ชื่นชมพระราชกรณียกิจผ่านตัวหนังสือ ในนิทรรศการ’ความท๙งจำ’ที่สุดประทับใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298423

ชื่นชมพระราชกรณียกิจผ่านตัวหนังสือ ในนิทรรศการ'ความท๙งจำ'ที่สุดประทับใจ

ชื่นชมพระราชกรณียกิจผ่านตัวหนังสือ ในนิทรรศการ’ความท๙งจำ’ที่สุดประทับใจ

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เริ่มแล้ว “งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017)” นำเสนอพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านหนังสือพระราชนิพนธ์และหนังสือที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์กว่า 7 ทศวรรษ ดังพระบรมราโชวาทว่า หนังสือนั้นเป็น “สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้” ชวนนักอ่านพบกับหนังสือราคาพิเศษที่คัดสรรมาให้เลือกกว่า 1,000,000 เล่ม ร่วมกิจกรรมอ่าน-เขียนจากสำนักพิมพ์ 389 ราย รวมทั้งสิ้น 939 บูธบนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ด้วยแนวคิด “ความทรงจำ” และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย ไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคมนี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้ พิธีเปิดงาน “งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22(Book Expo Thailand 2017)” ภายใต้แนวคิด “ความทรงจำ”พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวว่า “การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในประเทศของเรานั้น เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตามแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ.2560-2564 เน้น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์แรกสร้างพฤติกรรมการอ่านให้คนทุกวัย ยุทธศาสตร์ที่ 2 อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสื่อการอ่านของประชาชนทั้งในเมืองและภูมิภาค ยุทธศาสตร์ที่ 3ยกระดับคุณภาพแห่งการเรียนรู้ สื่อการอ่าน และยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการอ่าน ด้วยตระหนักอย่างแน่ชัดจากตัวอย่างของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วว่า ประเทศที่มีพลเมืองมีนิสัยรักการอ่าน จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อการพัฒนาบ้านเมืองในด้านต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และยั่งยืน”

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวชื่นชมการร่วมมือร่วมใจของภาครัฐและเอกชน โดยมีสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยเป็นหลักในการประสานความร่วมมือ จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 สร้างสรรค์นิทรรศการ “ความท๙งจำ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการหนังสือไทยตลอดรัชสมัยของพระองค์ เป็นโอกาสสำคัญสำหรับชาวไทย ที่จะได้เรียนรู้พระปรีชาสามารถด้านวรรณศิลป์ จากหนังสือพระราชนิพนธ์ และหนังสืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

นางสุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017)” ถือเป็นงานแสดงหนังสือระดับชาติที่ได้รับความสนใจและรอคอยจากบรรดาคนรักการอ่านมาตลอด โดยงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิดและถ่ายทอดผ่านนิทรรศการในชื่อ “ความท๙งจำ” โดยการสนับสนุนจาก กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากร และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำหนังสือ ประสานความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการหนังสือของไทย ผ่านหนังสือพระราชนิพนธ์ และหนังสืออื่นๆ ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ ด้วยความตระหนักว่า หนังสือเป็น “สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้”สมดังพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ 25 พฤศจิกายน 2514 ว่า “…หนังสือเป็นการสะสมความรู้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้…”

ทั้งนี้ ตลอด 7 ทศวรรษที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญกับหนังสือในฐานะเครื่องมือในการส่งต่อและสร้างสรรค์ความรู้แก่มวลมนุษยชาติ ดังที่ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้ผูกพันกับหนังสือเป็นอย่างมากมีข้อเขียนในรูปแบบต่างๆ ทั้ง หนังสือ บทความ เพลงพระราชนิพนธ์การแปล และการสร้างสรรค์อื่น เช่น ภาพถ่าย จิตรกรรม การประดิษฐ์ตัวพิมพ์ ตลอดจนการสนับสนุนให้มีการทำหนังสือการสร้างสรรค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดทำสารานุกรมสำหรับเยาวชน การแปลคัมภีร์ทางศาสนามาเป็นภาษาไทย ได้แก่พระไตรปิฎก และพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน การสนับสนุนการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ

สำหรับไฮไลท์ของนิทรรศการ “ความท๙งจำ” คือการนำ นิตยสาร “วงวรรณคดี” ฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ.2490 ซึ่งเป็นนิตยสารที่ได้รับพระบรมราชานุญาตพิเศษให้ตีพิมพ์ พระราชนิพนธ์เรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องแรกเมื่อทรงขึ้นครองราชย์ มาจัดแสดงร่วมกับหนังสือพระราชนิพนธ์เล่มอื่นๆ หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 7 ทศวรรษในรัชสมัยของพระองค์

