มุมนี้มีนัด : 6 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290006

587585

มุมนี้มีนัด : 6 กันยายน 2560

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

l งานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จะเสด็จเปิดงาน “Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 60”ในวันพุธที่ 6 กันยายน 2560 เวลา11.30 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมเปิดนิทรรศการแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบเครื่องประดับ ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยมี อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อม นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ รับเสด็จ ภายในงาน รวบรวมผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายชั้นนำจากทั่วไทย-ทั่วโลกร่วมจัดแสดงกว่า 900 บริษัทรวมกว่า 2,200 คูหา ครอบคลุมทุกประเภทสินค้า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโซนจัดแสดงอัญมณีและเครื่องประดับผลงานดีไซเนอร์หน้าใหม่ ใน Thai Jewelry Brands โซนจัดแสดงเครื่องประดับจากSMEs แถวหน้า หรือ The New Faces และโซนจัดแสดงเครื่องประดับเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือ The Niche Showcaseกิจกรรมสัมมนา บริการตรวจสอบอัญมณีโดยสถาบัน GIT

l เทศกาลอินทผลัมสด

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท จัดงาน “เทศกาลอินทผลัมสด จากจังหวัดเชียงใหม่” ร่วมกับดร.ศักดิ์ ลำจวน หรือสวนโกหลัก คัดสรรอินทผลัมสดจาก อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ดินแดนที่ได้ชื่อว่าปลูกอินทผลัมได้เป็นแห่งแรกในประเทศ อินทผลัมไทยพันธุ์นี้ ให้ผลผลิตในระยะเวลาเพียง 3 ปี ให้ผลดก รสชาติหวานมัน เนื้อเยอะ เมล็ดเล็ก รับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลสุกจัดมักนิยมนำไปตากแห้ง ทำให้สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลาหลายปี โดยอินทผลัมมีคุณประโยชน์ช่วยให้อาหารย่อยง่ายขึ้น, ลดอาการท้องผูก, ป้องกันมะเร็งช่องท้อง, มะเร็งลำไส้ สำหรับเทศกาลดังกล่าวจะจัดตลอดเดือนกันยายนนี้ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ทเดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม,ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์

l เพชรลวดลายเฮลโลคิตตี้

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ผู้ได้รับลิขสิทธิ์จากซานริโอ ในการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับเพชรลวดลายเฮลโล คิตตี้ (Hello Kitty) เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยเลย เอาใจเหล่าแฟนคลับของเจ้าตัวการ์ตูนหน้าเหมียว เปิดตัวเครื่องประดับเพชรคอลเลคชั่นล่าสุด “Hello Kitty & Dear Daniel”  (เฮลโล คิตตี้ &เดียร์ แดเนียล) ลิมิเต็ด อิดิชั่น นำเรื่องราวความรักของเจ้าตัวการ์ตูนน่ารัก มาถ่ายทอดลงบนทองคำชมพูแท้ ประดับด้วยเพชรคุณภาพน้ำ 99 E-Color ที่เปล่งประกายงดงามสีขาวใส โดยมีให้เลือก 3 ซีรี่ส์ ได้แก่ First Love Collection รักแรกพบ, First Trip Collection การท่องเที่ยวทริปแรก และForever Love Collection ความรักอันเป็นรักนิรันดร์ ในราคาเริ่มต้นที่ 9,900-139,900 บาท ที่เคาน์เตอร์ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

ผลงานภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานราชธานีแห่งศิลปะ ครั้งแรกในอีสานใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290084

ผลงานภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9  ในงานราชธานีแห่งศิลปะ ครั้งแรกในอีสานใต้

ผลงานภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในงานราชธานีแห่งศิลปะ ครั้งแรกในอีสานใต้

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ร่วมกับ มูลนิธิอีสานอารยะ และสมาคมศิลปินอีสาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านงานศิลปะ รวบรวมผลงานศิลปะจากศิลปินชาวอีสานกว่า 200 ท่าน รวมผลงานกว่า 300 ชิ้น ครั้งแรกในอีสานใต้ ภายใต้ชื่องาน “ราชธานีแห่งศิลปะ” ระหว่างวันที่ 12-18 กันยายน 2560 บริเวณ ลานอะควาเรียม ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

ภายในงานพบกับการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานศิลปะทั้งภาพจิตรกรรมและประติมากรรม ที่ถูกออกแบบโดยศิลปินชาวอีสานมากมาย อาทิ อาจารย์ทวี รัชนีกร (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์), ศักชัย อุทธิโท (ศิลปินยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน) และสุดยอดไฮไลท์ภาพที่โลกตามหา ผลงานของศิลปินชาวฝรั่งเศส ฌ็อง-บาติสต์-ซีเมอง ชาร์แด็ง (Jean-Baptiste-Sime’on Chardin) ผู้เชี่ยวชาญทางการเขียนภาพนิ่ง มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท, ภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วาดโดยสีอะคริลิกใหญ่ที่สุดในโลกสูงกว่า 15 เมตรขนาดสูงเท่าตึก 3 ชั้นวาดลงผืนผ้าใบขนาด 12×15 m. ผลงานโดย อ.ทวี เกษางาม และศิลปินบ้านหัวหิน, ภาพสีน้ำมันรูปบึงบัวที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 4 เมตร โดยทวี เกษางาม จากบ้านศิลปินหัวหิน, ผลงานจากกลุ่มลายดินกลุ่มศิลปินที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุบลราชธานี โดยจะนำผลงานมาแสดงกว่า 300 ผลงาน

สำหรับพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก สุวัจน์ ลิปตพัลลภอดีตรองนายกรัฐมนตรี, สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, พิพัฒน์ ตันติศรีเจริญกุลผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี, ธนพรพูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี, สมชาติ พงคพนาไกร ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี และ อำนวย วรพงศธรประธานมูลนิธิอีสานอารยะ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมประมูลผลงานศิลปะเพื่อการกุศล โดยรายได้จากการประมูลมอบให้มูลนิธิอีสานอารยะ เพื่อสนับสนุน กิจกรรมและสร้างศิลปวัฒนธรรมชาวอีสานในวันพุธที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 17.00-19.30 น.บริเวณลานอะควาเรียม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ตะลอนเที่ยวเส้นทางสายบุญ อัตลักษณ์แห่งเมืองล้านนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290056

แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ตะลอนเที่ยวเส้นทางสายบุญ อัตลักษณ์แห่งเมืองล้านนา

แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ตะลอนเที่ยวเส้นทางสายบุญ อัตลักษณ์แห่งเมืองล้านนา

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.48 น.

