ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306800

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306800

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306803

วันวานจะหวนคืนมาอีกครั้งในเดือนแห่งความรัก เมื่อ 3 ศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงที่ถึงจะเก่าแต่เก๋าระดับพรีเมียม ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมย์ และ ตุ่น-พนเทพ สุวรรณะบุณย์ รวมตัวกันในนาม “วงดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” รวบรวมบทเพลงเก่าที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คนมาขับร้องในแบบฉบับของวงดึกดำบรรพ์ ในคอนเสิร์ต “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์ส ดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต” วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ณ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4อิมแพค เมืองทองธานี โดยผู้จัดฯ บีอีซี-เทโรเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เตรียมจะเปิดขายบัตรในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา ราคาบัตร 1,000 / 1,500 / 2,500 /3,000
ชรัส เฟื่องอารมณ์ เผยว่า “ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ที่มีกระแสเรียกร้องกันมามากอยากฟังพวกเราในบรรยากาศสดๆ รู้สึกดีใจที่การมาพบเจอกัน ร้องเพลงร่วมกันแล้วถ่ายทอดผ่านทางเฟซบุ๊ค “ดึกดำบรรพ์ Boy Band” จนมีแฟนๆ เข้ามาชมกันมากมาย จนทำให้มีคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนครับทุกคนจะได้ฟังเพลงเพราะๆที่ทุกคนชื่นชอบ ในบรรยากาศสไตล์วงดึกดำบรรพ์บอยแบนด์ ไม่อยากให้พลาดเลยครับ พบกันวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306799

จัดให้ตามคำขอ เมื่อ ช่อง 3 หยิบซีรี่ส์จีนเรตติ้งแรง “อู๋ซิน จอมขมังเวทย์” ที่นำแสดงโดย หานตงจิน, จินเฉิน, เฉินเหยา, จางยั่วหยุน,หวังเหยียนหลิน, สุยหย่งเหลียง และที่เซอร์ไพรส์สุดๆ คือมีนักแสดงหนุ่มหล่อชาวไทยอย่าง ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ร่วมแสดงด้วย โดยจะออนแอร์ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 12.50 น. ทางช่อง 3และ 33 หรือแอพพลิเคชั่น 3LIVE (เริ่มตอนแรก 4 ธันวาคมนี้)
“อู๋ซิน จอมขมังเวทย์” เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงเขาเป็นคนหรือปีศาจกันแน่ อู๋ซินไม่มีใจแม้แต่จะเสาะแสวงหา ไม่รู้แม้กระทั่งตนเองมาจากที่ใดแล้วต่อไปจะไปแห่งหนใด ได้แต่นำสังขารที่ไม่รู้จักแก่ชราเป็นอมตะไม่มีวันตายพเนจรไปทั่ว ท่ามกลางห้วงเวลาที่ไม่มีขอบเขตจำกัด… ในยุคสมัยขงจื้อ อู๋ซินได้พบรักกับหญิงคนหนึ่ง เขาใช้ชีวิตกับหญิงคนรักอย่างเรียบง่ายสันโดษ วันเวลาผ่านไปสามร้อยปี เขาก็ยังคงรูปร่างลักษณะของคนหนุ่มเอาไว้ โดยที่คนรักของเขาแก่ชราจนเสียชีวิตไปในที่สุด อู๋ซินต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความอ้างว้างเดียวดาย จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเหตุการณ์บังคับให้เขาต้องออกมาสู่โลกภายนอก เมื่อออกมาแล้วถึงได้รู้ว่าเวลาผ่านไปสามร้อยปีแล้ว โลกภายนอกได้กลายเป็นยุคสมัยสาธารณรัฐ ด้วยความที่เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยใหม่ เพื่อความอยู่รอดจึงต้องอยู่ในฐานะนักบวชเป็นจอมขมังเวทย์กำจัดปีศาจเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306669

