ประกวดสาวทำความดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282832

ประกวดสาวทำความดี

ประกวดสาวทำความดี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แบรนด์ EASYWEAR BY ST.ANDREWS จัดประกวดสาวทำความดี“MISS EASYWEAR GOOD GIRLS 2017”

EasyWear By St. Andrews แบรนด์เสื้อผ้าใน บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดประกวดสาวทำความดี “EASYWEAR GOOD GIRLS 2017” โดยงานนี้ สวัสดิ์ โพธิ์สินสมวงศ์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย EasyWear By St. Andrews (กลาง)ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล ทั้งนี้สาวทำความดีที่คว้ารางวัลชนะเลิศ Miss EasyWear Good Girls 2017 ไปครอบครอง ได้แก่ เจท-ขัตติยา ธรรมมงคลชัย (ที่ 2 ซ้าย) ส่วน รดา ศุภมังคลาชัย(ที่ 2 ขวา) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1, อิง-ณภัทร จำรูญพันธุ์ (ซ้ายสุด) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และ แพ็ตตี้-ชุติมันต์ เชาว์ภักดี (ขวาสุด) คว้ารางวัล Popular Voteไปครอง โดยจากนี้ไปทั้ง 4 สาวจะได้ร่วมงานเดินแบบ ถ่ายแบบ และทำกิจกรรมต่างๆของแบรนด์ตามลำดับ ทั้งนี้ งานจัดขึ้นในงานแสดงสินค้าเครือสหกรุ๊ป ครั้งที่ 21 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา

ASA ชวนส่งผลงานออกแบบ‘ที่ว่างในเชิงคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282834

ASA ชวนส่งผลงานออกแบบ‘ที่ว่างในเชิงคุณภาพ

ASA ชวนส่งผลงานออกแบบ‘ที่ว่างในเชิงคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ร่วมกับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกและถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบเพื่อนำผลงานไปจัดแสดง ณ งานนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติ เวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 16ผ่านแนวคิด หัวข้อ Freespace ที่ว่างในเชิงคุณภาพที่แสดงออกถึงการเปิดพื้นที่สู่การมีชีวิตและเติบโตร่วมกันอย่างแท้จริง ระหว่างที่ว่างและผู้ใช้ ที่ซึ่งสามารถตอบสนอง และแสดงออกถึงความงามที่พัฒนาควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของระบบสาธารณะ

การเปิดรับผลงานแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของผลงานที่ออกแบบโดยสถาปนิก และส่วนของภาพถ่ายที่สื่อถึง Freespace โดยบุคคลทั่วไป สามารถส่งภาพถ่ายเข้าร่วมการคัดเลือกได้ไม่จำกัดจำนวน ภาพนั้นๆ จะต้องสื่อถึง Freespace ในแง่มุมของผู้ส่ง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดโดยความไม่ตั้งใจ หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดในการจัดการพื้นที่ ที่จำกัดของคนในชุมชน เราต้องการเห็นคือภาพ Freespace ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมของการมองสิ่งที่อยู่รอบตัว หรือแง่มุมของผู้ที่สร้างมันขึ้นมาด้วยความคิดสร้างสรรค์

สำหรับผลงานที่ได้รับการคัดเลือก จะนำไปจัดแสดง ณ งานนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติ เวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 16 ผู้ส่งผลงานจะได้รับเกียรติให้มีชื่อและภาพผลงานในหนังสือสูจิบัตร นิทรรศการที่จัดทําโดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ และสำนักงานศิลปสถาปัตยกรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สําหรับตัวผลงาน ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ และสำนักงานศิลปสถาปัตยกรรมร่วมสมัย จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งและติดตั้งงานภายในนิทรรรศการ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถส่งผลงานการออกแบบ และผลงานภาพถ่าย ที่สะท้อนแนวความคิดการออกแบบหรือการตีความทางสถาปัตยกรรม ฯลฯ ตามแนวคิดของภัณฑารักษ์ Grafton Architects มาที่ Email: VB2018THAILAND@gmail.com ภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 เวลา 15.00 น. และจะประกาศผลการคัดเลือกในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 หรือติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่ : http://asa.or.th/new/16th-international-architecture-exhibition-la-biennale-di-venezia/

งาน‘สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ’ ครั้งที่ 11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282837

งาน‘สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ’ ครั้งที่ 11

งาน‘สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ’ ครั้งที่ 11

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับ 26 องค์กรที่ดำเนินโครงการสนองพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ”ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 9-14 สิงหาคม 2560โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน วันที่ 11 สิงหาคม 2560 เวลา 16.00 น.ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร

ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานนำโดย คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ กรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, ดร.ธีรภัทรประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.ดำรง ศรีพระราม รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหารกิจการภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมแถลงรายละเอียดของการจัดงาน ณ ห้องรับรอง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา   สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ กรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯกล่าวว่า การจัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 11 จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “พระเมตตาดั่งสายธาร” สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการดำรงชีวิต ล้วนเพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับการถวายพระราชสมัญญานาม “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยทำโครงการพระราชดำริต่าง ๆ มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหา

สำหรับปีนี้มี 26 องค์กรที่ดำเนินโครงการสนองพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดมาได้มาร่วมกันจัดนิทรรศการรูปแบบมีชีวิตในครั้งนี้กว่า 26 โครงการ เช่น นิทรรศการความสำเร็จของโครงการพระราชดำริใน จ.แม่ฮ่องสอน, นิทรรศการนนทรีทรงปลูก 9 ต้นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,นิทรรศการคู่พระบารมี สู่ต้นกำเนิดศิลปาชีพฯ, นิทรรศการด้วยน้ำพระราชหฤทัย สู่ไพรพนาที่ยั่งยืนพร้อมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลิตผลจากโครงการต่างๆ รวมถึงการจำลองโครงการค่าย “เยาวชน…รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