5 ก.ย.60 หากจะกล่าวถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ถือเป็นอีกพื้นทื่หนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีความหลากทางด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และยังมีความหลากหลายทางด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรมที่มีหลากหลายมากกว่า 30 ชาติพันธุ์ แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของความล้านนาไว้อย่างเหนียวแน่น จึงทำให้มีวัดวาอารามและโบราณสถานตลอดจนผลงานด้านศิลปผุดขึ้นมากมาย

 

ด้วยจุดเด่นเหล่านี้ทำให้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด(ทกจ.)เชียงราย จึงได้จัดให้มีการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวของ 4 จังหวัดขึ้นภายใต้ชื่อ FAM trip เปิดประตูสู่ล้านนาตะวันออก เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน โดยมีการเชิญตัวแทนจากภาคส่วนราชการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษาและสื่อมวลชนจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ตะลอนทัวร์ตามเส้นทางท่องเที่ยว ภายใต้ทริป Agent Media Fam Tiaip ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

โดยจังหวัดแรกที่มีการเยี่ยมชมคือ จ.แพร่ สิ่งที่น่าสนใจอยู่ในพื้นที่ อ.ลอง มีพิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ ที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมกับยุโรป ชมผ้าซิ่นตีนจกเมืองลอง เป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามและมีชื่อเสียงประจำ จ.แพร่  สถานีรถไฟบ้านปิน ที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมบาวาเรียนแท้ๆ  ในตัวเมืองยังมีคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่หรือจวนผู้ว่าราชการแพร่ ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชม คุ้มหลวงวงศ์บุรีหรือบ้านวงศ์บุรี อายุกว่า 100 ปี

จ.น่าน นอกจากจะสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวน่านด้วยการนั่งรถรางชมเมือง ชมดอยสวนยาหลวง ซึ่งเป็นสวนกาแฟบนทิวเขาที่สวยงาม ที่นี่ยังโดดเด่นด้านโบราณสถานและขึ้นชื่อในด้านศิลปะอีกด้วย โดยสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวคือวัดพระธาตุช้างคำวรวิหาร  ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงษ์  กลางใจเมือง จ.น่าน หรือเรียกว่าวัดหลวง หรือวัดหลวงกลางเวียง  สร้างขึ้นสมัยปู่แข็ง พ.ศ.949  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัย สร้างสมัยสุโขทันตอนปลาย เป็นพระประธานขนาดใหญ่ศิลปะเชียงแสน ตึวพระวิหารหลวงสร้างตามสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ มีองคืพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำอยู่ด้านหลัง และมีพระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยให้กราบไหว้สักการะบูชาด้วย

ไม่ไกลกันมากนักมีเสาหลักเมืองน่าน ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน ตั้งอยู่บริเวณวัดมิ่งเมือง เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2333 เดิมเสาหลักเมืองสร้างขึ้นด้วยไม้ แต่เกิดน้ำท่วมเมืองและฝังอยู่ใต้ดินหลายร้อยปี ทำให้พุกร่อน ปัจจุบันจึงมีการสร้างเสาหลักเมืองจำลองแบบอิฐปูนขึ้นมาทดแทนและมีการสร้างศาลหลักเมืองน่านขึ้นมาครอบไว้  ออกนอกตัวเมืองอีกหน่อยในพื้นที่ ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จะมีวัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 250 เมตร  หน้าวัดมีบันได 303 ขั้น มีองค์พระธาตุขนาดใหญ่สร้างโดยพระมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน ด้วยความที่เป็นวัดเก่าแก่  ด้านมีพระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน พระพุทธรูปปางลีลาตั้งตระหง่าน เป็นจุดชมวิวทัศนีทัศน์ของตัวเมืองน่านอย่างชัดเจนทำให้ปี พ.ศ.2523 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด

อีกจุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยว จ.น่าน คือหอศิลป์ริมน่าน  ตั้งอยู่บ้านห้วยยื่น ม.2 ต.บ่อ อ.เมืองน่าน ซึ่งเป็นสถานที่แสดงศิลปะของศิลปินชาวเมืองน่านและจากทั่วประเทศ บนเนื้อที่ 13 ไร่ ที่ทาง อ.วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวเมืองน่านใช้เวลาก่อตั้งมา 13 ปี  ปัจจุบันมีหอแสดงขนาดใหญ่ภายในมีการจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย ที่รวมเอาศิลปะจากทั่วประเทศมาจัดแสดง โดยมีภาพจากฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพสยามบรมราชกุามารีฯ ที่เคยเสด็จพื้นที่ 3 ครั้งมาจัดแสดงด้วย ด้านนอกมีการจัดแสดงศิลปะของ อ.วินัย และมีอาคารแสดงปฎิมากรรมไม้และเฮือนหนานบัวผัน  ซึ่งเป็นสถานที่เชิดชูเกียรติหนานบัวผัน ศิลปินผู้เขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดหนองบัวและวัดภูมินทร์ให้ชมด้วย

ที่ จ.พะเยา นอกจากจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวชุมชนชาวไทยลื้อ โดยเฉพาะที่ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ อ.เชียงคำ  ที่ยังมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว มีสถาปัจบ้านเรือนแบบดั้งเดิม ชมวัดแสงเมืองมา ที่สร้างโดยชาวเมืองมาง มณฑลยูนนานครั้งถูกเจ้าเมืองน่านต้อนมาในอดีตแล้ว ในตัวเมืองพะเยา ยังมีกว๊านพะเยา เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งวงกลม ที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวยามเย็น ให้อาหารปลาและออกกำลังกาย

 

นอกจากนี้ภายในกว๊านพะเยายังเป็นที่ตั้งของวัดติโลกอาราม ซึ่งปรากฎอยุ่ในศิลาจารึกเรียกว่าบวกสี่แจ่ง เป็นจัดวที่พระเจ้าติโลกราชแห่งราชอาณาจักรล้านนาโปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2019-2029 เวลากว่า 500 ปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นวัดร้าง กระทั่ง พ.ศ.2482 กรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำในกว๊านพะเยา เพื่อกักเก็บน้ำทำให้โบราณสถานทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ จนเมื่องปี 2550 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีการศึกษาประวัติศาสตร์พื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและใช้เป็นสถานที่ทางศาสนา ทุกวันสำคัญศาสนาจึงมีการจัดเวียนเทียนทางน้ำขึ้นเป็นแห่งเดียว ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญนั่งเรือไปชม กราบไหว้ อย่างไม่ขาดสาย

วัดห้วยผาเกี๋ยง ตั้งอยู่ที่ ม.12 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา ก็เป็นอีกจุดที่กำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาเต็มไปด้วยเขาหินและหน้าผาหิน อีกทั้งเป็นแนวเขตเดียวกันกับเมืองโบราณเก่าที่เรียกว่าเมืองผายาวหรือพะเยาในปัจจุบัน ทางวัดจึงได้จัดตั้งให้เป็นอุทยานพุทธศิลป์ขึ้น  โดยมีพระสงฆ์รุปหนึ่งได้มีการเกะสลักพระพุทธรุปบางต่างๆ อาทิพระศรีนวมินทราทิตย์  พระพุทธรูปปางลีลา พระในอริยาบถนั่งและยืน เศรียรพระพุทธรูปกระจายไปก้อนหินต่างไม่ต่ำกว่า 30 ชิ้น ทำให้ทุกวันนี้เป้นที่สนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเยี่ยมชมตลอดปี

ในพื้นที่ จ.เชียงราย มีวัดที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมมาท่องเที่ยวกันอย่างมากคือวัดร่องเสือเต้น ตั้งอยู่ในชุมชนร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง จุดเด่นของวัดอยู่พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์  เป็นสีฟ้าสลับสีทองตกแต่งด้วยลวดลายและจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงามจากฝีมืองของนายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงรายเอง

ในเส้นทางเดียวกันยังมีวัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมือง มีพระอาจารย์พบโชค ติสสวังโส เป็นเจ้าอาวาส จุดเด่นของวัดอยู่ที่” พบโชคธรรมเจดีย์”   ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น ศิลปะจีนผสมล้านนา  ล้อมรอบด้วยเจดีย์ เล็กๆ 12 ราศี โดยชั้นแรกมีองค์เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรที่มีขนาดใหญ่ แกะสลักด้วยไม้จันทร์หอมที่นำมาจาก ประเทศจีน อินเดีย พม่า ชั้น 2 เจ้าแม่กวนอิมปางประทับยืน ชั้น 3 เจ้าแม่กวนอิมปางประทับนั่ง ชั้น 4 หลวงพ่อพระพุทธโสธรจำลอง ชั้น 5 เจ้าแม่กวนอิมปางพันมือชั้น 6 หลวงปู่โต พรหมรังสี และหลวงปู่ทวด ชั้น 7 พระพุทธรูปปางนาคปรก ถือว่าเป็นชั้นสวรรค์ดาวดึงห์ ปกป้องคุ้มครองปฐพี ชั้น 8 พระสังกัจจายน์หรือพระศรีอริยเมตไตรย เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ เทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ประทานทรัพย์ ประทานพร ชั้น 9 พระอิศวร ด้านนอกยังมีองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ที่มีขนาด ความสูงถึง  69 เมตร 23 ชั้น ขึ้นด้วยลิฟท์ ชั้น 22-23 มองเห็นภูมิทัศน์ของตัวเชียงรายได้อย่างชัดเจน

ปิดทริปเส้นทางท่องเที่ยวที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่กำลังมาแรงของ จ.เชียงรายที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมากนัก ที่ทางพระมหาวุฒิชัย  วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) พระนักคิด นักเขียน นักเทศน์และพัฒนาสังคมชื่อดังของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งอยู่ที่ 217 หมู่ที่ 25 บ้านใหม่สันป่าเหียง ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย ภายในบริเวณบ้านเต็มไปด้วยธรรมชาติ บรรยากาศร่มเย็นสบาย บนเนื้อที่กว่า 170  ไร่ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยสัก ภายในมีอุโมงค์กล้วยไม้มงคล เสาตุงล้านนา หุ่นปั้นเณรน้อยปิดหุ ปิดตา ปิดปากและเปิดใจ หอศิลป์ ว.วชิรเมธี ซุ้มโคมล้านนา  อาคารวิปัสสนาหรือธรรมสภา วิหารดินและมหาวิทยาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นพุทธเกษตร เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มผู้สนใจ

นายเธียรแสง ขันตี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.นครสวรรค์  ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะสำรวจเส้นทางเปิดเผยว่า ทั้ง 4 จังหวัดนอกจากจะมีวัด โบราณสถานที่สำคัญให้ชมมากมาย ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและน่าเที่ยวกระจายอยู่ตามอำเภอรอบนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.เชียงราย ที่เน้นในเรื่องของโครงการท่องเที่ยวอาหารปลอดภัย ที่สามารถเป็นโมเดลในการนำไปประยุกต์ใช้ในการท่องเที่ยวภาคอื่นๆได้ โดยวัดต่างๆก็มีความเป็นล้านนา แตกต่างจากภาคกลางแต่สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ทั้งทางบกและทางเครื่องบิน ดดยเแพาะการเปิดท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่วิถีชีวิตที่ปัจจุบันหาได้ยาก ที่ผ่านมาจะมีการท่องเที่ยวเแพาะจุดมีเป้าหมายไม่กี่แห่งและเที่ยวทีละจังหวัด หากมีการรวมทริปการท่องเที่ยวเป็นเครือข่ายลักาณะนี้เชื่อว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้เกิดความหลากผลายและจะเป็นการท่องเที่ยวที่แข้มแข็งในอนาคต

‘ปันกัน Share-rity Room’สังคมแห่งการแบ่งปัน จับมือ‘ปันกัน’มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

‘ปันกัน Share-rity Room’สังคมแห่งการแบ่งปัน   จับมือ‘ปันกัน’มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส

‘ปันกัน Share-rity Room’สังคมแห่งการแบ่งปัน จับมือ‘ปันกัน’มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง

สยามดิสคัฟเวอรี่  ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม สนามประลองพลังความคิดสร้างสรรค์ ร่วมกับ มูลนิธิยุวพัฒน์,บริษัท คลับ 21 (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท มาสเตอร์พีซ ออร์กาไนเซอร์ จำกัด จัดโครงการ “ร่วมด้วย ช่วยปัน” เปิดพื้นที่ร้าน “ปันกัน Share-rity Room” (ปันกัน แชร์ ริตี้ รูม) ชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส เพื่อร่วมระดมสิ่งของแบ่งปันเพื่อนำไปจำหน่าย โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนมูลนิธิยุวพัฒน์ ตามแนวทางสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างยั่งยืน ณ ร้าน “ปันกัน Share-rity Room” ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม

อุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า จากนโยบายของสยามดิสคัฟเวอรี่ฯ สนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ ให้ความสำคัญในการเปิดพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ให้เกิดการทดลองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มาโดยตลอด รวมทั้งการปลูกจิตสำนึกสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการ “ร่วมด้วย ช่วยปัน” เปิดโอกาสให้ลูกค้าทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน ส่งต่อสิ่งของสภาพดีที่ไม่ได้ใช้แล้ว เสื้อผ้า,กระเป๋า,รองเท้า และเครื่องประดับ มาแบ่งปัน เพื่อนำไปจำหน่ายเปลี่ยนรายได้เป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดโอกาส และถือเป็นการนำสิ่งของเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ภายใต้เทรนด์ Recycle, Reuse, Reduce แล้วยังเป็นการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย


ฐาปนีย์ สินาดโยธารักษ์ กก.ผจก.ร้านปันกัน เชิญชวนทุกคนมาแบ่งปัน

ฐาปนีย์ สินาดโยธารักษ์ กรรมการผู้จัดการร้านปันกัน กล่าวว่า “ปันกัน” คือ กลไกในการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในสังคมไทย ในรูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เปิดรับปันสิ่งของสภาพดีที่ ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อนำมาเป็นสินค้าแบ่งปันจำหน่ายในราคาย่อมเยา เปลี่ยนข้าวของให้กลายเป็นโอกาส สร้างประโยชน์และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแก่สังคมในด้านต่างๆ ร้าน “ปันกัน Share-rity Room” อยู่ที่ ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดในรูปแบบสร้างการมีส่วนร่วมจากกลุ่มคน ทั้งคนมาปันสิ่งของและคนที่มาปันเงิน ซึ่งถือว่าทุกคนได้ร่วมกันให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนภายใต้การดูแลของมูลนิธิยุวพัฒน์ ตั้งเป้ามอบทุนการศึกษาให้แก่เด็ก จำนวน 21 ทุนจากโครงการนี้ปันกัน คือจุดรวม “แหล่งน้ำใจ”, จุดรับ “การแบ่งปัน” สิ่งมีค่า,จุดเปลี่ยน “น้ำใจ” ให้กลายเป็นโอกาส และจุดสร้าง “สังคมแห่งการแบ่งปัน” การที่ทุกคนช่วยกันแบ่งปันสิ่งของในสภาพดีไปบริจาคหรือไปเลือกซื้อสินค้า ก็เป็นการช่วยกันแบ่งปันได้อีกทาง เพราะไม่ว่าจะเป็นคนให้ หรือคนซื้อ สุดท้ายทุกคนก็คือผู้มอบโอกาสให้คนที่ขาดแคลน

ในวันเปิดโครงการ มีเซเลบริตี้ใจบุญร่วมประเดิมนำของมาแบ่งปัน ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล กล่าวว่า เพื่อให้ทุกคนนำของที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่ยังอยู่ในสภาพดีมาแบ่งปันให้แก่น้องๆ ที่ขาดโอกาส จึงได้นำเสื้อแจ๊กเกตยีนส์ตัวโปรดที่ในปัจจุบันไม่ได้ใส่แล้ว แต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น แจ๊กเกตตัวนี้มีดีไซน์ที่สวยเท่และเก๋ไม่ซ้ำใคร อยากชวนผู้สนใจที่ชอบใส่เสื้อแจ๊กเกตยีนส์มาร่วมอุดหนุนเพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ, เกล็ดดาว พานิชสมัยกล่าวว่า เพราะการศึกษาคือรากฐานของชีวิต มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อเยาวชนไทย ตนเองนำแว่นกันแดดและเครื่องประดับซึ่งมีสะสมไว้จำนวนมาก ซึ่งร้านปันกันฯ จะนำไปจำหน่ายแล้วแปรเปลี่ยนเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ขาดโอกาสภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีโอกาสที่ได้ศึกษาเล่าเรียนเติบโตขึ้นอย่างมีคุณธรรมและมีจิตสำนึกที่ดี เมื่อจบการศึกษาจะได้นำความรู้ความสามารถมาตอบแทนคืนสู่สังคม ถ้าทุกคนมาร่วมกันแบ่งปันก็จะเสมือนว่าเราได้ร่วมกันสร้างสังคมอย่างยั่งยืน


สองสาวเซเลบริตี้ เกล็ดดาว พานิชสมัย แบ่งปันแอคเซสซอรี่เก๋ๆ และ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล แบ่งปันเสื้อยีนส์ตัวโปรด

นอกจากนี้ ภายใน ร้าน “ปันกัน Share-rity Room” ใจกลางสยามนี้ ยังได้รับเกียรติจากเหล่า เซเลบริตี้ ดาราชื่อดัง มาร่วมปันน้ำใจมอบสิ่งของเพื่อระดมทุนการศึกษา อาทิ ชญาภา จูตระกูล,กุณฑิณี ไกรฤกษ์,ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์,ศุทธิภา บุณยัษฐิติ,ตูน บอดี้สแลม,ณเดชน์ คูกิมิยะ,ญาญ่า-อุรัสยา,เจมส์-จิรายุ,เจมส์ มาร์,ใหม่-ดาวิกา,เป๊ก-ผลิตโชค,ชารีล ชัปปุยส์ และอีกมากมาย ผู้สนใจสามารถร่วมปันสิ่งของได้ ตั้งแต่วันนี้-15 พฤศจิกายน 2560 และร่วมอุดหนุนสินค้าจากร้านปันกันได้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน-15 พฤศจิกายน 2560 ณ ร้าน “ปันกัน Share-rity Room” ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียมสอบถามเพิ่มเติมโทร.02-6581000 ต่อ 3400


กุณฑิณี ไกรฤกษ์ และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ร่วมแบ่งปันของรักคู่ใจให้ปันกัน


ชญาภา จูตระกูล ร่วมแบ่งปัน กระเป๋าสุดรักให้แก่โครงการฯ


สามสาวเซเลบริตี้รุ่นใหม่ ร่วมกันแบ่งปันเสื้อผ้าแก่ ปันกัน Share-rity Room


กระเป๋าถุงผ้าสุดเก๋ ดีไซน์จาก P7 จำหน่ายเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้เด็กในมูลนิธิยุวพัฒน์


ม้าหมุน จากเป๊ก-ผลิตโชคแบ่งปันให้น้องๆ


กระเป๋าสุดชิค จากป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช


แว่นตากันแดดสุดชิคจากเหล่าดาราเซเลบริตี้ที่มาร่วมปันกัน


บรรยากาศในห้องปันกัน Share-rity Room

โรคผิวหนังที่มากับน้ำท่วม อาจไม่ถึงตายแต่เสียคุณภาพชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289798

โรคผิวหนังที่มากับน้ำท่วม  อาจไม่ถึงตายแต่เสียคุณภาพชีวิต

โรคผิวหนังที่มากับน้ำท่วม อาจไม่ถึงตายแต่เสียคุณภาพชีวิต

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในแต่ละปีเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ประเทศไทยมักจะประสบกับปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมอยู่เสมอ แทบจะทั่วทุกภาคของประเทศ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงปัญหาของโรคผิวหนังที่มากับน้ำท่วมและน้ำท่วมขังตามที่ต่างๆ ทำให้เกิดโรคผิวหนังชนิดต่างๆ รวมถึงเรื่องของแมลงและสัตว์มีพิษต่างๆ เกิดขึ้นตามมามากมาย

ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคมสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคน้ำกัดเท้า ถือเป็นอันดับ 1 ของโรคที่มากับน้ำท่วม เรียกเดิมๆ ว่า ฮ่องกงฟุต น้ำกัดเท้า คือ การติดเชื้อรา ในกลุ่มเดียวกันกับโรคขี้กลาก (Tinea) ซึ่งได้แก่ เชื้อราในสายพันธุ์ Dermatophytes ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ย่อย เชื้อราชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้น เปียกน้ำ เปียกเหงื่อ เช่น บนพื้นที่เปียกชื้น จากการลุยน้ำท่วมขังรองเท้า พื้นห้องอาบน้ำหรือใส่รองเท้าที่มีเชื้อราอยู่ เชื้อราจึงเข้าสู่ผิวหนังและก่อให้เกิดโรคน้ำกัดเท้าได้


ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์

“อาการในระยะแรกๆ เชื้อราจะยังไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อผิวหนังเกิดการระคายเคือง ซึ่งสังเกตง่ายๆ ผิวหนังจะแห้งๆ ย่นๆ เริ่มมีอาการคัน มีสีแดง บางครั้งเริ่มมีตุ่มน้ำบริเวณตรงซอกนิ้วเท้า หรือตรงซอกเท้า เป็นสีขาวๆ และเริ่มเป็นแผล ผิวหนังจะแห้ง ตกสะเก็ด แตกเป็นร่อง แผลสด บวม เจ็บและคัน บางครั้งอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้ อาการที่เพิ่มขึ้นจะอักเสบบวมแดง ร้อน หรือเป็นหนอง ซึ่งจะส่งผลให้โรครุนแรงขึ้นตามลำดับ”

การรักษาโรคน้ำกัดเท้า จะต้องหมั่นทำความสะอาดเท้า ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและใช้แป้งโรยที่เท้าได้ เพื่อไม่ให้อับชื้น หรือถ้าต้องย่ำน้ำควรทาโลชั่น วาสลีน ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคือง และล้างเท้าด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งทุกครั้ง แต่เมื่อเป็นโรคน้ำกัดเท้าแล้ว จะต้องรักษาด้วยยารักษาเชื้อราเฉพาะที่ อาจจะเป็นยาทา ประเภทครีม เจล ขี้ผึ้ง หรือสเปรย์ ซึ่งโรคน้ำกัดเท้าเป็นโรคไม่รุนแรง รักษาให้หายขาดหรืออาจจะต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อราร่วมด้วย แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่อันตราย แต่หากไม่รักษาอาการอาจเกิดอาการเรื้อรังเป็นเดือนหรือหลายเดือนได้ ที่สำคัญอย่าทายาแก้แพ้ ที่มีสเตอรอยด์เพราะ จะทำให้ลุกลามขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ โรคที่มาพร้อมกับน้ำหรือหน้าฝน ยังมีโรคติดเชื้อราที่ขาหนีบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าสังคัง มักเกิดจากการเป็นเชื้อราที่เท้า แล้วเวลาสวมกางเกงในจะนำเชื้อราที่เท้าไปสัมผัสขาหนีบ มักมีอาการคันมาก โรคนี้เป็นได้ทั้งเพศชายและหญิงอากาศร้อนชื้น จึงทำให้บริเวณใต้ร่มผ้าอย่างบริเวณขาหนีบเกิดความอับชื้นได้ง่าย จนกลายเป็นผดผื่นแดง และมีอาการคันตามมา ทั้งนี้หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา เชื้อราก็อาจจะลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ก็เป็นได้ ซึ่งลักษณะอาการของหลายๆ คนที่เป็นมักจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องเกาอยู่ตลอดเวลา และยิ่งเกามากๆ ผิวหนังก็จะยิ่งถลอก กลายเป็นว่าปวดแสบปวดร้อนไปซะอีก นอกจากจะทรมานแล้ว ยังทำให้เสียบุคลิกอีกด้วย

โรคเท้าเหม็น (Pitted Keratolysis) จะมีลักษณะผิวหนังเป็นรูๆ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะพบบ่อยในช่วงน้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ชอบใส่ถุงเท้าอับนานๆ มีเหงื่อออกมาก มักจะเป็นโรคนี้ บางครั้งมักจะเกิดขึ้นกับคนที่ชอบเดินเท้าเปล่าย่ำน้ำ เมื่อเท้าเปียกจนชื้นจากเหงื่อหรือน้ำที่เจิ่งนอง จะทำให้ผิวหนังยุ่ยและติดเชื้อแบคทีเรีย แล้วก็โชยกลิ่นเหม็นออกมา ลักษณะของอาการที่พบบ่อยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก เห็นเป็นรูพรุนเล็กๆ ที่เท้า บางครั้งเห็นเป็นแอ่งเว้าแหว่งตื้นๆ ที่ฝ่าเท้า มีน้ำเหลืองซึม และเท้ามีกลิ่นเหม็นมาก เวลาถอดถุงเท้า นอกจากได้กลิ่นเหม็นแล้ว ยังรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้าแบคทีเรียบางตัว เช่น Aeromonas hydrophila อาจทำให้เกิดการอักเสบลุกลามทั้งเท้าและขาจนถึงขั้นเสียชีวิต

โรคฉี่หนู ไข้ฉี่หนูหรือโรคเล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เป็นอีกโรคหนึ่งที่น่ากลัว เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต เชื้อชนิดนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และเป็นโรครับจากสัตว์ชนิดหนึ่ง สามารถติดโรคได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น สุนัข หนู โค กระบือ สุกร แพะ แกะ สัตว์เลี้ยงในบ้าน เป็นต้น แต่พบมากในหนู ซึ่งเป็นแหล่งรังโรค ส่วนมากสัตว์ที่ไวต่อการรับเชื้อมักจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีอายุน้อย หรือลูกสัตว์ที่ไม่เคยได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่มาก่อน มักจะพบการระบาดในช่วงฤดูฝนต่อจนถึงในฤดูหนาว และในพื้นที่ที่ มีน้ำท่วมขัง เชื้อแบคทีเรียจะผ่านเข้าไปทางแผลหรือคนที่มีบาดแผล แล้วไปเดินลุยน้ำ อาการจะมีไข้หรือปวดเมื่อยตามตัวค่อนข้างมาก ซึ่งเมื่อเกิดอาการดังกล่าวให้รีบไปหาแพทย์โดยทันที ส่วนวิธีการป้องกันโรคฉี่หนู ง่ายๆ คือการใส่รองเท้าบู๊ต หรือหุ้มเท้าด้วยถุงพลาสติก พบบ่อยในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพราะช่วงนี้พื้นดินแฉะ มีน้ำขัง เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตและสะสมของเชื้อในธรรมชาติ

บางครั้งการหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง หรือชื้นแฉะอาจทำได้ยาก การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การรักษาความสะอาดร่างกายทันทีที่กลับถึงบ้าน และหากมีอาการที่บ่งชี้ว่าจะเป็นโรคต่างๆ ที่กล่าวมา ควรพบแพทย์ด่วนที่สุด หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dst.or.th

แสนแซ่บ ปรับร้านใหม่ ชูเมนูเด็ดปลาร้า 5 ลุ่มน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289801

แสนแซ่บ ปรับร้านใหม่ ชูเมนูเด็ดปลาร้า 5 ลุ่มน้ำ

แสนแซ่บ ปรับร้านใหม่ ชูเมนูเด็ดปลาร้า 5 ลุ่มน้ำ

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แสนแซ่บ ร้านอาหารอีสานพรีเมียมสไตล์โมเดิร์น ปรับโฉมร้านใหม่ทุกสาขา พร้อมงัดเมนูเด็ดชูวัตถุดิบท้องถิ่นไทย “ปลาร้า 5 ลุ่มน้ำ” ครั้งแรกของวงการอาหารไทยอีสาน แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ “เสิร์ฟความซี๊ด คลุกความแซ่บ” ที่ให้บริการอาหารไทยอีสานระดับพรีเมียม โดยประเดิมสาขาสยามพารากอนเป็นแห่งแรก

วัชราภรณ์ ลิมป์วชิรคม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนแซ่บ พรีเมี่ยม จำกัด เผยว่า สำหรับการปรับโฉมใหม่ของร้านแสนแซ่บในครั้งนี้ เพื่อให้แบรนด์มีความทันสมัย สดใส และยังคงความพรีเมียมแฝงกลิ่นอายความเป็นอีสาน โดยใช้เอกลักษณ์จากลายผ้าขาวม้า สอดแทรกอยู่ในรายละเอียดต่างๆ เพื่อสื่อถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของไทย โทนสีการตกแต่งร้านเน้นวัสดุธรรมชาติ ปูน ไม้ ในสีเอิร์ธโทนสีขาว และเบจ เพื่อให้สว่าง โล่งโปร่ง สะอาดตา และผ่อนคลาย นอกจากนั้น ยังเพิ่ม “ส้มตำ Live Station” เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมและมีอรรถรสในการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น


ขันโตกสำรับขุนแผน

“อาหารอีสานได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงชาวต่างชาติที่เริ่มรู้จักอาหารอีสาน อย่างไก่ย่าง และส้มตำ โดยเฉพาะร้านอาหารอีสานที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ที่มีกลุ่มลูกค้าต่างชาติมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมากโดยเฉพาะชาวเอเชีย อย่างชาวจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ที่เดินทางมากรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบายช่วงวันหยุด ทำให้ร้านอีสานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แสนแซ่บ จึงต้องมุ่งเน้นหาจุดเด่นให้กับแบรนด์ เพื่อให้มีความแตกต่าง โดดเด่น และเป็นที่จดจำของผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งเรื่องการตกแต่งร้าน การคิดค้นเมนูใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร การคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ มีคุณภาพ ไม่ใช่ผงชูรส และมีการเพิ่มเติมเมนูพิเศษตามฤดูกาล เพื่อชูความเป็นอาหารอีสานระดับพรีเมียม แสนแซ่บอยากนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไทยอีสานผสานทันสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน และเพื่อตอกย้ำจุดยืนของแสนแซ่บที่มีความทันสมัย แต่ก็ไม่ลืมเสน่ห์วัฒนธรรมความเป็นไทย”

ด้าน วสันต์ ลิมป์วชิรคม ผู้จัดการทั่วไปเผยว่า ในโอกาสปรับโฉมใหม่ แสนแซ่บได้เปิดตัวอาหารชุดพิเศษ 5 โตก 5 สไตล์ เพื่อชูจุดเด่น วัตถุดิบใหม่ คือ ปลาร้าจาก 5 ลุ่มน้ำ ซึ่งยังไม่เคยมีร้านอาหารใดทำมาก่อน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์กูรูในด้านอาหารอีสานอย่างแท้จริง ประกอบด้วยขันโตกสำรับขุนแผน ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำท่าจีน จ.สุพรรณบุรี ได้จากการหมักปลากระดี่ ปลาสลิด และข้าวคั่ว เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ตำใส่ปลาป่น เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมกับกุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ และเครื่องเคียง,ขันโตกภูไทแสนแซ่บ ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำชี จ.กาฬสินธุ์ น้ำปลาร้าสีดำเทา รสชาติกลมกล่อม ตำพร้อมกุ้งฝอยคั่ว และเม็ดกระถิน เข้ากันได้ดีกับมะละกอดิบ ทานคู่กับปลานิลทอดจากเขื่อนลำปาว


ขันโตกภูไทแสนแซ่บ

ขันโตกสบายดี ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำงึม แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว จากการหมักเป็นระยะเวลานาน ทำให้ได้น้ำปลาร้ารสชาตินัวเข้มข้น ทานคู่กับไก่ย่างสูตรเฉพาะของแสนแซ่บ และเครื่องเคียง, ขันโตกสายบัวแซ่บนัว ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำโขง จ.อุดรธานี น้ำปลาร้ารสชาติเค็มหวานลงตัว ตำคลุกกับสายบัวสด ทานคู่ลาบเป็ดอุดรรสแซ่บ และ ขันโตกดูเรียนตำพริ้ว ใช้ปลาร้าจากลุ่มแม่น้ำจันทบูร จ.จันทบุรี น้ำปลาร้าหมักกับสับปะรดพันธุ์ภูชวา ทำให้มีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน นำมาตำคลุกเคล้ากับทุเรียนอ่อนพันธุ์หมอนทอง จ.จันทบุรี โรยหน้าด้วยทุเรียนทอดกรอบ เพิ่มรสสัมผัสและรสชาติหวานมัน ทานคู่กับเส้นจันทน์ผัดปูนิ่ม สูตรเด็ดจากแสนแซ่บ ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการส้มตำไทยอีสานที่นำวัตถุดิบที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นราชาแห่งผลไม้ คือ ทุเรียน มาใช้เป็นส่วนผสมหลักของส้มตำแทนมะละกอ


ขันโตกสบายดี


ขันโตกดูเรียนตำพริ้ว

ติวเข้ม สาวสวย สมาร์ท เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่นที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289802

ติวเข้ม สาวสวย สมาร์ท เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่นที่ 9

ติวเข้ม สาวสวย สมาร์ท เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่นที่ 9

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โฉมหน้าสาวอีเกิร์ลส ผู้ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย

เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขึ้นเวทีประกวด “เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่นที่ 9”(KBanke-Girls The 9th Generation 2017) ในรอบชิงชนะเลิศ เคแบงก์จัดคอร์สติวเข้มพิเศษให้กับผู้ผ่านเข้ารอบ32 คนสุดท้าย เพื่อยกระดับให้เป็นสาวสวย สมาร์ท มากความสามารถ โดยมี มิลค์-เขมสรณ์ หนูขาว และครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ มาให้ความรู้ด้านทักษะการเป็นผู้ประกาศข่าว และผู้ดำเนินรายการอย่างมืออาชีพ ตลอดจนการดูแลบุคลิกภาพและความงาม ศิลปะการพูดและการนำเสนอ เป็นเวลา 3 วัน พร้อมเปิดตัว ผู้เข้ารอบ 16 คนเพื่อเข้าไปชิงชัยในรอบ 8 คนสุดท้ายในวันพุธที่ 13 กันยายน 2560 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ขัตติยา อินทรวิชัย เอ็มดีหญิงแห่งเคแบงก์ และประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการเผยว่า แนวคิดการประกวดอีเกิร์ลสรุ่นที่ 9 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เคแบงก์ ดิจิทัล แบงกิ้ง” ด้วยการเฟ้นหา ผู้หญิงที่สวย บุคลิกภาพดี มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออกตามแบบฉบับสวย สมาร์ท มากความสามารถ เพื่อมารับหน้าที่แบรนด์แอมบาสซาเดอร์นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ โดยปฏิบัติหน้าที่กับเคแบงก์ เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งตลอด 8 รุ่นที่ผ่านมา สาวๆ อีเกิร์ลส ทุกรุ่นสะท้อนถึงความสำเร็จ และเป็นความภาคภูมิใจของธนาคารอย่างมาก โดยหลังจากครบวาระการทำงานแล้ว น้องๆ ทุกคนสามารถโลดแล่นสู่สายอาชีพที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกาศข่าว พิธีกร นางแบบ พนักงานต้อนรับสายการบิน นางสาวไทย เป็นต้น


ขัตติยา อินทรวิชัย, เพชรพริ้ง สารสิน และ ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย

มิลค์-เขมสรณ์ หนูขาว พิธีกรและผู้ประกาศข่าวมืออาชีพ ได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ พร้อมแนะเคล็ดลับในการทำงานให้กับน้องๆ ว่า “คุณสมบัติของผู้ประกาศข่าว อย่างแรกเลย คือต้องมีใจรัก ต้องมีการฝึกฝน มีการทำการบ้านตลอดเวลา เพราะปัจจุบันเป็นยุคโซเชียล คนดูเขาฉลาด คนดูเขาเก่ง เขามีข้อมูลเยอะกว่าเราอีกในบางครั้ง ฉะนั้นเราต้องทำการบ้าน ต้องเล่าให้เขาเชื่อมั่นในตัวเรามากกว่าเชื่อในสิ่งที่มีการโพสต์ในโลกโซเชียล ฝึกการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ทั้งเรื่องการออกเสียง การพูดคำควบกล้ำ ร ล เรื่องการใช้เสียง อย่างบางทีเด็กสมัยใหม่จะผันวรรณยุกต์ไม่ค่อยถูก เวลาพูดเสียงจะเหิน ตรงนี้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝนให้มากขึ้น”

