‘เจเจ-ต้าเหนิง-นน-ฟรัง’โชว์เต็ปเต้นกับ วง BNK48

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303909

'เจเจ-ต้าเหนิง-นน-ฟรัง'โชว์เต็ปเต้นกับ วง BNK48

‘เจเจ-ต้าเหนิง-นน-ฟรัง’โชว์เต็ปเต้นกับ วง BNK48

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.00 น.

ทำเอาแฟนๆเซอร์ไพร์สไปตามๆกัน สำหรับเพลงประกอบซีรีส์ Shoot! I Love You ปิ้ว! ยิงปิ๊งเธอ เรื่องปิดท้ายจาก Project S The Series ค่ายจีดีเอชและนาดาว บางกอก งานนี้สาวๆศิลปินวง BNK48   นำเพลง “Aitakatta อยากจะได้พบเธอ”  ชวนทุกคนมาวอร์มร่างกายให้เต็มที่ ก่อนเตรียมตัวไปชมซีรีส์ฝีมือผู้กำกับ กุ๊ก-ธนีดา หาญทวีวัฒนา ที่จะออกอากาศเป็นตอนแรก ในวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคมนี้!!

เรียกว่าบรรยากาศการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ เต็มไปด้วยความสนุกสนานกันสุดๆ  เพราะเป็นการรวมตัวของทั้ง 16 สาว BNK48 ที่นำความสดใสมาแจกกันตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ แถมเหล่านักแสดงนำ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม , ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, นน-ชานน สันตินธรกุล  และฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร   ยังพร้อมใจฟิตซ้อมท่าเต้น มาโชว์สเต็ปกันแบบเต็มที่ งานนี้  4 นักแสดงดูจะคึกคัก เป็นพิเศษ เพราะทั้งเต้นทั้งกระโดดโยกย้ายส่ายหัวแบบเต็มที่ ยิ่งจังหวะที่มีลูกโป่งรูปหัวใจลอยลงมา เรียกว่าทุกคนต่างลั้นลาเล่นกับลูกโป่งเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

อยากรู้ว่าความน่ารักของสาวๆ BNK48  และ เจเจ-ต้าเหนิง-นน-ฟรัง  จะทำเอาใจละลายได้ขนาดไหน   ติดตามชมมิวสิกวิดีโอ “Aitakatta อยากจะได้พบเธอ”เพลงประกอบซีรีส์Shoot! I Love You ปิ้ว! ยิงปิ๊งเธอผลงานการกำกับเอ็มวีโดยสองพี่น้องวรรณแวว – แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์   ได้ใน วันที่ 27 พ.ย.นี้ เวลา 12.00 น. ที่  www.facebook.com/projectStheseries

‘บิ๊ก’พิสูจน์ฝีมือดราม่าแรงส่ง’สุดรัก สุดดวงใจ’เรตติ้งพุ่ง 9.6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303898

'บิ๊ก'พิสูจน์ฝีมือดราม่าแรงส่ง'สุดรัก สุดดวงใจ'เรตติ้งพุ่ง 9.6

‘บิ๊ก’พิสูจน์ฝีมือดราม่าแรงส่ง’สุดรัก สุดดวงใจ’เรตติ้งพุ่ง 9.6

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.00 น.

กระแสแรงแซงทุกโค้งจริง ๆ สำหรับละคร “สุดรัก สุดดวงใจ” ทางช่อง 7 สี ละครเย็นน้ำดี ที่สร้างสรรค์สังคม และสะท้อนให้เห็นถึงสถาบันครอบครัวได้เป็นอย่างดี ล่าสุดมีความฮิตพิชิตเรตติ้งไปถึง 9.6 แล้วจ้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเรื่องนี้ฐานแฟนคลับล้นหลาม ติดตามกันทุกเพศทุกวัย แฟน ๆ ต่างพากันลุ้นและให้กำลังใจ“สมโชค” (บิ๊ก-ณทรรศชัย) กับความฝันอันสูงสุด ที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยการเป็นหมอ เรื่องราวดำเนินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว “บิ๊ก” จึงขอออกมาเผยความรู้สึก และอ้อนแฟนละครติดตามชมละครจนถึงตอนอวสาน

“ขอบคุณแฟนละคร สุดรัก สุดดวงใจ ทุกท่านนะครับ ที่ติดตามชมละครกันอย่างต่อเนื่อง ดีใจที่เรตติ้งพุ่งสูงมากขนาดนี้ แฟนละครให้การตอบรับดีมากครับ ช่วงนี้ผมเดินทางไปไหนคนก็จะเรียกแต่ สมโชค ดีใจที่มีแฟน ๆทางบ้านจำเราได้ ในเรื่องนี้ผมจะเจอฉากดราม่าเยอะมาก เลยต้องทำการบ้านหนักหน่อย เพื่อให้เข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้ง และถ่ายทอดความรู้สึกออกมาให้ดีที่สุด ยอมรับเลยว่าเป็นบทที่ยาก แต่ผมก็ตั้งใจทำเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ฝีมือให้แฟน ๆ เห็น ตอนนี้ละครดำเนินเรื่องมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ฝากแฟน ๆ ช่วยลุ้นกันว่าอุปสรรคต่าง ๆ ที่สมโชคต้องเผชิญนั้นจะจบลงเช่นไร ความฝันของผมจะเป็นจริงหรือไม่ ฝากติดตามให้กำลังใจกันด้วยนะครับ”