ด้าน ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น กิจกรรมดูนกยามเช้ากับสมาคมอนุรักษ์นกฯ,การประกวดพรรณไม้ 10 ชนิดชิงถ้วยพระราชทาน,การจัดแสดงความหลากหลายของสายพันธุ์บัวหลวงในประเทศไทย,และผลิตภัณฑ์การจัดแสดงและการประกวดปลากัดพื้นบ้านของไทย พร้อมจำหน่ายปลากัดพื้นบ้าน,ลูกปลานิลแปลงเพศ,
ถั่งเช่าจากหม่อนไหม, ผลิตภัณฑ์จากนมแพะ,ผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ เป็นต้น การออกร้านจำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์สวน,และผลิตผลจากเกษตรกรทั่วประเทศ การจำหน่ายสินค้าจากตลาดมินิ อตก. และมินิเกษตรแฟร์ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในงานฯ, แจกฟรีกล้าไม้สักจากโครงการป่าสักนวมินทราชินี จ.แม่ฮ่องสอน, แจกฟรีพวงกุญแจจากไม้ต้นมะขามสนามหลวง ฯลฯ

รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยถึงไฮไลท์ของนิทรรศการของแต่ละหน่วยงานว่า “เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ในปีนี้ กระทรวงฯ จึงได้จัดนิทรรศการอันเกี่ยวเนื่องกับโครงการในพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืช สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนำเสนอนิทรรศการในหัวข้อ “ด้วยน้ำพระราชหฤทัย สู่ไพรพนาที่ยั่งยืน จัดแสดงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ ภายในพื้นที่จัดนิทรรศการจะแสดง ศาลาทรงงาน การจำลองทัศนียภาพของน้ำตกผาเสื่อ อ่างเก็บน้ำปางอุ๋ง เรือนกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ฯ และโรงเพาะขยายพันธุ์เขียดแลว, กรมป่าไม้ จัดแสดงนิทรรศการป่ารักน้ำป่าน้อมเกล้า อัญชุลี บรมราชินีนาถ เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้ถึงคุณประโยชน์ของป่าให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านกิจกรรมต่างๆในบูธนิทรรศการ, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นิทรรศการจากทะเล สู่ชายฝั่ง จัดแสดงโครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และเต่าทะเลจำลอง”

ร่วมด้วย องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดนิทรรศการองค์การสวนสัตว์ฯ กับการอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยนำเสนอการเพาะขยายพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยทรงเลี้ยง ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานชื่อว่า“เหินหาว” กลับคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อปี พ.ศ.2556และโครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับคืนสู่พื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติของประเทศไทย ณ จังหวัดบุรีรัมย์ และ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กับนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานพระมารดากับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จัดแสดงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก โครงการพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พรรณไม้นามพระราชทาน พรรณไม้เทิดพระนาม และพรรณไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ โปรด เป็นต้น

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนรองอธิการดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝ่ายบริหารกิจการภายในและบริการวิชาการ เผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ที่พระราชทานโครงการพระราชดำริในด้านการช่วยเหลือเกษตรกร ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่พสกนิกรชาวไทย จึงจัดนิทรรศการที่เกี่ยวกับนวัตกรรมผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยทั้งหมด 3 นวัตกรรม โดยเน้นนวัตกรรมงานวิจัยที่สนองพระราชดำริในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือเกษตรกร ชุมชน ลดมลภาวะ และช่วยเหลือให้พสกนิกรมีความอยู่ดีกินดี ได้แก่ นิทรรศการพันธุ์ปลาหมอเทศและปลานิลที่พระราชทานให้เป็นอาหารแก่พสกนิกรชาวไทย, นิทรรศการเกี่ยวกับกังหันน้ำคลองลัดโพธิ์, เทคโนโลยีการกำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียตามแนวพระราชดำริ,ผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าคอร์ดี้ไทย จากผลงานวิจัยภายใต้อนุสิทธิบัตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนิทรรศการเรื่องราวนนทรีทรงปลูก 9 ต้นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงคลังความรู้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รัชกาลที่ 9 กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าร่วมชมงาน“สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 9-14 สิงหาคม 2560 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯเขตจตุจักร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

เหล่าเออร์บันนิสต์เปิดตัวบัตร‘เกษร อีลีท’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282830

เหล่าเออร์บันนิสต์เปิดตัวบัตร‘เกษร อีลีท’

เหล่าเออร์บันนิสต์เปิดตัวบัตร‘เกษร อีลีท’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด เกษรวิลเลจ(GAYSORN VILLAGE) ไลฟ์สไตล์เออร์บัน วิลเลจ ใจกลางกรุงแห่งแรกของไทย ที่นำเสนอประสบการณ์ช็อปปิ้งอันเปี่ยมด้วยรสนิยมทั้งด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ เปิดตัวบัตรสมาชิกใหม่ล่าสุด “GAYSORNELITE” (เกษร อีลีท) เอกสิทธิ์แห่งสิทธิพิเศษที่เติมเต็มนิยามบทใหม่ในการใช้ชีวิตของเออร์บันนิสต์ ภายใต้คอนเซ็ปต์“NONSTOP HAPPY HOUR” เพราะช่วงเวลาแห่งความสุขไม่มีวันหยุด ณ เกษรวิลเลจ

