TOO FAST TO SLEEP.SCB โซไซตี้กลางสยามสแควร์ตลอด 24 ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285486

TOO FAST TO SLEEP.SCB โซไซตี้กลางสยามสแควร์ตลอด 24 ชม.

TOO FAST TO SLEEP.SCB โซไซตี้กลางสยามสแควร์ตลอด 24 ชม.

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอนก จงเสถียร และ ธนา เธียรอัจฉริยะ

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมมือกับ Too Fast To Sleep เปิดพื้นที่บนชั้น 2 ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ ซอย 1 ให้กลายเป็น “TOO FAST TO SLEEP.SCB” พื้นที่เปิดกว้างสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่จะเข้ามาใช้เป็นพื้นที่ในการอ่านหนังสือ ประชุม ทำงานกลุ่ม พร้อมสัมผัสประสบการณ์แบบไร้เงินสด (cashlesssociety) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่การศึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น SCB EASY เท่านั้น

ธนา เธียรอัจฉริยะ รักษาการ Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “เป็นความตั้งใจของธนาคารที่อยากสนับสนุนและพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีทางเลือกในการพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราจึงสนับสนุนพื้นที่บริเวณชั้น 2 ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ ซอย 1 ซึ่งเป็นพื้นที่สะดวกสำหรับคนรุ่นใหม่ ให้เป็นที่ตั้ง TOO FAST TO SLEEP.SCB ด้วยแนวคิดที่ตรงกันกับ Too Fast To Sleep ในเรื่องการสร้างพื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมนุมทางปัญญาให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป นอกจากนั้น โครงการนี้ยังเป็นโครงการนำร่องที่ถ้าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับน้องๆ นิสิต นักศึกษาได้จริงและได้รับการตอบรับที่ดี ธนาคารก็มีแผนที่จะขยายแนวคิดนี้ไปสู่พื้นที่ของสาขาอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป”


ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

เอนก จงเสถียร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Too Fast To Sleep กล่าวเสริมว่า“ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านอินเตอร์เนตและโลกออนไลน์ คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลยิ่งต้องการพื้นที่ชุมนุมทางปัญญาในลักษณะนี้ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษาผ่านการใช้พื้นที่เพื่อการอ่านหรือการทำงานกลุ่ม หรือความสะดวกในการประชุมสำหรับคนทำงาน เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน การที่ธนาคารไทยพาณิชย์เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างพื้นที่นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันนั้น ถือว่าเป็นแนวความคิดที่ดีและสร้างประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมอย่างแท้จริง ทาง Too Fast To Sleep จึงรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ TOO FAST TO SLEEP.SCB บนพื้นที่ใจกลางสยามสแควร์ในวันนี้”

เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญนักแสดงนำจากซีรี่ส์ฮอร์โมน ที่กำลังจะขึ้นชั้นปี 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า “ปกติเวลาจะอ่านหนังสือหรือทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆผมไม่ค่อยนั่งทำที่คณะหรือในห้องสมุดอยู่แล้ว จะชอบไปสุมหัวกันที่อื่นในที่ทำอะไรได้หลากหลายมากกว่า ถ้าอยู่ห้องสมุดก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือหรือคุยงานจริงๆ อยากจะกินขนมหรือดื่มกาแฟอะไรก็คงไม่สะดวก เลยรู้สึกว่าการมีพื้นที่ที่เปิดกว้างให้เราเข้าไปใช้ประโยชน์ทั้งพักผ่อนหย่อนใจ หรืออ่านหนังสือ ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ”


บรรยากาศภายใน TOO FAST TO SLEEP.SCB

ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่งนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องฉลาดเกมส์โกงและนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า “สยามสแควร์เป็นพื้นที่วัยรุ่นชอบมารวมตัวกัน เพราะว่าเดินทางมาได้สะดวก เลยมีแต่ความพลุกพล่าน การมีพื้นที่ที่เปิดกว้างให้เราเข้าไปใช้ประโยชน์ทั้งพักผ่อนหย่อนใจ หรืออ่านหนังสือ ก็ถือเป็นการเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สยามให้มีมุมสงบที่เพิ่มขึ้นค่ะ”

TOO FAST TO SLEEP.SCB ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์ ซอย 1 โดยมีพื้นที่รวม 500 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือและห้องประชุมส่วนตัวจำนวน 2 ห้อง สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้มากกว่า 150 คนเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย บริการที่เป็นไฮไลท์ประกอบด้วย การรับชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มผ่านพร้อมเพย์ บัตรเดบิตและบัตรเครดิตเพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกคนก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ระบบจองห้องประชุมแบบทัชสกรีน (Meet in touch) ที่สะดวกและใช้งานง่าย การใช้อุปกรณ์โครมแคสท์ (Chromecast) เชื่อมต่อมือถือ แล็ปท็อป หรือแท็บเลต เข้ากับโทรทัศน์เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการประชุม ทั้งยังมีภาพวาดสีสันสดใสบนผนังทางขึ้นเพื่อต้อนรับผู้มาใช้บริการ ฝีมือการวาดของ ธนชัย อุชชินหรือ ป๊อด โมเดิร์นด็อก ศิลปินขวัญใจคนรุ่นใหม่รวมถึงมีเมนูพิเศษ “Too Fast SCB Yuki” และ “Too Fast SCB Frappe” สำหรับสาขาสยามสแควร์ซึ่งเป็นสาขาที่ 4 ของ Too Fast To Sleep โดยเฉพาะอีกด้วย พร้อมเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ SCB Thailand และ TOO FAST TO SLEEP.SCB Siam Square