เนื้อหาของนิทรรศการแต่ละทศวรรษ จะแสดงได้ถึงประวัติศาสตร์โดยรวมของสังคมไทย ผ่านความทรงจำของเรื่องเล่าในตัวอักษร ทั้งจากหนังสือพระราชนิพนธ์และหนังสืออื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทศวรรษที่ 1 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ขณะพระชนมายุเพียง 19 พรรษา หลังจากขึ้นครองราชย์ไม่นานพระองค์ต้องกลับไปศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และกลับมาประกอบพระราชพิธีสำคัญในปี 2493 คือพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (มีนาคม) พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส (เมษายน) และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (พฤษภาคม) หลังจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปศึกษาต่ออีกครั้ง จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2494 จึงเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร

หรือในช่วงทศวรรษที่ 3 พระองค์มีพระราชดำริให้จัดทำโครงการสารานุกรมสำหรับเยาวชน และการแปลพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานจากภาษาอาหรับมาเป็นภาษาไทย เพื่อพี่น้องชาวไทยมุสลิม และเป็นทศวรรษที่เริ่มมีพระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาประเทศเกิดขึ้นอย่างมากมาย จากการเสด็จแปรพระราชฐาน เพื่อเยี่ยมเยือนประชาชนของพระองค์ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ช่วงทศวรรษที่ 5 พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” เมื่อปี 2531 เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในทศวรรษนี้เองที่มีการพิมพ์หนังสือพระราชนิพนธ์อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากงานแปล นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ (2536) และ ติโต (2537) ส่วนทศวรรษที่ 6 ทศวรรษแห่งความสุขของชาวไทยกับพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ต่อมาเมื่อประเทศต้องเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ พระองค์ได้พระราชทานแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งยังเป็นแนวคิดที่ใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนงานพระราชนิพนธ์ต่างๆ ยังมีอย่างต่อเนื่อง มีการตีพิมพ์หนังสือ “พระมหาชนก” พ.ศ.2539 และ “ทองแดง”พ.ศ.2545 เป็นต้น

นอกจากนี้ ในนิทรรศการยังได้จัดแสดงสิ่งพิมพ์และของที่ระลึกต่างๆ ที่จัดทำขึ้นหลังวันสวรรคต 13 ตุลาคม พ.ศ.2559จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่รวบรวมหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแสดงให้ชมมากที่สุดอีกด้วย

พลาดไม่ได้กับหนังสือที่ระลึก ที่จัดทำขึ้นเพื่อแจกในมหกรรมหนังสือฯ ครั้งนี้ โดยได้รับการอนุเคราะห์จากหลายหน่วยงาน ร่วมกันจัดพิมพ์สำเนาหนังสือ “วงวรรณคดี” ฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ.2490 ซึ่งจำลองทั้งรูปเล่มและขนาดเหมือนต้นฉบับ เพื่อแจกให้กับผู้ร่วมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงถ่ายภาพคู่กับโปสเตอร์ “ความท๙งจำ”ซึ่งจะติดอยู่ภายในงานมหกรรมหนังสือ โพสต์ลงเฟซบุ๊ค ตั้งค่าสาธารณะ พร้อมแฮซแท็ก #ความท๙งจำ และ #bookthai จากนั้นนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ณ บูธนิทรรศการภายในงานวันละ 1,600 เล่ม โดยเปิดให้แลกตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธานเปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22

รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธานเปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22

คุณแหน : 20 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298422

คุณแหน

Kunnae

คุณแหน : 20 ตุลาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้สมาคมสตรีอาสาสมัคร โดย ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร นายกสมาคมฯ น้อมนำไปถวายพระสงฆ์ ณวัดนางนองวรวิหาร ถ.วุฒากาศ เขตจอมทอง 22 ต.ค.14.00 น. …

ll เจ้าคุณพระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น อ.เมืองจ.เชียงใหม่ จัดพิธีเทวาภิเษกเนื่องด้วยวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2560 เริ่มเวลา 07.49 น. ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 16 รูป เวลา 09.49 น. พิธีสืบชะตาหนุนดวง เวลา 19.49 น. พิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปและวัตถุมงคล…

ll พัชรพิมล ยังประภากร ผู้จำหน่ายหนังจระเข้รายใหญ่ให้ Hermes กระเป๋าแบรนด์ดังระดับโลก ได้รับเชิญให้เข้าชมโรงงานที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำไปปรับปรุงกระเป๋าหนังจระเข้และหนังงู แบรนด์“S’uvimol”ของเจ้าตัว…

ll ไปทอดกฐินสามัคคีที่วัดอาจาโรรังสี จ.สกลนคร ซึ่งพระครูภาวนาวรวุฒิ เจ้าอาวาส เคยเป็นรุ่นน้องธรรมศาสตร์ พัชรินทร์ บูรณะสมภพ นำคุกกี้ฝีมือเธอไปถวายพระและผู้ร่วมงานได้ลิ้มรสความอร่อย(มาก)…

ll มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำบุญฉลองศาลครูเอื้อและทอดกฐินที่วัราษฎร์บูรณะ ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้เงินทำบุญรวม 1,001,388 บาท ส่วนเงินกฐินสามัคคี ของ กำธร วังอุดม ทอดถวายที่วัดคงคาราม (ลิปะใหญ่) จ.สุราษฎร์ธานี ได้เงินทำบุญรวม 2,218,260 บาท โดยล้านแรกเกิดจากศรัทธาส่วนตัวล้วนๆของเศรษฐีใหญ่กำธร…