ในงานมีเหล่าเซเลบริตี้ยุคใหม่ มาร่วมถ่ายทอดไลฟ์สไตล์สุดชิคและพริวิเลจสุดพิเศษเฉพาะสมาชิกบัตรเกษร อีลีท กันอย่างคับคั่ง อาทิ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล, นาตาลี-นัฐลี ดูเชียง, ขุน-ชานนท์ อักขระชาตะ และ ซาบิน่า-อจิรภาไมซิงเกอร์ ผ่านแฟชั่น พรีเซ็นเทชั่นที่บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์มากมายที่สมาชิกบัตรเกษรอีลีทจะได้รับทั้งจากเกษรวิลเลจและหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ร่วมด้วยเหล่าเกษร อีลีท โซไซตี้ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ นรรฐพร-กันตนากัลย์จาฤก, พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์,ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์, ปาวา นาคาศัย,บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล, จุฬาลักษณ์ปิยะสมบัติกุล, จารุจิต ใบหยก, ม.ล.ทรงลักษณ์สวัสดิวัตน์, อัญจิฎา กรรณสูต, รัสวดี ควรทรงธรรม, จารุเดช บุญญสิทธิ์, พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์, เจย์ สเปนเซอร์, รินทร์รตา อินทามระ, ปิยะพร อังอุบลกุล, ณิชชา ธนลงกรณ์ เป็นต้น

ไฮไลท์อยู่ที่การนำเสนอ 5 สิทธิประโยชน์ของ เกษร อีลีท เมมเบอร์ที่ถูกเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกโดยเฉพาะเรื่องการกินดื่มอย่างมีสไตล์ ที่การันตีด้วยเอกสิทธิ์สุดพิเศษอย่าง Nonstop Happy Hour ให้สมาชิกบัตรฯ ได้ใช้สิทธิ์แฮปปี้ อาวร์ ทุกวันทุกช่วงเวลา ณ ร้านอาหารและบาร์ชื่อดังภายในเกษรวิลเลจ, FREE Parking สิทธิ์จอดรถฟรี 6 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลา 1 ปี,Surprise Birthday Gift ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันเกิด, Special on top Privileges ซึ่งเป็น Tier พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเกษร อีลีท ในการแลกรับของขวัญตามแคมเปญตลอดทั้งปีและ Brand and Partner Privilegesพริวิเลจและส่วนลดสุดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำในเกษรวิลเลจและพันธมิตรที่เข้าร่วมในแคมเปญตลอดทั้งปี

ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการถือบัตร “GAYSORN ELITE” (เกษร อีลีท)ได้ทาง http://www.gaysornvillage.com หรือwww.facebook.com/gaysornvillage

สมุยอินเตอร์เนชั่นแนล แทททู คอนเวนชั่น ครั้งที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282824

สมุยอินเตอร์เนชั่นแนล แทททู คอนเวนชั่น ครั้งที่ 4

สมุยอินเตอร์เนชั่นแนล แทททู คอนเวนชั่น ครั้งที่ 4

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย ร่วมกับ ชมรมช่างสักเกาะสมุย และการท่องเที่ยวอำเภอเกาะสมุย จัดงาน“สมุยอินเตอร์เนชั่นแนล แทททูคอนเวนชั่น ครั้งที่4” (4th Samui International Tattoo Convention 2017) ขอเชิญผู้ที่รักและสนใจในศิลปะบนเรือนร่างร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมงานสักที่ดีที่สุดในประเทศไทยที่รวบรวมช่างสักฝีมือเยี่ยมทั้งในและต่างประเทศให้ทุกท่านได้ชมผลงานอย่างใกล้ชิด

ภายในงานท่านจะพบกับบูธจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์การสักสำหรับศิลปินและผู้ประกอบกิจการ, บูธร้านสักจากต่างประเทศกว่า 20 บูธ อาทิ LING LY TATTOO จากมาเลเซีย, Héctor Roa Tattoos จากอาร์เจนตินา, Lompr’e Tattoo จากสวิตเซอร์แลนด์, Shanghai Tattoo จากจีน ที่นำทัพโดย Zhuo Dan Ting สาวผมสีเขียวที่ได้รับสมญานามว่าเป็น The Queen of Tattoo in China, Mr. Hilton jay denny A.K.A. tikiroa และ ถนัดกิจ อาจเอี่ยม ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบกับร้านสักชื่อดังบนเกาะสมุย และทั่วประเทศไทย ที่ขนเอาฝีมือมาประชันกันกับการประกวดทั้ง 20 ประเภท มาโชว์ให้ผู้ที่สนใจได้ชมผลงานการสักอย่างใกล้ชิด พร้อมนิทรรศการประวัติความเป็นมาของการสัก รวมถึงวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พิเศษ สำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก/วัน ช็อปครบ 1,500 บาทขึ้น รับสิทธิ์ Body Air-Brush โดยช่างมืออาชีพ และบัตรส่วนลด 20% สำหรับงานสักทุกประเภทวันที่ 16-18 สิงหาคม 2560 ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282854

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ“จากขุนเขา สู่…ศิลปาชีพ : 70 ปี ฟ้าในเฟรม”มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 3 ส.ค. 18.00 น. ณ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัลเอ็มบาสซี…

 

llธานินทร์ พานิชชีวะ แห่งดอนเมืองโทลล์เวย์ เตรียมจัดกิจกรรม “Tollway Rally Thank you User..แรลลี่สุดพิเศษ ตามรอยพ่อ”  2 วัน 1 คืน ที่ EvasonHua Hin ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ต“ลุลา” และทำกิจกรรมเพื่อสังคมในโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ยร่วมกัน 9-10 ก.ย.นี้…

llมาแรงสุดๆ นาทีนี้ต้องยกให้เจ้าแม่นำเข้าลิขสิทธิ์ขนมและอาหารแบรนด์ดังชั้นนำ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริลีโอณีโอ เพิ่งเปิดตัวสองแบรนด์ใหม่ แจมบาร์ จูซและไอฮ็อป ไปหมาดๆ ล่าสุดยังไม่ลืมแบรนด์แรกที่สร้างชื่ออย่างโดนัทแสนอร่อย คริสปี้ ครีม ขยายสาขาที่ 29 ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล พลาซา ศาลายา27 ก.ค. 11.00 น. พร้อมโปรโมชั่นเด็ด…

