อะเมซิ่งอาหารไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289815

อะเมซิ่งอาหารไทย

อะเมซิ่งอาหารไทย

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดงาน “Amazing Thai Taste @ Suvarnabhumi Airport” งานแสดงสาธิตการประกอบอาหารไทยที่รวมฮิตเมนูเด็ดทั้งคาวหวานหลากหลายชนิดมาจัดโชว์ ตลอด 21 วันเต็ม โดยการรวมตัวกันของเหล่าเชฟมืออาชีพและเชฟชื่อดัง นำโดย เชฟชุมพล แจ้งไพร พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ในสุดยอดเมนูเด็ด “ต้มจิ๋วชาววัง” พร้อมชมลีลาการทำขนมไทยสุดน่ารัก “ลูกชุบชาววัง” โดย วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ที่มาร่วมเปิดศาสตร์การปรุงอาหารไทยให้ชมกันอย่างใกล้ชิด

ภายในงานยังมีเวิร์กช็อปฝึกเสน่ห์ปลายจวัก การจำหน่ายสินค้าไทยคุณภาพจากร้านค้าชั้นนำและกิจกรรมอีกมากมายให้ร่วมสนุก ตั้งแต่วันที่ 5-28 กันยายนนี้ โดยสาธิตการทำอาหารจัดขึ้นวันละ 2 รอบ เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 12.30-13.30 น. และ 17.30-18.30 น. ที่บริเวณโถงผู้โดยสารขาออก ระหว่างประตู 3 ถึงประตู 4 ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ฉลองสุขสันต์ 75 ปี จรินทร์ สุมานนท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289809

ฉลองสุขสันต์ 75 ปี จรินทร์ สุมานนท์

ฉลองสุขสันต์ 75 ปี จรินทร์ สุมานนท์

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจ้าของวันเกิด จรินทร์ สุมานนท์ เป่าเค้กท่ามกลางเพื่อนสนิทมิตรสหาย อาทิ คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล ฉวีวรรณ ขจรประศาสน์, ละออ ตั้งคารวคุณ ด้วยบรรยากาศอบอุ่น

จรินทร์ สุมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอริส กรุ๊ป จัดเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 75 ปี ท่ามกลางครอบครัว นำมาโดยคู่ชีวิต วิทัย สุมานนท์ และลูกๆ พร้อมแขกคนสำคัญ อาทิ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ, คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์,ชิงชัย มงคลธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์, อุทัย-ธนพรรณ พิมพ์ใจชน, ศ.ดร.ทันตแพทย์หญิง วรานันท์,บาทหลวง ประเสริฐ โลหะวิริยศิริ, ฉวีวรรณ ขจรประศาสน์, อุไร คุณานันทกุล, ละออ ตั้งคารวคุณ, กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมอวยพรคับคั่ง ณ โรงแรมเบอร์เคลีย์ (ประตูน้ำ) เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560

บรรยากาศภายในงานอบอุ่นไปด้วยเพื่อนสนิทมิตรสหายมาร่วมสังสรรค์ด้วยบรรยากาศสนุกสนาน งานนี้ เจ้าของวันเกิด จรินทร์ สุมานนท์ และลูกๆ ได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคเพื่อนำไปช่วยสาธารณประโยชน์ 5 มูลนิธิ ได้แก่ มูลนิธิสภากาชาดไทย, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, มูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล,มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ คณะสงฆ์พระมหาไถ่ เมื่อเข้าสู่พิธีสำคัญ อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา พร้อมด้วย ฉวีวรรณ ขจรประศาสน์ ขึ้นกล่าวอวยพรให้กับเจ้าของวันเกิดในค่ำคืนแห่งความสุขนี้ และอบอุ่นไปด้วยเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ที่แขกมาร่วมช่วยกันร้องมอบให้เจ้าของวันเกิดอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะตัดเค้กวันเกิดด้วยภาพแห่งความประทับใจ


จรินทร์ สุมานนท์ พร้อมด้วย ศ.ดร.ทันตแพทย์หญิง วรานันท์, ละออ ตั้งคารวคุณ, ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี
วัฒนคุณ, คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล, อุทัย-ธนพรรณ พิมพ์ใจชน และ สุริยน ศรีอรทัยกุล

นอกจากนี้ เจ้าของวันเกิดยังได้เตรียมรางวัล Lucky Draw ไว้มากมายมอบให้กับผู้โชคดีในงาน อาทิ Gift Voucher ความงามจากร้าน Beunity Parklane มูลค่า 10,000 บาท, Pill Box จาก Judith Leiberมูลค่า 20,000 บาท และยังมีกล่องใส่จิวเวลรี่ โดยรางวัลทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท บิวตี้เจมส์ โดย หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัย เท่านั้นยังไม่พอ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋า Judith Leiber ในงานจะนำไปมอบเข้าการกุศลอีกด้วย และปิดท้ายด้วย เจ้าของวันเกิดและแขกเหรื่อสนุกสนานกันต่อด้วยการเปิดฟอร์เต้นรำ ซึ่งเจ้าของวันเกิดชื่นชอบการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงไพเราะที่นักร้องกิตติมศักดิ์มากมายร้องเพลงภายในงานให้ครึกครื้นอีกด้วย


วิทัย สุมานนท์ ต้อนรับ บาทหลวง ประเสริฐ โลหะวิริยศิริ และ อุทัย พิมพ์ใจชน


รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ กับคุณแม่ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์


อุไร และ สุเนตร คุณานันทกุล ร่วมอวยพร


กัลยา โล่ห์รัตนเสน่ห์ นำแจกันดอกไม้ที่ใช้แบงก์พับเป็นดอกกุหลาบอย่างสวยงาม มาร่วมอวยพรมอบให้ในวันเกิด


นภาพร อภัยวงศ์ กับ เบ็ญจมาศ รัตนคุปต์


นันทพร-ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล


จรินทร์ สุมานนท์ กับลูกสาว ร่วมถ่ายรูปกับเพื่อนๆ อาทิ ละออตั้ง คารวคุณ, ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ดุลยจินดา, พัชรา วีรบวรพงศ์, เสาวณีย์ อักษรานุวัตร


งามนิจ เรืองศร, อาภัสรา เตชะรัตนไชย, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ และแขกผู้มีเกียรติมอบดอกไม้อวยพร


จรินทร์ สุมานนท์ พร้อมครอบครัว สุภิญญาสุวรรณประเทศ,วราภรณ์-ทศพล สุมานนท์ กับลูกชาย ด.ช.วรพล-ด.ช.ภัทรวิชญ์ สุมานนท์


หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล มอบภาพวาดเป็นของขวัญให้กับเจ้าของวันเกิด


บรรยากาศในการเต้นลีลาศกันอย่างสนุกสนาน

สัมผัสที่สุดของสิทธิพิเศษจากเอไอเอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289800