‘นาว’ฝากเอาใจช่วยความรักของ’กรกฏ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303914

'นาว'ฝากเอาใจช่วยความรักของ'กรกฏ'

‘นาว’ฝากเอาใจช่วยความรักของ’กรกฏ’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.30 น.

ที่สุดของความปากแข็งต้องยกให้คู่ของ “กรกฏ” และ “ละอองดาว”  นำแสดงโดย “อ๋อม-อรรคพันธ์” และ “นาว-ทิสานาฏ” ที่กว่าจะเผยหัวใจของกันและกันก็ชวนคนดูลุ้นจนวันสุดท้าย ฝ่ายหนึ่งก็แสนจะหยิ่งทะนง อีกฝ่ายก็จอมปากแข็ง ซึ่งแท้จริงแล้วทั้งคู่ต่างก็มีความรักให้แก่กันอย่างเต็มหัวใจ แต่ยังไม่ยอมเผยความในใจกันสักที แถมยังมีบททดสอบหัวใจผ่านเข้ามาเป็นเงื่อนไขให้ต้องตัดสินใจกันตลอดเวลา เรียกได้ว่าเข้มข้น และหวานละมุนกันจนวินาทีสุดท้าย ชวนคนดูมาติดตามลุ้นกันว่า ทั้งคู่จะมีวิธีเผยความรู้สึกของตนเองอย่างไร บอกได้คำเดียวว่าละมุน ละไม ชวนเคลิ้มฝัน รับประกันความฟินกันถ้วนหน้า และประทับใจจนถึงฉากสุดท้ายกันเลยทีเดียว

นาว เผยว่า “ตอนนี้ละครกำลังเข้มข้นมาก ๆ เลยค่ะ วันพุธนี้ก็จะถึงบทส่งท้ายกันแล้ว นาวกับพี่อ๋อม ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ กันมามากมาย นาวทั้งเจ็บตัวจากการถูกลอบยิง และก็ยังได้ทราบเรื่องราวที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ซึ่งมีฉากที่นาวประทับใจมาก คือฉากที่เปิดตัวนาวเป็นเจ้าหญิงละอองดาว และนาวต้องออกมายืนพูดกลางเวที พูดไปร้องไห้ไป บทยาวกว่า 20 บรรทัด เป็นซีนที่ต้องทำอารมณ์และจำบทพูดออกมาให้ซาบซึ้งที่สุด ยิ่งตอนสุดท้ายของเรื่องจะยิ่งสนุกมากค่ะ ฝากให้เอาใจช่วยความรักของละอองดาวกับคุณกรกฏด้วยนะคะ ว่าเมื่อไหร่ทั้งคู่จะเลิกปากแข็งและเผยความในใจกันสักที แถมในช่วงท้ายยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คาดไม่ถึงอีกมากมาย รับรองสนุก ครบรส หวานกลมกล่อม ละมุน ละไม แน่นอนค่ะ”

งานบวงสรวงละครเพลง’พระร่วง เดอะ มิวสิคัล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303899

งานบวงสรวงละครเพลง'พระร่วง เดอะ มิวสิคัล'

งานบวงสรวงละครเพลง’พระร่วง เดอะ มิวสิคัล’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.30 น.
เตรียมบวงสรวงใหญ่ สำหรับละครเพลงแห่งปี “พระร่วง เดอะ มิวสิคัล”  จากบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖  งานนี้เหล่านักแสดงนำ อาทิ ท็อป -จรณ โสรัตน์, อาร์ม -กรกันต์ สุทธิโกเศศ, ปนัดดา เรืองวุฒิ ,อาร์ -อาณัตพล ศิริชุมแสง , วิทย์ -พชรพล จั่นเที่ยง, ตี๋ -วิวัศน์ บวรกีรติขจร และตั้ม -นศรัณย์ แก้วจินดา ฯลฯ ร่วมทำพิธีบวงสรวงครบทีมในวันพุธ ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๓๐ น. ณ พระราชวังพญาไท

‘อั๋น– จาด้า’พร้อมผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303917

‘อั๋น– จาด้า’พร้อมผู้ประกาศข่าวช่อง 7  ร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล

‘อั๋น– จาด้า’พร้อมผู้ประกาศข่าวช่อง 7 ร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.00 น.