นับเป็นทริปที่ทำให้หนุ่ม โบ๊ท-ธารา ทิพา ประทับใจไม่รู้ลืมกับการเดินทางไปเยือน อัมพวา ครั้งแรก เพราะเจ้าตัวเล่าว่าพบเจอประสบการณ์แปลกใหม่มากมายตลอดเส้นทาง แม้จะเคยผ่านการเที่ยวมาหลายที่ แต่ครั้งนี้คือการลุยด้วยตัวเองแบบจริงจัง ทำให้แต่ละโมเม้นท์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นสร้างความทรงจำที่ดีมากๆ จนอยากบอกต่อและแชร์ให้แฟนๆ ได้ตามไปเที่ยวกัน
เที่ยวไปทำงานไป “ตอนนั้นไปถ่ายละครเรื่อง“Mr Merman…แฟนฉันเป็นเงือก” เราไปถ่ายทำกันในสถานที่จริงๆ โดยเฉพาะที่หลีเป๊ะ ใต้น้ำ เราดำลงไป 15 เมตร ผมต้องไปเรียนการดำน้ำจริงจังเลยล่ะ ไปอยู่กินบนเรือเพื่อถ่ายทำกันที่ หมู่เกาะอาดัง-ราวี กองหินตาลัง อยู่ตรงนั้น 4 วัน 3 คืน แล้วก็มีบอลลูนที่เชียงใหม่ ก็สนุกอีกแบบนะเพราะนี่คือการทำงาน”
ทริปเที่ยวจริงจังธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา “ผมเป็นคนชอบเที่ยวแบบลุยๆ วางแผนไว้ระดับหนึ่ง แล้วก็ไปเจอเอาจริงๆ ที่ตรงนั้นได้บรรยากาศกว่า ทริปที่ผมอยากจะแชร์ในครั้งนี้เป็นทริปธรรมดามากเลย ผมไปอัมพวา โดยรถไฟ ตอนแรกผมอยากไปคนเดียวแต่ว่ามีพี่เกี๊ยก ที่เล่น “Mr Merman…แฟนฉันเป็นเงือก” ด้วยกันเขาเป็นคนชอบถ่ายรูปมากก็เลยลองชวนแล้วก็มีเพื่อนอีกสองคนมาร่วมแจม ทุกคนพกกล้องไปคนละสองตัวผมงงมาก (หัวเราะ) ผมเอาเป้ไปคนเดียว กล้องสามตัวจะมาอยู่ที่เป้ผม (หัวเราะ) ผมไม่มีกล้องอยู่คนเดียว เพราะผมเป็นคนที่ชอบเก็บ ณ โมเม้นท์นั้นเป็นความทรงจำมากกว่า ไม่อยากให้กล้องหรือเลนส์มาบังอยากสัมผัสรับรู้ตรงๆ ฉะนั้นรูปก็จะเป็นคนอื่นถ่ายผมมากกว่า”
ออกเดินทางก็ไม่ธรรมดาซะแล้ว “บ้านผมอยู่ห้วยขวาง รถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงสถานีวงเวียนใหญ่ แล้วไปรอขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เป็นรถไฟฟรีด้วย ไปลงที่สถานีแม่กลองสุดสาย ระหว่างทางก็ได้เที่ยวด้วย ผมว่าช่วงนี้แหละที่มีความสุขสนุก ได้เก็บเกี่ยวความรู้สึก ซึมซับบรรยากาศสองข้างทาง ผมอินมากวันนั้นประทับใจสุดๆ”
ตื่นตาตื่นใจที่ปลายทาง “พอรถไฟใกล้จะเข้าจอดที่สถานีแม่กลองรถไฟก็จะวิ่งผ่านตลาด พ่อค้าแม่ขายก็จะค่อยๆหุบร่ม เป็นภาพที่สวยงามมากนะผมว่า หลังจากนั้นก็รอรถไฟขบวนนั้นออกจากสถานีเพื่อเปลี่ยนมุมมองดูอีกทาง ผมกับเพื่อนๆ ก็ตั้งกล้องรอ พอรถไฟวิ่งก็จะเห็นว่าร่มค่อยๆ หุบลงตามท้ายรถมา ลงเรื่อยๆ เราก็จะอยู่ใกล้รถไฟมากๆ ภาพสวยมาก เป็นตลาดสดที่คับคั่งมาก ชาวต่างชาติเยอะด้วย”
ไปต่อยังสนุกอยู่ “นั่งรถสองแถวต่อไปที่ อัมพวา พอไปถึงก็เลยชวนกันนั่งเรือไหว้พระเก้าวัด ปรากฏว่าฝนตกตั้งแต่วัดที่ 3 (หัวเราะ) แต่ผมชอบนะ ร้อนมาทั้งวันแล้วตกปรอยๆ ทำให้ชุ่มชื่นเย็นๆ ซึ่งวัดที่เราไปก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป บางวัดก็มีสวนสัตว์ แต่วัดที่เป็นไฮไลท์คือ วัดบางกุ้ง โบสถ์วัดจะถูกปกคลุมด้วยต้นโพธิ์, ต้นไทร, ต้นไกร และต้นกร่างขนาดใหญ่ จนทำให้วัดบางกุ้งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand และอีกอย่างที่ผมประทับใจคือ แสง ตอนที่นั่งเรือผมเห็นว่ามันสวยมากถือเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีมากเลยนะ ได้เห็นมุมที่แตกต่าง”
เที่ยวเพลินๆ เกือบไม่มีรถกลับ “โชคดีเจอเจ้าของวินรถตู้ให้ราคาพิเศษพามาส่งถึงกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย แต่ผมอยากสนุกเลยลองนั่งรถเมล์กลับบ้าน ซึ่งปกตินั่งรถเมล์ไม่เป็น เพราะว่าที่บ้านรถเมล์ไม่ผ่าน ผมก็เปิดจีพีเอสในโทรศัพท์นั่งรถเมล์กลับบ้านแบบงงๆ ตอนนั้นประมาณสี่ห้าทุ่ม ผมก็เพิ่งรู้ว่ารถเมล์หมดแล้ว ผมขึ้นตามที่จีพีเอสแนะนำ ขึ้นไปปุ๊บกระเป๋ารถเมล์บอกนี่คันสุดท้าย แล้วก็ไม่ได้ลงที่จุดที่เราจะไปด้วยแต่เขาก็ให้เราไปด้วยเพื่อให้ลงจุดที่ใกล้ที่สุด บรรยากาศในรถก็ดีมาก ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดเลยครับทริปนี้”
จุดต่อไปที่อยากไปพิชิต “ผมเป็นคนชอบเที่ยวแบบเดินทางโดยรถไฟนะ ถ้ารถไฟไปถึงและใกล้ แต่ที่อยากไปมากคือนั่งรถไฟไปเหนือ แต่ที่ที่อยากไปพิชิตมากคือ ยอดเขา อมก๋อย อยากไปลำบาก อยากแบกแพ็กเกอร์ นั่งรถทัวร์ นั่งโฟวิน ต่อ แพร แล้วก็เดิน เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เราอยากจะพิชิตนี่แหละครับ แล้วก็มีเขื่อนรัชประภา แล้วก็กาญจนบุรี”
เที่ยวทำให้เรียนรู้การใช้ชีวิต “การท่องเที่ยวทำให้เราโตขึ้นในทุกครั้งที่โตขึ้น เหมือนเราได้อยู่กับตัวเอง คิดตกตะกอนต่างๆ กับสิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งเราใช้ชีวิตที่ผ่านมา ทำงาน เรียน คือการใช้ชีวิตของเราปัจจุบันแน่นอนว่ามันเร่งรีบ รวดเร็ว จนไม่ทันที่เราจะได้อยู่กับตัวเอง การเที่ยวมันเหมือนเราได้อยู่กับตัวเอง เป็นการพักผ่อนด้วย ได้เห็นมุมต่างๆ ของสังคมที่เราไม่เคยเห็นในชีวิตประจำวัน ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างถนนก็อร่อยมากๆ นะ ราคาก็ถูก ทำให้เรียนรู้การใช้ชีวิต ยิ่งถ้าไปเที่ยวคนเดียวนะกลับมาทุกครั้งเราจะแบบเหมือนยิ่งโต”
เพราะทุกที่มีเรื่องราวและคุณค่าแตกต่างกันออกไปลองให้โอกาสตัวเองได้ออกไปพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง เพื่อเรียนรู้ตัวเองให้มากขึ้น อย่าลืมหาวันว่างออกไปเที่ยวกันด้วยนะคะ
หยินหยาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306653

