PTTGC จับมือ ททท.จ.ระยอง และเชฟชุมพล ส่งมอบเมนูอร่อยห้ามพลาดประจำระยอง ในงาน ‘เชฟชุมชนชวนกินถิ่นระยอง’ ภายใต้โครงการ ‘เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282667

PTTGC จับมือ ททท.จ.ระยอง และเชฟชุมพล ส่งมอบเมนูอร่อยห้ามพลาดประจำระยอง  ในงาน ‘เชฟชุมชนชวนกินถิ่นระยอง’ ภายใต้โครงการ ‘เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน’

PTTGC จับมือ ททท.จ.ระยอง และเชฟชุมพล ส่งมอบเมนูอร่อยห้ามพลาดประจำระยอง ในงาน ‘เชฟชุมชนชวนกินถิ่นระยอง’ ภายใต้โครงการ ‘เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกก.บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กก.ผจญ.บมจ.พีทีทีโกลบอล เคมิคอล พร้อมทั้ง เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กมอบสูตรอาหาร 10 เมนูประจำจังหวัดระยอง ให้กับ สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผอ.ททท.สนง.ระยอง และพิธีกร ชาคริต แย้มนาม ร่วมถ่ายภาพ

ปะสบความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับกิจกรรมดีๆ การแข่งขัน “เชฟชุมชนชวนกินถิ่นระยอง” ภายใต้โครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน” by PTTGC ที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)ร่วมกับ จังหวัดระยอง และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง(ระยอง-จันทบุรี) เพื่อคัดเลือกสุดยอดเชฟชุมชน และเพื่อยกระดับอาหารท้องถิ่นของชุมชนจังหวัดระยองให้เป็นที่ยอมรับในระดับ ประเทศ โดยมี สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการแข่งขัน พร้อมด้วย ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง, คณะผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องอาหาร HEAVEN Bangkok ชั้น 18 อาคาร ZEN WORLD กทม.

งานนี้ได้เฟ้นหาสุดยอดเชฟของจังหวัดระยองนานกว่า 8 เดือน ซึ่งมีเชฟจากร้านอาหารชื่อดังมากมายเข้าร่วมประกวดกว่า 50 ร้าน โดย เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยมายาวนานกว่า 30 ปี คัดเลือกผู้ที่ผ่านเข้าร่วมสุดท้ายจนเหลือ 8 เชฟ 8 เมนู ได้แก่ พิศมัย พิลึก จากครัวพิศมัย กับ เมนู “แกงคั่วเล พลาฮิ”, สุวรรณา ชัยพฤกษ์ จากร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง เมนู “แกงหมูชะมวง เนินสว่าง”, สารภี ถวิลจากร้านหมู่บ้านทะเลน้อย กับเมนู “ยำผักกระชับทอดกรอบ”, ขนิษฐาบาร์โบนี จากร้าน La Capanna กับ เมนู “ยำสัมพันธ์ 5 สหาย”, วาทิต สิงห์ทอง จากร้าน Steak@good กับเมนู “ซี่โครงหมูราย็อง ซอสชะมวงฮิ”, ภาณุพงษ์ ควรหา จากร้านบุญเพ็ชร กับเมนู “กุ้งทอดซอสใบชะมวง”, ปฤษชนก สุวรรณโชติ จากร้านมีดี ฟาร์มปูนิ่ม กับเมนู “แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดองผักกระชับ” พิกุล กิตติพล จากวิสาหกิจชุมชนไม้กฤษณา กับเมนู “เส้นหมี่น้ำแดงโบราณ”


สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กก.ผจญ.บมจ.พีทีทีโกลบอล เคมิคอล เป็นประธานมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศ สุดยอดเชฟชุมชน และ Singnature Dish เมนู รอบชิงชนะเลิศได้แก่ สุวรรณา ชัยพฤกษ์ จากร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง กับเมนู “แกงหมูชะมวง เนินสว่าง”

ผลการตัดสินผู้เข้ารอบคัดเลือก 8 คนสุดท้ายของการแข่งขัน “เชฟชุมชนชวนกินถิ่นระยอง” ผู้ที่เป็นสุดยอดเชฟชุมชน และ Singnature Dish เมนู รอบชิงชนะเลิศได้แก่ สุวรรณา ชัยพฤกษ์จากร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง เมนู “แกงหมูชะมวงเนินสว่าง” มี สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ประธานพิธีมอบโล่รางวัลพร้อมเงินสดจำนวน 50,000 บาท นอกจากนี้ เชฟชุมพล แจ้งไพร ยังพัฒนาสูตรอาหาร 10 เมนูจากวัตถุดิบพื้นถิ่น ได้แก่ หลนกระปิกุ้งทะเล, ทะเลผัดพริกขี้หนูสวน, ผัดผักกระชับไฟแดงปลากุเลาปากน้ำประแส, แกงคั่วปูใบชะมวง, ต้มส้มปลากะพง(ระกำ), ปลาหมึกแดดเดียวผัดพริกเกลือ, ผัดขี้เมาไก่บ้านใส่หน่อกระทือ, ต้มกะทิปลาแดดเดียวใส่ผักกูด, เส้นแกลงผัดทะเล และ พุดดิ้งทุเรียน ซอสมังคุด ส่งมอบให้จังหวัดระยองเพื่อให้เป็นเมนูประจำจังหวัด กระจายรายได้สู่ชุมชนและเศรษฐกิจจังหวัดระยองอีกด้วย


กุลธน เลาหทวีโชค, ชลิต กิติญาณทรัพย์, ผรณเดช พูนศิริวงศ์, ประเสริฐ บุญสัมพันธ์
ประธานกก.บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล, สุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง


วราวรรณ ทิพพาวนิช ผช.กก.ผจญ. สายงานกิจการองค์กร บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร รองกก.ผจญ. บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บมจ.ปตท., ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้น บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ดวงกมล เศรษฐธนัง รองกก.ผจญ. สายงานการเงินและบัญชี บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล


วิทูร รัตนเมธานนท์, เอก ณ ระนอง และ กฤษ สงเกื้อ“เส้นหมี่น้ำแดงโบราณ”


ส่วนหนึ่งของ 10 เมนูจากวัตถุดิบพื้นถิ่นที่เชฟชุมพล แจ้งไพร ได้รังสรรค์เมนูเด็ดมอบให้กับจ.ระยอง เพื่อให้เป็นเมนูประจำจังหวัด กระจายรายได้สู่ชุมชน


ร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง/โทร.062-959-6354

 “แกงหมูชะมวง เนินสว่าง”

ร้าน Steak@good/โทร.097-191-9393

“ซี่โครงหมูราย็อง ซอสชะมวงฮิ”

ร้านหมู่บ้านทะเลน้อย/โทร.085-433-4651

“ยำผักกระชับทอดกรอบ”

ร้านบุญเพ็ชร/โทร.093-292-7566


“กุ้งทอดซอสใบชะมวง”


ร้านมีดี ฟาร์มปูนิ่ม/โทร.089-834-6894


“แกงส้มปูไข่หน่อไม้ดองผักกระชับ”


ครัวพิศมัย/โทร.087-833-6776


“แกงคั่วเล พลาฮิ”


ร้าน La Capanna/โทร.092-612-3426


“ยำสัมพันธ์ 5 สหาย”


วิสาหกิจกิจชุมชนไม้กฤษณา/โทร.081-889-0331


“เส้นหมี่น้ำแดงโบราณ”

‘เคทีซีส่งภาษามือ…ชวนน้องเรียนรู้วิถีแห่งสติ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282635

‘เคทีซีส่งภาษามือ...ชวนน้องเรียนรู้วิถีแห่งสติ’

‘เคทีซีส่งภาษามือ…ชวนน้องเรียนรู้วิถีแห่งสติ’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)โดย กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-สื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ และ พจนีย์พรชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ-ทรัพยากรบุคคล จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “เคทีซีส่งภาษามือ…ชวนน้องเรียนรู้วิถีแห่งสติ”ให้กับนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ประกอบด้วย“ใจจัดดอกไม้…ดอกไม้จัดใจ” ตั้งจิตภาวนาไปพร้อมๆ กับการพับดอกบัว ฝึกตามดูการเคลื่อนไหวของกายใจตั้งมั่นและเยียวยาตนเองด้วยลมหายใจแห่ง สติ“หอมกลิ่นความสุข…ทุกฝีเข็ม”

พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท  บัตรกรุงไทยจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การให้โอกาสทางการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนให้แก่เยาวชน นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เคทีซีให้ความสำคัญมาโดยตลอด ไม่เว้นแม้แต่น้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งมีศักยภาพที่จะเรียนรู้และพัฒนาได้ หากเพียงได้รับโอกาสที่ดีครั้งนี้เคทีซีได้จัดกิจกรรม “เคทีซีส่งภาษามือ…ชวนน้อง เรียนรู้วิถีแห่งสติ” ให้กับนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ เพื่อให้น้องๆ ได้ฝึกสมาธิกายเคลื่อนไหว จิตตั้งมั่นกับเวิร์กช็อปต่างๆ ที่ทางเสถียรธรรมสถานได้กรุณาถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆ นอกจากนี้น้องๆโรงเรียนเศรษฐเสถียรยังได้ร่วมแสดงออกถึงความสามารถผ่านภาษามือจากใจกับบทเพลง “รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ“70 ปี 70 ล้านความดี อนุสาวรีย์มีชีวิตถวายพ่อ” ของเสถียรธรรมสถานอีกด้วย”

แม่ชีโมลี เขียวสะอาด “คุณแม่ชีโอ๊ะ” เสถียรธรรมสถาน กล่าวว่า “เด็กๆ ที่จะได้ร่วมฝึกจิต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อจำกัดทางร่างกายไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้โดยกิจกรรมในช่วงเช้าเด็กๆ ได้มีโอกาสมาเจอกัน ปรับชีวิตและลมหายใจ ปรับให้ทุกคนมีความสุขร่วมกันก่อนด้วยบทเพลงแห่งสติ “ดั่งดอกไม้บาน” ชวนเด็กๆ ภาวนาผ่านภาษามือ ทำผ่านภาษาใจ ออกมาเป็นภาษาพูดหรือภาษาคนสู่ภาษาธรรม แล้วมาช่วยกันทำวงกลมแห่งรัก ชวนเด็กๆ ที่มีความสุขมาแบ่งปันความสุข บีบนวดให้กับคนข้างๆ เพื่อให้รู้ว่าโลกนี้ความสุขเป็นสากล สามารถสร้างได้ด้วยหัวใจของเราทุกคน และแบ่งปันความสุขที่อยู่ในใจไปยังบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเรา คุณยายจ๋า แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กล่าวไว้ว่าความสุขสร้างได้ง่ายๆ แค่ 3 ข้อ คือ 1.มีความสุขเล็กๆ2.เมื่อมีความสุขแล้วแบ่งปันความสุขให้คนข้างหน้า3.มองคนข้างหน้าเป็นบุคคลพิเศษไม่มีใครควรค่าต่อการเกลียดชังและรับใช้คนตรงหน้าอย่างเต็มหัวใจ”

คุณแหน : 26 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282633

คุณแหน : 26 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 26 กรกฎาคม 2560

