อัพเดทอาการ’น้องสกาย’หัวอกแม่ยังคงห่วงกลัวทรุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303269

อัพเดทอาการ'น้องสกาย'หัวอกแม่ยังคงห่วงกลัวทรุด

อัพเดทอาการ’น้องสกาย’หัวอกแม่ยังคงห่วงกลัวทรุด

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.49 น.

หลังจากเข้าการรักษาตัวเนื่องด้วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่4 สำหรับ“น้องสกาย”หรือโจ ลูกชายใจเริง ในละครเพลิงบุญ ล่าสุดออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ล่าสุด คุณแม่ของน้องสกายโพสต์คลิปลูกชายพร้อมอัพเดทอาการล่าสุดว่า

“อัพเดตอาการน้องนะคะ หลังจากได้พักฟื้นอยู่ที่บ้านประมาณ 1 อาทิตย์ อาการทั่วไปดีขึ้น ทานอาหารได้มากขึ้น ทานทั้งวัน ขับถ่ายปกติ น้ำหนักขึ้นเล็กน้อย ด้านอารมณ์ดีขึ้นเยอะ พูดคุยมากขึ้น ยิ้มและหัวเราะตามคนเล่นด้วย มีอารมณ์อยากลุกขึ้นมาเดิน แต่ยังไม่สามารถทำได้เมื่อวานเข้ามาแอดมิทที่โรงพยาบาลตามโปรแกรมของคุณหมอ วันนี้ได้รับคีโมตัวแรกของรอบที่ 2 เรียบร้อยแล้ว นอนหลับปุ๋ย ยังไม่รู้จะมีเอฟเฟกต์อะไรบ้างรึเปล่าต้องเฝ้าดูอาการต่อไปส่วนพรุ่งนี้ตอนเช้าคงได้รับคีโมอีกตัวหนึ่งตอนเช้าทางไขสันหลัง ตัวนี้แหละที่จะเป็นตัวที่ทำให้อาการแย่เหมือนคราวที่แล้ว เช่น ปากเป็นแผล ฯลฯ แต่คราวนี้คุณหมอบอกจะลดขนาดยาลง หวังว่าอะไรๆ คงดีกว่าครั้งที่ผ่านมา หวังว่าร่างกายน้องจะรับได้และปรับตัวได้ดีขึ้นคุณหมอพูดถึงการกายภาพร่างกาย เดี๋ยวคงจะมีหมอหรือนักกายภาพร่างกายเข้ามาร่วมด้วย ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ….”อย่างไงก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องสกายหายป่วยไวๆกลับมาเข็งแรงดั่งเดิม

หนุ่มนักโฆษณาจากครีเอทีฟทำงานบนกระดาษเปลี่ยนสนามทำงาน มาเป็นไร่นา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303267

หนุ่มนักโฆษณาจากครีเอทีฟทำงานบนกระดาษเปลี่ยนสนามทำงาน มาเป็นไร่นา

หนุ่มนักโฆษณาจากครีเอทีฟทำงานบนกระดาษเปลี่ยนสนามทำงาน มาเป็นไร่นา

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.41 น.

เจาะชีวิต ที่ออกแบบได้ของ “เสกสรรค์ อุ่นจิตติ” หรือ “จอน นอนไร่”  หนุ่ม MD บริษัทโฆษณาชื่อดัง คลุกคลีอยู่ในแวดวงโฆษณามาเกือบ 30 ปี ชีวิตผกผัน จากหนุ่มทำงานอยู่ในวงการโฆษณาเท่ห์ๆ
วันหนึ่งหันมาจับจอบ จับเสียม เพราะตกหลุมรัก การปลูกผัก ทำไร่ แต่ดูเหมือนว่าชีวิตครีเอทีฟ กับชีวิตเกษตรกรจะแตกต่างกันสุดขั้ว แต่วันนี้เขาใช้เวลาลองผิด ลองถูก เวลาเกือบทั้งหมดทุ่มเทให้กับไร่ จนล่าสุดสวนผักที่เขาครีเอทมากับมือถูกพูดถึงในวงกว้าง และเป็นที่น่าสนใจ ด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งปลูก แครอทสีม่วง มะเขือเทศเชอร์รี่หวานๆ มีสีแดง เขียว เหลือง ชมพู และดำ ผักกาดขาวญี่ปุ่น แตงโมยักษ์ แตงโมญี่ปุ่น ไชเท้าญี่ปุ่น บีทรูท กะหล่ำปลีหัวใหญ่ เรียกว่าใครจะกินผักแปลกๆ สั่งปลูกกับเขาได้ ทั้งหมดนี้ “จอน นอนไร่” ทำมาด้วยสโลแกนที่ว่า  “ไม่แปลก ไม่ปลูก”  โดยเขาเล่าในรายการเจาะใจว่า

“ไร่ผมก็ต้องเหมือนผม มันต้องสะท้อนความเป็นตัวผมเอง ทั้งบ้าบอแต่มีหลักการ ไม่ยอมแพ้ แหกกฎ จริงๆ ผมแค่เปลี่ยนสนาม จากครีเอทีฟที่เคยทำงานกับกระดาษมาเป็นทำไร่นา ซึ่งตรงนี้ทฤษฎี what when why how what if เกิดขึ้นกับผมทันทีตั้งแต่ต้น ดังนั้นคำว่า “ไม่แปลก ไม่ปลูก” จึงเกิดขึ้น ชีวิตผมกลางวันทำไร่ กลางคืนจับเมาส์ คือผมชื่อตุ้ย กับชื่อจอน จอนมันมีหน้าที่ทำงาน ส่วนตุ้ยคิดในเรื่องปัจจุบัน การตลาด วางแผน แก้ปัญหา อย่างที่บอกไร่ก็เหมือนตัวผมเพราะฉะนั้นคนเราไม่ว่าจะทำอะไร จินตนาการกับตรรกะต้องเดินคู่กัน ผมโชคดีที่มีทั้งสองอย่างในตัว ถ้าคุณมีจินตนาการมากไปก็หาคนที่มีตรรกะมาช่วย ถ้าคุณตรรกะแข็งโป๊ก ก็ไปหาคนที่มีจินตนาการมาช่วย มันก็จะทำได้”