สัมผัสที่สุดของสิทธิพิเศษจากเอไอเอส

สัมผัสที่สุดของสิทธิพิเศษจากเอไอเอส

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภูมิใจ กฤติยานนท์, บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล และ ลิตา ภัทรภากรกุล

ยกทัพอัพความพิเศษในการดูแลลูกค้าจาก AIS (เอไอเอส) ภายใต้แนวคิด “AIS LIVE 360º” (เอไอเอส ลีฟ 360 องศา) ด้วยสิทธิพิเศษ 2 โปรแกรม ได้แก่ AIS Privilege (เอไอเอส พริวิเลจ) และ AIS Serenade (เอไอเอส เซเรเนด) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน ให้กับลูกค้ากว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศ

AIS One Day Trip : Privileges for Your Life (เอไอเอส วัน เดย์ ทริป :พริวิเลจ ฟอร์ ยัวร์ ไลฟ์) เป็นส่วนหนึ่งในการเปิดประสบการณ์ที่สุดของสิทธิพิเศษ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้าน ด้วยบริการรถรับ-ส่ง โดย UberX ถึงโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล หนึ่งในสิทธิพิเศษจาก AIS Serenade : The Ultimate Privileges (เอไอเอส เซเรเนด :ดิ อัลทิเมท พริวิเลจ) ด้วยส่วนลดสูงสุด 150 บาท เมื่อใช้บริการครั้งแรก โดยได้จัดงานเปิดตัวแนะนำแคมเปญไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องเอ็มบาสซี่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่


ที่สุดของสิทธิพิเศษในการเดินทาง จาก AIS

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เผยว่า AIS เป็นผู้นำในการพัฒนาโปรแกรม CRM (Customer Relationship Management) มายาวนานกว่า 20 ปี และ “สิทธิพิเศษ” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการตอบแทนลูกค้าที่ไว้วางใจใช้บริการของAISมาโดยตลอดเราจึงมุ่งมั่นติดตามความชื่นชอบต่างๆ ของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาและคัดสรรความพิเศษให้ตรงใจมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “AIS LIVE 360º” นำมาซึ่งกลยุทธ์ Reach More (รีช มอร์) ครอบคลุมและเข้าถึงทุกความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ, Unique More (ยูนิค มอร์) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของลูกค้า และ Exclusive More (เอ็กซ์คลูซีฟ มอร์) ยกระดับความเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากว่า40 ล้านคนทั่วประเทศ ด้วยการนำเสนอที่สุดของสิทธิพิเศษผ่าน “7 ช่วงเวลาดีๆ กับ AIS Privilege” และจัดเต็มความฟินให้ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด มากยิ่งขึ้นกับ “ที่สุดของประสบการณ์พิเศษ” (The Ultimate Life Experience) ทั้งที่สุดของงานบริการ ที่สุดของความบันเทิง ที่สุดของเส้นทางสู่ความสำเร็จ และที่สุดของสิทธิพิเศษ”

จากนั้นเข้าสู่โหมดที่สุดของสิทธิพิเศษอีกครั้งจาก AIS Serenade : The Ultimate Privileges กับบุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยงของที่สุดแห่งความอร่อยที่ห้องอาหารลอร์ดจิม, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลมา 4 จ่าย 3 เฉพาะลูกค้าเซเรเนด แพลทินัมอิ่มท้องแล้ว
ก็ต้องไปอิ่มตาอิ่มใจเพลิดเพลินกันต่อ กับการรับชมภาพยนตร์ในโรงหนังสุดหรูเอ็มบาสซี่ดิโพลแมทสกรีน บาย เอไอเอส, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่หนึ่งในสิทธิพิเศษจากAIS Privilege : Entertaining Time (เอไอเอสพริวิเลจ : เอนเตอร์เทนนิ่ง ไทม์) ลูกค้าเอไอเอส รับส่วนลด 20% และสำหรับลูกค้าเซเรเนด โกลด์และแพลทินัม รับส่วนลดถึง 25% แวะจิบน้ำชาฟินๆ กับขนมหวานสีลูกกวาด สายไหมไทยพันธุ์ใหม่ ที่ CandyCrepe, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ซึ่งเป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษ จาก AIS Privilege : Dining Time (เอไอเอส พริวิเลจ : ไดนิ่ง ไทม์)ลูกค้าเอไอเอสรับส่วนลดทันที 30 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าเซเรเนดรับส่วนลดถึง 50 บาท เมื่อทานเมนู Popular หรือรับ Holiday Rainbow Box (Take a way แบบกล่อง)


ที่สุดของสิทธิพิเศษความบันเทิงกับโรงภาพยนตร์ระดับเวิลด์คลาสจาก AIS

ท้ายสุดด้วยการเปิดประสบการณ์กับ Voucher สิทธิพิเศษที่เอไอเอสมอบให้สำหรับการสัมผัสประสบการณ์ขั้นสุด
หลากหลายด้าน อาทิ MRT, กาแฟ Segafredo, B2S, Central และ Dinosaur Planet เป็นต้น และสุดท้ายทุกคนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วยรถบริการจาก UberX

สิทธิพิเศษจาก AIS ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ยังมีอีกหลากหลายมากมายที่รอให้ลูกค้าไปรับความพิเศษกันได้ทุกเวลาไม่ว่าจะเป็น KFC, McDonald’s, Black Canyon, Sizzler, Inthaninและ Mister Donut เป็นต้นลูกค้า AIS สามารถเสิร์ชหาสิทธิพิเศษได้ง่ายๆ เพียงคลิกเดียวผ่านแอพ my AIS (มาย เอไอเอส) ในเมนู Nearby(เนียร์ บาย)และถ้าไม่อยากพลาดสิทธิพิเศษใหม่ๆ กดดูได้เลยที่ AIS Privilege Line Official,AIS Facebook Fanpage,www.ais.co.th/privilege และ http://www.ais.co.th/serenade


ที่สุดของสิทธิพิเศษแห่งความอร่อยจาก AIS

ปลุกพลังสาวรักการออกกำลังกาย สร้างความสำเร็จได้ ไม่ต้องเหมือนใคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289797

ปลุกพลังสาวรักการออกกำลังกาย  สร้างความสำเร็จได้ ไม่ต้องเหมือนใคร

ปลุกพลังสาวรักการออกกำลังกาย สร้างความสำเร็จได้ ไม่ต้องเหมือนใคร

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซาร่า บอลล์, พิตต้า ณ พัทลุง,
นภัสนันท์ หวังเจริญทวีกุล และ มาลินี โคทส์

Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาเพอร์ฟอร์มานซ์ สปอร์ตแวร์ ปลุกพลังหญิงสาวด้วยแคมเปญสุดเก๋ “Unlike Any” ที่กล้าที่จะฉีกกรอบและดึงความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายในเพื่อสร้างความสำเร็จของตัวเองและไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่น Fall Winter 2017 สำหรับสาวๆ กับคอนเซ็ปต์ความสวยต้องมาคู่กับ performance ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่งแต่ต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา แม้ขณะออกกำลังกาย

ปริศนา สิริสมถะ ผู้จัดการทั่วไป อันเดอร์ อาร์เมอร์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า แคมเปญ “Unlike Any” ได้รับแรงบันดาลใจจากความเข้มแข็งของนักกีฬาหญิงในการแข่งขันของกีฬาหญิงในโอลิมปิก 2016 โดยใช้เทคนิคการถ่ายทอดแนวคิดผ่านมุมกล้องที่ชวนให้เห็นมุมมองใหม่ๆ เล่าเรื่องด้วยบทประพันธ์ที่มีความหมายลึกซึ้ง กินใจ เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในหนทางที่เลือกเดิน และกล้าที่จะแตกต่างไม่เหมือนใครของนักกีฬาหญิง 5 คน ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายประกอบด้วย พริ้นซิเพิล บัลเลรินา มิสตี้ โคปแลนด์ (Misty Copeland), นักวิ่งมาราธอนและผู้ก่อตั้ง Harlem Run Crew อลิสัน เมเรียล่า ดีเซียร์, นักกีฬาวิ่งแชมป์โลก นาตาชา เฮสติง, นักแสดงสตันท์หญิง เจสซี่ กราฟฟ์ และโซอี้ ซาง นักแสดงและนักเทควันโดสายดำชาวเอเชีย

อันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้จัด mini exhibition แคมเปญ “Unlike Any” เชิญชวนให้ทุกคนเขียนข้อความ Unlike Any ในแบบของตน พร้อมแรงบันดาลใจ จาก 4 Brand Athlete ของ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ไทยแลนด์ ทั้ง เชอร์รี่-นนท์ณัฐดา อำมาตย์ เซเลบริตี้ เทรนเนอร์, แคท-แคทเธอรีน ซอห์น นักกีฬาต่อสู้ นักยูโดสายดำ, เค้ก-ธัชชา โกศลประภา นักเต้น และ นุ่น-กมลวรรณ บัวแย้ม นักกีฬาเทนนิสทีมชาติ มาแชร์มุมมอง Unlike Any ของตนเองด้วยเช่นกัน

สำหรับ Under Armour Women collection Fall Winter 2017 เนื่องจากผู้หญิงยุคนี้เปิดรับกิจกรรมใหม่ๆ และแตกต่างกันไป อันเดอร์ อาร์เมอร์ ผลิตเสื้อผ้าที่รองรับการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาในแบบต่างๆ โดยยังคงเน้น DNA ของแบรนด์กีฬา sport performance ที่ต้องควบคู่กับความสวยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ที่มีกิจกรรมหลากหลายและไม่หยุดนิ่งแต่ต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา แม้ขณะออกกำลังกาย

แนวคิดการออกแบบคือนวัตกรรมและสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย จุดเด่นคือ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้านุ่มโอบกระชับให้การซัพพอร์ทและความยืดหยุ่นได้อย่างเต็มที่ Key items คือ Bra และ Legging โดยแบ่งระดับการใช้งาน 3 แบบคือ Low impact สัมผัสอ่อนนุ่ม และ คล่องตัว เหมาะสำหรับโยคะและการฝึกในสตูดิโอต่างๆ, Mid impact เหมาะสำหรับการเทรนนิ่งไปจนถึงการวิ่งระดับกลาง และ High Impact การออกกำลังกายที่มีการกระแทกและเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง


เค้ก-ธัชชา โกศลประภา

การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด ทั้งคัทติ้งที่เนี้ยบและตะเข็บที่แน่นหนาบริเวณรอยต่อ เป้ากางเกง และดีไซน์ขอบเอวสูงช่วยเก็บรูปทรงให้ดูดีขึ้น ช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะหนักและยาวนานแค่ไหน นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่มีดีเทลการใช้งานทั้งช่องกระเป๋าหลังในกางเกงและซิปเล็กๆ ที่บรา ช่วยให้เก็บของจำเป็นโดยไม่ต้องหิ้วให้พะรุงพะรังอีกด้วย

Under Armour Women collection มีจำหน่ายแล้วที่ร้าน Under Armourทุกสาขา สามารถอัพเดตกิจกรรมและสินค้าใหม่ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ค Under Armour Thailand หรือ อินสตาแกรม @underarmourth


ผู้หญิงยุคใหม่ร่วมเขียน
Unlike Any ในแบบของตัวเอง

คุณแหน : 5 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289813

คุณแหน : 5 กันยายน 2560

คุณแหน : 5 กันยายน 2560

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.01 น.

ll สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรดาญาติมิตรจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้อดีตบิ๊กการบินไทย ทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา ที่บ้านในซอยชินเขต 2 งามวงศ์วาน เป็นวาระที่เท่าใดไม่ทราบเห็นบนเค้กวันเกิดมีเพียงเทียนปักอยู่แค่สองเล่ม อาหารการกินจัดมาเพียบหลากหลายล้วนแต่เป็นเชลล์ชวนชิมทั้งนั้น ไฮไลท์ของงานเสี่ยทัศนัยเปิดการแสดงพิเศษดนตรีร็อกแบนด์ 4 ชิ้น โดยเจ้าภาพลงทุนเป็นโซโล่กีตาร์เองนำเอาเพลงร็อกยุค 70 และ 80 เด่นๆ มาให้แขกได้กรี๊ดกันพอสมควร วีไอพีมาร่วมงานมากหน้า อาทิ ธวัช รักตะกนิษฐ, ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี, ธีรวุทธ์ อัศวโสภณ, กฤษณวัชญ์ เดชศรี และ วิทย์ ศักดิ์สุทธยาคม ก่อนกลับเจ้าภาพมีของรางวัลเตรียมไว้แจกให้แขกทุกคนอีกต่างหาก…

