Akeake สุดยอดแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281771

Akeake สุดยอดแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูง

Akeake สุดยอดแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูง

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis หรือ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะศูนย์กลางแห่งแฟชั่นสุดล้ำที่รวบรวมแฟลกชิปสโตร์ของไทยดีไซเนอร์ชั้นนำไว้มากที่สุดในเมืองไทย คว้าสุดยอดแบรนด์เครื่องประดับเงินชั้นสูงที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ “akeake” (เอก เอก) มาเซอร์ไพรส์สาวกสยามดีเอ็นเอในแบบ Absolute Siam ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์เพียงที่เดียว

เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง akeake เล่าถึงความเป็นมาของแบรนด์ว่า การเติบโตจากตระกูลผู้ผลิตและค้าเครื่องประดับเงินคุณภาพส่งออกระดับประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีบ่มเพาะทำให้เราผูกพันและซึมซับถึงแก่นของศาสตร์งานฝีมือเครื่องเงินของไทยที่มีชื่อเสียงไม่เป็นรองใคร การเข้าใจอย่างรอบด้านตั้งแต่แหล่งที่มาการเลือกวัสดุตลอดจนขั้นตอนการผลิต ประกอบกับความชื่นชอบในงานดีไซน์มาตั้งแต่เด็ก สอดคล้องกับงานโปรดักชั่นที่สั่งสมความรู้อย่างต่อเนื่อง จากการเริ่มต้นตั้งแต่ลองผิดลองถูกเรียนรู้ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบในปี 2553 จนถึง ปี 2555 แบรนด์ akeake จึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ handmade in Thailand ที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยมือทุกขั้นตอนด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์อังกฤษในช่วงยุคกลางซึ่งเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ผลงานถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ดุดัน แหลมคม ดิบ สะท้อนด้านมืดผ่านผลงานออกมาอย่างเท่และมีสไตล์พร้อมการประทับตรา “AG 925”การันตีคุณค่าของโลหะเงินแท้บนเครื่องประดับทุกชิ้น

เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ

เพื่อเป็นการฉลองเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของแบรนด์ akeake นำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุด “The Forbidden Forest” หรือ “ป่าต้องห้าม” แรงบันดาลใจจากการเดินทางของเหล่าอัศวินผู้ทรยศในตำนานนักรบโบราณที่มุ่งหน้าสู่ดินแดนของเทพโพเซดอนเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเหล่าอัศวินจะต้องเดินผ่านดินแดนลึกลับอย่าง “ป่าต้องห้าม” ซึ่งเป็นจุดกำเนิดเรื่องราวมากมาย การผจญภัยฝ่าฟันทั้งสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย อย่างพญาผีเสื้อผู้เหี้ยมโหด เหล่าอสูรกาย เถาวัลย์พิษ พันธุ์ไม้โหดร้ายที่ใช้ลวดลายสวยงามและกลิ่นหอมล่อลวงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย แต่ในท้ายที่สุดเหล่าอัศวินก็แข็งแกร่งพอที่จะไม่หลงใหลในความงามนั้นและสามารถฝ่าฟันออกมาได้อย่างปลอดภัย

Akeake จึงหยิบยกสัญลักษณ์แห่งตำนาน นั่นคือ ลวดลายอันวิจิตรงดงามชวนล่อลวงให้ติดกับของเถาวัลย์และต้นไม้ผู้โหดร้าย ผสมผสานศิลปะงานโลหะในยุคกลางถ่ายทอดสู่ผลงานมาสเตอร์พีซในคอลเลคชั่นล่าสุดรังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์เครื่องเงินแบบประณีต จากวัสดุโลหะเงินบริสุทธิ์มาตรฐานสากล 92.5% ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวของเงินแท้ที่มันวาวเป็นอันดับหนึ่งของตระกูลโลหะมีค่าอ่อนตัวแต่แน่นหนักเป็นเอกลักษณ์ที่วัสดุอื่นใดมาเทียบค่ามิได้

ส่วนการตกแต่งร้านในสไตล์Medieval ที่ไม่ว่าใครก็ตามเมื่อได้เปิดประตูเข้าสู่วิหาร akeake เสมือนการก้าวเข้าสู่ดินแดนต่างมิติที่เต็มไปด้วยศิลปะประวัติศาสตร์อังกฤษชวนค้นหาการปรากฏตัวของเหล่าอัศวินนักรบในชุดเกราะยืนรายล้อมแฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ส่งพลังถึงคอลเลคชั่นเครื่องประดับด้วยลวดลายที่งดงามต่างได้รับการจัดวางเรียงรายไว้อย่างลงตัว ภายในร้าน akeake ตกแต่งด้วยโทนสีเคร่งขรึมผสามกับวัสดุตู้กระจกโครงไม้ชวนให้น่าหลงใหลได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากชุดเครื่องประดับอย่างแหวนต่างหูกำไลเข็มกลัดแล้วยังมี Accessories เงินแท้ที่หาได้ยากอีกมากมาย อาทิ เคสโทรศัพท์จุกเสียบหูฟัง (Plugy) สายนาฬิกาเงินแท้และเสื้อผ้าอีกด้วยและยังมีบริการพิเศษSilver Spa จากผู้เชี่ยวชาญบริการทำความสะอาดถนอมอายุการใช้งานเครื่องเงินที่ดีที่สุดอีกด้วย

พบกับ akeake แบรนด์เครื่องเงินชั้นสูงและคอลเลคชั่นล่าสุด “The Forbidden Forest” พร้อมรับบริการพิเศษในแบบ Absolute Siam ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์เพียงที่เดียว ณ ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-629-0414-6 ต่อ 110

ฉลอง 1 ขวบ จิล สจ๊วร์ต ในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281800