llสิริพร ใจสะอาด บอสสาวแห่ง ไทยประกันชีวิตพาสมาชิก ไทยไลฟ์การ์ด ไปสุขกายสบายจิต กับ ทริปเสริมมงคล “กราบพุทธคุณให้อุ่นใจ ไหว้พระใหญ่เมืองอ่างทอง” กิน เที่ยว ไหว้พระขอพร 29 ก.ค. นี้…

llเขยขวัญบ้านไทยเบฟ โสมพัฒน์ ไตรโสรัส ผู้ดูแลธุรกิจยักษ์ใหญ่ “ตลาดต่อยอด” ศูนย์กลางการค้าของประเทศในกลุ่ม AEC สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับเศรษฐกิจไทย เพิ่มความเฮงให้กับพ่อค้าแม่ค้าว่าที่ลูกค้าของตลาดต่อยอดในงาน Thailand IndustryExpo 2017 เชิญซินแสชื่อดัง อ.คฑา ชินบัญชรมาตรวจฮวงจุ้ยเสริมดวง หัวข้อ “รวยให้ทันยุค รุกให้ทันเกมส์ฮวงจุ้ย 4.0” 30 ก.ค. เวลา 18.00-18.45 น.อาคารชาลเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี…

llฉลองสมรส ฐิติพร ป่านไหม บุตร สมบูรณ์-มาเรียม ป่านไหม กับ ณัฐพล ลือสิงหนาท บุตรสัณหกิจ-ปาริสา ลือสิงหนาท 29 ก.ค.เรเนซองส์ ราชประสงค์…

ll กิจกรรมเดือนวันแม่แห่งชาติ มณีสุดา ศิลาอ่อน ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร S&P คนสวย เชิญ น้ำตาล-ชลิตา และคุณแม่ชุติกาญจน์ ส่วนเสน่ห์ ร่วมพูดคุยบนเวทีพร้อม Workshop แต่งหน้าเค้ก โดยผู้เชี่ยวชาญอ.ไพฑูรย์ สำเร็จ โดยมี จิรประวัติ บุณยะเสนมาร่วม 1 ส.ค. 14.00 น. ร้าน SNP Headquarterอาคารอิตัลไทย…ll

น้อง

รพ.บำรุงราษฎร์ผนึก 51 พันธมิตร ชูมิติใหม่บริบาลทางการแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282828

รพ.บำรุงราษฎร์ผนึก 51 พันธมิตร ชูมิติใหม่บริบาลทางการแพทย์

รพ.บำรุงราษฎร์ผนึก 51 พันธมิตร ชูมิติใหม่บริบาลทางการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อให้บริบาลแก่ผู้เข้ารับการดูแลรักษาทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมขยายตลาดทางการแพทย์ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ “รพ.บำรุงราษฎร์” ผู้ให้บริบาลด้านการแพทย์ภาคเอกชนแห่งใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เดินหน้าขยายความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูโรงพยาบาลพันธมิตร51 แห่งทั่วประเทศ มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ร่วมกันในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

“รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี”ผอ.ด้านบริหารร่วมและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวว่าบำรุงราษฎร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับรพ.พันธมิตรเพิ่มอีก 16 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ต่อจากในปี 2559 ที่มีรพ.พันธมิตรเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) จำนวน 35 แห่ง ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่างรพ.พันธมิตรได้อย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบไร้รอยต่อ โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของรพ.แต่ละแห่ง ให้สามารถรับช่วงต่อผู้เข้ามาใช้บริบาลทางการแพทย์ระหว่างกันได้โดยไม่สะดุด ซึ่งมาจากการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์ระหว่างรพ.พันธมิตรร่วมกัน โดยรพ.บำรุงราษฎร์เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการให้บริบาลทางการแพทย์ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับที่ศ.นพ.ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ ประธานกรรมการ บ.รพ.บำรุงราษฎร์ จก. (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้รวมถึงผู้บริหารในฝ่ายปฏิบัติการอีก 4 ท่าน ถือเป็นความภาคภูมิใจต่อระบบสาธารณสุขไทย ที่มีความร่วมมืออย่างสมัครใจจาก 35 โรงพยาบาลพันธมิตรต่อเนื่องจากในปีก่อนที่ดำเนินการร่วมกันเป็นอย่างดี

ปีนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ยังได้คิดก้าวไกลไปกว่าเดิมพร้อมยกระดับขีดความสามารถเครือข่ายพันธมิตรร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินการเห็นได้ว่า ได้เรียนเชิญรพ.ทางสายภาคเหนือ คือ เริ่มที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต่อไปที่รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเชิญชวนศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เข้าร่วม รวมกันเป็นวิชั่นการทำงาน เกิดเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน โดยมุ่งเน้น 4 พันธกิจสำคัญ โดยพันธกิจแรกเป็นรากฐานของการดูแลผู้ป่วย เริ่มจากรพ.ต้นทางซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยในตั้งแต่แรก และมีการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา หรือ สเต็ปอัพ (Step up)  จนถึงเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะหนึ่งแล้ว และต้องการย้ายกลับไปยังรพ.เดิมตั้งแต่แรก (Step down)  ก็สามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่สะดุด พันธกิจที่ 2.ด้านวิชาการ โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีแนวคิดด้านการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ เชิงวิชาการ ในลักษณะต่อยอดความคิดทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมรับเฟลโลว์ (Fellow)  แพทย์เฉพาะทางสาขามาต่อยอดโดยบริบทของ รพ.บำรุงราษฎร์อยู่ที่การฝึกอบรมเฟลโลว์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยสูงสุด

ขณะที่พันธกิจที่ 3 ด้านการวิจัย เพื่อให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น จะต้องสามารถสร้าง ครีเอชั่น และ นวัตกรรม โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีวิสัยทัศน์ที่พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย โดยเชิญโรงเรียนแพทย์ 3 แห่ง (รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่) เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์  และพันธกิจสำคัญที่ 4 คือ มาตรฐานด้านคุณภาพ รพ.บำรุงราษฎร์ ถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพรพ.ระดับสากล The Joint Commission International (JCI) ของสหรัฐอเมริกา

ล่าสุดยังผ่านการรับรอง DNV-GL’s MANAGING INFECTION RISK (MIR) STANDARD  มาตรฐานที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านการติดเชื้อ ซึ่งแห่งที่สามนอกทวีปอเมริกาเหนือและเป็นแห่งแรกของเอเชีย นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับสากล จากวิทยาลัยพยาธิแพทย์อเมริกัน College of American Pathologists (CAP) เป็นแห่งแรกของไทย แสดงถึงความพร้อมด้านวิชาการ การวิจัย เพื่อตอบสนองภาวะการเจ็บป่วยที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา การวิจัยที่เข้าถึงพันธมิตรต่างๆ

รวมถึงมิติเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยถือเป็นเสาหลักในการดูแลผู้ป่วยที่สำคัญ เพื่อตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญ คือ รูปแบบความร่วมมือนี้ เปรียบเสมือนเพื่อนช่วยเพื่อน โดยไม่ได้มองเพียงเงินทุน (แคปิทัล) แต่รวมกันเป็นฮิวแมน แคปิทัล ไฟแนนเชียล แคปิทัล เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันในรูปแบบ เนตเวิร์ก แคปิทัลจากแนวทางความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของบริบาลทางการแพทย์ไทยที่มุ่งมั่นยกระดับงานสาธารณสุขของประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่มีความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาลและนวัตกรรมทางการแพทย์ มีความแข็งแกร่งร่วมกันและเพื่อความยั่งยืนในการบริบาล ดูแลรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

‘ฟิตเนสฝึกสมองผู้สูงอายุ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282829

‘ฟิตเนสฝึกสมองผู้สูงอายุ’

‘ฟิตเนสฝึกสมองผู้สูงอายุ’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากความเข้าใจของหลายๆ ท่าน โรคสมองเสื่อมกับการก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุนั้นอาจดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่มาคู่กัน จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า สำหรับการป้องกันโรคนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงบางประการที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคสมองเสื่อมเร็วกว่าวัยนั้น สามารถป้องกันหรือชะลอระยะเวลาการเกิดอาการดังกล่าวได้ “ฟิตเนสสำหรับฝึกสมองผู้สูงอายุ” จึงเป็นไอเดียที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่จะช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ผศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การบำบัดรักษาผู้สูงอายุ โรคสมองเสื่อมจึงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากขึ้น เราจะพบว่าผู้สูงอายุที่เกษียณจากการทำงานแล้วอยู่ติดบ้าน ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็จะเกิดอาการเฉาหรือซึมเศร้า และหลงลืมได้ง่ายทั้งนี้กลุ่มอาการสมองเสื่อม ก็คือการเสื่อมถอยของการรู้คิด (Cognition) ซึ่งเป็นกระบวนการของสมองที่จะรับรู้ จัดการข้อมูล และตอบสนองต่อข้อมูลนั้นได้อย่างเหมาะสม สำหรับ “ภาวะสมองเสื่อม” และโรคสมองเสื่อม” นั้นมีสาเหตุที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุที่เป็นโรคภูมิแพ้ เมื่อรับประทานยาแก้แพ้บางชนิด ก็อาจเกิดผลข้างเคียงจากตัวยาที่มีฤทธิ์ทำให้ประสิทธิภาพในการจดจำลดลง แต่หากหยุดรับประทานยาภาวะสมองเสื่อมก็จะหายไป แต่สำหรับกลุ่มโรคสมองเสื่อมนั้นมักจะเกิดจากความชรา หรือความเสื่อมถอยของระบบประสาท ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้แก่ โรคอัลไซเมอร์ รองลงมาคือ โรคหลอดเลือดสมอง

Cognitive Fitness Center หรือ ฟิตเนสฝึกสมองผู้สูงอายุ ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย เกิดจากการทำงานร่วมกันของจิตแพทย์ และประสาทแพทย์ ด้วยยุทธศาสตร์เชิงป้องกัน โดยให้การดูแลกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมในอนาคต ผู้เข้ามารับบริการจึงมี 2 กลุ่มใหญ่ คือผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปซึ่งยังไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อม สามารถเดินทางไปกลับเองได้ ไม่ต้องมีผู้ดูแล เพราะการมาทำกิจกรรมต่างๆ นอกสถานที่เช่นนี้ อาจจะเกิดความเสี่ยงในการหกล้ม การหลงทาง หรือหายออกจากบ้านไป และกลุ่มที่เริ่มมีความเสี่ยงแต่ยังไม่เป็นโรคสมองเสื่อม ซึ่งเป็นการรู้คิดหรือสมรรถภาพสมองเสื่อมเล็กน้อย ในทางการแพทย์เราเรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่มผู้ป่วย Mild Cognitive Impairmentหรือ MCI