 

ll วานซืน ภูวนารถ ณ สงขลา บรรณาธิการบริหารจัดงานฉลองครบรอบปีนิตยสาร Wealth & Biz ท่ามกลางสื่อมวลชนและมิตรสหายที่ต่างก็มาเป็นกำลังใจให้ ยุคนี้ใครก็รู้ดีว่าหนังสือสิ่งพิมพ์มีแต่ลดหน้าพิมพ์หรือไม่ก็ปิดกิจการไปเลย ฉะนั้นใครอยู่ได้ข้ามปีก็ถือว่าโอเคทั้งนั้น ในงานยังมีการจัดสัมมนาหัวข้อ “Printing Never Die, But How to Survive” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิสายสื่อสารมวลชนร่วมเสวนา เขมทัศน์ พลเดช, ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ, ชาคร หนูคงใหม่, นิมิตร หมดราคี สรุปเป็นประเด็นที่ฟังแล้วใจชื้นว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเป็นยุคของโซเชียลนิวส์ แต่อย่างไรก็ดี สิ่งพิมพ์ยังเป็นปัจจัยที่ผู้อ่านแสวงหา เพราะต้องการอ่านตัวหนังสือที่จับต้องและดมกลิ่นกระดาษหมึกได้…รวมถึงความถูกต้องแม่นยำของข่าวสารที่เหนือกว่าด้วย…

ll ตั้งใจไว้ว่าหลังเกษียณอายุแล้วจะตระเวนกินเที่ยวกับเพื่อนสนิทสตรีวิทยาร่วมรุ่นแต่ เชื้อเพ็ชร นาคะประสิทธิ์ยังทำไม่ได้ เพราะสามี ประมวลพงษ์ มอบหมายให้ดู ร้านเฟรชฟู้ดส์ในซอยสยามคันทรีคลับ พัทยากลางแทน…เรื่องเที่ยวเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไป…

ll แต่รายนี้เกษียณแล้วมีเวลาว่างหลือเฟือ วัชเรนทร์ ทับสิทธิ์ พา อรชาติ ภรรยาตระเวนท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ไปเที่ยวยุโรป จนกลุ่มเพื่อนๆ ยกให้เป็นคู่ฮันนีมูนแห่งปีไปแล้ว…

ll ยินดีกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ที่ได้รับรางวัลพัฒนาการบริการราชการแบบมีส่วนร่วมระดับดีเด่น จากโครงการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังป่า ลดหมอกควัน พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และพื้นที่โดยรอบจังหวัดเชียงใหม่ เป็นความภูมิใจประจำปีนี้…

ll ข่าวแต่งตั้งโยกย้ายทหาร วันที่ 1 ต.ค.นี้ ขอแสดงความยินดีสองนายพลคนใหม่แห่งกองทัพเรือและกองทัพอากาศ พล.ร.ต.นาคินทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ พล.อ.ต.ตรีพล อ่องไพฑูรย์ โดยคนหลังได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองทัพอากาศ…

ll เพื่อนๆ PR 44 ฝากแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมรุ่น พล.ร.ท.พงศชาญ เพชรเทศ ในโอกาสที่ได้เลื่อนยศ เปลี่ยนตำแหน่งจากเลขานุการกองทัพเรือเป็นผู้ชำนาญการพิเศษ…ll สวด บำรุง มาโนช ศาลา 4 วัดโสมนัส เวลา 18.30 น. ถึง 9 ก.ย.และพระราชทานเพลิง 10 ก.ย. 14.00 น. …

ll พรทิพย์ สาริกบุตร ไปสมัครเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ ณ เขตบางเขนในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพ่อหลวง ร.9 ซึ่งเป็นงานด้านประชาสัมพันธ์ที่เธอถนัด …ได้ทำดีชัดๆ เพื่อพ่อสมดังความตั้งใจ !!…ll

บารอนเนส

คนดังชวนออมเงินแลกกระปุก‘ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289667

คนดังชวนออมเงินแลกกระปุก‘ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ’

คนดังชวนออมเงินแลกกระปุก‘ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ’

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คนดังพร้อมด้วยประชาชน ร่วมโครงการ “#ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เพื่อรับกระปุกออมเงินอย่างล้นหลาม โดย สยามพารากอน ยังคงเปิดพื้นที่ใจกลางเมืองให้ประชาชนแลกรับกระปุกออมเงิน พระราชพาหนะทรงงาน ในวันที่ 23 กันยายนนี้

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จัดโครงการ “#ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เพื่อรำลึกถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการออม จนได้รับการยกย่องเทิดทูนว่าทรงเป็น “พระมหากษัตริย์นักออมเงิน” โดยศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตามรอยพระราชปณิธาน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เชิญชวนประชาชนที่สนใจร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ ร่วมออมเงินพร้อมแลกรับกระปุก เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลหลังสุดท้าย ที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ พร้อมด้วย น้องภาสกฤต-สนิทนาถ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ที่ผ่านมานั้น ได้เปิดให้เหล่าเซเลบริตี้ใจบุญ อาทิ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, วัฒนวงษ์-สนิทนาถ-ภาสกฤต สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, ครอบครัวลีนุตพงษ์ อภิชาติ-ม.ล.พลอยนภัส-ธีทัต, กุณฑิณี ไกรฤกษ์ และ โสภิตนภาชุ่มภาณี และผู้ที่สนใจสามารถแลกรับกระปุกออมเงิน วิทยุสื่อสาร และ กล้องถ่ายรูป บริเวณคริสตัล คอร์ท ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างเนืองแน่น

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ 

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาดบริษัท สยามพารากอนดีวอลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า สยามพารากอน ได้เปิดพื้นที่ใจกลางเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนที่สนใจร่วมโครงการนี้ นำกระปุกออมสินที่มีเงินออมเต็มกระปุกขนาดใดก็ได้ มารับกระปุกที่ระลึกในรูปแบบจำลองอุปกรณ์และของทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้ง 3 แบบ โดยเปิดให้แลกรับกระปุกไปแล้ว2 แบบ และแบบที่ 3 กระปุกออมสินพระราชพาหนะทรงงาน จะเปิดรับแลกในเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 นี้

โสภิตนภา ชุ่มภาณี

โสภิตนภา ชุ่มภาณี กล่าวว่า “ตั้งแต่รับรู้ว่ามีโครงการนี้รู้สึกยินดีมาก เพราะเป็นโครงการที่ดีมาก นอกจากจะช่วยเตือนใจ ให้ทุกคนรู้จักการออมแล้ว ยังสอนให้เราได้รู้จักการให้ด้วย เพราะปกติตั้งแต่เด็กคุณพ่อคุณแม่ก็สอนให้เราเก็บออม ด้วยการหยอดกระปุกออมสิน ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ได้จากการเก็บออมเราก็จะเก็บไว้ซื้อขนม หรือของที่อยากได้ โดยเราก็นำสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังนี้มาสอนลูกให้รู้จักเก็บออม จากเหรียญไม่กี่บาทเมื่อเก็บรวมกันจนเต็มกระปุก ก็จะทำให้ เรามีเงินเพิ่มขึ้นอีกเป็นหลักพันบาท แต่เมื่อได้เห็นตัวอย่างจากโครงการนี้ทำให้เราได้ข้อคิดเพิ่มขึ้นว่า เงินออมของเรา ยังสามารถแบ่งไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้อีกด้วย ตั้งใจว่าจะต้องเก็บสะสมกระปุกให้ครบทั้ง 3 แบบ เพราะของทั้ง 3 สิ่ง ทั้งวิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป และพระราชพาหนะทรงงานเป็นเหมือนของที่ย้ำเตือนให้เรา ได้ระลึกพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อยู่เสมอ”