เจ้าชายแฮร์รี่ & เมแกน มาร์เคิล
O ทันทีที่ประกาศข่าวหมั้นหมายกับ เจ้าชายแฮร์รี่ ว่าที่เจ้าหญิงคนใหม่แห่งราชวงศ์อังกฤษ เมแกน มาร์เคิล ก็ขอถอนตัวจากซีรี่ส์เกี่ยวกับกฎหมายยอดฮิตเรื่อง Suits ที่เธอร่วมแสดงมาตลอด 7 ซีซั่น เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในปีหน้า ขณะที่ผู้สร้างซีรี่ส์เรื่องนี้ก็ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับ เมแกน พร้อมขอบคุณนักแสดงหญิงวัย 36 ปี คนนี้ที่ทุ่มเทเต็มที่กับการทำงานมาตลอด แว่วว่า แพทริก เจ อดัมส์ ซึ่งรับบทเป็นคนรักของ เมแกน ในซีรี่ส์ Suits ก็อาจจะปิดจ๊อบในซีซั่นที่ 7 ตามรอยเมแกนไปเช่นกัน

เอ็มม่า วัตสัน & วิลเลียม แมค ไนท์
O แม่มดสาว เอ็มม่า วัตสัน กลับมาหัวใจว่างอีกแล้ว หลังสื่อก๊อสซิป Us Weekly เม้าท์ดังๆ ว่าเธอเพิ่งสะบั้นรักกับแฟนหนุ่ม วิลเลียม แมค ไนท์ หลังปลูกต้นรักกันมาได้เกือบ 2 ปี ส่วนเหตุผลคงมีแค่สองคนที่รู้ เพราะที่ผ่านมา เอ็มม่า พยายามเก็บเรื่องความรักให้เป็นความลับมาตลอด แถมเคยให้สัมภาษณ์ว่า เธอจะเกลียดมากถ้าคนที่เธอคบด้วย รู้สึกเหมือนถูกโยงเข้าไปในแผนการโปรโมทผลงาน ดังนั้นเธอจะไม่มีวันปริปากเรื่องแฟนเด็ดขาด

นายา ริเวอร่า
O นายา ริเวอร่า นำแสดงนำจากอดีต ซีรี่ส์ดัง Glee ถูกจับข้อหาทำร้ายคนในครอบครัวเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลังสามี ไรอัน คีท ดอร์ซีย์ อ้างว่าถูกเธอตบตีระหว่างที่ทั้งคู่พาลูกไปเดินเล่น แถมยังอัดคลิปวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย ล่าสุด นายาได้รับการประกันตัวออกไปแล้ว แต่ยังต้องมาขึ้นศาลในภายหลัง โดยคดีทำร้ายร่างกายในครอบครัว มีโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี และปรับเป็นเงิน 17,000 บาท

อูมา เธอร์แมน
O นางเอกรุ่นใหญ่ อูมา เธอร์แมน โพสต์อินสตาแกรมเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าว่า อวยพรสำหรับทุกคน ยกเว้น ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน อดีตผู้บริหารค่ายหนัง เดอะ ไวน์สตีน และพวกสมรู้ร่วมคิด ที่ถึงเวลาชดใช้กรรมอย่างช้าๆ เพราะไม่สมควรจะตายเร็วเกินไป ที่ผ่านมา อูมา เคยแสดงนำในหนังหลายเรื่องที่ค่ายเดอะ ไวน์สตีน เป็นผู้ผลิต และเธอเองก็เคยตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศในฮอลลีวู้ดเช่นกัน

เซธ เมเยอร์ส
O พิธีกรแถวหน้า เซธ เมเยอร์ส เตรียมรับหน้าที่พิธีกรงานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 75 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 7 มกราคมปีหน้า โดยสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งฮอลลีวู้ด ผู้จัดงานมั่นใจว่า เซธ จะเอาอยู่กับมุขตลกและเสน่ห์ส่วนตัวของเขาก็น่าจะทำให้งานลูกโลกทองคำครั้งนี้เหมือนปาร์ตี้ใหญ่แห่งปีของคนในวงการโทรทัศน์และภาพยนตร์ได้สบายๆ ถึงจะเป็นการทำหน้าที่พิธีกรงานลูกโลกทองคำครั้งแรกของเซธ แต่เขาเคยผ่านการเป็นพิธีกรงานใหญ่ๆ มาแล้วหลายเวที รวมถึง ESPY Awards และ เอ็มมี อวอร์ด

แรนซ์ โฮเวิร์ด & รอน โฮเวิร์ด
O ปิดท้ายที่นักแสดงรุ่นใหญ่ แรนซ์ โฮเวิร์ด พ่อของผู้กำกับมือรางวัล รอน โฮเวิร์ด ซึ่งจากไปอย่างสงบในวัย 89 ปี รอน แจ้งข่าวร้ายผ่านทวิตเตอร์ พร้อมยกย่องว่า ความกระตือรือร้นของพ่อที่อยากเป็นนักแสดง ช่วยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับครอบครัว โฮเวิร์ด อย่างแท้จริง เพราะหลังจากแรนซ์ ก้าวสู่วงการฮอลลีวู้ดจากการเป็นนักแสดง บรรดาลูกๆ หลานๆ ต่างก็เดินตามรอยเขาเพราะขณะที่รอนเป็นผู้กำกับ น้องชายของรอน อย่างคลินต์ ก็เป็นนักแสดง เช่นเดียวกับลูกสาวสองคนของรอน คือ ไบรซ์ ดัสลัส นางเอกหนังไดโนเสาร์คืนชีพ Jurassic World และเพจ ต่างก็ก้าวมาเป็นนักแสดงตามรอยคุณปู่
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306645