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล ชวนเพื่อนนิเทศฯจุฬาฯไปเที่ยวเชียงราย พาเพื่อนช็อปปิ้งของถูกจนใส่รถเกือบไม่หมด ในขณะนี้ที่เจ้าตัวกำลังเดือดร้อนแจ้งข่าวด่วนว่ามีคนแอบอ้างทำเฟซบุ๊คของเธอ แล้วส่งข้อความไปหาเพื่อนในเฟซบุ๊ค ขอให้ซื้อเงินส่งให้ ขอใครอย่าได้หลงกล เธอไม่เคยยืมเงินใคร มีแต่คนมายืม  ขณะนี้ได้แจ้งความเรียบร้อยแล้ว…มิจฉาชีพอยู่กันสงบๆ ไม่ได้หรือยังไงต้องคอยระรานคนอื่นให้เดือดร้อน…

ll ภรณี มูลสินทอง ส่งข่าวมาจากเกาะมายอร์กา ประเทศสเปน ว่าที่นั่นร้อนสุดๆ อุณหภูมิสูงสุด 46-48 องศา ออกไปนอกบ้านที ผิวเกือบสุกจริงๆ…

ll ศิริวรรณ ศิริอารยา ไปช่วยลูกชายเก็บของย้ายจากเมือง Delft เนเธอร์แลนด์ไปทำงานเมืองเกียวโต นัดกับ อริณี เมธเศรษฐ์ จากลอนดอนเจอเหตุการณ์ระทึกใจหลายรอบ ต้องวิ่งเข้า-วิ่งออกสถานีรถไฟ ห่วงเพื่อนก็ห่วงว่าจะคลาดกับเพื่อน แต่ความลับก็คือห่วงเพื่อนไม่เท่าห่วงของที่เพื่อนถือมา เพราะเพื่อนบอกจะเอาน้ำจิ้ม sea food กับก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่จากโรงงานในโซโหพร้อมน้ำราดหน้าที่ปรุงแล้วมาฝาก…

ll ทารกเพศหญิง ด.ญ.พริม ถือกำเนิดมาจากคุณแม่ปรินดา และคุณพ่อ สุทธิพงศ์ ธัชยพงษ์คุณย่า สุธาทิพ เลยไปไหนมาไหนตอนเย็นๆ ค่ำๆ ไม่ค่อยได้ เพราะมีภาระต้องเลี้ยงหลาน 2คน…

ll ชีวิตเกิดใหม่อีก 1 หลานสาวคุณยาย พรอนงค์นิยมค้า โฮริกาวา ชื่อเล่นว่า มะนาว ชื่อจริงว่า มณา ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า Mid Summerเพราะคุณพ่อชื่อ Masato คุณแม่ชื่อ มะเหมี่ยวกลายเป็นครอบครัวตัว ม. ตอนนี้คุณยาย พรอนงค์จัดตั้งชมรมย่า/ยายเห่อ(หลง?)หลานเรียบร้อยแล้วในหมู่เพื่อนตอ.28…

ll พอ อ้อย-ชอบธรรมเรมองต์ ลงจากเครื่องบินปุ๊บ วันรุ่งขึ้นเพื่อนอักษรฯก็นัดทานข้าวเย็นที่ร้าน Chinese Dimsum ทันที ตัดหน้า ธีระชัย เชมนะสิริ ที่จะฉกตัวเธอไปพัทยา 3 วัน…

ll คุณยาย ดร.พรทิพาพิชา ต้องเดินทางไป-กลับกรุงเทพฯ-ลอนดอน-กรุงเทพฯ เป็นว่าเล่น เพราะต้องไปช่วยเลี้ยงดูหลานสาวคนใหม่ Elizabeth ของลูกสาว“เอม”และเขยฝรั่ง“จอร์จ”…

ll ตั้งแต่หายจากป่วยหนักรศ.ดร.สินธุ์ชัย แก้วกิติชัย ก็น้ำหนักลดลงแล้ว เหลือแค่ 70 กก. คุณหมอยังสั่งให้ลดลงอีกเป็น 60-65 กก. แหวนเพชรพลอยเม็ดเป้งๆ ที่ใส่เลยหลวมหมด ลูกชายถอดเก็บหมด เพื่อนๆกางนิ้วรอรับ ส่งท้ายด้วยเจออุบัติเหตุตกบันไดสะโพกคราก ตอนนี้เลยใช้ Walker ช่วย แต่ยังแร่ดไปได้ทั่ว…ll

หนูภาฯ

ฟังคุณแม่เซเลบฯจอมเป๊ะเผย เรื่องความสะอาด…นี่แม่ไม่ยอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282628

ฟังคุณแม่เซเลบฯจอมเป๊ะเผย  เรื่องความสะอาด...นี่แม่ไม่ยอม

ฟังคุณแม่เซเลบฯจอมเป๊ะเผย เรื่องความสะอาด…นี่แม่ไม่ยอม

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คริสติน่า เศรษฐบุตร

นอกจากรสนิยมตามประสาเซเลบริตี้แล้ว ในบทบาท “คุณแม่” เธอก็ทำได้เป๊ะเว่อร์ไม่แพ้ใคร ล่าสุดเหล่าคุณแม่เซเลบริตี้ที่มีลูกวัยกำลังซนอย่าง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, คริสติน่าเศรษฐบุตร, วิภาวี คอมันตร์, รัชชตเศรษฐวรเดช และ รพีพร วงศ์ทองคำมารวมตัวกันเฉพาะกิจ ตั้งแก๊ง“เรื่องนี้แม่ไม่ยอม” ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เบตาดีน เนเชอรัล ดีเฟนส์ (Betadine NaturalDefense) ครีมอาบน้ำคุณสมบัติพิเศษ ฆ่าเชื้อโรคได้ 99.99% อ่อนโยนด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ และไร้ 4 สารตกค้างอันตรายที่อาจแฝงมาทำลายผิวบอบบางของลูกได้ เล่นใหญ่ราวกับวันเดอร์ วูแมน ขนาดนี้ เลยเป็นที่มาของแฮชแทคสุดปังว่า #เรื่องนี้แม่ไม่ยอม