ฉลอง 1 ขวบ จิล สจ๊วร์ต ในไทย

ฉลอง 1 ขวบ จิล สจ๊วร์ต ในไทย

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

JILL STUART ในลุค Kittenish Look

เติมเต็มเสน่ห์ให้สาวไทยได้สัมผัสนิยามความเซ็กซี่ใสๆครบรอบหนึ่งขวบปีแล้ว ล่าสุด JILL STUART (จิล สจ๊วร์ต) แบรนด์เมคอัพยอดนิยมจากนิวยอร์ก ขวัญใจสาวญี่ปุ่นและหญิงสาวทั่วโลก นำโดย ยูทากะ นากาจิมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนเหล่าสาวๆ จิล เกิร์ล ร่วมฉลองครบรอบ 1 ปีในไทย พร้อมเผยโฉมลุคใหม่ “Kittenish Look (คิตเท่นนิช ลุค)” ที่จะเนรมิตดวงตาคมเข้มสวยสง่าและสะกดทุกสายตา ด้วย 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Kittenish Look Liner อายไลเนอร์เส้นสวยคม และ Kittenish Look Shadow Liner แชโดว์ไลเนอร์สีสันสดใส ที่จะเนรมิตลุคใหม่ให้เหล่าจิล เกิร์ล ได้ตื่นตากับความน่ารักที่มาพร้อมความเซ็กซี่ ที่แผนกบิวตี้ ฮอลล์ ชั้น M พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ศิริพร แสงทอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแบรนด์ JILL STUART กล่าวถึงเอกลักษณ์ความงามที่ทำให้ JILL STUART แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไปคือ ความสามารถในการผสมผสานความงามที่ตรงกันข้ามและแตกต่างได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นศิลปะในการผสมผสานแบบ “JILL Magic” (จิล เมจิก) ที่ JILL STUART นิยามขึ้นในแบบเฉพาะของตัวเอง เช่นเดียวกับลุคใหม่ Kittenish Look ที่เป็นการดึงเสน่ห์ของสาวๆ ให้มีความน่ารักแบบ “Innocent Sexy” เช่น การใช้สีดำของอายไลเนอร์ตัดกับสีชมพูของอายแชโดว์ ที่มีความน่ารัก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปี JILL STUART ในประเทศไทย จึงได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อแต่งแต้มดวงตาคู่สวยของสาวๆ ให้สวยชวนมอง ได้แก่ Kittenish Look Liner อายไลเนอร์ที่ตวัดเส้นโค้งมนได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากลูกแมว มาพร้อมจุดเด่นของอายไลเนอร์ชนิดลิควิดที่ติดทนนาน ไม่เปรอะเปื้อน ทนต่อเหงื่อ น้ำ และน้ำตา แปรงที่ยอดเยี่ยมซึ่งโค้งงอได้ และยืดหยุ่นจะลากเส้นที่งดงามดุจขนนก รวมถึงการตวัดหางตาที่งดงาม และ Kittenish Look Shadow Liner แชโดว์ไลเนอร์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เนื้อบางเบาและสีสันชัดเจน สร้างสรรค์เส้นที่สวยงาม ให้ความรู้สึกนุ่มละมุนเมื่อใช้งาน ตวัดเส้นได้สวยตามต้องการ ทนต่อเหงื่อ น้ำ และน้ำตา พร้อมสีสันสดใสติดทนนาน แต่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

บรรยากาศภายในงานฉลองครบรอบ 1 ปี JILL STUART นอกจากสนุกสนานกับการอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดแล้ว บรรดาแฟนแบรนด์ตัวจริงที่หลงใหลใน JILL STUART ได้ร่วมเผยเทคนิคการแต่งหน้าและไอเท็มเด็ดที่ต้องมี เริ่มที่ วิสาขา ว่องวานิชเผยว่า “ไอเท็มชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ บลัชออน ที่ต้องมีติดกระเป๋าไว้เสมอ เพราะชอบโทนสีชมพู และมีกลิตเตอร์วิ้งๆ เข้ากับสไตล์การแต่งหน้าของตัวเอง ส่วนสไตล์การแต่งหน้าความที่ตาของตัวเองไม่โตมาก จึงชอบแต่งให้เป็นธรรมชาติ และจะเสริมให้น่าสนใจด้วยการกรีดอายไลเนอร์ และทาอายแชโดว์ลายเนอร์ โดยเฉพาะโทนชมพูที่ชอบมาก และช่วยให้ดวงตาดูสดใสตอบโจทย์ตัวเองที่ชอบแต่งตาให้โดดเด่นแต่เป็นธรรมชาติ และช่วยให้สนุกกับการแต่งหน้ามากยิ่งขึ้นแต่อีกสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ อย่างอายไลเนอร์ หรือมาสคาร่า ถ้าหมดอายุ หรือใช้จนครบ 2 ปี ก็ควรจะทิ้ง ไม่ต้องไปเสียดาย และอย่าเก็บเครื่องสำอางไว้นานเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้”

วิสาขา ว่องวานิช และ พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์

พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์ เผยถึงสไตล์การแต่งหน้าของตัวเองว่า “ชอบแต่งหน้าให้ดูสว่างสดใส ดูเป็นธรรมชาติ สไตล์จิลเกิร์ล ที่ช่วยทำให้ดูน่ารักแต่แอบเซ็กซี่เบาๆ ด้วย ที่สำคัญต้องปัดมาสคาร่าและเขียนอินเนอร์ ไลเนอร์ทุกครั้ง เพื่อเน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยว เพราะเวลาคนมองก็จะมองดวงตาเป็นอย่างแรก เวลาแต่งหน้าก็จะให้ดวงตาเป็นจุดสนใจไว้ก่อน รวมทั้งชอบใช้ลิปสติกเพื่อใช้ในการเปลี่ยนลุคให้มีความหลากหลาย ก็จะมีลิปสติกหลายโทนสีมาก”

