‘ศ.นพ.ธีระ รามสูต’ คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298613

‘ศ.นพ.ธีระ รามสูต’ คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน

‘ศ.นพ.ธีระ รามสูต’ คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์โดยแท้จริง สำหรับ ราชประชาสมาสัย โครงการที่ค้นหาช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อน ซึ่งเป็นโรคที่คนรังเกียจ ให้กลับมามีที่ยืนในสังคม ทางรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 พิธีกร
“ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ“ศ.นพ.ธีระ รามสูต” ประธานมูลนิธิราชประชาสมาสัยถึงเรื่องราวที่มาที่ไปของการก่อตั้ง ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุลยเดช บรมนาถบพิตรพระราชทานพระราชทรัพย์ และพระราชทานชื่อราชประชาสมาสัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้ป่วยโรคเรื้อนเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

ศ.นพ.ธีระ รามสูต เล่าว่า “ราชประชาสมาสัย คืออะไร ต้องเรียนว่าเมื่อเราเริ่มโครงการควบคุมโรคเรื้อนแบบใหม่ ที่จะมุ่งค้นหารักษาผู้ป่วยที่บ้านเราก็ประสบปัญหา ไม่สามารถขยายงานได้ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้นำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเรามีผู้ป่วยโรคเรื้อนทั่วประเทศประมาณ หนึ่งแสนสี่หมื่นคนนั่นคือปีพ.ศ.2499 เมื่อ 60 ปีมาแล้ว ประมาณ 50 ต่อประชากร 1 หมื่น

ตอนนั้นก็ไม่มีแพทย์ที่จะมาทำงาน โดยแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ รังเกียจโรคเรื้อน ไม่ยอมให้ผู้ป่วยรับการรักษาที่โรงพยาบาล เขาจะกลัวกันมากเลยและความกลัวรังเกียจก็กระทบต่อผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยต้องหลบซ่อนตัว ไม่มาตรวจรักษา แล้วบุตรผู้ป่วยก็ไม่สามารถเรียนตามปกติได้ เพราะถูกรังเกียจไปด้วย

ความก็ทรงทราบสู่เบื้องพระยุคลบาท ก็ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า แล้วจะให้ช่วยอย่างไร อธิบดีกรมในขณะนั้น ก็กราบบังคมทูลว่า จะต้องมีสถาบันฝึกอบรม แล้วก็วิจัยโรคเรื้อน เพื่อให้ความรู้แก่แพทย์และประชาชนทั่วไป และก็วิจัยความก้าวหน้า ก็พระราชทานพระราชทรัพย์ หนึ่งล้านสองแสนบาทเพื่อจะให้กระทรวงสาธารณสุขไปจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมวิชาโรคเรื้อนขึ้น ที่โรงพยาบาลโรคเรื้อนพระประแดง

เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินในพิธีวางศิลาฤกษ์ 16 มกราคม 2501 และพิธีเปิด 16 มกราคม 2503 แล้วเงินที่เหลือก็พระราชทานให้ตั้งมูลนิธิราชประชาสมาสัยขึ้น และก็พระราชทานนามว่าราชประชาสมาสัย ราชะก็คือกษัตริย์ ประชาคือ ประชาชน สมาสัยคือ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน พระองค์ท่านก็สะท้อนให้เห็นว่าโรคเรื้อนมันปัญหามืดมน ถ้ากษัตริย์และประชาชนไม่มาช่วย ไม่มีทางแก้ได้

จากที่เราได้ตั้งสถาบันขึ้น เราได้นำเด็กจบ ม.3 มาอบรม 6 เดือน ได้ทั้งหมด 600 คน เราก็ส่งไปประจำทีมเคลื่อนที่ ออกไปค้นหารักษาผู้ป่วยที่บ้าน แบบบ้านต่อบ้าน เพราะว่าคนไข้ไม่ยอมปรากฏตัวให้คนอื่นรู้ เกรงว่าจะเป็นที่รังเกียจ ซึ่งอันนี้ก็เป็นผลสำเร็จจากที่พระองค์ท่านได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณสร้างสถาบันนี้ขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบุตรผู้ป่วย ไม่สามารถจะเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ ก็พระราชทานเงินอีก2 ล้านบาท ให้มูลนิธิราชประชาสมาสัยไปตั้ง โรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เอาบุตรผู้ป่วยเรียนร่วมกับเด็กปกติให้โรงเรียนต่างๆ ได้รู้ว่าสามารถอยู่ด้วยกันได้ ไม่ได้ติดต่ออะไร เพราะเด็กไม่ได้เป็นโรคเรื้อน โรงเรียนนี้ก็เป็นต้นแบบผลที่ได้ก็คือ โรงพยาบาล สถานีอนามัยของกระทรวงสาธารณสุข รับแพทย์ บุคลากรมีความรู้ เลิกรังเกียจ แล้วก็ยอมรับผู้ป่วยไปรักษา

ถามว่าใช้เวลานานแค่ไหน กว่าปัญหานี้จะคลี่คลายได้ เราก็ส่งทีมเคลื่อนที่ไปค้นหารักษาที่บ้านทั่วประเทศ ใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่ขยายงานเป็นปี พระองค์ท่านทรงรับโครงการไว้เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ปีพ.ศ.2499 ขยายปีพ.ศ. 2500 พอปีพ.ศ. 2513 ขยายทั่วประเทศ แล้วก็อบรมแพทย์ บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้ยอมรับ แล้วก็รักษาในโรงพยาบาล ก็จบ พอปีพ.ศ.2537 เราก็สามารถลดความชุกจาก 50 เหลือต่ำกว่า 1 ต่อ 10,000 ใช้เวลา 37 ปี จริงๆ ก็ยาวนานเหมือนกัน แต่โครงการก็ประสบความสำเร็จเป็นผลอย่างเห็นได้ชัด มันทำยาก เพราะต้องไปค้นที่บ้านเอามารักษา จนกระทั่งจำหน่ายหาย ความชุกก็ลดลง ซึ่งความชุกต่ำกว่า 1 ต่อ10,000 นี้ องค์การอนามัยโลกก็ถือเป็นเกณฑ์ว่า สามารถกำจัดโรคเรื้อนได้ ไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข

ซึ่งเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2540 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ นำคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนงานโรคเรื้อนสำเร็จ 314 คน เข้าเฝ้าฯเป็นการส่วนพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสพอพระราชหฤทัยมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะกำจัดสำเร็จ ที่สำเร็จได้ก็เพราะว่าราชประชาสมาสัยคนมาช่วยเหลืออย่างท่วมท้น แล้วก็มีพระราชดำรัสว่า คนมาช่วยจนสามารถลดความรังเกียจลง บางคนเขาเรียกโรคเรื้อนว่าโรคราชประชา เขาเรียกบุตรผู้ป่วยโรคเรื้อนว่า ลูกราชประชา

พระองค์ท่านก็ทรงมีพระราชดำรัสว่า ให้ทำการบ้านต่อ 2 ข้อ ให้ค้นหาต่อในคนไทยคนต่างด้าว เพื่อให้ที่เหลือมันไม่ระบาดใหม่ โรคเรื้อนเราก็ช่วยคนโรคเรื้อนที่คนรังเกียจมาแล้ว ขอให้ช่วยบุตรป่วยโรคเอดส์ที่กำพร้า ซึ่งสังคมรังเกียจเหมือนกันเราก็เริ่มให้ทุนเด็กกำพร้าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 จนกระทั่งปัจจุบันเราช่วยไปแล้ว 3,000 กว่าคน ตั้งแต่ประถม มัธยม อุดมศึกษา ที่น่าชื่นใจก็คือ จบปริญญาถึง400 คน สมดังพระราชดำริ