ภายในงาน พญ.ฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังเด็ก มาให้สาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับผิวเด็กว่า ผิวหนังเปรียบเสมือนกำแพงด่านหน้าที่คอยปกป้องร่างกายจากภายนอก รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ แต่ก็ใช่ว่ากำแพงผิวจะแข็งแกร่งเสมอไป ตราบที่เรายังนำพาสารเคมีต่างๆ ให้แทรกซึมเข้าร่างกายในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบ ประทินผิวหรือรักษา ฉะนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือรู้เท่าทันจะได้ป้องกันได้ นอกเหนือไปจากเรื่องความสะอาดแล้วสิ่งที่คุณแม่ทั้งหลายต้องให้ความสำคัญในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวคือ 4 สารที่ควรเฝ้าระวังอันได้แก่ SLS (Sodium Lauryl Sulfate) MIT (Methylisothiazolinone)Parabens และ Triclosan เพราะอาจก่อให้เกิดอันตราย หากใช้ในปริมาณที่เกินกำหนด ดังนั้น การอ่านฉลากจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ การเลือกซื้อจึงควรอ่านฉลากดูส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรมีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงผิวหนัง มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ และวันเดือนปีที่ผลิต รวมถึงวันหมดอายุที่ชัดเจน หากเป็นผลิตภัณฑ์ของเด็ก ควรผ่านการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับเด็กและทารก ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือสารกันเสีย ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิว


พญ.ฐิตาภรณ์ วรรณประเสริฐ

วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่ควงคู่มากับลูกชายวัยซน น้องพชรกล่าวว่า “ปกติจะให้ความสำคัญกับความสะอาดมาก ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร ก็จะต้องให้ลูกล้างมือทั้งก่อนและหลังเสมอ เพราะเป็นสุขอนามัยเบื้องต้น ควรทำอย่างยิ่ง อยากให้เขาทำให้เป็นนิสัยเลย บางทีเขาต่อรองตามประสาเด็ก บอกวันนี้ไม่ได้ไปหยิบจับอะไร เล่นอะไรที่เลอะสกปรก เราก็บอกไม่ได้ครับ ต้องใจแข็ง ต้องฝึกให้เป็นวินัย เพราะยุคนี้ทราบกันดีว่ามีเชื้อโรคสารพัด บางอย่างอยู่ในอากาศได้นานบ้าง ความร้อนยังทำลายไม่ได้เลยก็มี ป้องกันได้ก็ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า การล้างมือทำง่ายที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้อาบน้ำก็ต้องมีคุณสมบัติกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ ยิ่งตอนนี้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เราไว้ใจมากขึ้นว่าจะไม่มีสารตกค้าง ก็มั่นใจที่จะใช้ครีมอาบน้ำประเภทฆ่าเชื้อโรคนี้มากขึ้นค่ะ”

ด้านคุณแม่ลูกสอง คริสติน่า เศรษฐบุตร บอกเช่นกันว่า “ไม่ยอมให้ลูกสะอาดเกินไปค่ะ สไตล์การเลี้ยงลูกของเราจะค่อนข้างลุยๆ นิดนึงทั้งน้องทีน่าและน้องไท จะเล่นเลอะกันได้อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าเชื้อโรคตามธรรมชาตินี่แหละที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเขา จึงปล่อยเขาเต็มที่ แล้วมารักษาความสะอาดแบบทุกซอกทุกมุมเอา ส่วนตัวจะให้ความสำคัญกับการสร้างวินัยให้กับลูกอย่างมาก เช่น การล้างมือบ่อยๆ การปิดปากปิดจมูกเวลา ไอ หรือ จาม การล้างมือ เพื่อให้เขาดูแลตัวเองได้ ก่อนนอน ต้องอาบน้ำให้สะอาด ใช้ครีมอาบน้ำที่กำจัดสิ่งสกปรกได้หมดจริงๆ ไม่ใช่แค่สบู่ธรรมดา เพราะบางทีเล่นกิจกรรมกันหนักมาก อาจชำระล้างได้ไม่หมดจด ตอนนี้ดีใจมากที่มีผลิตภัณฑ์มาให้ความสำคัญกับความสะอาดแบบสุดๆ ตอบโจทย์สิ่งที่เรากังวล ก็วางใจเหมือนมีพี่เลี้ยงมาช่วยลูกเราอาบน้ำค่ะ”


วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

ปิดท้าย วิภาวี คอมันตร์ เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างพฤติกรรมที่ดีให้กับลูก กล่าวว่า “ไม่ยอมให้ล้างมือแบบง่ายๆ ลวกๆ ต้องล้างให้ถูกวิธี เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สำคัญกับการสร้างความสะอาดให้กับลูก จะสอนลูกเสมอว่าการล้างมือจะต้องถูมือให้สะอาด เช่นเดียวกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ เพราะด้วยความเป็นเด็ก เขาอาจจะไม่ใส่ใจสิ่งเหล่านี้ คิดว่ากลิ่นหอมๆ นี่แหละสะอาดแล้ว แค่ลูบๆ ไล้ๆ บางทีน้องเขาก็งอแง ไม่ชอบอาบน้ำ เราจะไม่ยอมเลย ถือเป็นงาน ถือเป็นการบ้านที่ต้องเคลียร์วันต่อวันนะลูก และก็จะไม่ชอบประเภทที่แป๊ปเดียวเสร็จ วิ่งผ่านน้ำ แต่เราจะบอกเสมอว่าไม่ได้ เวลาอาบน้ำ ล้างมือ ต้องถูด้วย วิธีการเป็นแบบนี้นะคะ เวลาล้างมือให้ถูไปถึงข้อมือ บริเวณฝ่ามือ และง่ามนิ้ว เดี๋ยวนี้ในสื่อก็จะมีสอนเราก็หามาให้เขาได้เรียนรู้ ฝึกจนเขาสามารถทำได้ด้วยตัวเองค่ะ”


วิภาวี คอมันตร์

เปิดตัว ‘เอ็มทีไอ จอยสติก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282631

เปิดตัว ‘เอ็มทีไอ จอยสติก’

