ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288576

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288576

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288623

ททท. เปิด “9 เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล Tourism for all” ผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งอาเซียน ด้วยจิตอารยะ ใส่ใจต่อผู้สูงอายุและผู้บกพร่องทางร่างกาย นำร่อง 9 เส้นทาง ท่องเที่ยวเพื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มทุพพลภาพ ทั้งนักท่องเที่ยวผู้สูงวัยและนักท่องเที่ยวผู้พิการ
นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับผิดชอบการบริหารจัดการส่งเสริมด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ททท. จัดโครงการ “Tourism for all 9 เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” เปิดเส้นทางท่องเที่ยวนำร่อง 9 เส้นทาง ตั้งใจให้คนทุกคนได้เที่ยวและเรียนรู้ได้จริง ได้แก่ “นักท่องเที่ยวกลุ่มทุพพลภาพ (Handicap)” ซึ่งอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ 1) กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงวัย-สูงอายุ (Aging Traveler) ที่อาจจะมีข้อจำกัดในด้านการเดินทาง ตลอดทั้งการเดินทางในแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกและดูแลด้านสุขภาพของกลุ่มผู้สูงวัย-สูงอายุเหล่านี้ 2) กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้พิการ (Disable Traveler) ซึ่งอาจจะเป็นนักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคนที่มีความบกพร่องบางประการที่ทำให้การเดินทางจำเป็นต้องอาศัยอารยสถาปัตย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวได้จริง
“ในปัจจุบันนี้แหล่งท่องเที่ยวในเมืองต่างๆ ตลอดทั้งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ได้พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานระดับสากลสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวผู้สูงวัยและกลุ่มทุพพลภาพ ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้อาจจะมีข้อจำกัดในการเดินทางบ้าง โดยส่วนตัวเพราะไม่สามารถไปเที่ยวคนเดียวได้ โดยเฉพาะผู้บกพร่องทางสายตา จึงได้จัดทำอักษรเบลล์ และได้ขอความร่วมมือหน่วยงาน ผู้ชำนาญการที่เกี่ยวข้องส่วนโครงการ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ ราชบุรี, พัทยา, กาญจนบุรี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, ขอนแก่น, อยุธยา, นครราชสีมา และ กรุงเทพฯ โดยจะแถลงข่าวเป็นทางการวันที่ 14 กันยายน 2560 เวลา 13.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธาน
“อยากผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน คือการมีจิตอารยะ ให้หันไปใส่ใจผู้สูงอายุ โดยเริ่มจากครอบครัวตนเองก่อน นี่คือปัจจัยหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดโครงการ 9 เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล Tourism for all ในครั้งนี้”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288596

อิศเรศ จิราธิวัฒน์, วารุณี ชื่นเย็น, คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ปรมินทร์ ศรีชวาลา ประธานกก.บริหาร และ ทรีโบว์ จาเวน (Regional Sales Director)
บริษัท เอเวอร์เรส เวิลด์ จำกัดผู้นำเข้า แบรนด์ชาร์ริโอล์(Charriol) ประเทศไทยนาฬิกา และ จิลเวอร์รี่ลักชัวรี่แบรนด์ดังสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ โดย ปรมินทร์ ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริหาร จัดงานเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ “คิมเบอร์ลี่แอน โวลเทมัส” พร้อมแนะนำคอลเลคชั่นนาฬิกาล่าสุดทั้งนาฬิกาและจิวเวลรี่ประจำปี 2017 ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมใหม่กับศิลปะย้อนยุคของชนเผ่าเซลติก(Celtic)ได้อย่างลงตัว ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน
หากจะแทนค่าความงดงามอันเลอค่าให้กับเรือนเวลาอย่าง ชาร์ริโอล์แล้ว ในเวลานี้คงต้องยกให้กับ คิมเบอร์ลี่แอน โวลเทมัส ดาราสาวที่สามารถสะกดทุกสายตาให้หยุดอยู่กับความโดดเด่นของใบหน้าและดวงตาอันเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสดใสและมีเสน่ห์ดั่งต้องมนต์ ไม่เพียงแต่ความงดงามที่สมบูรณ์แบบของเธอเท่านั้น แต่เธอยังมีคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นในแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและอ่อนหวานได้ในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าคิมเบอร์ลี่ เป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการเป็นตัวแทนของความงดงามเหนือกาลเวลาของนาฬิกา ชาร์ริโอล์อย่างแท้จริง

คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส
โดย คิมเบอร์ลี่ เผยว่า “ดีใจแล้วก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก ชาร์ริโอล์ เป็นแบรนด์ที่คิมรู้จักอยู่แล้วพอได้มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ก็รู้สึกว่าเป็นแบรนด์ที่เข้ากับตัวเองเข้ากับคาแร็กเตอร์คิมเองที่เป็นนักแสดงที่ไม่สามารถยึดแบบหรือสไตล์การแต่งตัวแบบเดียวได้ เราต้องเปลี่ยนสไตล์ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเลยมองว่า ชาร์ริโอล์ เป็นนาฬิกาที่บ่งบอกความเป็นตัวเองได้ดีมากๆ เหมาะกับทุกชุดทุกโอกาส และนอกจะเป็นนาฬิกาบอกเวลาแล้วยังเป็นจิวเวลรี่ไปในตัวอีกด้วยผู้หญิงทุกคนควรมีไว้ในครอบครองค่ะ”

ชาร์ริโอล์ (Charriol) ลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดังที่มีทั้งนาฬิกา อัญมณี เครื่องประดับ น้ำหอม แว่นตา และเครื่องหนัง ก่อตั้งในปี 1983 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย มร.ฟิลิปชาร์ริโอล์ (Philippe Charriol) ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลในการทำธุรกิจและความสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมถึงศิลปะแขนงต่างๆ จึงได้นำมาคิดค้นและต่อยอดออกมาเป็นดีไซน์ที่สวยงามของนาฬิกาและจิวเวลรี่ของแบรนด์ ชาร์ริโอล์ อย่างลายถักแบบเซลติก (Celtic) ซึ่งเป็นการนำลวดทองและสเตนเลสมาถักเป็นสร้อยเพื่อสื่อถึงอารยธรรมยุโรปอันเก่าแก่และเป็นสมบัติมรดกตกทอดของชนเผ่าเซลติกได้ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมาเป็นเวลากว่า 30 ปีถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของ ชาร์ริโอล์ มาตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน ทำให้เป็นแบรนด์ลักชัวรี่ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกมีบูทีคมากถึง 285 แห่งทั่วโลก และสาขากว่า 3,800 แห่ง
โดยคอลเลคชั่นใหม่ในปี 2017 ได้มีการปรับโฉมใหม่ ของเรือนนาฬิกา เพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงทุกวัยได้เผยมนต์เสน่ห์อย่างสง่างาม โดยได้พิถีพิถันรังสรรค์ ทั้งนี้ยังดีไซน์ออกมาในรูปแบบใหม่ ๆ ยกระดับความทันสมัยให้เข้ากับยุคสมัยด้วยนวัตกรรมชั้นเลิศที่เปล่งประกายความงามเจิดจรัสจากการดีไซน์ ลวดลายและเพิ่ม สีสันที่มีความสดใสสะดุดตา แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราคลาสสิกเหนือกาลเวลา และมีกลิ่นอายที่สะท้อนถึงดีเอ็นเอของแบรนด์ด้วยการผสมผสานกับศิลปะย้อนยุคของชนเผ่าเซลติก (CELTIC) ที่ถ่ายทอดมาเป็นลักษณะของสายนาฬิกาแบบเคเบิลที่เป็นเอกลักณ์ของ ชาร์ริโอล์ จนถึงทุกวันนี้



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288602

ภาพบรรยากาศงานวิวาห์หวานที่ผ่านมา ระหว่างเจ้าบ่าว-ณพล จาตุศรีพิทักษ์ บุตรชายรองนายกรัฐมนตรี ศ.ภิชาน รศ.ดร.สมคิด-ผศ.อนุรัชนี จาตุศรีพิทักษ์ กับเจ้าสาว ภาวิณี ปราณีประชาชน บุตรี น.อ.นพ.ปกป้อง ปราณีประชาชน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลจักษุรัตนิน-วาริณี ปราณีประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ขึ้นกล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าว-สาว อย่างอบอุ่น ณ ห้องแอทธินี คริสตัล ฮอลล์ (ชั้น 3 อาคารแอทธินี ทาวเวอร์) โรงแรมพลาซ่า แอทธินีรอยัล เมอริเดียน เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560

เป็นค่ำคืนแห่งความปลาบปลื้มในงานคับคั่งไปด้วยบรรดาแขกผู้หลักผู้ใหญ่คณะรัฐมนตรี (ครม.) นักธุรกิจ นักการเมือง อาทิ องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.(ญ) ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี,พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี, อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,เจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าว-สาว จำนวนมาก









ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288592
x
“พีเจ้น” ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กโดย สุวรรณา โชคดีอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทมุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน)สร้างประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีของเมืองไทย จัดแคมเปญ “Thailand Breastfeeding Day By Pigeon” อุ่นรักจากอกแม่ ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ ครั้งที่ 3 โดยมีคู่แม่-ลูก ถึง 1,000 คู่ ร่วมเป็นหนึ่งในแคมเปญสำคัญของพีเจ้นที่รณรงค์และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย
ทั้งนี้ พีเจ้น ได้เชิญชวนคุณแม่ร่วมสร้างแรงบันดาลใจกับความภาคภูมิใจครั้งสำคัญและเป็น 1 ในแม่พีเจ้นผู้ทำสถิติ “การให้นมลูกจากอกแม่พร้อมกัน ครั้งที่ 3ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” บันทึกใน Thailand Book of Records สร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี บันทึกภาพไว้ในความทรงจำอันล้ำค่าและมีความหมายไปด้วยกันพร้อมกันนี้ ภายในงานนอกจากร่วมทำสถิติครั้งยิ่งใหญ่แล้ว คุณแม่ที่ทำสถิติจะได้รับประกาศนียบัตรแห่งความภาคภูมิใจ พร้อมด้วยเหล่าคุณแม่เซเลบฯ และคุณแม่ต้นแบบพีเจ้นที่มาร่วมแชร์หลากหลายประสบการณ์ และส่งต่อกำลังใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกัน นำโดย เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา โดยงานจะจัดขึ้นที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต ห้อง Convention Hall ในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2560 เวลา 13.00-15.30 น.
สำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถมาร่วมงานที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ก็สามารถร่วมสนับสนุนแคมเปญนี้ได้ด้วยการให้นมลูกจากอกพร้อมไปกับพีเจ้นผ่านไลฟ์เฟซบุ๊ค (Facebook Live) และแท็กมาที่ @pigeonlittlemomentsclub ไปพร้อมๆ กันเวลา 14.30 น. ในวันและเวลาเดียวกัน
คุณแม่ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ถึงวันที่ 30 ส.ค. 2560 ผ่าน 2 ช่องทางดังนี้ช่องทางที่ 1 เข้าไปที่ Facebook fanpage Pigeon Little moments Club ช่องทางที่ 2 โทร.ไปที่ Call Center 02-646-2899
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288594

วาสนา สายมา กับผลงาน
หนึ่งในผู้ที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และพัฒนางานหัตถกรรมไทย วาสนา สายมา ผู้ชนะเลิศการประกวดการออกแบบงานศิลปหัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ ปี 2555 และเป็นครูสอนด้านงานหัตถกรรม ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT และมีโอกาสนำชิ้นงานที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือตนเองส่งเข้าประกวดในเวทีต่างๆ ที่ SACICT จัดขึ้น สำหรับนักสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย จนผลงานของตนเองเป็นที่สะดุดตาและได้รับความสนใจจากผู้บริโภค นำมาสู่การผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ซึ่งโอกาสที่เธอได้รับมานี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเธอเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดไปช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนให้มีรายได้เสริม ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
“ทาง SACICT ให้ทุนด้านความคิดกับดิฉัน เพื่อนำไปพัฒนาชิ้นงานหัตถกรรมส่งเข้าประกวด ทำให้ดิฉันสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จนประสบความสำเร็จ SACICT ให้ทุกอย่าง ทั้งในเรื่องความรู้ในการทำตลาด หรือสนับสนุนช่องทางด้านการขาย เช่น การให้มาเปิดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในงานต่างๆ ทำให้พวกเรามีความคล่องตัว สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ว่าทำผลิตภัณฑ์ออกมาแล้ว จะนำไปขายที่ไหน”
นอกจากจะเป็นครูสอนด้านงานหัตถกรรมแล้ว ครูวาสนายังได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับงาน จักสานและลวดลาย และนำมาประยุกต์เพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้มีรูปแบบสอดคล้องกับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ด้วย คือ มีทั้งความแปลกตา และร่วมสมัย ทำให้ผลงานได้รับความสนใจจากตลาดมากยิ่งขึ้น