สำหรับกิจกรรมแต่ละวันที่ให้บริการจะแบ่งออกเป็นช่วงเช้า 2 กิจกรรม เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ช่วงบ่าย 1 กิจกรรม กิจกรรมละ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเสร็จสิ้นในเวลา 14.00 น. ดังนั้นในหนึ่งสัปดาห์จะมีทั้งสิ้น 15 กิจกรรมที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นสมรรถภาพสมองทั้งทางตรง และทางอ้อมเนื่องจากหน้าที่ของสมองมีความซับซ้อนมาก ดังนั้นการฝึกสมองจึงไม่ได้ฝึกเรื่องความจำเท่านั้น แต่กิจกรรมต่างๆ ยังต้องช่วยในการฝึกสมาธิ ฝึกการรับรู้ ฝึกการคิด การวางแผนการตัดสินใจรวมไปถึงการเข้าสังคมด้วย ตัวอย่างกิจกรรม เช่น ดนตรีบำบัด การฝึกร้องเพลง งานศิลปะ การออกกำลังกาย การฝึกโยคะหรือชี่กง เป็นต้น อีกทั้งกิจกรรมแบบกลุ่มได้แก่ Creative Movement Therapy เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายโดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มคนทำละครเวทีที่เข้ามาช่วยออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีกิจกรรมที่หลากหลายผู้สูงอายุสามารถเลือกกิจกรรมที่จะเข้าร่วมตามความชอบได้ด้วย

และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ Movie Club หรือโครงการภาพยนตร์เพื่อผู้สูงอายุ ฉายภาพยนตร์เดือนละ 1 เรื่อง เมื่อผู้สูงอายุมาชมภาพยนตร์นอกจากจะได้รับความบันเทิงและข้อคิดกลับบ้านไปแล้ว สำคัญคือกิจกรรมนี้ทำให้ได้ออกจากบ้านมาเจอเพื่อนเหมือนสมัยวัยรุ่น ที่เคยชวนไปดูหนัง ดังนั้นการฉายภาพยนตร์จึงเปรียบเสมือนการนัดพบกันอย่างหนึ่ง

สำหรับเรื่องอาหารการกินที่หลายๆ ท่านพยายามหายาอายุวัฒนะขนานต่างๆ มารับประทาน เพื่อชะลอการเสื่อมของระบบการทำงานของสมองนั้น การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ลดอาหารจำพวกไขมัน และอาหารรสจัด รวมถึงการเสริมสร้างโปรตีนให้กับร่างกาย ก็เรียกได้ว่าเป็นการบำรุงสมองเช่นกัน

แพทย์แนะวิธีเผยเสน่ห์รอบดวงตาให้สวยปิ๊ง ด้วยเทคนิคใหม่ ‘Dermo Touch Eye Filler’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282825

แพทย์แนะวิธีเผยเสน่ห์รอบดวงตาให้สวยปิ๊ง ด้วยเทคนิคใหม่ ‘Dermo Touch Eye Filler’

แพทย์แนะวิธีเผยเสน่ห์รอบดวงตาให้สวยปิ๊ง ด้วยเทคนิคใหม่ ‘Dermo Touch Eye Filler’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ได้ยินกันมานานว่า “ปัญหาตาแพนด้า ถุงใต้ตาบวมคล้ำ” นั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็ม ช่วยทำให้ผิวหนัง
ดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีปัญหากวนใจสาวๆ หลายคนอยู่ เนื่องจากฟีดแบ๊กหลังจากการฉีด บางรายใต้ตาดูไม่เป็นธรรมชาติ เพราะการฉีดตัวยามากไปจนเกินพอดี บางรายหนักหน่อย ก็เกิดผลเสียอย่างเช่นปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไหลย้อย เรียกได้ว่าเข็ดกันไปพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว

แต่ในเมื่อมีปัญหา ก็ต้องมีทางออกอย่างแน่นอน ล่าสุด หมอเกรซ-พญ.เสาวภาคย์พงศ์ศศิธร แพทย์ด้านความงามที่มีประสบการณ์ในการเสกสรรความงามให้กับคนดังในวงการมาแล้วนับไม่ถ้วน แห่ง DoctorGrace Clinic มีเคล็ดลับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยเทคนิคแบบใหม่ Dermo Touch Eye Filler Technique ที่จะไม่ทำให้ใต้ตามีลักษณะเป็นก้อนแข็งๆ เหมือนที่ใครหลายคนได้พบเจอมา เทคนิคนี้จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาทีละน้อยๆ เพียงจุดละ 0.01 cc. เท่านั้น คุณหมอเกรซจะฉีดในผิวชั้นตื้นๆ เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ หมอเกรซพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข้างต้นโดยเฉพาะ ผลลัพธ์ที่ได้ก็เพื่อทำให้ผิวรอบดวงตากลับมาสวยใสธรรมชาติดังเดิม

สำหรับความพิเศษของเทคนิค การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยแบบใหม่ Dermo Touch Eye Filler Technique มีดังนี้

-สวยมากขึ้นจากเทคนิคเก่าๆ

เพราะเทคนิคเดิมๆ จะเน้นการใช้ปริมาณฟิลเลอร์จำนวนมากฉีดเข้าไปบริเวณใต้ตาโดยไม่กระจายจุดในการฉีด ทำให้สามารถเห็นก้อนฟิลเลอร์ได้ง่ายเวลาที่เรายิ้ม แต่เทคนิคใหม่จากคุณหมอเกรซ รับรองว่าดูธรรมชาติ ไม่มีใครรู้ว่าไปฉีดฟิลเลอร์มาแน่นอน เพราะคุณหมอจะใช้ยาปริมาณน้อยๆ กระจายไปหลายๆ จุด ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยธรรมชาติ ไม่มีลักษณะเป็นก้อนเหมือนเทคนิคเดิมๆ