โครงการเกษตรอทิตยาทร ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทำพิธีทำขวัญข้าว พิธีบวงสรวงพระแม่โพสพ และประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ที่ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร บ้านระไซร์ ตำบลตั้งใจ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และ โครงการซแรย์ อทิตยา อ่างเก็บน้ำอำปีล อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเกษตรจังหวัด สุรินทร์จัดขึ้น เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวนาก่อนนำข้าวขึ้นยุ้งฉาง และทรงมีพระดำริให้สืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวในอดีต เพื่อให้ประชาชนในรุ่นหลังได้เรียนรู้และให้ความสำคัญกับประเพณีดั้งเดิมของเกษตรกร ในครั้งนี้มีเหล่าศิลปิน-นักแสดง อาทิ ก้อง-ปิยะ, ป้าแจ๋ว-ยุทธนา, ก้อง-สรวิชญ์,โบ๊ท-ธารา, ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ ฯลฯ ร่วมแรงร่วมใจกันลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีการแสดง “รำบูชาขวัญข้าว” การแสดง “รำบูชาพระแม่โพสพ” และ “รำวงสุรินทร์สามกลุ่มชาติพันธุ์”จากนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และมีแม่เพลง “น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” ศิลปินพื้นบ้าน มาร่วมขับร้อง ซึ่งเป็นการแสดงประกอบเพลง กันตรึม เพลงพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ และมีการแสดงเพื่อสร้างความสนุกสนานในขณะเกี่ยวข้าวอีกด้วย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ และวิถีชีวิตของชาวสุรินทร์มีต่อข้าวผ่านวัฒนธรรมการแสดงต่างๆ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306665

“ไมค์ ภิรมย์พร” เปิดที่นาบ้านดอนแตง ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ให้กับ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, กลุ่มประชารัฐจังหวัด และกลุ่มเกษตรจังหวัด ในงานการลงแขกเกี่ยวข้าวอินทรีย์วิถีพอเพียง เพื่อต้องการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของประชาชนละแวกใกล้เคียง และน้องๆ เยาวชนรุ่นใหม่ได้รู้ถึงธรรมเนียมดั้งเดิมของอาชีพพ่อแม่ของตน ซึ่งทุกวันนี้การลงแขกเกี่ยวข้าวเริ่มจะหาดูยาก เจ้าตัวจึงอยากที่จะอนุรักษ์ประเพณีเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลาน เยาวชนรุ่นหลังได้ซึมซับต่อไป
ไมค์ ภิรมย์พร กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่ผืนนาของผม ได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และผู้หลักผู้ใหญ่ทุกฝ่ายพร้อมใจกันสืบสานประเพณีในการเกี่ยวข้าวลงแขกแบบโบราณ ซึ่งวันนี้นอกจากลงแขกเกี่ยวข้าวแล้วยังถือโอกาสสู่ขวัญข้าวด้วย ซึ่งมีหน่วยงานของเกษตรจังหวัดมาร่วม แล้วก็พี่น้องเกษตรกรหลายๆ หมู่บ้านก็ประมาณ 200 กว่าคน ถือว่าเป็นโครงการของจังหวัดที่ทางประชารัฐ เข้ามาดูแล แล้วก็มีส่วนร่วมในโครงการครั้งนี้ ถือว่าทำเป็นต้นแบบให้กับโครงการของจังหวัดอุดรธานี คือ ตัวพี่ไมค์ดีใจ อย่างน้อยๆ เราได้สืบสานวัฒนธรรมประเพณีการทำนา และอีกอย่างเป็นการส่งเสริมให้ทุกคน และน้องๆ เยาวชนได้สำนึกรักอาชีพพ่อแม่ ซึ่งเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ทวด ฉะนั้นแล้วอยากให้ทุกคนได้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีนี้เอาไว้ แล้วก็ขอให้มีความกตัญญูต่ออาชีพพ่อแม่ แล้วก็สืบทอดต่อ คืออยากให้ทุกคนหันมารักผืนแผ่นดินทำกินของพ่อแม่ อยากให้ทุกคนหันมาพลิกผืนดินซึ่งเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้วมาประกอบการทำเกษตรแบบพอเพียง เดินตามรอยพ่อ ทำเกษตรผสมผสาน ใช้ทฤษฎีของพ่อหลวงเป็นหลัก รับรองว่าจะทำให้ทุกคนและพี่น้องเกษตรกรทุกท่านได้มีอาชีพที่ยั่งยืน แล้วก็จะทำให้มีความสุข ในการดำรงชีวิตพอเพียงตามรอยของพ่อครับ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306651

“สกรรจ์รณ เชาวน์รัตน์” หรือ “โอ๊ค ดราก้อนไฟว์” บิ๊กบอสค่าย “UNDERWORLD” สร้างสรรค์ บทเพลง Pop ร่วมสมัย “โยเดีย”เพื่อฉาก MV ยิ่งใหญ่ใน“ศรีอโยธยา” อันเป็นการผสมผสานดนตรีแนว K-Pop กับดนตรีไทยเดิมได้อย่างกลมกลืน โดย “ฮัท-จิรวิชญ์” ถ่ายทอดการร้องและเต้นร่วมกับนักเต้นระดับรางวัลนานาชาติจาก D Maniac ในฉากถ่ายทำมิวสิกวีดีโอย้อนอดีตไปสู่ความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรศรีอโยธยา อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดย “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” เผยว่า
“ฉากนี้เป็นฉากที่ วายุ (ฮัท-จิรวิชญ์) ดารานักร้องแนว K-Pop ถ่ายทำมิวสิกีิดีโอเพลง “โยเดีย” ที่กล่าวถึงความรุ่งเรืองที่สูญหายไปของกรุงศรีอยุธยา และในขณะที่ถ่ายทำอยู่นั้นก็เกิดเหตุการณ์อันน่าพิศวงในกองถ่าย คือฟ้าผ่าจนไฟดับทั้งโรงถ่าย และปรากฏร่างของ “สตรีลึกลับ” ซึ่งมีวายุเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นร่างของเธอ”สตรีลึกลับนางนั้นคือใครติดตามค้นหาได้ในภาพยนตร์ซีรี่ส์เทิดพระเกียรติองค์บูรพมหากษัตราธิราชเจ้า“ศรีอโยธยา” ภาพยนตร์ซีรี่ส์เทิดพระเกียรติองค์พระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้า “ศรีอโยธยา” ออกอากาศ 5 ธันวาคมนี้ ทางช่อง True4U ฟรีทีวี หมายเลข 24, ทรูวิชั่นส์ และ แอปพลิเคชั่น True ID

