คุณแหน : 28 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288432

คุณแหน : 28 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 28 สิงหาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จะเสด็จเป็นองค์ประธานงาน “วันร่วมจิตต์เสริมพลังใจให้เยาวชน” 1 ก.ย. เวลา 14.30 น. ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อประทานเข็ม “พุ่มเพชร” และทุนการศึกษา…

●● พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จเป็นองค์ประธานโครงการเครือข่ายช่วยเหลือฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จ.สกลนคร 31 ส.ค. 10.20 น….

●● เข้าใจหัวอกพ่อ-แม่ที่มีลูกเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย พุดตาน พงศ์พัฒนาไพบูลย์ ฝากบอกว่าโครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ฟิตสมอง พิชิต TCAS ติวเข้มกับติวเตอร์ชื่อดัง ระดับประเทศไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พร้อมสัญจร 4 ภาค เชียงใหม่,กรุงเทพฯ,หาดใหญ่,ขอนแก่น เดือนต.ค. เปิดรับสมัครเรียนโครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ พร้อมกัน 26 ส.ค.-25 ก.ย. ทาง http://www.brandssummercamp.com …

●● โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นคัน หรือสะเก็ดเงิน เรื่องใกล้ตัว ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ภูมิแพ้ผิวหนัง ตัดสินใจซื้อเครื่องฉายแสงรุ่นใหม่จากญี่ปุ่นเพื่อดูแลคนไข้ที่สยามเดอร์มาติ๊กคลินิก สยามสแควร์ แล้วปรึกษาได้ที่ 02-6584633…

●● งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 19 Bangkok’s 19th International Festival of Dance&Music การแสดงที่ดีที่สุดประจำปีจะเริ่มแสดง 11 ก.ย.-19 ต.ค. อาทิ บัลเลต์คลาสสิก Katya&The Prince of
Siam, Cinderella, Spartacus, Le Corsaire จากรัสเซีย, ระบำฟลามิงโก Torera กับ Carmen จากอันดาลูเซีย สเปน, Shanghai Philharmonic Orchestra จากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ละครบรอดเวย์ต้นฉบับ West Side Story จาก
สหรัฐอเมริกา และอีกมากมาย ทั้งการแต่งกาย ฉาก แสง สี เสียง เริ่ด…จองบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา…

●● ยินดีกับนักธุรกิจหญิงเก่งปิยาภรณ์ แสนโกสิก,ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ,ระริน อุทกะพันธุ์ ที่ได้รับรางวัล Outstanding ASEAN Women Entrepreneurs Award 2017…

●● ไพลิน ภัยลี้ พี่ใหญ่ นำน้องๆ อดีตแม่บ้านตำรวจ อาทิ วิรัชดา กิตติวัฒน์,มาลินี ชาญศิลป์,อติพร เสนะวงศ์ ไปเยือนเยอรมนี,สาธารณรัฐเช็ก และออสเตรีย ต้นเดือนก.ย.นี้..●●

คุณแหน

ตะเกียงนํ้าหอมคอลเลคชั่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288413

ตะเกียงนํ้าหอมคอลเลคชั่นใหม่

ตะเกียงนํ้าหอมคอลเลคชั่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส (Lampe Berger Paris) ตะเกียงน้ำหอมฟอกอากาศต้นตำรับจากฝรั่งเศส ร่วมมือกับดีไซเนอร์พันธมิตรอย่าง ฌอง แบ็บติสท์ ซิเบอร์แตง บลังค์ (Jean Babtiste Sibertin-Blanc) บริษัทออกแบบชื่อดัง ตูร์ เล ทรัวส์ (Tour les Trois) และ วานิลดีไซน์ (Vanille Design) สร้างสรรค์ผลงานตะเกียงน้ำหอมคอลเลคชั่น CURVE (เคิร์ฟ), DIAMANT (ไดแมนท์) และ PAMPILLE (แพมพิล) เพื่อนักสะสมผู้เปี่ยมรสนิยม

คอลเลคชั่น CURVE (เคิร์ฟ) ร่วมมือกับดีไซเนอร์พันธมิตรอย่าง ฌอง แบ็บติสท์ ซิเบอร์แตง บลังค์ (Jean Babtiste Sibertin-Blanc) ได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูร่วมสมัย โดยมีความโดดเด่นด้วยรูปทรงพีรามิดที่มีเส้นโค้งมน ถ่ายทอดถึงความอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยอ่อนละมุน ให้ความรู้สึกสงบนิ่งและสบายตา เข้ากันกับฝาครอบโปร่งที่เงินเงาทรงทิวลิป มีให้เลือกใน 2 โทนสีแบบโปร่งแสง ได้แก่ สีฟ้า และสีเทา

คอลเลคชั่น DIAMANT (ไดแมนท์) ร่วมมือกับบริษัทออกแบบชื่อดัง ตูร์ เล ทรัวส์ (Tour les Trois) ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะในสไตล์อาร์ทเดโค (Art Deco) สะดุดตาด้วยรูปทรงตะเกียงและฝาครอบโปร่งสี่เหลี่ยมที่สะท้อนถึงความเป็นสุภาพบุรุษ (Masculine) อย่างแท้จริง สะดุดตาด้วยลวดลายนูนแบบเพชรเจียระไนที่มีความแวววาว ให้ความเรียบหรูแฝงไว้ด้วยความเท่ มีให้เลือก 3 สีในแบบโปร่งแสง ได้แก่ ขาวใส เทา และสีน้ำผึ้ง

คอลเลคชั่น PAMPILLE (แพมพิล) ร่วมมือกับบริษัทออกแบบชื่อดัง วานิลดีไซน์ (Vanille Design) รังสรรค์ตะเกียงน้ำหอมในรูปทรงขวดแก้วแอนทีค ในคอลเลคชั่น PAMPILLE ดึงดูดทุกสายตาด้วยลายเส้นตาข่าย แบบคริสครอสที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ฝาครอบโปร่งจรดตัวตะเกียง ดูมีมิติยามแสงไฟกระทบ เพิ่มความเลอค่าด้วยเทคนิคการเคลือบเงาแบบเมทัลไลซ์ (Metalised Effect) ที่ทำให้ขวดตะเกียงมีความแวววาวระยิบระยับ ดุจดังงานศิลปะประดับบ้านระดับมาสเตอร์พีซ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเขียว และสีเทา

วางจำหน่ายแล้วที่ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส ทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-6720498 หรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ https://www.facebook.com/lampebergerthai และ http://lampebergerthai.com

เคเอฟซีชวนคนรุ่นใหม่ประกวดแผนงานพัฒนาชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288427

เคเอฟซีชวนคนรุ่นใหม่ประกวดแผนงานพัฒนาชุมชน

เคเอฟซีชวนคนรุ่นใหม่ประกวดแผนงานพัฒนาชุมชน

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เคเอฟซี ประเทศไทย จัดโครงการ “เคเอฟซีคอมูนิตี้ฮีโร เป็นตัวจริงเพื่อสังคม 2017” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ภายใต้แนวคิด “คิดให้ใช่…ไปให้สุด” เชิญชวนนิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี และ ปวส. ทั่วประเทศ นำเสนอแผนงานพัฒนาชุมชนหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตรงความต้องการของชุมชน ผ่านการใช้ทรัพยากรที่เคเอฟซีมีอยู่ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ ชิงทุนการศึกษากว่า 500,000 บาทโดยจัดงานแถลงข่าวโครงการไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดส่วนบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาดเคเอฟซี ประเทศไทย เผยว่า เคเอฟซี มีความตั้งใจที่จะสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันให้สังคมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยพลังสร้างสรรค์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ จึงสานต่อโครงการ “เคเอฟซี คอมูนิตี้ฮีโร เป็นตัวจริงเพื่อสังคม 2017” ขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “คิดให้ใช่…ไปให้สุด” เพื่อสนับสนุนให้นิสิต นักศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ได้ใช้ช่วงเวลาที่ดีในการค้นหาศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง พร้อมผลักดันให้พวกเขาเป็นฮีโร่ของสังคม โดยทางเราจะมอบความช่วยเหลือทั้งด้านงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่หลากหลาย ให้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม และเป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์ความคิดให้คนรุ่นใหม่เห็นแก่ส่วนรวม พร้อมตระหนักถึงการสร้างประโยชน์ต่อชุมชน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ด้าน ดร.ธีรพันธ์ โล่ทองคำ อาจารย์และนักการตลาด เผยว่า โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งมิติในเรื่องของการศึกษา เพราะจะมุ่งให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา โดยคิดโครงการพร้อมเสนอแผนงานเพื่อนำไปพัฒนาชุมชนหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ด้วยการหยิบยกปัญหาใกล้ตัว หรือที่เกิดขึ้นจริงภายในชุมชน หรือในพื้นที่ที่นิสิตนักศึกษามีความใกล้ชิดและอยู่ภายใต้ความสามารถในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง ภายใต้หัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ได้แก่ 1.Passion for Food เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับอาหาร เช่น อาหารในชุมชนนั้นเขาอยากจะรณรงค์อะไร หรือปัญหาอาหารในท้องถิ่นที่สูญหายไปในเรื่องของเอกลักษณ์ 2.Passion for Lifeเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในชุมชนว่ามีรูปแบบอะไรที่น่าสนใจ เช่น วิถีชีวิตอะไรที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อชุมชนหรือสูญเสียไป และ 3.Passion for Originality เกี่ยวกับพื้นเพของวัฒนธรรม ประเพณี รากเหง้า ความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนที่กำลังสูญหาย โดยแผนงานที่นำเสนอต้องริเริ่มมาจากเรื่องจริงของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกลงในความคิด ความเชื่อ หรือค่านิยมที่เป็นที่มาของปัญหานั้นๆ และแผนงานต้องเชื่อมโยงกับการนำทรัพยากรของเคเอฟซีที่มีอยู่ไปใช้ได้อย่างสร้างสรรค์อีกด้วย

ศศิรัตน์ สำลี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ เผยว่า คงได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากโครงการนี้ ต่างจากการเรียนที่เรียนเฉพาะแผนการตลาดหรือแผนธุรกิจ จากข้อมูลของโครงการก็เห็นว่าน่าสนใจจึงเข้าร่วมประกวด และยังเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ตัวเองด้วย และถ้าได้ลงพื้นที่ทำงานจริงก็คิดว่าต้องเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอีกด้วย

น้องๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ ม.เกษตรศาสตร์ เข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ โครงการ “เคเอฟซี คอมูนิตี้ฮีโร เป็นตัวจริงเพื่อสังคม 2017” เปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศ ที่มีอายุระหว่าง 17-25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า รวมทีมสมาชิก ตั้งแต่ 2-4 คน โดยไม่จำกัดสาขา คณะ และสถาบัน นำเสนอแผนงานพัฒนาชุมชนหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น เพื่อชิงทุนการศึกษา โล่รางวัล เกียรติบัตร และบัตรกำนัลเคเอฟซี รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท พร้อมโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับเคเอฟซี ประเทศไทย โดยสามารถกรอกใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 กันยายน 2560 ที่เว็บไซต์ http://www.kfcthailand.com

เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288412

เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจากที่เหตุการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงครั้งนี้ นับว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ส่วนใหญ่ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H3N2) แต่ยังไม่พบรายงานการดื้อยาหรือกลายพันธุ์ของเชื้อ ขณะที่ประเทศไทยเองก็พบว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดแล้ว 134 คน ซึ่งเบื้องต้นพบอาการไข้หวัด ไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ จึงทำให้โรงพยาบาลพระรามเก้าได้เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด พร้อมแนะนำให้ประชาชนป้องกันโรคจากไข้หวัดใหญ่ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายและป้องกันการเกิดไข้หวัดใหญ่ด้วยการฉีดวัคซีน

ส่วนสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยในปีนี้ พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 43,082 ราย เสียชีวิต 5 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ ร้อยละ 11.4 พบในอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 10.7 พบในอายุ 25-34 ปี และ ร้อยละ 10.6 พบในอายุ 10-14 ปี ส่วน 5 จังหวัดแรกที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ลำพูน, เชียงใหม่, ระยอง, กรุงเทพมหานคร และอุตรดิตถ์

ขณะที่ศูนย์ป้องกันสุขภาพฮ่องกง รายงานว่า สถิติผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาถึงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 มีผู้ป่วยหนักจำนวน 312 ราย มีผู้เสียชีวิต 208 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย และเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ จำนวน 1,065 ราย แล้ว

ทีมแพทย์ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไข้หวัดใหญ่ หรือ H3N2 เป็นโรคที่แพร่ระบาด
ระหว่างคนสู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A H3N2 โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ มักจะมีอาการคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แต่ความรุนแรงของโรคนี้จะมีมากกว่าซึ่งมีระยะฟักตัวประมาณ 1-3 วัน  ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการหายใจ ไอ จาม หรือหายใจรดกันในพื้นที่ที่มีคนอยู่แออัด อีกทั้งยังสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย หรือการนำมือที่มีเชื้อไวรัสไปสัมผัสปากกับจมูกจนทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย  ส่วนกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง คือ เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี / ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีน้ำหนัก มากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยที่มีความพิการทางสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งหากเกิดขึ้นกับในกลุ่มคนเหล่านี้อาจมีอาการรุนแรงหรืออาจจะเสียชีวิตได้

ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย 3 สายพันธุ์ใหญ่ในฤดูกาลปี 2017 ได้แก่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่
สายพันธุ์ “เอ มิชิแกน เอช 1 เอ็น 1”  (A Michigan H1N1) สายพันธุ์ “เอ ฮ่องกง เอช 3 เอ็น 2”  (A/ Hong Kong H3N2) และสายพันธุ์ “บี บริสเบรน (B Brisbane)

สำหรับมาตรการในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามนโยบายของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คือ 1.หมั่นปิดปาก ปิดจมูก เมื่อมีอาการไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย 2.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได ราวจับบนรถโดยสาร 3.เลี่ยง
คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยเฉพาะในสถานที่ที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท 4.หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

ทั้งหมดนี้ นับว่าเป็นวิธีที่ประชาชน จะหลีกเลี่ยงการเกิดไข้หวัดใหญ่ในทุกๆ สายพันธุ์ ที่สำคัญการดูแลรักษาสุขอนามัยที่ดี ทั้งการออกกำลังกาย การอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท รวมถึงการทำให้ร่างกายได้รับความอบอุ่น ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคระบาดอย่างไข้หวัดใหญ่นี้ได้ แต่หากพบว่าป่วยเป็นไข้หวัด มีไข้สูง มีอาการหอบหืดร่วมด้วย และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์อย่างทันท่วงที เพื่อรับการรักษาและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นที่มาของภัยคุกคามของโรคได้

เอาใจคนรักสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288411

เอาใจคนรักสุขภาพ

เอาใจคนรักสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดย นายชัยพล กฤตยาวาณิชย์ ผู้อำนวยการอาวุโสการตลาด ร่วมกับ 80 โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ มอบสิทธิประโยชน์เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีทุกประเภทตลอดปี 2560 เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ โรงพยาบาลที่ร่วมรายการ ครอบคลุมทั้งค่ายา ค่าห้อง สำหรับผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก รวมถึงโปรแกรมตรวจสุขภาพ และโปรแกรมอื่นๆ ในราคาประหยัด

นอกจากนี้ ยังจับมือโรงพยาบาลชั้นนำอีก 12 แห่ง มอบของขวัญต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว เมื่อชำระโปรแกรมคลอดเหมาจ่ายผ่านบัตรเครดิตกรุงศรี โดยมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์ สลิป จะได้รับเครดิตเงินคืน 1,000 บาท หรือเมื่อมียอดใช้จ่าย 120,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป จะได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 2,400 บาทต่อบัญชีบัตรหลัก เพียงลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ร่วมรายการ พิมพ์ BIR (วรรค) ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก ส่ง SMS ไปที่ 081-9279999 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2560 รายละเอียด http://www.krungsricard.com/health หรือ โทร.02-6463000

คนไทยในยุโรป 18 ประเทศ รวมใจจัดงาน ‘ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4’ แสดงความอาลัยถวายในหลวง ร.9 และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288436

คนไทยในยุโรป 18 ประเทศ รวมใจจัดงาน ‘ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4’ แสดงความอาลัยถวายในหลวง ร.9 และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10

คนไทยในยุโรป 18 ประเทศ รวมใจจัดงาน ‘ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4’ แสดงความอาลัยถวายในหลวง ร.9 และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลุ่มในหลวงในดวงใจ ซึ่งประกอบด้วยคนไทยที่อาศัยอยู่ในยุโรป 18 ประเทศ พร้อมใจจัดงาน “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4” ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 โดยปีนี้กลุ่มคนไทยในสหราชอาณาจักรรับเป็นเจ้าภาพ โดยกิจกรรมประกอบด้วยพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การจุดเทียนแสดงความอาลัยถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และทอดผ้าป่าสามัคคีนานาชาติ พร้อมจัดทำเสื้อทีเชิ้ตสีดำสกรีนลาย KING OF HEARTS ในหลวงในดวงใจ เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้วัดพุทธปทีป เพื่อซ่อมบำรุงอุโบสถ และส่วนหนึ่งสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา เชิญชวนคนไทยในยุโรปพร้อมใจแต่งกายชุดดำร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร

ในการนี้ได้มีตัวแทนกลุ่มในหลวงในดวงใจ มาให้รายละเอียดการจัดกิจกรรม “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4” อาทิ ปัญญดา เรืองสกุล จากสวิตเซอร์แลนด์, สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ จากสวิตเซอร์แลนด์, วนิชา เทานอก จากอิตาลี, สุภาภรณ์ เบย์ลิสส์ จากสหราชอาณาจักร, วัชชรีย์ จเรสมบัติเจริญ จากฝรั่งเศส, วาราดา คงรักช้าง จากออสเตรีย และ วิยะดา กงศรี จากอิตาลี และผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมงานแถลงข่าว

ปัญญดา เรืองสกุล จากสวิตเซอร์แลนด์ เผยถึงที่มาของการจัดงาน “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4”ว่า ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และความรักความเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้เราจะอยู่ในต่างแดนแต่ก็ต้องการที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อเป็นการบอกเล่าให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ว่าพระองค์ท่านยิ่งใหญ่อย่างไร ทรงทำอะไรให้กับคนไทยมากมายขนาดไหน จากความคิดของคนกลุ่มเล็กๆ แต่ได้มีการกระจายข่าวจนเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ งาน “ในหลวงในดวงใจ KING OF HEART” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 จึงเกิดขึ้น โดยเลือกจัดที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรก เนื่องจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีความเกี่ยวเนื่องและผูกพันกับ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งการจัดงานครั้งนั้นมีคนไทยและชาวต่างชาติที่รู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้าร่วมงานกว่า 1,200 คน กล่าวได้ว่าเกินความคาดหมายของคณะผู้จัดงานเป็นอย่างมาก ทำให้เราทราบว่าไม่เฉพาะคนไทย แต่ชาวต่างชาติต่างก็รักในหลวงของเรามากเช่นกัน

วนิชา เทานอก จากอิตาลี กล่าวว่า จากความสำเร็จในครั้งแรก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการจัดงาน ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 2 โดยกลุ่มคนไทยในอิตาลีเป็นเจ้าภาพจัดงาน จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2558 ซึ่งการจัดงานที่มีการชุมนุมของคนหมู่มากในต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องมีการทำหนังสือขออนุญาตเป็นทางการ และจะต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยคณะผู้จัดงานต้องเจออุปสรรคมากมายในการขออนุญาต แต่ด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ทำให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี สถานที่จัดงานใกล้กับโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ของกรุงโรม มีกิจกรรมจุดเทียนชัยถวายพระพร ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี มีผู้เข้าร่วมงานเกือบหนึ่งพันคน และมีรายได้จากการจำหน่ายเสื้อยืด KING OF HEARTS ในหลวงในดวงใจ ประมาณ 5 แสนบาท โดยนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา

สมศักดิ์ พฤทธยานันท์ จากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นตัวแทนกลุ่มในหลวงในดวงใจประเทศเดนมาร์ก เผยถึงการจัดงาน ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 3 ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ว่า คณะผู้จัดงานได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการจัดงานในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 3 ในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เกิดเหตุการณ์ที่คนไทยทั่วโลกไม่อยากรับรู้ นั่นคือการเสด็จสวรรคตของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสียก่อน ทำให้เราต่างอยู่ในภาวะโศกเศร้า จากแผนงานเดิมก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงาน เป็นการเดินแสดงความอาลัยถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แทน ซึ่งทางการของกรุงโคเปนเฮเกน อนุญาตให้เราใช้เวลาจัดงานได้เพียง 4 ชั่วโมง กับการเดินในระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร จากที่คาดการว่าจะมีคนเข้าร่วมงานเพียง 500 คน ปรากฏว่าในวันนั้นมีคนเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน แสดงให้เห็นถึงพลังความรักความอาลัยของคนไทยและชาวต่างชาติที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับการจัดงาน “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4“ ซึ่งปีนี้ กลุ่มในหลวงในดวงใจประเทศสหราชอาณาจักร เป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน สุภาภรณ์ เบย์ลิสส์ จากสหราชอาณาจักร ในฐานะแกนนำประเทศเจ้าภาพ กล่าวว่า งานในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน จะมีรูปแบบที่ต่างออกไปจากทุกปี กิจกรรมจะประกอบด้วย ในช่วงเช้าจะมีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลเพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงบ่ายจะมีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีนานาชาติถวายเป็นพระราชกุศล และในช่วงเย็นจะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรและการจุดเทียนพร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมจำหน่ายเสื้อทีเชิ้ตสีดำสกรีนลาย KING OF HEARTS ในหลวงในดวงใจ ทั้งนี้ ปัจจัยจากการทอดผ้าป่าและรายได้จากการจำหน่ายเสื้อ ส่วนหนึ่งจะมอบแก่วัดพุทธปทีปเพื่อซ่อมแซมหลังคาอุโบสถและสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

จึงขอเชิญชวนชาวไทยในยุโรปและทั่วโลก สวมเสื้อทีเชิ้ตสีดำสกรีนลาย KING OF HEARTS ในหลวงในดวงใจ หรือชุดสีดำสุภาพร่วมงาน “ในหลวงในดวงใจ ครั้งที่ 4” โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน หรือติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม ได้ทาง https://www.facebook.com/kingofhearts2014/ และเชิญชวนติดแฮชแท็ก #ร่วมถวายอาลัย #ร่วมส่งเสด็จ #ในหลวงในดวงใจ #ในหลวงในดวงใจ4อังกฤษ