เปิดตัว ‘เอ็มทีไอ จอยสติก’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากวันนั้นถึงวันนี้ 20 ปี พอดีในวงการมายา “จอย-รินลณี ศรีเพ็ญ” ยังคงเป็นดาวประดับฟ้าที่เจิดจรัส เป็นดาราต้นแบบของใครอีกหลายๆ คน จอยเป็นบุคลากรแห่งวงการบันเทิงไทยของแท้ มีฝีมือรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น นางแบบ นักแสดง พิธีกร พรีเซ็นเตอร์ และอีกบทบาทหนึ่งที่น่าสนใจของจอยคือ การก้าวเข้าสู่การเป็นนักธุรกิจด้านเครื่องสำอางอย่างเต็มตัว เพราะเธอมีต้นทุนความรู้ในเรื่องเครื่องสำอางที่ดีจากการเป็นนางแบบ นักแสดง พรีเซ็นเตอร์ ซึ่งล้วนแต่คลุกคลีกับการใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าหลากหลายแบรนด์

จนกระทั่งเมื่อ บริษัท เมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MTI) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง MTI (เอ็มทีไอ) แบรนด์ของคนไทยที่มีคุณภาพยาวนานกว่า 30 ปี และเป็นเครื่องสำอางขวัญใจชาววงการบันเทิง ทาบทามเธอมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องสำอาง ถึงวันนี้กว่า 9 ปีแล้ว ที่จอยกับเอ็มทีไอมีความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นทาง MTI จึงตัดสินใจชวน “จอย-รินลณี” มาเป็นนักธุรกิจเครื่องสำอางอย่างเต็มตัว โดยมีแบรนด์ของตัวเองชื่อ “MTI BY JOY” จากการสนับสนุนโดยเอ็มทีไอและเครือสหพัฒน์เครื่องสำอางชิ้นแรกได้ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้ชื่อ “MTI JOY ONE FOR ALL CC Cream SPF 30PA+++” รองพื้นที่เป็น CC ครีมและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เรื่อยมากระทั่งถึงวันนี้ ซึ่งนับว่าเติบโตแบบก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้

ล่าสุดในงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” ครั้งที่ 21 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “จอย-รินลณี” ได้เปิดตัวลิปสติกใหม่ เอ็มทีไอ จอยสติก (MTI JOYSTICK) โดยมี บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นประธานในงาน

จอย กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการออกผลิตภัณฑ์จอยจะมีส่วนร่วมทุกครั้ง ในการวางแผนงาน การเลือก และการทดลอง มาเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร กว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภค สำหรับในครั้งนี้ จอยได้เลือกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภท “ลิปสติก” มาเปิดตัวก่อนเครื่องสำอางประเภทอื่นๆ ในงานครั้งยิ่งใหญ่ “สหกรุ๊ปแฟร์” ของเครือสหพัฒน์ สำหรับลิปสติกมี 5 สี โทนสีเข้ม ซึ่งล้วนแต่เป็นสีที่มีความทันสมัยลิปสติกมีเนื้อแมทท์นุ่ม แน่น สัมผัสริมฝีปากด้วย Intense fine Pigment มีความละเอียดของอนุภาคเป็นไมครอน ทำให้เกิดฟิล์มยึดติดสีได้ยาวนาน “Integrated Superior Film” คงความชุ่มชื้น และบำรุงริมฝีปากด้วยสารสกัดจากดอกคาโมไมล์ วิตามินอีและสารสังเคราะห์ Peptide ตัดปัญหาเรื่องริมฝีปากแห้ง เป็นขุย ไม่น่ามอง

“เวลาที่ผู้หญิงแต่งหน้าแล้ว สิ่งที่จะเห็นเด่นชัดที่สุดคือ สีลิปสติกที่ปาก ซึ่งสามารถบ่งบอกคาแร็กเตอร์ของผู้หญิงคนนั้นๆ เช่น ถ้าเป็นสีโทนเข้ม อย่าง เอ็มทีไอ จอยสติก จะดูเป็นสาวเปรี้ยว โฉบเฉี่ยวทันสมัย ถ้าสีชมพูก็จะดูเป็นผู้หญิงออกแนวหวาน สีแดงก็จะเป็นผู้หญิงที่ดูมีความมั่นใจ ถ้าสีออกดูเป็นธรรมชาติ มักเป็นผู้หญิงที่เรียบง่าย นอกจากนี้การเน้นทาลิปสติกเพียงอย่างเดียว โดยรองพื้นอ่อนๆ ก็ทำให้ผู้หญิงเราดูเปลี่ยนลุคได้ในทันที อย่างจอยทำเป็นประจำ วันไหนไม่มีงาน อยากไปชิลๆ นอกบ้านก็รองพื้นเบาๆ แล้วทาลิปสติกสีที่เราต้องการ สำหรับ เอ็มทีไอ จอยสติก นับเป็นทางเลือกให้กับผู้หญิงยุคใหม่ ที่ต้องการก้าวสู่ความงามอย่างไทย ทันสมัยแบบสากล”

ติวเข้มเฟ้นหานักออกแบบหน้าใหม่ก้าวสู่เวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282638

ติวเข้มเฟ้นหานักออกแบบหน้าใหม่ก้าวสู่เวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’

ติวเข้มเฟ้นหานักออกแบบหน้าใหม่ก้าวสู่เวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิสา แก้วเรือน ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนพร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมฯ วิจักขณ์ รัตนสุวรรณ และ เยาวนิจ แซ่ตัง

เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยแบบ 360 องศา อีกทั้งสร้างการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอนจัดโครงการ Thai Touch Season 3มุ่งเน้นที่จะผลิตนักออกแบบไทยหน้าใหม่ที่มีคุณภาพ และพัฒนานักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างโอกาสในการนำเสนอผลงานในระดับสากล

ทั้งนี้นักออกแบบหน้าใหม่ที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 24 คน ต้องพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ การค้นหาแรงบันดาลใจ การสร้างแบรนด์ รวมถึงเรียนรู้และแก้ปัญหาเหตุการณ์เฉพาะหน้า ตลอดจนได้รับความรู้ในเชิงการตลาดเพิ่มมากขึ้น วิจักขณ์ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงจับมือกับ ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดกิจกรรมอบรมอย่างเข้มข้นตลอด 3 วัน 2 คืน โดยมีกลุ่มดีไซเนอร์ชั้นนำของเมืองไทยในนาม “สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ” หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ อาทิ ภาณุ อิงคะวัต Executives Creative Director Greyhound Group, จิตต์สิงห์ สมบุญ Creative Consultant, ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ดีไซเนอร์แถวหน้าพลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Asava และ ASV