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306648

เรียกได้ว่าเอาใจแฟนเพลงกันอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว สำหรับหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ “ตู่-ภพธร” ที่กลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด “แต่ยังคิดถึง” แถมยังลงมือเป็นโปรดิวส์เองอีกต่างหาก แฟนๆ ที่คิดถึงงานเพลงของตู่-ภพธร สามารถเข้าไปรับชมและฟังเพลง “แต่ยังคิดถึง” ได้โดยผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ iTunes, Apple Music, JOOX, TrueID Music และ http://www.Qikplay.com เป็นต้น โดยตู่-ภพธรเปิดใจว่า
“สำหรับเพลงนี้เป็นเพลง POP ที่มีกลิ่นอายของความเป็น R&B เข้ามาด้วย แต่ยังคงเป็นสไตล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของตู่-ภพธร อยู่เหมือนเดิมครับ ซึ่งเพลงนี้ผมได้คุณโอจากวง Room39 มาเป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนองให้ด้วย ถือว่าเป็นเกียรติมากจริงๆ ครับ ผมขอฝากเพลง “แต่ยังคิดถึง” ไว้ด้วยนะครับ ตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถจริงๆ ครับ อยากให้ทุกคนได้ฟังและมีความสุขไปกับเพลงของผม”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/306672

นักแสดงหนุ่มลูกหม้อจากค่ายดีด้า “อ้น-รติพงษ์ ภู่มาลี” ที่เคยแจ้งเกิดเป็นพลุแตกจากละครเรื่อง“พลับพลึงสีชมพู” เมื่อกว่า 18 ปีก่อน วันนี้เขาเป็นอยู่อย่างไร สตาร์เรโทรขอพาไปร่วมค้นมุมมองชีวิต จากเบื้องหน้า สานต่อสู่งานเบื้องหลังในวงการบันเทิง
กับวันนี้ของ “อ้น-รติพงษ์”
ชีวิตช่วงนี้ส่วนมากก็จะอยู่ที่กองถ่ายครับ ทำงานเบื้องหลัง เป็นผู้ช่วยผู้กำกับฯ ในละครเรื่อง “เพชรร้อยรัก”กับ “พ่อมดเจ้าเสน่ห์” ผมเพิ่งเริ่มมาจับงานเบื้องหลัง คือเจ้านายให้โอกาสครับ “พี่ลอร์ด” (สยม สังวริบุตร) อยากให้มาลองทำงานเบื้องหลังดูจะได้เรียนรู้การถ่ายทำด้วย จากที่เบื้องหน้าเราเคยอยู่เราก็จะรู้จักการทำงานอีกแบบนึง มันก็คือนักแสดงอ่านบทมาแล้วก็ทำการบ้านของตัวเอง รับผิดชอบหน้าที่ ทำการแสดงบทที่ตัวเองได้รับ แล้วก็จบ แต่พอมาอยู่เบื้องหลัง ก็จะเป็นอีกแบบนึงซึ่งจะไม่ใช่รับผิดชอบแค่ตัวเองคนเดียวแล้ว แต่นี่คือเราจะต้องมาอ่านทั้งหมด หมายความว่าเราต้องมาตีคาแร็กเตอร์ของแต่ละตัวละคร แล้วในละครแต่ละเรื่อง ตัวละครเยอะมาก ทั้งพระเอก-นางเอก ตัวร้ายตัวยิบย่อยลงไปอีก แม้กระทั่งนักแสดงสมทบ เราก็ต้องรู้ว่าความเป็นมาของแต่ละคนเป็นยังไง ถ้าเราไม่รู้ตรงนี้กระจ่างเราก็ไม่สามารถที่จะมาช่วยในตำแหน่งนี้ได้ ถ้าตัวละครเขาเล่นไปผิดทาง เราก็ต้องไปกำชับเขาในเรื่องแอ๊กติ้ง เรื่องการแสดงของเขา และบรีฟว่าตัวละครนี้เป็นยังไง ตอนนี้ก็เรียกว่าคิวแน่นทั้ง 7 วันเลยครับ แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ถ่าย ก็จะมีประชุม สนุกนะครับ ได้เรียนรู้หลายรูปแบบดี ได้เรียนรู้การทำงานของพี่ๆแต่ละคน คือการที่เราอยู่ในกองมันเป็นคนละมุม ถ้าเราอยู่ตำแหน่งดาราเราก็จะมองแค่มุมนี้ ซึ่งการทำงานของทีมงานเหนื่อยมากๆ สมมติว่าดาราคิวมา 8 โมง ถ่ายเสร็จบ่ายๆ เขาก็กลับ แต่ถ้าเราอยู่เบื้องหลัง เช้าเราก็ต้องมาแต่เช้า แล้วเราอยู่ตรงนี้ เราเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง งานเสร็จแล้วเราจะกลับก่อนก็ไม่ได้ ต้องกลับไล่เลี่ยกัน หรือกลับพร้อมกองเลิกเลยมีวันนึงไปถ่ายพ่อมดเจ้าเสน่ห์ที่ดาดฟ้า ผมก็มองภาพทีมงาน แบกกล้องขึ้นไปบนดาดฟ้า รู้สึกว่าเขาทำงานกันหนักหน่วงมาก ผมก็เลยกลับพร้อมเขาเลย ช่วยขนช่วยหิ้วอะไรได้ก็จะช่วย

ปรับโหมดจากเบื้องหน้าสู่งานเบื้องหลัง
ปรับเรื่องเวลาตื่นนอนก่อนเลยครับ ด้วยความที่ผมเป็นคนที่นอนดึก พอนอนดึกแล้วตื่นเช้าจะรู้สึกเลยว่าร่างกายมันไม่ไหว เลยจะเปลี่ยนการนอน ถ้าวันไหนอยากตื่นมาทำงานแฮปปี้ จะต้องเข้านอนก่อนเที่ยงคืน หรือว่าก่อนสี่ทุ่ม แล้วก็ตื่นตีสี่ตีห้า ก็จะรู้สึกว่าร่างกายไม่มีปัญหา แต่ก็มีบ้างที่นอนดึก เราก็ค่อยๆ ปรับ เริ่มสนุกในการทำงาน ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับชีวิต ได้ความรู้ผมเป็นคนชอบหาความรู้ใหม่ๆ ชอบเก็บอะไรที่เป็นความรู้ ส่วนความรู้ที่เราได้เก็บเกี่ยวมาตอนที่เป็นนักแสดง เราก็นำมาถ่ายทอดให้กับน้องๆ เป็นไกด์ไลน์ให้น้องๆ ซึ่งน้องๆ เขาก็ทราบครับว่าเป็นนักแสดงมาก่อน เขาก็จะฟังจะเข้าใจในสิ่งที่เราอธิบาย คือบางครั้งเขาอ่านบทมาเขาไม่ได้ตีแตก ถ้าดาราเก่งๆ เราไม่ต้องไปบอกเขาเลยนะ เขาเล่นมาเราดูภาพให้มันสวยงามพอ แต่ถ้าเป็นน้องๆ ใหม่ๆ อาจจะต้องมีแนะนำนิดนึง
เป้าหมายที่วาดฝันไว้
ถ้ามีโอกาสก็คงสักตั้งนึงครับ กับการเป็นผู้กำกับ เพราะเจ้านายก็บอกไว้แล้วครับว่าให้มาศึกษาตรงนี้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นมันยากเหมือนกันนะ เราต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานด้วย มันไม่ใช่แค่เราจะเก่งทฤษฎีแน่นปึ๊ก แต่มันมีอะไรหลายอย่าง มีทีมงาน มีพี่ๆ น้องๆ ที่เราต้องเรียนรู้ ใครยังไงนิสัยใจคอเป็นยังไง เพราะเราต้องทำงานร่วมกับคนอีกหลายคน เรียกว่าเราต้องเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันมันต้องมีน้ำใจ ผมว่ามันสำคัญกว่าที่เราจะไปใช้พลังอำนาจ ถ้าการทำงานทุกคนแฮปปี้ทีมงานแฮปปี้ภาพที่ออกมามันก็จะแฮปปี้มีความสุขด้วย กองก็จะมีความสุข ผมมองอย่างนั้นนะ

ย้อนวันวานก้าวแรกในวงการบันเทิง
ผมเข้าวงการมาตอนอายุ 19-20 คือกำลังวัยรุ่น แล้วตอนนี้ 38 แล้ว ก็ประมาณ 20 ปีได้แล้วครับ เริ่มแรกเลยคือเข้ามาประกวดดัชชี่ปี 1998 (ยิ้ม) โอ้โห! เป็นไงล่ะ นานเลยใช่ไหมครับ จนบางครั้งคนงงว่าเราเป็นดัชชี่ด้วยเหรอ เพื่อนร่วมรุ่นผมหายไปหมดแล้วนะ จำได้ไหมขิง-ทัศนพรรณ, จุ๊บแจง-อารีย์สรวง, ตั้ม-รณสดมภ์,ลม วาโย ผมได้ที่ 3 ดัชชี่ ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นก็แทบไม่อยู่ในวงการกันแล้วครับ ตอนที่ประกวดดัชชี่ก็ไม่รู้นะว่าชีวิตนำพาไปยังไง ผมเป็นคนที่ไม่ได้ไขว่คว้าเรื่องการประกวดอะไรเลย จังหวะเหมือนว่าพี่ๆ หลายคนชวนไปมั้งครับ เราก็เลยอ่ะลองดูก็ได้ แล้วพอได้เข้ามาด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตาจากเด็กต่างจังหวัดคนนึง ผมอยู่สมุทรสาคร การดำเนินชีวิตของผมก็คือเหมือนเด็กชาวบ้านทั่วไป แค่ได้ออกไปรายงานหน้าชั้นเรียนก็ตื่นเต้นแล้วพูดอะไรไม่ออก แต่ว่านี่เราต้องมาแสดงต่อหน้าคนตั้งมากมาย ตอนที่มาเล่นละครเรื่องแรกกับทางดีด้าก็เทคไปประมาณยี่สิบสามสิบเทคเลยมั้ง ละครเรื่องแรกคือ “พลับพลึงสีชมพู” แล้ว “อั้ม” (พัชราภา ไชยเชื้อ) เก่งแล้วแต่ว่าผมนี่คือใหม่มาก เจออั้มก็ตื่นแล้วครับเจอคนสวยเข้าไป ทั้งทีมงานกล้องไฟทุกอย่างมันทำให้เราตื่นเต้นเข้าไปอีกหลายเปอร์เซ็นเลย ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการแสดง
มาก่อนมาแบบใหม่ๆ ก็เล่นเลยรู้สึกว่าจะมี “พี่เอ๋-กษมา” เป็นแอ๊กติ้งโค้ชให้เขาก็คงจะระอาเหมือนกัน (หัวเราะ) ในความที่เราไม่เข้าใจละครเรายังจับใจความอะไรไม่ได้เลย บวกกับความตื่นเต้นมันก็เลยทำให้เราลืมทุกอย่าง เรื่องแอ๊กติ้งนี่มันยากเหลือเกินเคยไปพูดกับแม่ แต่แม่ก็บอกมาคำนึงว่ามันไม่มีอะไรที่ง่ายสำหรับใครหรอก ถึงมันจะยากแต่ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะผ่านมันได้