ม.ล.พลอยนภัส-อภิชาติ และพาน้องธีทัต ลีนุตพงษ์ มาแลกรับกระปุกทรงงาน

ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กล่าวว่า “ความที่เราเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนจะปลูกฝังเรื่องการออมเป็นสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนประชาชนของพระองค์อยู่เสมอ โดยพวกเราทุกคนจะต้องมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารออมสิน และธนาคารจะเข้ามารับฝากเงินที่โรงเรียนเป็นประจำทุกเดือน ตอนนั้นคุณแม่ให้เงินไปโรงเรียนวันละ 5 บาท เราก็ไม่ยอมใช้อะไร เพราะอยากเก็บเงินไว้ฝากธนาคาร ซึ่งคือความภูมิใจที่ได้มี บัญชีเงินเก็บเป็นของตัวเอง และก็ยังคงเก็บอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเราได้นำนิสัยการออมเงินที่ถูกปลูกฝังมานี้ ถ่ายทอดสู่ลูกของเราเองด้วย หลังจากที่ลูกเริ่มเข้าใจเรื่องเงิน เรื่องตัวเลข ก็จะสอนให้เขาให้เข้าใจเรื่องการเก็บออม ซึ่งเขาก็ได้นำเงินที่ออมได้มาซื้อของขวัญให้ในวันแม่ที่ผ่านมา การออมนอกจากจะทำให้เขาเห็นคุณค่าของเงินแล้ว ยังทำให้เขารู้จักรักษาของและเห็นความสำคัญของของทุกชิ้นมากขึ้นด้วย เพราะรู้แล้วว่ากว่าจะได้เงินมาซื้อของ ไม่ใช่เรื่องง่าย”

ประชาชนที่สนใจ สามารถนำกระปุกออมสินที่มีเงินออมเต็ม กระปุกขนาดใดก็ได้เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา และรับกระปุกที่ระลึกฯ แบบที่ 3 กระปุกออมเงินพระราชพาหนะทรงงาน ในเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 ณ บริเวณคริสตัล คอร์ท ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป (มีจำนวนจำกัด) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม http://www.savingforgiving.com หรือโทร.02-610-8000

ไบโอเดอร์มา เผยตัวช่วยกระชับผิวคุมความมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289657

ไบโอเดอร์มา เผยตัวช่วยกระชับผิวคุมความมัน

ไบโอเดอร์มา เผยตัวช่วยกระชับผิวคุมความมัน

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท นาโอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเวชสำอางชั้นนำจากฝรั่งเศส แบรนด์ BIODERMA (ไบโอเดอร์มา) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ BIODERMA Sebium Pore Refiner (ไบโอเดอร์มา ซีเบี่ยม พอร์ รีไฟเนอร์) ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Fit and Refine (ฟิต แอนด์ รีไฟเนอร์) ช่วยในเรื่องควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน ให้ผิวหน้าเนียนใสเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับ
ผิวมันและผิวผสมที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย พร้อมเชิญ พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีบ แพทย์ผิวหนังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิว โดยมี เซเลบริตี้สาวผิวสวยร่วมงานคับคั่ง อาทิ หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล, หญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, หญิงไหม-ม.ร.ว.จันทรนิภา ยุคล, แพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ มิลค์กี้-จิราภา ลักษณวิศิษฎ์ ณ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์

วัลภา รัตนชัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นาโอส (ประเทศไทย) เผยว่า ปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อผิวนั้นมีหลายอย่าง ทั้งปัจจัยภายในอย่างพันธุกรรม ที่ทำให้ผิวมัน เป็นสิวง่าย หรือปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ มลภาวะ การสูบบุหรี่ ซึ่งทำให้ผิวหน้าเกิดปัญหาความมันส่วนเกิน รูขุมขนอุดตัน เป็นสิว หรือเกิดปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ปัญหาผิวเหล่านี้จึงเป็นที่มาให้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ และได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ออกมา คือ ไบโอเดอร์มา ซีเบี่ยมพอร์ รีไฟเนอร์ ด้วยเนื้อครีมที่บางเบาเหมาะสำหรับผิวมัน และผิวผสม ผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ทั้งยังลดการสะสมของชั้นผิว การอุดตันในรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งประกาย และมีสุขภาพผิวหน้าดี

“ไบโอเดอร์มา เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเพื่อดูแลรักษาผิวโดยเฉพาะ พร้อมปรับสมดุลของผิวที่เสียไปในแต่ละสภาวะ และเป็นแบรนด์ที่มีลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรเฉพาะ ที่ควบคุมความมันที่ได้คิดค้นขึ้นเองมากกว่า 80 สิทธิบัตร ซึ่งในแต่ละ
สิทธิบัตร เราได้นำมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไป และผลิตภัณฑ์ไบโอเดอร์มาทุกตัวผลิตเฉพาะที่ปะเทศฝรั่งเศสที่เดียวเท่านั้น ไม่มีการตั้งโรงงานแยกในประเทศอื่น เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ส่วน ซีเบี่ยม พอร์ รีไฟเนอร์ ที่ออกมาใหม่ จะมีจุดเด่นในเรื่องควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนใน 15 นาที นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ออกมาใหม่แล้ว ในอนาคตก็จะมีออกมาอีกเยอะอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเส้นผมในเรื่องของผมร่วง หรือหนังศีรษะที่แพ้ง่าย”

นอกจาก ซีเบี่ยม พอร์ รีไฟเนอร์ แล้วยังมีผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและเครื่องสำอาง สูตรสำหรับผิวมัน
และผิวผสม อย่าง ซีเบี่ยม เอชทูโอ ผลิตภัณฑ์เจลทำความสะอาดผิวหน้า สำหรับผิวมันและผิวผสม ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้าและต้านเชื้อแบคทีเรีย อย่าง ซีเบี่ยม เจล เจลมูซอง และผลิตภัณฑ์ครีมทาผิวหน้าป้องกันแสงแดด สำหรับผิวมันและผิวผสม อย่าง โฟโตเดิร์ม เอเคเอ็น แมท สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ BIODERMA  (ไบโอเดอร์มา) ได้ที่ร้านบู๊ทส์ วัตสัน อีฟแอนด์บอย ร้านเพื่อสุขภาพและความงาม ร้านขายยาชั้นนำ และโรงพยาบาล