Too Fast SCB Yuki เมนูพิเศษสาขานี้เท่านั้น

เปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285487

เปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยฟรี

เปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยฟรี

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์ที่สามารถดึงเอาพลังของธรรมชาติที่ดี มาส่งเสริมให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และยังเอาพลังธรรมชาติที่ไม่ดี ที่ติดลบออกไปจากชีวิต พลังธรรมชาติที่ดีนั้น มาจากไหน และอยู่ที่ใด อ.แก้ว เสาชิงช้า ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย และนักเขียนชื่อดังที่มีผลงานออกมาแล้วมากมาย อาทิ หนังสือฮวงจุ้ยสำหรับผู้ซื้อบ้านมือ 1 และมือ 2, หนังสือ เลขดี มีมงคล, หนังสือฮวงจุ้ยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ และอีกมากมาย และจากประสบการณ์ที่ดูฮวงจุ้ยมากว่า 30 ปี มีลูกศิษย์ชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น ซูชิ หวังหลัง by อรทัย หรือเจ้าของธุรกิจ carry boy ล้วนเป็นศิษย์เอก อ.แก้ว จะเปิดคอร์สสอนวิชาฮวงจุ้ยฟรี ให้ทุกคนได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 เวลา13.00-18.00 น.ณ สถาบันสอนฮวงจุ้ย อ.แก้ว เสาชิงช้า ซ.วัดพระเงิน นนทบุรี สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.089-8838883

คุณแหน : 11 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285520

คุณแหน : 11 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 11 สิงหาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “เวลามีเวลาว่าง สมเด็จแม่จะทรงซื้อหนังสือมาอ่านแล้วเล่าพระราชทาน…ทรงแนะนำทั้งการอ่านในใจและการอ่านดังๆ ซึ่งมีรับสั่งว่าจะช่วยให้ภาษาพูดของเราดีขึ้น ทรงสนับสนุนให้ตั้งห้องสมุด สะสมหนังสือ…” พระราชนิพนธ์ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี…ทรงพระเจริญ…

 

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงส่งเสริมให้ชาวบ้านอำเภออมก๋อยปลูก “มะขามป้อม” เพื่อช่วยรักษาต้นน้ำให้เมืองเชียงใหม่…ผลไม้อัศจรรย์วิตามินซีสูงมาก…โครงการหลวง “ดอยคำ” มาคั้นใส่กระป๋องผสมน้ำผึ้ง…ขณะที่ “ภูฟ้า” เน้นตัว “กูสเบอร์รี่” โดยมาลีสามพราน…แข่งกันขายดี…

ll เกษียณเทอมที่แล้ว แต่เหล่าลูกศิษย์ “จิตรลดา” ไม่ยอมให้ “ครู” ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ เหงา จะเวียนรุ่นมาเลี้ยงอาจารย์ภาษาอังกฤษระดับตำนาน…อาทิตย์ที่แล้ว ทรงชม สาคริก จุลาสัย นำ CD 10 พาครูไปกินส้มตำหน้าบ้านเอกมัย กล้วยน้ำไท…

ll หัวข้อสนทนาน่าฟัง…“บุรุษบันเทิง นารีเริงร่า(น)” จะมีทั้งเรื่อง “หญิงชั่ว” และ “สื่อบันเทิงกามารมณ์”…อ.ดร.ปรีดี หงษ์สตัน สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มธ.ชวนฟังที่ศูนย์ฯรังสิต พฤหัสฯ 17 ส.ค. เวลาบ่ายสาม…

ll เข่าเจ็บเพราะ “คลาน” มากหรือ “รับใช้เมีย” บ่อย ชวลิต สุวัตถิกุล สถาปนิกอาวุโส (เรียนนาน) ไม่บอก…แต่พอรู้ว่าเพื่อนเก่ามีทุเรียนดีดังจากทางใต้… 5 ทุ่ม 2 ยาม…พี่จุ๊กจะกุลีกุจอขับรถไปรับ…นัยว่า “ของโปรด” ภรรยา…น้องๆ ถาปัด จุฬาฯ คงเดาสาเหตุอาการเจ็บออกนะ…