ll หนังสือ “ธนบัตรร.๙ : ๗๐ ปีใต้ร่มพระบารมี” จัดทำโดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยร่วมกับ ธนาคารธนชาต เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวบรวมข้อมูลและรูปภาพธนบัตรครบทุกแบบ ทุกชนิดราคา ทุกรุ่นทุกลายเซ็น เป็นคลังความรู้ด้านประวัติศาสตร์ธนบัตรไทยอย่างสมบูรณ์แบบสั่งจองได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ ราคาเพียง 999 บาท จากปกติ 1,200 บาท ถึง 30 พ.ย. …

llศาลาเฉลิมกรุง จัดรายการ“เพลงจากใจถวายพ่อ”22 ต.ค. 14.00 น. รวบรวมบทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 เช่น พ่อแห่งแผ่นดิน,ภูมิแผ่นดิน,ในหลวงในดวงใจ ฟังเรื่องราวแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บทเพลงจากนักแต่งเพลง และนักร้อง ร่วมถวายอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดต่อขอรับบัตรได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมชมการแสดงผลงานภาพวาด“ในหลวงรัชกาลที่ 9”จากใจจิตรกร…ศิลปินและนักศึกษาจากวิทยาลัยเพาะช่าง 18-22 ต.ค.16.00- 19.00 น. ณ บริเวณหน้าโถงศาลาเฉลิมกรุง…ll

น้อง

คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกบทเพลงพระราชนิพนธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298419

คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกบทเพลงพระราชนิพนธ์

คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกบทเพลงพระราชนิพนธ์

วันศุกร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซาบซึ้ง สุดประทับใจ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดคอนเสิร์ต “Still On My Mind” The Acoustic night (Tribute to the great king)  Presented by Thai Beverage นำโดย นักดนตรีกีตาร์คลาสสิก เบิร์ด-เอกชัย เจียรกุล คนไทยคนแรกที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ์อันซาบซึ้ง  “ชะตาชีวิต”  พร้อมฝึกฝนตัวเองจนสามารถไปคว้ารางวัลสูงสุดคือ“แชมป์กีตาร์คลาสสิกโลก”  ร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ 17 บทเพลง เรียบเรียงใหม่พร้อมศิลปิน อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, ดา เอ็นโดรฟิน, หนึ่ง-จักรวาร, เก่ง-ธชย, เกล โสพิชา, วงสวนพลู พร้อมออเคสตร้าเต็มวง ฯลฯ รวมกว่าร้อยชีวิต อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจากแชมป์กีตาร์คลาสสิกระดับโลกรายการ GFAอย่าง Gabriel Bianco  และ  Rovshan Mamedkuliev บินตรงมาจากประเทศฝรั่งเศสและรัสเซีย มาแสดงพลังในครั้งนี้ ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

ภายในงาน กมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเผยว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เผยแพร่และสืบสานอัจฉริยภาพทางดนตรี ให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่บทเพลงพระราชนิพนธ์จะอยู่ในใจเราตลอดไป จึงได้จัดงานนี้ขึ้น เป็นการบรรเลงเสียงกีตาร์คลาสสิกโดย เบิร์ด-เอกชัย เจียรกุล เป็นลักษณะ Acoustic Version ไม่มีเครื่องดนตรีไฟฟ้าประกอบ  และโชว์การเดี่ยวกีตาร์ประชันร่วมกับวง Orchestra กว่า 50 ชีวิต รวมถึง  Featuring กันระหว่างนักร้องคุณภาพระดับประเทศ เป็นการเล่นร่วมกันที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก จึงได้สัมผัสถึงบทเพลงที่คุ้นหูอยู่แล้ว ในรูปแบบที่แปลกออกไป

ด้านลำดับการแสดงทั้ง 17 บทเพลงประกอบด้วย 1.เพลง Love in Spring ลมหนาว 2.เพลง Love รัก 3.เพลง Maha Chulalongkon มหาจุฬาลงกรณ์ 4.เพลงMagic Beams แสงเดือน 5.เพลง Oh I Say (Jazzy Version) (ดา เอ็นโดรฟิน) 6.เพลง Royal Guard March (in March Styles) มาร์ช ราชวัลลภ 7.เพลง When (Jazzy free Styles) ไกลกังวล 8.เพลง Love at Sundown (Jazzy free Styles) ยามเย็น 9.เพลง Natural Waltz (Waltz virtuoso) 10.เพลงสายฝน 11.เพลง H.M.Blues ชะตาชีวิต 12.เพลง Still On My Mind ดวงใจนิรันดร์ 13.เพลง ความฝันอันสูงสุด 14.เพลง Smiles ยิ้มสู้ 15.เพลง แว่ว 16.เพลง Candlelight blues แสงเทียน 17.เพลงตามรอยพระราชา

ธนิดา ธรรมวิมล (ดา เอ็นโดรฟิน) และ เอกชัย เจียรกุล

ธนิดา ธรรมวิมล (ดา เอ็นโดรฟิน) และ เอกชัย เจียรกุล

ลอยกระทงท่ามกลางมนตร์แห่งแสงจันทร์ที่พาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298355

ลอยกระทงท่ามกลางมนตร์แห่งแสงจันทร์ที่พาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ

ลอยกระทงท่ามกลางมนตร์แห่งแสงจันทร์ที่พาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.30 น.