แพทย์หญิงรัชต์ธร ปัญจประทีบ แพทย์ผิวหนังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยเคล็ดลับการดูแลผิวว่า โดยปกติแล้วคนเรามีการแก่ตัว ซึ่งมีสองลักษณะ คือแก่จากพันธุกรรม การจะป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแก่กว่าวัย อาจจะทำได้โดยการไม่นอนทับหน้าจนทำให้เกิดริ้วรอยมากเกินไป ส่วนที่แก่จากสิ่งแวดล้อมภายนอก เราสามารถดูแลได้ง่ายที่สุด คือเรื่องของแสงแดด เพราะผิวหน้าที่แก่ ส่วนใหญ่เกิดจากแสดงแดด เราจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันแสงแดด แต่ไม่ควรทาน้อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ค่าเอสพีเอฟ ไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ทั่วถึง สำหรับคนผิวแห้งที่เกิดริ้วรอยง่าย ก็ควรเติมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ให้กับผิว ส่วนคนผิวมันมักเกิดปัญหาเรื่องสิวง่าย ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน หรือยับยั้งการทำงานของไขมัน ส่วนคนผิวผสมก็จะดูแลยากเป็นพิเศษ เพราะต้องเติมความชุ่มชื่นให้ผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันเฉพาะจุด เป็นต้น”

รับรองพุทธศาสตร มจร.เฉพาะในที่ตั้ง4สาขาปี56-60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/304103

รับรองพุทธศาสตร มจร.เฉพาะในที่ตั้ง4สาขาปี56-60

มาตรฐานวิชาชีพครู, หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต, มจร.

คุรุสภารับรองหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต 5 ปีของ มจร. สอนใน 4 สาขาปี 56-60 เฉพาะในที่ตั้ง พร้อมสั่งปรับรายละเอียดมาตรฐานวิชาชีพให้สอดคล้องกับคกก.อิสระ

             เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 60- ดร.พะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูของคุรุสภา  9 มาตรฐาน โดยให้ปรับรายละเอียดของมาตรฐานวิชาชีพครูฯ ให้เชื่อมโยงกับการทำมาตรฐานวิชาชีพครูของคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา ที่จะต้องดูภาพรวมมาตรฐานวิชาชีพครูทั้งหมด
ทั้งนี้ มาตรฐานความรู้วิชาชีพครูฯ นั้น ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดสมรรถนะของครู  ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์  5 ปี ตลอดจนกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เรียนครูโดยตรง โดยเข้ารับการฝึกอบรม พัฒนาตนเอง หรือเทียบโอนให้ได้รับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูฯ และสามารถใช้เป็นคุณวุฒิในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ โดยตั้งแต่ปี 2557-2559 มีผู้ผ่านการอบรมมาตรฐานวิชาชีพฯ ทั้งสิ้น 60,253 คน อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ อยากจะทำเรื่องนี้ให้เป็นของขวัญกับครูทุกคน
ดร.พะโยม กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปดูเรื่องหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ว่าจะสามารถให้ความยุติธรรมกับทุกกลุ่มที่มีใบอนุญาตฯ และไม่มีใบอนุญาตฯ ครูได้อย่างไรบ้าง

เนื่องจากการจัดสอบที่ผ่านมาพบว่าในบางสาขาวิชาเอกไม่มีผู้สอบได้เต็มจำนวนที่ประกาศรับสมัคร จึงไม่ได้ครูตามที่ต้องการ ก็ต้องไปดูว่าจะมีแนวทางใดบ้างที่จะได้ครูที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาสอนในสาขาที่ขาดแคลน
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติรับรองปริญญาทางการศึกษาของสถาบัน อุดมศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อใช้เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) จำนวน 1 หลักสูตร

ได้แก่ ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต  (5 ปี)  หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2556 จำนวน 4 สาขาวิชา คือ  สาขาวิชาการสอนภาษาไทย การสอนภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา และวิชาการสอนพระพุทธศาสนาและจิตวิทยาการแนะแนว โดยให้รับรองตั้งแต่ปีการศึกษา 2556-2560 ที่มีการจัดการสอนในที่ตั้งของสถาบันเท่านั้น

ก่อนหน้านี้  เวบไซด์ http://www.moe.go.th ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี  กระทรวงศึกษาธิการ ได้เผยแพร่ผลการประชุมองค์กรหลัก โดยนายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวภายหลังการประชุมว่า นพ.ธีระเกียรติ  เจริฐเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)ได้แจ้งเรื่องในการประชุมคณะรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมรับทราบ ว่ามหาวิทยาลัยพระ 2 แห่ง คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเปิดสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และค่าเล่าเรียนราคาถูก จึงมีคนสนใจไปเรียนมากนั้น

      “พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเรื่องคุณภาพ จึงฝากให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้พิจารณากำกับดูแลให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งที่ประชุมองค์กรหลักได้มอบหมายให้นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้”โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

      นอกจากนี้ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา ก่อนที่สถาบันการศึกษาจะเปิดรับนักศึกษาจะต้องส่งหลักสูตรมาให้คุรุสภาพิจารณาก่อนว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ ซึ่งการประเมินของคุรุสภาจะยึดโยงกับการประเมินของ สกอ.ถ้าสกอ.ไม่รับทราบหลักสูตร คุรุสภาก็ไม่สามารถรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้

ทั้งที่ คุรุสภากำหนดชัดเจนว่าต้องยื่นคำร้องขอรับการประเมินก่อนเปิดสอนไม่น้อยกว่า 60 วันสุดท้ายนักศึกษาจบแล้วไม่ได้รับอนุมัติขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ผลกระทบก็ตกที่ผู้เรียน และก็ร้องเรียนมาที่คุรุสภา

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์

เวลานี้คุรุสภาอยู่ระหว่างพิจารณาหลักสูตรนอกที่ตั้งของมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งลำปาง และศูนย์ฯสุพรรณบุรี ,มรภ.เลย ศูนย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตร้อยเอ็ด เปิดสอนภาคพิเศษ ซึ่ง มจร.แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ แต่บริหารด้วยฆราวาสที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตอนนี้คุรุสภาก็กำลังพิจารณาประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

“ที่เน้นเป็นพิเศษคือ มาตรฐานหลักสูตร ต้องครอบคลุมมาตรฐานวิชาชีพ เพราะถ้าปล่อยให้คนที่ไม่จบวิชาชีพครูโดยตรงมาเป็นครู ก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่น การประกันคุณภาพจะไม่เกิด ขณะที่การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาก็กำหนดไว้1ปีโดยมีเงื่อนไขต้องเป็นสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เท่านั้น ซึ่งจะมีการติดตามลงไปดูการปฏิบัติการสอนด้วย ยกเว้นผู้ที่เรียนป.บัณฑิตวิชาชีพครู ต้องทำแผนปฏิบัติการสอนมานำเสนอ ซึ่งหลักสูตรของสถาบันใดถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานคุรุสภาก็จะรับรอง บัณฑิตที่จบในหลักสูตรนั้นๆก็ได้รับอนุมัติขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ”ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาที่คุรุสภารับรองหลักสูตร ก็ส่งรายชื่อและจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาในปีนั้นๆมาให้คุรุสภาผ่านระบบ KSP Bundit ถ้ากระบวนการทุกอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ คุรุสภาขึ้นทะเบียนใบอนุญาตฯ ให้และกรอกเลขประจำตัว 13 หลักรับใบอนุญาตฯที่มหาวิทยาลัย หรือจุดบริการเขตพื้นที่การศึกษาได้ ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตฯต้องต่ออายุทุก 5 ปี