ภาสิริ ตั้งคารวคุณ เผยความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองใช้บลัชออนของ JILL STUART ว่า “เพื่อนซื้อบลัชออนมาฝาก พอได้ลองก็ชอบเลย เพราะโทนสีอ่อนๆ ตรงกับความชอบของตัวเอง ที่เป็นคนที่ไม่แต่งหน้าเข้ม แต่ชอบโทนสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับตัวเอง และเป็นโทนสีที่แต่งหน้าแล้วดูเป็นธรรมชาติ แต่ทุกครั้งที่แต่งหน้า จะต้องกรีดอายไลเนอร์ตาทุกครั้ง เพราะต้องการให้ดวงตาของเรามีเอกลักษณ์ที่ดูพิเศษปกติจะแต่งหน้าเอง ติดตามจากบล็อกเกอร์และยูทูบถ้าเห็นเขาใช้แล้วดูดีก็อยากลอง อย่างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของJILL STUART ก็ตอบโจทย์ตัวเอง ทั้งสีสัน และการใช้ง่าย นอกจากนี้ยังชอบความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ JILL STUART รวมทั้งโทนสีเครื่องสำอางที่เหมาะกับสีผิวคนเอเชีย ดีใจที่มีผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้สาวที่ชอบสไตล์หวานๆ มีทางเลือกใหม่ๆ ด้วย”

สาริศา ล่ำซำ และ ภาสิริ ตั้งคารวคุณ ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่

จิล เกิร์ล เมืองไทย ตามไปอัพเดทได้แล้วที่เคาน์เตอร์ JILL STUARTแผนกบิวตี้ ฮอลล์ชั้น M พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์และอัพเดทข่าวสารความงามแบบไม่ตกเทรนด์ ได้ที่ Facebook/JILL STUART Beauty TH และ #JillStuartBeautyTH

นิทรรศการ ROLEX DAYTONA ครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281765

นิทรรศการ ROLEX DAYTONA ครั้งแรกในไทย

นิทรรศการ ROLEX DAYTONA ครั้งแรกในไทย

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

PMT The Hour Glass และ Rolex ชวนร่วมค้นพบเรื่องราวเบื้องหลังตำนานแห่งนาฬิการุ่น Oyster PerpetualCosmograph Daytona ในงานนิทรรศการ Rolex Daytona อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความหลงใหลในความเร็วและมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์โครโนกราฟระดับไอคอนนิค จัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพิเศษเฉพาะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ชั้น จี จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2560

นิทรรศการดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวผ่านบอร์ด และรูปแบบการจัดแสดงแบบอินเตอร์แอคทีฟ โดยย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นและวิวัฒนาการของ Cosmograph Daytona นาฬิกาที่มีภูมิหลังที่ควรค่าแห่งการจดจำ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามชื่อของเมืองหลวงแห่งการแข่งขันความเร็วในรัฐฟลอริดา (สหรัฐอเมริกา) และได้รับการยกย่องโดยสุดยอดนักแข่งรถระดับโลกหลายๆ ท่าน และผู้ที่สนใจทั้งหลาย ผู้มาเยี่ยมชมงานนิทรรศการจะได้ร่วมชื่นชม Cosmograph Daytona เรือนใหม่ที่ตัวเรือนทาด้วยเหล็กกล้า 904Lที่มาพร้อมกับขอบตัวเรือนแบบ monobloc Cerachrom ที่ทาด้วยเซรามิคสีดำ รวมทั้งความเป็นเลิศทางเทคนิค และประสิทธิภาพการทำงานที่สร้างความแตกต่างอย่างเหนือชั้นให้กับ Rolex พร้อมด้วยคุณลักษณะทางสุนทรียภาพ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกที่เป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้

Cosmograph Daytona กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1963 (พ.ศ. 2506) เพื่อการแข่งขันความเร็ว ซึ่งต่อมาได้สร้างสถิติที่เหนือความคาดหมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต อันเป็นผลมาจากความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพการทำงาน นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “Daytona” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นจนติดอันดับระดับไอคอน โดยจัดว่าเป็นหนึ่งในโครโนกราฟที่มีชื่อเสียงและน่าครอบครองมากที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก

UNHCR ดึงเหล่าคนดังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281766

UNHCR ดึงเหล่าคนดังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ลี้ภัย

UNHCR ดึงเหล่าคนดังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ลี้ภัย

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR สานต่อความสำเร็จของแคมเปญ Namjai for Refugees จากปีที่แล้ว นำโดยคุณก้อง-สหรัถ สังคปรีชา นักร้องและนักแสดง พร้อมผู้มีชื่อเสียงอีกมากมาย ร่วมเผยความสามารถที่คาดไม่ถึง เพื่อขับเคลื่อนความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

ผู้ลี้ภัยในประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยมานานกว่า 30 ปี โดยที่ศักยภาพของพวกเขาต้องถูกจำกัดให้อยู่เพียงแค่ในค่ายผู้ลี้ภัย ดังนั้นแคมเปญ “Namjai for Refugees” จะนำความสามารถที่คาดไม่ถึงของเหล่าคนดังและผู้มีชื่อเสียงของเมืองไทย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยที่เปราะบางที่สุด อย่างเช่น ผู้หญิง และเด็ก เพื่อที่พวกเขาจะสามารถก้าวไปสู่ศักยภาพที่แท้จริงได้ในวันข้างหน้า