แล้วเราก็ตั้ง ชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัยขึ้น เพื่อจะให้ประชาชนมาร่วมเป็น จิตอาสาพระราชา ทำความดีเพื่อพ่อแผ่นดิน ทำงานต่อ ค้นหาโรคเรื้อนต่อ แล้วก็เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย สำหรับใครที่อยากจะเข้ามาร่วมมือร่วมใจ ต้องเรียนว่าเราใช้ความสมัครใจว่าใครจะทำความดีเพื่อพ่อแผ่นดิน แผ่นดินเกิด ก็มาสมัครใจ ทีนี้เขาก็จะมีจิตอาสาอยู่แล้ว เช่น ชมรมมิตรภาพบำบัดในโรงพยาบาล เพื่อนช่วยเพื่อน ชมรมโรคเอดส์ แล้วก็พวกชมรมจิตอาสาต่างๆ ที่มีอยู่ในตำบล อำเภอ จังหวัด ก็ชักชวนมา เขาก็มาร่วมกัน เราก็ใช้เวลาทั้งหมดเร่งรัดประมาณปี 2557-2558-2559-2560 ได้ทั้งหมด 298 ชมรม มีจิตอาสาทั้งหมด 13,000 กว่าคนทั่วประเทศใน 30 จังหวัด

จิตอาสากลุ่มนี้เขาก็จะมาทำงานโรคเรื้อนต่อ ถ้ามี ก็จะค้น แล้วก็ทำเรื่องของสร้างจิตสำนึกในการรักแผ่นดิน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สามัคคี ปรองดอง แล้วก็ช่วยพวกปัญหาเฉพาะในพื้นที่ เช่น โรคเรื้อน ยาเสพติด สุขภาพอนามัย เด็กกำพร้า ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาในชุมชนทั้งหมด ทำหมด พอทำมาได้ 3 ปี เราก็จัดประชุมสัมมนาระดับชาติ ขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการ ก็มาเสนอผลงาน ต่อไปเราจะขยายทั่วประเทศ ภายในปีพ.ศ.2562

สำหรับใครที่สนใจอยากเข้ามาร่วมโครงการ ถ้าอยู่ในต่างจังหวัดก็ติดต่อที่โรงพยาบาล ระดับตำบลก็โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ระดับอำเภอก็โรงพยาบาลชุมชน ระดับจังหวัดก็โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด หรือสาธารณสุขจังหวัด ส่วนในส่วนกลางก็ติดต่อที่มูลนิธิราชประชาสมาสัย ซึ่งตั้งอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข

ในขณะนี้สิ่งที่ทางราชประชาต้องการมากที่สุด อยากจะให้คนเข้ามาร่วมมือก็คือ ท่านทำอะไรอยู่ท่านทำให้ดีที่สุด ด้วยคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลแล้วก็จิตสำนึก รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สืบสานปณิธานของ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการทำความดีเพื่อพ่อแผ่นดิน เพื่อแผ่นดินเกิดต่อไป”

จิตอาสาเนรมิตสวนสวย ส่งมอบกำลังใจให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298603

จิตอาสาเนรมิตสวนสวย ส่งมอบกำลังใจให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก

จิตอาสาเนรมิตสวนสวย ส่งมอบกำลังใจให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยามที่ลูกหลานเจ็บป่วย เป็นธรรมดาที่คนในครอบครัวย่อมรู้สึกหดหู่และท้อแท้ใจ บรรยากาศสภาพแวดล้อมที่ดีอาจเป็นอีกหนึ่งวิถีที่ช่วยบรรเทาความเศร้าและคลายความกังวลได้ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเนรมิตสวนสวย (Lovely Garden) โดยมีเหล่าจิตอาสานำโดย ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ พร้อมด้วยลูกทั้งสอง มาช่วยกันจัดสวนปลูกต้นไม้ เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ เพิ่มความร่มรื่นในบริเวณสวนของบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ภายในโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

กฤตยา อุ่นสากล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดให้บริการบ้านพักชั่วคราวแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ และต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเดินทางไกลและมีเวลาใกล้ชิดบุตรหลานมากขึ้น ปัจจุบันให้บริการที่พักแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 2,100 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งสวนหย่อมที่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กใช้พักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายความเครียดจากอาการป่วยของบุตรหลาน มูลนิธิจึงจัดกิจกรรมจิตอาสาเนรมิตสวนสวย (Lovely Garden) โดยมีตุ๊ก-ชนกวนันท์ และน้องแพรว-น้องภูมิ รวมทั้งน้องๆ จิตอาสาจาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา, ม.ราชภัฏสวนดุสิต, ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, ม.บูรพา, ม.ศรีปทุม, ม.แม่ฟ้าหลวง และน้องๆ พนักงานบริษัท แมคไทย จำกัด มาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันจัดสวน ปลูกต้นไม้ ปรับปรุงทัศนียภาพให้ร่มรื่นมากขึ้น”

คุณแม่น้ำฝน นิ่มอนงค์และคุณพ่อระชา สุวรรณกนย์ ครอบครัวของ ด.ญ.เอวารินทร์ สุวรรณกนย์ “แม่ตั้งครรภ์ลูกสาวฝาแฝด แต่น้องอีกคนเสียชีวิต ส่วนน้องคนนี้รอดมาได้แต่ก็คลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์ 6 เดือน น้องอยู่ห้องไอซียูเป็นห่วงลูกมาก คุณพยาบาลเห็นว่าน้องอาการหนักมากเลยแนะนำว่า มีที่พักฟรีในโรงพยาบาล พ่อกับแม่ดีใจมาก เพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบมาหาน้องได้ ประทับใจมาก พี่ๆ ที่ดูแลบ้านพาเดินดู พาแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ใช่ว่าจะเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน แต่มันคือบ้านพักพิงฯ ที่ให้ครอบครัวของผู้ป่วยเด็กเข้ามาพักพิงได้จริงๆ บรรยากาศสวนร่มรื่น ต้นไม้เขียวๆ อากาศดีน่าอยู่ น่าพักอาศัย ที่ดีใจที่สุดคือได้อยู่ใกล้ลูก ขอบคุณมูลนิธิฯ ที่สร้างบ้านให้คนยากคนจนได้พักพิง ไม่ต้องหาที่พักข้างนอก ไม่ต้องเสียค่ารถ สะดวกสบายมาก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย อยู่แล้วช่วยผ่อนคลายความเครียดเรื่องลูกไปได้ สบายใจที่ได้อยู่ที่นี่”

ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ จูงมือน้องแพรว, น้องภูมิ มาร่วมจัดสวนพร้อมชื่นชมจิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรม “วันนี้ตุ๊กพาน้องแพรว น้องภูมิ มาเป็นจิตอาสา จัดสวน ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านพักพิงฯ ร่มรื่น น่าอยู่มากยิ่งขึ้น พยายามปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักการแบ่งปันและช่วยเหลือสังคม รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ สมัยตุ๊กเด็กๆ ก็คิดเพียงแต่ว่าวันหยุดฉันจะไปเที่ยวที่ไหนดี ไปดูหนังดีกว่า แต่นี่น้องบางคนกลับบอกว่าดีกว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก”

น้องแพรว-ด.ญ.แพรวพิชชา ลูกสาวคนโตของคุณแม่ตุ๊ก เจ้าของรอยยิ้มสดใส ขณะลงมือปลูกต้นพยับหมอก เล่าว่า “แพรวชอบปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้ทำให้เราสดชื่น มีอากาศบริสุทธิ์ วันนี้ปลูกต้นพยับหมอก พรวนดิน รดน้ำต้นไม้ และก็ทำความสะอาด กวาดเศษดินที่ตกอยู่
ที่พื้น สนุกดีค่ะ ได้เจอพี่ๆ เพื่อนๆ เยอะแยะเลยค่ะ”

น้องแอม-ณัฐพร และ น้องแอน-ณัฐกมล ศรีอุบล สองสาวฝาแฝดจาก ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่หัวใจจิตอาสา กล่าวว่า “มาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสากับมูลนิธิฯ เพียงเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา แต่พอได้เข้ามาทำแล้วก็รู้สึกว่าดีกว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ ได้ออกมาทำประโยชน์เพื่อคนอื่น และเห็นว่า มูลนิธิฯ ทำเพื่อเด็กๆ จึงอยากมีส่วนช่วยเหลือ และได้มาร่วมกิจกรรมกับมูลนิธิฯ อีกครั้งในวันนี้ ก็อยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ ลองมาทำกิจกรรมจิตอาสากัน เพื่อส่งความสุขให้กับคนอื่นต่อไปนะคะ”