“ดิฉันทำงานกับชุมชน สร้างให้ชุมชนมีรายได้ โชคดีที่ทาง SACICT มองเห็นและให้โอกาส จึงเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ แนะนำให้พวกเรามุ่งเน้นไปที่การทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี เน้นการทำเพื่อนำไปขาย และสอนให้รู้จักการทำตลาด ทำให้รูปแบบงานจักสานของเราพัฒนาดีขึ้นมาก และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากขึ้น ซึ่งตัวดิฉันเองก็พยายามที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่แปลกตาน่าสนใจ เพื่อให้สามารถทำตลาดได้ดี ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ของเราขายดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อก่อนชาวบ้านบางคนไม่เคยมีรายได้เลย แต่ตอนนี้พอเข้ามาทำงานด้วยกันเวลาที่มีออเดอร์มา บางคนสามารถสร้างรายได้ถึงวันละ 500 บาทต่อวัน หรืออย่างน้อยๆ ก็มีรายได้ 250 บาทต่อวันซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่เคยได้รับมาก่อน แต่ในวันนี้พวกเขาทำได้ นั่นเป็นเพราะทาง SACICTมองเห็นคุณค่าและช่วยส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาให้พวกเรามีศักยภาพสูงขึ้นจนมีวันนี้ได้”
ครูวาสนายังกล่าวในตอนท้ายอีกว่าสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นชิ้นงานหลักในตอนนี้จะเป็นประเภทงานโคมไฟ โดยมีชิ้นงานที่โดดเด่นคือ “โคมไฟปะการัง” ที่ใช้เทคนิคงานจักสานไม้ไผ่ซึ่งเป็นงาน หัตกรรมคู่คนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเธอได้นำเทคนิคงานจักสานนี้มาผสมผสานกระบวนการคิดเชิงออกแบบ พลิกแพลงเทคนิคเก่าแก่จากเครื่องใช้ในบ้านทั่วไป กลายเป็นโคมไฟปะการัง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปฟอร์มที่สวยงามของธรรมชาติ และผลงานชิ้นนี้ได้เคยนำไปจัดแสดงที่ประเทศสกอตแลนด์มาแล้ว นอกจากนั้นก็จะเป็นชิ้นงานประเภทของตกแต่งและเครื่องแขวน ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
นี่คือส่วนหนึ่งของงานหัตถศิลป์จากช่างฝีมือคนไทย ที่นำความสามารถ ภายในตัวบุคคลออกมาให้คนทั่วไปได้เห็น ด้วยการส่งเสริม พัฒนา และต่อยอด จนสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน และสร้างรายได้กลับไปยังชุมชนอีกด้วย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288603

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ครบ 7 รอบ 84 ปี โดยมี พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และกรรมการสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ ร่วมทำบุญและร่วมอวยพรในโอกาสดังกล่าวด้วยบรรยากาศอบอุ่น ณ โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560
และในโอกาสเดียวกันนี้ พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด 87 ปี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ณ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มีคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, กรรมการสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ, โรงพยาบาลวิภาวดี, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, กรมการแพทย์, วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, ชมรมแม่ฯ จ.นครราชสีมา,ชมรมแม่ฯ จ.นครสวรรค์ และหน่วยงานอื่นๆ มาร่วมอวยพร โดยในงานยังเชิญชวนผู้ที่มาร่วมงานทำบุญสมทบกองทุน “พลเอกสิงหา พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ เพื่อการศึกษาเด็กยากจน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ อีกด้วย





ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288681

28 ส.ค. 60 กองประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ นำสาวงามผู้เข้าประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2017 ทำกิจกรรม ระหว่างเก็บตัวที่ จ.ภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก โดยเน้นไปที่การทำกิจกรรมทางศาสนา
โดยในช่วงเช้า สาวงามผู้เข้าประกวดตัวแทนจาก 77 จังหวัด ได้เดินทางไปยังศาลเจ้าฮกหงวนก้ง หรือ ศาลเจ้าจ้อซูก้ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่วงเวียนหอนาฬิกา ถ.ตลิ่งชัน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กราบไหว้ขอพรพระประธานในศาลเจ้า คือองค์ เฉ่งจุ้ยจ้อซู หรือ จ้อซูก้ง คนทั่วไปรู้จักกันในนาม ปรมจาย์ตั๊กม้อ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกับเสี่ยงเซียมซีทำนายดวงชะตา ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมมัสยิดยาเมี๊ยะ และโบสถ์แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน
จากนั้น คณะผู้เข้าประกวดได้เดินทางไปชมวิวเมืองภูเก็ตบนเขารัง และชื่นชมอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลผู้สร้างคุณูปการมากมาย ให้กับจังหวัดภูเก็ตและภาคใต้
ต่อมา ในช่วงบ่าย คณะผู้เข้าประกวดเดินทางไปยัง ศาลเจ้ากวนอู บ้านนาบอน ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านนาบอน ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อกราบไหว้บูชาองค์เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ โชคลาภ บารมี และชมการแสดงเชิดสิงโตต้อนรับ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน จากนักเรียน โรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน กันอย่างเพลิดเพลิน
จากนั้น ได้เดินทางไปยัง วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของ จ.ภูเก็ต ที่นี่เหล่าสาวงามได้ชื่นชมความงามของพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา และนมัสการหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง
สุดท้าย เหล่าสาวงามเดินทางไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.กระทู้ ชมการแสดงนิทรรศการแบบมีชีวิต เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการทำเหมืองแร่ดีบุก และวิถีชีวิตของชาวเหมือง
อย่างไรก็ตาม แม้ตลอดทั้งวันสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนตกกระหน่ำสลับกับแดดออก แต่สาวงามทุกคนก็ไม่หวั่น โชว์สปิริตแรงกล้า ฉีกยิ้มทำกิจกรรม ได้ใจชาวภูเก็ตที่มารอชื่นชมความงามตามสถานที่ ที่เดินทางไปทำกิจกรรมกันอย่างคึกคัก




ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/291700

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288428