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

“บิ๊กตู่”ห่วงมหาวิทยาลัยสงฆ์เปิด ป.ตรี-โท-เอก

แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303964

แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย

แบ่งฝันปันสุข

ฟิลิปส์ เดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกให้ดีขึ้น จัด“โครงการแบ่งฝันปันสุข มอบรอยยิ้มและโอกาสให้แก่น้องๆ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

       จากสถิติของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าในช่วง พ.ศ.2556 – 2559 มีเด็กถูกทอดทิ้งรวมทั้งสิ้นเกือบ 700 ราย และในช่วงห้าเดือนแรกของปี พ.ศ. 2560 มีเด็กที่ถูกทอดทิ้งพุ่งสูงถึง 167 ราย สถานที่ที่เด็กมักจะถูกนำไปทิ้ง ได้แก่ สถานที่สาธารณะ โรงพยาบาล สถานที่รับจ้างเลี้ยง และญาติพี่น้อง โดยมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในวัยรุ่น ปัญหาครอบครัว และความยากจน ดังนั้น มูลนิธิและสถานสงเคราะห์จึงกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของเด็กๆ เหล่านี้ แต่ด้วยจำนวนเด็กที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้หลายๆ มูลนิธิต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นไปด้วย จึงเกิดความต้องการรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอก เพื่อให้มูลนิธิและสถานสงเคราะห์ต่างๆ เหล่านี้ยังดำรงอยู่ได้
นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฟิลิปส์ มีวิสัยทัศน์ว่าภายในปี พ.ศ. 2568 มุ่งหวังที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมให้ดีขึ้น โดยตั้งเป้าหมายที่ปีละ 3 พันล้านคนทั่วโลก ดังนั้น เพื่อเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นนี้ ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนานวัตกรรมที่พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภค ไปพร้อมๆ กับหยิบยื่นโอกาสและความช่วยเหลือให้แก่สังคม จึงได้ริเริ่ม “โครงการแบ่งฝันปันสุข” นี้ขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือเด็กไทย เพราะเชื่อว่าเด็กคือกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ การช่วยให้เด็กๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสทางการศึกษา น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาได้ในระยะยาว

แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย

    โดยเริ่มรับบริจาคผ่าน “โครงการแบ่งฝันปันสุข” มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 สำหรับลูกค้าที่นำเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาร่วมบริจาคในโครงการฯ ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั่วประเทศ นอกจากจะได้มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือน้องๆ ในครั้งนี้ ยังได้รับส่วนลดการซื้อผลิตภัณฑ์เตารีดแรงดันไอน้ำ Philips PerfectCare ถึง 2,000 บาททันที ซึ่งได้รับบริจาคเสื้อผ้ามามากกว่าหมื่นตัว และทาง i-KLEAN ได้นำเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคไปซักทำความสะอาดก่อนนำมาส่งมอบให้กับมูลนิธิบ้านนกขมิ้นในวันนี้ สำหรับฟิลิปส์เอง ยังได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานของเรา ที่ได้ร่วมบริจาคทั้งเสื้อผ้า ของใช้ และเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อบริจาคในโครงการฯ นี้ด้วย

แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย

สำหรับ “โครงการแบ่งฝันปันสุข” ในครั้งนี้ เราได้นำความช่วยเหลือมามอบให้แก่มูลนิธิ บ้านนกขมิ้น เพราะเราเล็งเห็นถึงปณิธานของที่นี่ ที่ต้องการช่วยให้เด็กๆ ได้มีโอกาสในการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของฟิลิปส์ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ เอง ยังได้มีการนำเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมาจำนวนมากไปจำหน่ายเป็นเสื้อผ้ามือสอง เพื่อนำเงินกลับมาเป็นทุนการศึกษาให้น้องๆ ซึ่งเรามองว่านี่เป็นการบริหารงานที่สร้างความยั่งยืน และสามารถช่วยเหลือให้น้องๆ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้จริงๆ มากกว่าการรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกเพียงอย่างเดียว
มูลนิธิบ้านนกขมิ้นก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2532 จากความตั้งใจของเออร์วิน เกรอบลี ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ร่วมกับครูอาสา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายสุรชัย สุขเขียวอ่อน หรือ ครูอ๊อด เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ด้วยการดูแลแบบ “ระบบครอบครัว” เลี้ยงดูและสนับสนุนด้านทุนการศึกษาและการดำรงชีพตั้งแต่อายุสี่ปีจนถึงจบการศึกษาขั้นมหาวิทยาลัย โดยรับเด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน เด็กด้อยโอกาส มาอยู่ร่วมชายคาของบ้านนกขมิ้นแล้วกว่า 200 ชีวิต ปัจจุบันมูลนิธิฯ มีทั้งหมด 7 สาขา ได้แก่ กรุงเทพ หัวหิน สุโขทัย เชียงใหม่ เชียงราย อุทัยธานี  และสงขลา และนอกจากเด็กๆ ในมูลนิธิฯ แล้ว บ้านนกขมิ้นยังได้ให้ทุนการศึกษากับเด็กๆ จากครอบครัวในชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย

แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย

ครูอ๊อด กล่าวว่า มูลนิธิบ้านนกขมิ้นเกิดขึ้นและยังคงอยู่ได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้วางกล่องรับบริจาคตามสถานประกอบการต่างๆ เพื่อให้ผู้คนทั่วไปที่ไม่สามารถนำของมาบริจาคด้วยตัวเองได้มีส่วนร่วมในการแบ่งปันและการมอบโอกาสให้แก่เด็กๆ ที่บ้านนกขมิ้น เราสนับสนุนทุนการศึกษาให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งหมายความว่าเราจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เราจึงได้ริเริ่มโครงการเหลือ-ขอ รับบริจาคเสื้อผ้าและสิ่งของเหลือใช้ เพื่อนำมาคัดแยกและนำไปจัดจำหน่ายเพื่อนำเงินที่ได้มาเป็นงบประมาณ เพื่อใช้ในการพัฒนาเด็กด้วยความรู้ และเป็นทุนการศึกษา นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีแผนที่จะก่อสร้างห้องสอนพิเศษ ให้จิตอาสามาสอนดนตรีหรือการเรียนรู้อื่นๆ ให้กับเด็กๆ และสิ่งสำคัญ คือ ความช่วยเหลือที่ต่อเนื่อง เพราะการเลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนถือเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แต่คุ้มค่าเมื่อได้เห็นเด็กๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับโอกาสในการศึกษา จนประสบความสำเร็จและมีความสุข 