-ประหยัดมากขึ้น

เพราะเทคนิคนี้เป็นการฉีดฟิลเลอร์ลงบนชั้นผิวหนังที่ตื้นมากๆ ทำให้ผิวหนังได้รับการเติมเต็มที่ง่ายขึ้น ปริมาณการใช้ตัวยาฟิลเลอร์ก็น้อยลง ช่วยทำให้คนไข้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้เยอะ ปลอดภัยมากขึ้นแน่นอนว่าเทคนิค Dermo Touch จากคุณหมอเกรซนั้น จะกระจายตัวฟิลเลอร์ในการฉีดไม่ให้กระจุกเป็นก้อน รวมถึงมีการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่น้อยลง ประกอบกับเทคนิคที่ฉีดบริเวณชั้นผิวหนังที่ตื้นเท่านั้น ทำให้ผลข้างเคียงหรือปัญหาที่ตามมานั้น แทบไม่พบเจอเลย จากเทคนิคเดิมๆ ที่ฉีดแล้วฟิลเลอร์เป็นก้อนไหลไปตามจุดต่างๆ หรือมีการฉีดเข้าไปในส่วนที่ลึกเกิน ทำให้เส้นเลือดอุดตัน ส่งผลทำให้เสี่ยงต่ออาการตาบอดได้ง่าย ลองเปลี่ยนมาฉีดด้วยเทคนิค Dermo Touchที่ได้รับการยอมรับและปลอดภัยกว่าเทคนิคเดิมๆ อย่างแน่นอน

หมอเกรซ เผยต่ออีกว่า“เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแบบ Dermo Touch จาก Doctor Grace Clinic จำเป็นต้องใช้ควาละเอียดของฝีมือแพทย์ ด้วยตัวยาที่เป็นของแท้ 100% เพราะต้องปล่อยยาทั้งหมด 100 ครั้ง ทำให้ใช้เวลานาน หมอจึงต้องมีความแม่นยำสูง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม และมีความปลอดภัยในอนาคต”

แต่ไม่ว่าคุณจะเข้ารับการรักษาที่ไหนก็ควรเลือกคลินิกที่ทำการรักษาโดยแพทย์ด้านความงามจริงๆ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้น จำเป็นต้องใช้ความละเอียดสูงมาก และคลินิกก็ต้องมีความปลอดภัย สะอาดได้รับมาตรฐานเช่นกัน

ข้าวพื้นที่สูง 2 สายพันธุ์หายาก ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ในงาน‘โครงการหลวง 48’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282855

ข้าวพื้นที่สูง 2 สายพันธุ์หายาก  ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ในงาน‘โครงการหลวง 48’

ข้าวพื้นที่สูง 2 สายพันธุ์หายาก ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ในงาน‘โครงการหลวง 48’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดจนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเพื่อแสดงความก้าวหน้าด้านการวิจัย พัฒนาเผยแพร่ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิฯ โครงการส่วนพระองค์และหน่วยงานสนับสนุน มูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงานแถลงข่าว “โครงการหลวง 48” หนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยกคุณค่าจากยอดดอย สู่ใจกลางกรุง” โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ทรงคุณค่า ได้แก่ ข้าวพื้นที่สูง 2 สายพันธุ์หายาก อย่าง ข้าวบือบอ และ ข้าวบือชอมี,ปลาสเตอร์เจียนรมควัน, ปลาเรนโบว์เทราต์, ฟิก, แป้งบัควีท, เห็ดหลินจือผสมน้ำมันรำข้าว,กาแฟผสมเห็ดหลินจือแดง, ชาขาว รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากร้านโครงการส่วนพระองค์และจากโครงการหลวงกว่า 3,000 รายการพร้อมชมความงดงามของการตกแต่ง THE ARTOF BOTANICAL LIVING เติมคุณค่าให้ชีวิตกับศิลปะลายเส้นดอกไม้ ระหว่างวันที่4-14 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ทั้งนี้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ชัยพิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง, พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัดและ คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติร่วมให้รายละเอียดการจัดงาน ณ ห้อง โลตัสสวีท 5-7 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ทรงมีรับสั่งถึงการจัดงาน“โครงการหลวง 48” ว่า “นับตั้งแต่ปี 2512 ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงริเริ่ม “โครงการหลวง” เพื่อพัฒนาด้านเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง เพื่อลดปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย การแผ้วถางป่า และการปลูกพืชเสพติดของชาวเขา ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการหลวงทำการศึกษาวิจัยการปลูกพืชเมืองหนาว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงมีรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งดังนั้น ทุกปีทางมูลนิธิโครงการหลวง จึงได้จัดงาน “โครงการหลวง” เพื่อแสดงผลงานความก้าวหน้าทางวิจัยและพัฒนา และเป็นการเผยแพร่ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์ และหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ที่ได้เข้ามาสนองงานในมูลนิธิโครงการหลวง“

ด้าน ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง เผยถึงสินค้าไฮไลท์ของปีนี้ ว่า “เป็นผลผลิตและ
ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในงานโครงการหลวง 48 เป็นครั้งแรก ได้แก่ ข้าวพื้นที่สูง 2 สายพันธุ์ท้องถิ่นของชุมชนบนพื้นที่สูงที่ถือว่าเป็นแหล่งความหลากหลายของพันธุกรรมข้าว ซึ่งข้าวที่บริโภคเป็นอาหารหลักส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้คัดเลือกโดยเกษตรกรรุ่นต่อรุ่น และยังรักษาพันธุ์ข้าวนั้นๆ เพื่อบริโภคจนกระทั่งปัจจุบันมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวเหลือง หรือ “บือบอ”เป็นพันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอ และ ละว้า มีลักษณะเมล็ดเรียวสั้น เปลือกข้าวมีสีฟางเข้ม ข้าวมีกลิ่นหอม นิ่มหุงขึ้นหม้อ ในข้าวมีสารแกมม่าโอไรซานอล ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ลดน้ำตาลในเลือดลดความดันโลหิต และมีธาตุเหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง และข้าวไก่ป่า หรือ “บือชอมี” พันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอ ปลูกสภาพนา ในฤดูนาปีละครั้ง เมล็ดข้าวยาวเรียวคล้ายข้าวหอมมะลิช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร มีโพแทสเซียมทำงานร่วมกับโซเดียมในการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย และช่วยให้หัวใจเต้นเป็นปกติมีวิตามินบี 1 ช่วยบำรุงประสาท รักษาอาการโรคเหน็บชา

ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์

นอกจากนี้ ยังมี ปลาสเตอร์เจียนรมควันโครงการหลวง มีกลิ่นหอม เนื้อสีทอง รสชาติอร่อย อุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า 3คอลลาเจน และสารต้านอนุมูลอิสระ นิยมนำไปทำเมนูสลัด เมี่ยงปลาสเตอร์เจียน หรือนำไปอุ่นและทานได้เลย, ปลาเรนโบว์เทราต์ มีรสชาติดีอีกทั้งยังเป็นปลาที่มีปริมาณกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 สูง ซึ่งสารนี้จะสามารถลดปริมาณคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด และประจุอิสระในกระแสโลหิตได้, ฟิก หรือ มะเดื่อฝรั่งผลไม้เพื่อสุขภาพ นิยมรับประทานแบบผลสดทานได้ทั้งผล รสชาติหวาน กลิ่นหอมอ่อนๆเนื้อละเอียด นำไปประกอบอาหารได้ทั้งเมนูคาวและหวาน มีสรรพคุณ ได้แก่ ไฟเบอร์สูง, แคลเซียมสูงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน, มีวิตามินเอสูงช่วยบำรุงสายตา, พลังงานสูงจากคาร์โบไฮเดรต แต่ปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอลหรือโซเดียม

รวมไปถึง ผลิตภัณฑ์แปรรูปตราโครงการหลวง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลินจือผสมน้ำมันรำข้าวชนิดแคปซูล และกาแฟผสมเห็ดหลินจือแดง ผลิตจากกาแฟอราบิก้าโครงการหลวงคุณภาพสูงที่ผ่านการคั่วบดอย่างพิถีพิถัน รสละมุนและมีกลิ่นหอมกรุ่น มีทั้งเมล็ดกาแฟคั่ว และกาแฟคั่วบด ผสมผสานกับเห็ดหลินจือแดงโครงการหลวง เพื่อให้ได้กาแฟผสมเห็ดหลินจือที่มีคุณภาพ และรสชาติดี, ชาขาวเป็นชาที่ได้จากใบตูมที่อยู่ยอดสุดของชาอัสสัมซึ่งเหมาะสมที่สุดในการนำมาทำเป็นชาขาว จะได้น้ำชาขาวที่มีสีทองอ่อนๆ รสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมแบบธรรมชาติ ปลูกในพื้นที่ป่าในแถบหมู่บ้านห้วยน้ำขุ่น ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่นโดยในปีที่ผ่านมาได้รับรางวัลเหรียญเงิน WorldTea Union 2016 ที่จัดโดยสมาคมชาโลกเมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และ แป้งบัควีท ปราศจากกลูเต็น ทางเลือกของผู้ที่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับคนที่แพ้กลูเต็น มีเนื้อสัมผัสที่ละเอียด เมื่อทำอาหารออกมาแล้วจะได้เนื้อแป้งสีนวลสวย มีกลิ่นหอม สามารถทดแทนการใช้แป้งชนิดอื่นในการประกอบอาหารได้

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

นอกจากนี้ ยังมี สินค้าจาก 12 ร้านโครงการส่วนพระองค์ ประกอบด้วย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, ร้านจิตรลดา ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร ในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, ร้านโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา, มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ร้านภูฟ้า, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, โครงการ “ถักร้อย-สร้อยรัก” มูลนิธิจุฬาภรณ์, ร้าน ดร.น้ำจิต-ดร.น้ำใจ, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และโครงการทูบีนัมเบอร์วัน

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เผยว่า “ตอนนี้ดอยคำมีสินค้าใหม่ถึง 5 รายการด้วยกัน อาทิ น้ำฟักข้าวและน้ำผลไม้รวม 60%ผสมน้ำผึ้ง–ฮันนีแก็ก อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีนและไลโคปีน พร้อมคุณประโยชน์จากน้ำผลไม้รวมผสมน้ำผึ้ง มีวิตามินเอ และซี สูง, น้ำมะขามป้อมและน้ำบ๊วยรวม 42% ผสมน้ำผึ้งวิตามินซีสูงจากมะขามป้อม ผลผลิตจากโครงการฟื้นฟูป่าไม้ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่, น้ำมะเขือเทศผสมน้ำผักรวม 99%-เวอร์จินแมรีมิติใหม่ของน้ำมะเขือเทศรสชาติจัดจ้านถึงใจ จาก ขิง พริก พริกไทย และเซเลอรีผสานคุณค่าจาก BCAA พร้อมแอล-คาร์นิทีนที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญ ปลุกความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า, มะม่วงผสมเสาวรสทาขนมปัง เต็มรสชาติเนื้อผลไม้แท้ถึง 70% แบบไม่เติมน้ำตาล ผสมผสานความเปรี้ยวที่โดดเด่น จากเสาวรสในโครงการส่งเสริมรอบโรงงานหลวงฯ และรสหวานฉ่ำจากเนื้อมะม่วงสีทอง และ ลิ้นจี่ผสมอัญชันทาขนมปัง ผสานความหอมหวานจากเนื้อลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย และคุณค่าแห่งสีสันของดอกอัญชัน พร้อมคุณประโยชน์จากใยอาหารดีต่อระบบขับถ่าย”

ผลิตภัณฑ์จากร้านจิตรลดา ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ข้าวกล้องเหลือง และ ข้าวกล้องไก่ป่า

ผลิตภัณฑ์ใหม่จากดอยคำ