มหรือลดผลของการรักษา ทั้งยังอาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ ผลข้างเคียงที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรบำบัดรักษาโรคควบคู่กับยาแผนปัจจุบันเพราะสามารถผลิตจากสมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศ โดยได้บรรจุยาสมุนไพรไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ 24 รายการ เช่น กลุ่มยารักษาอาการของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ยาขมิ้นชัน ยาขิง (ขับลมบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ) ยากล้วย ยาฟ้าทะลายโจร(บรรเทาอาการท้องเสีย) ยาชุมเห็ดเทศ ยามะขามแขก(บรรเทาอาการท้องผูก) เป็นต้น หากคนไทยนิยมใช้สมุนไพรกันมากขึ้น จะช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศได้ปีละหลายพันล้านบาท

ข้อมูลจาก ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ฝ่ายวิชาการ ให้คำแนะนำว่า การใช้สมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบันนั้น บางอย่างสามารถใช้ร่วมกันได้ แต่ควรแจ้งข้อมูลให้กับแพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้งว่ากำลังใช้สมุนไพรชนิดใดอยู่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เพราะยาแผนปัจจุบันกับยาสมุนไพรบางชนิดอาจไปออกฤทธิ์ขัดกันหรือเสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงวัยที่มีโรคเรื้อรัง โรคประจำตัวซึ่งจะมีการใช้ยา วิตามิน สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนใหญ่ผู้สูงวัยที่มีโรคเรื้อรังมักใช้ยามากกว่า 1 ชนิด และต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือดตีบ อัมพาต-อัมพฤกษ์ ข้อเข่าเสื่อม และโรคมะเร็ง เป็นต้น

การใช้ยาแผนปัจจุบันกับสมุนไพร ร่วมกัน อาจส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ เช่น

– มะขามแขก เกิดปฏิกิริยากับยาขับปัสสาวะ เพิ่มการขับถ่ายธาตุโพแทสเซียมจนเกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อล้า ตะคริว และหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

– ขิง แปะก๊วย เกิดปฏิกิริยากับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาลดการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดเหลวและแข็งตัวช้าเกินไปถ้าเกิดมีแผลเลือดออก จะเสียเลือดมาก

– ขมิ้นชัน เกิดปฏิกิริยากับยารักษามะเร็งทำให้ฤทธิ์ต้านมะเร็งของยาลดลง

– โสม เกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษามะเร็ง ทำให้เพิ่มอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ของยา เช่น พิษต่อตับ

– ในบางรายการ สมุนไพรจำพวกกระเทียม มะระขี้นก หรือ กระเจี๊ยบแดง ร่วมกับยารักษาโรค อาจเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันโลหิต หรือน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติได้ ผู้ป่วยอาจมีอาการวูบ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ มือสั่น ใจสั่น ได้ เป็นต้น

สิ่งสำคัญในการใช้ยาและยาสมุนไพร คือ การอ่านฉลากยาให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถใช้ยาได้อย่างถูกคน ถูกโรค ถูกขนาด ถูกทางหรือถูกวิธี และถูกเวลา ควรเลือกซื้อยาสมุนไพรจากร้านยาคุณภาพที่มีใบอนุญาตและมีเภสัชกรประจำ และสินค้านั้นต้องมีเลขทะเบียนตำรับยา บรรจุอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ชำรุด นอกจากนี้ก่อนซื้อยาสมุนไพร ควรดูฉลากยาทุกครั้ง เช่น ชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา อ.ย. ปริมาณของยาสมุนไพรที่บรรจุ เลขที่ หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตชื่อผู้ผลิต และสถานที่ผลิตยา วัน เดือน ปี ที่ผลิตและหมดอายุของยา ไม่ควรซื้อยาสมุนไพรจากแผงขายตามท้องตลาด หรือแบบแบ่งขาย เพราะอาจเสี่ยงที่เป็นยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ อาจมีผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นหากมีปัญหาเรื่องยาและสมุนไพร ปรึกษาเภสัชกรที่ใกล้บ้านท่าน

สง่างาม สมบูรณ์แบบ สมการรอคอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304462

สง่างาม สมบูรณ์แบบ สมการรอคอย

สง่างาม สมบูรณ์แบบ สมการรอคอย

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การกลับมาอีกครั้งของคอลเลคชั่นสุดพิเศษแห่งปี หลังจาก H&M ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับแบรนด์ดีไซเนอร์คนสำคัญแห่งกรุงลอนดอนเออร์เด็ม โมราลิโอกลู (ERDEM MORALIOGLU) ผู้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเซเลบริตี้และคนในวงการแฟชั่น เพื่อเผยโฉมคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี ERDEM X H&M ให้กับแฟนๆ ที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด

ERDEM ได้ออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดให้กับ H&M ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ้าสำหรับคุณสุภาพสตรีและยังมีเสื้อผ้าสำหรับคุณสุภาพบุรุษที่นับเป็นผลงานการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายครั้งแรกของ Erdem อีกด้วย สำหรับคอลเลคชั่น ERDEM x H&M สำหรับสุภาพสตรีในคอลเลคชั่นนี้มาในคอนเซ็ปต์ “เร้นกายสู่ชนบทอันงดงาม” หรือ THE DREAM COUNTRY GETAWAY COMES TO LIFE ชวนฝันด้วยความทรงจำและเรื่องราวการย้อนรำลึกถึงวัยเยาว์พร้อมกับครอบครัวของนักออกแบบและจินตนาการจากภาพในชนบทอันงดงามของอังกฤษ โดดเด่นด้วยชุดเดรสที่สวยงามสุดโรแมนติก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ทของพ่อและชุดกระโปรงที่เย็บจับจีบตรงช่วงไหล่ของแม่ หรือสไตล์สวยเท่ที่เห็นได้ในโทรทัศน์และมิวสิกวีดีโอยุค 90ที่ผสานชุดกระโปรงยาวกับการตัดเย็บอันประณีตเข้ากับฟังก์ชั่นการใช้งานและความสวยงามหรูหรา

สำหรับสุภาพบุรุษเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ลายเส้นที่เฉียบคมและลายดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์สำหรับสุภาพบุรุษ” หรือ SHARP LINES AND EXPRESSIVE FLORALSFOR MEN ด้วยแรงบันดาลใจจากความทรงจำในวัยเยาว์ผสานกับการออกแบบที่เป็นซิกเนเจอร์และสไตล์ที่เป็นส่วนตัวของ Erdem การตัดเย็บที่สวยงามประณีตคือจุดเด่นของเสื้อสูทและเสื้อโค้ทสไตล์คลาสสิกขณะที่เสื้อทำจากผ้าฟลีซสามารถตอบโจทย์การใช้งานและเหมาะสำหรับช่วงฤดูหนาว ส่วนเสื้อลายดอกไม้แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในดินแดนชนบทของอังกฤษ และเพิ่มความโดดเด่นด้วยเสื้อสูทลายก้างปลา เสื้อโค้ทผ้าทวีตและเสื้อแจ๊กเกตมีฮู้ด คอลเลคชั่นนี้จึงสมบูรณ์แบบและมีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับหนุ่ม H&M

สำหรับประเทศไทยที่ร้าน H&M สาขาสยามพารากอน สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาดิ เอ็มควอเทียร์ เท่านั้น

วัยทอง สตรอง แซ่บ มั่นใจ ในแบบของตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304272

วัยทอง สตรอง แซ่บ มั่นใจ ในแบบของตัวเอง

วัยทอง สตรอง แซ่บ มั่นใจ ในแบบของตัวเอง

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พอย่างเข้าวัย 40+ ใครๆ ก็บอกว่าระวังวัยทองจะถามหา ระวังจะวูบวาบเหวี่ยงวีนนะยูว์ แต่จะบอกว่าจริงๆ แล้ววัยทองนั้นเป็นอีกช่วงวัยที่สาว(ใหญ่) หนุ่ม(ใหญ่) ควรจะมีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะ “วัยทอง” หรือ “Golden Age” นั้นเป็นวัยแห่งการพึงพอใจกับความสำเร็จที่สร้างสมมา ไม่ว่าครอบครัว และสังคมที่ดี มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีความเข้าใจโลกเข้าใจชีวิต มีความเชื่อมั่น และยังมีพลังงานชีวิตล้นเหลือที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ให้ชีวิตมีความสุขจนเรียกว่าเป็นช่วง “วัยทอง” ของชีวิตเลยทีเดียว แล้วทำไมถึงจะปล่อยให้อาการกังวลเรื่อง “วัยทอง” นี้ มาทำให้เราเปลี่ยนและไม่มีความสุข

แพทย์หญิงศิริอร สุมาลย์นพ สูตินรีแพทย์ด้านนรีเวชศาสตร์และสตรีวัยทอง ศูนย์สุขภาพหญิงโรงพยาบาลพญาไท 2 เผยว่า “ฮอร์โมนเป็นตัวกำหนดความเป็นหนุ่มเป็นสาวในผู้หญิงฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตคือฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะค่อยลดลงเมื่อเริ่มเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป ส่วนผู้ชายฮอร์โมนที่มีผลต่อสมรรถภาพและความแข็งแรงของร่างกายคือ ฮอร์โมนที่ชื่อว่าแอนโดรเจน หรือเทสโทสเตอโรน และการลดลงนี้เองที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในวัยทอง ทั้งในด้านอารมณ์ที่พูดกันว่าเหวี่ยงวีน ขี้น้อยใจ บ่นเรื่องไม่เป็นเรื่อง และสรีระร่างกายเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ลงพุงง่ายไปจนถึงผิวหนังแห้งเหี่ยว สำหรับผู้หญิงเมื่อรู้แล้วว่าวัยทองเกิดจากการที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไปและมีอาการวัยทอง ควรไปพบและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัยทอง

“วิธีรับมือกับช่วงวัยทองนั้น ให้พึงมีสติอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์มากระทบให้ใจเย็นๆ พยายามคิดบวกเข้าไว้ เพราะถ้าคุณปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดแย่ๆ จะทำให้คุณหดหู่และอาจเกิดภาวะซึมเศร้าตามมา หยุดสูบบุหรี่ ถ้าไม่อยากได้โรคภัยมาเพิ่ม จากรายงานของ NHS ประเทศอังกฤษ บอกว่า มนุษย์วัยทองที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็งและความดันโลหิตสูง การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในช่วงวัยทองนี้การนอนให้อิ่มอาจจะยากสำหรับบางคนที่มีอาการนอนไม่หลับ ลองหาอะไรทำให้ตัวเองนอนหลับง่ายขึ้น เช่น ทำสมาธิ อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ ผ่อนคลายแล้วคุณจะมีความสุขกับการนอนหลับมากขึ้น

ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ไหนๆ ก็เดินทางมาถึงวัยทองแล้ว ใช้ชีวิตให้คุ้ม ลองทำกิจกรรมแปลกใหม่ก็เป็นไอเดียที่ดีสุดๆ เพราะนอกจากคุณจะได้ภาคภูมิใจในตัวเองแล้วความสุขระดับสิบที่เข้ามาแทนที่ความซึมเศร้าเบื่อหน่ายชีวิตก็จะช่วยทำให้จิตใจคุณเฮลท์ตี้ขึ้น ขยับวันละนิดจิตแจ่มใสพยายามขยับร่างกายยืดเส้นยืดสายอยู่เป็นประจำให้ร่างกายแข็งแรงแต่อย่าหักโหมจนเกินไปนัก เพราะคุณอาจจะบาดเจ็บแทน กีฬาหนักๆ อย่างชกมวย ปีนเขา ไม่แนะนำถ้าคุณยังเตรียมร่างกายไม่ดีพอ กินอย่างมีสติไม่เค็ม ไม่มัน แล้วความดันกับโรคหัวใจจะไม่ถามหา เปลี่ยนมากินอาหารที่มีวิตามินดีสูงอย่างปลา เห็ด นม น้ำส้ม ไข่ ตับและน้ำมันตับปลา เสริมสร้างกระดูกและภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และสุดท้ายรวมกลุ่มก๊วนเพื่อน นัดกับเพื่อนสมัยวัยเรียนไปเที่ยว ไปสังสรรค์พูดคุยกัน เพราะเพื่อนในวัยเยาว์มักจะนำเราย้อนเวลากลับไปในช่วงวัยใสทำให้อารมณ์ดีผ่อนคลาย”

แค่ “รู้ทัน” อาการวัยทอง อย่าปล่อยให้เปลี่ยน และดูแลสุขภาพร่างกายเพิ่มขึ้นอีกสักนิด ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใสอีกสักหน่อย “วัยทอง” ของคุณก็จะเป็นช่วงเวลานาทีทองแห่งความสุขของชีวิตอย่างแท้จริง ดังที่ วิคเตอร์ ฮูโก บอกเอาไว้ว่า “อายุ 40 เป็นวัยชราของคนหนุ่ม-สาวแต่อายุ 50 เป็นวัยหนุ่ม-สาวของคนชรา”

เคเอฟซี สร้างครัวสะอาด เสริมความรู้ด้านโภชนาการ โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304269

เคเอฟซี สร้างครัวสะอาด เสริมความรู้ด้านโภชนาการ โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

เคเอฟซี สร้างครัวสะอาด เสริมความรู้ด้านโภชนาการ โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร

เคเอฟซี ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย สานต่อโครงการ “เคเอฟซีครัวมาตรฐานและเกษตรอาหารกลางวันยั่งยืน” ปีที่ 4 เพื่อสร้างและปรับปรุงครัวโรงเรียนที่ขาดแคลนในพื้นที่ทุรกันดานในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือให้ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการและการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันแก่ชุมชน อีกทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างทักษะประสบการณ์ด้านทำการเกษตรพอเพียงตามรอยพ่อ และยังเป็นการลดต้นทุนการทำอาหารกลางวันในโรงเรียน ช่วยให้เด็กๆ ได้มีอาหารที่ปลอดภัย พร้อมทั้งส่งเสริมชุมชนให้สร้างแหล่งอาหารที่มีคุณภาพ ณ โรงเรียนบ้านแม่ตะมาน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตรผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดส่วนบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาด เคเอฟซี ประเทศไทย กล่าวว่า “เคเอฟซีเป็นแบรนด์ร้านอาหารระดับโลกที่ใส่ใจและตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพอาหาร และยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ขาดแคลนอาหาร เพื่อให้พ้นจากสภาวะการขาดสารอาหารซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก โครงการที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิต เพื่อสนับสนุนความตั้งใจในการหยุดความหิวโหยของเด็กทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยได้เล็งเห็นว่าในถิ่นทุรกันดารและอีกหลายพื้นที่มีโรงเรียนที่เด็กยังได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนจำนวนมาก จึงเห็นความสำคัญตรงนี้ และเกิดเป็นโครงการสนับสนุนโครงการเกษตรอาหารกลางวันแบบยั่งยืน โดยได้ทำมาปีนี้เป็นปีที่ 4 ซึ่งแต่ละปีทางเคเอฟซีจะเข้าไปช่วยเหลือโรงเรียน 4-5 พื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยระยะเวลาที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือโรงเรียนตามพื้นที่ต่างๆ 20 จังหวัด 20 แห่งแล้ว”

นอกจากสนับสนุนให้มีอาหารกลางวันแบบยั่งยืนด้วยการปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา เพื่อให้เด็กๆ ในโรงเรียนได้รับสารอาหารที่มีโปรตีนที่เพียงพอแล้ว ยังมีโครงการที่นำเข้าไปต่อยอดเป็นการสร้างโรงเรียน สร้างโรงเพาะเห็ด สร้างบ่อเลี้ยงปลา อีกทั้งยังสามารถนำวัตถุดิบที่เหลือมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น เห็ดเหลือก็นมาทำแหนมเห็ด ไข่เหลือก็นำมาทำไข่เค็ม ที่เก็บไว้ทานได้ หรือนำไปขายในชุมชนในราคาถูก ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับเด็กอีกด้วย

“หลังจากที่ทำโครงการมาโดยตลอด เล็งเห็นว่านอกจากอาหารที่มีคุณภาพแล้ว สถานที่ประกอบอาหารก็มีความสำคัญเช่นกัน หลายโรงเรียนมีพื้นที่ทำครัวที่ไม่ถูกสุขอนามัย เคเอฟซีที่มีจุดแข็งในเรื่องการทำครัวมาตรฐานก็ได้ต่อยอดโครงการเกษตรอาหารกลางวันยั่งยืน โดยเพิ่มครัวมาตรฐานเข้าไปซึ่งได้เริ่มปีนี้เป็นปีแรก และหลังจากดำเนินโครงการมาทางเคเอฟซีมีทีมติดตามผลตลอดว่าเด็กๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ หรือโรงเรียนต้องการต่อยอดอะไรเพิ่มทางเราก็จะได้เข้าไปช่วยเหลือ”

ด้าน จิตรา ธรรมบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เด็กๆ ได้รู้กระบวนการเกษตรกรรมที่ถูกต้อง ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา เพาะเห็ด และได้ต่อยอดโครงการเกษตรอาหารกลางวันให้โรงเรียนกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ อีกทั้ง ได้ต่อยอดจากศูนย์การเรียนรู้มาเป็นครัวมาตรฐาน ดังนั้น โรงเรียนที่ได้ทั้งเรื่องเกษตรและครัวมาตรฐานจะได้เรียนรู้เรื่องการเกษตรที่สามารถนำไปเป็นวิชาติดตัว เพื่อใช้ในอนาคตในการประกอบเป็นอาชีพ และเมื่อได้ครัวมาตรฐานก็จะรู้วิธีการจัดเก็บอาหารให้ที่ถูกต้องการปรุงอาหารที่ถูกขั้นตอนและสะอาด เมื่อได้รับสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย สารอาหารก็จะไปช่วยพัฒนาสมองด้วย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อเด็กอย่างมาก”

มนต์สวรรค์ มุกข์มงคลคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ตะมาน เผยว่า “โรงเรียนบ้านแม่ตะมานเป็นโรงเรียนขยายโอกาสขนาดกลาง มีนักเรียนอยู่ 210 คน มีครูอยู่ 16 คน นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์ซึ่งมีอยู่ 8 ชาติพันธุ์ คือ ไทยใหญ่ ปะหล่อง มูเซอ ลีซู กะเหรี่ยง ม้ง เย้า และพื้นเมือง เรื่องเกษตรอาหารกลางวันได้รับการสนับสนุนเรื่องการเพาะเห็ด การเลี้ยงไก่ไข่ การทำบ่อเลี้ยงปลาดุก เพื่อนำมาทำเป็นอาหารกลางวันให้นักเรียน และได้รับการปรับปรุงโรงอาหาร ซึ่งเมื่อก่อน โรงอาหารของโรงเรียนจะเตี้ย มุงด้วยสังกะสี และพื้นก็เป็นดิน ก็ได้รับงบสนับสนุนมาและปรับปรุง ซึ่งเป็นปีแรกที่ทางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากทางเคเอฟซี”

จิตรา ธรรมบริสุทธิ์

จิตรา ธรรมบริสุทธิ์
มนต์สวรรค์ มุกข์มงคลคำ

มนต์สวรรค์ มุกข์มงคลคำ
อาสาสมัครและเด็กๆ ร่วมกันลงแปลงปลูกผัก

อาสาสมัครและเด็กๆ ร่วมกันลงแปลงปลูกผัก
อาสาสมัครทำอาหารกลางวันให้เด็ก

อาสาสมัครทำอาหารกลางวันให้เด็ก

ฮีโร่ด้าน HIV และ LGBT ในเอเชียแปซิฟิก เข้ารับรางวัลในงานกาลา ณ กรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304276

ฮีโร่ด้าน HIV และ LGBT ในเอเชียแปซิฟิก เข้ารับรางวัลในงานกาลา ณ กรุงเทพฯ

ฮีโร่ด้าน HIV และ LGBT ในเอเชียแปซิฟิก เข้ารับรางวัลในงานกาลา ณ กรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.ประพันธ์ ภาณุภาค

ฮีโร่ผู้เรียกร้องความเท่าเทียมในการแต่งงาน การป้องกันเชื้อเอชไอวี สิทธิ์ของคนข้ามเพศ และสุขภาพชุมชน เป็น 4 ใน 8 บุคคลและองค์กรที่ได้รับมอบรางวัลในงาน HERO Awards ซึ่งเป็นงานกาลาระดมทุนที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ

งานมอบรางวัล HERO Awards ซึ่งย่อมาจาก HIV (เอชไอวี) Equality (ความเสมอภาค) และ Rights (สิทธิ์) จัดขึ้นเพื่อเชิดชูผลงานที่โดดเด่นในการรับมือกับปัญหาเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและการทำงานเพื่อกลุ่มหญิงรักหญิงหรือเลสเบี้ยน (Lesbian) ชายรักชายหรือเกย์ (Gay) คนรักสองเพศ (Bisexual) และคนข้ามเพศ (Transgender) หรือที่เรียกว่า “LGBT” ในภูมิภาคนี้

งานจัดขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 10 ปี ของมูลนิธิแอ็พคอม (APCOM Foundation) ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมชนทำงานด้าน HIV และ LGBT ชั้นนำในภูมิภาคนี้ นอกจากนั้น งานนี้ยังมีการระดมทุนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานที่สำคัญของมูลนิธิแอ็พคอมในการให้ความรู้ การป้องกัน การรักษา การดูแล และการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาเอชไอวี รวมไปถึงการรณรงค์สิทธิมนุษยชนด้วย

ผู้ได้รับมอบรางวัลได้รับการคัดเลือกจากผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 21 คน ซึ่งคัดเลือกจากผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลกว่า 350 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ Chi Chia-wei ชาวไต้หวันผู้ได้รับรางวัลในประเภทฮีโร่ของชุมชน (Community Hero) เป็นผู้เรียกร้องสิทธิ์ให้แก่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศและเป็นผู้นำในการผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมกันในการแต่งงานในประเทศไต้หวันจนประสบผลสำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ Khartini Slamah ชาวมาเลเซียผู้ได้รับรางวัลในประเภทฮีโร่ของคนข้ามเพศ (Transgender Hero) เป็นนักรณรงค์ผู้อุทิศตนทำงานในด้านสิทธิ์และสุขภาพของกลุ่มคนข้ามเพศมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ส่วนรางวัลฮีโร่ผู้ต่อสู้กับเชื้อเอชไอวี (HIV Hero) เป็นของ Gautam Yadav อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้รณรงค์ในการป้องกันเชื้อเอชไอวีและเป็นแบบอย่างให้กับคนที่ติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่อายุยังน้อยในประเทศอินเดีย

ในส่วนของ 2 ตัวแทนจากประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์ นพ.ประพันธ์ ภาณุภาค ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มาเป็นเวลานาน ได้รับรางวัลในประเภทพันธมิตรชุมชน (Community Ally) และ Dr.Frits van Griensven ผู้อาศัยในประเทศไทย ได้รับรางวัลในประเภทฮีโร่เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellbeing Hero) จากการทำงานอันโดดเด่นในฐานะผู้วิจัยด้านเอชไอวีและผู้สนับสนุนสุขภาพชุมชน Qasim Iqbal ชาวปากีสถาน ได้รับรางวัลในประเภทฮีโร่เพื่อความยุติธรรมในสังคม (Social Justice Hero) จากการเป็นผู้บุกเบิกสนับสนุนสิทธิ์และสุขภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศปากีสถาน และ Bandhu Social Welfare Society ได้รับรางวัลในประเภทองค์กรชุมชน (Community Organisation) จากผลงานอันโดดเด่นในการรับมือกับปัญหาเอชไอวี รวมถึงสุขภาพและสิทธิ์ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศบังคลาเทศ

Ashok Row Kavi จากประเทศอินเดีย ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Shivananda Khan Award for Extraordinary Achievement เพื่อเป็นการยกย่องการทุ่มเททำงานเป็นผู้รณรงค์เรียกร้องสิทธิ์ให้แก่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศและรับมือกับปัญหาเอชไอวีมาเป็นเวลากว่า 40 ปี มูลนิธิแอ็พคอมเป็นผู้มอบรางวัลนี้ให้ โดยตั้งชื่อตาม Shivananda Khan ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิแอ็พคอมและเป็นฮีโร่ผู้บุกเบิกการรับมือกับปัญหาเอชไอวี รวมถึงสิทธิ์และสุขภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก

เดเด้ โอเอโตโม (Dédé Oetomo)ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาประจำภูมิภาค (Regional Advisory Committee) มูลนิธิแอ็พคอม กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลและยกย่องผู้เข้ารอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จและการดำเนินงานเพื่อชุมชน “งานในค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นงานที่มีทั้งความสนุกสนานและจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี และเป็นการฉลองการร่วมแรงร่วมใจครั้งใหญ่ในชุมชนของเรา ผมอยากจะขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลมาให้กับเรา รวมไปถึงคณะกรรมการอิสระ ชุมชน และพันธมิตรในการจัดงานในครั้งนี้ ตลอดจนผู้ร่วมบริจาคในงานประมูลระดมทุน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานและให้การสนับสนุนงานของมูลนิธิแอ็พคอมโดยระดมเงินทุนเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมและบริการต่างๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนในชุมชนของเรา”

Dr.Frits van Griensven

Dr.Frits van Griensven
Gautam Yadav

Gautam Yadav
Chi Chia-wei

Chi Chia-wei
Khartini Slamah

Khartini Slamah
Ashok Row Kavi

Ashok Row Kavi

‘แอล บี’ เครื่องสำอางแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นมาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304271

‘แอล บี’ เครื่องสำอางแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นมาไทย

‘แอล บี’ เครื่องสำอางแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นมาไทย

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สองผู้บริหาร ฮิโรชิ อีดะ และ เก็น อิโนอุเอะ

เหล่าคนดังนำโดย จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, สุวรา สนิทวงศ์ณ อยุธยา และ ปัทมวดี เสนาณรงค์ ร่วมงานเปิดตัว แอล บี (LB หรือ LADY BIRD) ฉลองการกลับมาอีกครั้งของเครื่องสำอาง LB ในประเทศไทย นำโดย นายเก็น อิโนอุเอะ ประธานบริหารสูงสุด บริษัท เอเชีย มาร์เก็ตติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์) และ รัชกร วงษ์ยอดผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาด ร่วมกับ นายฮิโรชิ อีดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ เค จำกัด ประเทศญี่ปุ่น (IK Co.,Ltd.) โดยมี ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ ดาราวัยรุ่นสาวชื่อดังมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ Beauty Battle (Harachuku VS Ginza) ในธีม “The Beauty Weapon for all” พร้อมเหล่านางแบบแถวหน้าของเมืองไทย และร่วมสนุกในกิจกรรมแข่งขันแต่งหน้าจบใน 1 เพลง “LB Make Up Your Style Contest” มีดีเจเอกกี้-เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับหน้าที่พิธีกร และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ซานิ AF6 หรือหน้ากากอีกาเผือก ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพระราม 9

เครื่องสำอางแบรนด์ แอล บี (LB หรือ LADY BIRD) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพสูงระดับโปรเฟสชั่นนอล จากประเทศญี่ปุ่น ส่งตรงมาเอาใจสาวไทยด้วยเมคอัพครบเซต เพื่อให้สาวๆ สามารถเนรมิตความสวยได้ง่ายๆ ในแบบฉบับของตนเอง ถือเป็นการกลับมาของแบรนด์ LB อย่างยิ่งใหญ่ด้วยชุดเมคอัพครบเซตสุดเก๋กว่า 120 รายการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย LB Face: Mineral Moist UV Base, Essential Mineral Foundation, Hybrid Concealer, Neo Skin Foundation และ Velvet Mineral Power/LB Cheek: Dramatic Jelly Cheek&Lip และ Velvet Cheek color/LB Eyes: Gorgeous Eye Shadow, Glam Jelly Eye, Pressed Rich Pigment, Mascara, Liquid Eyeliner, Smudge Gel Eyeliner และ 3in1 Eyebrow / LB Lips: Essence in Rouge Moist และ Spicy Jelly Lip Gloss

สาวๆ ตามไปอัพเดทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง LB ได้แล้ววันนี้ที่ Hello Beauty Zone ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ร้าน Matsumoto Kiyoshi, ร้าน EVEANDBOY,ร้าน Beautrium, Loft, ร้าน Sun Cosmet และร้านจำหน่ายเครื่องสำอางชั้นนำอีกมากมายหรือออนไลน์ www.thecosmetics.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-0151212 และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.Facebook.com/LBCosmetics/ Instagram: LB_OfficalTH

(ซ้าย) ปัทมวดี เสนาณรงค์, สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,รัชกร วงษ์ยอด, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ

(ซ้าย) ปัทมวดี เสนาณรงค์, สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,รัชกร วงษ์ยอด, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ
ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ ร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ Beauty Battle

ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ ร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ Beauty Battle
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง LB

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง LB

สัมมนา อ้วนฟิต ไกลโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304275

สัมมนา อ้วนฟิต ไกลโรค

สัมมนา อ้วนฟิต ไกลโรค

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ ชวนร่วมงาน “อ้วนฟิต ไกลโรค” พร้อมรับฟังการสัมมนาให้ความรู้หลากหลายหัวข้อ อาทิเรื่อง โรคแทรกซ้อนที่มากับโรคอ้วน โดย รศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์ส่องกล้องและผ่าตัดโรคอ้วนผิดปกติ ยิ่งอ้วนยิ่งกรนดังเสี่ยงหยุดหายใจ โดย นพ.จักริน ลบล้ำเลิศ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท ท่าลดอ้วนไม่กวนใจข้อ โดย พญ.ปราณิศา เหลืองรัศมีรุ่ง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ทานให้เป็นหุ่นฟิตน้ำหนักไม่เพิ่ม โดย พญ.วีรนุช โรจน์ยินดีเลิศ อายุรแพทย์ด้านโภชนาการ Art Therapy and Mindful Eating  โดย อัญชนา มีมุติ ศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ พร้อมด้วยผู้ป่วยโรคอ้วนจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์จริงในการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วน การหันกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพครั้งนี้อาจเปลี่ยนชีวิตและสุขภาพของ “คุณ” ให้มีรูปร่างที่ดีขึ้นพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรง ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.กรุงเทพ สำรองที่นั่ง(โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call center 1719

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304263

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2560

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ประธานมูลนิธิ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ขอเชิญร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล พล.ร.อ.สงัด-คุณหญิงสุคนธ์ ชลออยู่ วันที่ 26 พ.ย.เวลา 10.00 น.ณ สุสานวังหิน อ.แกลง จ.ระยอง มีรถยนต์ ขส.ทร.รับ-ส่ง ออกจากสโมสรวังนันทอุทยาน เวลา 06.30 น.และสนามกีฬาราชนาวี บางนา เวลา 07.30 น. ขอเชิญชวนโดยทั่วกัน…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ที่ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี 2560…

ll เซียนใหญ่วงการพระเครื่อง วิชัย สุกิจจานนท์ กับ กำพล กาญจนเกื้อกูลชัย “เสี่ยเก๋า” มหาเศรษฐีร้านทองใหญ่บางลำพู “กาญจนศิลป์” พร้อมเพื่อนสนิทอีก 3 คน ออกเดินทางไปทัวร์เชค-ฮังการี-ออสเตรีย เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถึงกรุงปรากเสี่ยเก๋าซึ่งปกติแข็งแรงดีตามอายุ 79 ปี เกิดอาการเส้นโลหิตแตกล้มหมดสตินิ่งไป 3 วัน จึงได้ถึงแก่กรรม ครอบครัวตัดสินใจนำศพบินด่วนกลับกรุงเทพฯเพื่อทำพิธีทางศาสนาที่วัดเทพศิรินทร์ไปเรียบร้อยแล้ว กรณีนี้มีข้อคิดประการหนึ่ง ก่อนออกเดินทางเสี่ยวิชัยซื้อประกันภัยคุ้มครองการเดินทางให้คณะตกแล้วเป็นเงิน 900 บาทต่อหัว ดังนั้นค่าใช้จ่ายดำเนินการเรื่องศพเสี่ยเก๋าในต่างประเทศ 4 ล้านกว่าบาทประกันฝรั่งเคลียร์ให้เกือบหมด…

ll อีกเสียงที่ควรรับฟัง อดุลย์ ตั้งสัตยาภิรมย์ นักกฎหมายชื่อดังเผยหลักการเกี่ยวกับ “คำถามข้อที่ 2” ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ว่า คสช.มีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดหรือไม่ ท่านกูรูให้พิจารณาใน 2 แง่มุม คือ 1) เดิมฯพณฯพูดว่าเข้ามาในฐานะคนกลาง … กรณีเช่นนี้ลองนึกดูถ้ากรรมการฟุตบอล “เปา” ของพรีเมียร์ลีกเกิดชอบฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ขอลงเตะช่วยพวกจะเป็นเช่นไร? 2) ถ้ามีประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้ง ก็จะกลายเป็นผิดกฎหมายเลยเพราะ “พ.ร.ป.พรรคการเมือง” ห้ามมิให้ข้าราชการไปประกาศให้การสนับสนุนพรรคการเมืองใดๆ…

ll อธิการบดี รศ.ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ จัดวันที่ระลึก “อุเทน เตชะไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ” วันที่ 24 พ.ย. โดยมีกรรมการสภามหาวิทยาลัย อาทิ วิเชียร เตชะไพบูลย์, รศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ, รศ.อำพล นะมาตร์, ศ.ประสิทธิ์ โฆวิไลกูล ปาฐกถาเรื่อง ผลงานของ “เจ้าสัวอุเทน” ด้วย…

ll ครอบครัวสายธรรม กมลชัย-รศ.วิไลลักษณ์ ภัทโรดม และบุตรสาว อาวิษฎา พร้อมด้วย สุวณี สุยะนันทน์ พากันไปวิปัสสนา ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมจันทปภา จันทบุรี ช่วงวันที่ 29 พ.ย.- 10 ธ.ค.นี้…

ll ศิริ ฟักอุดม จะทำบุญฉลองอายุครบ 60 ปีที่วัดราชบพิธ ตอนเพลวันที่ 6 ธ.ค. …

ll สุวิมล โปษยานนท์ กำหนดจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพสามี ชัยยันต์ โปษยานนท์ วันที่ 17 ธ.ค.เวลา 17.00 น. ที่วัดธาตุทอง ขอเชิญญาติมิตรมาร่วมงานไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…

ll ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ชวนผองเพื่อนร่วมรุ่นศิษย์เก่าวชิราวุธรุ่น 40 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนผู้ล่วงลับ ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ บางปะอิน พร้อมกับล่องเรือรับทานอาหารกลางวันคุยเรื่องเก่าย้อนความหลังกันอย่างสนุกสนาน…

ll สวด ถวิล แสงนุ่ม บิดา พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการปราบปราม ณ ศาลาหน้าเมรุ วัดอินทราวาส (วัดประดู่) ตลิ่งชัน ถึง 24 พ.ย.และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ 25 พ.ย. 17.00 น. …

ll ชาวจุฬาฯ 15 ไม่พบเจอกันมา 45 ปี นัดมาสังสรรค์กัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่โรงแรมตวันนา สุรวงศ์ งานนี้ อนุสรา จิตต์มิตรภาพ รับหน้าที่พิธีกรในงานฯ รัชนี เอมะรุจิ และ ดร.รุ่งจรัส หุตะเจริญ ไม่พลาดไปพบกับเพื่อนๆ เช่นเคย !!…ll

บารอนเนส

เวที‘นางสาวถิ่นไทยงาม’คัมแบ๊ก พร้อมประชันความงามต้นปี 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304265