‘ทราย’ขอปกป้องแม่ ฟ้องสำนักข่าวพาดหัวแรง’ลูกทรพี’ให้ถึงที่สุด เตือนคนเม้นต์คนแชร์ ควรเช็กข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303266

'ทราย'ขอปกป้องแม่ ฟ้องสำนักข่าวพาดหัวแรง'ลูกทรพี'ให้ถึงที่สุด เตือนคนเม้นต์คนแชร์ ควรเช็กข่าว

‘ทราย’ขอปกป้องแม่ ฟ้องสำนักข่าวพาดหัวแรง’ลูกทรพี’ให้ถึงที่สุด เตือนคนเม้นต์คนแชร์ ควรเช็กข่าว

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.39 น.

กลายเป็นดรามาร้อนแรง กรณีที่อดีตนางเอกดัง “ทราย เจริญปุระ” ถูกสำนักข่าวแห่งหนึ่งเผยแพร่ข้อความ “ความในใจจากลูกทรพี? เปิดค่ารักษาแม่ ทราย เจริญปุระ ต้องเล่นละครกี่เรื่องถึงจะจ่ายไหว” ซึ่งข้อความดังกล่าวทำให้ทรายถูกชาวเน็ตวิจารณ์แรง จนทำให้เจ้าตัวฉุนขาด แม้สื่อดังกล่าวจะออกแถลงการณ์แต่ทรายก็ตัดสินใจฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อคู่กรณี ล่าสุดรายการโหนกระแส ได้เชิญทรายมาเป็นแขกรับเชิญเพื่อชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว

ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณแม่ป่วย?“แม่ป่วยมานานแล้วค่ะ ก็ดูแลตัวเองรับยาสม่ำเสมอ จนช่วงหลังๆ ที่พ่อเสียไปสักพัก มีอาการอื่นๆ เข้ามาด้วย คือสมองเสื่อม จะทำให้มีผลกับเรื่องการทรงตัว เรื่องอารมณ์ การตัดสินใจ”

อยากรู้อาการเริ่มต้น?“คือมีพฤติกรรม ความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือเราอยู่กับแม่เรามาตลอด เรารู้ว่าเขามีนิสัยอะไรยังไง มีความเครียดมากขึ้น อยู่ดีๆ ก็คิดว่าลูกไม่รัก ทั้งๆ ที่ไม่มีสาเหตุอะไรเลย ทรายก็ไปทำงานของทรายปกติ เริ่มขับรถเริ่มกะระยะไม่ได้ ถอยรถออกมาชนประตูรั้วบ้านตัวเอง ทั้งที่ถอยออกมาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว ตอนแรกเราก็คิดว่าสายตาไม่ดี คนแก่เนอะ ยังกะระยะ หรือเปลี่ยนรถคันใหม่หรือเปล่า คุณแม่อายุ 60 เราก็ไม่คิดว่ามีผลเรื่องทางสมอง จนหลังๆ เริ่มมีความรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย ถึงขั้นออกปากว่าอยากตาย ด้วยสาเหตุว่าลูกไม่รัก ซึ่งมันไม่ใช่ แกโทร.มาหาว่าทรายเคยพูดใช่มั้ยว่าคนเป็นแม่ทำอะไรก็ไม่ผิด ทรายก็เอ๊ะ แม่ไปทำอะไรมาหรือเปล่า แกก็บอกว่าอย่าเลี่ยงคำตอบ เราก็งง ปกติเราอยู่กองถ่ายแม่จะไม่โทร.ตาม เราก็เอ๊ะ ก็แปลกๆ กลับไปรถมีรอยชนรอบคัน ก็ถามว่าแม่ไปชนอะไรมา เขาก็บอกว่าทำไม ถ้าเขาชนแล้วจะทำไมเธอกลัวเธอเสียชื่อเสียงเหรอ เราก็เอ๊ะ ทำไมมันแปลกขึ้นเรื่อยๆ”

เขาบอกมั้ยจะฆ่าตัวตาย?“ไม่ค่ะ แต่ร้องไห้เยอะมาก ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน หลังๆ ก็เริ่มหนักขึ้น เราก็บอกว่าแม่อย่าขับรถเลย มันอันตราย เขาก็แบบเหมือนเราขัดใจเขา เขาก็จะเถียง เขาก็เข้ามาทุบตี หยิกข่วน”

หลังๆ ทำยังไง?“ก็ดูแลกันจนป่วยเป็นซึมเศร้าไปอีก เพราะมันเครียดมาก ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้ว แต่เรารู้สึกว่าเราต้องดูแลแม่ได้ คิดว่ายังไม่เกินมือ ทรายก็เริ่มซึมเศร้าตาม เพราะเครียดมากให้น้องชายช่วยดู แบ่งหน้าที่กันซักพักน้องชายก็บอกว่าโดนแม่ทำร้ายเหมือนกันเลย เฮ้ย มันจะไล่ไปเรื่อยๆ มันไม่ไหวแล้ว มันไม่ดีกับตัวแม่เองด้วย เพราะว่ายิ่งเขาเครียด สมองส่วนที่มันเสียหาย มันก็จะเสียหายมากขึ้นไปอีก ก็เลยตัดสินใจว่าต้องรักษาทางโรคเฉพาะทาง คือพาไปที่ศรีธัญญา”

คนมองว่าเป็นรพ. สำหรับคนบ้า?“ก็ภาพพจน์มันเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้วก็เป็นรพ.เฉพาะทาง ไม่ว่าจะเรื่องของทางสมอง มีคนบอกหลายทีแล้ว แต่เราติดว่าเฮ้ย มันต้องศรีธัญญาแล้วเหรอ มันรุนแรงถึงขนาดนั้นแล้วเหรอ สุดท้ายมันไม่ใช่แค่กินยาแล้วก็หาย เป็นเรื่องที่ต้องทำกิจกรรมบำบัด จิตบำบัด ซึ่งที่นี่ก็เฉพาะทางที่สุดแล้วแล้วก็ใกล้บ้านที่สุดแล้ว”

หมอวินิจฉัยว่าใช่ ต้องรักษาอาการทางจิต ลักษณะแบบนี้มันเหมือนกับโรคไบโพลาร์มั้ย?“มันจะมีความต่างในรายละเอียด จริงๆ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยเพราะมันมีความใกล้เคียงกันมาก ยาแต่ละตัวที่รักษา หรืออาการ บวกกับอายุ บางคนเส้นเลือดโป่งไปกดทับต่อมที่แสดงอารมณ์ก็สามารถเป็นไบโพลาร์ได้ แต่จริงๆ ไม่ใช่ไบโพลาร์ มันต้องไปแก้ที่เส้นเลือด”

ทีนี้อาการของคุณแม่ที่จะฆ่าตัวตาย?“เขาเอาปืนพ่อมาวาง คือทรายไม่กล้าถึงถามว่าแม่จะทำจริงเหรอ มันเป็นคำไม่ควรจะถาม แต่รู้สึกว่าของในบ้านเป็นของอันตรายไปหมดเลย มันมีสัญญาณ ซึ่งมีคนบอกว่าคนขู่ไม่ทำหรอก แต่จะให้เราเสี่ยงเหรอ มันไม่ได้ เราก็ไม่ทราบว่าแกหยิบมาทำไม ก็ได้แต่ให้น้องเอาไปซ่อน อยู่กันด้วยความเครียดสูงมากยอมรับ ตอนนั้นถ่ายละคร จนไม่มีสมาธิมากเลย เพราะมันกังวลมาก ว่าแม่จะทำอะไร มีอยู่วันหนึ่งแม่เดินหายไปไหนก็ไม่รู้ เราก็ไม่ไหวในสภาพแบบนี้เหมือนกัน หรือวันหนึ่งแม่แอบขับรถออกไปถ้าแม่ชนแล้วเจ็บเราก็แย่พอแล้ว ถ้าแม่ชนคนอื่นอีกก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่”

แกไม่น่ามีอาการแบบนี้งงมากเพราะเมื่อก่อนแกจะคอยดูแลเป็นคนน่ารัก?“คุณหมอก็บอกว่าเป็นไปได้ว่าอาจจะมีความเครียดสะสม ตอนที่แม่ดูแลคุณพ่อซึ่งป่วยมาตลอด วันหนึ่งพ่อไม่อยู่แล้ว ต้องอยู่คนเดียว”

ตอนพ่อเสีย พ่อเป็นอัลไซเมอร์ด้วย?“ใช่ แกจะลืมทุกอย่าง พอถึงเวลาระบบมันก็ชัตดาวน์ ซึ่งคุณหมอก็ให้ความรู้มาแล้ว ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ ต่อให้ใช้ท่อหายใจ วันหนึ่งถอดท่อมันก็จบ”

ณ วันนี้ก็พยายามดูแลเต็มที่?“เท่าที่จะทำได้ค่ะ”

งานทุกวันนี้?“ก็เล่นละครสม่ำเสมอดีค่ะ วิ่งสองกองปกติ มีงาน เขียนคอลัมน์ประจำ”

ถ้าไม่มีเรื่องวิทยาศาสตร์ จะคิดไปเรื่องไสยศาสตร์?“ก็คิดว่าเขาโดนผีสิง(หัวเราะ) เพราะเขาไม่เหมือนเดิมได้ขนาดนี้ แต่ทรายโชคดีก็รู้มาว่าแม่มีโรคประจำตัวอยู่บ้าง ก็มุ่งไปทางนั้นมากกว่า”

ที่บอกว่าเหมือนมีใครมากลืนกินแม่ แล้วคายที่เหลือมาให้เป็นแบบนี้ มันขนาดนั้นเลยเหรอ?“ขนาดนั้นเลยค่ะ ทรายเจอตอนเคสพ่อมาทีหนึ่งแล้ว คนป่วยแบบนี้เหมือนแกล้ง ถ้าคนไม่รู้จะคิดว่าแกล้ง แกล้งลืมหรือเปล่า ตกลงเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่จากที่เราเคยเห็นพ่อเปลี่ยนไปได้มากขนาดนั้น ตอนแม่บวกกับโรคประจำตัวเราก็เลยสามารถมุ่งไปในทางนี้ ทำ mri  สแกนตั้งแต่ระยะต้นของอาการไม่ได้ปล่อยให้เป็นเยอะ”

คุณทรายทำงานมีการดูแลคุณแม่ หาทางรักษาทุกทาง สุดท้ายมีสำนักข่าวสำนักหนึ่งพาดพิงถึงคุณ และได้เขียนว่าคุณเป็นลูกทรพี เป็นเครื่องหมายคำถาม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้?“คือทรพีเลยเหรอ คือต่อให้มันมีปรัศนีตามหลังหรืออะไรก็ตาม ด้วยหลักการภาษาไทย เราไม่ได้มีการขึ้นเสียงสูงจนต้องใส่ปรัศนี นอกจากใช่มั้ย หรือไม่ ถ้าพาดว่าตกลงใช่ลูกทรพีหรือไม่ มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยนะ เข้าใจได้ แต่อันนี้คุณตัดสินเราไปแล้ว”

เขาพาดว่าความในใจจากเด็กเกเร?“อันนี้โอเค เข้าใจได้ เกเรมันกว้างมาก มันไม่ดีแหละใช่ แต่ไม่ได้ตัดสินเราให้กลายเป็นคนอีกประเภทหนึ่งไปเลย”

ตั้งแต่เข้าวงการมาจนถึงตอนนี้ เคยมีคนเรียกคุณว่าลูกทรพีมั้ย?“ไม่เคยค่ะ อาจจะโดนเรื่องไม่สวย เรื่องใดๆ ต่างๆ โดนจนชินแล้ว แต่อันนี้ไม่เคย”

จะหยิบยกจากสื่ออื่นๆ หรือคนเคยด่าคุณ ไม่มีแน่?“ไม่มีค่ะ เพราะทุกครั้งที่ใครมาแตะพ่อแม่ทราย ทรายซีเรียสมากกว่าคนมาว่าทรายด้วยเนื้อหาข่าวที่ขยี้ไปอีกว่าต้องรับค่าตัวเท่าไหร่ถึงจะพอ แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ เพราะข่าวรูปภาพข้างในหรืออะไรก็ตามคุณก็แคปมาจากไอจีของทราย โดยไม่ได้ขออนุญาตอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ค่อนข้างหยวนๆ อยู่แล้ว ส่วนรูปกุมขมับคุณต้องไปเซิร์จหา คุณต้องมีเวลาหารูป ถ้ามีเวลาหารูป ก็ต้องมีเวลาคิดคำที่มันโอเคกว่านี้ได้นะ”

คนที่พาดหัวตัวนี้ออกมา เขาติดต่อเข้ามา?“ติดต่อมา ก็โทร.มาก่อน ต้องใช้คำว่าอ้างว่าเพราะทรายก็ไม่เห็นหน้าตา บอกว่าเป็นคนที่เขียนข่าวนี้ ขอโทษในความผิดพลาด มันเรียกว่าข้อผิดพลาดไม่ได้ คือกว่าคุณจะเขียนออกมา กว่าคุณจะส่งบก.ข่าว ส่งอะไรใดๆ มันต้องมีกระบวนการสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเขียนตกสระอุ สระไอ มันไม่ใช่ อย่างน้อยแสดงความจริงใจ คุณลงข่าวตรงนี้ คุณลงขอโทษได้มั้ยว่ามันเป็นความผิดใดๆของคุณก็ตามคุณก็ลงชื่อไป ก็ไม่มี สักพักก็ส่งมาใหม่ว่าขอโทษ ข่าวลงในสำนักข่าวนี้ แล้วก็ไปขอโทษอีกที่หนึ่ง แล้วก็แค่นั้น ทรายก็เลยบอกว่าคุยกับทนายทรายแล้วกัน คือนี่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่สุดเท่าที่คนพึงจะกระทำต่อกันสำหรับการเรียกว่าลูกทรพี โดยไม่ชกหน้ากันซะก่อน ก็ไม่ได้มีการขานรับ หรือเร่งรีบในการแก้ไขอะไร”

คำที่เขาลง มันไปเชิญแขกคนอื่นให้มาด่าคุณ?“ใช่ไง เชิญคนมาร่วมกันด่า สนุกกันใหญ่เลย คราวนี้เรื่องเกี่ยวไม่เกี่ยว ชอบไม่ชอบเป็นการส่วนตัวตั้งแต่สมัยไหน ข่าวจริงข่าวเท็จ เอามารวมกันหมด มัดรวมแล้วรวบตึงไปเลย แล้วมีคนที่เมนต์ตรงนั้น แล้วคนที่แชร์ไปด่าต่างหาก มีอีกแบบสารพัดค่ะ”

ทางฝั่งสำนักข่าวได้ออกมาแถลงการณ์ เขาบอกว่าทีมข่าวไม่ได้มีเรื่องโกรธเคือง บาดหมางกับคุณทราย ในทางตรงกันข้าม เขาชื่นชมกับการปฏิบัติตัวในฐานะการเป็นดารา และการดูแลผู้มีพระคุณ การนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นไปด้วยสุจริต ปราศจากอคติใดๆ ทั้งสิ้น ประเด็นสำคัญก่อนหน้านี้คุณเคยถูกกล่าวหาในเชิงลบ ทีมข่าวเลยแสวงหาข้อจริงในแง่มุมที่แตกต่าง และทำให้สังคมได้เห็นว่าคุณทรายเป็นตัวอย่างที่ดีในสังคม เคยมีคนว่าคุณเป็นลูกทรพีมั้ย?“ทรายไม่รู้จริงๆ นะ แต่เท่าที่ทรายรู้มันไม่มี หรือตอนคุยกับมดดำ คชภา ก็ยังไม่ใช่คำนี้ เขาบอกว่ามีคนว่าคุณอกตัญญู มันก็ตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่มีคำนี้ ในประเด็นนี้ไม่มี”

คุณเคยถูกคนอื่นว่าอย่างโน้นอย่างนี้?“ถ้าเขาไปว่ากันในลานจอดรถหนูก็ไม่มีวันรู้ป่าว ถ้าเขาว่ากันส่วนตัว ไม่ได้เปิดพับบลิค เขาแอบส่งไลน์กันเอง ทรายไม่สามารถห้ามความคิดของคนได้”

ข้อสามเขาบอกว่าการโปรยพาดหัวข่าวเป็นการตั้งคำถาม แต่มีคนเอาไปขยายความผิดๆ ในตัวคุณทราย ทีมข่าวเลยตัดสินใจลบข่าวทันที?“เขาบอกเขาตั้งคำถาม ถามกับใครคะ ถามทรายก่อนก็ได้ค่ะ ตั้งคำถามต่อใคร(หัวเราะ) ใครรู้สึกล่ะคะ ทรายก็เลยงง ถ้าตั้งคำถามกับทราย ทรายอนุญาต ทรายยินดี ให้ตั้ง ก็ตั้งได้ นี่ก็อีกเรื่อง นี่ทรายก็ไม่รู้เรื่องด้วย”

เป็นดาราไม่กี่คนที่จะมาฟ้องสื่อ?“คือเราอยู่ใกล้ชิดกันมาก นักแสดงกับสื่อ”

หนุ่ม กรรชัยโฟนอิน อ.ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์เป็ฯคนร่างพรบ.คอมพิวเตอร์ เรื่องนี้ในมุมพรบ.คอมพิวเตอร์เข้ามั้ย?อ. ไพบูลย์ : “โดยหลักถ้าเป็นข้อความตามที่ปรากฎในสื่อ ก็น่าจะเข้าทั้งเรื่องหมิ่นประมาทและผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ เพราะข้อความที่เป็นข่าวมันออกไปในเชิงลบ ถ้าเจตนาผู้ที่เขียนอกไปในทางเชิงลบด้วย ก็เป็นความผิดทางพรบ.คอมพิวเตอร์คุณทรายสามารถฟ้องร้องกับสำนักข่าวนั้นได้ รวมไปถึงคนที่เผยแพร่หรือเข้ามาคอมเมนต์เพิ่มเติม หรือตัวเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ อินเตอร์เน็ตต่างๆ”

สื่อเขาอ้างว่าเขาไม่ได้เจตนา แต่มีคนไปพูดในมุมแง่ลบคุณทราย เลยเอาตรงนี้มาตั้งเป็นโจทย์?อ. ไพบูลย์ : “ส่วนนี้ต้องพิสูจน์ว่าเจตนาจริงๆ เป็นยังไง แต่โดยลักษณะการขึ้นศาล บุคคลธรรมดา บุคคลสาธารณะ หรือวิญญูชนทั่วไป เขาอ่านแล้วเป็นไปในทางบวกหรือทางลบ ซึ่งโดยปกติ ถ้าคนทั่วไปอ่านแล้วเป็นไปในทางลบ เขาก็อาจจะลำบากจริงๆ ข้อความแบบนี้เป็นข้อความที่ผิดกฎหมาย ถ้ามีการด่าหรืออะไรมันเป็นความผิดที่สามารถดำเนินคดีได้ แล้วในพรบ.คอมพิวเตอร์ใหม่ ในปี 60 ข้อดีคือทุกวันนี้เราเซิร์จข้อมูลของคุณทรายอาจจะขึ้นมาเต็มเลย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ลงไป ถ้าเป็นพรบ.ใหม่ เราสามารถเอาคำพิพากษาของศาลไปยื่นให้กูเกิล หรือเฟซบุ๊ก ลบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ เป็นข้อดีของพรบ.คอมพิวเตอ์ใหม่ ก็น่าจะลองเอามาใช้ในกรณีนี้”

เข้าทั้งหมิ่นประมาทและพรบ.คอมพิวเตอร์?อ. ไพบูลย์ : “ก็น่าจะเข้าทั้งสองส่วน แต่เป็นการวิจารณ์จากข้อมูลที่มีอยู่ครับ”

คุณทรายฟังแล้วเป็นยังไง?“จริงๆทางทนายก็บอกแล้วว่าต้องมีการตีความในเชิงกฎหมาย มันเป็นในเรื่องของแพ่งและอาญาด้วย ทั้งหมดทั้งมวล คุณทนายเขาก็ไม่ได้บังคับว่าทรายจะเอาเรื่องหรือไม่เอาเรื่อง หรือจะไปสร้างประเด็นใดๆ แล้วแต่ว่ามันจะไปจบตรงไหน”

เรื่องนี้จะจบลงได้ยังไง คุยกันเคลียร์กันได้มั้ย?“เคลียร์ยังไงล่ะคะ คืออย่างน้อยเลยนะ จริงๆ เขาควรขอโทษทราย ตอนที่ทรายยังไม่ทันจะฟ้องเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้มันเลยจุดนั้นไปนานแล้วค่ะ คือทรายทำงานมา 20 กว่าปี เจอพี่นักข่าวไม่รู้กี่สำนัก ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย ทรายมองมุมนี้ด้วยว่านักแสดงกับนักข่าว มันจริงใจ มันอยู่ใกล้ๆ กัน อ้าว แล้วที่อื่นๆ กับเราเขาก็ดี ไม่ได้มีปัญหาต่อกัน”