นักแสดงช่อง 7 สี อั๋น ชยพล จากละคร หงส์เหนือมังกร และ จาด้า อินโตร์เร จากละคร เชิง ชาย ชาญ ที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าว ปริม-กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา ร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล “แคร์ฟอร์แคนเซอร์ เพื่อช่วยระดมทุนหาเงินรายได้สมทบทุนงานวิจัยศูนย์พันธุศาสตร์มะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมี คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, มิสโดนิกา พอตตี้ เอกอัครราชฑูต สถานฑูตแคนาดา ประจำประเทศไทย, ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร หัวหน้าศูนย์พันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ร่วมเปิดงาน และปล่อยตัวผู้เข้าร่วมแข่งขัน ณ สวนลุมพินี ถนนวิทยุ

ดารารวมใจกันรีสเตทรอบการกุศล’ราตรีที่สิบสองหรือเอาที่สบายใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303903

ดารารวมใจกันรีสเตทรอบการกุศล'ราตรีที่สิบสองหรือเอาที่สบายใจ'

ดารารวมใจกันรีสเตทรอบการกุศล’ราตรีที่สิบสองหรือเอาที่สบายใจ’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.30 น.

กลับมาอีกครั้งกับละครของ “Mr.Shakespeare”  รอบการกุศลเพียง 2 รอบเท่านั้น…! กับเรื่องราวที่มันงงๆ เมื่อหนุ่มใหญ่รักเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มรักชายหนุ่ม  ชายหนุ่มรักหญิงสาว หญิงสาวรักเด็กหนุ่ม และเด็กหนุ่มคือเด็กสาว มันก็จะงงๆ หน่อย มาร่วมงงๆ กับนักแสดงที่มาสร้างเสียงฮา กันในต้นเดือนธันวาคมนี้หลังจากที่ได้จัดการแสดงไปแล้วในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมเสียงตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดีกับละครเวที “ราตรีที่สิบสองหรือเอาที่สบายใจ” โดยครั้งนี้จะกลับมาแสดงเพียง 2 รอบเท่านั้น ซึ่งเรียกว่าเป็นรอบที่จัดทำขึ้นเพื่อการกุศลโดยเฉพาะ โดยรายได้สบทบทุนเข้า “โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า”

ครั้งนี้ดรีมบอกซ์ได้นำบทประพันธ์ของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์มาทำเป็นละครเวที  ในเรื่อง Twelfth  Night  or  What you  Will  โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า “ราตรีที่สิบสอง หรือเอาที่สบายใจ” บทแปลโดย ดารกา  วงศ์ศิริ กำการแสดงโดย สุวรรณดี  จักกราวรวุธ ประพันธ์และเรียบเรียงดนตรีโดย ไกวัล กุลวัฒโนทัย

โดยเหตุผลที่สำคัญที่ต้องทำให้อยากไปดูเรื่องนี้ก็คือ อันดับแรกเป็นรอบของการกุศลทุกคนจะได้ทำบุญร่วมกัน สองเป็นบทละครสุขนาฏกรรมชวนหัวของ วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) ที่เขียนขึ้นตั้งแต่ราวๆ ปี 1601 ชื่อว่า Twelfth Night, or What You Will สามแค่เห็นรายชื่อนักแสดงรุ่นเก๋าดาหน้ากันมาเล่นก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว แถมหลายคนเราก็ไม่ได้ดูพวกเขาเล่นละครเวทีมานาน ไม่ว่าจะเป็น ปู-กนกวรรณ บุรานนท์, นุ่น-ดารัณ ฐิตะกวิน (รุ้งทอง ร่วมทอง), ญาณี ตราโมท, ผัดไท-ดีใจ ดีดีดี, โหน่ง-วสันต์ อุตตมะโยธิน, เวนย์ ฟอลโคเนอร์ เป็นต้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เราอยากชวนคุณไปดู ‘ราตรีที่สิบสอง หรือเอาที่สบายใจ’ ที่คราคร่ำไปด้วยดารานำแสดงเหล่านี้ ดารัณ  ฐิตะกวิน(รุ้งทอง ร่วมทอง),   กนกวรรณ  บุรานนท์, ดีใจ  ดีดีดี (ผัดไทย), นิศาชล  สิ่วไธสง, ญาณี  ตราโมท, วสันต์  อุตตมะโยธิน, ธมกร จักราวรวุธ, วรวุฒิ  นิยมทรัพย์,  เวนย์  ฟอลโคเนอร์, ก่อ กมลพัฒนะ, จิตรคุปต์ สุนทรศิลป์ชัย, ระดม  อร่ามวิทย์, อภิรักษ์   ชัยปัญหา, ศุภสวัสดิ์  บุรณเวช, ศรัณย์   ทองปาน

โดยมีรอบการแสดงรอบการกุศลในวันที่ 2 และ 3 ธันวาคม 2560 รอบ 14.00 น.ที่ M Theatre ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จองบัตรได้ที่ www.dreambox.co.th hotlinedreambox  085-4166661-4  ดูรายละเอียดได้ที่ Facebook: dreamboxtheatrebkkhttps

จัดหนักไม่แพ้พี่ตูน’ทนงศักดิ์’ชวน‘HUMAN RUN’ วิ่งสู่แรงบันดาลใจใหม่ในอยุธยา!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303910

จัดหนักไม่แพ้พี่ตูน'ทนงศักดิ์'ชวน‘HUMAN RUN’ วิ่งสู่แรงบันดาลใจใหม่ในอยุธยา!