สามารถแบ่งปันและมอบโอกาสที่ดีให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ผ่านกล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก http://www.facebook.com/rmhcthailand หรือ www.rmhc.or.th

‘ระฆังพลังแห่งความดี’ ถวายเป็นพระราชกุศล หลอมใจคนไทยสร้างถวายวัดพระราม ๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298605

‘ระฆังพลังแห่งความดี’ ถวายเป็นพระราชกุศล หลอมใจคนไทยสร้างถวายวัดพระราม ๙

‘ระฆังพลังแห่งความดี’ ถวายเป็นพระราชกุศล หลอมใจคนไทยสร้างถวายวัดพระราม ๙

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัยในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ถวาย “ระฆังพลังแห่งความดี” จำนวน 9 ใบ ที่หลอมรวมจากหัวใจแห่งความรัก เทิดทูน และจงรักภักดี ของประชาชนที่ร่วมเขียนลงบน “ใบไม้แห่งความดี” จำนวน 99,999 ใบ และ “ใบโพธิ์ปณิธานความดี” จำนวน 10,000 ใบ ให้กับวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เพื่อสาธารณกุศล ถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นอนุสรณ์อันทรงคุณค่าสืบไป พร้อมจัดให้มี พิธีแสดงความอาลัยเนื่องในโอกาสครบ 1 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต โดยยืนสงบนิ่ง เบื้องหน้าพระแท่นพระบรมฉายาลักษณ์ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2560

ภายในพิธีถวายระฆังซึ่งจัดขึ้นบริเวณพระอุโบสถ ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้จัดงานฯ ได้กราบนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป โดยมี พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และ ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมนำคณะผู้บริหารและพนักงานจากสององค์กร ตลอดจนผู้มีเกียรติ อาทิ นวพร ศุขเทวา ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, สมรรถ อินทรกำธรชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายวางแผนกลยุทธ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ศกร ทวีสิน, ธเนศ จิระเสวกดิลก, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ร่วมในพิธีด้วย

นอกจากกิจกรรมที่แสดงถึงพลังแห่งความดีแล้ว ในโอกาสวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ครบ 1 ปี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้จัดให้มีพิธีแสดงความอาลัย โดยเชิญชวนคณะผู้บริหารและพนักงาน พร้อมลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนประชาชนชาวไทย ร่วมแสดงพลังความจงรักภักดี โดยยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพร้อมเพรียงกันเป็นเวลา 89 วินาที หน้าพระแท่นประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ โดยมีผู้ร่วมในพิธีด้วยความสำรวมและอาลัยจำนวนมาก พร้อมกันนี้ในโอกาสสำคัญยิ่ง บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ ยังได้ประดับตกแต่งด้วยต้นดาวเรืองสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพจำนวนมาก และสมพระเกียรติ อันสะท้อนถึงพลังแห่งความจงรักภักดี ด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง พร้อมเทิดพระมหากรุณาธิคุณไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตลอดไป

ระฆัง 9 ใบ ที่หลอมรวมจากความรักเทิดทูนและจงรักภักดีของประชาชนที่ร่วมเขียนลงบน “ใบไม้แห่งความดี” 99,999 ใบ และ “ใบโพธิ์ปณิธานความดี” 10,000 ใบ

ระฆัง 9 ใบ ที่หลอมรวมจากความรักเทิดทูนและจงรักภักดีของประชาชนที่ร่วมเขียนลงบน “ใบไม้แห่งความดี” 99,999 ใบ และ “ใบโพธิ์ปณิธานความดี” 10,000 ใบ
ระฆัง 9 ใบ ที่หลอมรวมจากความรักเทิดทูนและจงรักภักดีของประชาชนที่ร่วมเขียนลงบน “ใบไม้แห่งความดี” 99,999 ใบ และ “ใบโพธิ์ปณิธานความดี” 10,000 ใบ

ระฆัง 9 ใบ ที่หลอมรวมจากความรักเทิดทูนและจงรักภักดีของประชาชนที่ร่วมเขียนลงบน “ใบไม้แห่งความดี” 99,999 ใบ และ “ใบโพธิ์ปณิธานความดี” 10,000 ใบ
ต้นดาวเรืองบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ต้นดาวเรืองบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
ปิยวรรณ ลีละสมภพ รอง กก.ผจญ.ฝ่ายการตลาด บจ.สรรพสินค้าเซ็นทรัล และ ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายสื่อสารองค์กร ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ปิยวรรณ ลีละสมภพ รอง กก.ผจญ.ฝ่ายการตลาด บจ.สรรพสินค้าเซ็นทรัล และ ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายสื่อสารองค์กร ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
คณะผู้จัดงาน ร่วมในพิธี ธเนศ จิระเสวกดิลก,ศกร ทวีสิน,นวพร ศุขเทวา ผจก.ทั่วไป สายงานโอเปอเรชั่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี,ปิยวรรณ ลีละสมภพ รอง กก.ผจญ.ฝ่ายการตลาด บจ.สรรพสินค้าเซ็นทรัล,ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายสื่อสารองค์กร ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),สมรรถ อินทรกำธรชัย ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายวางแผนกลยุทธ์ ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),พัฒนพงศ์ รานุรักษ์

คณะผู้จัดงาน ร่วมในพิธี ธเนศ จิระเสวกดิลก,ศกร ทวีสิน,นวพร ศุขเทวา ผจก.ทั่วไป สายงานโอเปอเรชั่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี,ปิยวรรณ ลีละสมภพ รอง กก.ผจญ.ฝ่ายการตลาด บจ.สรรพสินค้าเซ็นทรัล,ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายสื่อสารองค์กร ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),สมรรถ อินทรกำธรชัย ผอ.อาวุโส ผู้บริหารสายวางแผนกลยุทธ์ ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),พัฒนพงศ์ รานุรักษ์
พิธีแสดงความอาลัย ครบ 1 ปี เสด็จสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

พิธีแสดงความอาลัย ครบ 1 ปี เสด็จสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9
พิธีแสดงความอาลัย ครบ 1 ปี เสด็จสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

พิธีแสดงความอาลัย ครบ 1 ปี เสด็จสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 21 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298593

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 21 ตุลาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 21 ตุลาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เมนูเจไม่จำเจ” ชวนชิมชุดชาบูนัมเบอร์วันเจ ประกอบด้วยผักนานาชนิด, ลูกชิ้นปลาเจ, ลูกชิ้นผักรวมเจ, ลูกชิ้นสาหร่ายเจ, ปลาหมึกเจ และเต้าหู้ ต้มรวมในน้ำซุปเห็ดหอมทานคู่กับน้ำจิ้มพอนสึรสเปรี้ยวอร่อย ราคาชุดละ 599 บาท นอกจากนี้ยังมีข้าวหน้าเป็ดเจ, ซุปฮ่องกงเจ, เต้าหู้เจน้ำแดง และข้าวหมูแดงเจ ราคาเมนูละ 89-129 บาท วันนี้-31 ต.ค.ที่ร้านสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน สาขาเอ็มบีเค เซ็นเตอร์, เดอะไนน์เซ็นเตอร์ พระราม 9, กลาสเฮ้าส์ รัชดา และเอซี พลาซ่า สายไหม โทร.02-0031636