ภาพสะท้อนให้นึกถึงวันนั้น
ผมเข้าใจเลยครับ พอได้เห็นภาพน้องๆ สมัยนี้แล้วนึกย้อนไปในวันนั้นที่เรายังไม่รู้อะไรยังเล่นไม่ได้เราแทบจะไปนั่งอยู่ในใจของเขาเลยว่าอาการมันเกิดจากอะไร ยังบอกกับน้องๆเลยว่าเวลาอยู่ในกองให้พยายามคุยกันนะสร้างความสัมพันสร้างมิตรภาพให้มีความคุ้นเคย พอเราไม่มีความกดดันมีความคุ้นเคยอาการประหม่ามันจะลดลง แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น เรียกว่าเอาประสบการณ์ตรงของเรามาแชร์ให้น้องๆ
กำลังใจสำคัญที่ไม่เคยลืม
จะเรียกว่าผมแจ้งเกิดจากละครเรื่อง “พลับพลึงสีชมพู” เลยก็ว่าได้ครับ คือเรตติ้ง 25-27 คงจะหาไม่ได้แล้วในตอนนี้ ความรู้สึกของผมคือภูมิใจมาก แต่เราก็ไม่รู้ว่าผมดังเหรอ (หัวเราะ) ผมไม่รู้จริงๆ แต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือตอนที่ผมไปรายการ 07 โชว์ คือผมมานั่งนึกแล้วก็อยากจะขอบคุณ คือผมไปรายการแล้วเขาจะมี 3 ทีม แล้วเวลาคะแนนโหวตกันมาผมไม่เคยตกรอบเลย ผมรู้สึกดีใจมาถึงทุกวันนี้นะเราไม่รู้จะบอกเขายังไง อยากขอบคุณจากใจเลยว่านี่คือแฟนคลับเราสมัยก่อนนะที่เขาดูจริงใจ บอกไม่ถูกมันคงเหมือนแฟนคลับสมัยนี้มั้งครับ เพียงแต่ว่าสมัยนั้นมันไม่มีสื่อโซเชียลที่เราไม่สามารถไปบอกเขาได้ไปตอบเขาในไอจีได้ แต่ที่ผมรู้คือมีจดหมายมาที่บริษัทเป็นสามสี่หมื่นฉบับ ประมาณ 4 กระสอบก็ตอบไปบ้างบางคนก็ยังไม่ได้ตอบและพยายามอัดรูปเซ็นข้างหลังรูปแล้วก็ส่งไปให้เป็นหนึ่งความอิ่มเอมใจที่สมัยนี้คงหาไม่ได้แล้ว

จากละครปัจจุบัน สู่ละครพื้นบ้าน จักรๆ วงศ์ๆ
หลังจากนั้นก็เล่นละครมาเรื่อยๆ และมีโอกาสได้เล่นละครจักรๆ วงศ์ๆหรือละครพื้นบ้านนั่นเองครับมีเรื่อง อุทัยเทวี, ดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง, เกราะกายสิทธิ์ เล่นอยู่ประมาณ 4-5 เรื่องครับ ก็ต้องปรับตัวปรับโหมดจากละครปัจจุบันมาสู้ละครแบบจักรๆวงศ์ๆ ในช่วงแรกนะครับ แต่พอเราอินเข้าไปแล้วคำราชาศัพท์ต่างๆ มันก็มาเอง ไม่ได้มีปัญหาอะไร มันจะเข้าไปในสมองเอง แต่ถ้าเราท่องมันจะยากมาก มันเป็นอะไรที่แปลกเหมือนกันนะครับสำหรับการแสดง คือถ้าเรายิ่งท่องมันก็จะยิ่งยาก แต่ถ้าเราเข้าใจมันก็จะมาเอง
ผลงานที่ประทับใจ
ผมชอบทุกเรื่องเลยครับ แล้วก็จะชอบซีนหนักๆซีนอารมณ์ “สวรรค์สร้าง” ก็ชอบนะดูกดดันดี อันนั้นเล่นเป็นพี่ชายของ “มิน” (พีชญา วัฒนามนตรี) แล้วเราก็ต้องฆ่าตัวตาย ได้แสดงแววตาได้กดดันตัวเอง แต่บทที่เล่นยากสำหรับผมคือบทตลก คือเราจะเล่นยังไงให้คนตลก บางคนเล่นเราฟังยังไม่ขำเลย เรารู้สึกว่ามันเฟคก็เลยรู้สึกว่าเล่นบทตลกนี่มันยากถ้าเราไม่อินหรือว่าไม่มีจังหวะจะโคนจริงๆ