เพลิดเพลินกับเทศกาลลอยกระทงและมื้ออาหารค่ำสุดประทับใจที่โรงแรม พาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 นี้พรั่งพร้อมด้วยอาหารไทย กิจกรรมลอยกระทง ดนตรีสดโดยวงไทย จากมุมสูงของตึกกลางกรุงที่มาพร้อมกับวิวยามค่ำของกรุงเทพฯ ลอยเอาความทุกข์และความกังวลใจออกไปพร้อมกับกระทงดอกไม้ส่วนตัวในสระอินฟินิตี้พูลขนาด 40 เมตร ที่รายล้อมไปด้วยสวยสวยบนระเบียง และอิ่มเอมใจไปกับเทศกาลลอยกระทงท่ามกลางพื้นที่สีเขียวกลางป่าคอนกรีต อิ่มอร่อยไปกับเซทเมนู รีไฟน์ ไทย ที่มาพร้อมกับจานเรียกน้ำย่อยและขนมหวานฟรีในราคา 1,750++ บาทต่อคน พร้อมด้วยเบียร์ไทยสดหรือค็อกเทลหนึ่งแก้ว

ข้อเสนอพิเศษสำหรับค่ำคืนน่าประทับใจประกอบด้วย กระทงและเวิร์คช้อปตกแต่งกระทงสเตชั่น,ของหวานและของว่างแบบไทย,ดนตรีไทยเล่นสด

เทศกาลลอยกระทงคือการขอขมาพระแม่คงคาด้วยการลอยกระทงดอกไม้ที่ทำจากก้านกล้วย ปักด้วยธูปเทียน และนำไปลอยในแม่น้ำหรือคลอง มาร่วมลอยกระทงกับเราและเปิดประสบการณ์วัฒนธรรมไทยสุดคลาสสิกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ที่เดอะลีฟวิ่ง รูม และริมสระน้ำได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 22.00 น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ 02-012-1234 หรืออีเมลbkkph.fb.reservation@hyatt.com.

‘STYLE’ งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298359

‘STYLE’ งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่

‘STYLE’ งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่กับ “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค รวม 3 เทรดแฟร์ระดับประเทศ BIFF&BIL, BIG+BIH และ TIFF ไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกจัดโดย DITP ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคมศกนี้ ณ ไบเทค บางนา รวมผู้ประกอบการไทย-เทศ กว่า 2,000คูหา ร่วมจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ต่อสายตานักธุรกิจและผู้นำเข้าจากทั่วโลก คาดเงินสะพัดมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

โดยภายในงานSTYLE 2017นี้ มีกิจกรรม บริการและนิทรรศการที่หลากหลาย ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่าย และจัดบริการพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ที่ทำธุรกิจ อาทิ การบริการเจรจาธุรกิจ (Business Matching)เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ ณBuyer Lounge พร้อมล่ามภาษาต่างๆ เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น อารบิคเป็นต้น ทั้งยังมีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์การค้าและ DITP SERVICE CENTER รวบรวมบริการต่างๆ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไว้ ณ จุดเดียว เพื่อให้คำปรึกษาผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออก

นอกจากนี้งาน “STYLE2017” ยังรวบรวมนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการไว้ด้วยกัน ทั้งนิทรรศการที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อให้เกิดการต่อยอดสู่การทำธุรกิจ อาทิ นิทรรศการแนวโน้มแฟชั่น ปี 2561 (Trend Forum 2018), นิทรรศการโครงการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่น (QURATED Fashion Incubation Project), และยังมีนิทรรศการที่กรมได้ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักออกแบบ และผู้สร้างสรรค์ได้มีพื้นที่แสดงออกและต่อยอดความคิดให้เป็นรูปธรรมนอกจากนี้กรมฯ ยังได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาจัดนิทรรศการเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรและมีกิจกรรมการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากหญ้าแฝกภายในงานด้วย

“STYLE 2017” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาคจัดขึ้นระหว่างวันนี้ ถึง 21 ตุลาคมนี้ (สำหรับวันเจรจาธุรกิจ คือวันที่ 17-19 ตุลาคม 2560ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ส่วนวันจำหน่ายปลีก วันที่ 20- 21ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 -21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

 

‘สยาม ไวเนอรี่’เปิดตัว’มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298353

‘สยาม ไวเนอรี่’เปิดตัว’มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์’

‘สยาม ไวเนอรี่’เปิดตัว’มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.00 น.

สยาม ไวเนอรี่ (Siam Winery) ผู้ผลิตไวน์มอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley Wines) สุดยอดไวน์คุณภาพดีที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีรางวัลระดับโลกจากหลายสถาบันเป็นเครื่องการันตีเปิดตัว“มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์” (Monsoon Valley Signature) ไวน์คุณภาพสูงทั้งขาวและแดงที่ผลิตจากจากองุ่นซึ่งเก็บและคัดสรรพิเศษด้วยมือพร้อมปรุงมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเอาใจคอไวน์ทุกคนณ ห้องท่าจีน เดอะ รอยัล บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล 

บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด จัดงานเปิดตัว มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ไวน์ชั้นเลิศตัวใหม่ที่ได้รับการต้อนรับจากคอไวน์เป็นอย่างดี ทั้งยังประสบความสำเร็จจากการแข่งขันไวน์ระดับสากล ซึ่งพร้อมแล้วที่จะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ลิ้มรสชาติอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยไวน์มอนซูน แวลลีย์(Monsoon Valley Wines)เป็นไวน์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นโครงการ เมื่อปี 2544 ทำการผลิตไวน์ด้วยองุ่นจาก ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ที่หัวหิน ซึ่งสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เหมาะสมกับการปลูกองุ่นสายพันธุ์ต่าง ๆ จากทั่วโลก จึงมีวัตถุดิบหลากหลายในการผลิตไวน์ และภายใต้การดูแลอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนโดย แคธริน พัฟฟ์(Kathrin Puff)Wine making, Viticulture, Innovation and Strategic Projects Director ผู้มากประสบการณ์ของสยามไวเนอรี่ ทำให้ไวน์มอนซูน แวลลีย์มีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์จนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับโลกมาแล้วมากกว่า 200 รางวัล

และสำหรับไวน์ชั้นเลิศตัวใหม่ มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ที่ผลิตจากองุ่นชั้นดีคัดสรรพิเศษ มีทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง “เราเก็บองุ่นที่ใช้ปรุงไวน์แดงสายพันธุ์ใหม่ อาทิ ดอร์นเฟลเดอร์ (Dornfelder) และซีราห์ (Syrah) ด้วยมือและคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อผลิตไวน์ระดับพรีเมียม บ่มจนได้น้ำสีแดงเข้มเหลือบสีทับทิม มีบอดี้ปานกลางและแทนนินอันนุ่มละมุน ได้กลิ่นหอมผลไม้ ผสานกับกลิ่นกาแฟและเครื่องเทศบาง ๆ  แต่รสชาติจะติดปลายลิ้นอย่างยาวนาน”แคธริน พัฟฟ์เอ่ยถึงคุณลักษณะของไวน์แดงตัวใหม่ มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรด  (Monsoon Valley Signature Red) ซึ่งเหมาะกับการจับคู่กับ SteakTenderloinหรือ Fillet ที่ไขมันน้อย ๆ อีกทั้งยังลงตัวอย่างพอเหมาะ กับอาหารไทยที่มีส่วนประกอบของซอสหอยนางรมได้อีกด้วย

ทางด้านไวน์ขาวมอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์ (Monsoon Valley Signature White)เป็นไวน์สีเหลืองอ่อนใส มีกลิ่นหอมผลไม้สุกฉ่ำผสานกับกลิ่นขนมปังฝรั่งเศสและเครื่องเทศแคธริน พัฟฟ์เสริมว่า
“ไวน์ขาวของเรา บ่มด้วยองุ่นพันธุ์เชนิน บลอง(Chenin Blanc) ซึ่งปลูกในมอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด ของเราที่หัวหิน เก็บเกี่ยวและคัดสรรด้วยมือก่อนจะปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิม ที่เรียกว่า ซู – ลี (Sur – Lie) ที่ทำให้ได้รสชาติสดชื่นและสัมผัสนุ่มละมุนติดปลายลิ้น”ซึ่งไวน์ขาวมอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์เหมาะกับอาหารที่ปรุงจากปลา หรือจานที่มีผักและชีสเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น ผักขมอบชีส และปลาทอดสามรส จะช่วยเสริมรสอาหารให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น

นับเป็นที่น่ายินดีและภูมิใจของเรา เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรด วินเทจ 2014 (Monsoon Valley Signature Red Vintage 2014) และ มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์ วินเทจ 2016 (Monsoon Valley Signature White Vintage 2016) เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันไวน์ 20th Japan Wine Challenge 2017 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ตัดสินด้วยกูรูไวน์จากญี่ปุ่นและทั่วโลก มากกว่า 30 ท่าน

นอกจากนั้นมอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรด วินเทจ 2014 (Monsoon Valley Signature Red Vintage 2014) ยังได้รับรางวัลเหรียญเงินจากเวทีแข่งขัน 21st Grand International Wine Award MUNDUS VINI ประเทศเยอรมัน โดยการตัดสินของกรรมการ 164 คนจาก 41 ประเทศ  นับเป็นเครื่องรับประกันถึงคุณภาพและรสชาติได้เป็นอย่างดี

ร่วมสัมผัสรสชาติไวน์ชั้นเลิศใหม่ล่าสุดที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ “มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์” (Monsoon Valley Signature) จาก สยาม ไวเนอรี่ จำกัด ได้แล้ววันนี้

 

ชวนฝึกสติตามแนว’หลวงพ่อเทียน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298439

ชวนฝึกสติตามแนว'หลวงพ่อเทียน'

ชวนฝึกสติตามแนว’หลวงพ่อเทียน’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.49 น.

การฝึกสติเป็นเรื่องสากล ไม่ว่าคนชาติใดศาสนาใดก็ฝึกได้ เพราะสติเป็นสิ่งที่นำมาใช้ได้ประโยชน์ได้มากมาย จากการศึกษาวิจัยพบว่า การฝึกสติเป็นประจำสมํ่าเสมอจะช่วยป้องกัน บรรเทาและบำบัดอาการเจ็บป่วยได้อย่างหลากหลาย เช่น อาการซึมเศร้า เครียด ไมเกรน พฤติกรรมเสพติด โรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ฯลฯ ผู้ที่ฝึกสติเป็นประจำจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมองและสมองส่วนหน้า ทำให้มีความสงบมากขึ้น มีความยั้งคิดมากขึ้น มีประสิทธิภาพในการจำมากขึ้น มีสภาวะอารมณ์ทางบวกมากขึ้นและปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ดีขึ้น

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดทำโครงการจัดการความรู้และส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างมีสติ เพื่อศึกษาว่าการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมทางกายอย่างมีสติในชีวิตประจำวันมีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจอย่างไร โดยรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและประสบการณ์ของผู้ที่ฝึกสติในการออกกำลังกาย พบว่า การฝึกสติช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น เพลิดเพลินมากขึ้น การมีสติรู้ตัวช่วยป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้  และยังช่วยให้รับรู้การเคลื่อนไหว ของร่างกายยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดจากการหักโหม หรือการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง

สำหรับผู้สนใจการฝึกสติเพื่อพัฒนาสมาธิและปัญญาจัดการกับอารมณ์ได้เหมาะสม คือสติในวิปัสสนากรรมฐาน ในเมืองไทยมีหลายรูปแบบ และมีสถานที่จัดฝึกอบรมต่างๆ เช่น ยุวพุทธิกสมาคมฯ บางแค, เสถียรธรรมสถาน รามอินทรา, หมู่บ้านพลัม ปากช่อง, วัดสนามใน นนทบุรี เป็นต้น ในส่วนของวัดสนามในนั้น เป็นการฝึกสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ที่เน้นให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว กระพริบตาก็รู้ หายใจก็รู้ จิตใจนึกคิดอะไรก็รู้ คือให้มีสติหรือให้รู้สึกตัว เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวไปอย่างไร ใจตามรู้ทัน  โดยใช้รูปแบบโดยให้สติอยู่กับการเคลื่อนไหวมือ 14 จังหวะ เช่น พลิก ยก เลื่อน ลด ตะแคง คว่ำ ฯลฯ และให้รู้การเคลื่อนไหวของจิตใจกับการนึกคิด เมื่อจิตคิด ก็ให้สติรับรู้การคิดที่เกิดขึ้นนั้น  และสามารถนำมาปรับใช้ให้รู้สึกตัวกับการเคลื่อนไหวตามปกติในชีวิตประจำวันได้

ผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกเจริญสติตามแนวหลวงพ่อเทียน สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่วัดสนามใน โทร. 0 2883 7251 นอกจากนี้ คณะศิษย์หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ยังได้จัดการอบรมโดยนิมนต์พระภิกษุในสายงานปฏิบัติของหลวงพ่อเทียนมาให้คำแนะนำ ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กรุงเทพฯ) ในสวนวชิรเบญจทัศน์ (สวนรถไฟ) จตุจักร ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.bia.or.th/html_th/events/2012-03-12-09-31-10/item/380-2013-08-07-09-58-22.html

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาฯ เล่าเรื่องศาสตร์แห่งพระราชา พ่อหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298229

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาฯ เล่าเรื่องศาสตร์แห่งพระราชา พ่อหลวง ร.9

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาฯ เล่าเรื่องศาสตร์แห่งพระราชา พ่อหลวง ร.9

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2560 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ได้รับเกียรติจาก ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ศาสตร์แห่งพระราชา” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วย ดร.กว้าง รอบคอบ ประธานที่ปรึกษา, ดร.ดวงฤทธิ์. เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา, ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รวมทั้ง คณาจารย์ นิสิตนักศึกษาร่วมต้อนรับ ณ อาคารศูนย์ปฎิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว ชั้น 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

การบรรยายในครั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้กล่าวถึง “ศาสตร์แห่งพระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีจำนวนมากมายทั้งด้านครองใจคน ด้านการทำงานเพื่อส่วนรวม โดยไม่เห็นแก่ความยากลำบาก ในหลวง จะเดินทางไปเยี่ยมพสกนิกรของพระองค์ท่านทั่วทุกภาคของประเทศไทย นั่งบนพื้นดิน ทรงพูดคุยกับพสกนิกรอย่างเป็นกันเอง สร้างความรักและศรัทธาต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างใหญ่หลวง เมื่อในหลวงเสด็จฯ สวรรคต ยังความเศร้าโศกให้กับคนไทยอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกันนี้ได้มอบของที่ระลึกให้กับนักศึกษาที่ตอบคำถามได้อย่างดลใจเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของ “พ่อหลวง” ที่ึครองใจคนไทยทั้งประเทศและจะมีการกล่าวขานพูดคุยไปอีกยาวนานตลอดไปชั่วลูกหลาน

คุณหมอเพจดังให้คำแนะนำการออกกำลังกาย และการเลือกสารอาหารช่วยลดอนุมูลอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298237

คุณหมอเพจดังให้คำแนะนำการออกกำลังกาย  และการเลือกสารอาหารช่วยลดอนุมูลอิสระ

คุณหมอเพจดังให้คำแนะนำการออกกำลังกาย และการเลือกสารอาหารช่วยลดอนุมูลอิสระ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นพ.เสฏฐวุฒิ งามเมธิชัยวงศ์

เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างแบลคมอร์สกับแฟนพันธุ์แท้ แบลคมอร์ส จึงได้จัดกิจกรรมตำนานของแบลคมอร์ส The Legend of Blackmores โดยมีคนรักสุขภาพ และนักร้องชื่อดังดีว่าระดับตำนานของเมืองไทย นันทิดา แก้วบัวสาย ควงคู่มากับลูกสาว น้องเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม, ศรสวรรค์ ใจมั่น หรือ eyeta บิวตี้บล็อกเกอร์, ชวิศา เฉิน นักธุรกิจรุ่นใหม่, โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ หรือโซอี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ ร่วมงาน

ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป ได้บอกเล่าถึงตำนานของแบลคมอร์สให้กับผู้เข้าร่วมงานฟังว่า บริษัท แบลคมอร์ส มีอายุมายาวนานถึง 85 ปี ผู้ก่อตั้งคือ มร.มอริส แบลคมอร์ ที่พยายามสร้างทัศนคติและวิธีการดูแลสุขภาพตามวิถีทางธรรมชาติ โดยแบลคมอร์สได้ผสมผสานความรู้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์เข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตเป็นวิถีธรรมชาติบำบัด เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้นโดยเน้นแนวทางธรรมชาติ ซึ่งในประเทศไทยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์สได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากว่า 30 ปี นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเน้นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดนำเสนอต่อผู้บริโภค ยังได้พยายามสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกายตลอดมา เพื่อตอกย้ำให้ลูกค้าชาวไทยเห็นว่า “แบลคมอร์สจากวันนั้น..ถึงวันนี้ ความห่วงใยยังคงแข็งแรงขึ้นทุกวัน”


นันทิดา แก้วบัวสาย กับน้องเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม

ภายในงาน ยังได้เชิญคุณหมอคนดังจากเพจหมอหล่อคอเล่า นพ.เสฏฐวุฒิ งามเมธิชัยวงศ์ แพทย์สาขาเวชศาสตร์ชะลอวัย ร่วมให้ความรู้ถึงประโยชน์ของสารอาหารประเภทวิตามิน เช่น วิตามินซี แร่ธาตุต่างๆ และสารสกัดจากธรรมชาติ ว่า สารอาหารประเภทวิตามินซี มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยสร้างเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ และทำให้ร่างกายสดชื่น เพราะสารอาหารประเภทวิตามินซีเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมน DHEA ในต่อมหมวกไต และฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล ซึ่งถ้าร่างกายผลิตออกมาเยอะจะมีอาการเหนื่อยล้า เพลีย บวม น้ำหนักเพิ่มง่าย รวมถึงคนที่ออกกำลังกาย ควรทานสารอาหารประเภทนี้เช่นกันเพื่อช่วยลดอนุมูลอิสระ เพราะการออกกำลังกายทำให้ร่างกายใช้อวัยวะทุกส่วนมากขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อ กระดูกข้อต่อ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ

ด้านแฟนพันธุ์แท้ของแบลคมอร์สคุณตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย ที่ควงคู่มากับน้องเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนสวย เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวรู้จักผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบลคมอร์สมาตั้งแต่ตนอายุ 15 ปี ซึ่งตนให้น้องเพลงรับประทานเช่นกันเพราะเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ตนเองยังเน้นการเลือกรับประทานอาหารจำพวกที่ให้แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี ควบคู่กับการออกกำลังกาย เนื่องด้วยวัยที่มากขึ้น