“เมนูเจชาบูฮินะ” ชวนชิมเมนูเจกว่า 8 รายการ อาทิ ชุดชาบูเจฮินะ รสชาติกลมกล่อมด้วยน้ำซุปเห็ดหอม ราคาชุดละ 579 บาท, ชุดเซตเจเบนโตะฮินะ ราคา 219 บาท, ฮินะซูชิเจ หน้าเต้าหู้รสเลิศ ราคา 169 บาท, ข้าวหน้าผักรวมสไตล์มังสวิรัติ ราคา 99 บาท, ซูชิเต้าหู้เจ 8 ชิ้น ราคา 99 บาท, เต้าหู้ทอดราดซอสนัมปัง ราคา 89 บาท, เต้าหู้ซอสเทริยากิ ราคา 89 บาท และผักรวมทอด ราคา 49 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นฮินะ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“เมนูเจจานร้อน” ชวนชิมอาหารเจจานร้อน อาทิ สเต๊กปลาซอสเทริยากิ หรือซอสพริกไทยดำเจ มาพร้อมผักกาดขาว เห็ดหอมสด ถั่วฝักยาว และข้าวโพด, ข้าวเปปเปอร์ผงกะหรี่เนื้อเจ หรือหมูเจซอสเทริยากิสูตรพิเศษ กลมกล่อมด้วยผงกะหรี่บนข้าวญี่ปุ่นจานร้อน, พาสต้าเทริยากิเนื้อ หรือหมูเจ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมด้วยซอสพริกไทยดำ ราคาเมนูละ 135-155 บาทหรือแบบเซตเสิร์ฟพร้อมสลัดสูตรเจและเครื่องดื่มราคาเซตละ 170-190 บาท วันนี้-28 ต.ค. ที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ทุกสาขา โทร.02-6633888

ชวนชิม

“เมนูเจจานอร่อย” ชวนชิมอาหารเจคาวหวาน 5 เมนูชั้นเลิศ ทั้งสปาเกตตีผัดกะเพราเห็ดชิเมจิ เต้าหู้ทอดเจ เพิ่มคุณค่าด้วยเห็ดชิเมจิสองสี ขาวและน้ำตาล, ข้าวผัดปลาเค็มเจ ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองผัดเข้ากันให้หอม แต่งจานด้วยคะน้าฮ่องกงซอย, เต้าหู้ทอดเต้าหู้กระดานทอดจนได้สีเหลืองทอง กรอบนอกนุ่มใน ทานคู่น้ำจิ้มสูตรซอสมะขาม ราคาเมนูละ 125 บาท พร้อมน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เสิร์ฟพร้อมข้าวบาร์เล่ย์และลูกเดือยทอดกรอบ, แกงบวดธัญพืช ประกอบด้วยถั่วแดง ถั่วดำลูกเดือย ราคาเมนูละ 65 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านเดอะ เทอเรส ทุกสาขา

“เมนูเจสุขภาพดี” ชวนชิมเมนูเจสไตล์ญี่ปุ่น 4 เมนูพิเศษ ทั้งเต้าหู้สดซอสอังคาเกะนาเบะ ที่ประกอบไปด้วยเห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดออริจิ และผักหลากชนิด ราคาจานละ 209 บาท หรือเซตละ 269 บาท, เต้าหู้ย่างราดซอสมิโซะ โรยงาขาว เสิร์ฟพร้อมผักกวางตุ้งคลุกซอสมิโซะ ราคา 99 บาท, สลัดเต้าหู้สด กับสาหร่ายวากาเมะ ราดด้วยน้ำสลัดเจรสวาซาบิ ราคา 129 บาท, ผัดผักรวมกับเต้าหู้ กับซอสสูตรพิเศษผสมโทจิ เต้าซี่ ราคาจานละ 179 บาท หรือเซตละ 239 บาท วันนี้-31 ต.ค.ที่ร้านโอโตยะ ทุกสาขา

“เมนูไอศกรีมเจ” ชวนชิมฟรุตตี้แฟนตาซี ไอศกรีมราสเบอร์รี่ซอร์เบต์ และเลมอนซอร์เบต์ ตกแต่งด้วยบานาน่าเบิร์นน้ำตาล ท็อปปิ้งด้วย สัปปะรด, สตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ เสิร์ฟพร้อมวาฟเฟิลเคลือบช็อกโกแลตโรยมะพร้าวสูตรเจ ขนาดปกติ 2 ลูกราคาถ้วยละ 149 บาท ขนาดใหญ่ 3 ลูกราคาถ้วยละ 189 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านโคล สโตน ครีมเมอรี่ ทุกสาขา

ชวนช็อป

“มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22”ชวนช็อปหนังสือมากกว่า 1 ล้านเล่ม จากสำนักพิมพ์ 389 ราย 939 บูธ พร้อมชมนิทรรศการความท๙งจำ, ชมต้นฉบับนิตยสารวงวรรณคดีที่ตีพิมพ์พระราชนิพนธ์เรื่องแรกเมื่อทรงขึ้นครองราชย์, ฟังการเสวนากับบุคคลผู้มีชื่อเสียง ฯลฯ วันนี้-29 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“Buy 1 Get 1 Free” ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านราคาพิเศษ พบกับสินค้ากว่า 600 รายการ พร้อมสินค้าซื้อ 1 ฟรี 1 อาทิ โคมไฟ, เชิงเทียน, กระถางต้นไม้, นาฬิกา, แจกัน, กระเป๋าเดินทาง, อุปกรณ์เครื่องครัว ฯลฯ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ วันนี้-15 พ.ย. ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 28 สาขาทั่วประเทศ โทร.02-4171111

“Fashion Showcase” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นหลากสไตล์ อาทิ เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, กระเป๋า, รองเท้า, เครื่องหนัง, กิ๊ฟช็อป ฯลฯ ในราคาพิเศษ วันนี้-31 ต.ค. ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 2 โซนโรบินสัน ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

ชวนใช้

“รถไฟฟ้าบริการฟรี” ชวนใช้บริการรถไฟฟ้าฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ BTS ฟรีตลอดสาย
ในวันที่ 26 ต.ค. และฟรีเฉพาะส่วนต่อขยายในวันที่ 25 และ 27 ต.ค. MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ฟรีในวันที่ 26 ต.ค. และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ฟรีในวันที่ 25-27 ต.ค. โดยวันที่ 26 ต.ค. จะเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น. โทร.02-6176000, 02-6245200

“Gift Set Mini 9” ชวนใช้ชุดเซตกล้องฟูจิฟิล์ม Instax Mini 9 ที่มาพร้อมฟิล์ม, กล่องใส่รูป, สติ๊กเกอร์เฟรม, ปากกานีออน, สมุดภาพ ฯลฯ มีให้เลือก 5 สีสันสดใส ในราคา 3,490 บาท ที่ร้าน Wonder Photo Shop สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ และแฟชั่นไอซ์แลนด์ และร้านขายกล้องชั้นนำทั่วประเทศ โทร.02-2706000

“AIS Family Walk Rally ครั้งที่ 17” ชวนร่วมกิจกรรมแรลลี่การกุศล สไตล์ดิจิทัล แข่งขันด้วยแอพพลิเคชั่นเอไอเอสแฟมิลี่แรลลี่ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ และของรางวัลมอบให้ทุกครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ในวันเสาร์ที่ 25 พ.ย. ที่สามพราน ริเวอร์ไซด์ จ.นครปฐม เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ค่าสมัคร 1,990 บาท ต่อ 3 คน รับจำกัดเพียง 50 ครอบครัว โทร.02-0295290,02-0295832

ชวนชม

“ร้อยเรื่องเมืองไทย” ชวนชมสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอนพระบารมีที่ห้วยฮ่องไคร้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม ในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. เวลา 07.52-07.57 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“อาลัย องค์อริยราชัน” ชวนชมผลงานจิตรกรรมและประติมากรรม ที่เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 กว่า 400 ผลงาน จากศิลปินแห่งชาติ ศิลปินยอดเยี่ยม และศิลปินชั้นนำทั่วประเทศกว่า 200 ศิลปิน วันนี้-29 ต.ค. ที่ลานน้ำพุชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถ.ศรีนครินทร์และลานกลาง ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถ.เพชรเกษม