เหล่าดีไซเนอร์มืออาชีพ อาทิ ภาณุ อิงคะวัต,พลพัฒน์ อัศวะประภา พร้อมใจมาให้ความรู้แก่นักออกแบบหน้าใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ

ภาณุ อิงคะวัต เผยถึง Key Success หรือสิ่งที่จะทำให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ก้าวสู่คำว่าประสบความสำเร็จนั้นประกอบด้วยปัจจัยหลักๆ ได้แก่ DNA หรือความสามารถของแต่ละคน นั่นหมายถึงความคิดในการสร้างสรรค์งานให้โดดเด่น มีความน่าสนใจ ทั้งในแง่การออกแบบและคุณภาพ ถัดมาคือ ต้องมีความสมดุล ระหว่างคำว่านักธุรกิจกับนักสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่นักออกแบบต้องเข้าใจการตลาด มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน สามารถออกแบบสินค้าให้สนองความต้องการของตลาดได้และตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างถูกต้องรวมถึงเข้าใจการบริหารงาน บริหารองค์กรอย่างเป็นระบบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสำคัญนั่นคือ เงินลงทุน หรือเงินหมุนเวียน เนื่องจากการทำธุรกิจจำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนระยะยาว

และถัดมาคือการมีผู้สนับสนุนในด้านขององค์ความรู้โดยเฉพาะการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ โดยแบรนด์ต้องพร้อมในการไปได้จริง ซึ่งหากมีหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและผลักดันอย่างจริงจังก็จะทำให้ดีไซเนอร์ไทยมีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น และท้ายสุดคือเรื่องของความทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่ดีไซเนอร์มืออาชีพอย่างแท้จริง


นักออกแบบหน้าใหม่ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 10 คน

ด้าน พลพัฒน์ อัศวะประภา ในฐานะนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Asavaและ ASV กล่าวว่า “การจะเป็นนักออกแบบที่จะประสบความสำเร็จได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีตัวตนของตัวเองที่ชัดเจนหลังจากนั้นจึงจะพัฒนาให้เป็นที่ต้องการของตลาด และเข้าใจตลาดก็ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นการพัฒนาให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอ และต่อยอด การอบรมตรงนี้จะช่วยแนะแนววิธีคิดให้กับนักออกแบบหน้าใหม่ได้นอกจากนี้คือความมีวินัย และความเพียรของนักออกแบบ รวมถึงความกระหายที่อยากจะประสบความสำเร็จ”

ทั้งนี้หลังจากนักออกแบบหน้าใหม่ผ่านการติวเข้มจากดีไซเนอร์ตัวจริงแล้ว คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบเพียง 10 คน เพื่อผลิตชิ้นงานจริงและเฟ้นหาผู้เข้ารอบสุดท้าย นำผลงานไปร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ระดับโลกภายใต้ชื่อ อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว (Amazon Fashion Week TOKYO) ประเทศญี่ปุ่นในช่วงระหว่างวันที่ 16-21 ตุลาคมนี้

ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของกิจกรรม Thai Touch Season 3 พร้อมรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบได้ที่www.thaitouchproject.com

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงSMA โรคพันธุกรรมที่ต้องระวังก่อนมีลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282625

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงSMA โรคพันธุกรรมที่ต้องระวังก่อนมีลูก

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงSMA โรคพันธุกรรมที่ต้องระวังก่อนมีลูก

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พญ.นิศารัตน์ สุนทราภา

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ SMA (Spinalmuscular Atrophy) เป็นโรคที่พบอุบัติการณ์เกิดเป็นอันดับต้นๆ ของโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม พบได้ประมาณ 1 คน ใน 10,000 คนของเด็กแรกเกิดในแต่ละปี อัตราของคนที่เป็นพาหะของโรคมีมากถึง 1 ใน 50 คน

แพทย์หญิงนิศารัตน์ สุนทราภา ผู้อำนวยการแพทย์ฝ่ายวิชาการ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ให้ข้อมูลว่าโรค SMA เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอด แบบ Autosomal Recessive โดยถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ บุตรจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ถึง 1 ใน 4 ต่อการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง อาการของโรค SMA จะแสดงออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่เด็ก และแย่ลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น โดยผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการควบคุมของกล้ามเนื้อ ส่งผลต่อการคลาน ลุกนั่ง การเดิน หากอาการเป็นมากจะไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อที่ควบคุมการกลืนและการหายใจ ทำให้ไม่สามารถกำจัดเสมหะได้ และอาจเกิดการสำลัก และปอดอักเสบติดเชื้อตามมา รวมทั้งไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ในระยะท้ายๆ ของโรค ที่ผ่านมายังไม่มีการตรวจคัดกรองโรคที่มีประสิทธิภาพ เพื่อตรวจคัดกรองคู่สมรสที่เป็นพาหะของโรค SMA พ่อ-แม่ จะทราบว่าตัวเองเป็นพาหะของโรคนี้ หลังจากที่ตัวเองคลอดบุตร และพบว่าบุตรมีอาการของโรคนี้

ผู้ป่วยโรคนี้จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษโดยเฉพาะในเรื่องของการหายใจ การป้องกันการสำลักและติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับครอบครัวที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นพาหะของโรค ควรมาตรวจเลือดเพื่อคัดกรอง และหากพบว่าเป็นพาหะของโรค ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน สามารถตรวจคัดกรองตัวอ่อนจากการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อคัดตัวอ่อนที่ปราศจากโรค ใส่กลับเข้าโพรงมดลูก เพื่อลดโอกาสการมีบุตรที่ป่วยด้วยโรค SMA ได้ โดยสามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองโรคพันธุกรรมก่อนตั้งครรภ์ หากคุณพ่อคุณแม่เป็นคู่พาหะของโรคก็สามารถใช้เทคนิค PGD-PCR ซึ่งเป็นเทคนิคในการตรวจคัดกรองโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ในตัวอ่อนจากการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อให้บุตรที่เกิดมาแข็งแรง ปราศจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ได้”