จัดหนักไม่แพ้พี่ตูน’ทนงศักดิ์’ชวน‘HUMAN RUN’ วิ่งสู่แรงบันดาลใจใหม่ในอยุธยา!

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.14 น.

ขอปรบมือให้แบบรัวๆ กับนักวิ่งนักแสดงและช่างภาพรุ่นใหญ่วัย 57 ปี “นง-ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์” หนึ่งในทีมที่ปรึกษาพิเศษของนิตยสาร a day(อะเดย์) ผู้จัดงานวิ่ง “Human Run 2017” ที่ลุกขึ้นมาแชร์เรื่องราวความเป็นความตายหวังใจให้ทุกคนใช้เป็นอุทาหรณ์และหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยเป้าประสงค์อยากรณรงค์ให้ทุกคนรักษาสุขภาพกาย จิตใจ และสังคมให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

คนมักคุ้นกับ “ทนงศักดิ์” ในบทบาทนักแสดงที่เล่นละครมาแล้วกว่าร้อยเรื่อง และผลงานภาพถ่ายในฐานะช่างถ่ายภาพมืออาชีพแห่งนิตยสารพลอยแกมเพชร เขาเป็นนักแสดงมาทั้งชีวิต ที่เพิ่มเติมมาในช่วงปีหลังๆ คือบทบาทนักวิ่งฝีเท้าอึด นักวิ่งที่วิ่งเพื่อตระหนักถึงการมีลมหายใจและการใช้ชีวิตอยู่ นอกจากการวิ่งเป็นประจำทุกวันจนเห็นผลที่ดีต่อร่างกายและจิตใจ เขายังเป็นนักเชิญชวนให้คนรอบตัวออกวิ่ง วิ่งเพื่อลบเลือนความเศร้าหมอง วิ่งเพื่อลืมความเจ็บปวด และก้าวสู่ชีวิตใหม่ที่รออยู่ในทุกย่างก้าวถัดไป “ทนงศักดิ์” เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้ริเริ่มแคมเปญที่เป็นกระแสอย่าง ‘Bogie 99running challenge’ เพื่อชักชวนคนจำนวน 99 คนมาวิ่งต่อกันเป็นขบวนรถไฟแล้วท้าคนให้ทำต่อ ซึ่งถ้าไม่สำเร็จต้องบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาทเพื่อนำไปช่วยองค์กรการกุศล และเป็นโต้โผจัด ‘วิ่งสู่ชีวิตใหม่’ กิจกรรมการวิ่งพ่วงท้ายด้วยการดูหนังเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หนอย่างต่อเนื่อง เมื่อปีที่แล้ว เขาและรุ่นน้องที่รู้จักชักชวนคนออกมาวิ่งซึ่งมีคนออกมาสมทบตั้งแต่ต้นทางที่สวนลุมพินีไปจนถึงปลายทางที่โรงพยาบาลศิริราชร่วม 700 คน

ทำไมผู้ชายคนนี้หลงรักการวิ่ง ทำไมเขาถึงสนับสนุนการวิ่ง ทำไมเขาถึงใช้การวิ่งเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือคนอื่น จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้ “ทนงศักดิ์” เริ่มต้นออกวิ่ง คือตอนอายุ 30 ปี เกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าแรงสูงดูด เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้มองเห็นว่าสุขภาพสำคัญ มือเกือบโดนตัด หมอคนหนึ่งให้ตัดออก แต่หมออีกคนอยากให้เก็บไว้ รู้สึกหดหู่มากหลังจากผ่าตัด ผมอาบน้ำไม่ได้ ต้องเช็ดตัวตลอด วันหนึ่งเมื่อแผลดีขึ้น หมอบอกว่าคุณทนงศักดิ์วันนี้อาบน้ำได้แล้วนะ เราเข้าไปอาบน้ำ วินาทีที่น้ำจากฝักบัวสาดเข้ามาที่ร่างกาย เฮ้ย นี่คือความสุข มันไม่ได้อยู่ไกล นี่ไง ความสุขอยู่รอบตัวเรา ตอนมือปกติ เราไม่เคยรู้สึกถึงคุณค่า มองแต่เรื่องของนอกกาย แต่วันหนึ่งเมื่อมือใช้การไม่ได้ เราขอแค่ให้มันกลับมาใช้ได้เหอะ แค่นี้เพียงพอกับชีวิตที่เหลืออยู่ของเราแล้ว ตอนอยู่ในโรงพยาบาลเราเห็นสุขภาพของคนไข้แต่ละคน ช่วงหนึ่งปีในโรงพยาบาล 6 เดือนแรกนอนรักษาตัว อีก 6 เดือนต่อมาทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ตอนนั้นมือยังแทบจะใช้การไม่ได้ แต่เราสู้ อดทนทำกายภาพจนมือกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เราได้รู้เลยว่าชีวิตนั้นไม่จีรัง เรารู้สึกว่าความตายน่าหวาดกลัว หลังผ่าตัดตื่นขึ้นมาเราลืมตา ทำไมมองไม่เห็น นึกว่าตัวเองตายไปแล้ว เรากลัวมาก คิดว่าหรือว่าเราตายไปแล้ว สักพักหนึ่งสายตากลับมาใช้ได้ หายใจเฮือกใหญ่ เฮ้ย เรายังไม่ตาย เหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นให้บทเรียนมากมาย เรารู้สึกเลยว่าความตายน่ากลัวมากเพราะเราไม่เคยเตรียมตัวเผชิญหน้ากับมัน กลัวเพราะความไม่รู้ เราเลยเริ่มเรียนรู้ว่าต้องพร้อมที่จะตาย ต้องทำความดีให้เพียงพอที่จะสบายใจว่าเราได้ฝากอะไรไว้บนโลกใบนี้ เราเรียนรู้ว่าจริงๆ ความตายไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นความสมบูรณ์แบบของการมีชีวิตอยู่ คนเรากำหนดไม่ได้หรอกว่าชีวิตจะจบลงวันไหน แต่ผมเตรียมพร้อมให้กับความตายทุกวัน เหมือนการเตรียมตัววิ่งเพื่อให้พร้อมลงสนามมาราธอนตลอดเวลา ถ้าวันนี้เขาเรียกให้เราไปวิ่งก็วิ่งได้เลย เพราะฉันสร้างความพร้อมให้กับตัวเองเสมอ เมื่อความเจ็บป่วยมาเยี่ยมเยือนทำให้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังแล้วลุกขึ้นมาวิ่งอย่างจริงจัง ภรรยาผมป่วยเป็นมะเร็งนาน 3 ปี ผมเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยมากเพราะต้องพาเขาไปรักษา เราเห็นภรรยาอายุ 40 ปีป่วย เห็นคนแก่ แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ อายุ 3 ขวบยังเจ็บป่วยด้วยโรคหนักๆ เพราะฉะนั้นการเจ็บป่วยเป็นได้ทุกช่วงวัย การเกิดโรคภัยจากสาเหตุที่ระบุไม่ได้ผมยอมรับได้นะ แต่อะไรที่เราควบคุมได้ เช่น โรคอ้วนหรือความดันโลหิต ทำไมไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตตัวเองล่ะ

ตอนนั้นคิดโครงการ วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปดอยตุง ใช้เวลาออกวิ่งร่วม 1 เดือน มีคนถามว่าเราทำได้ยังไง บางคนคิดว่าบ้าหรือเปล่า มันยากหรือเปล่า ไม่ว่าคนจะมองยังไง ผมอยากบอกว่าสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญและผมยินดีที่จะแบ่งปันเรื่องนี้ อย่ารอให้ถึงวันที่ทุกอย่างสายเกินแก้ไข ช่วงท้ายก่อนภรรยาคนแรกจากไป ผมพาเขามารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตอนเช้าพอส่งลูกไปโรงเรียนเรียบร้อย ขณะที่ภรรยายังหลับอยู่ ผมจะออกมาวิ่งที่สวนลุมฯ ทุกวันที่เราออกไปวิ่ง ตอนตีสามผมจะเห็นสภาพคนป่วยมารอรับการตรวจ หลายคนบอกว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่พอคุณป่วย ทำไมถึงมีเวลามานั่งรอกันทั้งวันแบบนี้ล่ะ เพราะคุณยอมจำนนไง แต่ตอนไม่ป่วยทำไมไม่แบ่งเอาเวลาสักหนึ่งชั่วโมงของแต่ละวันมาออกกำลัง พอตอนนี้คิดได้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นผมขอบคุณความเจ็บปวดที่ผ่านมาทุกเรื่องเพราะมันทำให้ผมมีวันนี้ เหตุผลที่ออกวิ่งอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพราะชีวิตของผมถูกบ่มเพาะมาแบบนี้ ผมชอบวิ่งตั้งแต่เด็ก สวนลุมพินีเป็นที่ที่เรามาวิ่งตั้งแต่ประถมฯ วิ่งออกมาจากบ้านแถวบางรัก จนช่วงมัธยมฯ ผมเรียนลูกเสือ มีการเดินทางไกลแข่งกับหมู่อื่น เราอยากชนะเลยพาเพื่อนมาซ้อมวิ่งด้วยกัน จนกระทั่งสมัยทำงานมาวิ่งออกกำลังกาย สมัยก่อนวิ่งไปและกลับจากสามย่านถึงหัวลำโพงทุกวัน บางทีวิ่งแข่งกับรถเมล์ รู้สึกชอบเอาชนะรถพวกนี้ คิดว่าต้องวิ่งแซงให้ได้ จริงๆ ผมอยู่ตรงไหนก็จะวิ่งตรงนั้น เป็นคนที่วิ่งได้ทุกที่ แต่ถ้ามาสวนลุมฯ จะมีคนรู้จักมาวิ่งเยอะ เราจะวิ่งกับใครก็ได้ เราคุยกับสังคมคนวิ่งได้ทุกเรื่อง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม “ทนงศักดิ์” ถึงออกวิ่งอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ปกติวิ่งวันละอย่างน้อยสัก 10 กิโลเมตร อาจจะ 20 – 30 กิโลเมตรแล้วแต่วันและเวลา บางครั้งตั้งใจวิ่ง 15 กิโลเมตร แต่เมื่อเจอเพื่อนคุยกันเพลินยาวเป็น 25 กิโลฯ ตอนนี้ผมไม่ได้วิ่งเพื่อตัวเองอย่างเดียวแล้ว ผมวิ่งกับคนอื่นเพื่อคุยกับเขา เขาอยากคุยอะไรกับเรา เราอยากคุยอะไรกับเขา แล้วถ่ายทอดกำลังใจเมื่อวิ่งร่วมทางไปด้วยกัน นอกจากจะวิ่งด้วยตัวเองแล้ว “ทนงศักดิ์” ยังชวนคนรักในครอบครัวมาวิ่งด้วย ที่บ้านผมวิ่งกันทุกคน ลูกสามคนและภรรยา ล่าสุดภรรยาเพิ่งจบมาราธอนที่เบอร์ลิน ลูกชายคนโตวิ่งมาราธอนหลายงานแล้ว ส่วนคนกลาง สัปดาห์นี้จะไปวิ่ง 50 กิโลเมตร เดือนหน้าเขามีวิ่ง 100 กิโลเมตร และคนเล็กก็ออกวิ่งอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงการวิ่งบูม ผมวิ่งแล้วสอนคนในครอบครัว บอกลูกเสมอว่าการวิ่งเป็นพื้นฐานของกีฬาทุกประเภท เขาเห็นผมไปงานเลี้ยงรุ่น ได้เจอเพื่อนของผม แล้วตั้งคำถามว่าทำไมเพื่อนพ่อดูคนละรุ่นกันเลย แต่ละคนอ้วนและบางคนฟันหลอ เขาเปรียบกับร่างกายผมแล้วเห็นสังขารคนแก่ที่แท้จริงเลยอยากมาวิ่งบ้าง เขาเห็นเราวิ่งมาตั้งนานแล้ว ผมทั้งวิ่งและยังทำงานได้ เป็นการปลูกฝังโดยปฏิบัติให้เขาเห็นอยู่เสมอ

สำหรับผมการวิ่งคือการขัดเกลาจิตใจ การวิ่งเป็นวินาทีที่คุณอยู่กับตัวเอง คุยกับตัวเอง เป็นช่วงเวลาที่เราได้ชำระล้างจิตใจได้ดีที่สุด คนเราล้างมือบ่อย อาบน้ำบ่อย และแปรงฟันบ่อย แต่ไม่เคยล้างใจ ชอบหมักหมมเก็บทุกเรื่องไว้ เราจำเป็นต้องล้างเรื่องไม่ดีออกไปอยู่เสมอ เมื่อใจสะอาดเราจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ได้มากกว่าเดิม ผมอยากชวนคนออกมาวิ่งเพราะได้ส่งต่อความสุขจากการวิ่งให้ทุกคน คุณอาจพบว่าทั้งชีวิตไม่เก่งเรื่องอื่นเลย แต่เรื่องวิ่งอาจทำได้ดีก็ได้นะ อยากแนะนำให้ทุกคนก้าวเท้าออกมาวิ่ง บางคนไม่เคยวิ่ง ผมแนะนำให้เขาก้าวออกมาจากพื้นที่เดิมๆ ทำให้เขาได้มาสังสรรค์กัน เปลี่ยนรูปแบบการเจอกันระหว่างเพื่อนนักวิ่ง การเจอกันไม่ได้มีทางเลือกของการดื่มเหล้าเฮฮาอย่างเดียว แต่มาเจอกันตอนเช้าตีสี่ เพื่อมาซ้อมวิ่งกันแล้วแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็ได้ บางคนออกมาวิ่งจนติดใจ ผมถามเพื่อนว่าไม่เคยคิดเลยใช่ไหมว่าพวกเราจะรักการวิ่งมากขนาดนี้ ถ้าเราไม่วิ่ง เราไม่มีวันเข้าใจมิติของคนวิ่งหรอกว่ารู้สึกยังไง คุณต้องลองออกมารับรู้ถึงคุณค่า ถ้าเราไม่ทำ เราก็พูดแบบเข้าใจได้ในระดับเดียวเท่านั้น อีกกรณีหนึ่งมีคนที่พูดเสมอว่าฉันอยากลดความอ้วน พูดมา 5 ปี แต่ไม่เคยทำ คุณต้องหยุดกินก่อนสิเพราะคุณมีความสุขระยะสั้น ไม่ได้มีความสุขระยะยาว คุณลงทุนระยะยาวไม่เป็น ฉันอยากได้แต่ไม่มีความอดทน เพราะฉะนั้นมาราธอนจะสอนให้คุณมีความอดทนที่จะได้มา เหมือนชีวิตคนเรา ชีวิตที่ประสบความสำเร็จเมื่ออายุ 40 ปีใครๆ ก็ทำได้ แต่จะประคองอยู่ได้ตลอดชีวิตยังไงถ้าคุณไม่รักษาสุขภาพ สุดท้ายชีวิตล้มเหลวเพราะเป็นโรค ล้มเหลวเพราะคุณลืมนึกไปว่าทุกอย่างต้องแลกเพื่อจะได้อีกอย่างกลับมา

นอกจากการวิ่ง “ทนงศักดิ์” ยังคาดหวังถึงภาพรวมในสังคมอย่างมาก ผมมีบ้านและมีหน้าที่การงานแล้ว เพราะฉะนั้นอยากเอาเวลาที่มีไปส่งต่อความสุขให้คนอื่นมากกว่า ไม่ได้อยากได้อะไรอีกแล้ว ผมไม่ได้มองว่ารถเบนซ์เป็นรถเบนซ์ ผมว่ามันคือรถธรรมดา ผมไม่ได้มองว่าโรเลกซ์คือโรเลกซ์ แต่มันคือนาฬิกาธรรมดา คุณค่าชีวิตที่เหลืออยู่ของผมคือการสร้างความสุขและความสำเร็จให้ชีวิตคนอื่น ผมเชื่อเรื่องการส่งต่อ ถ้าอยากตอบแทนกันเราต้องส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้ต่อไป “ทนงศักดิ์” ยังใช้ความรักกับการวิ่งเพื่อขับเคลื่อนสังคมด้วย ผมจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระหว่างทางที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เริ่มออกมาออกกำลังกาย เริ่มมีทัศนคติที่ดี ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 3 – 6 เดือน ใครทำกิจกรรมเรื่องวิ่งก็ยินดีไปช่วย ช่วยกันส่งเสริม ไม่ต้องจ้างเลยเพราะยินดี ขอบคุณ a day มากที่ทำนิตยสารเล่มวิ่งแล้วเอาตูน Bodyslam ขึ้นปก จัดงานวิ่ง Human Run เป็นประจำทุกปี เพิ่มกลุ่มคนที่เข้ามาวิ่งซึ่งเป็นกลุ่มแฟนๆ ของอะเดย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก”

‘ไอซ์ อธิชนัน’ฝึกสมาธิขั้นเทพ!!! เข้าฉากกับ’ค่อม ชวนชื่น’ในละคร’เล่ห์รักยาใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303904

'ไอซ์ อธิชนัน'ฝึกสมาธิขั้นเทพ!!! เข้าฉากกับ'ค่อม ชวนชื่น'ในละคร'เล่ห์รักยาใจ'

‘ไอซ์ อธิชนัน’ฝึกสมาธิขั้นเทพ!!! เข้าฉากกับ’ค่อม ชวนชื่น’ในละคร’เล่ห์รักยาใจ’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.02 น.

โดดมารับบทคุณครูใจดี “เพลินตา” ในละครน้ำดีที่มีความฮาระดับสิบเรื่อง “เล่ห์รักยาใจ” ของค่ายดูมันดี ทำเอานักแสดงสาวมากฝีมือ ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก ถึงกับต้องฝึกสมาธิในการแสดงละครแบบขั้นเทพทีเดียว เพราะเล่นเป็นลูกสาวของ “ผู้ใหญ่เสือ” รับบทโดยตลกตัวพ่อ ค่อม ชวนชื่น เข้าฉากทีไรเป็นต้องได้ฮาทุกครั้งไป โดยสาวไอซ์เผยถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า

“บท เพลินตา ก็จะเป็นคุณครูใจดี อ่อนโยน มองโลกในแง่ดี รักกับคุณหมอการุณ (พล พูลภัทร) แต่ความรักมีอุปสรรคคือ พ่อ (น้าค่อม) พ่อมีความหลังกับคนกรุงเทพฯ เพราะแม่หนีตามผู้ชายกรุงเทพฯ เลยไม่อยากให้ลูกรักกับคนกรุงเทพฯ คอยกีดกันทุกทาง วางแผนทุกอย่าง การทำงานเรื่องนี้สนุกมากค่ะ กับพี่พลก็สนิทกันอยู่แล้ว พี่พลเป็นคนน่ารัก แล้วด้วยบทก็เป็นหมอขี้เล่น เลยทำให้เราสนุกกับการแสดงมาก แต่ก็มีดราม่ากันด้วย ส่วนน้าค่อมแกก็น่ารักมาก ตลกตลอดเวลา เข้าฉากกับน้าค่อมต้องจิตแข็งมากๆ ต้องมีสมาธิดีๆ เพราะน้าค่อมแกก็จะตลกของแกไปเรื่อยๆ บางทีบทเราต้องดราม่าต้องร้องไห้ แกก็จะยังตลกของแกอยู่ สนุกดีค่ะ ท้าทายดี ได้ฝึกตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง พี่พลก็จะเป็นคนขำง่าย บางทีก็ต้องช่วยกันดึง ไม่ให้ขำ สนุกดีค่ะ เป็นละครที่บอกเลยว่าน่าติดตามอีกเรื่องหนึ่งเลย”

‘หมาก ปริญ’ยกพานขอขมาลาบวช ร่วมเฟรม’เจ็ท’แฟนเก่า’คิม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303896

'หมาก ปริญ'ยกพานขอขมาลาบวช ร่วมเฟรม'เจ็ท'แฟนเก่า'คิม'

‘หมาก ปริญ’ยกพานขอขมาลาบวช ร่วมเฟรม’เจ็ท’แฟนเก่า’คิม’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.41 น.

ย่างใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับพิธีอุปสมบทพระเอกหนุ่ม “หมาก ปริญ สุภารัตน์” ซึ่งในช่วงนี้เจ้าตัวจึงต้องเคลียร์คิวงานเดินทางเข้าพบผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อขอขมาลาบวช ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ และล่าสุดก็มีภาพหนุ่มหมาก ได้ยกพานไปขอขมาลาบวชกับครอบครัวผู้จัด อาจิ๋ม มยุรฉัตร และ จ๋า ยศสินิ รวมไปถึง “เจ็ท ณัฐพงศ์” แฟนเก่าของสาว “คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ” ที่เคยมีกระแสข่าวออกมาว่าทั้งคู่เคยมีปัญหากันมาก่อน

โดย จ๋า ยศสินี พี่สาวของเจ็ท ก็โพสต์ภาพหมากมาขอขมา พร้อมข้อความว่า “ขอให้น้องพบสุขในทางธรรมนะคะ พี่ขออนุโมทนาบุญกับความตั้งใจทุกประการของหมาก ขออโหสิกรรมและอโหสิกรรมทุกอย่าง ดีใจที่เห็นธรรมะจัดสรรให้ จากนี้ไปขอให้หมากมีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ค่ะ @mark_prin”

 

‘ดี้-นิติพงษ์’โร่สน.ทองหล่อแจ้งเอาผิดมือดีนำรูปไปแอบอ้างขายตรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303895

'ดี้-นิติพงษ์'โร่สน.ทองหล่อแจ้งเอาผิดมือดีนำรูปไปแอบอ้างขายตรง

‘ดี้-นิติพงษ์’โร่สน.ทองหล่อแจ้งเอาผิดมือดีนำรูปไปแอบอ้างขายตรง

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.30 น.

วานนี้เฟซบุ๊ก Nitipong Honark ซึ่งเป็นเฟซบุ๊ส่วนตัวของ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ได้โพสต์กรณีถูกนำรูปไปแอบอ้างทำธุรกิจขายตรง ระบุในเนื้อหาว่า “มีอยู่ช่วงหนึ่ง ถูกชักชวนไปทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉันและเพื่อนสนใจใคร่รู้ จึงชวนกันเข้าไปพูดคุยที่บริษัทแห่งหนึ่ง (ซึ่งมีหลักฐานจดทะเบียนถูกต้อง) มีคนแปลกหน้าหลายคนมาขอถ่ายรูปด้วย พวกเราก็ยินดี วันนี้ มีคนเอารูปพวกเราไปแอบอ้างทำธุรกิจอะไรไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเดิมนั่น และไม่เกี่ยวกับฉันและเพื่อนใดๆ ทั้งสิ้น. และมีแนวโน้มว่าจะเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย โฆษณาชวนเชื่อเกินจริง ใครที่พบเห็นขออย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด และฉันกับเพื่อนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยเร็ว เรียนมาเพื่อทราบทั่วกัน #ขอความกรุณาแชร์กันให้มาก #สงสารคนที่อาจหลงเชื่อ”

ล่าสุด หลังจากที่ ดี้ นิติพงษ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้ว ก็ออกมายอมรับว่าที่ผ่านมาตนและเพื่อนๆ รวมถึง เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม เคยเข้าไปพูดคุยที่บริษัทขายตรงแห่งหนึ่งจริง แต่ถูกคนแปลกหน้าเข้ามาขอถ่ายรูป แต่ปรากฏว่ามีคนนำรูปตนและเพื่อนไปแอบอ้างทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวล่าสุด ดี้ นิติพงษ์ และเพื่อนผู้เสียหายได้เดินทางไปแจ้งความ ณ สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อแล้ว