เวที‘นางสาวถิ่นไทยงาม’คัมแบ๊ก พร้อมประชันความงามต้นปี 2561

เวที‘นางสาวถิ่นไทยงาม’คัมแบ๊ก พร้อมประชันความงามต้นปี 2561

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมใจนึก-สินีนารถ-ธัญญาเรศ เองตระกูล ผู้จัดและผู้สนับสนุนการประกวด

เตรียมพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ ให้วงการนางงามไทย สองพ่อลูก  สมใจนึก เองตระกูล ประธาน  ที่ปรึกษา และ สินีนารถ เองตระกูล ประธานบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม เตรียมพร้อมจัดการประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม 2561” เพื่อเฟ้นหาสาวงามระดับแนวหน้าเข้าร่วมประชันความงามบนเวที พร้อมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่ลานกิจกรรมเอเทรียม ชั้น 1 SHOW DC ถนนพระราม 9เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

สมใจนึก เองตระกูล เผยว่า ตนได้มีโอกาสเข้ามาสนับสนุนการประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม” เป็นปีที่ 4 จากความสำเร็จที่ผ่านมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับการประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม” เวทีประกวดที่มีสาวงามระดับแนวหน้า ที่ส่งต่อสาวงามก้าวขึ้นสู่ชัยชนะบนเวทีระดับชาติมาแล้วมากมาย ทำให้มีความคิดที่จะส่งเสริมและต่อยอดการประกวดให้ก้าวไกลจากระดับประเทศ จนไปถึงระดับอินเตอร์ ซึ่งในปีนี้กองประกวดฯได้มุ่งหมายให้งานประกวดที่มีตำนานอันงดงามและยาวนานนี้ ยิ่งใหญ่สมค่า ทำให้ปีนี้การคัดสรรตำแหน่งนางสาวถิ่นไทยงามและรองฯทุกคน จะต้องเข้มข้นที่สุด โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมและความงดงามในความเป็นไทยไว้อย่างสวยงามและจะผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากันกับเอกลักษณ์ดั้งเดิมอย่างลงตัว โดยในครั้งนี้จะนำแนวคิด “ประชารัฐ” มาเป็นหัวใจสำคัญของการประกวดอีกด้วย

ด้าน สินีนารถ เองตระกูล กล่าวเพิ่มอีกว่า “กองประกวดฯ เชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมสร้างสรรค์พลังสามัคคี ทำความดีเพื่อการพัฒนาประเทศของเราอย่างยั่งยืนตามแนวคิด “ประชารัฐ” แล้ว ประเทศไทยก็จะเป็นเมืองที่งดงาม ประชาชนมีความสุข สมกับเป็นแดนดินถิ่นไทยงาม เราจึงเลือกนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นแนวคิดหลักของการจัดการประกวดในปีนี้ โดยรูปแบบการประกวดก็จะส่งเสริมการใช้ผ้าไทย โดย ดีไซเนอร์คนไทย, การแสดงบนเวทีที่ผสมผสานความเป็นไทย ผนวกเข้ากับความเป็นสากล ส่วนการจัดกิจกรรมช่วงเก็บตัวเราก็เน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมหัตถกรรมพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งมีการออกหน่วยแพทย์ อาสาสมัครเคลื่อนที่ และผลักดันให้ผู้เข้าประกวดทุกคนเป็นนางงามผู้มีจิตสาธารณะค่ะ”

นักแสดงสาวสวย ธัญญาเรศ เองตระกูล กรรมการบริหาร กล่าวปิดท้ายว่า “สำหรับผู้ครองมงกุฎนางสาวถิ่นไทยงามปีนี้ นอกจากเงินรางวัล 500,000 บาท และมงกุฎเพชรที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากดอกกาสะลองคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงราย ผสานกับลวดลายศิลปกรรมของวัดร่องขุ่น อันทรงคุณค่า มูลค่า 100,000 บาทแล้ว ยังมีรถยนต์ MITSUBISHI MIRAGE มูลค่ากว่า 600,000 บาท พร้อมด้วยประกันชีวิตจากทิพยประกันชีวิต และประกันภัยสำหรับผู้หญิงจากทิพยประกันภัย มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท ถ้วยเกียรติยศและสายสะพาย, ผลิตภัณฑ์จาก BB Careรวมถึงการได้รับตำแหน่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ บีบี คลินิก อีก 1 ปี นอกจากนี้เรายังมีเงินสดและของรางวัลสำหรับตำแหน่งรองชนะเลิศ ขวัญใจช่างภาพ นางงามผิวสวย อีกด้วยซึ่งรวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมดกว่า 5 ล้านบาท

จึงอยากชวนน้องๆ สาวๆ ทุกคนได้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หาไม่ได้ที่ไหน โดยมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวถิ่นไทยงามกันนะคะ”

สาวๆ ที่อายุระหว่าง 17-25 ปี สามารถสมัครเข้าร่วมประกวดเวที “นางสาวถิ่นไทยงาม 2561” ได้ด้วยตนเองที่ บีบี คลินิก (สาขารังสิต, ทองหล่อ, สุขุมวิท 11, เชียงราย) ร้าน BB Desert (สาขามหาดไทย, รังสิต, สุขุมวิท, เชียงราย) หรือสมัครออนไลน์ผ่านทางwww.missthinnthaingarm.comตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560 นี้