รูเวนดรินี่ เมนิคดิเวล่า ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ลี้ภัยได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน ดังนั้นจึงจำเป็นที่เราต้องให้ความคุ้มครอง เพื่อที่ผู้ลี้ภัยจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ในวันข้างหน้า โดยถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เห็นผู้ลี้ภัยบางส่วนสมัครใจกลับบ้านเกิด หากแต่สำหรับผู้ลี้ภัยที่ยังอาศัยอยู่ในค่ายนั้น ความช่วยเหลือและการสนันสนุนอย่างต่อเนื่องจากคนไทยก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตพวกเขา”

แคมเปญ “Namjai for Refugees” ในปีนี้จะเป็นการเปิดเผยความสามารถที่ซ่อนอยู่ของเหล่า 10 คนดังผ่าน Facebook Live ของ UNHCR Thailand ซึ่งเป็นแนวคิดของ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ผู้ที่เคยร่วมแคมเปญ “Namjai for Refugees” ในปีที่แล้ว

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา เปิดเผยว่า “ผมมีความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรีตั้งแต่ผมยังเด็ก ซึ่งผมคงจะทนไม่ได้หากความฝันนั้นไม่สามารถเป็นจริง ก็เหมือนผู้ลี้ภัยหลายคนที่มีความสามารถ และฝันอยากเป็นนักดนตรี เป็นหมอ หรือเป็นครู ดังนั้นผมจึงอยากจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ของผมเพื่อระดมความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย เพื่อที่พวกเขาจะสามารถมีโอกาสได้ใช้ศักยภาพที่มีไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด”

สามารถร่วมค้นหาว่าใครคือ 10 คนดังที่จะมาเผยความสามารถกับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ระหว่างกลางเดือนกรกฎาคม ถึงสิ้นเดือนกันยายน 2560 ได้ทาง http://www.facebook.com/UNHCRThailand และร่วมบริจาคเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ลี้ภัยในประเทศไทยผ่านแคมเปญ “Namjai for Refugees” ได้ทาง http://www.unhcr.or.th หรือ SMS พิมพ์ 30 ส่งมาที่ 4642789 (บริจาคครั้งละ 30 บาท) และบริจาคทางโทรศัพท์ได้ที่ 02-206-2144

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281798

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 21 กรกฎาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯกลับจากทรงเยือนสาธารณรัฐอินเดีย ครั้งที่ 2 ในปีนี้ ทรงนำนักเรียนนายร้อยและข้าราชการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าไปทัศนศึกษา“ลูกศิษย์”ตื่นเต้นที่ได้เห็นทัชมาฮาล จากสถาปัตยกรรมเอกของภูมิภาคเอเชียและมรดกโลกชิ้นสำคัญเมื่อต้นปี“พระอาจารย์”เสด็จฯรับการทูลเกล้าฯถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ปัทมภูษัณ (PADMABHUSHAN) จากรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย…ทรงเป็นชาวต่างประเทศเพียงพระองค์เดียวที่ได้รับ(ในจำนวน 7 คน)ด้านผลงานด้านวรรณกรรมและการศึกษา…

 

ll คนรัก“ไวโอลิน”มาเจอกันศิลปิน ดร.โกวิทย์ ขันธศิริ แวะไปจับไวโอลินอิตาลีตัวโปรดเหยียบล้านของ ทพ.วัชรินทร์ มรรคดวงแก้ว ไม่กี่นาทีเสียงกลับมาไพเราะเพราะพริ้งสมราคา 5 แสนบาท(เมื่อ 10 กว่าปีก่อน)…

ll ประทุมพร กิจเถกิง ทิ้งงานโรงงาน-ไร่สับปะรด(ที่ใหญ่สุดในประเทศ)สามร้อยยอด ประจวบฯ และสวนทุเรียนป่าละอู นำผู้บริหารเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทบ่ายอาทิตย์นี้…

ll ลูกหลานและเพื่อนฝูงจัดงาน “คิดถึงท่านเภา” ครั้งสุดท้าย อังคาร 18 ก.ค. ณ ห้องนภาลัย ดุสิตธานี…ที่ว่าครั้งสุดท้ายหมายถึง“ห้องนภาลัย”ที่จะต้องโดนทุบ…ส่วนงาน“คิดถึงท่านเภา”…อธิบดีตำรวจคนดีคงจัดปีต่อไปอีกชั่วกาลนาน…สะใภ้ใหญ่ เพชรพริ้ง สารสิน จะบอกสถานที่ใหม่อีกไม่นาน…

ll ชอบทุเรียนและไม่ขาด ดร.อุบลทิพย์ นิมมานนิตย์ นักวิจัยเภสัชดีเด่น กำลังเอนจอยหมอนทองระยองปลายฤดู…และต่อด้วยจองทัวร์ไปนอนสวนป่าละอูต้นสิงหาคม…ได้เวลาสุกพอดี…ชวนเพื่อนหญิงสนิทอย่าง เพ็ญจิต เจริญศิริ,เบ็ญจวรรณ จารุกลัศ, พรสม ศิริสัมพันธ์ ฯลฯ ไปนอนรีสอร์ทดงทุเรียนอร่อย…หน้าบ้านทุกหลังมีทุเรียนฟรีให้เด็ดกินได้เลย…ด้านหลังก็ล้อมรั้วคอนกรีตอย่างดี…ไม่ต้องกลัวช้างป่าที่ชอบลงมาแย่งกิน…

ll ระหว่างนี้ตีกอล์ฟถี่มาก อรรถพิลาส ตันตราภรณ์…ไม่กลัวลูกกอล์ฟข้ามมาโดนเท่ากับตอนนี้อยู่บ้านซอยวัฒนาไม่ได้เพราะการก่อสร้างคอนโดฯสูงข้างบ้าน…เศษวัสดุตกมาประจำ…ไปร้องเรียนได้คนไกล่เกลี่ยทำนอง…“ทำใจเถิด ใครทำอะไรจะได้อย่างนั้น”…“อาจารย์ปี๊ด”เป็นงง…แล้วกบาลฉันสมควรจะได้อะไร…

ll อ.ภิญญ์ ศิรประภาศิริ หนีไฟป่าซานตาบาร์บารา แคลิฟอร์เนียกลับบ้านเมืองไทย…ถือโอกาสเยี่ยมไข้คุณลุง พัลลภ สุวรรณมาลิก นักดนตรีวง อ.ส.วันศุกร์…โชคดีระหว่างนี้ที่เชียงใหม่“ไฟป่า”โดนฝนข่มเป็นระยะๆ…ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเดือดร้อนกับชาวบ้านไปด้วย…สถานการณ์น่าจะดีขึ้น…

ll พระราชทานเพลิง ศ.เกียรติคุณเกษรี ณรงค์เดช ณ ฌาปนสถานวัดธาตุทอง เสาร์ 22 ก.ค. เวลา 16.30 น. “อาจารย์เก” ถือเป็นผู้บุกเบิกวิชาการบัญชีตรวจสอบภายใน…ส่วนสามี ประสิทธิ์ ณรงค์เดช เป็นนักธุรกิจชื่อดังซึ่งบุกเบิกสินค้า“เซลล็อกซ์”และเสียชีวิตไปนานแล้ว…ll

ภิญญ์สิรี

PRE-FALL 2017 PRETTY DENIM DRESSES

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281802

PRE-FALL 2017 PRETTY DENIM DRESSES

PRE-FALL 2017 PRETTY DENIM DRESSES

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ติดตามเทรนด์ใหม่ระหว่างที่จะเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูร้อนไปสู่พรีฟอล และเทรนด์ที่เราชวนจับตามองกันในวันนี้เป็นลุคสบายๆ อย่างชุดยีนส์ ที่มีให้ทั้งความทะมัดทะแมงสวมใส่สบาย ชุดยีนส์ที่โดดเด่นเรียงรายกันออกมาในซีซั่นนี้จะเป็นทรงที่ดูผู้หญิงมากๆ หน่อย เช่น ทรงกระโปรงบาน เสริมเครื่องประดับสักนิดจบเลยในชุดเดียว

ADAM LIPPES

ATM ANTHONY THOMAS MELILLO

CHLOÉ 1

KAREN WALKER

KATE SPADE NEW YORK

MM6 MAISON MARGIELA

SACAI

ULLA JOHNSON

ฟาร์มเฮ้าส์ สานฝันปั้นเชฟเยาวชน ผ่านเวทีประกวดสูตรแซนด์วิชฯ ครั้งที่ 16

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281768

ฟาร์มเฮ้าส์ สานฝันปั้นเชฟเยาวชน ผ่านเวทีประกวดสูตรแซนด์วิชฯ ครั้งที่ 16

ฟาร์มเฮ้าส์ สานฝันปั้นเชฟเยาวชน ผ่านเวทีประกวดสูตรแซนด์วิชฯ ครั้งที่ 16

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์, พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานกรรมการ และ อภิชาติ ธรรมมโนมัย ผู้บริหารฟาร์มเฮ้าส์ กับเชฟเยาวชนที่ได้รับรางวัล

ยืนหยัดจัดเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถมานานกว่าทศวรรษกับการประกวดสูตรแซนด์วิชจานเด็ด คนเก่ง ซึ่งบริษัท เพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตขนมปังและเบเกอรี่ตราฟาร์มเฮ้าส์ ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 16 เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่ดีต่อร่างกาย

การประกวดรอบชิงชนะเลิศในปีนี้จัดขึ้นที่ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 21ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ นายพิพัฒพะเนียงเวทย์ ประธานกรรมการ และ นายอภิชาติ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) มาร่วมชมการแข่งขันและให้กำลังใจเชฟรุ่นเยาว์ อายุระหว่าง 8-12 ปี ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาโชว์ฝีมือในรอบชิงชนะเลิศ จำนวน 30 สูตร จากทั้งหมดกว่า 500 สูตร เพื่อชิงโล่รางวัลและทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท

นายอภิชาติ ธรรมมโนมัย กล่าวว่า การประกวดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Open Sandwich แซนด์วิชเปิดหน้าหลากสีสัน”เพื่อต้องการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ปลดปล่อยจินตนาการในการสร้างสรรค์สูตรแซนด์วิชของตัวเองอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนฝึกทำแซนด์วิชซึ่งเป็นอาหารง่ายๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ และสนับสนุนช่วงเวลาดีๆ ที่ครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งนับเป็นความภูมิใจที่ได้เห็นเยาวชนไทยมีโอกาสแสดงความสามารถบนเวทีประกวดสูตรแซนด์วิชกับฟาร์มเฮ้าส์มากขึ้นทุกปี

หลังจากน้องๆ ทั้ง 30 คน ได้โชว์ฝีมือทำแซนด์วิชกันอย่างเต็มที่แล้วผลปรากฏว่ารางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นของ ด.ญ.ณภัทร อนันต์ฐานิต จากโรงเรียนธำรงวัฒนา พัฒนาเยาวชน อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่นำสูตรแซนด์วิช Richy Mushroom Tomyum Koong Toast มาคว้าที่ 1ไปครอง โดยเล่าความรู้สึกว่า “ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการแข่งขันครั้งแรก ไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะ แค่คิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด สำหรับไอเดียสูตรแซนด์วิชมาจากความชอบต้มยำ เลยปรึกษากับคุณแม่และช่วยกันคิดสูตรนี้ขึ้นมา ซึ่งส่วนผสมหลักๆ จะมีเห็ด ข้าวโพด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกเผา น้ำปลา มะนาว และครีมสด พอรู้ว่าได้เข้ารอบสุดท้าย หนูก็ฝึกซ้อมทุกวันเลยค่ะ ตั้งใจเต็มที่ และดีใจมากที่ได้รางวัลที่ 1 การประกวดครั้งนี้ให้ประสบการณ์ที่ดีกับหนู ทำให้รู้ว่าถ้าเราตั้งใจเราก็สามารถชนะได้ค่ะ”

ด.ช.ณัฐิวุฒิ ยิ้มจันทร์ โรงเรียนประชานิเวศน์ เจ้าของสูตรแซนด์วิชทาโกะ ไม่ ยากิ ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1บอกถึงที่มาของสูตรเด็ด ว่า “ได้แรงบันดาลใจมาจากความชอบทาโกะยากิอยู่แล้ว จึงนำมาต่อยอดเป็นสูตรแซนด์วิช โดยเน้นส่วนผสมที่มีประโยชน์ ทั้งขิง แครอท กะหล่ำปลี กุ้ง ปลาหมึก มายองเนส สาหร่าย ผมรู้สึกสนุกที่ได้ร่วมประกวด ทำให้ตั้งใจฝึกซ้อมมาก พอได้รางวัลจึงรู้สึกภูมิใจที่เราพยายามจนสำเร็จอยากฝากถึงเพื่อนๆ ที่จะมาประกวดในปีหน้า ขอให้เลือกสูตรที่เราชอบ จะทำให้เรามีความสุขและสนุก และขอให้ฝึกซ้อมด้วย เพราะเวลาทำจริงจะได้ไม่ตื่นเต้น”

ปิดท้ายที่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ด.ญ.กันตา บุญฤทธิ์ลักขณา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ซึ่งมาพร้อมกับสูตรแซนด์วิชน้ำพริกอ่องเบอร์รี่ เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้จากการประกวดกับฟาร์มเฮ้าส์ ว่า “เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ทำให้หนูได้มีโอกาสพบเพื่อนใหม่ ได้เรียนรู้สูตรเด็ดจากเพื่อนๆ ต่างโรงเรียน สำหรับสูตรของหนูได้ไอเดียมาจากพ่อ-แม่ เคล็ดลับเด็ดอยู่ที่รสชาติน้ำพริกอ่องที่ใส่ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ทำให้มีความหอมและรสเปรี้ยวจากผลไม้ ได้ประโยชน์ต่อร่างกายหนูตั้งใจว่าจะมาประกวดสูตรแซนด์วิช จานเด็ดคนเก่ง กับฟาร์มเฮ้าส์อีกในปีหน้า และจะชวนเพื่อนๆ มาด้วย เพราะเป็นกิจกรรมที่สนุกและได้ประโยชน์ค่ะ”

สำหรับน้องๆ ที่พลาดรางวัลยังมีโอกาสมาแก้มือใหม่ในปีหน้า เพราะทางฟาร์มเฮ้าส์บอกว่ากิจกรรมดีๆ แบบนี้ยังมีอีกแน่นอน ค่อยติดตามข้อมูลได้ทาง www.farmhouse.co.th หรือwww.facebook.com/FarmhouseThai

งานเทศกาลงานญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281762

งานเทศกาลงานญี่ปุ่น

งานเทศกาลงานญี่ปุ่น

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, โออิชิ กรุ๊ป, เทศบาลตำบลเสม็ด ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี จัดงาน “The Japan Village @ CentralPlaza Chonburi”งานเทศกาลงานญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองชลบุรี ครั้งแรกกับการจำลองบรรยากาศจากแดนอาทิตย์อุทัย มาให้ชาวชลบุรีได้สัมผัสกลิ่นอายความญี่ปุ่น ในงานพบกับการแสดงตีกลองไทโกะ, การแสดง Okinawa Ryukyu Dance, ร่วมชมและเชียร์การประกวด J Anime Song Contest, Cosplay Contest, Cover Dance รับคำปรึกษาจาก ไมนิจิ อะคาเดมิค กรุ๊ปศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร, อิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น, สนุกกับโซนเกมงานวัด ญี่ปุ่น พร้อมพบกับการรวมตัวของเหล่าเลเยอร์ที่ชื่นชอบในตัวการ์ตูนญี่ปุ่นมากที่สุดในชลบุรี และเลือกช็อปสินค้า สินค้าอนิเมะนำเข้าจากญี่ปุ่น พร้อมร่วมโครงการส่งต่อความสุขแก่ผู้สูงอายุ กิจกรรมดูแลสุขภาพกายและ สุขภาพจิตที่ดี เพียงร่วมบริจาค รับฟรีป้ายเขียนคำขอพรญี่ปุ่น ระหว่างนี้จนถึงวันที่-23 กรกฎาคม 2560 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี

เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ยืดอายุด้วยการออกกำลังกายในน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281825

เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ยืดอายุด้วยการออกกำลังกายในน้ำ

เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ยืดอายุด้วยการออกกำลังกายในน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 18.25 น.
เมื่ออายุมากขึ้น การออกกำลังกายอาจจะกลายเป็นเรื่องยาก ด้วยสรีระและความแข็งแรงที่เปลี่ยนไปทำให้ต้องคำนึงถึงปัจจัยอันจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหลายประการ เช่น น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และข้อต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ เสื่อมลง ซึ่งเมื่อออกแรงมาก ๆ รังแต่จะก่อให้เกิดปัญหามากกว่าเสริมสร้างสุขภาพที่ดี แต่มีวิธีออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่เหมาะกับผู้สูงวัย นั่นคือ การออกกำลังกายในน้ำ หรือ Aqua Fitness
เดิมการออกกำลังกายในน้ำรู้จักกันเฉพาะในวงการแพทย์ ซึ่งใช้สำหรับฟื้นฟูสมรรถภาพนักกีฬาหลังอาการบาดเจ็บ แต่ช่วงหลังมานี้ด้วยความนิยมในการออกกำลังกายที่สูงขึ้น จึงมีการค้นพบว่า Aqua Fitness เป็นการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง จนกลายเป็นกระแสและถูกนำมาประยุกต์เข้ากับการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ เช่น จ๊อกกิ้งในน้ำ แอโรบิกในน้ำ การเต้นในน้ำ ฯลฯ ด้วยความที่น้ำมีคุณสมบัติในการลอยตัว ฉะนั้นเมื่อออกกำลังกายในน้ำจึงช่วยรองรับน้ำหนักตัว และลดแรงกดที่ข้อต่าง ๆ ให้น้อยลงได้ ทั้งยังพยุงไม่ให้ล้มง่าย และช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายทำได้ง่ายดายกว่าการออกกำลังกายบนบก จึงแทบจะไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บเลย
โดยคุณสมบัติของการออกกำลังกายในน้ำมี 4 ประการ ดังนี้
แรงดันใต้น้ำ ทำให้เลือดดำไหลกลับสู่หัวใจได้ง่าย และส่งผลต่อระบบหายใจ ทำให้ปริมาณอากาศหลังหายใจออกค้างอยู่ในปอดน้อยลง ดังนั้นการออกกำลังกายในน้ำจึงช่วยลดความดันโลหิต ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง ช่วยให้การสูบฉีดและการไหลเวียนโลหิตในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แรงลอยตัว ช่วยพยุงให้น้ำหนักตัวลดลงเหลือเพียง 15 – 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่ออยู่ในน้ำลึกระดับคอ ดังนั้นในขณะที่อยู่ใต้น้ำร่างกายจึงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ข้อต่อต่าง ๆ สามารถทำงานได้ดี ร่างกายมีความยืดหยุ่นสูงจึงลดแรงกระทบกระเทือนที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อกระดูกและข้อต่อต่าง ๆ ในระหว่างการออกกำลังกายได้
ความต้านทานในน้ำ น้ำจะต้านการเคลื่อนไหวของร่างกายทุกทิศทาง ทำให้ควบคุมได้ยากกว่าอยู่บนบก แต่กลับช่วยบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายได้อย่างทั่วถึง ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และส่งผลให้รูปร่างเพรียวสมส่วนได้ด้วย
อุณหภูมิของน้ำ เมื่ออยู่ในน้ำร่างกายสามารถระบายความร้อนได้ดีกว่าบนบกถึง 25 เท่า ทำให้รู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย จึงช่วยป้องกันอันตรายจากความร้อนอย่างอาการลมแดด หรือ Heat Stroke ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็น ไม่เคยว่ายน้ำมาก่อน หรือกลัวการลงน้ำ ก็สามารถออกกำลังกายในน้ำได้ เพราะทั่วไปแล้วจะเริ่มต้นที่ความลึกเพียง 1 เมตรหรือระดับเอว ก่อนจะเพิ่มความลึกขึ้นไปจนถึงระดับอกหรือไหล่ ซึ่งความลึกในแต่ละระดับจะช่วยพยุงและทอนน้ำหนักลงไปได้ 50 – 80 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงวัยที่ไม่มีปัญหาสุขภาพ
นอกจากนี้การออกกำลังกายในน้ำยังส่งผลดีต่อการคลอดลูก ผู้มีภาวะความเครียด และผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูก เพราะช่วยในการบำบัดรักษาหรือฟื้นฟูสมรรถภาพได้ดี แม้แต่ผู้อ่อนแรงหรืออ่อนแอมาก ๆ อย่างคนที่เป็นอัมพฤกษ์ก็สามารถออกกำลังกายในน้ำเบา ๆ ได้เช่นกัน จึงนับได้ว่าการออกกำลังกายในน้ำเป็นทางเลือกใหม่ของผู้รักสุขภาพ ที่จะช่วยนำไปสู่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างแท้จริง

กินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น สมทบทุนมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281578

กินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น สมทบทุนมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน

กินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น สมทบทุนมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน (People Eye Care Foundation) เชิญชวนคนไทยและร้านอาหารไทยในประเทศไทยและทั่วโลก สนับสนุนโครงการกินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น (Pad Thai Eyes) โดยจัดงานการกุศล “Pad Thai Fundraising” เพื่อหาเงินบริจาคสมทบทุนให้กับมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน หรือถ่ายภาพ Selfie กับผัดไทยและอัพโหลดรูปบน Social media พร้อม #padthaieyes รวมทั้งสั่งผัดไทย กับร้านอาหารที่ร่วมโครงการ ที่มีโลโก้ โดยมี พญ.ปาริชาติ ติ่งนาพัน ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุแพทย์,อดีตนางงามจักรวาล นาตาลี เกลโบวา และ แอนดรูว์ บิกส์ พร้อมคนดัง ร่วมรณรงค์ในโครงการ

อรวรรณ รัตนกาญจน์ กรรมการบริหารของมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน เผยว่า “ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา
มูลนิธิฯได้ดำเนินการออกหน่วยแพทย์ฟรีเคลื่อนที่ในทั่วทุกภาคของประเทศ ร่วมด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือแก้ไขสภาพตาบอดจากต้อกระจก และโรคตาอื่นๆ แก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน โดยรักษาดวงตามาแล้วกว่า 40,000 ราย ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจักษุวิทยา เพื่อให้ประชาชนมีสายตาที่ดีและเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตรวมถึงสนับสนุนส่งเสริมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกสถานพยาบาล ให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคตาที่พบบ่อยในชุมชน จัดทำเครื่องมือ เครื่องใช้ในการตรวจรักษาโรคตา

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องเป็นผัดไทย มาจากหลังการผ่าตัดต้อกระจก ผู้ป่วยจะได้รับการปิดตาด้วยฝาครอบตาหรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Eye Patch หรือ Pad ซึ่งออกเสียงคล้องจองกับคำว่า ผัด ในภาษาไทย ทำให้ผัดไทยอาหารขึ้นชื่อของประเทศไทย ถูกเลือกมาเป็นเมนูสร้างบุญกุศลในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิ สานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยให้คนไทยมองเห็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทั้งนี้ การจัดโครงการกินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น หรือ Eat Pad Thai to Pad-Thai-Eyes ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสมาคมและชุมชนชาวต่างชาติต่างๆ อาทิ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมชาวอังกฤษแห่งประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เป็นต้น ได้รับเงินบริจาคสมทบทุนรวมกว่า 500,000 บาท

“มูลนิธิฯ ขอเชิญชวนร้านอาหารไทยต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงในต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โดยทุกท่านที่สั่งเมนูผัดไทย ร้านอาหารที่ร่วมโครงการสามารถร่วมบริจาคเงิน (5 บาท / 10 บาท / 1 ปอนด์ / 1 ยูโร) เพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดีจากสมาคมต่างๆ ห้างร้าน ดารา และสื่อมวลชน อาทิ บริษัทแคปปิตอลทีวี (เดสติเนชั่นไทยแลนด์), โรงเรียนสอนทำอาหารบลูเอเลเฟ่นท์, แอนดรูว์ บิกส์, นาตาลี เกลโบวา อดีตนางงามจักรวาล, เอี๊ยง-สิทธา สภานุชาติ นักแสดงช่อง 8 และที่ขาดไปไม่ได้คือ มาสคอตนิโคลัสแบร์ หรือ ฟอกซ์ ที่จะเป็นตัวแทนเล่าถึงโครงการกินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็นผ่านยูทูบ และช่องทางโซเชียลมีเดีย

วีดิทัศน์ Pad Thai Eyes นี้ถ่ายทำโดย บริษัทแคปปิตอลทีวี (เดสติเนชั่นไทยแลนด์) ณ ร้านอาหารบลูเอเลเฟ่นท์ สาขากรุงเทพฯ เล่าถึงมาสคอตนิโคลัสแบร์ที่ป่วยเป็นตาต้อกระจกแต่ไม่มีเงินรักษา ด้วยคำแนะนำของเพื่อนๆ ที่เล่าถึงมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน นิโคลัสแบร์จึงได้รับการช่วยเหลือผ่าตัดต้อกระจกจากมูลนิธิฯ จนหายเป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการเล็งเห็นคุณค่าของงานมูลนิธิฯ ที่ช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง นิโคลัสแบร์จึงอยากช่วยหารายได้สมทบทุน บรรดาเพื่อนๆ ของนิโคลัสแบร์จึงร่วมมือกันสานต่องานนี้ให้บรรลุผลสำเร็จ

และเมื่อเร็วๆ นี้ เอี๊ยง-สิทธา สภานุชาติ ร่วมกับ คีท โนลาน และบรรดาเพื่อนๆ ศิลปินวงดนตรีแจ๊ส Cotton Mouth ได้จัดคอนเสิร์ตการกุศล Pad Thai Party โดยคณะผู้จัดงานได้รับความกรุณาจาก ฯพณฯ ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สนับสนุนสถานที่จัดงานภายในสวนร่มรื่นของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ โดยมี แอนดรูว์ บิกส์ ร่วมเป็นพิธีกร ซึ่งคอนเสิร์ตในครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้รับเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิฯ กว่า 232,000 บาท”

ด้าน อดีตนางงานจักรวาล นาตาลี เกลโบวา กล่าวว่า อยากเชิญชวนคนไทยเข้าร่วมกิจกรรม กินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น ผัดไทยทุกจานคือ โอกาสในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ขณะที่ เชฟแซนดร้า สเต็ปเป้ เจ้าของร้านอาหารไทยบลูเอเลเฟ่นท์ นำร่องร่วมโครงการนี้เป็นแห่งแรก เผยว่า “อยากจะขอเชิญชวนร้านอาหารไทยในประเทศไทยและทั่วโลก สนับสนุนโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมนี้”

ประธานกรรมการ มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน กล่าวทิ้งท้ายว่า มูลนิธิฯ มีความมุ่งมั่นสานต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ในการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อรักษาผ่าตัดตาต้อกระจกฟรีให้แก่ประชาชนที่ยากจน รวมถึงสนับสนุนการค้นคว้า วิจัย และอบรมจักษุวิทยาในทุกสถานพยาบาล ตลอดจนมุ่งมั่นที่จะเปิดโรงพยาบาลมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน กรุงเทพฯ เพื่อรักษาโรคตาฟรีให้แก่ประชาชนที่ด้อยโอกาส จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการกินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็นจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันสร้างบุญกุศลในครั้งนี้

“เพื่อการสนับสนุนโครงการ “Eat Pad Thai to Pad-Thai-Eyes … กินผัดไทยช่วยคนไทยให้มองเห็น คุณสามารถจัดงานการกุศล “Pad Thai Fundraising” เพื่อหาเงินบริจาคสมทบทุนให้กับมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน หรือถ่ายภาพ Selfie กับผัดไทยและอัพโหลดรูปบน Social media พร้อม #padthaieyes และสามารถร่วมบริจาคเงินได้ที่ Rabbit LINE Pay Donation Menu หรือ ผ่านธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 876-7-04284-2 ชื่อบัญชี eat pad thai help thai eyes กินผัดไทยช่วยคนให้มองเห็น หรือสั่งผัดไทย กับร้านอาหารที่ร่วมโครงการ ที่มีโลโก้ของโครงการ