ด้าน ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ ผู้ก่อตั้งสถาบันสอนการแสดง The Drama Academy ได้แนะนำน้องๆ ในเรื่องการวางตัวว่า “หัวใจสำคัญในการวางตัวและบุคลิกภาพที่เหมาะสม คือการที่เราต้องกลับมาพึ่งความเคารพตัวเองก่อน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเห็นว่าตัวเองตัวเล็ก เมื่อเราไป อยู่ในสังคม เราก็จะทำตัวเล็ก หรือไม่ก็จะทำตัวกร่างไปเลย มันจะไม่เป็นปกติ ทำให้เราตื่นเต้น เมื่อเราขึ้นไปบนเวที ซึ่งน้องๆ ในปีนี้น่ารักมากที่สำคัญหลายคนแชร์ไอเดีย มีความคิด มีความมุ่งมั่น มีความชัดเจน มองว่าเป็นอนาคตที่ดีของเคแบงก์นะคะ เพราะสาวอีเกิร์ลสไม่ได้ต้องการแค่ผู้หญิงสวย แต่ต้องการคนที่สวยและเก่ง บนเวทีประกวดอยากให้น้องๆ ทุกคนมีสติ ทำการบ้านให้เยอะ ถ้าเราเตรียมไปอย่างดี ปรารถนาดีกับคนดู ทำไปเลย ความตื่นเต้นมันก็จะเบาบางลงไปมากเลย”


มิลค์-เขมสรณ์ หนูขาว แนะเคล็ดลับการเป็นผู้ประกาศมืออาชีพ

ตลอดทั้ง 3 วัน ของการอบรมคอร์ส“สวย สมาร์ท มากความสามารถ” นอกจากสาวๆ จะได้ฝึกทักษะการนำเสนอและการพูดแล้ว ยังได้เรียนรู้ถึงวิธีการเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อความสวย ตั้งแต่ใบหน้าจนถึงทรงผม จากพี่ๆ มืออาชีพ และได้ทำกิจกรรมสานสัมพันธ์เพื่อทำความรู้จัก คุ้นเคยสะท้อนมิตรภาพระหว่างเพื่อน ให้กระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีเกมต่างๆ ให้สาวๆ ได้โชว์ไหวพริบปฏิภาณกันอย่างสนุกสนาน แถมยังได้รุ่นพี่อีเกิร์ลสรุ่น 8 มาแชร์ประสบการณ์ให้กับน้องๆ อีกด้วย

ในวันสุดท้าย เป็นวันที่สำคัญที่สุดของการอบรมครั้งนี้ สาวๆ ทั้ง 32 คน ต้องขึ้นเวทีแสดงความสามารถพิเศษต่อหน้า
คณะกรรมการคัดเลือก ด้วยการรับหน้าที่พิธีกรพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ ทางทีมงานเตรียมไว้ให้ และปิดท้ายด้วยการตอบคำถามจากคณะกรรมการ ซึ่งแต่ละคนก็ได้เตรียม ความมั่นใจ และความพร้อมมาเป็นอย่างดี เพื่อหวังเป็น 16 คนสุดท้ายที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ก่อนไปชิงชัยกันอีกครั้งบนเวทีรอบชิงชนะเลิศ


ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ ให้ความรู้เรื่องบุคลิกภาพและความงาม

ร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับสาวสวยทั้ง 16 คน ว่าใครจะได้เป็น 8 สาวที่จะได้ครองตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ทำหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการของธนาคารกสิกรไทย ในโครงการ“เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่นที่ 9” (KBanke-Girls The 9th Generation 2017) ได้ในวันที่ 13 กันยายน 2560 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

มิลค์-ภัทลดา โชว์ความแกร่ง อวดหุ่นสวย ก่อนบินประกวด‘มิสเวิลด์ 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289816

มิลค์-ภัทลดา โชว์ความแกร่ง อวดหุ่นสวย  ก่อนบินประกวด‘มิสเวิลด์ 2017’

มิลค์-ภัทลดา โชว์ความแกร่ง อวดหุ่นสวย ก่อนบินประกวด‘มิสเวิลด์ 2017’

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น

เตรียมบินลัดฟ้าไปทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทย ในการประกวด “มิสเวิลด์ 2017” ณ เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับ มิลค์-ภัทลดา กุลภัคธนภัทร์ รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016 ที่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านภาษา บุคลิกภาพ รูปร่าง ความแข็งแกร่งของร่างกาย ล่าสุดหลังจากซุ่มฟิตแอนด์เฟิร์ม เข้าคอร์สออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ “ซาร่า-นันท์ธร์พัชร พงศ์ปัญณ” เจ้าของตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสซิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และนักธุรกิจ เจ้าของสตูดิโอออกกำลังกาย

“เดอะ วีเมนส์ คลับ (The Women’ Club)” ที่คิดโปรแกรม “Women fit 30 day” ให้มิลค์เป็นพิเศษ โดยเน้นที่การเวทเทนนิ่ง
ซึ่งทำให้รูปร่างกระชับได้สัดส่วน นอกจากนั้นยังดูแลด้านโภชนาการที่ต้องมาควบคู่กับออกกำลังกายอีกด้วย

งานนี้ มิลค์-ภัทลดา เปิดเผยว่า “ต้องขอบคุณเดอะวีเมนส์ คลับ ที่ดูแลเรื่องออกกำลังกายและโภชนาการให้มิลค์ โดยมิลค์เริ่มเข้าคอร์สตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม อาทิตย์ละ 5 วัน โดยเทรนตัวต่อตัวกับเทรนเนอร์ซาร่าก่อน จึงมาเข้าคอร์สรวมต่อ อยากบอกว่าตอนแรกท้อมาก มีอาการบาดเจ็บตลอด แต่ตอนนี้รู้เลยว่าตัวเองแกร่งขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีรูปร่างที่กระชับขึ้น โดยทางมิสเวิลด์มีรางวัลฟาสแทร็ก Miss World Top Sports ก็อยากสู้ดูสักตั้งค่ะ ส่วนตัวเองเคยเป็นนักกีฬาแบดมินตันของโรงเรียน ว่ายน้ำได้ดี ก็แอบหวังรางวัลนี้เหมือนกันค่ะ ยังไงช่วยเป็นกำลังใจให้มิลค์ด้วยนะคะ มิลค์จะเดินทางวันที่ 21 ตุลาคมนี้ และรอบตัดสินมิสเวิลด์ 2017 จะจัดขึ้นวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ และติดตามมิลค์ได้ที่แฟนเพจMiss World-Thailand นะคะ เข้าไปถูกใจกันเยอะๆ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลพิเศษมัลติมีเดียค่า ขอบคุณค่ะ”

ปรากฏการณ์ศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ฉลองใหญ่ครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289818

ปรากฏการณ์ศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ฉลองใหญ่ครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

ปรากฏการณ์ศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ฉลองใหญ่ครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์ พร้อมด้วยพันธมิตรและดีไซเนอร์

เนื่องในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันครบรอบ 100 ปี วันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) นับจากเริ่มประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย ในปี 2460 เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกถึงการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย อันประกอบด้วย 3 สี สื่อถึงสิ่งสำคัญหลักของประเทศไทย ได้แก่ สีแดง คือ ชาติ สีขาว คือ ศาสนา สีน้ำเงิน คือ พระมหากษัตริย์ นิยามความหมายจากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “เครื่องหมายแห่งไตรรงค์” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับพันธมิตร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด จึงจัดแคมเปญพิเศษเพื่อเชิญชวนชาวไทยทุกคนร่วมกิจกรรมในงาน “Siam Center Idea Avenue Presents Colors of Siam” (สยามเซ็นเตอร์ ไอเดีย อเวนิว พรีเซ็นต์ คัลเลอร์ ออฟ สยาม) ผ่านรูปแบบงานนิทรรศการจัดแสดงภาพถ่ายธงชาติไทย นิทรรศการผลงานแฟชั่น การจัดประกวดภาพถ่ายธงชาติไทย และการนำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ Absolute Siam ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน-31 ตุลาคมนี้ ณ สยามเซ็นเตอร์

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชทานธงชาติไทย สยาม-เซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ขอเชิญชวนคนไทยทำหน้าที่ประชาชนชาวไทยต่อสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างสร้างสรรค์ เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของ “ธงชาติไทย” ศูนย์รวมใจคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งเพื่อปลูกฝังไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและสามัคคีร่วมกัน จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น โดยได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรจากหลากหลายแวด-วงสาขา นำโดย ศิลปินช่างภาพชื่อดังของเมืองไทยจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่ายธงชาติไทย ร่วมด้วยเหล่าไทยดีไซเนอร์ระดับแถวหน้ารวมกว่า 20 แบรนด์สร้างสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเฉดสีธงชาติไทย การรังสรรค์สินค้าพิเศษคอลเลคชั่น Absolute Siam โดยเหล่าแบรนด์ดัง และการจัดประกวดภาพถ่ายธงชาติซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเมืองไทย พร้อมด้วยกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทยกับการรวมพลังแรงพลังใจของประชาชนที่จะมาสร้างบันทึกประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างยิ่งใหญ่”


ภาพถ่ายโดย วสันต์ ผึ่งประเสริฐ ศิลปินช่างภาพชื่อดัง

โดยกิจกรรม การประกวดภาพถ่าย “ธงชาติไทย” Colors of Siam : Photo Contest โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกวดภาพถ่ายประเภทกล้องสมาร์ทโฟน และการประกวดภาพถ่ายประเภทกล้องถ่ายภาพ โดยผู้สนใจสามารถร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวดผ่านช่องทางการโพสต์ในโซเชียลมีเดียส่วนบุคคล พร้อมใส่ชื่อแคมเปญ Siam Center Idea Avenue Presents Colors of Siam” ติด Hashtag # SiamCenter #ColorsofSiam และใส่คำบรรยายใต้ภาพ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท โดยการประกวดในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากช่างภาพผู้ทรงคุณวุฒิชั้นแนวหน้าของเมืองไทยร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน นำโดย ณัฐ ประกอบสันติสุข, ธนกร สุนทรนันทกิจ และอาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-23 กันยายนนี้ และจะประกาศผลในวันที่ 28 กันยายนนี้

ในส่วนของนิทรรศการภาพถ่าย “ธงชาติไทย” Colors of Siam : Photo Exhibition มี วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ภาพถ่ายและช่างภาพชื่อดัง วสันต์ ผึ่งประเสริฐ,พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายชุดพิเศษ ภายใต้ธีม “ธงชาติไทย” นำเสนอภาพถ่ายธงไตรรงค์และภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีของธงไตรรงค์ ผ่าน 3 มุมมองอันยิ่งใหญ่และสวยงามหลากหลายแง่มุมผ่านเลนส์กล้องอย่างน่าประทับใจ

และสุดท้าย นิทรรศการแฟชั่นดีไซน์กว่า 20 แบรนด์ 20 ผลงาน Colors of Siam : Fashion Exhibition 20 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ได้จัดแสดงผลงานการออกแบบแฟชั่นดีไซน์รวมกว่า 20 ชุด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแถบสีของธงชาติ รังสรรค์สู่ผลงานคอลเลคชั่นอันทรงคุณค่าและวิจิตรงดงาม นำโดย 8 ½, Adhoc, Baking Soda, Fri27Nov., Garden Flynow III, Good Mixer, Greyhound, House of PB, Iconic, P.Mith, Pedz, Q Design And Play, Rotsaniyom White Label, Singha Life, Senada, Six P.M.และ Wonder Anatomie เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสินค้าราคาพิเศษจากสุดยอดเแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจภายใต้คอนเซ็ปต์ “Shades of Thai” หรือเฉดสีธงไตรรงค์ ด้วยไอเดียสร้างสรรค์ที่ผสมผสานเอกลักษณ์โดดเด่นในแบบเฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ มาจัดแสดงอีกด้วย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทยได้ ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน-31 ตุลาคมนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-6581000

‘ดิว เดอะสตาร์ 9’ อวดลิปสติก ‘MTI JOYSTICK’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289799

‘ดิว เดอะสตาร์ 9’ อวดลิปสติก ‘MTI JOYSTICK’

‘ดิว เดอะสตาร์ 9’ อวดลิปสติก ‘MTI JOYSTICK’

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจากภาพยตร์โฆษณา “MTI JOYSTICK” รุ่นใหม่ 5 เฉดสีออกมาไม่ทันไร สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะ “จอย-รินลณี

ศรีเพ็ญ” ในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์ตัวจริง ลงทุนเป็นนางแบบหนังโฆษณาและจูบแก้มจริงของนายแบบสุดฮอต “ดิว เดอะสตาร์ 9” นัทธพงศ์พรมสิงห์ ซึ่งทำเอาฝ่ายชายถึงกับเขินหนักหน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำลึง

ล่าสุด หนุ่มดิว เดอะสตาร์ 9 เตรียมเดินสายโปรโมต “MTI JOYSTICK” ในงาน “JOYSTICK VIVA COLOR” พบกิจกรรมมากมายภายในงานและร่วมรับของที่ระลึกฟรี (มีจำนวนจำกัด) ซื้อสินค้ามียอดชำระ ครบ 1,000 บาท รับฟรีสบู่ผสมทองคำ 1 ก้อน พร้อมถ่ายภาพคู่กับดิว อีกทั้งยังลุ้นจับสลากใบเสร็จรับของรางวัลฟรีจำนวน 5 รางวัล สำหรับงานจะจัดขึ้นที่ 5 ห้างสรรพสินค้า
ในวันที่ 8 กันยายน 2560 MTI SHOP ชั้น 1ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เวลา 16.00-18.00 น.และวันที่ 9 กันยายน 2560 ที่ MTI SHOP ชั้น 2 เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เวลา 12.00-14.00 น. และ MTI SHOP ชั้น G เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว เวลา 16.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ MTI SHOP ทุกสาขาที่จัดกิจกรรม ติดตามหนังโฆษณาได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=GThAoSgfDfY