ครอบครัวทรงสถิตสกุล ซึ่งลูกทั้งสองป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ด้าน นายวิสุทธิ์ ทรงสถิตสกุล หนึ่งในครอบครัวผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูบุตรทั้งสองคนที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA มานานถึง 12 ปี เปิดเผยว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีโรคแบบนี้เกิดขึ้น จนได้มาประสบกับตนเอง เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ลูกสาวคนแรก น้องเกรซ-ดญ.สิริฉายทรงสถิตสกุล อายุได้ 6-7 เดือน จึงได้สังเกตเห็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เมื่อลูกสาวไม่สามารถชันคอได้เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง เพียงได้แต่คิดว่าอาการนี้คงไม่รุนแรงมากนัก อาจเป็นอาการเมื่อยตัวธรรมดาทั่วไป พยายามให้ลูกลองชันคออีกหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงเริ่มกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้พาลูกสาวและภรรยาเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอ ผลคือคุณหมอแจ้งว่าเป็นสัญญาณโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA ซึ่งจะส่งสัญญาณทั้งหมด 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ 1.ช่วงตั้งครรภ์ บุตรในครรภ์จะดิ้นน้อยมาก 2.ช่วงแรกเกิด 1-3 เดือน บุตรจะไม่ค่อยถีบแขนและขา 3.ช่วง 5-6 เดือน บุตรจะชันคอได้น้อย และทรงตัวลำบาก

“ในอดีตที่ผ่านมา ถือได้ว่ามีความประมาทในการเลี้ยงลูก เนื่องด้วยเป็นช่วงที่กำลังสร้างครอบครัว มีภาระเยอะ จึงต้องทำงานหนัก เป็นผลให้ไม่ได้ดูแลลูกเท่าที่ควร ทำให้ลูกต้องเข้าห้องไอซียูถึง 3 ครั้ง พร้อมทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่าผมจะหาเงินไปทำไม ถ้าผมไม่มีลูก จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาดูแลลูกตั้งแต่ลูกอายุได้ 4 ขวบ และได้ให้คำสัญญากับตัวเองไว้ว่า ชีวิตนี้ผมไม่ขออะไรอีกแล้ว ผมจะขออยู่กับลูกไปจนวันตายเลย ทุกครั้งที่ผมไปโรงพยาบาล คุณหมอที่เป็นอาจารย์หมอ มักจะถามผมว่า ที่บ้านมีอุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น เครื่องช่วยหายใจ ผมตอบไปว่า ไม่มีครับคุณหมอ ไม่มีเลยสักชิ้น มีแต่อุปกรณ์ คือ ชีวิตผมเนี่ยแหละที่ดูแลเขา และดูแลเขามาตลอด ผมเอาชีวิตแลกชีวิต และมันก็คุ้มกับที่เราได้มา เพราะตอนนี้ลูกสาวของผมอายุได้ 12 ขวบแล้ว และยังแข็งแรงอยู่”

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “ท้องปลอดโรค ลูกปลอดภัย” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.08-16226444 หรือส่งรายละเอียดมาที่อีเมลล์pgd_assist@thaisuperiorart.com

ฉลองวันแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282629

ฉลองวันแม่

ฉลองวันแม่

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ใกล้เทศกาล Mother’s Day ที่จะถึงนี้ ST.JAMES&TREND ขอเฉลิมฉลองวันแม่ ด้วย กระเป๋า รองเท้า คอลเลคชั่นใหม่ๆ สำหรับของขวัญวันแม่ และมอบส่วนลด 40% ขึ้นไป พร้อมมอบของขวัญพิเศษ Love Mom Bag มูลค่า 1,590 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท เชิญเลือกซื้อสินค้าได้แล้วทุกสาขา ทั่วประเทศหมดเขต 31 สิงหาคม 2560

‘บ้านและสวนแฟร์ Midyear’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282630

‘บ้านและสวนแฟร์ Midyear’

‘บ้านและสวนแฟร์ Midyear’

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอาใจคนรักบ้าน บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เดินหน้าความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับ งานแฟร์บ้านกลางปี “บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2017” ตั้งแต่วันนี้-30 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “นี่เป็นอีกครั้งของงานแฟร์บ้านที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับคนรักบ้านและการตกแต่งได้อย่างสมบูรณ์ มีครบทั้งไอเดียและดีไซน์ โดย ปีนี้เราจัดงานบ้านและสวนแฟร์ 2 ครั้งเช่นเดิม กลางปีจัดที่ไบเทค บางนา ขยายพื้นที่ จัดเต็ม 9 วัน ตั้งแต่ Hall 100 – 106 เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมงาน เพื่อเตรียมรองรับผู้เข้าชมงานอย่างเต็มที่ ซึ่งความต่างของงานบ้านและสวนแฟร์ Midyear คืองานครั้งนี้มีผู้ออกบูธรายใหม่ 45% ซึ่งสินค้าใหม่หมวดเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ของแต่งสวน และต้นไม้มีมากขึ้นกว่าทุกปี คาดว่าจะตรงกับความต้องการของผู้ชมงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้มีผู้มาออกบูธกว่า 2,000 บูธ รวมทั้งหมดกว่า 700 บริษัท”