การที่คุณไปฟ้องสื่อ คุณต้องการเรียกเงินเขา?“เสียเวลาด้วยจริงๆ บอกตรงๆ การไปสน. การต้องมานั่งไล่หาคอมเมนต์ต่างๆ เป็นเรื่องที่แบบ ทำไปชีวิตทรายก็ไม่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลง”

ตอนนี้คุณจะฟ้องคนที่เข้ามาด่าคุณด้วย?“ใช่ค่ะ เพราะด่าด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หลายอันด่าด้วยข้อความที่รุนแรงมาก มากจนเกินกว่าที่วิญญูชนฟังแล้วจะมองไปแง่บวกได้”

คุณจะดำเนินการให้ถึงที่สุด?“ใช่ เพื่อแม่ด้วย ไม่รู้สิ ทรายกับแม่ค่อนข้างใกล้ชิด เขาไม่มีพ่ออยู่ใกล้ๆ เขาแล้ว เราเป็นยังไงก็รู้กัน มันเหมือนเราไม่ได้ปกป้องเขา”

มีอะไรจะพูดอีกมั้ย?“จริงๆ เรื่องเป็นความมันไม่สนุก ถ้าบอกว่าหาเงิน งานการก็มีทำอยู่แล้ว จริงๆ สำหรับคนที่คอมเมนต์ในข่าว ทรายเข้าใจว่าโซเชียลเป็นเรื่องใหม่มาก แต่บางทีเช็กข่าวนิดหนึ่งก็ดี เพราะหมายศาลไปถึงบ้านไม่น่าจะสนุก”

‘โตโน่’ ชวนอ่าน ‘คิดถึงแม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303110

‘โตโน่’ ชวนอ่าน ‘คิดถึงแม่’

‘โตโน่’ ชวนอ่าน ‘คิดถึงแม่’

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ร่วม พูดคุยพร้อมโชว์บทเพลงพรหมลิขิต ในงานเปิดตัวหนังสือ “คิดถึงแม่”(MY MOM) ผลงานการเขียนลำดับที่ 21 ของ วิกรม กรมดิษฐ์ ในนามมูลนิธิอมตะ ร่วมกับ7-ELEVEN และ BOOKSMILE กับการถ่ายทอดเรื่องราวของคุณแม่ความประทับใจ การต่อสู้ ฝ่าฟัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และระลึกถึงพระคุณแม่ให้แก่ลูกๆ ผู้อ่านทุกคน

โตโน่ เล่าว่า “ตามสื่อต่างๆ ก็อาจจะเห็นภาพว่า ผมเป็นลูกกตัญญู แต่เมื่อผมได้เริ่มอ่านแค่คำนำ ผมก็รู้สึกว่าผมยังเป็นลูกที่ดีไม่พอ โดยเฉพาะในเรื่องของเวลา อยากฝากหนังสือ “คิดถึงแม่” ให้วัยรุ่นและทุกคนได้อ่าน เป็นหนังสือที่มีประโยชน์โดยเฉพาะกับลูกๆ ที่ยังมีคุณพ่อ-คุณแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ เราจะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง หนังสือเล่มนี้กระตุ้นเตือนให้เราตระหนักว่าในระหว่างที่ยังมีท่านอยู่ เราควรจะทำอะไรเพื่อนท่านบ้าง รวมถึงอะไรที่ไม่ควรทำ เหมือนหนังสือบอกอนาคต หลายๆ คนที่กำลังทำงานหนักเพื่อครอบครัว ทำเพื่อลูก ทำเพื่อคนรัก แต่บางคนอาจจะลืมแม่ มีข้ออ้างมากเกินไป “คิดถึงแม่” สะท้อนมุมมองใหม่ๆ ในการปฏิบัติกับบุพการีได้อย่างดีเยี่ยมครับ”

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ ฉลองใหญ่ เพลงทะลุ 100 ล้าน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303105

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ ฉลองใหญ่ เพลงทะลุ 100 ล้าน!!

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ ฉลองใหญ่ เพลงทะลุ 100 ล้าน!!

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช้เวลาเพียงไม่นาน ยอดวิวเพลง “กลับคำสาหล่า” ของ “ไมค์ ภิรมย์พร” ในยูทูบ Grammy Gold Official ก็วิ่งฉิวทะลุเกิน 100 ล้านวิวไปเป็นที่เรียบร้อย เจ้าตัวเลยไม่รอช้าขอฉลอง ด้วยการเปิดโรงทาน และเปิดคอนเสิร์ต “คนแรงงานแบนด์” ฤดูกาลใหม่ที่แรก ณ ทางเข้าวังนาคินทร์คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาและพ่อ-แม่พี่น้องละแวกนั้นได้อิ่มท้องพร้อมชมคอนเสิร์ตแบบจัดเต็มจาก ไมค์ ภิรมย์พร พร้อมกับ 2 ศิลปินรุ่นน้อง “ตรี-ชัยณรงค์” และ “เน็ค-นฤพล” ที่ขอมาร่วมฉลองความสำเร็จของรุ่นพี่ในครั้งนี้ด้วย

ไมค์ ภิรมย์พร เผยถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า “วันนี้ถือเป็นวันดีของทั้งตัวผม และทีมงานทุกภาคทุกฝ่าย รวมไปถึงน้องตรี และ น้องเน็ค ด้วย ที่มีโอกาสได้มากราบไว้ หลวงปู่ศรีสุทโธ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการขออนุญาตท่านในการเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ วันนี้ก็มีออกโรงทานแจกอาหารให้กับญาติเพลง และผู้มีจิตศรัทธาทุกคน ผมก็ต้องขอบคุณน้องตรี น้องเน็ค รวมถึงทีมงานทุกฝ่ายและทุกส่วนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันนี้ ขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่ทำให้เพลง “กลับคำสาหล่า” มียอดวิวทะลุ 100 ล้านวิว ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นเพลงแรกในชีวิตของผมที่มียอดวิวเยอะมากถึงเพียงนี้ วันนี้ก็เลยถือโอกาสตอบแทนทุกคนด้วยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น รู้สึกอิ่มบุญ อิ่มอกอิ่มใจ และมีความสุขมากครับ”

ทัพซุป’ตาร์ ส่งสุขผ่านเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303112

ทัพซุป’ตาร์ ส่งสุขผ่านเพลง

ทัพซุป’ตาร์ ส่งสุขผ่านเพลง

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ยกทัพนักร้องซุป’ตาร์ ขึ้นเวทีโชว์เพลงเพราะ มอบความสุขกันแบบจัดเต็ม เมื่อห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฉลองครบ 70 ปี ด้วยการจัดงานยักษ์ “Central 70thAnniversary” ให้ศิลปินครวญเพลงแทนคำขอบคุณในบรรยากาศสวยสดใสของดอกไม้นานาพรรณ ตั้งแต่วันที่ 16-20พฤศจิกายนนี้ ณ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ประเดิมเปิดเวทีด้วย 2 นักร้องเสียงคุณภาพจากเวที เดอะ วอยส์ “กบ-วีรศักดิ์” และ “อิมเมจ” พร้อมด้วยสาวเสียงใส “วี วิโอเลต” และดีโว่ไซส์บิ๊ก“ป๊อป-ปองกูล” ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00-20.30 น.ต่อด้วยหนุ่มอินดี้ “ฟาร์ม-ปณิธาน” และเจ้าแม่เพลงละคร “ฟิล์ม-บงกช” ในวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น. อินและฟินกันต่อกับตัวพ่อและตัวแม่ “พีท-พล” และ“มาเรียม B5” พร้อมด้วย 3 หนุ่ม “The Parkinson” (เดอะ พาร์กินสัน) ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 14.00-19.00 น. ส่วนสาวๆ เคลิ้มไปกับเสียงนุ่มๆ ของ “ชาติ สุชาติ” กรี๊ดสุดเสียงไปกับดีว่าดูโอ “นิว & จิ๋ว” และโยกสุดมันส์กับ “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” ในวันอาทิตย์ที่ 19พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 14.00-19.00 น. ปิดท้ายกันแบบระเบิดเวทีให้ลุกเป็นไฟกับสาวเสียงทรงพลัง “แตงโม-วัลย์ลิกา”และฮาส่งท้ายกับหนุ่มอารมณ์ดี “ว่าน-ธนกฤต” ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560ตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น.

‘หนึ่ง-จักรวาล’ กับผลงานยิ่งใหญ่ระดับประเทศ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303113

‘หนึ่ง-จักรวาล’ กับผลงานยิ่งใหญ่ระดับประเทศ!!

‘หนึ่ง-จักรวาล’ กับผลงานยิ่งใหญ่ระดับประเทศ!!

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพราะเป็น Music Director สุดฮอตของประเทศไทย ณ เวลานี้ งานดีงานใหญ่ จึงวิ่งเข้าหาไม่ได้หยุด ล่าสุด ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เตรียมจัดใหญ่กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของหนึ่ง-จักรวาล ในชื่อ “หนึ่งในจักรวาล มิวสิคฟีโนมีน่อน” ONE IN THE UNIVERSE MUSIC PHENOMENON พร้อมด้วยศิลปินชั้นนำระดับแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ว่าน-ธนกฤต, นิโคล เทริโอ,ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์, สิงโต นำโชค, เอ๊ะ-จิรากร, แมว-จิระศักดิ์, เนม Getsunova,อี๊ด วง Fly, โบ-สุนิตา, ปู Blackhead, บี-พีระพัฒน์, เบน-ชลาทิศ และ ปาน-ธนพร เป็นต้น ผ่านบทเพลงที่หนึ่งตั้งใจทำ และแสดงความเป็นตัวตนกับคอนเสิร์ต 3 สถานที่ 25 พ.ย. 2560 ที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา, วันที่ 16 ธ.ค. 2560 เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และวันที่ 27 ม.ค. 2561 สนาม Chang International Circuit จ.บุรีรัมย์ โดยวางโชว์ไม่มีซ้ำ เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย (มนป.) และมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจคลองเตย กรุงเทพฯ บัตรราคา1,000บาท/Episode หรือสามารถซื้อแบบแพ็กเกจรวม 3 Episode ที่ All-ticket 7-eleven ทุกสาขา(โปรโมชั่นพิเศษ! ลด 50% เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น) โดยผู้ที่ซื้อบัตรชมคอนเสิร์ตทั้งสามรอบมีสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีได้เข้าร่วมชมการแข่งขัน โมโตจีพี 2018 ที่ประเทศอิตาลี และที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ อีกด้วย