“คิดถึงพ่อ” ชวนชมประติมากรรมแสงแดดจากเงาเป็นภาพคล้ายพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมร่วมกิจกรรม มากมาย อาทิ หล่อเหรียญที่ระลึก, แจกกล้าไม้,วาดภาพคิดถึงพ่อ, ประดับดอกดาวเรือง, สกรีนเสื้อคิดถึงพ่อ, รับบริจาคหนังสือ ฯลฯวันนี้-29 ต.ค. ที่ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่

อาหารเจ เมนูสร้างสรรค์ตลอด 9 วัน จาก 9 โรงแรมชือดังทัวกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298594

อาหารเจ เมนูสร้างสรรค์ตลอด 9 วัน จาก 9 โรงแรมชือดังทัวกรุงเทพฯ

อาหารเจ เมนูสร้างสรรค์ตลอด 9 วัน จาก 9 โรงแรมชือดังทัวกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ขอต้อนรับผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่อีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ นั่นก็คือช่วงเทศกาลเจ ประเพณีถือศีลกินผัก ที่เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อวานไปจนถึงวันเสาร์หน้า (20-28 ตุลาคม 2560) ต่อเนื่องไปตลอด 9 วันนี้จึงขอพาผู้อ่านร่วมสืบสานเทศกาลแห่งความงดงามตามตำนานจีนไปพบกับหลากหลายเมนูอาหารเจที่ไม่จำเจ เลือกสรรได้หลากหลายตามความต้องการ ทั้งแบบอลาคาร์ทเมนู เซตเมนูหรือบุฟเฟ่ต์จาก 9 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ นำเสนอเมนูอาหารเจรสเลิศหลากหลายเมนู อาทิ ติ่มซำเจ ทั้งขนมจีบเจ, ฮะเก๋าเจ, ซาลาเปาเจ, เปาะเปี๊ยะเจ ฯลฯ เมนูเจมงคล อาทิ ผัดหมี่เจขวัญยืน, ตุ๋น 8 เซียนเจ, มะพร้าวตุ๋น 5 เทพธิดา และเมนูเจหาทานยาก อาทิ เต้าหู้อบหม้อดิน, เผือกฮ่องเต้, ยำเห็ดหูหนูน้ำส้มตำ, ข้าวอบผือกเจ ฯลฯ พร้อมเซตเมนูเจ สำหรับครอบครัว 10 ท่านในราคาพิเศษ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารจีน ฟุกหยวน วันนี้-28 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6414777

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นำเสนอเมนูอาหารเจเพื่อสุขภาพ โดยได้คัดสรรสุดยอดเมนูมงคล ที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมาปรุงเป็นเมนูอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งรสอร่อย อาทิ ผักบร็อคโคลี่ผัดกุ้งเจ, เต้าหู้แปดเซียน, ก๋วยเตี๋ยวผัดรวมมิตรเจ, เป๋าฮื้อเจผัดคะน้าฮ่องกงน้ำแดง, ซุปเห็ดฟางเต้าหู้เจ ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 170 บาท++ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ วันนี้-26 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5411234 ต่อ 4151

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอเมนูอาหารเจรสเด็ดทานง่ายอิ่มอร่อยสบายท้อง สัมผัสความอร่อยเลิศรสแบบอิ่มบุญกับ 9 เมนูอาหารเจสุดพิเศษ อาทิ ผัดกะเพราหมูเจ, ผัดผักรวมมิตร, ข้าวผัดไก่เจ, ผัดไทยเจ, ต้มยำเห็ดรวม, แกงจืดเต้าหู้สาหร่าย, แกงเขียวหวานผัก, เต้าหู้ทอด, เผือกทอด ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 180-240 บาท++ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารเดอะเวิลด์ วันนี้-28 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1006255

โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ นำเสนอเมนูอาหารเจ ที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ปรุงเป็นเมนูพิเศษไว้คอยต้อนรับ อาทิ เป๋าฮื้อเห็ดหอมน้ำแดงเจ, ปลิงทะเลเจี๋ยนน้ำมันหอยเจ, เมี่ยงเจ, เป็ดผัดซอสเจสามรส, หมี่ผัดแห้งหยางเจาเจ ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 150-500 บาท++ หรือเซตสำหรับ 10 ท่าน ในราคาเซตละ 9,999 บาท++ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารจีนฟุหมานเหลา วันนี้-28 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2169555 ต่อ 11452

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอเมนูอาหารเจอิ่มบุญ อาทิ ซาโมซ่าผัก, ผัดขี้เมาเส้นใหญ่ใส่เต้าหู้และเห็ดรวม, ยำวุ้นเส้นเห็ดรวม, ลาบเต้าหู้กับเห็ดรวม, ต้มยำเห็ดรวมกับโปรตีนเกษตร, ต้มข่าเห็ดรวมเจ, ผัดไทยเจ, แกงเผ็ดเต้าหู้กับฟักทอง, ผัดเปรี้ยวหวานโปรตีนเกษตร ฯลฯ บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันในราคาท่านละ 648 บาท บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำในราคาท่านละ 813 บาท พิเศษ! ลด 50% สำหรับทุกท่านที่สวมชุดดำทั้งชุด ที่ห้องอาหารเปรมประชากร หรือเมนูเจพิเศษ อาทิ เปาะเปี๊ยะเจ, เผือกทอดทรงเครื่อง, ซุปต้นตำรับบู๊ตึ๊ง, ผัดโหงวก๊วยเจ, เผือกกรอบเจซอสเปรี้ยวหวาน ฯลฯ พิเศษ! ลด 20% ที่ห้องอาหารจีนดรากอน วันนี้-28 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5755599

โรงแรมแมนดาริน นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารเจ เมนูหลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ อาทิ ติ่มซำเจ,เต้าหู้ปรุงรสงาดำงาขาว, ยำนานาชนิด, ผัดผักและเห็ด 9 ชนิด ฯลฯ พร้อมเมนูมงคลอื่นๆ อีกมากมาย บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันในราคาท่านละ 370 บาท มื้อค่ำในราคาท่านละ 290 บาทที่ห้องอาหารครัวหลวง วันนี้-28 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2380230

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารเจที่เชฟจัดเตรียมขึ้นสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ มื้อกลางวันวันจันทร์-เสาร์ ราคาท่านละ 1,600 บาทสุทธิ มื้อกลางวันวันอาทิตย์ ราคาท่านละ 2,500 บาทสุทธิ มื้อค่ำวันอาทิตย์-พฤหัสบดี ราคาท่านละ 2,000 บาทสุทธิ มื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ ราคาท่านละ 2,500 บาทสุทธิ พิเศษ! ลด 50% เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไปที่ห้องอาหารเอเทรียม หรืออาหารเจตำรับฮ่องกงขนานแท้และอาหารไทยจานโปรดที่ปรุงสดใหม่ด้วยวัตถุดิบชั้นดี อาทิ โจ๊กแลนด์มาร์คเจ, ซุปโป๊ยเซียน, ข้าวอบหม้อดินเจ, เป็ดย่างเจผัดกะเพรา,ผัดไทยเจ, ฉู่ฉี่กุ้งเจ ฯลฯ ที่ห้องอาหารกรีนเฮ้าส์ หรือติ่มซำเจ อาทิ ฮะเก๋าเจ, ขนมจีบเจ, ซาลาเปาไส้หมูแดงเจ, ผัดโหงวก้วยเจรังเผือก, ผัดเห็ดรวมซอสเต้าหู้ยี้แดง, ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ ฯลฯในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 110-320 บาท++ หรือเซตละ 6,800 บาท++ที่ห้องอาหารจีนซุยเซียน วันนี้-29 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ นำเสนอเมนูติ่มซำและอาหารจีนไร้เนื้อสัตว์หลากหลายเมนู เชฟประจำห้องอาหารสร้างสรรค์เมนูใหม่สไตล์กวางตุ้ง อาทิ ฮะเก๋าเจ, ขนมจีบเจ, เกี๊ยวผักโขมเจ, ฟักทองทอดเจ, เปาะเปี๊ยะเจ, ซาลาเปาเห็ดหอมเจ, ซาลาเปาไส้เผือกเจ, ก๋วยเตี๊ยวหลอดเจ, เต้าหู้เห็ดหอมเจ, เส้นหมี่เห็ดชิเมจิน้ำแดง ฯลฯ ในราคา 100-500 บาท++ หรือเซตโต๊ะจีนอาหารเจ8 รายการ สำหรับ 10 ท่าน ในราคาเซตละ 5,888 บาท++ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารจีน เดอะโกลเด้น พาเลซ วันนี้-31 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2621234

โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ นำเสนอเมนูอาหารเจจานเด็ดมากด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีหลากหลายเมนู อาทิ เห็ดหอมตุ๋นเครื่องยาจีน, ข้าวผัดหนำเลี้ยบเจ,แกงมัสมั่นเต้าหู้, แกงกะหรี่ผักกับเต้าหู้, ซุปรวมมิตรโฮจิมิน,ขนมเบื้องญวนเจ, ขนมปังไส้ถั่วเหลืองเจ, ขนมปังไส้เห็ดเจ ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 35 บาท ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ที่ห้องอาหารจีน เดอะ เกรทวอลล์, ห้องอาหารนานาชาติ ทิโวลี่ คอฟฟี่ ช็อป,ห้องอาหารเวียดนาม ไซง่อน และเอเชีย เบเกอรี่ วันนี้-28 ต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2170808 ต่อ 5303, 5291, 5402, 5358

ร่วมทำบุญเสริมสร้างบารมี ถือศีลกินเจ ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ด้วยหลากหลายเมนูเจน่าทาน อิ่มอร่อยพร้อมอิ่มบุญตลอด 9 วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดี ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

บีมายเกสท์ : พระมหากรุณาธิคุณยังแจ่มชัด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวง ร.9 ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298597

บีมายเกสท์ : พระมหากรุณาธิคุณยังแจ่มชัด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวง ร.9 ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว

บีมายเกสท์ : พระมหากรุณาธิคุณยังแจ่มชัด ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวง ร.9 ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว

วันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.

ในช่วงชีวิตที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยเราทุกคนต่างภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เช่นเดียวกับ ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ท่านได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ในวาระต่างๆ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียนประจำวชิราวุธวิทยาลัย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาเป็นทันตแพทย์ ซึ่งภาพต่างๆ เหล่านั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของคุณหมอแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้ว นับเป็นโอกาสอันดีที่ “ผู้หญิงแนวหน้า” ได้รับความกรุณาจากคุณหมอมาบอกเล่าเรื่องราวที่จะยังอยู่ในความทรงจำของท่านตลอดไป

ผศ.ทพ.วัชรินทร์ ย้อนเวลากลับไปที่ได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งแรก นั่นคือ นักเรียนวชิราวุธฯ ไปตั้งแถวเฝ้าฯรับเสด็จการเสด็จนิวัติพระนครเป็นการถาวร เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2493

“ตอนนั้นผมอายุ 9 ขวบ ยังเป็นแค่เด็กนักเรียนประถม วชิราวุธวิทยาลัย เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จนิวัติพระนครทางเรือพร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น จำได้ว่าคนไปรอรับเสด็จกันเยอะมาก นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพระองค์ท่าน”

อีกครั้งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของ ด.ช.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระเจ้าแผ่นดินอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยม 6

“วชิราวุธวิทยาลัยมีงานนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการของนักเรียน ผมได้แสดงโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ในหลวง ร.9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร ผมได้มีโอกาสถวายรายงานถึงโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ตัวเองทำ ความประทับใจคือในหลวงท่านไม่ได้แค่ทอดพระเนตรผ่านเฉยๆ แต่ท่านทรงซักถามถึงผลงานของนักเรียนอย่างละเอียด และถ้าตอบไม่ได้ ท่านทรงมีพระเมตตาพระราชทานคำแนะนำ คำสอน ทำให้ในปีต่อๆ มา ม.7-ม.8 ผมต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูลอย่างดี เพื่อที่จะได้ถวายรายงานได้อย่างครบถ้วน และเป็นความประทับใจว่าพระองค์ท่านทรงสนพระทัยและให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างมาก”

ไม่เพียงเท่านั้นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อนักเรียนวชิราวุธฯ ยังมีอีกมากมาย อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กล่าวได้ว่าเป็นความไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับตัวของคุณหมอเองคือการเสด็จฯมาวชิราวุธวิทยาลัยเป็นการส่วนพระองค์ที่ไม่มีราชองครักษ์หรือผู้ติดตาม

“จำได้ว่าวันหนึ่ง ผมกับเพื่อนๆ เล่นฟุตบอลกันอยู่ที่สนามข้างหอประชุม ซึ่งปกติเป็นสนามรักบี้ ขณะที่เรากำลังเล่นกันอยู่ก็มีรถเฟียตสีเทาคันเล็กๆ ขับเข้ามาทางประตูคณะจิตรลดา มาจอดที่ข้างสนาม ผมวิ่งไปดูเพราะเห็นผิดสังเกต ปรากฏว่าบุรุษที่ลงมาจากรถคือในหลวง ร.9 สวมชุดกีฬาสีขาว อารามตกใจผมก็วิ่งไปรายงานท่านผู้บังคับการโรงเรียน คือ พระยาภะรตราชา (ม.ล.ทศทิศ อิศรเสนา ณ อยุธยา) ท่านก็สั่งให้ผมไปหาเก้าอี้มาให้ประทับนั่ง แต่พอผมกลับไปถึงสนามพร้อมเก้าอี้ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงอยู่ในสนามฟุตบอลกับเด็กนักเรียนแล้ว และทรงแนะนำเทคนิคการเล่นฟุตบอลให้กับพวกเราอีกด้วย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพระราชจริยาวัตรที่เรียบง่าย เพราะเสด็จฯมาแบบไม่มีหมายกำหนดการ ไม่มีตำรวจติดตาม เป็นเหตุการณ์ที่ผมเชื่อว่าเด็กนักเรียนทุกคนในวันนั้นไม่มีทางลืมได้เลย”

ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ศึกษาอยู่ในรั้ววชิราวุธวิทยาลัย ผศ.ทพ.วัชรินทร์ เล่าด้วยความปลื้มปีติว่า นับเป็นบุญที่ได้เรียนอยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้ที่ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การได้ฝึกทำหน้าที่พนักงานเสิร์ฟในงานเลี้ยงใหญ่ๆ หรือเมื่อมีแขกเมืองมา และการแสดงดนตรีในงานต่างๆ หรือแม้กระทั่งการได้เล่นดนตรีร่วมเวทีกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานปีใหม่ที่สวนอัมพร ก็จะทรงมีของขวัญพระราชทานให้กับนักเรียนที่เข้าไปถวายงาน หรือพระราชทานของขวัญให้จับฉลากกันที่สวนองุ่น

“ผมคิดว่าไม่มีใครจะได้รับโอกาสดีอย่างนี้เท่ากับเด็กนักเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในยุคนั้นอีกแล้ว ทั้งที่เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ เสด็จฯ มาทรงเป็นองค์ประธานในงานประจำปีต่างๆ ของโรงเรียน ทำให้นักเรียนวชิราวุธได้เข้าเฝ้าฯชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด”

เมื่อจบการศึกษาจากต่างประเทศ ผศ.ทพ.วัชรินทร์ ก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทอีกครั้งในฐานะทันตแพทย์ถวายคำปรึกษา