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “บ้านและสวนแฟร์ Midyear ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Living with Passion” ความหลงใหลสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง หรือลงลึกกับสิ่งที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นงานช่าง งานฝีมือ หรือการปรุงอาหาร ที่ทำขึ้นด้วยอารมณ์แห่งความรักและความใส่ใจ งานบ้านและสวนแฟร์มิดเยียร์ในปีนี้จะแสดงให้เห็นว่าชีวิตที่ดำเนินไปด้วยแรงขับดันแห่ง Passion นั้นสวยงามเพียงใด และเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนรักบ้านได้มีโอกาสมาเดินชมงานได้มากขึ้น จึงขยายเวลาจัดงานจากเดิม 5 วัน เป็น 9 วัน และขยายพื้นที่จัดงานออกไปอีกทั้งสองด้าน เพื่อให้สามารถเดินชมงานกันแบบสบายๆ ไม่ต้องแออัดมาก และให้มีความครบครันในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ในงานได้ทั้งวัน เพราะมีโซนอาหารที่สามารถเดินต่อไปจากโซนต้นไม้และของแต่งสวน ส่วนอีกด้านก็จะเป็นการขยายเข้าไปใช้พื้นที่ภายในฮอลล์ใหม่ของ BITEC เป็นครั้งแรก เลยไปอีกนิดเดียวก็จะมีงาน Amarin Baby & Kids ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ก.ค. 2560 นอกจากจะมีสินค้าหลากหลายและครบถ้วนสำหรับคนที่รักบ้านรักสวนแล้ว ในงานนี้จะมีการเปิดตัวหนังสือใหม่หลายเล่ม เพราะเราก็เชื่อว่าถึงแม้จะหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตได้ หรืออ่านเรื่องของเราผ่านจอต่างๆ ได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรเหมือนการได้สัมผัสถึงน้ำหนักของกระดาษ การพลิกเปิดอ่านทีละหน้า พิจารณาแต่ละรูปและตัวอักษรที่สำคัญที่สุดคือการได้ครอบครองสื่อคุณภาพที่ผลิตขึ้นจากความทุ่มเทของมืออาชีพที่รู้จริงในเรื่องเฉพาะทาง งานนี้คืองานแฟร์ที่จัดขึ้นโดยคนทำหนังสือ

นอกจากจะเดินซื้อของแต่งบ้าน ซื้ออาหาร และหนังสือแล้ว เดินงานนี้ก็อิ่มตา เพราะทีมงานได้เตรียมกิจกรรม นิทรรศการ และมุมพักผ่อนไว้มากมาย สนใจแวะมาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กรกฎาคม เวลา 09.30-21.00 น.

ซีพี ออลล์ ผุดโครงการ ‘STEM ROBOTICS’ เปิดโลกเยาวชนเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282632

ซีพี ออลล์ ผุดโครงการ ‘STEM ROBOTICS’ เปิดโลกเยาวชนเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง

ซีพี ออลล์ ผุดโครงการ ‘STEM ROBOTICS’ เปิดโลกเยาวชนเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง

วันพุธ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เยาวชนจากโรงเรียนวัดทด

เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชน จากห้องเรียนสู่การลงมือปฏิบัติจริงนำไปสู่การต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานหรือนวัตกรรมถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องปลูกฝัง สนับสนุนให้เยาวชนมีความพร้อมด้านทักษะการทำงานสอดรับกับความต้องการตลาดในศตวรรษที่ 21 ที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

โรงเรียนวัดทด จังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในโรงเรียนประชารัฐ ตามนโยบายขับเคลื่อนโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ CONNEXT ED ที่ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ให้การสนับสนุนเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาโรงเรียน โดยส่งตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ของซีพี ออลล์ เข้าไปศึกษาปัญหาความต้องการของโรงเรียน และจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ล่าสุดได้จัดโครงการ “STEM ROBOTICS” เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดและฝึกวางแผนออกแบบหุ่นยนต์สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยตนเอง สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่เวทีการแข่งขันในอนาคต


ธานินทร์ บูรณมานิต

นิพนธ์ น้อยจินดา ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทด กล่าวถึงการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการโรงเรียนประชารัฐว่า ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อการเรียน รูปแบบการสอนของครู ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ยกตัวอย่างโครงการ “STEM ROBOTICS” ที่จัดขึ้นครั้งนี้เป็นการลงมือสร้างหุ่นยนต์ม้าวิ่งเร็ว เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกออกแบบ ประกอบหุ่นยนต์ และหุ่นยนต์เดินตามเส้นตรง ฝึกวางระบบ ลงโปรแกรม เป็นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของเด็กๆ ที่อยากจะเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ซีพี ออลล์ ในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้นอกกรอบเข้าถึงการแข่งขันเวทีต่างๆ ในอนาคต

ด้าน ธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่าโครงการผู้นำเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXTED เป็นโครงการภายใต้นโยบายสานพลังประชารัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการส่งเสริมการศึกษาพัฒนาเยาวชนของซีพี ออลล์ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 2538

“การร่วมมือผนึกกำลังสนับสนุนโรงเรียนประชารัฐ โดยการส่งเสริมให้พนักงานซีพี ออลล์ ในนามตัวแทนผู้นำรุ่นใหม่ขององค์กรนำความรู้ ความสามารถที่มีไปต่อยอดสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์กร นำความรู้ไปสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นภายในชุมชนและสังคม นำพาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน”


น้องเฟรซ-ชญานิษฐ์ สิ่วไธสง

น้องเฟรซ-ชญานิษฐ์ สิ่วไธสง ชั้น ป.5 ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนวัดทด กล่าวด้วยความตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมโครงการ “STEM ROBOTICS” ว่า ทำให้ได้รู้จักวิธีการสร้างหุ่นยนต์ มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ และพี่ๆ ในโรงเรียนมากขึ้น เมื่อก่อนไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำกิจกรรมแบบนี้ ซึ่งสนุกมากๆ อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ

“ชอบเรียนแบบมีกิจกรรมเสริมไปด้วย วันนี้ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์ตัวแรกกับเพื่อนๆ ในอนาคตหากมีโอกาสก็อยากสร้าง “หุ่นยนต์เตือนภัย” เพราะเวลาอยู่บ้านกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับครอบครัว อยากให้หุ่นยนต์ช่วยเตือนภัยและดูแลคนในครอบครัวค่ะ”

โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำถือเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนชั้นนำของประเทศ 12 ราย เพื่อขับเคลื่อนยกระดับมาตรฐานการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำให้สัมฤทธิผล มีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายของการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต