‘THE BIG SICK’ หนังรักขโมยหัวใจนักวิจารณ์ทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299986

‘THE BIG SICK’ หนังรักขโมยหัวใจนักวิจารณ์ทั่วโลก

‘THE BIG SICK’ หนังรักขโมยหัวใจนักวิจารณ์ทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจากเคยฝากความประทับใจแก่คอหนังทั่วโลกมาแล้วจาก Begin Again (บีกิน อะเกน) (2014) ล่าสุด “จัดด์ อปาโทว์”  เจ้าพ่อหนังสายคอเมดี้ชื่อดัง และโปรดิวเซอร์มือเก๋า ขอกลับมาสร้างเสียงฮาพร้อมความอบอุ่นประทับใจให้กับแฟนภาพยนตร์อีกครั้ง ผ่านผลงานอำนวยการสร้างเรื่องล่าสุด “THE BIG SICK (เดอะ บิ๊ก ซิค) รักมันป่วย (ซวยแล้วเราเข้ากันไม่ได้)” ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ที่กวาดรับกระแสวิจารณ์ในระดับดีเยี่ยมจากคอหนังและสื่อชั้นนำทั่วโลก สร้างจากเรื่องจริงของคู่รักนักแสดงตลกชาวปากีสถาน

“THE BIG SICK (เดอะ บิ๊ก ซิค)”บอกเล่าเรื่องราวของ คูมาล นานเจียนี่(รับบทโดย คูมาล นานเจียนี่) ชายหนุ่มชาวปากีสถาน และ เอมิลี่ การ์ดเนอร์ (รับบทโดย โซอี้ คาซาน) หญิงสาวชาวอเมริกา คู่รักต่างเชื้อชาติที่ต้องเผชิญกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละฝ่าย พวกเขาจึงต้องแยกทางกันอย่างไม่เต็มใจถึงอย่างนั้นคูมาลก็ยังรักและเป็นห่วงเอมิลี่อยู่เสมอ ก่อนที่เขากลับพบกับความจริงอันโหดร้ายว่าเธอป่วยด้วยโรคร้ายอย่างกะทันหันเขาตัดสินใจเผชิญหน้ากับพ่อ-แม่ของเธอเพื่อพิสูจน์ความรักที่เขามีขณะที่ครอบครัวของเขาพยายามยัดเยียดให้เขาแต่งงานกับหญิงสาวชาวปากีสถานที่เขาไม่ได้รัก นี่คือเรื่องราวความรักของหนุ่มอารมณ์ดีที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะและทำให้คุณตระหนักได้ว่าความรักนั้นไม่มีพรมแดน

โดยภาพยนตร์ได้นักแสดงตลกชาวปากีสถาน “คูมาน นานเจียนี่” จากทีวีซีรี่ส์คอเมดี้สุดฮิต อย่าง Silicon Valley มารับบทเป็นตัวเอง ประกบคู่นักแสดงสาว “โซอี้ คาซาน” ร่วมด้วยฮอลลี่ ฮันเตอร์,เรย์ โรมาโน ฯลฯ กำกับภาพยนตร์โดย “ไมเคิล โชว์อัลเทอร์” จาก Hello, My Name Is Doris มีคิวให้คนไทยสัมผัส 9 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ศิลปินทุกเพศวัย รวมใจ ร้องเพลงถวายพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299846

ศิลปินทุกเพศวัย รวมใจ ร้องเพลงถวายพ่อ

ศิลปินทุกเพศวัย รวมใจ ร้องเพลงถวายพ่อ

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ศาลาเฉลิมกรุง จัดกิจกรรมรายการ “เพลงจากใจถวายพ่อ” เมื่อเวลา 14.00 น. และเพิ่มรอบ 19.00 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง “เพลงจากใจถวายพ่อ” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากความรักและเคารพเทิดทูน ด้วยความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ จากใจศาลาเฉลิมกรุง ศิลปินแห่งชาติ นักแต่งเพลง นักร้อง นักแสดง นักดนตรี จิตรกรวิทยาลัยเพาะช่าง และมาสเตอร์พีซ ออร์กาไนเซอร์ ท่ามกลางผู้เข้าชมอย่างแน่นขนัดทั้ง 2 รอบการแสดง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังมีการจัดแสดง ผลงานภาพวาด “ในหลวงรัชกาลที่ 9” จากใจจิตรกร…ศิลปินและนักศึกษาจากวิทยาลัยเพาะช่าง มาให้รับชม รายได้จากการจัดแสดงผลงานภาพวาด นำสมทบทุนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อไป

ร้อยดวงใจถวายความอาลัย ศิลปินดารากลุ่ม Star RETRO ตั้งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299852

ร้อยดวงใจถวายความอาลัย  ศิลปินดารากลุ่ม Star RETRO ตั้งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน

ร้อยดวงใจถวายความอาลัย ศิลปินดารากลุ่ม Star RETRO ตั้งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อี๊ด วงฟลาย (สำราญ ช่วยจำแนก)

“พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่งการ“ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น” โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้เห็นทำไปเรื่อยๆ สุขใจที่เห็นผู้รับได้ประโยชน์นั้นๆอย่างยั่งยืน “ปิดทองหลังพระ” จึงเป็นแนวทางที่ผมฝึกที่จะปฏิบัติตามพระองค์ท่าน ทำแล้วสุขที่ใจเรา และยังทำให้ฝึกในการช่วยลดอัตตา ความมีตัวตนของตัวเอง ให้เบาบางลงด้วยครับ”

หนึ่ง-มาฬิศร์ เชยโสภณ

“สิ่งที่รู้สึกตลอดมาตั้งแต่เห็นพระองค์ท่านในข่าวจากโทรทัศน์ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เรื่อยมาก็คือพระราชจริยวัตรที่สุขุม มุ่งมั่น ไม่ทรงแสดงความเหน็ดเหนื่อยหรือความไม่พอพระราชหฤทัยในเวลาที่ทรงงานเพื่อราษฎรเลยสักนิด ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีผลประโยชน์ตอบแทนเป็นการส่วนพระองค์เลยเราเสียอีกที่ขนาดทำงานได้ค่าจ้าง บางครั้งก็ยังบ่น ยังเหนื่อย ยังท้อสารพัด ดังนั้นถ้าจะให้มองพระองค์ท่านเป็นต้นแบบก็จะดำเนินรอยตามในการช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมให้มากขึ้น และจะไม่ท้อกับการทำความดีเพื่อผู้อื่นและประเทศไทยของเรา”

เอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง

“ส่วนตัวได้น้อมนำพระกระแสรับสั่งและแนวปฏิบัติของพระองค์ท่าน มาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตกับตัวเอง ครอบครัว และการทำงาน หลายแนวทางค่ะอาทิ การที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความกตัญญูกตเวทีคอยดูแลองค์สมเด็จย่าและพระพี่นางอย่างใกล้ชิด พระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งไม่ได้หมายความให้ตระหนี่แต่หมายความว่า ให้ใช้จ่ายได้ตามกำลังที่มี ถ้าทุกคนรู้จักพอเพียงมีความสุขกับมัน ก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไม่คิดร้ายอิจฉาผู้อื่น การปฏิบัติตนเป็นคนดี ไม่คิดร้ายกับใครมองโลกในแง่บวก หากมีโอกาสช่วยเหลือผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าก็จะให้ความช่วยเหลือตามกำลังที่มี ทำตัวไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น ประพฤติตนเป็นคนดี ให้สมกับที่ได้เกิดเป็นประชาชนคนไทยในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ค่ะ”

แหม่ม-พัชริดา วัฒนา

“พระองค์ทรงมีพระปรีชาญาณทั้งเรื่องของดนตรีและพระราชนิพนธ์บทเพลง เพลงแผ่นดินของเรา หรือ Alexandra เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ชอบมากที่สุด ครั้งแรกที่ได้ฟังแล้ว รู้สึกว่าทำนองไพเราะมีความสวยงามในบทเพลง ซึ่งท่านแต่งขึ้นในโอกาสรับเสด็จเจ้าหญิงอเล็กซานดรา เสด็จฯเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ หลังจากนั้นท่านได้นำมาใส่เนื้อเป็นภาษาไทย และเปลี่ยนชื่อเป็นเพลงแผ่นดินของเรา ซึ่งมีความหมายปลุกใจให้รักในแผ่นดินของเรา พอมารู้ที่มาแบบนี้แล้วยิ่งทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพอย่างมาก และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ครบรอบ 1 ปี ของการเสด็จสวรรคต ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งก็ได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงแผ่นดินของเรา มาขับร้อง..ความรู้สึกในตอนนั้นเรียกว่าหนักกันทุกคน บีบหัวใจอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การร้องเพลงเหมือนที่ผ่านมา แต่ก่อนเรายังมีท่านอยู่ รู้สึกภูมิใจที่ได้ร้องเพลงของท่าน แต่มาวันนี้เราต้องมาร้องเพลงของท่าน ซึ่งไม่มีท่านอยู่แล้วมันบรรยายไม่ถูก ระหว่างที่กำลังร้องเพลง ตัวเองก็ร้องไห้ออกมามันไม่ใช่ความรู้สึกเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่คือความสูญเสีย ซึ่งเชื่อว่าคนไทยทุกคนก็น่าจะรู้สึกเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องยอมรับความจริง อยากให้ทุกคนตั้งหลักและเข้มแข็ง ท่านได้สอนและสร้างทุกอย่างไว้ให้พวกเรา ซึ่งล้วนนำไปใช้ในชีวิตได้จริง เข้าใจถึงความรู้สึกรัก เคารพ และเสียดาย แต่เราต้องแปลงความเสียใจ มาเป็นการทำดี เดินตามรอยของพระองค์ไม่ว่าจะเป็นพระราชดำรัส หรือ โครงการในพระราชดำริต่างๆ หันมาทำในเรื่องที่ตัวเองถนัดและใช้มรดกที่ท่านทำไว้ให้อย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ”

บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์

“จากการที่เห็นพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาท ที่พระองค์ได้ตรัสไว้กับคนไทยในวาระต่างๆ พอได้ย้อนกลับไปอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าพระองค์สั่งสอนเราในทุกโอกาสทุกจังหวะชีวิต แต่ที่อยู่ในความทรงจำได้ดีก็คือพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์และฉลองพระบาทที่เรียบง่าย หรือภาพของหลอดยาสีฟันที่ทรงใช้แบบเห็นคุณค่า หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ทรงงานต่างๆ ทั้งหมดนี้เป็นมากกว่าคำสอนก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ทำให้ผมกลับมาย้อนคิดและดูการใช้ชีวิตของตัวเองว่าเราควรยึดถือปฏิบัติตามพระองค์ แค่เดินรอยตามพระองค์ก็ทำให้เรารู้สึกปล่อยวาง การยึดมั่นถือมั่นก็ลดลง และมีความสุขมากยิ่งขึ้น ผมก็ใช้สอนลูกๆ ให้เห็นถึงสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ตามแบบพระองค์ นี่คือสิ่งที่มีค่ายิ่งที่คนไทยทุกคนได้รับจากพระองค์จริงๆ”

แบงค์-กฤษฎี พวงประยงค์

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9ได้ทิ้งคำสอน แบบอย่าง และพระราชปณิธานไว้เยอะแยะมากมาย ผมในฐานะประชาชนตัวเล็กๆคนหนึ่ง ก็คงทำได้คือยึดหลักการทำความดี ซึ่งไม่ใช่แค่การทำความดีต่อสังคมต่อผู้อื่นหรือการทำความดีที่ต้องให้ใครมารับรู้หรือยอมรับเท่านั้น แต่รวมถึงการทำความดีต่อตัวเอง ดั่งคำสอนมากมายของพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะการคิดดี ทำดี ความขยันอดทนเพียรพยายาม ความซื่อสัตย์ ความกตัญญูรู้คุณ ความเป็นอยู่อย่างมัธยัสถ์พอเพียง เพราะผมเชื่อว่าการทำดีในหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเราที่เกิดขึ้นจากคนทุกคน จะสร้างการทำความดีต่อผู้อื่นและความรับผิดชอบต่อสังคมที่ดี และสังคมประเทศเราก็จะดีขึ้นตามมา และที่สำคัญที่สุด ความดีต้องหมั่นขยันทำ อดทน อย่าย่อท้อ และต้องทำอย่างสุดกำลัง พระองค์ให้พระบรมราชาโชวาทไว้ว่า“การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี”

ผี ไฮแจ็ค (พีระพันธุ กุมมารสิทธิ์)

“พระองค์ท่านทรงเป็น “ผู้ให้” มาโดยตลอดครับ และในฐานะที่ผมเองก็เป็นลูกพ่อคนหนึ่ง จึงขอเดินตามรอยเท้าพ่อในเรื่องของการเป็นผู้ให้ โดยภายหลังจากเดือนพฤศจิกายนนี้ ผมจะเริ่มต้นโครงการ Dance with GuRu ซึ่งเป็นโครงการสอนเต้น ที่รวบรวมครู ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการเต้นทั้งหมด รวมถึง เด็บบี้บาซู และ วิทย์ AF1 เพื่อสอนเต้นฟรี ให้กับเยาวชน และผู้ที่สนใจ โดยจะมีสอนในหลากหลายสไตล์ครับ

โครงการนี้ตั้งใจทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เป็นโครงการที่สานต่อการให้ของพ่อทุกอย่าง ฟรีโดยสมัครใจไม่มีใครเป็นนายทุนครับ ทุกคนทำด้วยใจ แล้วก็ให้ทุกคนเรียนกันได้ฟรีๆ ครับ”

ปู-กรองทอง

“ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ได้น้อมนำและยึดถือหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องของ “การทำงาน” มาโดยตลอดค่ะ คนที่ไม่มีผลงาน คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ถึงจะทำแล้วผิดพลาดอะไรไปบ้าง แต่ก็ได้บทเรียนจากการทำมาสอนตนเองในอนาคตค่ะ”

โพลาร์-ชยพล อินทรวงศ์

“หลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ผมน้อมนำมาปฏิบัตินั้น จริงๆ แล้วมีหลายหัวข้อ หลายเรื่องด้วยกันครับ แต่เรื่องที่น่าจะมีความเด่นชัดที่สุด คือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงครับ ใจความสำคัญของหลักคำสอนเรื่องนี้ มีความน่าสนใจอยู่ก็คือ เราจะสามารถใช้ชีวิตหรูหราบ้าง ฟุ้งเฟ้อบ้าง ก็ไม่เป็นอะไรครับ ตราบเท่าที่เรามีกำลัง และสิ่งที่เรากระทำ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ซึ่งผมว่าหลักคำสอนนี้ เหมาะกับคนไทยทั้งประเทศจริงๆ เพราะอย่างที่ทราบกัน เศรษฐกิจบ้านเราไม่ได้สู้ดีนัก รวมถึงรายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้สูงมากมาย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสม อย่างตัวผมเอง ก็นำมาใช้ในเรื่องของความเป็นอยู่ การเลือกรับประทานอาหารธรรมดาๆ ใช้เสื้อผ้าที่ไม่ได้ยึดติดแบรนด์ครับ จริงอยู่ว่าบางครั้งที่อาจจะพาคุณแม่ไปทานอาหารดีบ้างๆ ซึ่งเราก็สามารถทำได้ เพราะตัวผมเองก็พอจะมีกำลังอยู่บ้างครับ แต่เราจะไม่ทำเป็นปกติ จนกลายเป็นความฟุ้งเฟ้อครับ รวมถึงการเดินทางไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวัน ผมสามารถนั่งรถเมล์ นั่งเรือคลองแสนแสบได้ มอเตอร์ไซค์ได้ สองแถวได้ครับ ผมคิดว่าเป็นการเดินทาง ที่ถึงปลายทางได้เหมือนกันครับ ส่วนการใช้รถส่วนตัว หรือนั่งแท็กซี่ ก็ขอให้ดูตามความเหมาะสม ในเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะครับ ทำได้แต่ให้อยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลครับ สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมเลือกที่จะปฏิบัติ และดำเนินรอตามพระองค์ท่าน จริงๆ ท่านเป็นแบบอย่างให้เราเยอะมากนะครับ เรื่องความเป็นคนดี การทุ่มเทเพื่อสังคม ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตัวผมเองคงไม่สามารถทำอะไรได้ยิ่งใหญ่เท่าพระองค์ท่าน แต่จะพยายามเป็นคนดีในสังคม ให้สมกับที่เป็นลูกคนหนึ่งของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ครับ”

‘ก้อง-ซัน’ นำทีมทัวร์วัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299869

‘ก้อง-ซัน’ นำทีมทัวร์วัฒนธรรม

‘ก้อง-ซัน’ นำทีมทัวร์วัฒนธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้จัดฯคนเก่ง ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล นำทีมนักแสดง ซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว, บอส-จักรพันธ์ วงศ์คณิต และ ต๊อก-ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ แอ่วเหนือทัวร์วัฒนธรรม ณ วัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ยังคงความงดงาม โดยผู้จัดคนเก่ง ก้อง-ปิยะ พร้อมด้วยเหล่านักแสดงพาเที่ยวชมอาคารซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทลื้อ และชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังในรูปแบบศิลปะไทยล้านนาร่วมสมัย มีเนื้อหาเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 และเรื่องอันเนื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติได้แก่ เรื่องอดีตพระพุทธเจ้าไตรภูมิจักรวาลและจักรราศี หลังจากนั้นทั้งหมดได้เดินออกมาชมบริเวณรอบวัด ซึ่งมีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มเย็น และบริเวณโดยรอบยังมี กุฏิสงฆ์ หอฉันหอระฆัง ศาลา บ่อน้ำทิพย์ และ สระน้ำวัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์เป็นวัดเล็กๆ เรียบง่าย สง่างาม เป็นวัดแบบอย่างอยู่ร่วมกับชุมชนตามวิถีของสังคมไทย และการเข้าถึงแก่นธรรมของพุทธศาสนา เป็นวัดที่ สวยงาม สงบ ร่มรื่นเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติ และเป็นแหล่งเรียนรู้ งดงามด้วยคุณค่าของงานศิลปะ เป็นพุทธสถานที่พึ่งพาของชุมชน และเป็นอีกสถานที่ที่อยากให้ทุกคนมาเยือน

‘จั๊กจั่น’ซึ้งน้ำใจคนไทย ทุ่มแรงใจ เพื่อน้องหมาจร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299845

‘จั๊กจั่น’ซึ้งน้ำใจคนไทย ทุ่มแรงใจ เพื่อน้องหมาจร

‘จั๊กจั่น’ซึ้งน้ำใจคนไทย ทุ่มแรงใจ เพื่อน้องหมาจร

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจอกระแสดราม่า จนทำเอาท้อไปเหมือนกัน สำหรับสาวใจบุญ จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข แต่เพราะตั้งใจส่งต่อความช่วยเหลือถึงนานาสัตว์ที่น่าสงสาร นางเอกสาวจึงไม่ขอละทิ้งโอกาสที่จะเป็นกระบอกเสียง ถึงผู้ใจบุญ โดยล่าสุดเกิดอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เธอได้สัมผัสถึงหัวจิตหัวใจของการให้

จั๊กจั่น เล่าว่า “ประมาณ 3 ทุ่มกว่า มีคนติดต่อมาว่าลูกหมาข้างถนนโดนรถทับแถวเกษตร-นวมินทร์ จั่นก็แนะนำโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้สุดให้ค่ะ แต่พอทราบว่าหมาขาหลังลากทั้งสองขา ไม่มีแผลไม่มีเลือดออก จากประสบการณ์ที่ช่วยหมาแมวมานานทำให้จั่นรู้เลยว่า นี่คือการบาดเจ็บภายใน มีหักแน่ๆ และต้องมีเลือดออกภายใน ซึ่งอันตรายมาก แล้วถ้าเคลื่อนย้ายไม่ดีอาจมีความเสียหายเพิ่มขึ้น จั่นเลยตัดสินใจชวนผจก.ขับรถออกจากบ้านไปรับตัวหมาไปโรงพยาบาลสัตว์เอง จากราชพฤกษ์ไปแถวแยกเกษตรในคืนฝนตกรถติดมาก ถึงหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าวรถไม่ขยับ จั่นตัดสินใจลงรถ ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปพาหมาก่อน ให้ผจก.ขับรถตามไปเจอที่โรงพยาบาลสัตว์ซึ่งดึกขนาดนั้น จั่นเช็คแล้ว โรงพยาบาลสัตว์ที่ยังเปิดและใกล้สุดคือโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็พาหมาไปที่นั่นค่ะ

อาการเบื้องต้นหนักมาก หมาเด็กอายุ 2-3 เดือนเองค่ะ ระหว่างทางที่มาโรงพยาบาล หมาเหมือนจะช็อก คงเจ็บปวดมาก ตัวเย็น เยือกซีดขาว มือเท้าเย็นเฉียบ จั่นนั่งอุ้มมาก็ปลุกให้เขาตื่นอยู่ตลอด จนถึงโรงพยาบาล หมอบอกหมาเกือบช็อกไปเหมือนกันนะ ถ้าเราไม่พามา คงไม่พ้นคืนนี้ เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว สรุปคือ กระดูกขาหลังซ้ายหัก แตกหลายจุด กระดูกเชิงกรานหัก แยกออกจากกัน กระดูกขาหลังขวาหลุด ออกจากเบ้าสะโพก กระเพาะปัสสาวะเสียหาย ท่อปัสสาวะมีรอยฉีกเกือบขาด ผนังช่องท้องด้านในฉีกขาด จนทำให้ไส้ไหลออกมากองอยู่ช่วงก้น มีการตกเลือดภายในเยอะมาก จนต้องวิ่งหาเลือดกันเดี๋ยวนั้น จั่นก็ลงไอจีประกาศหาเลือด พี่น้องในวงการก็น่ารักมากช่วยจั่นแชร์กันเยอะไม่ว่าจะอาหน่อง-พลากร, พี่ตุ๊กตา กันตนา, พี่อั้ม- พัชราภา, พี่บุ๋ม-ปนัดดา, พี่เก๋-ชลลดา,น้องออม-สุชาร์, น้ำหวาน เดอะเฟส และอีกหลายๆท่านที่เอ่ยไม่หมดค่ะ จั่นขอบคุณมากๆ นะคะ

แต่ด้วยดึกแล้ว แล้วฝนก็ตกตลอด ช่วงวันหยุดยาวด้วย ประกาศยังไงก็ไม่มีคนมาบริจาคเลือด จั่นต้องเข้าไปส่องเฟซบุ๊คคนที่เลี้ยงหมาใหญ่แล้วเข้าไปถามเขาตรงๆ ทำถึงขนาดไปเดินที่เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ที่คนชอบพาหมามาเดิน ไปส่องหาหมาใหญ่แล้วก็เดินเข้าไปถามไปขอเลือดเขาอ่ะค่ะ ช่วงนั้นหาเลือดยากมาก ดักรอคนที่พาหมามาโรงพยาบาลสัตว์ทุกคน จนในที่สุดก็ได้เลือดมาให้หมาที่จั่นตั้งชื่อว่า “โนบิตะ” ตอนก่อนออกจากบ้านกำลังเล่นตุ๊กตา กำลังใส่คอปเตอร์ไม้ไผ่ให้ตุ๊กตาอยู่พอดี เลยนึกถึงชื่อนี้ค่ะ

“โนบิตะ” ที่เป็นหมาจร มีหมัดเห็บสนั่นเลย ก็เลยมีโรคพยาธิเม็ดเลือดด้วย ทำให้เลือดจาง เป็นอุปสรรคในการรักษามากเหมือนกันค่ะ ต้องรักษาควบคู่กันไป คุณหมอและพยาบาลที่นั่นตั้งใจกันมาก เราลุ้นอาการโนบิตะจากโอกาสรอดที่ติดลบ จนถึงวันนี้ จั่นเชื่อว่าเขารอดแล้วนะคะ โนบิตะผ่าตัดไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกผ่าเข้าไปรักษาซ่อมแซมความเสียหายในช่องท้อง ก็พบว่าหนักมาก มีปัสสาวะคาอยู่ในนั้นเยอะมาก มันกัดเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในจนเละ หมอก็เก่งมากค่ะ วางแผนรักษากันเต็มที่ หลังการผ่าตัดครั้งแรกโนบิตะพิการสองขาหลังเป็นอัมพาต อึฉี่เองไม่ได้ ค่าใช้จ่ายมาถึงตอนนี้จั่นจ่ายไปแสนกว่าบาทแล้ว (รพส.ทำราคาพิเศษให้ด้วยค่ะ) และรู้เลยว่าจะรักษาจนหายดีเนี่ย ต้องเตรียมอีกหลักแสน พี่ตุ๊กตา กันตนาน่ารักมาก บอกว่าจะไปขอส่วนลดพี่หมอกิ (เจ้าของ รพส.ทองหล่อ) พอพี่หมอกิท่านทราบเรื่อง พี่หมอก็รับเป็นเจ้าภาพค่ารักษาโนบิตะจนกว่าจะหายดี จั่นไม่รู้จะขอบคุณพี่ตาและพี่หมอกิยังไง กราบขอบพระคุณไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

ต่อมาพบว่ามีการอักเสบจนเกิดเนื้อตายที่เท้าหลังขวา จำเป็นต้องตัดสินใจผ่าตัดอีกครั้ง เพื่อตัดขาหลังขวาทิ้ง ครั้งนี้หมอแจ้งให้ทราบแล้วว่า ถ้าผ่าเข้าไปพบความเสียหายที่มากกว่าที่มองเห็นข้างนอก แล้วจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตหมาหลังเขาฟื้นขึ้นมา หมอมีทางเลือกในเรื่องการให้เขาหลับพักผ่อนไป จั่นรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ จั่นไม่ตัดสินใจ ให้เป็นดุลพินิจของหมอในห้องผ่าตัด แต่จั่นก็ลาโนบิตะไว้ก่อนแล้วทั้งน้ำตา ก่อนที่น้องจะเข้าผ่าตัด วันผ่าตัดจั่นลุ้นตลอดว่าจะได้เห็นโนบิตะอีกมั้ย แล้วคุณหมอก็ไลน์ภาพโนบิตะมาให้แล้วบอกว่า โนบิตะสู้มากกกกกก หมอก็สู้ค่ะ ตอนนี้โนบิตะดีวันดีคืนค่ะ แถมขาหลังอีกข้างที่เป็นอัมพาตไปแล้ว เริ่มกลับมามีความรู้สึกทีละน้อยลุ้นกันต่อไป ตอนแรกจั่นคิดว่ารักษาเขาหายดีแล้วจั่นจะหาบ้านให้เขา เพราะบ้านจั่นภาระเยอะมากแล้ว แมว 11 หมาอีก 2 เก็บมาจากเรื่องราวแบบนี้ทั้งบ้าน แต่ตอนนี้ถ้าโนบิตะหาบ้านไม่ได้ จั่นก็จะรับน้องมาเป็นลูกคนสุดท้องที่บ้านจั่นค่ะ

จั่นขอบคุณเจ้าของหมาทุกท่านที่พาหมามาบริจาคเลือดให้ ขอบคุณน้องหมาเจ้าของเลือดทุกตัว ขอบคุณทุกคนที่ช่วยแชร์ช่วยเป็นกำลังใจ ขอบคุณหนักๆ คือพี่ตุ๊กตา กันตนา และขอกราบขอบพระคุณพี่หมอกิ คุณหมอและพยาบาลที่รพส.ทองหล่อทุกท่าน จั่นรู้ดีว่าจั่นช่วยชีวิตหมาแมวไม่ได้ทุกตัวบนโลก แต่จั่นเชื่อว่าเราเปลี่ยนชีวิตหมาแมวที่เราช่วยได้ ดูอย่างโนบิตะสิคะ ชีวิตเขาเปลี่ยนไปทั้งชีวิต ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ตอนนี้ถ้าเสร็จจากกองละคร “ตุ๊กตาผี” หรือจากงานแต่ละวัน จั่นก็จะรีบพุ่งตรงไปเยี่ยมเจ้าโนบิตะก่อนกลับบ้านทุกวันไปคุยกับเขา เล่นกับเขา อยากให้เขามีกำลังใจและต่อสู้ให้กลับมาแข็งแรงเร็วๆ ค่ะ และจากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้สึกว่ามีกำลังใจในการทำดีขึ้นอีก เพราะทำแล้วมีคนเห็นแล้วมาร่วมมือ ร่วมใจช่วยกันค่ะ”

‘#สิงหาสับ2017’ จัดโปรรับฮัลโลวีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299868

‘#สิงหาสับ2017’  จัดโปรรับฮัลโลวีน

‘#สิงหาสับ2017’ จัดโปรรับฮัลโลวีน

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
“โมโนฟิล์ม” มอบสิทธิพิเศษต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีนไปกับภาพยนตร์สุดสยองเรื่อง “#สิงหาสับ2017” (เลเธอร์เฟซ)เพื่อคอหนังโดยเฉพาะ เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ในราคาปกติ1 ที่นั่ง แถมฟรีทันทีอีก 1 ที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2560- ตลอดโปรแกรมฉาย ณ โรงภาพยนตร์ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ “#สิงหาสับ2017” (เลเธอร์เฟซ) ผลงานอำนวยการสร้างโดยผู้กำกับในตำนาน “โทบี้ ฮูเปอร์” กำกับโดยสองผู้กำกับชาวฝรั่งเศส “อเล็กซองร์ บุสติโย” และ “จูเลียง มูรีย์” เขียนบทโดย เซ็ท เอ็ม. เชอร์วูด กับภาคต้นกำเนิดของนักฆ่าหน้ากากหนังมนุษย์ นำแสดงโดย “สตีเฟน ดอร์ฟ” และ “ลิลี่ เทย์เลอร์” มีกำหนดฉายจริง 19 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘อ๊อฟ-ศุภณัฐ’ สัมผัสวิถีริมน้ำ ชุมชนบ้านแหลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299848

‘อ๊อฟ-ศุภณัฐ’ สัมผัสวิถีริมน้ำ ชุมชนบ้านแหลม

‘อ๊อฟ-ศุภณัฐ’ สัมผัสวิถีริมน้ำ ชุมชนบ้านแหลม

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หนุ่มอารมณ์ดี อ๊อฟ-ศุภณัฐ พาล่องเรือตามรอยเสด็จประพาสต้น รัชกาลที่ 5 ในคอนเซ็ปต์ Royal Excursion กิจกรรม Village Tourism 4.0 ภายใต้โครงการ Village to the World 4.0 ซึ่งจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างสรรค์กิจกรรมและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น ขานรับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความเจริญและยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชนบทให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวภายใต้โครงการพัฒนากลุ่มจังหวัด เพื่อส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่น ผสมผสานกับผลิตภัณฑ์ทางภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ เพื่อก่อให้เกิดการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยง เป็นการสร้างทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยภายในท้องถิ่น สร้างรายได้และ ความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยครั้งนี้ อ๊อฟ-ศุภณัฐ พาไปเยือนกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน ต.บ้านแหลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

อ๊อฟ เผยว่า “ผมอยู่ข้างสุพรรณอยู่จ.ชัยนาท ครับ แต่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าที่ชุมชนบ้านแหลมมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายขนาดนี้ คือกิจกรรม Village Tourism 4.0 มีการสำรวจชุมชนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชุมชนตำบลบ้านแหลมมีความเข้มแข็งดีมาก พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว มาเที่ยวที่นี่ได้รับประโยชน์กลับไปมากมาย เราไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียว แต่เราได้ลงมือทำ มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เรียนรู้วิธีการทำขนมชาววัง และการจักสานผักตบชวา นำมาทำเป็นกระเป๋า หรือข้าวของเครื่องใช้ ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนไปเจออะไรก็หยิบจับมาใช้จนเกิดเป็นประโยชน์ กินได้ ขายได้” นอกจากนี้หนุ่มอ๊อฟยังเผยถึงความประทับใจเมื่อมาที่ชุมชนตำบลบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี อีกด้วยว่า “สิ่งที่ประทับใจคือ สิ่งที่คนกรุง คนเมืองหาดูไม่ได้ อย่างบ้านทรงไทยที่มีหลายแบบมากริม 2 ฝั่งแม่น้ำ อยากเชิญชวนให้มากันเยอะๆ ครับ ซึ่งผลิตภัณฑ์และเส้นทางการท่องเที่ยวของชุมชนทั้งหมดนี้ ทาง ททท. จะนำไปจำหน่ายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 45 ณ อิมแพค เมืองทองธานี
ฮอลล์ 3 และ 4 ในวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2560 นี้ด้วยครับ”

เทิดไว้เหนือเกล้า ‘ปอ-ธีรวัฒน์’ เผยเป็นเกียรติอันสูงสุด ได้ถ่ายทอด 9 บทเพลงพระราชนิพนธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299870

เทิดไว้เหนือเกล้า ‘ปอ-ธีรวัฒน์’ เผยเป็นเกียรติอันสูงสุด  ได้ถ่ายทอด 9 บทเพลงพระราชนิพนธ์

เทิดไว้เหนือเกล้า ‘ปอ-ธีรวัฒน์’ เผยเป็นเกียรติอันสูงสุด ได้ถ่ายทอด 9 บทเพลงพระราชนิพนธ์

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ถือว่าเป็นเกียรติอันสูงสุด ที่ได้ร้องเพลงที่พ่อแต่ง”คำพูดแทนความรู้สึกของ “ปอ-ธีรวัฒน์ อุนจะนำ” นักร้องนำวง “HOMeRUN(โฮมรัน)” ศิลปินในสังกัด Five Four Records (ไฟว์ โฟร์เรคคอร์ด) ที่ได้มีโอกาสเป็นผู้ถ่ายทอดเพลงพระราชนิพนธ์ ในนิทรรศการ“พระผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งหมด 9 บทเพลง ได้แก่ ชะตาชีวิต, ใกล้รุ่ง, ยามเย็น,สายฝน, oh i say, แสงเทียน, อาทิตย์อับแสง, still on my mind F or และ แสงเดือน

“การได้แสดงเพลงพระราชนิพนธ์ในครั้งนี้ ความรู้สึกไม่เหมือนที่เคย ก่อนหน้านี้เราเล่นด้วยความผ่อนคลายและอิ่มใจ แต่ครั้งนี้มันบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนในใจมันหนักๆ จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก เหมือนมีบางอย่างแน่นจุกในอก แต่ก็ต้องคุมความรู้สึกให้ได้ เพื่อให้คนที่ฟังไม่รู้สึกเศร้าผมอยากให้คนที่ได้ฟังเพลงของพ่อหลวงรู้สึกมีกำลังใจ และยิ้มไปกับเพลงที่พ่อแต่ง ผมคิดว่าท่านคงอยากเห็นลูกๆ ของท่านเข้มแข็งและก้าวต่อไปด้วยพลังใจที่ดีมากกว่าที่จะเศร้าหรือหดหู่ ถามว่าผมกดดันไหมก่อนจะถึงวันงานผมค่อนข้างกังวลเพราะกลัวจะถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีพอ ก็เลยฟังและซ้อมเยอะมากๆ ถือว่าเป็นเกียรติอันสูงสุด ที่ได้ร้องเพลงที่พ่อแต่ง เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ นอกจากผมแล้วยังมีโมชิเพื่อนในวง (โมชิ เปียโน วง HOMeRUN) อีกคนหนึ่งที่มาร่วมเล่นเพลงในครั้งนี้ด้วย ซึ่งความรู้สึกของโมชิก็ไม่ได้ต่างกันหลังจากเล่นเสร็จผมได้ไปเดินดูนิทรรศการที่แสดงภาพต่างๆ ของพระองค์ ในขณะที่เดินดูอยู่นั้นก็เกิดความคิดที่ว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้ในทุกทางจริงๆ พระองค์เป็นตัวอย่างของลูกกตัญญู เป็นนักกีฬาเป็นนักประดิษฐ์ เป็นนักดนตรี และที่สำคัญเป็นพ่อที่ลูกทั้งแผ่นดินเทิดไว้เหนือเกล้า”