ด้วยวิถีที่เป็นไป กับบทบาทที่เปลี่ยน
อาจจะมีช่วงที่หายหน้าหายตาไปบ้าง แล้วก็ได้มีโอกาสไปเล่นของช่องจ๊ะทิงจาบ้าง และก็หาที่เที่ยวให้ตัวเองผมว่ามันก็เป็นอย่างนี้นะ จะเรียกว่าวัฏจักรก็จะไกลไป คล้ายๆ ว่ามันต้องเป็นไปตามนี้อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าอายุเท่านี้จะบทไหน ถ้าอายุเท่านี้จะไปเป็นพระเอกก็เป็นได้นะ ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อเรื่อง พออายุเปลี่ยนไป ก็ต้องเล่นไปตามวัย เล่นเป็นพ่อ เป็นปู่ก็ยังได้ (ยิ้ม) ตอนนี้มันไม่มีปัญหาแล้วครับในการที่จะเปลี่ยนบทบาท แต่ขอให้ทำแล้วมีความสุขก็พอ ผมคิดแค่นั้น ผมไม่ได้นึกท้อกับตรงนี้นะ คือถ้าไม่มีงาน เราก็อยู่บ้านอยู่กับเพื่อนได้เจอเพื่อน ไม่ได้ทำธุรกิจอะไรรองรับ คือที่บ้านจะมีที่ดินให้เขาเช่านิดหน่อยเท่านั้นเอง ผมก็เล่นละครกับทางดีด้านี่แหละครับ อยู่กับพี่ลอร์ดมาจนเรียกว่าเป็นลูกหม้อ (หัวเราะ) ให้ไปไหนก็คงไม่ไปแล้วครับ อยู่กับเจ้านายดีกว่า มีอะไรก็ช่วยๆ กันดีกว่า เราก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะนะครับ ยิ่งมาทำเบื้องหลังเรายิ่งรู้หลายๆ มุมในการทำงาน รู้ว่าการทำละครจะทำยังไงให้มันสนุก เป็นความรู้ที่หาอ่านในหนังสือไม่ได้ ในหนังสือเราอาจจะได้แค่ทฤษฎี แต่ในกองเราได้ทั้งปฏิบัติและได้อะไรอีกมากมายที่เราได้เก็บเกี่ยวเอง เพราะว่าผู้กำกับแต่ละคนก็มีเทคนิคในการทำงานที่ต่างกัน ผู้กำกับเก่งทุกคนแหละครับ แต่อาจจะเก่งกันคนละด้าน ผมก็พยายามจะเอาจุดเด่นของแต่ละคนมารวบรวมไว้
กับชีวิตโสดในแบบชิลๆ
อยู่แบบนี้สบายดีครับ (ยิ้ม) คือก็มีคนคุยด้วยแหละ คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่ถึงขั้นจะสร้างครอบครัว คือก็มีเหงาบ้าง แล้วเราก็ไปหาเพื่อนฝูงเที่ยวเตร่ตามประสาของเราไป อีกอย่างแม่ก็ไม่ได้ขออะไร แม่จะชิลมาก แม่เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่กลับบ้านไปข้าวนี่รอเลยนะ แม่รู้ว่าเราชอบกินอะไร ก็จะทำกับข้าวไว้รอผมกลัวจะอ้วนไม่กินข้าวแม่ก็ห่วงหุงข้าวไว้ให้ตลอด กลางคืนรอเรากลับมากิน ส่วนมากแม่เขาจะไม่พูดครับรู้ใจอย่างเดียว ไม่ได้ขออะไรด้วย เรื่องความรักเรื่องแฟนหรือเรื่องคอยตามห่วงว่ากลับบ้านกี่โมงอะไรยังไงไม่เลย เราโตแล้ว แต่แค่บอกบ้าง ถ้าเราไปไกลๆ คือจะว่าผมเลือกเยอะไหมเหรอ ผมคิดว่าถ้าเราทำอะไรแล้วเรามีความสุขเราก็ทำดีกว่า อย่าง ณ วันนี้เราก็มีความสุขกับการทำงานเบื้องหลังของเราที่กำลังเริ่มต้นจริงๆ เหมือนผมจะโลกส่วนตัวสูงนะ (หัวเราะ) อย่างเวลาที่ได้หยุดงานผมก็จะไปเที่ยวกลางทะเลเลย ช่วงที่เล่นละครหนักๆ เวลาปิดกล้องทีผมไปทะเล 7 วัน อยู่กลางทะเลตกปลา ไดหมึก อาจจะเพราะความเป็นส่วนตัวสูงมั้งเลยยังไม่มีใคร คือเดี๋ยวถ้าพูดอะไรไม่ถูกใจกันจะกลายเป็นทะเลาะเปล่าๆดังนั้นอยู่เป็นเพื่อนๆ คอยดูแลกันดีกว่าไม่ต้องอะไรมากมายให้ต้องคอยตามคอยรายงานกัน

หลากหลายบุคคลที่มิอาจลืม
ผมก็ต้องขอบคุณทั้งทางดัชชี่บอย ขอบคุณทั้งพี่ลอร์ด ซึ่งมาแรกๆ นี่ผมก็ไม่รู้ว่าพี่ลอร์ดคือเจ้าของบริษัท คือพี่ลอร์ดมาเทสหน้ากล้องผมก็นึกว่าพี่ลอร์ดเป็นตากล้อง (หัวเราะ) ด้วยความที่เราไม่รู้จักใครเลยจริงๆ สมัยก่อนไม่มีใคร พอเทสหน้ากล้องเสร็จก็ผ่านจนมาถึงวันเซ็นสัญญาและได้เล่นละครก็อ้าว นี่เจ้านายเราเหรอ ก็ตกใจเลยครับ ตื่นเต้นด้วย วันนั้นแม่ก็ไปด้วย ก็อ้าวนี่คือพี่ลอร์ดเหรอ ก็ต้องขอบคุณครับ ความจริงมีเยอะนคนที่ผมต้องขอบคุณ เพราะมีพี่หลายๆ คนที่อยู่ในวงการที่เราเข้ามาเล่นแล้วเขาก็แนะนำเราก็ได้วิชา ขอบคุณผู้กำกับหลายๆ คน ที่บทไหนที่เรายังไม่เข้าใจในช่วงนั้นก็ได้สอนเราแล้วเราก็เก็บเอามา ตอนนี้มันก็อยู่ในตัวผมแล้วสำหรับวิชาต่างๆ พอผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็ต้องเอาวิชาไปถ่ายทอดให้กับรุ่นน้องถ่ายทอดให้กับนักแสดงได้
ความในใจที่อยากจะบอก
ยังคงมีแฟนๆ จดจำได้ครับมีคนเข้ามาทักทายเสมอ ส่วนมากจะทักจาก “พลับพลึงสีชมพู” และจากหนังเจ้าเขาก็จำได้ และเวลาละครออกใหม่ๆ ล่าสุดผู้พันสมุทร จากเรื่อง “นักรบตาปีศาจ” ก็ยังโดนทักอยู่ นี่ขนาดว่าเราเล่นรับเชิญแค่นิดหน่อยนะ ก็อยากขอบคุณจะเรียกว่าแฟนคลับได้ไหมนะ (ยิ้ม) อยากขอบคุณย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วเลย บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าการที่เขาปลื้มเราเป็นยังไง แต่ว่าเวลาที่ผมไปรายการ 07 โชว์แล้วเขากดส่ง SMS กันเข้ามาให้คะแนนเราตลอด นั่นคือเขาปลื้มเรามากเลยนะก็รู้สึกดีอยากขอบคุณทุกคนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยครับที่ยังน่ารักกับผมเสมอมาชื่นชมในตัวผม ซึ่งผมก็จะทำงานเบื้องหลังที่กำลังเริ่มทำตรงนี้ออกมาให้ดีที่สุดส่วนงานเบื้องหน้าถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาเล่นเรื่อยๆ และขอขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่อง 7 ถ้าเป็นสมัยนั้นก็คงต้องขอบคุณ “คุณแดง” (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ครับที่ให้โอกาสผมได้มาอยู่ตรงนี้ ผมว่ามันเป็นสิ่งอัศจรรย์มากสำหรับเด็กคนนึงที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วได้เข้ามาเรียนรู้ตรงนี้
นับเป็นข่าวดีสำหรับวงการบันเทิง ที่จะมีบุคลากรผู้อยู่เบื้องหลังและสรรค์สร้างผลงานดีๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน
กุหลาบสีเงิน