แบ่งปันโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย

นอกจากการนำเสื้อผ้าและสิ่งของมามอบให้กับมูลนิธิบ้านนกขมิ้นแล้ว ทางฟิลิปส์ ร่วมกับห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และ i-KLEAN ยังได้จัดกิจกรรมสันทนาการให้กับน้องๆ ที่บ้านนกขมิ้น พร้อมกับนำนวัตกรรมเพื่อสุขภาพของทางฟิลิปส์อย่างหม้อทอดไม่ใช้น้ำมัน (Philips Airfryer) และเครื่องปั่นน้ำผลไม้ความเร็วสูง (Philips Hi-speed Blender) มาร่วมทำอาหารและเครื่องดื่มให้น้องๆ ได้รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย เรียกได้ว่าในงานมีแต่รอยยิ้ม ความสุข และยังอร่อยสุขภาพดีไปพร้อมๆ กันด้วย

สำหรับผู้สนใจบริจาคเสื้อผ้ามือสองและของเหลือใช้ทุกชนิดให้กับเด็กภายในมูลนิธิบ้านนกขมิ้น เพื่อนำไปใช้หรือจำหน่ายเพื่อหารายได้เข้ามาเป็นทุนการศึกษา สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้น โทร. 081 432 1890 หรือ LINE: baannokkamin หรือที่หน้าเพจ https://www.facebook.com/baannokkamin

วาด “เพื่อพ่อ”จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/304028

วาด “เพื่อพ่อ”จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

คนในกำแพง, ในหลวงร.9, คุณภาพชีวิต, เพื่อพ่อ

กว่า 10 ชีวิต คนในกำแพง เรือนจำพิเศษมีนบุรี สร้างสรรค์ผลงานภาพวาด เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

       ผู้ต้องราชทัณฑ์คนหนึ่ง เล่าว่า ชีวิตของเขาเคยทำผิดพลาด ทำให้ครอบครัวต้องเสียใจ วันหนึ่งได้รับรู้ข่าวจากผู้คุมว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสวรรคต เขาเสียใจมาก แต่เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ไปกราบลาพระองค์ท่าน ไม่เห็นแม้แต่บรรยากาศที่ประชาชนคนอื่นๆ เดินทางไปถวายความจงรักภักดี

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาจะทำถวายพระองค์ท่านได้คือการวาดภาพ เขาเลยตัดสินใจเรียนวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว สาขาวิจิตรศิลป์ ที่เข้ามาสอนในเรือนจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์

 

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

ในโอกาสที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  และโครตอินดี้ จัดกิจกรรมวันพ่อให้กับกลุ่มผู้ต้องขัง ในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี  เพื่อให้ผู้ต้องขังผู้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ผู้ต้องขัง เรือนจำพิเศษมีนบุรี วาดภาพ แสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

 

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

“ผมก็ดีใจที่ได้ทำความดีเพื่อท่านด้วยการวาดภาพเวลาท่านทรงงาน ทรงช่วยเหลือประชาชน ผมคิดถึงพระองค์ท่าน  อยากมีโอกาสได้ไปกราบท่านเหมือนคนอื่นๆ กับเขาบ้าง ขนาดวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ผมยังไม่มีโอกาสได้เห็นภาพบรรยากาศที่ประชาชนรอคอยส่งท่าน ผมมองออกไปก็มีแต่กำแพงหรือไม่ก็ห้องสี่เหลี่ยมและผมอยากให้คนภายนอกยอมรับพวกเราบ้าง คนเรามีความผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ไม่ได้เลวร้ายไปซะทุกคน” ความรู้สึกของผู้ต้องราชทัณฑ์

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า โครงการในวันนี้ทาง สสส. และโครตอินดี้ได้นำเรื่องราวการแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่แสดงผ่านหนังสือ 100 วัน เปลี่ยนความโทมนัสเป็นพลัง

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมภาพของการแสดงความจงรักภักดีของประชาชนต่อพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 จากทุกพื้นที่ทุกกลุ่มชนในช่วง 100 วันแรกของการสวรรคตของพระองค์ท่านมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์เป็นแบบอย่างในการใช่ชีวิต โดยทดลองนำร่องกับผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษมีนบุรีซึ่งพบว่าได้ผลเป็นอย่างดียิ่ง

 

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

นพ.สมภพ สังคุตแก้ว

นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมด้านการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สังคมภายนอกได้รับทราบถึงบทบาทและภารกิจในก้าวย่างที่ 5 การสร้างการยอมรับให้สังคม  ทางด้านนโยบายของกรมราชทัณฑ์ การส่งเสริมและดูแลสุขภาพ การสร้างแรงบันดาลใจจากโครงการ “แรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่ผู้ต้องราชทัณฑ์ในการสร้างเสริมสุขภาวะ และการสร้างทักษะชีวิต” เป็นการสร้างคุณค่าให้เกิดกับตัวผู้ต้องขังไปสู่สายตาคนภายนอก รวมทั้งให้ผู้ต้องขังได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

บุรินทร์ทร แซ่ล้อ

บุรินทร์ทร แซ่ล้อ ผู้อำนวยการเครือข่ายเยาวชนโครตอินดี้ เล่าว่า ในทุกๆ ปี วันที่ 5 ธันวาคม จะจัดกิจกรรมสำหรับวันพ่อแห่งชาติของเมืองไทย และในฐานะที่ผมเป็นลูกคนหนึ่งที่น้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน จึงถือโอกาสใกล้วันพ่อนี้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมโดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขังที่ต้องการให้คนภายนอกได้เห็นว่าคนที่อยู่ในกำแพงก็สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างที่บุคคลภายนอกไม่เคยเห็นมาก่อน

วาด "เพื่อพ่อ"จากใจ 10 ชีวิตคนในกำแพง

“มีหลายคนถามว่า ทำไมต้องมาจัดในเรือนจำ ผมตอบเลยว่า ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ ยิ่งเมื่อผมได้อ่านข่าว ได้ทราบถึงจำนวนของผู้กระทำผิดที่เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน มันสะท้อนถึงเรื่องการทำผิดซ้ำๆ ทั้งคนที่ออกไปแล้ว ไม่รู้จะไปไหน สังคมไม่ให้โอกาส ผมเองในฐานะของคนที่เคยเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานให้กับพี่น้องในกำแพงนี้ ผมได้เห็นศักยภาพของทุกคนในเรือนจำว่ามีมากมายมหาศาล เราอยากช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันภายในจิตใจที่เข้มแข็งโดยมีศาสตร์พระราชาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ” “บุรินทร์ทร” เล่า