ll สวรรค์ของคนชอบ “ทุเรียน”…พอระยอง(ฮิ)วาย “ป่าละอู” หัวหิน มาสวมแทนพอดี…คุณนายประทุมภรณ์ กิจเถกิง เจ้าของสวน-รีสอร์ทป่าละอู ออชาร์ด ขนทุเรียนเนื้อแยะเม็ดลีบหวานเนียน ที่เหลือจากการแจกและกินเอง(2 พันลูก) มาบริการคนรักทุเรียนที่พระราม 9 ซอย 51 หรือสั่งได้ที่ “น้าแม็ก” 081-3078889…มอเตอร์ไซค์ด่วนส่งถึงที่…

ll เพื่อนเรียน “ปปร รุ่น 2” ด้วยกัน คบกันมาก็ 20 ปี…น้องเล็กของรุ่น กุมพล สภาวสุ ชวนมิตรสหายไปดื่มกินฉลองมิตรภาพที่กระท่อมอยุธยา…ถ่อมตัวว่าบ้านเล็ก…ออกมาค้านสายตาคนเห็น…ll กรณี “เด็กท้าทาย” อยากดังหรือมี “แบ๊ก” ข้างหลัง ไม่รู้…แต่ บูรพา อารัมภีร อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ ยก “คำพระ” มาสั่งสอนอย่างน่าฟัง…“ความพร้อมเพรียงของบุคคลทั้งปวงผู้อยู่เป็นหมวดหมู่กัน ย่อมเป็นเครื่องนำความเจริญให้สำเร็จ…”…สาธุ…ll

ภิญญ์สิรี

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ สมเถา สุจริตกุล : 6 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291698

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ สมเถา สุจริตกุล : 6 สิงหาคม 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ สมเถา สุจริตกุล : 6 สิงหาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 13.58 น.

‘เค็มน้อยอร่อยได้ ห่างไกล NCDs’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285321

‘เค็มน้อยอร่อยได้ ห่างไกล NCDs’

‘เค็มน้อยอร่อยได้ ห่างไกล NCDs’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบันพบว่าประชากร ในประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิต 3 ใน 4 มีสาเหตุมาจากโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งโรคดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อโรค แต่เป็นผลจากการมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารหวาน มัน เค็มมากพักผ่อนน้อย และมีความเครียด ส่งผลให้ความดันเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงขึ้น น้ำหนักตัวเกิน จนกระทั่งอ้วนส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อตามมา

และสถานการณ์โรคไม่ติตต่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความชุกของโรคก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4พ.ศ.2551 และครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 ตามลำดับ พบว่า ความชุกของเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 6.9 เป็น 8.9 และความชุกของความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น จาก 21.4 เป็น 24.7 ตามลำดับ

ทั้งนี้ เพื่อจัดการลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค ในงาน มหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCD Forum 2017) ที่ผ่านมา นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.พูลลาภฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบสาธารณสุข สำนักโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรค, ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม และดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการ ร่วมเป็นวิทยากรอภิปรายในหัวข้อ : เค็มน้อยอร่อยได้ห่างไกล NCDs  ซึ่ง เป็นการประชุมวิชาการเพื่อการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บูรณาการโรคไม่ติดต่อยุคไทยแลนด์ 4.0”

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่า ทุกวันนี้สภาวะการทานเค็มของคนไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง เราจึงต้องช่วยกันลดเค็ม ผมคิดว่า สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะช่วยกันก็คือ ต้องใช้กลไกขับเคลื่อนที่เรียกว่า ยุทธศาสตร์และความมีส่วนร่วม เพราะว่าจะให้ กระทรวงทำอยู่ด้านเดียวไม่ได้ สิ่งที่จะใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ สมัชชาสุขภาพ ซึ่งเป็นความร่วมมือของส่วนต่างๆ ที่มีอยู่ในทุกท้องที่ ที่จะทำให้รู้ว่า เมื่อบริโภคเค็มมากๆ แล้ว จะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้มากขึ้น คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะมีโอกาสป่วยมากขึ้น คนที่ป่วยแล้ว ก็จะมีภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นดังนั้นจึงต้องใช้กลไกของสมัชชาสร้างความรับรู้และพยายามปรับพฤติกรรมการบริโภคเค็มในชุมชน ซึ่งตอนนี้ทางกระทรวงกำลังเสนอยุทธศาสตร์ลดเกลือลดเค็มเข้าสู่ ครม. เพื่อจะให้ส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อแก้ไขการบริโภคในประชาชนคนไทยต่อไป”

ขณะที่ ดร. ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโภชนาการกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในฐานะที่เป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ในสภาวการณ์เช่นนี้ ทำให้ทราบว่า การทานรสเค็มจัดของคนสมัยนี้ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน และมีปริมาณมากขึ้น นโยบายของประเทศไทยก็พยายามจะลดการทานอาหารเค็มให้มากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ เวลาเข้าครัวอ.ยิ่งศักดิ์ ก็จะพยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์เพื่อสุขภาพเป็นอันดับแรก และจะพยายามทำอาหารที่มีความเค็มลดลง โดยจะไม่พยายามบอกแล้วว่า อาหารจานนี้อร่อย แต่จะบอกว่า อาหารจานนี้ควรรับประทาน เพราะว่าไม่เค็ม เพื่อเป็นการช่วยรณรงค์ให้คนทานเค็มกันน้อยลงครับ”

ทั้งนี้คนไทยควรบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน (โซเดียม 2,400 มิลลิกรัม) แต่จากการสำรวจพบว่า คนไทยบริโภคเกลือเฉลี่ย 10.8 กรัมต่อวัน (โซเดียม 5,000 มิลลิกรัม) ซึ่งสูงเป็น 2 เท่า ของที่ร่างกายควรได้รับ โดยร้อยละ 71 มาจากการเติมเครื่องปรุงรสระหว่างการประกอบอาหาร ซึ่งโดยปกติอาหารตามธรรมชาติก็มีเกลือเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว เมื่อมีการใช้เครื่องปรุงรสดังกล่าวปริมาณมาก จึงทำให้ปริมาณเกลือในอาหารสูงมากตามไปด้วย

สำหรับหลักในการลดปริมาณโซเดียม ได้แก่

1) หลีกเลี่ยงการใช้เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรสต่างๆ และผงชูรส (แม้ไม่เค็มแต่มีโซเดียมสูง) ในการปรุงอาหาร

2) หลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุง เช่น ปรุงรสเพิ่มในก๋วยเตี๋ยว เติมพริกน้ำปลาในข้าวแกง เป็นต้น

3) หลีกเลี่ยงอาหารประเภทดองเค็ม อาหารแปรรูป เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม ปลาแดดเดียวปลาส้มแหนม ไส้กรอก กุนเชียง หมูหยองเป็นต้น

4) เลือกรับประทานอาหารที่มีหลายรสชาติเช่น แกงส้ม ต้มยำ เพื่อทดแทนรสชาติเค็ม

5) น้ำซุปต่างๆ เช่นก๋วยเตี๋ยวมักมีปริมาณโซเดียมสูง ควรรับประทานแต่น้อย หรือเทน้ำซุปออกบางส่วน แล้วเติมน้ำเพื่อเจือจางลง

6) ตรวจดูปริมาณโซเดียมต่อหน่วยบริโภคบนฉลากของซอสปรุงรส อาหารสำเร็จรูป และขนมถุงเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ปลดล็อกความเชื่อเก่าๆ ว่ากินข้าวแล้วอ้วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285320

ปลดล็อกความเชื่อเก่าๆ ว่ากินข้าวแล้วอ้วน

ปลดล็อกความเชื่อเก่าๆ ว่ากินข้าวแล้วอ้วน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พัชรศรี เบญจมาศ, พิมพ์อร โมกขะสมิต, โสพรรณ มานะธัญญา, สมเกียรติ มรรคยาธร และนพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์

เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคข้าวที่ถูกต้อง โสพรรณ มานะธัญญา นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยร่วมกับ ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดโครงการประกวดคลิปสั้นหัวข้อ “อ้วนไม่อ้วนไม่เกี่ยวกับข้าว” เฟ้นหาผู้ชนะเลิศในระดับนักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไป พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด โดยมี นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสกรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ล่าสุด ได้ประกาศผลรอบตัดสินการประกวดคลิปวีดีโอในหัวข้อ “อ้วนไม่อ้วนไม่เกี่ยวกับข้าว” โดยทีม PSC studio จากโรงเรียนสิรินธร
ราชวิทยาลัย คว้ารางวัลชนะเลิศระดับนักเรียนนักศึกษาในผลงานที่มีชื่อว่า “อย่าบอกเลิกข้าว” ด้วยแนวคิดว่าข้าวเป็นอาหารหลักที่อยู่คู่กับ
คนไทยมาช้านาน การเลิกกินข้าวก็เหมือนการบอกเลิกคนที่รักกันมานาน เพียงเพราะความเชื่อที่ผิดๆ เท่านั้นหรือ สำหรับรางวัลชนะเลิศในระดับบุคคลทั่วไปเป็นของทีม “ช่างภาพเทคนิคกรุงเทพ” พร้อมควบรางวัล Popular Vote จากคะแนนความนิยมสูงสุดในโซเชียลมีเดียด้วยผลงานที่มีชื่อว่า “หนูไม่จ่าย เขาถ่ายหนูอ้วน” ในคลิปวีดีโอที่สร้างความฮาให้กับผู้ชมด้วยรูปแบบการเดินเรื่องที่สนุกสนานและตั้งใจสะท้อนมุมมองพฤติกรรมการบริโภคแบบผิดๆ ของผู้หญิงที่โทษสิ่งอื่นๆ ว่าทำให้ตนเองอ้วนโดยไม่ดูพฤติกรรมการกินของตัวเอง

โสพรรณ มานะธัญญา

ภายในงาน ผู้ทรงคุณวุฒิและกูรูทางด้านอาหาร ได้มาร่วมเผยถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของข้าวและเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพอย่างไรไม่ให้อ้วนแบบเจาะลึก โดย โสพรรณ มานะธัญญา นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย พร้อมด้วย สมเกียรติ มรรคยาธร นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยและเลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ร่วมด้วย นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์และฟิตเนสอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พิมพ์อรโมกขะสมิต หรือ มัดหมี่-Cu Fit Girl และพิธีกรในงาน กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ มาร่วมพูดคุยอย่างใกล้ชิด

โสพรรณ มานะธัญญา กล่าวว่า “ปัจจุบันกระแสนิยมรักสุขภาพมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของคนเป็นจำนวนมาก ผู้บริโภคมีความตื่นตัวใส่ใจเลือกอาหารการกินมากขึ้น ซึ่งหลายคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเพราะกลัวอ้วนมีความเข้าใจผิดคิดว่ากินข้าวทำให้อ้วน แต่จริงๆ แล้วจากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ข้าวมีคุณประโยชน์มากและให้แคลอรี่น้อยกว่าอาหารประเภทอื่นเสียอีก โครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้เรื่องข้าวและเปลี่ยนทัศนคติใหม่ให้คนไทยมีสุขภาพดีด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคข้าวในสังคม โดยใช้การสื่อสารในเชิงสร้างสรรค์ผ่านพลังของโซเชียลมีเดีย”

สมเกียรติ มรรคยาธร ร่วมเผยถึงสถิติการบริโภคข้าวของคนไทยว่า “ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา คนไทยกินข้าวเฉลี่ยปีละ 180 กิโลกรัมต่อคนต่อปีโดยการสำรวจล่าสุดเราพบว่าลดลงเหลือเพียง 90 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และเมื่อเทียบกับสถิติจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขในช่วง 25 ปีที่ผ่านมากลับพบว่าคนไทยเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นทุกปีถึงปีละ 15 เปอร์เซ็นต์สมาคมจึงจัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจกับผู้บริโภคว่าจริงๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้คนไทยเป็นโรคอ้วนไม่ได้เกี่ยวกับการกินข้าว”

นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัลย์ กล่าวว่า “หลักการง่ายๆ ในการควบคุมน้ำหนักคือเราต้องรักษา INPUT ให้เท่ากับ OUTPUT เพราะจริงๆ แล้วอ้วนไม่อ้วนอยู่ที่การควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่เรากินเข้าไปในแต่ละวันซึ่งผู้หญิงไม่ควรให้น้อยกว่า 1,200 กิโลแคลอรี่ และผู้ชายไม่ควรน้อยกว่า 2,000 กิโลแคลอรี่ สำหรับการลดน้ำหนักที่ได้ผลระยะยาวน้ำหนักควรจะค่อยๆ ลดในปริมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสมดุลได้ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบร่างกายทั้งหมด และสารอาหารทั้งหมดที่ควรได้รับในแต่ละวันควรประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 50% ไขมัน 30% และโปรตีน 20% โดยให้พิจารณาจากไลฟ์สไตล์ของตัวเองว่ามีการใช้พลังงานไปกับกิจกรรมต่างๆ มากน้อยเพียงใดเพื่อควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้เหมาะสม”

พิมพ์อร โมกขะสมิต ฟิตเนสอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กล่าวว่า “สำหรับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยในหนึ่งวันก็ควรขยับตัวให้เยอะๆ ใช้ชีวิตอย่างแอ๊กทีฟด้วยการพยายามหาวิธีง่ายๆ ให้เราได้ขยับตัวมากขึ้น การควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลนอกจากต้องออกกำลังอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีข้ออ้างเรื่องเวลาแล้ว สิ่งสำคัญเราต้องกินข้าวให้ครบทุกมื้อ โดยเฉพาะข้าวที่ทำให้เราอิ่มได้นานขึ้นและไม่ทำให้อยากกินจุกจิก ปัญหา
ส่วนใหญ่ของสาวๆ ที่พบคือ กินน้อยลงด้วยการลดมื้อหลักจึงทำให้ระหว่างวันเลือกกินอาหารโดยขาดสติ เช่น กินน้ำหวานและขนมปังแทนข้าวก็ทำให้อ้วนได้โดยไม่รู้ตัว”

โดยจากการศึกษาตารางโภชนาการอาหารเปรียบเทียบแคลอรี่จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขฯ เผยว่าอาหารแต่ละชนิดที่ปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน ข้าว ให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี่ ในขณะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแบบเดียวกัน เช่น ขนมปัง ให้พลังงาน 267 กิโลแคลอรี่, เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้พลังงาน 400 กิโลแคลอรี่, ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ให้พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ ซึ่งล้วนให้พลังงานสูงกว่าการกินข้าวทั้งสิ้น หรือแม้กระทั่งอาหารคลีนที่นิยมรับประทานกันก็มีแคลอรี่สูงกว่าข้าวในปริมาณที่เท่ากันแบบที่ทุกคนอาจจะนึกไม่ถึง อาทิ อกไก่ไม่ติดหนัง
ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี่, เนื้อปลาไม่ติดหนัง ให้พลังงาน 173 กิโลแคลอรี่, เนื้อวัวไม่ติดมันให้พลังงาน 233 กิโลแคลอรี่, หมูย่าง ให้พลังงาน 333 กิโลแคลอรี่ จะเห็นได้ว่าการกินข้าวไม่ได้ทำให้อ้วนอย่างที่คิดแต่สาเหตุที่ทำให้อ้วนนั้นเป็นเพราะว่ามีการใช้พลังงานน้อยกว่าสิ่งที่กินเข้าไปในแต่ละวัน ในขณะเดียวกันคนที่เข้าใจผิดว่ากินข้าวแล้วอ้วนนั้นบางคนเลือกที่จะไม่กินข้าว หรือแม้กระทั่งอาหารจำพวกแป้งอื่นๆ เลย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดไม่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมากเพราะ เมื่อไม่กินข้าวเลยร่างกายจะขาดสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ขาดวิตามินบีทำให้การเผาผลาญช้าลง ขาดพลังงานจนอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด กินอาหารก็ไม่อยู่ท้อง ทำให้อยากกินจุกจิกตลอดเวลา และเป็นสาเหตุที่ทำให้การควบคุมน้ำหนักยากมากขึ้นไปกว่าเดิม

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมผลงานคลิปวีดีโอทั้งหมดได้ผ่านทาง Facebook อ้วนไม่อ้วนไม่เกี่ยวกับข้าว

กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ เฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285301

กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ เฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา

กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ เฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ เฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา จัดโดย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมกับ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา ในวันที่28 กรกฎาคม 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมกับ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติฯ แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยในช่วงเช้า ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมลงนามถวายพระพร ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้จัดจุดลงนามถวายพระพรไว้ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2 จากนั้นจัดให้มีกิจกรรมการบริจาคโลหิตร่วมกับสภากาชาดไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณภายในรัฐสภา โดยมี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 142 คน มีจำนวนที่ได้ต่อยูนิต จำนวน 101 ยูนิต คิดเป็นปริมาณเลือดที่ได้รับจากการบริจาค จำนวนทั้งสิ้น 40,400 CC.

โอกาสนี้ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 1 ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่ผู้บริจาคโลหิต โดยมี พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการจัดกิจกรรมฯ และ พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ฯ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ต้อนรับ ต่อด้วยกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่คนพิการ (คนไข้จิตเวช) ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถีชายและบ้านกึ่งวิถีหญิง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์และฟื้นฟูคนไข้โรคจิตเวชที่อาการทุเลาแล้วจากโรงพยาบาลหรือสถานสงเคราะห์จิตเวช ซึ่งไม่มีญาติหรือถูกทอดทิ้ง โดยมีผู้ที่อยู่ในความดูแลของบ้านกึ่งวิถีชาย จำนวน 495 คน และบ้านกึ่งวิถีหญิง จำนวน 550 คน โอกาสนี้ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมเงินให้บ้านกึ่งวิถีชาย จำนวน 260,000 บาท และบ้านกึ่งวิถีหญิง จำนวน 260,000 บาท

ช่วงบ่าย จัดให้มีกิจกรรมการเลี้ยงอาหารว่างแก่เด็กพิการทางสมองและปัญญา ณ สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) บ้านราชาวดี ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานเลี้ยงดูเด็กหญิงอายุระหว่าง 7-18 ปี ที่มีความบกพร่องทางสมองและปัญญา โดยนอกจากจะจัดเลี้ยงอาหารว่างให้แก่เด็กหญิง จำนวน 200 คนแล้ว ยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นให้แก่สถานสงเคราะห์ อาทิ เครื่องผลิตน้ำแข็ง ผ้าห่ม ผงซักฟอก ยาสีฟัน ขนม น้ำตาลทราย ฯลฯ รวมทั้งมอบเงินบริจาค จำนวน 260,000 บาทอีกด้วย

ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศ.พิเศษ พรเพชร-อารยา วิชิตชลชัย, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่ 1 เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่ผู้บริจาคโลหิต ณ บริเวณภายในรัฐสภา

Cath Kidston ชุดของขวัญบอกรักแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285339

Cath Kidston ชุดของขวัญบอกรักแม่

Cath Kidston ชุดของขวัญบอกรักแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แคท คิดสตัน (Cath Kidston) แบรนด์ไลฟ์สไตล์โมเดิร์นวินเทจจากประเทศอังกฤษ จัดชุดของขวัญแสนพิเศษให้คุณมอบลายดอกไม้เป็นของขวัญแทนดอกไม้และคำบอกรักในวันแม่ปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-15สิงหาคม 2560 ที่ร้าน แคท คิดสตัน ทุกสาขา

ชุดสำหรับคุณแม่ผู้รักการท่องเที่ยว ประกอบด้วยกระเป๋า CottonBookbag ลาย Pressed Flowers Navy ที่สามารถพกพาหนังสือเล่มโปรดของคุณแม่ไปด้วยทุกที่ กระเป๋า Curved Top Wash Bag สำหรับจัดเก็บของใช้ต่างๆ และ Round Luggage Tag ให้คุณแม่สำหรับการเดินทาง

ชุดของขวัญเอาใจคุณแม่ที่ชื่นชอบกระเป๋า เริ่มจาก Cotton Bookbag ลาย Antique Rose Navy จับคู่กับกระเป๋าเครื่องสำอาง Classic Box Makeup Case และกระเป๋าใส่บัตรหรือการ์ด Two-Fold Ticket Holder Welham

ชุดของขวัญแสนคลาสสิคหลายหลายฟังก์ชั่น อย่างพวงกุญแจ Embroidered Loop Key Fob Welham จับคู่กับ กระเป๋าสตางค์ใบยาว Folded Zip Wallet Welham

ชุดคู่หูดูโอ้แสนน่ารักด้วยกระเป๋าถือสำหรับเด็ก อย่าง Kids Mini Bag Welham และกระเป๋าถือของคุณแม่ Pocket Purse Large Welham ให้คุณลูกใช้คู่คุณแม่เก๋ๆ

ตามไปเลือกของขวัญสุดพิเศษให้คุณแม่ได้ที่ ร้านแคท คิดสตัน(Cath Kidston) ทุกสาขา และที่แฟล็กชิฟ สโตร์ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์02-2529813 หรือ http://www.cathkidston.co.th

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285337

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร พระราชทานความสุขให้ประชาชน ร่วมสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติสุนทราภรณ์ เทิดพระเกียรติ วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาโดยมูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ บรรเลงโดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ พร้อมบทเพลงพระราชนิพนธ์ 12 ส.ค.18.00 น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต..พร้อมทั้งทรงมีรับสั่งให้จัดแสดงแบบชุดสตรีไทยพระราชนิยม8 ชุด ใน สมเด็จพระราชมารดาซึ่งได้พระราชทานให้เป็นชุดแต่งกายประจำชาติของสตรีไทย แสดงถึงวัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ทั้งนี้ สามารถชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น….

 

ll ท่านเจ้าคุณพระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น จัดพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีสืบดวงพระชะตา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษาวันที่ 12 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ณ วัดดอนจั่น อ.เมือง เชียงใหม่…

ll ใกล้วันเกิด15 ส.ค. ของ ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณกลุ่มเพื่อนเซนต์ฟรัง 2497 อาทิ เฉลิมพันธุ์ สุวรรณประกร, ชุมสาย มณีน้อย และ ดวงใจภักดีภูมิ นัดไปเลี้ยง ที่ นิวเป็งเชียง สาทร 16 ส.ค….

ll บูติคนิวซิตี้ฯ จัดโครงการ Me & My Mom2017 ชวนบอกรักแม่กับแคมเปญ “One for me,Free for mom” คุณลูกช้อป 1 ชิ้น แล้วเลือกเพิ่ม1 ชิ้น มอบเสื้อสวยตัวใหม่ให้คุณแม่ ทั้งกี ลาโรช จีเอสพี  ลอฟฟิเซีย  ซีแอนด์ดี  จู๊สส์  ถึง 15 ส.ค….

ll เดือนแห่งวันแม่ นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.รพ.ราชวิถี  จัดงาน “รพ.ราชวิถี…รักษ์สุขภาพ(ดวงตา) แม่” เพื่อชวนลูกๆ ให้ความสำคัญดูแลรักษาสุขภาพดวงตาคุณแม่ก่อนสาย แนะวัย 40 อัพตรวจตากับจักษุแพทย์ทุก 2 ปี ลดเสี่ยงต้อหิน ต้อกระจก และความเสื่อมของจอประสาทตาโรคร้ายแรงทางตาที่อาจทำให้ตาบอดได้…

llคริมา กุญชร ณ อยุธยา จัดเต็มโปรโมชั่นวันแม่11-12-13 ส.ค. ทุกห้องอาหารของมณเฑียรริเวอร์ไซด์ เช่น ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์อาหารจีนมื้อกลางวัน มา 6 จ่าย 5และ ห้องอาหาร เดอะคาเฟ่ ลุ้นรับของรางวัล รวมทั้ง ห้องอาหารสายชลลด 20%…

ll สำหรับผู้ใช้โทลล์เวย์ ธานินทร์ พานิชชีวะ มอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันสมุนไพรและวารสารโทลล์เวย์ฉบับพิเศษ แทนคำขอบคุณในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 11 ส.ค. ณ ด่านที่กำหนดไว้…ll

น้อง

‘ธัญ’ ชวนแม่-ลูกดูแลผิวกาย รับเทศกาลวันแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285318

‘ธัญ’ ชวนแม่-ลูกดูแลผิวกาย รับเทศกาลวันแม่

‘ธัญ’ ชวนแม่-ลูกดูแลผิวกาย รับเทศกาลวันแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพราะผู้หญิงต่างก็มีความงามตามแบบฉบับของตนเองในทุกๆ ช่วงวัย จึงกล่าวได้ว่าไม่ว่าผู้หญิงจะอยู่ในช่วงวัยไหน ต่างก็ต้องการการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ และในโอกาสที่เทศกาลสำคัญกำลังจะเวียนมาบรรจบอีกครั้งเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยต่างพากันจูงมือคุณแม่มาร่วมกิจรรมดูแลผิวกายกับผลิตภัณฑ์ “อีเดน บรีซ บอดี้ บัตเตอร์” (Eden Breeze Body Butter)พร้อมเทคนิคการนวดเพื่อความสร้างความผ่อนคลาย และเผยเคล็ดลับความงามจากแม่สู่ลูก โดยมี พรทิวา นาคาศัย จูงมือมากับลูกสาว เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย, ณัฎฐินีชุณหะวัณ กับลูกสาวคนสวย มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ และณัฏฐกา เพ็ญชาติ ที่มาพร้อมลูกสาว อ้อมแอ้ม-ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติที่ร้านธัญ (THANN) สาขาใหม่ล่าสุดสุขุมวิท 47

เนื่องในโอกาสวันสำคัญของแม่ลูกทุกคนกำลังจะมาถึง “ธัญ” (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีชั้นนำ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความรัก ความห่วงใยจากลูกสู่แม่ด้วยผลิตภัณฑ์ “อีเดน บรีซ บอดี้ บัตเตอร์” (Eden Breeze body butter) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายที่มอบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน แม้เวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง ผิวยังคงความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น 22.9%* และ 90.9% ของผู้ทดสอบผิวมีความกระจ่างใสขึ้นพร้อมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่แฝงความอบอุ่นอ่อนหวานของดอกมะลิ และกุหลาบที่มอบความรู้สึกสงบและช่วยปรับสมดุลของอารมณ์ ผสานกลิ่นไม้หอมจากประเทศปารากวัยอย่าง กัวแล็ค วู้ด (Guaiac wood) ที่สามารถช่วยคลายความเครียด บำบัดอาการนอนไม่หลับ รวมถึงลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากสารสกัดธรรมชาตินานาชนิดที่มีคุณสมบัติในการรักษาสมดุลความชุ่มชื้น พร้อมคืนความกระจ่างใส และความเนียนนุ่มน่าสัมผัสสู่ผิว

โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การนำนาโนเทคโนโลยีที่ปราศจากการใช้สารเคมีรายแรกของโลกจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ในการสกัดสารสำคัญที่มีอานุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ เพื่อมอบคุณค่าแห่งการบำรุงผิว และทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ทรงประสิทธิภาพ สารสกัดจากหญ้าทะเลทราย เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน, ลีคโอริซ เอ็กซ์แทร็ก คืนความกระจ่างใส และลดเลือนจุดด่างดำ, โคโค่ บัตเตอร์ ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากความแห้งกร้าน พร้อมคงความชุ่มชื้นให้ผิว และโจโจ้บา ออยล์ที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึมซาบเข้าบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิว

พร้อมกันนี้ทาง “ธัญ” (THANN)ยังได้เผยเทคนิคการนวดเพื่อความผ่อนคลายให้เหล่าลูกๆ ได้นวดให้คุณแม่ เพื่อแสดงความรักความผูกพัน และความอบอุ่นของคู่แม่ลูก

Step1

ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้รับการนวด วางมือทั้งสองเบาๆบนไหล่ของผู้รับการนวดพร้อมหายใจเข้า-ออกลึกๆ เริ่มนวดโดยใช้สันมือข้างซ้ายค่อยๆ กดที่หลัง เริ่มจากบริเวณคอไล่ลงไปจนถึงบริเวณเอว ทำซ้ำ 3 ครั้งสลับข้างและทำเหมือนกัน

Step2

ใช้นิ้วบีบนวดโดยเริ่มจากคอไปจนถึงหัวไหล่ ในขณะเดียวกันให้ใช้หัวแม่มือทั้งสองกดที่บริเวณด้านล่างคอในลักษณะวงกลมทำต่อเนื่อง 30 วินาที

Stap3

ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดที่สะบักหลังไล่จากบนลงล่าง จากนั้นให้นำมือขวาของผู้รับการนวดขึ้นมาวางไว้ที่ไหล่ซ้ายและนวดสะบักหลัง ด้านขวาอีกครั้ง โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดไล่จากบนลงล่างทำซ้ำ 3 ครั้ง สลับข้างและทำเหมือนกัน

Step4

จับข้อมือทั้งสองข้างของผู้รับการนวดและยกขึ้นเหนือศรีษะให้รู้สึกตึง 3 ครั้ง