‘คูลเจอาร์ม’พาคุณพ่อตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299847

‘คูลเจอาร์ม’พาคุณพ่อตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9

‘คูลเจอาร์ม’พาคุณพ่อตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้ “คูลเจอาร์ม-พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์” จากคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ ได้จัดทำสมุดนิทานระบายสี“ทำไมคนไทยรักในหลวงรัชกาลที่ ๙” ขึ้นพอมาถึงปีนี้หนุ่ม อาร์ม ได้พา คุณพ่อ ตามรอยเสด็จพระราชดำเนิน ณ เมืองโลซานน์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

คูลเจอาร์ม เผยว่า “เป็นความตั้งใจของผมกับคุณพ่อที่จะเดินทางตามรอยเสด็จฯของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะคุณพ่ออยากมาที่นี่มาก ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระองค์ได้ทรงมาประทับเพื่อทรงศึกษาเล่าเรียนเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งผมและคุณพ่อได้แวะไปที่ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ(Thai Pavilion) ณ สวนสาธารณะเดอน็องตูเป็นสร้างเพื่อฉลองวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 60 พรรษา โดยบริเวณรอบๆ จะเห็นว่ามีคนนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มาตั้งไว้เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะ ซึ่งผมก็ได้นำหนังสือนิทานที่ผมทำขึ้นไปวางไว้ตรงนั้นด้วยเช่นกัน…เพียงไม่กี่วันที่ได้มีโอกาสตามรอยเสด็จของพระองค์ด้วยตัวเอง แต่ก็ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างมาก สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการตามรอยเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆแล้ว เมืองโลซานน์ ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่าย และพอเพียงของราชสกุลมหิดลอีกด้วยครับ”

‘ยุ้ย-จีรนันท์’ ชวนส่งท้ายละครฟอร์มใหญ่ ‘ฟ้าใหม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/299871

‘ยุ้ย-จีรนันท์’ ชวนส่งท้ายละครฟอร์มใหญ่ ‘ฟ้าใหม่’

‘ยุ้ย-จีรนันท์’ ชวนส่งท้ายละครฟอร์มใหญ่ ‘ฟ้าใหม่’

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เรื่องราวกำลังดำเนินอย่างเข้มข้นสำหรับ “ฟ้าใหม่” ที่สุดละครของฟอร์มใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เข้าสู่กรุงธนบุรี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยมี “ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม”เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ฝากฝีมือในบท “การะบุหนิง” นับเป็นโอกาสที่แฟนละครจะมีโอกาสสัมผัสกับการทำงานอันยิ่งใหญ่นี้อีกครั้ง เนื่องในโอกาสช่วงเวลาเฉพาะกิจเดือนตุลาคม 2560 มาออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ เวลา 20.05 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 สี และ ช่อง 35 HDโดยยุ้ยเผยว่า

“รับบทเป็น “การะบุหนิง” ลูกสาวของเจ้าเมืองตานีที่ถูกยกให้กับ “แสน” นายทหารมหาดเล็ก (ป๋อ-ณัฐวุฒิ)บทบาทไม่ค่อยโลดโผนนัก แต่ประทับใจได้มีโอกาสใช้ภาษาพูดในรูปแบบที่แตกต่างไปจากชีวิตจริง ภาษาสวยๆ สำเนียงไพเราะ แต่งตัวด้วยเครื่องทรงที่สวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าของบันทึกการทำงาน แม้จะได้ร่วมงานเพียงไม่กี่ตอน แต่ภูมิใจที่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในละคร ถือเป็นผลงานที่อยู่ในความทรงจำอีกหนึ่งเรื่อง ด้วยเนื้อหาที่ทำให้คนไทยได้เห็นภาพของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ปลุกกระแสความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทุกคน เคยออกอากาศให้ชมเป็นครั้งแรกเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ก็สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมมาแล้ว ในครั้งนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ชมกันอีกครั้ง หากคิดถึงบทบาทของพวกเราและเรื่องราวต่างๆ ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร คุณใหญ่คุณคนกลาง และคุณคนเล็ก รวมถึงแสนจะดำเนินชีวิตไปอย่างไร รอติดตามชมพร้อมกันนะคะ”