“ตอนนั้นทรงมีปัญหาเกี่ยวกับพระทนต์ พูดง่ายๆ คือปวดฟัน ศ.ทพ.ถวิล ตันทิกุล คณบดีทันตแพทย์ จุฬาฯ ในขณะนั้น ก็เรียกผมไปเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายคำปรึกษา พอเข้าเฝ้าฯถวายบังคมเสร็จพระองค์ก็มีรับสั่งว่า รู้แล้วว่าไฟช็อตในปาก เนื่องจากทรงมีโลหะสองชนิดอยู่ในช่องปาก เมื่อน้ำลายเป็นกรดมีโลหะขั้วบวก ขั้วลบก็เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นได้ แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ ทรงเป็นปราชญ์ ที่ไม่ใช่รอหมอมาถวายการรักษาแต่ทรงค้นคว้าหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี เวลารับสั่งถามก็ทรงใช้ศัพท์การแพทย์ หลังจากถวายคำปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ศ.ทพ.พ.ท. สี สิริสิงห ซึ่งเป็นทันตแพทย์ประจำพระองค์เป็นผู้ถวายการรักษา”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2533 ท่านคณบดี คณะทันตแพทยฯ ได้ขอพระราชทานพระทนต์ที่ถูกถอนออก พร้อมด้วยผงจิตรลดาถุงสุดท้าย เพื่อนำมาใช้เป็นมวลสารในการจัดสร้าง “พระพุทธชินสีห์ ภปร ปี 2533” ซึ่งเป็นหนึ่งในพระเครื่องของสะสมที่เป็นของรักของหวงของคุณหมอมากที่สุด

“เมื่อครบรอบ 100 ปีครองราชย์ของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 และ 100 ปี วชิราวุธวิทยาลัย ก็ได้มีการจัดสร้าง พระพุทธมหาวชิรานุสรณ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดพระแก้ว ประกอบด้วยพระพุทธรูป พระกริ่ง และพระผง ออกแบบโดย อ.จักรพันธ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ เรียกได้ว่าเป็นมงคลสูงสุดแก่ชาววชิราวุธทุกคน”

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นั้นทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะด้านสุขภาพ เพราะทรงตระหนักดีว่าการมีสุขภาพที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้านสุขภาพช่องปาก ก็เช่นกัน ผศ.ทพ.วัชรินทร์ กรุณาเล่าว่า ทรงมีพระราชปรารภกับทันตแพทย์ที่ถวายงานดูแลพระทนต์ว่า “เวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีทันตแพทย์ดูแลรักษา แล้วเวลาราษฎรที่ห่างไกล จะมีทันตแพทย์ช่วยรักษาหรือเปล่า” จึงทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ขึ้นเมื่อปี 2512 โดยมี ศ.ทพ.พ.ท. สี สิริสิงห ทันตแพทย์ประจำพระองค์เป็นผู้ดำเนินการ

“ในหลวง รัชกาล 9 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พระราชทานรถพร้อมอุปกรณ์ทำฟันต่างๆ ให้ หน่วยแพทย์ออกไปดูแลรักษา ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพปากและฟันให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยครั้งแรกมอบให้คณะทันตแพทย์ จุฬาฯ ก่อน ต่อมาจึงมอบให้กับอีก 6 มหาวิทยาลัย นอกจากนี้แล้วเวลาเสด็จแปรพระราชฐาน เช่น เชียงใหม่ หัวหิน ก็ทรงมอบให้กองทัพบกจัดทีมทันตแพทย์ไปช่วยดูรักษาประชาชน เรียกกันว่า ทันตกรรมหน้าวัง ในกรณีที่การเดินทางไม่สะดวกด้วยรถยนต์ ก็ให้ไปทางเรือ โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสภากาชาดไทย ถ้าเสด็จฯไปในถิ่นทุรกันดาร ก็จะมีทันตแพทย์ตามเสด็จฯไปด้วยทุกครั้ง”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้วันนี้พระองค์จะทรงสถิตอยู่ ณ สรวงสวรรค์ แต่พระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่เขาและครอบครัว รวมถึงคนไทยทั้งประเทศจะยังคงอยู่ในใจของประชาชนชาวไทยตราบนิรันดร์

“มากกว่า 4,000 โครงการ ที่ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย ทรงเป็นต้นแบบทั้งการทำงานในหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ เสียสละ และความพอเพียง เรียกว่าทรงเป็นต้นแบบของทุกคนในทุกๆ เรื่อง” ผศ.ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว กล่าวทิ้งท้าย

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระ รามสูต : 15 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298535

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระ รามสูต : 15 ตุลาคม 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระ รามสูต : 15 ตุลาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.46 น.

โชว์ผลงาน 66 แบรนด์นักออกแบบไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298418

โชว์ผลงาน 66 แบรนด์นักออกแบบไทย

โชว์ผลงาน 66 แบรนด์นักออกแบบไทย

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่

พบกับงานดีๆ ที่คนรักงานดีไซน์ไม่ควรพลาด กับการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของนักออกแบบไทยไฟแรง 66 แบรนด์จากโครงการ Talent Thai & Designers’ Room 2017 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่งาน “STYLE” ภายใต้แนวคิด Life+Style มิติใหม่ของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องหนัง ของขวัญ ของใช้ในงาน และเฟอร์นิเจอร์ พร้อมรวม 3 งานใหญ่ไว้ในที่เดียว ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2560 ที่ ฮอลล์ EH102 ไบเทค บางนา

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสํานักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งกลุ่มนักออกแบบออกเป็น 2 กลุ่มสินค้า คือ สินค้าแฟชั่น ภายใต้ชื่อ Designers’ Room และ สินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้ชื่อ Talent Thai โดยในปีนี้ได้จัดโครงการขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ CREATIVITY BEYOND BORDERS เปิดมิติใหม่ของนักออกแบบไทย พร้อมก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับโลก

ทั้งนี้ งาน STYLE ถือได้ว่าเป็นงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับประเทศ นอกจากจะเป็นการรวมตัว นักออกแบบไทยไฟแรง 66 แบรนด์จากโครงการ Talent Thai & Designers’ Room 2017 แล้ว นักออกแบบยังได้เรียนรู้ถึงการเจรจาธุรกิจการค้า (Business Matching) กับกลุ่มผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อพัฒนาศักยภาพสินค้าไทย พร้อมส่งออกสู่ตลาดโลก โดยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ขยายมูลค่าการส่งออก รวมทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ในการเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าที่มีการออกแบบดี สร้างชื่อเสียงให้กับวงการนักออกแบบไทยอีกด้วย

และอีกหนึ่งความพิเศษที่ทางโครงการ Talent Thai & Designers’ Room 2017 ได้จัดทำขึ้นในปีนี้ คือ โปรเจกท์พิเศษ Collaboration ของนักออกแบบไทยที่ได้มีการจับมือร่วมกับ 3 แบรนด์ดังอย่าง Erb  แบรนด์สปาชื่อดังของไทย, Tao Hong Tai  แบรนด์เครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่ และ PAINKILLER แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ โดยได้มีการให้แบรนด์ชั้นนำเหล่านี้เป็นโจทย์หลัก มาผนวกกับแบรนด์นักออกแบบไทย ในโครงการที่เป็นตัวแปร ได้เกิดผลลัพธ์แห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการนักออกแบบไทย จนได้มาทั้งสิ้น 37 ผลงาน ซึ่งผลงาน Collaboration แต่ละชิ้นที่ออกมานั้น ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดผลงานให้มีความแปลกใหม่ ผสมผสานออกมากันได้อย่างลงตัว เค้นศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจใหม่ๆ จนได้เป็นผลงานชิ้นพิเศษ ดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ซุปเปอร์ริช ชวนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298416

ซุปเปอร์ริช ชวนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ซุปเปอร์ริช ชวนสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล

ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนส่งแคมเปญ “Superrich Green Forward”สมทบทุนมูลนิธิโลกสีเขียว ถึง 15 พฤศจิกายน นี้

ด้วยมุ่งมั่นบริหารงานด้วย “ความใส่ใจ” และ “การให้” ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์ (สีเขียว) ผู้นำด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ร่วมกับ มูลนิธิโลกสีเขียว ส่งต่อการช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน กับแคมเปญ “Superrich Green Forward” ด้วยการสมทบทุน 5 บาท ทุกๆ 50 บาท ของยอดซื้อ ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์ คอลเลคชั่น (SuperrichTH Collection) เพื่อช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวกับมูลนิธิฯ

สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า แคมเปญ “Superrich Green Forward” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิด ซุปเปอร์ริช ไลฟ์ (Superrich Life) เพื่อเติมเต็มชีวิตของลูกค้าให้มีความหมายยิ่งขึ้น ด้วยเห็นความสำคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัว บวกกับความตั้งใจที่ต้องการคืนกลับสิ่งดีๆ สู่สังคมไทย โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องขับเคลื่อนด้วยพลังจากพลเมือง ทางบริษัท จึงจัดแคมเปญดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิโลกสีเขียว ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 โดย ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ ซึ่งมูลนิธิฯ เน้นการเผยแพร่ความรู้ต่อสาธารณชนในเรื่องสิ่งแวดล้อมของไทย ผ่านสื่อหลากรูปแบบ และสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในพื้นที่ เพื่อให้คนท้องถิ่นหรือประชาชนทั่วไปสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัวได้ด้วยตนเอง

สำหรับแคมเปญนี้ ลูกค้าสามารถร่วมส่งมอบความสุขกับ ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์ ได้ง่ายๆ เพียงซื้อสินค้าที่ระลึก “ซุปเปอร์ริช ไทยแลนด์ คอลเลคชั่น” ได้แก่ หมวกแก๊ป ราคา 300 บาท, เสื้อที-เชิ้ต ราคา 250 บาท, กระเป๋าผ้าแบบหูหิ้ว ราคา 200 บาท, กระเป๋าคลัทช์ ราคา 200 บาท, กระเป๋าเพาช์ ราคา 70 บาท และสมุดโน้ต ราคา 70 บาท ที่ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) ทุกสาขา โดยทุกๆ 50 บาทของยอดซื้อ ทางบริษัทฯ จะสมทบทุน 5 บาท ให้กับมูลนิธิโลกสีเขียว ตั้งแต่วันนี้-15 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ สามารถอัพเดทอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ แบบเรียลไทม์และติดตามสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์www.superrichthailand.com, เฟซบุ๊คแฟนเพจ SuperrichTH, อินสตาแกรม @SuperrichTH แอพพลิเคชั่น SuperrichTH, Line @SuperrichTH หรือ โทร.02-2544444

น้อมนำศาสตร์พระราชาปั้นเยาวชนหัวใจอนุรักษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298415

น้อมนำศาสตร์พระราชาปั้นเยาวชนหัวใจอนุรักษ์

น้อมนำศาสตร์พระราชาปั้นเยาวชนหัวใจอนุรักษ์

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้างเยาวชนให้รู้คุณค่าพร้อมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในค่ายPTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคอีสาน) โดยนำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากหลายโรงเรียน จำนวน 70 คน เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้และคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำศาสตร์พระราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม และสร้างสรรค์โครงการพัฒนาสังคมภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” ณ โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม จ.อุดรธานี

กิตติศักดิ์ หิรัญญะประทีป ผู้จัดการอาวุโส โครงการร่วมทุนบนฝั่ง(ประเทศไทย) กล่าวว่า โครงการ พีทีทีอีพี ทีเนอร์จี เป็นโครงการเพื่อสังคมของ ปตท.สผ. ที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนกล้าคิด กล้าทำ กล้ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมสู่การเป็นนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ ภายใต้กลยุทธ์หลัก 3 ป. “ปลูก ปั้น และเปลี่ยน” คือปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ ปั้นเยาวชนทุกภูมิภาคให้มีใจอนุรักษ์ และเปลี่ยนให้สังคมดีขึ้น ด้วยโครงการอนุรักษ์ภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรัก” มุ่งส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การเรียนรู้ของเยาวชน

“อยากให้เยาวชนได้ลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม และส่งต่อจิตสำนึกไปยังผู้คนรอบข้าง ให้สมกับที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริ มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรให้คงอยู่”

ด้าน ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ปตท.สผ. กล่าวว่า ในครั้งนี้ได้พาเยาวชนมาเรียนรู้นอกสถานที่ ที่โครงการเชิงท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลธรรมชาติที่จะได้รู้คุณค่าของป่า รู้การป้องกันไฟป่า รู้ประโยชน์การค้นหาปิโตเลียมและการผลิตก๊าซชีวภาพ เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานจากโครงการบ่อก๊าซชีวภาพ ในพื้นที่บ้านทับไฮ ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี รวมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ และแข่งขันนำเสนอโครงการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทุน 10,000 บาท จำนวน 10 ทุน และนำโครงการไปพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

“เป้าหมายของทาง ปตท.สผ. คืออยากให้เยาวชนได้เข้าร่วมโครงการในแต่ละภาคได้ทั่วถึง รู้วิธีการเขียนโครงการ เข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง รู้เรื่องอนุรักษ์ รู้การหาพลังงาน ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เยาวชนได้เห็นคุณค่าสิ่งดีๆ ในภูมิภาคและเกิดความรักในพื้นที่ของตนเอง”

ละม่อม สิทธิศาสตร์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทับไฮ ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เผยว่า มีโอกาสไปดูงานเรื่องการใช้พลังงานทดแทนชีวภาพ กับนักวิชาการด้านการเกษตรและเห็นว่าใช้ได้จริง และชุมชนบ้านทับไฮก็มีมูลสัตว์เยอะจึงนำมูลสัตว์นั้นมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ เพื่อให้เป็นพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงในการประกอบ เริ่มโครงการขึ้นในปี 2554 โดยมี 7 ครัวเรือนที่เข้าร่วม ต่อมาก็มีคนสนใจมากขึ้น เพราะเห็นว่าใช้ได้จริง จนปัจจุบันมีครัวเรือนที่ใช้บ่อก๊าซชีวภาพ 51 ครัวเรือน จาก 200 กว่าครัวเรือน ทั้งช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่ประหยัดลง เพราะไม่ต้องซื้อแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิงสามารถเติมได้ตลอดโดยการนำมูลสัตว์ เศษอาหารต่างๆ มาเป็นพลังทดแทน ช่วยในเรื่องการกำจัดขยะสดในชุมชน ชุมชนสะอาด ไม่มีมูลสัตว์เรี่ยราด ทั้งช่วยเรื่องกลิ่นที่หายไปด้วย

หนึ่งในตัวแทนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม สิริรัตน์ สมนึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอัสสัมชัญอุบลราชธานี เล่าว่า ทางโรงเรียนมีโครงการแยกขยะ จึงนำมาต่อยอดในการใช้ขยะเปียก โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ คือใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงเขียนเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ โดยการนำกากผลไม้มาผสมกับน้ำหมักอีเอ็ม เพื่อนำมาใช้กับต้นไม้ในโรงเรียน การเข้าค่ายนี้ได้ความรู้เรื่องที่ยังไม่รู้ เช่นบ่อก๊าซชีวภาพ ที่ไม่รู้มาก่อนว่าทำแล้วใช้แทนแก๊สหุงต้มได้จริง ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ที่มาจากโรงเรียนอื่นด้วย

ขณะที่ อดิศร นามเต็ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเลิงนกทา จ.ยโสธร บอกว่า ทางโรงเรียนทำโครงการแยกขยะ ชื่อว่า “ธนาคารทองคำ” โดยให้นักเรียนเก็บขวดพลาสติก กระป๋องมาขายให้โรงเรียนและโรงเรียนจะนำไปขายต่อ จึงคิดว่าจะนำมาต่อยอดโดยการนำพวกขวดพลาสติก มาประดิษฐ์เป็นกระถางต้นไม้ และใช้เอง พอทำเสร็จก็สามารถนำมาใช้กับวิชาเกษตรหรือนำไปขายได้ สำหรับการเข้าร่วมโครงการนี้ก็ทำให้รู้สึกอยากอนุรักษ์ธรรมชาติ และรู้ว่าป่าไม้นั้นเติบโตยาก แต่ถูกทำลายได้ง่าย จึงคุ้มค่าที่มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้