โสภา พิมพ์สิริพานิชย์

ส่วนน้องเพลง บอกว่า ตนเป็นหวัดง่ายมาก จึงเน้นรับประทานอาหารที่ให้วิตามินซีสูง ตามที่คุณหมอแนะนำและคุณแม่เลือก เพราะทุกครั้งที่คุณแม่จะเลือกสิ่งใดให้กับตน คุณแม่จะทดลองกับตัวเองก่อนเสมอ คุณแม่ใช้ดีมีคุณภาพจะส่งต่อสิ่งนั้นๆ ให้กับเพลงเป็นการส่งต่อความห่วงใยระหว่างกัน

ด้าน โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ หรือคุณโซอี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์เป็นอีกท่านหนึ่งที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบลคมอร์สมายาวนาน เล่าว่าตัวเองเริ่มทานสารอาหารที่มีประโยชน์และวิตามินต่างๆ มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยเริ่มทานสารอาหารจำพวกวิตามินซี เป็นอย่างแรก เนื่องจากต้องการดูแลในเรื่องผิวพรรณ และยังคงทานอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังทานสารอาหารพวกแคลเซียมและน้ำมันปลาอีกด้วย เพราะบทบาทหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น มีครอบครัวที่ต้องดูแล การทานอาหารเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนจึงเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจเหมือนเป็นการให้ของขวัญและรางวัลกับตัวเอง

‘คอนเสิร์ตการกุศลโตโยต้า คลาสสิคส์ ครั้งที่ 28’ ทุกท่วงทำนอง ก้องกังวานในดวงใจไทยนิรันดร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298228

‘คอนเสิร์ตการกุศลโตโยต้า คลาสสิคส์ ครั้งที่ 28’ ทุกท่วงทำนอง ก้องกังวานในดวงใจไทยนิรันดร์

‘คอนเสิร์ตการกุศลโตโยต้า คลาสสิคส์ ครั้งที่ 28’ ทุกท่วงทำนอง ก้องกังวานในดวงใจไทยนิรันดร์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดให้ ฐากูร พานิช เป็นผู้แทนพระองค์ไปในงานแสดงคอนเสิร์ตการกุศล
โตโยต้า คลาสสิคส์ ครั้งที่ 28 โดยมี มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมรับชมการแสดงโดยวง The Royal Philharmonic Concert Orchestra ที่อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และครั้งแรกกับการบรรเลงบทประพันธ์ “In Memoriam” โดยรศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560

คอนเสิร์ตการกุศล โตโยต้า คลาสสิคส์ เริ่มต้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2533 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 28 ปี จากเจตนารมณ์ของโตโยต้าในการเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีคลาสสิก อันเป็นศิลปะทางดนตรีชั้นสูงให้แก่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย นำเสนอการแสดงดนตรีจากวงดนตรีระดับโลก ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความประทับใจและรื่นรมย์ในการฟังดนตรีคลาสสิก และนำรายได้จากการจำหน่ายบัตรมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศลในประเทศที่จัดแสดง โดยในปีนี้ คอนเสิร์ต โตโยต้า คลาสสิคส์ จัดการแสดงทั้งหมด 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ประเทศบรูไน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม และประเทศไทย

สำหรับคอนเสิร์ตการกุศล โตโยต้า คลาสสิคส์ ครั้งที่ 28 ในประเทศไทยนี้ ถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาทางด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะสถิตอยู่ในดวงใจของประชาชนชาวไทยตราบนานเท่านาน ในการนี้จึงได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการบรรเลง โดยวง The Royal Philharmonic Concert Orchestra วงออเคสตร้าระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ภายใต้การอำนวยเพลงของ Maestro Anthony Weeden วาทยกร และนักประพันธ์ดนตรีชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงที่ได้รับรางวัลทางด้านดนตรีมามากมาย ประกอบกับการเดี่ยวแซกโซโฟน โดย รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ นักประพันธ์ดนตรี และนักวิชาการดนตรี ผู้เป็นสมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ วงดนตรีส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมากว่า 30 ปี

การแสดงในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเริ่มต้นจากการบรรเลงบทประพันธ์  “In Memoriam” เสียงดนตรีแทนความรู้สึกของประชาชนชาวไทยในการน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ที่ประพันธ์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดย รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ในช่วงต่อมาเป็นการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ต่างๆ ผ่านการเรียบเรียงโดย รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ซึ่งประกอบไปด้วยบทเพลงที่หาโอกาสฟังได้ยากอย่าง “Kinari Suite” รวมไปถึงบทเพลงต่างๆที่คนไทยคุ้นเคย อาทิ ยามเย็น ชะตาชีวิต และความฝันอันสูงสุด ซึ่งรายได้จากการแสดงโดยไม่หักค่าใช้จ่าย นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อสมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์

สุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวปิดท้ายว่า “โตโยต้าในฐานะประชาชนชาวไทย มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ จึงมุ่งมั่นในการจัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล โตโยต้า คลาสสิคส์ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่พระปรีชาทางด้านดนตรี เนื่องจากเชื่อว่าทุกท่วงทำนองของพระองค์เปรียบเสมือนเสียงที่หล่อหลอมจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นพลังทางดนตรีที่ขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทยอย่างแท้จริง”