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ปทุมธานี สืบทอดพระราชปณิธาน ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288429

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ปทุมธานี สืบทอดพระราชปณิธาน ร.9

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ปทุมธานี สืบทอดพระราชปณิธาน ร.9

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เตรียมจัดงานตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง สืบทอดพระราชปณิธาน “มิลืมเลือน” ระหว่างวันที่ 2–3 กันยายน 2560 ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรมาตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ

จารุรัฐ  จงพุฒิศิริ

นางจารุรัฐ จงพุฒิศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า งานตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีกิจกรรมและนิทรรศการพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการ ดิน น้ำ ป่า คน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์จริง ที่พร้อมใจกันมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและเทคนิคเกี่ยวกับการทำการเกษตรต่างๆ ผ่านการอบรมวิชาของแผ่นดินกว่า 10 หลักสูตร ซึ่งสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ และต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ นำไปสู่การพึ่งตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีความสุข”

ร่วมเดินตามรอยพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน ผ่านเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ ข้าว ปลา อาหาร ความสุขในวิถีเกษตรแห่งท้องทุ่ง และแผ่นดินไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับกลิ่นอาย บรรยากาศแห่งท้องทุ่งที่มีความหลากหลายของพันธุกรรมที่นำมาจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต

เรียนรู้ประสบการณ์ความสำเร็จจากการลงมือปฏิบัติ ผ่านเนื้อหาหลักสูตรอบรมวิชาของแผ่นดิน อาทิ หลักสูตรเกษตรผสมผสาน สืบทอดพระราชปณิธานของพ่อเรียนรู้การทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานตามรอยพ่อ การจัดการพื้นที่ และการทำปุ๋ยหมักใช้เอง จาก อ.อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์ เจ้าของรางวัล Smart Farmer ปี 2558 เกษตรกรยุคดิจิทัล หลักสูตรการทำเกษตรบนดินลูกรัง เรียนรู้จากประสบการณ์ อ.นฤทธิ์ คำธิศรี อดีตผู้จัดการฟาร์มกุ้ง ที่มุ่งหน้ากลับสู่บ้านเกิด เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง คือการเป็น “เกษตรกร” พลิกฟื้นดินลูกรังให้สามารถทำการเกษตรได้

หลักสูตรการปลูกพืช 12 ชั้นพึ่งตนเอง เรียนรู้การปลูกพืช 12 ระดับ แบบพึ่งพาอาศัยกัน และการใช้ประโยชน์จากพืชระดับต่าง ๆ แนวความคิดเกษตรธาตุ 4 คือ ทุกสรรพสิ่งในโลกเกิดจากธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ สามารถไปปรับใช้ในเรื่องของการเกษตรได้ลงตัวองค์ความรู้จาก อ.อภินันท์ หมัดหลี เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตร จ.สงขลา หลักสูตรการสร้างดินดำ น้ำชุ่ม โดย อ.กมล
พรหมมาก สีมาอโศก จ.นครราชสีมา เรียนรู้การทำปรับโครงสร้างดิน การบำรุงดิน ในการทำเกษตรผสมผสาน

หลักสูตรการทำสวนผักคนเมือง เรียนรู้เทคนิคการปลูกพืชในพื้นที่จำกัด เกษตรบนดาดฟ้า และการดูแลพืชโดย อ.เพ็ญศรี โตสะอาด เกษตรหลักสี่ หลักสูตรนวัตกรรมกักเก็บน้ำใต้ดินเพื่อการเกษตร เทคนิควิธีการกักเก็บและการดึงน้ำไว้ใต้ดินมาใช้เพื่อการเกษตร โดย อ. รัตนศักดิ์ รัตนมณี สถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ จ.ชัยภูมิ หลักสูตรการเลี้ยงไส้เดือนแบบครบวงจร เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไส้เดือนในรูปแบบต่างๆ และการใช้ประโยชน์จากมูลไส้เดือน โดย อ.ราเมธ อ่ำสกุล เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ หลักสูตรดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยอาจารย์สุเมธ พรหมรักษา“หมอที่ดีที่สุด” คือ ตัวเราเอง เชิญชวนให้มาเรียนรู้การดูแลรักษาสุขภาพแบบพึ่งตนเอง” เรียนรู้การดูแลตนเอง สร้างพลัง สร้างสุขภาพที่ดี ให้กับตนเองและคนที่เรารัก หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ เรียนรู้และฝึกปฏิบัติในงานตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียงครั้งนี้ ได้แก่ การทำฮอร์โมนเร่งดอก ใบ และผล การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การทำโลชั่นตะไคร้หอมทากันยุง

ชมนิทรรศการ “คิดถึงพ่อ…มิลืมเลือน” ในพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา เรียนรู้การทำความดีเพื่อแผ่นดินตลอดระยะเวลาการทรงงาน 70 ปี เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม สนุกซาบซึ้งกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น3 มิติ “เรื่องของพ่อในบ้านของเรา” เรียนรู้ตามรอยพ่อ “กษัตริย์ เกษตร” ที่พิพิธภัณฑ์กษัตริย์เกษตร เปิดบริการให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมกิจกรรมที่หลากหลายรับของที่ระลึก “คิดถึงมิลืมเลือน”

มา ชม ชิม ช็อป พร้อมเลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตผลเกษตรดีๆ มีคุณภาพ จากเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่นำมาจัดจำหน่ายให้ผู้ที่รักสุขภาพ และชื่นชอบสินค้าเกษตรอินทรีย์กันในราคามิตรภาพ และเมนูสุขภาพจาก “ร้าน กิน อยู่ ดี” พร้อมฟังบทเพลงแห่งความคิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 มาร่วมกันสืบทอดพระราชปณิธาน เพราะเราเชื่อมั่นว่า “ความดีงามนั้นสืบทอดได้”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ตรงข้ามโรงพยาบาลการุญเวช(นวนครเดิม)
จ.ปทุมธานี โทร.02-5292212-13 มือถือ 087-359-7171, 094-6492333 หรือคลิกดูรายละเอียดทาง
http://www.wisdomking.or.th ทาง Line ID@wisdomkingfan และ facebook.com/ wisdomkingfan

สมาคมรักแม่ ชวนบอกรักแม่ให้โลกรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288382

สมาคมรักแม่ ชวนบอกรักแม่ให้โลกรู้

สมาคมรักแม่ ชวนบอกรักแม่ให้โลกรู้

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมรักแม่ โดย ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมฯ เปิดเวทีให้ลูกๆ บอกรักแม่ผ่านเสียงเพลง ในโครงการร้อยรักแม่ ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจ โดยมี ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ ผช.เลขาธิการฯ และ ผอ.สนง.ฝ่ายจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานกลุ่มบูติคนิวซิตี้, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย, ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา, กัญญุมา โนนคำ ร่วมงาน รวมถึง พลธรายุทธ ทิพยุทธ, ณัฐวรรธน์ กิจสมบูรณ์, ธนภัทร์ ธนากรกานต์, มนต์ชัย ชื่นประภารัตน์ เป็นกรรมการตัดสิน

สมาคมรักแม่ โดย ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ เปิดเวทีให้ลูกๆ บอกรักแม่ผ่านเสียงเพลงในโครงการร้อยรักแม่ ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยวัตถุประสงค์หลักของสมาคม คือ การปลูกจิตสำนึกแก่คนไทยทุกคนทุกวัย รักบุคคลสำคัญในชีวิต คือ แม่ของเรา ซึ่งได้รับเกียรติจาก ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ,ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย, ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา, กัญญุมาโนนคำ ฯลฯ ร่วมงาน รวมถึง พลธรายุทธ ทิพยุทธ,ณัฐวรรธน์ กิจสมบูรณ์, ธนภัทร์ ธนากรกานต์,มนต์ชัย ชื่นประภารัตน์ เป็นกรรมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารอบ 6 ทีมสุดท้าย ปีนี้ ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีม หมูหวานจากโรงเรียนวัดสุทธิวราราม  เจ้าของบทเพลง “ขอทำเพื่อแม่” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ประวรา เอครพานิช นายกสมาคมรักแม่ กล่าวว่า “โครงการประกวด “ร้อยรักแม่ ด้วยเสียงเพลงจากดวงใจ” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 14 ปี ด้วยวัตถุประสงค์หลัก คือ การปลูกจิตสำนึกแก่คนไทยทุกคน ให้ทุกคนและทุกวัย บอกรักบุคคลสำคัญ ปีนี้สมาคมฯ ได้ขยายเกณฑ์การรับสมัครออกไประหว่างอายุ 7-25 ปี มาร่วมการประกวดแต่งและร้องเพลง เพื่อเป็นการแสดงออกให้เห็นว่าการสร้างสายใยรักระหว่างสมาชิกในครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญ ปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้แก่เยาวชน โดยเป็นการเปิดโครงการ Me & My Mom 2017 เพื่อเป็นการเชิดชูความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกอีกด้วย การประกวดปีนี้ได้ขยายเกณฑ์รับสมัครตั้งแต่นักเรียน นักศึกษารวมไปถึงประชาชนทั่วไป ทีมละไม่เกิน 3 คน เป็นวงดนตรี Acoustic ที่มีผู้ขับร้อง คณะกรรมการได้คัดสรรทีมผู้สมัครจนเหลือ 6 ทีมสุดท้าย และได้เล่นดนตรีพร้อมขับร้องสด เน้นเนื้อหาเพลงเพื่อรำลึกถึงพระคุณแม่ซึ่งทีมชนะเลิศจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัล ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต”

บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความซาบซึ้ง สร้างความประทับใจและปลื้มปีติแก่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ คณะจากสภากาชาดไทยและเหล่าสมาชิกสมาคมรักแม่ มีผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดนตรีมาให้คะแนนในส่วนของเนื้อเพลง อักขระ วิธีการร้อง ทำนอง การแสดงออก เป็นกรรมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ พร้อมให้คำแนะนำ ซึ่งมีพลธรายุทธ ทิพยุทธ อาจารย์ประจำสาขาดนตรีสมัยนิยมวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล,ณัฐวรรธน์ กิจสมบูรณ์ หรือหมู เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ ซีซั่น 1, มนต์ชัย ชื่นประภารัตน์ และธนภัทร์ ธนากรกานต์ นักร้องนำวง Better Weatherเฟ้นหาทีมชนะ ดังนี้ ทีมชนะเลิศ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ทีมหมูหวาน โชว์บทเพลงสุดพิเศษเพื่อแม่ ชื่อว่า “ขอทำเพื่อแม่”, รองชนะเลิศอันดับ 1โรงเรียนวัดมหาพฤฒารามฯ ทีม MPS Acoustic Band “เพลงรักจากหัวใจ”, รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Act Map Six Plus จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี “ความรู้สึกช้า”, รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ทีม Acousitc IFB จากวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ “เพลงของแม่”, ทีมลูกกิตติวิทย์ จากโรงเรียนกิตติวิทย์บ้านพรุ จ.สงขลา “รักลูกไม่มีวันหมด” และทีม NANA Land จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยราชภัฏสมเด็จเจ้าพระยา “คนใกล้ๆ”

นอกเหนือจากการประกวดเพื่อรณรงค์ให้ลูกๆ ได้บอกรักแม่ผ่านเสียงเพลงแล้ว สมาคมรักแม่มีกิจกรรมจัดทำบัตรรักแม่ ในชุด My Heart is Your : บอกรักผ่านรูปหัวใจ” เพื่อให้ลูกๆ เขียนบอกรักแม่ หรือใช้เป็นบัตรอวยพรในโอกาสที่ดีๆ โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบซื้อเครื่องมือแพทย์ THERMOMIXER สำหรับสกัด DNA เซลล์มะเร็งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย เป็นประจำทุกปีและการร่วมทำบุญกับบัตรอวยพรรักแม่จะมีความพิเศษคือ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) เตรียม Gift Voucher มอบให้ผู้ร่วมทำบุญ เพื่อนำไปมอบให้คุณแม่ได้เลือกเสื้อผ้าสวยๆ ทั้ง กีลาโรช, จีเอสพี, จู๊สส์, ลอฟฟิเซีย, ซีแอนด์ดี เป็นของขวัญให้คุณแม่ ผู้สนใจสั่งจองหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมรักแม่โทร.0-2391-3320 ต่อ 204 (คุณเพ็ญศรี)

รายการโทรทัศน์การกุศล ‘สวนดอกร้อยดวงใจ ครั้งที่ 10’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288435

รายการโทรทัศน์การกุศล ‘สวนดอกร้อยดวงใจ ครั้งที่ 10’

รายการโทรทัศน์การกุศล ‘สวนดอกร้อยดวงใจ ครั้งที่ 10’

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดรายการพิเศษ “สวนดอกร้อยดวงใจ ครั้งที่ 10…เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อคณะแพทยศาสตร์ มช. และเพื่อระดมทุนให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center) ออกอากาศในวันที่ 14 กันยายน 2560 ระหว่างเวลา 22.30-24.00 น.

ศาสตราจารย์นายแพทย์ บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตจังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนเตียงให้บริการ 1,400 เตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการซับซ้อน มีภาวะวิกฤติ และคุกคามต่อชีวิต จากสถิติพบมีผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้ายมากถึง 52.13% ซึ่งพบปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกลับไปดูแลต่อที่บ้านได้ เพราะขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าญาติผู้ให้การดูแล ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่ถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้ายแห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ทางด้านนี้อีกด้วย

“ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ พระภิกษุสงฆ์อาพาธ ตลอดจนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และครุภัณฑ์ต่างๆ สำหรับศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์โรคสมองภาคเหนือ ศูนย์รักษามะเร็ง ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย หอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) จัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และศูนย์บูรณาการฟื้นสภาพคนพิการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา การให้บริการ และรองรับผู้ป่วยยากไร้ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ และสร้างอาคารศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและอนาคตสามารถดูแลสุขภาพแบบครบวงจร และยังได้ระดมเงินบริจาคจากแหล่งทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด”

สำหรับปีนี้คณะแพทยศาสตร์ มช. เตรียมจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ “สวนดอกร้อยดวงใจ ครั้งที่ 10…เพื่อผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย” เนื้อหารายการประกอบไปด้วย สารคดีเทิดพระเกียรติพระราชบิดา สารคดี “แพทย์เชียงใหม่ใต้ร่มพระบารมี” สารคดี “ตามรอยพระบาทจากขอบด้ง” และเรียลิตี้จากชีวิตจริง “ลมหายใจแห่งรัก” และการเปิดรับบริจาคทางโทรศัพท์ระหว่างการออกอากาศ โดยจะถ่ายทอดสดทั่วประเทศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD ในวันที่ 14 กันยายน 2560 ระหว่างเวลา 22.30-24.00 น.

ทั้งนี้ รายได้จากการจัดงานจะสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center) เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานทั้งภายในโรงพยาบาล และเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง รวมทั้งจัดตั้งธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิตยืมไปใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้านหรือโรงพยาบาล

ติดตามรับชม และร่วมเป็นผู้ให้ ด้วยการบริจาคทุนทรัพย์สมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก เพื่อจัดสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร.053-938400 โทรสาร 053-938888 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โทร.053-935672 กรณีโอนเงินผ่านธนาคาร ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุเทพ เชียงใหม่ เลขที่บัญชี 471-2-33333-8 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาคณะแพทยศาสตร์ เชียงใหม่ เลขที่บัญชี 405-9-78590-2

แนะพ่อแม่สังเกต 3 สัญญาณเตือน ที่ต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน เพื่อลูกสุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288416

แนะพ่อแม่สังเกต 3 สัญญาณเตือน ที่ต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน เพื่อลูกสุขภาพดี

แนะพ่อแม่สังเกต 3 สัญญาณเตือน ที่ต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน เพื่อลูกสุขภาพดี

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แนะพ่อแม่ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพัฒนาการของลูก รวมถึงพฤติกรรมที่เป็นเสมือนสัญญาณเตือนให้ต้องเริ่มเปลี่ยน 3 ข้อ ได้แก่ การที่ลูกเริ่มไม่ทานผักผลไม้ ดื่มน้ำน้อย และติดหน้าจอ ไม่ค่อยวิ่งเล่นหรือออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เด็กวัย 3-5 ปีมีพัฒนาการทางร่างกายไม่สมวัย เช่น อ้วน ผอม หรือส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยนี้ และเป็นภาพสะท้อนว่าเด็กอาจกำลังมีปัญหาด้านโภชนาการ

รายงานภาวะโภชนาการโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (MICS) ปี 2015 เผยว่า ประเทศไทยมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่เตี้ยกว่าเกณฑ์ประมาณ 10% และน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ 7% ในขณะที่เด็กอ้วนก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 5.8% ในปี 2552 เป็น 8.5% ในปี 2558 ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงจากครอบครัว นั่นคือ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องตระหนักว่าโภชนาการที่ดีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็ก โดยใส่ใจพัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมโภชนาการเพื่อสุขภาพ และวางพื้นฐานให้เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพตนได้อย่างเต็มที่ การขาดโภชนาการที่ดีจะกีดขวางการเจริญเติบโตของเด็ก ทำให้พัฒนาการล่าช้า ลดทอนศักยภาพในอนาคต

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์

โครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) นำโดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด พร้อมพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน ได้จัดกิจกรรม “1 วันสร้างสุขให้ลูกเปลี่ยน” ให้แก่ตัวแทนพ่อแม่ผู้ปกครองและคุณครูที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อแนะนำการสร้าง 3 สุขนิสัยในชีวิตประจำวันที่จะทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและร่างกายสมส่วน ได้แก่ 1.การดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน 2.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณพอเหมาะ สำหรับปริมาณอาหารที่เหมาะสมต่อมื้อของเด็กอายุ 3-5 ปีนั้น ประกอบด้วยข้าวหรือแป้ง 1 ทัพพีครึ่ง เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ ผักสุกครึ่งทัพพีหรือผักดิบ 1 ทัพพี (ประมาณ 1 ฝ่ามือเด็ก) และผลไม้ 4 ชิ้นคำ 3.การขยันขยับเคลื่อนไหวร่างกาย เนื่องจากเด็กๆ สมัยนี้โตมาพร้อมกับเทคโนโลยี บางคนอาจเกิดการติดจอ (ติดมือถือหรือแท็บเลต) ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ครอบครัวจึงควรหากิจกรรมออกกำลังง่ายๆ ที่สามารถสนุกร่วมกัน

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชให้ข้อมูลว่า “เราพบว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโภชนาการ และเห็นความสำคัญของพฤติกรรมการกินที่ดี เพียงแต่ขาดการลงมือทำ การเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กๆ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากหากมีความตั้งใจและความพยายาม บางท่านบอกว่าทำงานหนักจนไม่มีเวลาหรือไม่มีเงินพอจะหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ลูกทาน หรือไม่มีความรู้ด้านโภชนาการเพียงพอ แต่จริงๆ ความรู้ทางโภชนาการไม่ใช่ของหายาก และอาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง มีผักผลไม้มากมายในตลาดที่ราคาถูกและเต็มไปด้วยสารอาหาร”

คุณหมอ ยังกล่าวเสริมอีกว่า “การปลูกฝังนิสัยการกินผักผลไม้ให้ลูกควรเริ่มแต่เนิ่นๆ เมื่อเด็กเริ่มทานอาหารอื่นนอกจากนมแม่ โดยไม่ต้องปรุงรสชาติ เพื่อให้เด็กคุ้นชินกับรสชาติแบบธรรมชาติและฝึกนิสัยทานง่าย หากเด็กมีปัญหาทานยาก สามารถใช้หลัก “Food Chain” โดยสังเกตสิ่งที่เด็กชอบทานและให้เด็กค่อยๆ ลองทานอาหารชนิดใหม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันหรือการให้เด็กมีส่วนร่วมในการเลือกผัก ผลไม้ และช่วยเตรียมอาหารจะทำให้เด็กมีแนวโน้มทานผักผลไม้มากขึ้นโดยไม่ต้องบังคับ”

อาจารย์รณสิงห์ รือเรือง

อาจารย์รณสิงห์ รือเรือง นักจิตวิทยาคลินิก ระดับชำนาญการพิเศษ สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ (เชียงใหม่) กล่าวว่า “พ่อและแม่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการส่งเสริมให้ลูกมีสุขภาพดี โดยเริ่มจากการเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเด็กในวัยนี้สมองเริ่มพัฒนาจากด้านหลังมาด้านหน้า คือกลีบท้ายทอย (Occipital Lobe) ซึ่งดูแลด้านการมองเห็น ต่อมาคือ สมองกลีบข้าง (Parietal Lobe) ซึ่งกระตุ้นได้ด้วยประสบการณ์ หากทำให้เด็กเห็นหรือให้เด็กมีส่วนร่วมจะทำให้เขาเรียนรู้และจำได้ดีขึ้น เช่น หากคุณพ่อคุณแม่ติดน้ำหวาน ลูกเห็นก็จะดื่มตาม หรือตรงกันข้าม ถ้าคุณพ่อคุณแม่ดื่มน้ำเปล่าให้ลูกเห็นบ่อยๆ ลูกก็จะดื่มตามเช่นกัน”

อาจารย์รณสิงห์ กล่าวเสริมว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างนิสัยการกินอยู่เพื่อพัฒนาการของเด็กในภายหลังคือ ต้องเริ่มที่พ่อแม่เพียงมี “ความรู้” “ความตั้งใจ” และ “เริ่มลงมือทำ” หากเด็กมีปัญหาไม่ทานผักอาจเริ่มจากการวางผักบนโต๊ะอาหารและคุณพ่อคุณแม่ทานให้ดูอย่างเอร็ดอร่อย แล้วค่อยๆ เลื่อนจานผักมาใกล้ จากนั้นลองใส่จานเด็ก ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เด็กค่อยๆ ปรับตัว และสร้างลักษณะนิสัยที่ดี ในระยะยาวเทคนิคนี้จะได้ผลยั่งยืนกว่าการสั่ง หรือการบังคับ”

กนกทิพย์  ปริญญานุสสรณ์

นางกนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและสื่อสารโภชนาการเพื่อสุขภาพ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวสรุปว่า “การที่พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดี และให้เด็กมีส่วนร่วม จะช่วยกระตุ้นการปรับเปลี่ยนและปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพดีของเด็กอย่างยั่งยืน ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) ผ่าน Facebook.com/U4HKThailand หรือค้นหา United for Healthier Kids TH ผ่าน Facebook เพราะความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพเด็กไทยจะเกิดขึ้นได้จริง หากเราร่วมมือกัน”