หนึ่ง-จักรวาล เผยว่า “เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของผมที่อยากจะแบ่งปันความสุขผ่านเสียงดนตรี ที่ผ่านมาได้เคยทำเพลงให้กับหลากหลายศิลปินมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ยังไม่เคยได้จัดแสดงคอนเสิร์ตที่แสดงตัวตนของผมจริงๆ อยากให้ทุกคนไปพบกันนะครับ กับคอนเสิร์ตทั้ง 3 ที่ ที่ทุกคนจะได้พบกับโชว์ที่ไม่ซ้ำกันเลยใน 3 ครั้ง เหล่าศิลปินที่ไปสร้างความสนุกความสุขในแต่ละที่จะไม่ซ้ำกัน หรือบางคนที่ไปมากกว่าหนึ่งที่ก็จะร้องเพลงที่ไม่ซ้ำกัน รับรองได้ว่าคอนเสิร์ตที่จะเกิดทั้ง 3 ที่ 3 ครั้ง ใน 3 เดือน จะทำให้ทุกคนที่จะไปเป็นส่วนหนึ่งกับคอนเสิร์ตครั้งพิเศษของผมครั้งนี้ มีประสบการณ์แห่งความสุข ความประทับใจที่ไม่มีวันลืม”

‘ออม-สุชาร์’ รวมทีมคนสวยใจดี เปิดตัวหนังสือ Organic Smile

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303109

‘ออม-สุชาร์’ รวมทีมคนสวยใจดี เปิดตัวหนังสือ Organic Smile

‘ออม-สุชาร์’ รวมทีมคนสวยใจดี เปิดตัวหนังสือ Organic Smile

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง และเหล่าเพื่อนสาวใจดี มายด์-ลภัสลัล, ใบเตย-สุวพิชญ์, เมโกะ-ชนนิกานต์ และ กุ๊กกิ๊ก-กรกมล ร่วมกันเปิดใจถึงการสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ผ่านหนังสือ “Organic Smileเพียงแค่ยิ้มแล้วส่งต่อไป” ที่ทางสำนักพิมพ์ “GEEK BOOK” ชวนช่างภาพสาวมากฝีมือ“สุพัตรา หมั่นแสวง” จากเพจ “มานีมีใจ”นำกล้องฟิล์มมาบันทึกภาพแห่งรอยยิ้มของคนดัง  25 คน ผ่านโลเกชั่นในกรุงเทพฯ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ “มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม”หรือ “Operation Smile Foundation” มูลนิธิที่ช่วยเหลือเด็กที่ประสบปัญหาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้รับการผ่าตัด และกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง โดยมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วางแผงตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศไปเมื่อวันก่อน ที่ร้าน Open House ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่

‘ทอม’ ทำเซอร์ไพรส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303099

‘ทอม’ ทำเซอร์ไพรส์

‘ทอม’ ทำเซอร์ไพรส์

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดีต่อใจอีกแล้ว เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่ ทอม แฮงค์ส ได้ช่วยชายหนุ่มคนหนึ่งขอแฟนสาวแต่งงาน ระหว่างงานเปิดตัวหนังสือ Uncommon Type: Some Stories ในเทศกาลหนังสือ Texas Book Festival โดยทอมได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน ระหว่างที่งานดำเนินไปจนถึงช่วงตอบคำถาม ทอมได้หยิบคำถามหนึ่งขึ้นมาซึ่งเป็นคำถามของไรอัน แมคฟาร์ลิ่ง แล้วพูดออกไมค์ว่า “นี่เป็นคำถามสำหรับนิคกี้ ยัง…นิคกี้ คุณจะแต่งงานกับผมไหม” หลังจากที่อ่านคำถามจบ ทอมก็ได้เชิญทั้งคู่ขึ้นมาบนเวที เพื่อให้ฝ่ายชายขอแฟนสาวต่อหน้าสักขีพยานนับพันคน และแน่นอนว่า เจ้าสาวตอบ “เยส” ภายหลังฝ่ายหญิงได้ให้สัมภาษณ์กับรายการหนึ่งว่า เธอไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง มันเป็นการขอแต่งงานที่มหัศจรรย์มากเลยทีเดียว

น้ำใจเพื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303098

น้ำใจเพื่อน

น้ำใจเพื่อน

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ปัญหาใหญ่ของ ไทรีส กิ๊บสัน นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ Fast and the Furious เห็นทีจะไม่ใช่กรณีพิพาทกับ เดอะร็อค ที่ได้แสดงหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็นปัญหาเรื่องสิทธิในการเลี้ยงดูลูกสาว ที่เขาต้องเผชิญ หลังจากที่ไทรีสหย่าร้างกับเมียเก่า นอร์มา กิ๊บสัน ไปตั้งแต่ปี 2009 เธอก็ไม่ยอมให้ฝ่ายชายได้เจอ น้องเชย์ล่า ลูกสาววัย 10 ขวบเลย โดยฝ่ายหญิงได้ยื่นคำร้องต่อศาลสั่งไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอและลูก โดยกล่าวหาว่านักแสดงหนุ่มรายนี้ชอบทำร้ายร่างกายลูกสาว ไทรีสได้ออกมาโพสต์คลิปทั้งน้ำตาว่า เขาพยายามทำหน้าที่พ่ออย่างดีที่สุด แต่กลับโดนแม่ของลูกต่อต้านและทำลายความพยายามของเขา ด้านเพื่อนสนิทอย่าง วิลล์ สมิท จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนรักคนนี้ โดยการยื่นเงินให้ไทรีส 5 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราวๆ 165 ล้านบาท เพื่อดำเนินการต่อสู้สิทธิในการเลี้ยงดูลูก